slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Digestive System PowerPoint Presentation
Download Presentation
Digestive System

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 53

Digestive System - PowerPoint PPT Presentation


  • 278 Views
  • Uploaded on

Digestive System. Feed and Feeding. กระบวนการย่อยอาหาร ( digestion). แบ่งได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ การย่อยโดยวิธีกล ( mechanical digestion) ได  แก  การเคี้ยวอาหารในปาก การบดอาหารในส่วนของกระเพาะบด ( gizzard) ของสัตว์ปีก

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'Digestive System' - konala


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

Digestive System

Feed and Feeding

digestion
กระบวนการย่อยอาหาร (digestion)

แบ่งได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ

  • การย่อยโดยวิธีกล (mechanical digestion)ไดแก การเคี้ยวอาหารในปาก การบดอาหารในส่วนของกระเพาะบด (gizzard) ของสัตว์ปีก
  • การย่อยโดยวิธีเคมี (chemical digestion) เป็นการย่อยอาหารโดยอาศัยเอ็นไซม์จากส่วนต่างๆ ของอวัยวะย่อยอาหาร และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง
  • การย่อยโดยจุลินทรีย์ (microbial digestion) โดยเอนไซม์จากจุลินทรียที่อาศัยอยู่ในส่วนของกระเพาะรูเมนและลำไส้ใหญ่
slide3
1. สัตว์กระเพาะเดี่ยว ไดแก สัตว์กินเนื้อ (carnivorous) เช่น เสือ สิงโต เป็นต้น สัตว์กินพืช (herbivorous) เช่น ช้าง กระต่าย เป็นต้น และสัตว์ที่กินเนื้อและเมล็ดธัญพืช (omnivorous) เช่น สุกร สัตว์ปีก เป็นต้น
  • 2. สัตว์กระเพาะรวม เป็นสัตว์ที่ท่อทางเดินอาหารมีการพัฒนามาก เพื่อให้เหมาะสมกับอาหารที่กินคืออาหารที่มีเยื่อใยสูง ไดแก โค กระบือ แพะ และ แกะ เป็นต้น
slide4
ท่อทางเดินอาหาร

ท่อทางเดินอาหาร ในสัตว์แต่ละชนิดประกอบด้วย

  • ปาก (mouth)
  • คอหอย (pharynx)
  • หลอดอาหาร (esophagus)
  • กระเพาะอาหาร (stomach)
  • ลำไส้เล็ก (small intestine)
  • ลำไส้ใหญ่ (large intestine)
avian
สัตว์ปีก (Avian)
  • 1. ปาก (Mouth)
  • 2. คอหอย (Pharynx)
  • 3. หลอดอาหาร (Esophagus)
  • 4. ถุงพักอาหาร (Crop)
  • 5. กระเพาะอาหาร (Proventiculus)
  • 6. กึ๋น (Gizzard)
  • 8. ลำไส้ใหญ่ (Colon)
  • 9. ทวาหนัก (Anus)
ruminants
สัตว์เคี้ยวเอื้อง (Ruminants)
  • 1. ปาก (Mouth)
  • 2. คอหอย (Pharynx)
  • 3. หลอดอาหาร (Esophagus)
  • 4. รูเมน (rumen)
  • 5. เรติคูลัม (reticulum)
  • 6. โอมาซัม (omasum)
  • 7. กระเพาะจริง (abomasum)
  • 7. ลำไส้เล็ก (Intestine) ทำหน้าที่ย่อยทางเคมี และดูดซึมสารอาหาร
  • 8. ลำไส้ใหญ่ (Colon) ทำหน้าที่กำจัดกากอาหารออกนอกร่างกาย
  • 9. ทวารหนัก (Anus) เป็นช่องเปิดปลายสุดของลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่ขับถ่ายกากอาหาร
mouth
ปาก (Mouth)
  • ปากประกอบด้วย
  • ริมฝีปาก (lips)
  • ลิ้น (tongue)
  • ฟน (teeth)
  • เพดานปาก
  • ตอมน้ำลาย (salivary glands)
teeth
ฟน (Teeth)
  • สัตว์ชั้นสูงส่วนใหญ่มีฟันอยู่ 2 ชุด คือฟันน้ำนม และ ฟันแท้
  • 1.ฟันน้ำนม (deciduous teeth) หมายถึงฟันชุดที่งอกขึ้นมาตั้งแต่แรกเกิดมีทั้งหมด 20 ซี่ และจะหลุดออกไปเมื่อมีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่
  • 2.ฟันแท้ (permanent teeth) หมายถึง ฟันชุดที่เจริญขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนมเมื่อสัตว์เจริญเติบโต มีทั้งหมด 32 ซี่
  • โดยสัตว์ปีกจะไม่มีฟัน
  • โคจะไม่มีฟันหน้าบนและฟันเขี้ยว
tongue
ลิ้น (Tongue)
  • มีตุ่มรับรส และทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหารในช่องปาก
  • ลิ้นสามารถรับรสได้ 4 รส
    • รสหวาน อยู่บริเวณปลายลิ้น
    • รสเค็ม อยู่บริเวณปลายลิ้นและข้างลิ้น
    • รสเปรี้ยว อยู่บริเวณข้างลิ้น
    • รสขม อยู่บริเวณโคนลิ้น

โดยสัตว์ปีกจะไม่มีตุ่มรับรสบนลิ้น

salivary glands
ต่อมน้ำลาย (Salivary glands)
  • - Parotid gland เป็นต่อมน้ำลายข้างกกหู ซึ่งมีขนาดใหญ่สุด
  • - Submaxillary gland พบอยู่ใต้ต่อมน้ำลายข้างกกหู
  • - Sublingual gland พบอยู่ใต้ลิ้น เป็นต่อมน้ำลายขนาดเล็กสุด
  • - ในน้ำลายมีเอนไซม์ไทยาลินเปน ส่วนประกอบ ช่วยในการ่อยอาหารประเภทแปง
pharynx
คอหอย หรือ หลอดคอ (Pharynx)
  • คอหอยเป็นท่อเปิดร่วมระหว่างทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร
  • มีส่วนของ epiglottis ทำหน้าที่ปิดส่วนของระบบหายใจ (หลอดลม)
  • เมื่อสัตว์หายใจ epiglottis จะปิดช่องระหว่างลำคอกับหลอดอาหารทำให้อากาศที่หายใจผ่านช่องจมูกเข้าสู่หลอดลมไดสะดวก
esophagus
หลอดอาหาร (Esophagus)
  • เป็นท่อทางเดินอาหารที่เชื่อมต่อระหว่างคอหอยกับกระเพาะอาหาร ส่วนต้น (cardiac)
  • บริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะมีกล้ามเนื้อหูรูด (cardiac sphincter) ทำหน้าที่ควบคุมการเขาออกของอาหารสูกระเพาะ
stomach
กระเพาะอาหาร (Stomach)
  • กระเพาะอาหารของสัตว์กระเพาะเดี่ยว
slide19
กระเพาะอาหารสัตวกระเพาะเดี่ยวกระเพาะอาหารสัตวกระเพาะเดี่ยว
  • จะรับอาหารจากหลอดอาหาร และคลุกเคล้ากับน้ำย่อยจากกระเพาะให้เป็นของเหลวเรียกว่า chyme ก่อนที่เคลื่อนลงสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น
  • สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 สวน คือ
    • Cardiac Region
    • Fundus
    • Pylorus
slide20
กระเพาะอาหารของสัตวเคี้ยวเอื้องกระเพาะอาหารของสัตวเคี้ยวเอื้อง

แบ่งออกเป็น 4 สวน

  • กระเพาะรูเมน หรือ กระเพาะผ้าขี้ริ้ว (rumen)
  • กระเพาะรังผึ้ง (reticulum)
  • กระเพาะส่วนสามสิบกลีบ (omasum)
  • กระเพาะแท้ (abomasum)
rumen
Rumen
  • มีความจุประมาณ 80%ของกระเพาะทั้งหมด
  • อยู่ติดกับผนังด้านซ้ายของช่องท้อง
  • ผนังภายในประกอบด้วยแผ่นเล็กๆเรียกว่า Papillae
  • ทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหารและดูดซึม VFA
reticulum
Reticulum
  • เป็นถุงขนาดเล็ก ผนังภายในมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง
  • มีความจุประมาณ 5%ของกระเพาะทั้งหมด
  • อยู่ติดกับส่วนหน้าของกระเพาะรูเมน โดยมีผนังกันrumino-reticular fold ซึ่งปิดไม่สนิท
omasum
Omasum
  • กระเพาะส่วนนี้อยู่ติดกับผิวบนส่วนหน้าของกระเพาะรูเมน
  • มีลักษณะเป็นรูปกลมและมีปริมาตรความจุประมาณ7-8%ของกระเพาะทั้งหมด
  • ลักษณะภายในมีลักษณะเป็นแผ่นซึ่งเรียกว่า laminae ซึ่งบนผิวของแผ่นเหล่านี้มีปุ่มอยู่ทั่วทั้งแผ่น
  • กระเพาะส่วนนี้ทำหน้าที่ดูดเอาของเหลวในอาหารกลับ
abomasum
Abomasum
  • กระเพาะจริงอยู่ติดด้านขวาของกระเพาะรูเมนและอยู่ติดกับพื้นล่างของช่องท้อง
  • ทางเปิดเชื่อมต่อจากกระเพาะ omasum
  • ภายในมีต่อมที่สามารถผลิตน้ำย่อยกระจายอยู่ตามเนื้อเยื่อเมือก
  • ส่วนปลายของกระเพาะเปิดเข้าสู่ลำไส้เล็กมีกล้ามเนื้อหูรูด (pyloric-orifice)
slide26
ขบวนการเคี้ยวเอื้อง
  • Regurgitation= การขยอกอาหารจากกระเพาะหมักกลับไปที่ปาก
  • Swallowing = การกลืนกลับของเหลวลงที่ท้อง
  • Remastication = การเคี้ยวอาหารที่ขยอกออกมาให้ละเอียด
  • Reinsalivation= การเคี้ยวและการขับหลั่งน้ำลาย
  • Reswallowing = การกลืนอาหารกลับลงสู่กระเพาะหมัก
small intestine
ลําไสเล็ก (small intestine)

ผนังของลำไส้เล็กจะมี microvilli ทำหน้าที่ช่วยในการดูดซึมโภชนะ ซึ่งลำไส้เล็กแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

  • ลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenum)
  • เจจูนัม (Jejunum)
  • ไอเลียม (Ileum)
slide28
ลำไส้ใหญ่
  • ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำและแรธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • ถ้ามีเชื้อโรคเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ จะทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับสู่เลือดไม่ได้ ทำให้เกิดโรคท้องเดิน (Diarrhea)
  • และถ้ากากอาหารอยู่ในลำไส้ใหญ่นานเกินไป จะถูกลำไส้ใหญ่ดูดน้ำออกมามาก ทำให้เกิดโรคท้องผูก (Constipation)
  • ลำไส้ใหญ่มีความยาวประมาณ 1.5 เมตร แบ่งได้เป็น 3 สวนคือ
    • สวนไสติ่ง( caecum)
    • โคลอน (Colon)
    • ไส้ตรง (Rectum)
slide29
อวัยวะที่ชวยในการยอยอาหารอวัยวะที่ชวยในการยอยอาหาร

ตับ (liver)

  • ผลิตน้ำดีเพื่อช่วยในการย่อยไขมันในส่วนลำไส้เล็ก
  • เกี่ยวข้องกับขบวนการเมตาโบลิซึมของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน
  • ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย (detoxification) เช่น การเปลี่ยนรูปของแอลกอฮอล์ให้เป็นน้ำ และคาร์บอนไดออกไซด์
  • ทำหน้าที่สร้างเกลือของกรดน้ำดี (bile salt)
pancreas
ตับออน (pancreas)

ทำหน้าที่ผลิตน้ำย่อยสำหรับย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือ ไขมัน โดยมีท่อเปิด (pancreatic duct) เข้าสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งสารและเอนไซม์ที่สำคัญ ไดแก

  • โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (NaHCO3)
  • เอนไซม์อะไมเลส (Amylase)
  • เอนไซม์ไลเพส (pancreatic lipase) ทำงานได้ดีที่ pH 8.0
slide31
สารและเอนไซม์จากตับอ่อนสารและเอนไซม์จากตับอ่อน
  • - ทริปซิโนเจน (Trypsinogen) เป็นสารเคมีที่ไม่พร้อมจะทำงาน ต้องอาศัยเอนไซม์เอนเทอโรไคเนส (Enterokinase) จากลำไส้เล็ก
  • - ไคโมทริปซิโนเจน (Cyhmotrypsinogen)
  • - โพรคาร์บอกซิเพปทิเดส (Procarboxypeptiddase) ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนตรงปลายสุดด้านหมู่คาร์บอกซิลเท่านั้น
slide32
ฮอร์โมนจากระบบทางเดินอาหารฮอร์โมนจากระบบทางเดินอาหาร
  • แกสตริน (Gastrin)
  • ซีครีติน (Secretin)
  • โคเลซีสโตไคนิน (Cholecystokinin;CCK)
  • เอนเทอโรแกสโตรน (Enterogastron)
slide34
การย่อยอาหารในปาก
  • ในสัตว์กระเพาะเดี่ยวการย่อยอาหารในปากเกิดจากการย่อยโดยวิธีกลและวิธีเคมี
  • เมื่ออาหารถูกนำเขาปากอาหารจะถูกเคี้ยวทำให้มีขนาดเล็กลงมีการคลุกเคล้าอาหารผสมกับน้ำลายเพื่อให้ชิ้นอาหารอ่อนนุ่มและสะดวกในการกลืน
  • ในสัตว์บางชนิด เช่น สุกร สุนัข และม้า น้ำลายมี เอนไซม์อะไมเลส ทำหน้าที่ในการย่อยคาร์โบไฮเดรตในอาหารได้บางส่วน
  • ในสัตว์กระเพาะรวมน้ำลายจะไมมีเอนไซม์ย่อยคาร์โบไฮเดรต
  • ลูกสัตว์จะมีเอนไซม์ที่ใช่ย่อยไขมันในอาหาร คือ เอนไซม์ pregastric lipase ทำหน้าที่ย่อยไขมันในกลุ่มบิวทีริก ซึ่งเอนไซม์นี้จะหมดไปเมื่อลูกสัตว์หย่านม
slide35
การย่อยอาหารในกระเพาะอาหารการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร
  • Cephalic Phase เป็นระยะรับกลิ่น รส หรือนึกถึงอาหาร เส้นประสาท Vagus จากสมองจะกระตุ้นให้กระเพาะเคลื่อนที่และการหลั่งสาร
  • Gastric Phase เป็นระยะที่ก้อนอาหาร (Bolus) เข้าสู่กระเพาะอาหาร และหลั่งฮอร์โมน Gastrin ไปกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่ง HCl ออกมารวมกับ Pepsinogen
  • Intestinal Phase เป็นระยะที่อาหาร (Chyme) ออกจากกระเพาะอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็ก
slide36
การย่อยอาหารในลำไสเล็กการย่อยอาหารในลำไสเล็ก
  • เป็นการย่อยโดยวิธีกลจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็ก
  • เป็นการย่อยโดยวิธีเคมีที่เกิดจากเอนไซม์ที่ผลิตจากเซลล์เยื่อบุของลำไส้เล็กและเอนไซม์จากตับอ่อน
  • โภชนะที่ถูกย่อยในลำไสเล็ก ไดแก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไวตามิน และแรธาตุ
slide37
เอนไซม์ในลําไสเล็ก
  • - Enterokinase ช่วยเปลี่ยน trypsinogen และ procarboxypeptidase ที่หลั่งจากตับอ่อนให้เป็น trypsin และ carboxypeptidase
  • - เอนไซม์ย่อยคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ Amylase, Maltase, Sucrase, Lactase
  • - Peptidase มีหลายชนิด เช่น Aminopeptidase, Dipeptidase
  • - เอนไซม์ไลเพส ช่วยย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมัน และกลีเซอรอล
slide38
การดูดซึมโภชนะ
  • การดูดซึมแบบไม่ใช้พลังงาน (passive transport) ไดแก
    • osmosis
    • diffusion (การแพร)
    • facilitated diffusion (การแพรแบบมีตัวพา)
  • การดูดซึมแบบใช้พลังงาน (active transport)
    • pinocytosis
    • phagocytosis
    • active transport
e ndocytosis
Endocytosis
  • มี 2 ชนิด คือ
  • Pinocytosis เป็นกลไกการขนส่งสารเข้าสู่เซลล์โดยการทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เว้าเข้าไปในไซโตพลาสซึมจนกระทั่งโมเลกุลของสารนั้นหลุดเข้าไปในเซลล์ในลักษณะถุงเล็กๆ (vesicle)
  • Phagocytosisเป็นกลไกการขนส่งสารที่เป็นเซลล์ขนาดเล็กเข้าสู่เซลล์โดยการสร้างเท้าเทียมไปโอบหุ้ม จนกระทั่งโมเลกุลของสารนั้นหลุดเข้าไปในเซลล์ในลักษณะถุงเล็กๆ (vesicle)
osmosis
Osmosis
  • เป็นการดูดซึมโภชนะโดย โภชนะเคลื่อนที่ไปพรอมกับโมเลกุลของน้ำที่ละลายตัวอยู่
  • โดยโภชนะเคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์เมมเบรนของเยื่อบุผิวของระบบทางเดินอาหาร ทางรูผนังเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร (membrane pore)
  • เป็นการดูดซึมโดยไม่ใช้ATP
diffusion
Diffusion
  • Passive diffusion (การแพร) เป็นการดูดซึมสารโดยการเคลื่อนตัวจะเคลื่อนจากที่ๆมีความเข้มข้นสูงไปสูความเข้มข้นต่ำกว่า
  • Facilitated diffusion เป็นการขนส่งโภชนะโดยอาศัยตัวพาหรือตัวช่วยขนส่งสาร (carrier) เช่น โคเอนไซม์ต่าง ๆ (coenzyme)
active transport
Active transport
  • เป็นขบวนการผ่านของโภชนะที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่ผนังเซลล์เมเบรนโดยใช้ ATP และตัวพา (carrier)
  • นอกจากนี้จะต้องใช้เอนไซมATPase ดวย
  • เป็นการขนส่งสารจากที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังที่มีความเข้มข้นสูงกว่า
  • เช่น การดูดซึมน้ำตาลที่ผนังเยื่อบุลำไสเล็ก การดูดซึมกรดอะมิโน และการขนส่ง Na+ ออกจากเซลล์
slide43
การดูดซึมคาร์โบไฮเดรตการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต
slide51

ตาราง สรุปพลังงานในกระบวนการหายใจแบบใชออกซิเจน

slide52
การนำโภชนะไปใช้ประโยชน์การนำโภชนะไปใช้ประโยชน์
slide53

ตะวันไม่สิ้นแสง ขอจงอย่าสิ้นหวัง

เอาใจเป็นพลัง และจงสู้ต่อไป

The End