พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ
Download
1 / 109

พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 - PowerPoint PPT Presentation


  • 359 Views
  • Uploaded on

พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540. แนวคิด ความเป็นมา …. หลักประชาธิปไตยสมัยใหม่ ประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิตลอดเวลาไม่ใช่แค่เพียง ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญจึงให้สิทธิ ในการตรวจสอบ แสดงความคิดเห็น เสนอกฎหมาย และถอดถอนออกจากตำแหน่ง.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540' - trynt


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540


แนวคิด ข้อมูลข่าวสารของราชการ ความเป็นมา …

หลักประชาธิปไตยสมัยใหม่ ประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิตลอดเวลาไม่ใช่แค่เพียง ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

รัฐธรรมนูญจึงให้สิทธิ ในการตรวจสอบ แสดงความคิดเห็น เสนอกฎหมาย และถอดถอนออกจากตำแหน่ง


สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิตั้งตนในการใช้สิทธิอื่น ๆ


สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิตั้งตนในการใช้สิทธิอื่น ๆ

  • มาตรา 36 เสรีภาพในการ สื่อสาร

  • มาตรา 40 สิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม

  • มาตรา 45 เสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น

  • มาตรา 57 สิทธิแสดงความคิดเห็น ในการดำเนินการของรัฐ

สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานในการใช้ สิทธิอื่นๆ เพื่อการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี และถูกต้อง เช่น


56 2550
มาตรา สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร56รธน. แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

“บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูล หรือข่าวสารสาธารณะ ในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูลนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชนหรือส่วนได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ”


35 2550
มาตรา 35 สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารรธน. แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

“สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว ย่อมได้รับความคุ้มครอง

การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความหรือภาพ ไม่ว่าด้วยวิธีใด ไปยังสาธารณชน อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลนั้น จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย (เพื่อมั่นคง ความสงบ ศีลธรรม)”


วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ มีขึ้นเพื่อรองรับสิทธิได้รู้ของประชาชน ซึ่งเป็นหลักสำคัญของสังคมประชาธิปไตย โดยอาจพิจารณาได้จากบทบาท 2 ด้าน ดังนี้

1. ในทางการเมือง

- เพื่อที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมืองได้และเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน

2. ในการพิทักษ์สิทธิประโยชน์

- เพื่อที่ประชาชนจะปกปักรักษาประโยชน์ของตนได้

- เพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารของราชการ


ความหมายของข้อมูลข่าวสารความหมายของข้อมูลข่าวสาร

ความหมายของข้อมูลข่าวสารจะช่วยให้เห็น ความมุ่งหมายและขอบเขตการใช้งกฎหมายการทำหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งสิทธิของประชาชน ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร

  • “ข้อมูลข่าวสาร”

  • “ข้อมูลข่าวสารของราชการ”

  • “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล”


ความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ

  • “ข้อมูลข่าวสาร”หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จ ข้อมูลหรือสิ่งใดๆ ไม่ว่าจะสื่อความหมายนั้นจะทำได้ โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่ายฟิล์ม การบันทึกภาพ หรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้


ความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

“ข้อมูลข่าวสารของราชการ”หมายความว่า ข้อมูลข่าวสาร ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกชน

การครอบครอง คือ การที่เราสามารถใช้กำลังทางกายภาพในการยึดถือไว้

ควบคุมดูแล คือ อยู่ในความครอบครองของผู้อื่น แต่รัฐเป็นผู้มีอำนาจว่าจะเปิดเผยให้แก่ใคร เมื่อใด


ข้อมูลข่าวสารความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ

คำวินิจฉัยฯที่ 120/2556

รองศาสตราจารย์ ก. เป็นผู้สมัครเข้ารับการ สรรหาเป็นคณบดีคณะฯ ขอข้อมูลข่าวสาร เทปบันทึกเสียงการประชุมของคณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะฯ

ผู้แทนมหาวิทยาลัยฯชี้แจงว่า โดยทั่วไปการประชุมคณะกรรมการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยฯนั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องบันทึกเสียงการประชุม แต่การประชุม จะต้องมีการจัดทำรายงานการประชุมหรือบันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐาน และมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์จะยึดถือรายงานการประชุมหรือบันทึกการประชุมที่คณะกรรมการรับรองแล้ว


ข้อมูลข่าวสารความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ

คำวินิจฉัยฯที่ 120/2556

หากมีการบันทึกเสียงไว้ก็เพื่อความสะดวกหรือใช้ประโยชน์เพื่อจัดทำรายงานการประชุมหรือบันทึกการประชุมของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มีการจัดเก็บ ข้อความเสียงไว้ในระบบข้อมูลของหน่วยงาน

ผู้แทนฯได้ชี้แจงอีกประการหนึ่ง ว่าการ เปิดเผยข้อความเสียงอาจนำมาซึ่งการฟ้องคดีต่อศาลได้ และอาจจะส่งผลเสียต่อระบบการสรรหา ผู้บริหารที่เหมาะสมของมหาวิทยาลัยเพราะในโอกาสต่อไปอาจไม่มีผู้ใดแสดงความ คิดเห็นอย่างเป็นอิสระ หรือรับเป็นกรรมการสรรหาฯ อีกทั้งอาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง บุคลากรภายในหน่วยงาน


ข้อมูลข่าวสารความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ

คำวินิจฉัยฯที่ 120/2556

นอกจากนั้นเมื่อสอบถามไปยังคณะกรรมการ สรรหาฯ ปรากฏว่า มีผู้คัดค้านการเปิดเผยข้อความเสียงจำนวน 4คน มหาวิทยาลัยฯมหาวิทยาลัย

คณะกรรมการฯ วนฉ.ว่า ข้อความเสียงการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารตาม อุทธรณ์นี้ คือ ข้อความเสียงที่บันทึกไว้เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการหรือไม่ หากไม่เป็นข้อมูลข่าวสาร ของราชการก็ไม่ต้องพิจารณาในเรื่องอื่นใดอีก แต่หากเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการจึงจะพิจารณา ว่าสมควรเปิดเผยให้ผู้อุทธรณ์ทราบได้เพียงใดหรือไม่


ข้อมูลข่าวสารความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ

คำวินิจฉัยฯที่ 120/2556

เห็นว่า พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 บัญญัติว่า “ข้อมูลข่าวสารของ ราชการ หมายความว่า ข้อมูลข่าวสาร ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ....”

การควบคุมดูแลนั้นหมายความรวมถึงการเก็บรักษาตลอดจนการทำลายข้อมูลข่าวสารด้วย หากเป็น ข้อมูลข่าวสารของราชการแล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐจะทำลายข้อมูลข่าวสารนั้น โดยพลการไม่ได้ ต้องดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ


ข้อมูลข่าวสารความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ

คำวินิจฉัยฯที่ 120/2556

ข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์นี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ได้มีข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกเสียงการประชุมไว้เป็นหลักฐาน และไม่มีการจัดระบบการเก็บข้อความเสียงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจของ เจ้าหน้าที่เองที่จะดำเนินการบันทึกเสียงการประชุมและจัดระบบการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ใน การทำงานของตน ทั้งยังสามารถทำลายข้อมูลดังกล่าวนั้นได้เมื่อเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องเก็บไว้ แล้วด้วย การบันทึกเสียงดังกล่าวจึงเป็นเพียงวิธีการอย่างหนึ่งของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานเท่านั้น

ดังนั้น ข้อความเสียงในกรณีนี้จึงไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการ เมื่อไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการ คณะกรรมการฯ จึงไม่ต้องพิจารณาว่าสมควร จะเปิดเผยให้หรือไม่


ความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล”

ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ สิ่งเฉพาะตัว ของบุคคล เช่นการศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของ ผู้นั้น หรือมีเลขหมาย รหัส หรือ สิ่งบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคน หรือรูปถ่าย และให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย


ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

สิ่งเฉพาะตัวบุคคล

สิ่งที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้น

เช่น

เช่น

ฐานะการเงิน

ชื่อ-นามสกุล

การศึกษา

ลายพิมพ์นิ้วมือ

ประวัติสุขภาพ

แผ่นบันทึกลักษณะเสียง

ประวัติอาชญากรรม

รูปภาพ

ประวัติการทำงาน

ฯลฯ


หลักการของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ

- ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย

- เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น

- ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


หน้าที่และวิธีดำเนินการของหน่วยงานของรัฐหน้าที่และวิธีดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ

ในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ข้อมูลข่าวสารของราชการ

จัดให้ เฉพาะราย

( มาตรา 11 )

เรื่องที่อยากรู้

จัดให้ประชาชน

เข้าตรวจดู

( มาตรา 9 )

เรื่องที่สนใจ

ลงพิมพ์

ในราชกิจจาฯ

(มาตรา 7 )

เรื่องที่ต้องให้รู้


สอบแข่งขันหน้าที่และวิธีดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ

สอบประจำ

ภาคเรียน

ผลการศึกษา

การพัสดุ

จัดซื้อ จัดจ้าง

การร้องเรียน

การอุทธรณ์

การดำเนินการ

ทางวินัย

มาตรา 9พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ฯ

  • สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวข้องในด้านใด ?

ข้าราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษา


คำวินิจฉัย คณะก.ก. วินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ด้านสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค. 1/2541

มารดาและผู้ปกครองของด.ญ. น ได้มีหนังสือ ถึง มหาวิทยาลัย ก. ขอตรวจดูและถ่ายสำเนาเอกสาร กระดาษคำตอบและบัญชีคะแนนของและของด.ญ. น และนักเรียนผู้ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเรียน ชั้น ป. 1อีกจำนวน 120 คน แต่ไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา

สอบแข่งขันสอบประจำภาคเรียน

ผลการศึกษา

  • สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวข้องในด้านใด ?


คณะก.ก. วินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารด้านสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย

มีมติให้มหาวิทยาลัย ก. เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คือกระดาษคำตอบและบัญชีคะแนนของเด็กหญิง น. และของนักเรียนผู้ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 อีกจำนวน 120 คน ให้มารดาและผู้ปกครองของ ด.ญ. น ตรวจดูและถ่ายสำเนาเอกสารได้

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 35 และมาตรา 37

สอบแข่งขันสอบประจำภาคเรียน

ผลการศึกษา


ประชาชนได้ขอเข้าตรวจดูและขอสำเนาเอกสารของเทศบาลฯ ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2535 – 2549 สมุดคุมสัญญาจ้าง สมุดคุมฎีกาเบิกจ่ายฯ โดยขอใช้เวลาตรวจดู 2 สัปดาห์

เทศบาลฯ เห็นว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้ขอและคณะได้ขอเข้าตรวจดูและขอสำเนาเอกสารของเทศบาลฯ บ่อยครั้งและเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเอกสารที่ขอตรวจดู เป็นเอกสารหลักฐานทางการเงินการคลังที่ สำนักงาน ตรวจเงิน แผ่นดิน เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง อยู่แล้ว

การพัสดุ จัดซื้อ จัดจ้าง

  • สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวข้องในด้านใด ?


การขอข้อมูลข่าวสารของราชการตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 – 2549 ถือได้ว่าเป็นข้อมูลจำนวนมาก

กรณีเคยมีการขอ และเทศบาลฯ แจ้งเปิดเผยข้อมูลนั้นแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุผลในการจะไม่เปิดเผยข้อมูล

อย่างไรก็ดีเทศบาลฯ สามารถเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการขอสำเนาได้

การพัสดุ จัดซื้อ จัดจ้าง


กรณีดังกล่าวเห็นได้ว่า การใช้สิทธิของประชาชนตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เป็นกรณีการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานของรัฐโดยประชาชนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องแต่ประชาชนไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อดำเนินการตาม พรบ.ที่เกี่ยวข้องต่อไป

การพัสดุ จัดซื้อ จัดจ้าง


การแปลงหน้าที่ตามกฎหมายสู่การปฏิบัติการแปลงหน้าที่ตามกฎหมายสู่การปฏิบัติในระดับผู้บริหารของหน่วยงาน

  • กำหนดเป็นนโยบายสำคัญของหน่วยงาน

  • อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่

  • แต่งตั้งผู้รับผิดชอบดำเนินการ

  • กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ และค่าธรรมเนียม

  • จำแนกประเภทข้อมูลข่าวสาร

  • การจัดทำคู่มือปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่

  • ปฏิบัติตามกฎหมาย และให้บริการประชาชนที่มาใช้สิทธิ

  • ควบคุม กำกับ ติดตาม และรายงาน


คู่มือการปฏิบัติการแปลงหน้าที่ตามกฎหมายสู่การปฏิบัติ

  • การให้บริการขั้นตอนต่างๆ

  • กำหนด แบบฟอร์มต่างๆ

  • กำหนด ขั้นตอน/กระบวนการ ร้องเรียน /อุทธรณ์

  • กำหนด ผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน

  • จัดทำข้อแนะนำ /ตัวอย่างคำถาม-คำตอบ

  • การรายงาน /ประเมินผล


คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

1. สอดส่องดูแลและแนะนำ

2. ให้คำปรึกษาแก่ เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงาน

3. เสนอแนะในการตรากฎและระเบียบ

4. พิจารณาและให้ความเห็นเรื่องร้องเรียน

5. ทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี

6. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ


หลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

ให้ประชาชนมีโอกาสในการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐ เพื่อที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องกับความเป็นจริง อันเป็นการส่งเสริมให้มีความเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากขึ้น สมควรกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รู้ข้อมูลข่าวสารของราชการทั้งนี้ เพื่อที่จะปกปักรักษาประโยชน์ของตนประการหนึ่ง กับสมควรคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารของราชการไปพร้อม อีกประการหนึ่ง


มาตรา 7 พ.ศ.2540

1. สิทธิได้รู้ (Right to Know)

สิทธิได้รู้ตามมาตรา 7 (เรื่องที่ต้องให้รู้)

หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ ในราชกิจจานุเบกษา

(1) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

(2) สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน


มาตรา 7 พ.ศ.2540

(3) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ

(4) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง


มาตรา 7 พ.ศ.2540

(5) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อมูลข่าวสารที่มีการพิมพ์แพร่หลายจำนวนพอสมควรแล้วถ้าพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา โดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้นก็ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐรวบรวม และจัดให้มีข้อมูลข่าวสารไว้เผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่วยจ่ายแจก ณ ที่ทำการของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นตามที่เห็นสมควร


ข้อมูลข่าวสารที่ต้องพิมพ์ในราชกิจจาข้อมูลข่าวสารที่ต้องพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ม.7)

1. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน [ม.7(1)]

2. สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน [ม.7(2)]

* หน่วยงานของรัฐมีอยู่อย่างไร มีบทบาทหน้าที่เช่นไร เป็นสิ่งที่ประชาชนควรรู้ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐจัดให้มีขึ้นเพื่อบริการประชาชน และจะเป็นประโยชน์เบื้องต้นที่ประชาชนอาจค้นหาหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องที่ตนเกี่ยวข้องได้


ข้อมูลข่าวสารในราชกิจจาข้อมูลข่าวสารในราชกิจจานุเบกษา (ม.7) ต่อ

3. สถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร [ม.7(3)]

* เป็นการเพิ่มความสะดวกแกประชาชนว่าจะไปติดต่อได้ที่ใด*

4. กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบายหรือการตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง

* กฎที่มีผลเฉพาะต่อเจ้าหน้าที่ในองค์กรไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา*

5. ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด


มาตรา 9ข้อมูลข่าวสารในราชกิจจา

1.2 สิทธิได้รู้ตามมาตรา 9

(การจัดให้ประชาชนได้ตรวจดู : public inspection)

ภายใต้บังคับมาตรา 14 และมาตรา 15

หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารอย่างน้อยดังนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

(1) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชนรวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัย

(2) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 (4)


มาตรา 9 (ต่อ)ข้อมูลข่าวสารในราชกิจจา

(3) แผนงานโครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ

(4)คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน

(5)สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา 7 วรรคสอง

(6) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ


มาตรา 9 (ต่อ)ข้อมูลข่าวสารในราชกิจจา

(7)มติคณะรัฐมนตรี หรือ มติคณะกรรมการ ที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย

(8) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผย ตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 อยู่ด้วย ให้ลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น


ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการฯ กำหนดตามมารา 9 (8)

ขณะนี้คณะกรรมการได้ประกาศกำหนดไว้ 3 ประเภท

(1) ประกาศประกวดราคา ประกาศสอบราคา

(2) สรุปผลการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างประจำเดือน

(แบบ สขร.1)

(3) เอกสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

*มติครม. 28 ธันวาคม 2547 ให้นำข้อมูลข้อ 1) – 2) เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงาน*


แบบ กำหนดตามมารา 9 (8)สขร.1


พรฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546

หลักตามมาตรา 44

- ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณนั้น และสัญญาใดๆ ที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างแล้วให้ประชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้ ณ ที่ทำการ และระบบเครือข่ายสารสนเทศ

41


การจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2546

คำวินิจฉัยฯที่ 29/2556

การจัดซื้อจัดจ้าง

ห้าง ก. ได้ขอ เอกสารการเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกราย และ เอกสารคำอนุมัติและสัญญาที่ได้ลงนามกับผู้ขายเครื่องบริโภค ทัณฑสถานบำบัดจังหวัด อ. ได้มีหนังสือ ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยให้เหตุผลว่า เป็นข้อมูล ข่าวสารที่มีการกำหนดชั้นความลับไว้ และไม่ต้องเปิดเผยตามมาตรา 15 วรรคท้าย


การจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2546

คำวินิจฉัยฯที่ 29/2556

คณะกรรมการฯ สรุปความได้ว่า ห้าง ก. เป็นผู้ประกอบ อาชีพ และมีผลงานการขายอาหารดิบให้กับเรือนจำมาก่อน ได้ไปเสนอราคาในการจัดซื้อไว้ แต่ไม่ทราบผลการเสนอราคา วิธีการและขั้นตอนในการจัดซื้อ ตลอดจนงบประมาณในการจัดซื้อของเรือนจำ จึงต้องการข้อมูลข่าวสาร เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการของห้าง ก. ต่อไป


คำวินิจฉัยฯที่ พ.ศ.254629/2556

ทัณฑสถานบำบัดจังหวัด อ. ให้เหตุผล เป็นการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบฯพัสดุ ส่วนเหตุผลที่ไม่เปิดเผยข้อมูล เนื่องจาก ทัณฑสถานประสบปัญหาบุคคลภายนอกพยายามลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามรวมถึงยาเสพติด เข้าทัณฑสถานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันและ ลดช่องทางของขบวนการหรือเครือข่ายยาเสพติดมิให้ ได้รับทราบข้อมูลการ ส่งอาหารดิบในทัณฑสถาน เช่น การซุกซ่อนอยู่ในไก่ ในปลา หรือในบรรจุภัณฑ์ บางประเภทซึ่งยากต่อการตรวจค้น ประกอบกับการดำเนินการใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจำเป็น ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ


การจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2546

คำวินิจฉัยฯที่ 29/2556

เอกสารที่ผู้อุทธรณ์ ขอคัดถ่ายเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้ออกประกาศ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2543 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำสรุปผลการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้าง ของหน่วยงานของรัฐเป็นรายเดือนทุกๆ เดือน โดยให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จัดซื้อจัดจ้าง วงเงิน งบประมาณ วิธีซื้อหรือจ้าง รายชื่อผู้เข้าเสนอราคาและราคาที่เสนอ ผู้ได้รับการคัดเลือกและราคา และเหตุผลที่คัดเลือกผู้เสนอราคารายนั้นโดยสรุป เพื่อเป็นดรรชนีสำหรับการตรวจดูของประชาชน ตามแบบ สขร.1


คำวินิจฉัยฯที่ พ.ศ.254629/2556

ทัณฑสถานบำบัดจังหวัด อ. ได้จัดทำข้อมูลตามแบบ สขร.1 พร้อมรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง ปิดประกาศไว้ ณ ทัณฑสถาน เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้เป็น ปกติทุกเดือนที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง การดำเนินการ ดังกล่าวเป็นการถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 แล้ว


คำวินิจฉัยฯที่ พ.ศ.254629/2556

คณะกรรมการฯ พิจารณาเหตุที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ อ. ไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยให้เหตุผลว่าได้จัดทำข้อมูลตามแบบ สขร.1 พร้อม รายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง ปิดประกาศไว้ ณ ทัณฑสถานฯ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เป็นข้อมูล ข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชน เข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แต่คำขอ ในกรณีนี้เป็นการขอเฉพาะราย ตามมาตรา 11 จึงเป็นกรณีที่หน่วยงาน ของรัฐต้องใช้ดุลพินิจตามมาตรา 14 และมาตรา 15 พิจารณาว่าจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นหรือไม่


คำวินิจฉัยฯที่ พ.ศ.254629/2556

เหตุที่อ้างว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอาจเป็นช่องทางให้มีการลักลอบนำยาเสพติดและสิ่งของ ต้องห้ามเข้าไปภายในทัณฑสถานนั้น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวมิได้เป็นเหตุในการลักลอบนำ ยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในทัณฑสถานโดยตรง อีกทั้งทัณฑสถานก็มีมาตรการที่รัดกุม ข้ออ้างดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนัก เมื่อพิเคราะห์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์ สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเปิดเผยพร้อมทั้งให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องแก่ผู้ขอได้


มาตรา 9 (ต่อ) พ.ศ.2546

บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มี คำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้ ในกรณีที่สมควรหน่วยงานของรัฐจะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการนั้นก็ได้ ในการนี้ให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

คนต่างด้าวจะมีสิทธิตามมาตรานี้เพียงใดให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง


บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียบุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่

บุคคลภายนอกทั่วไปแม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเช่น กรณีเกิดแผ่นดินไหวและเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีเกิดเสียหายและมีน้ำท่วม แม้ประชาชนผู้ขอข้อมูลข่าวสารนั้นไม่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีหรือจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือมีญาติหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่อาศัยแต่อย่างใดเพียงต้องการทราบเรื่องราวการอพยพหรือต้องการตรวจสอบแผนการอพยพของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบุคคลนั้น ก็มีสิทธิขอข้อมูลข่าวสารแผนการอพยพดังกล่าวได้จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย


คำขอไม่ต้องทำเป็นหนังสือ

เมื่อประชาชนมาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานของรัฐแล้วเจ้าหน้าที่นำแบบคำขอของหน่วยงานให้ประชาชนกรอก ประชาชนมิได้กรอกข้อความตามแบบคำขอหรือปฏิเสธที่จะกรอกแบบคำขอหรือไม่อาจกรอกแบบคำขอได้ด้วยตนเองอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม

เจ้าหน้าที่ไม่อาจอ้างเหตุในกรณีที่ไม่มีการกรอกแบบคำขอของหน่วยงานนั้นมาปฏิเสธไม่ดำเนินการให้ตามคำขอของประชาชน แต่เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานเจ้าหน้าที่อาจสอบถามข้อมูลจากประชาชนแล้วเขียนลงในแบบฟอร์มเองเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบ


ไม่ต้องให้เหตุผล

เหตุที่ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายให้ประชาชนต้องให้เหตุผลเมื่อขอข้อมูลข่าวสารนั้นเนื่องมาจากว่าสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน

ผู้ขอข้อมูลข่าวสารบอกแต่เพียงข้อมูลข่าวสารเท่าที่จะพอจะเข้าใจได้

ผู้ขอข้อมูลไม่อาจรู้ได้ว่าหนังสือฉบับที่ตนขอข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นหนังสือเลขรับที่เท่าใด ลงวันที่เท่าใด รายงานการประชุมของกรรมการที่พิจารณาเรื่องทางวินัยและมีผลลงโทษผู้ขอเป็นรายงานการประชุมครั้งที่เท่าใด วันที่เท่าใด

เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องไปตรวจค้นหาข้อมูลข่าวสารตามคำขอเอง อีกทั้งพรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 27 วรรคสอง บัญญัติว่าถ้าคำขอหรือคำแถลงมีข้อบกพร่อง หรือมีข้อความที่อ่านไม่เข้าใจ เกิดจากความไม่รู้หรือความเลินเล่อของคู่กรณี ให้เจ้าหน้าที่แนะนำให้คู่กรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2549


ประกาศฯ เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมขอสำเนา

(1) ขนาดกระดาษ เอ 4 ไม่เกิน 1 บาท

(2) ขนาดกระดาษ เอฟ 14 ไม่เกิน 1.50 บาท

(3) ขนาดกระดาษ บี 4 ไม่เกิน 2 บาท

(4) ขนาดกระดาษ เอ 3 ไม่เกิน 3 บาท

(5) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ 2 ไม่เกิน 8 บาท

(6) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ 1 ไม่เกิน 15 บาท

(7) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ 0 ไม่เกิน 30 บาท


มาตรา 11 เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมขอสำเนา

1.2 สิทธิได้รู้ตามมาตรา 11

(ประชาชนขอตรวจดูเป็นการเฉพาะราย)

นอกจากข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หรือ ที่จัดไว้ให้ประชา-ชนเข้าตรวจดูได้แล้ว หรือที่มีการจัดให้ประชาชนได้ค้นคว้า ตามมาตรา 26 แล้ว


มาตรา 11 เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมขอสำเนา

ถ้าบุคคลใดขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ และคำขอของผู้นั้นระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควร ให้หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควรเว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร


มาตรา 11 (ต่อ) เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมขอสำเนา

ข้อมูลข่าวสารของราชการใดมีสภาพที่อาจบุบสลายง่าย หน่วยงานของรัฐจะขอขยายเวลาในการจัดหาให้หรือจะจัดทำสำเนาให้ในสภาพอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลข่าวสารนั้นก็ได้

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐจัดหาให้ตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ มิใช่เป็นการต้องไปจัดทำ วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรือจัดให้มีการขึ้นใหม่


มาตรา 11 (ต่อ) เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมขอสำเนา

เว้นแต่เป็นการแปรสภาพเป็นเอกสารจากข้อมูลข่าวสารที่บันทึกไว้ ในระบบการบันทึกภาพหรือเสียง ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

แต่ถ้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ากรณีที่ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า และเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพสำหรับผู้นั้นหรือเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ หน่วยงานของรัฐจะจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้ก็ได้ บทบัญญัติวรรคสามไม่เป็นการห้าม


มาตรา 11 (ต่อ) เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมขอสำเนา

ข่าวสารนั้นให้ก็ได้ บทบัญญัติวรรคสามไม่เป็นการห้ามหน่วยงานของรัฐที่จะจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการใดขึ้นใหม่ให้แก่ผู้ร้องขอหากเป็นการสอดคล้องด้วยอำนาจหน้าที่ตามปกติของหน่วยงานของรัฐนั้นอยู่แล้ว

ให้นำความในมาตรา 9 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การจัดหาข้อมูลข่าวสารให้ตามมาตรานี้ โดยอนุโลม


28 2547
มติ ครม. เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547

(1) กรณีประชาชนขอข้อมูลข่าวสาร และหน่วยงานรัฐมีพร้อมอยู่แล้ว ให้ดำเนินการโดยเร็วหรือภายในวันที่ขอ

(2) ถ้าขอมากไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ให้แจ้งผู้ขอทราบภายใน 15 วัน และแจ้งกำหนดวันแล้วเสร็จด้วย

*พรฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มาตรา 38 บัญญัติให้ส่วนราชการแจ้งการดำเนินการภายใน 15 วัน*


การแจ้งสิทธิ และคำแนะนำที่ถูกต้อง (มาตรา 12)

1. ถ้าข้อมูลข่าวสารตามคำขอไม่อยู่ในความครอบครองแต่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานอื่น ให้แจ้งผู้ขอทราบและแนะนำให้ไปยื่นคำขอที่หน่วยงานดังกล่าว (ม.12 วรรค 1)

2. ถ้าเป็นข้อมูลที่หน่วยงานอื่นจัดทำและกำหนดชั้นความลับไว้ ให้ส่งคำขอให้หน่วยงานนั้นพิจารณา (ม.12 วรรค 2)

60


หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและสิทธิของประชาชนหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและสิทธิของประชาชน

หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ

สิทธิของประชาชน

  • ขอคำปรึกษา

  • ส่งข้อมูลลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

  • ตรวจดูข้อมูล

  • จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

  • ขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของ

  • ราชการ

  • จัดหาให้ประชาชนเป็นการเฉพาะราย

  • ได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน

  • แนะนำแหล่งที่เก็บข้อมูล

  • ดำเนินการแทนผู้เยาว์

  • อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูล

  • ร้องเรียน

  • อุทธรณ์


ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบัน จะเปิดเผยมิได้

มาตรา 14

ไม่มีข้อยกเว้นหรือใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา


มาตราข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย15

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ จะมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคำนึงถึง * คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารต้องระบุเหตุผลและระบุว่าเป็น ข้อมูลประเภทใดด้วย

1. การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย 2. ประโยชน์สาธารณะ 3.ประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน

  • ความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือการคลัง

  • การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคล

  • รายงานการแพทยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลจะเป็นการรุกล้าสิทธิ ส่วนบุคคลโดยไม่สมควร

  • ข้อมูลที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย หรือผู้ให้ข้อมูลไม่ประสงค์ให้เปิดเผย


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

กรณีคำวินิจฉัยฯ ด้านเศรษฐกิจและการคลังประเทศ

ที่ สค155/2556

นางสาว ก. ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนวน การสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีผู้อุทธรณ์ร้องเรียนกล่าวหานายกองค์การบริหารส่วนตำบล ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • กรณีคำวินิจฉัยฯที่ สค155/2556

    1. คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

    2. รายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริง

    3. บันทึกถ้อยคำพยานบุคคลและเอกสารหลักฐานประกอบการให้ถ้อยคำของพยาน บุคคลนั้น

    4. พยานเอกสารหลักฐานและเอกสารประกอบในสำนวน


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • กรณีคำวินิจฉัยฯที่ สค155/2556

  • สำนักงาน ป.ป.ช. ปฏิเสธการ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอโดยให้เหตุผลว่า สำนวนการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นเอกสารหลักฐาน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 การเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นการต้องห้าม ตามมาตรา 120


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • กรณีคำวินิจฉัยฯที่ สค155/2556

    ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า เรื่องที่ผู้อุทธรณ์ ร้องเรียนกล่าวหา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกับพวกนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการแสวงหา

    ข้อเท็จจริงเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ในขณะนี้จึงยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง รวมทั้งรายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงตามที่ร้องขอ สำหรับข้อมูลข่าวสารรายการอื่นนั้นเป็นเอกสารที่อยู่ในชั้นการรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้น ดังกล่าว จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมควรเปิดเผยให้ทราบ


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • กรณีคำวินิจฉัยฯที่ สค155/2556

    ดังนั้น ที่เห็นว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ระหว่างการ ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงของสำนักงาน ป.ป.ช. การเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมาย เสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ตามมาตรา 15 (2)


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • กรณีคำวินิจฉัยฯที่ สค155/2556

    ดังนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของ หน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้วเห็นว่า ยังไม่สมควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ทราบ ในขณะนี้


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

กรณีคำวินิจฉัยฯ ด้านเศรษฐกิจและการคลังประเทศ ที่ ศ.ค.1/2542

นางสาวจิตติมา มีหนังสือถึงองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) เพื่อขอทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ ชื่อผู้ประมูลและราคาประมูลที่ผู้ประมูลทุกรายยื่นเสนอซื้อสินเชื่อธุรกิจ


กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะทำให้กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์

  • กรณีคำวินิจฉัยฯ ที่ ศ.ค.1/2542

    ปรส. ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า การประมูลสินเชื่อธุรกิจ มูลค่า 3.7แสนล้านบาท ยังไม่สิ้นสุด ยังมีสินทรัพย์อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ปรส. จะต้องนำออกประมูลครั้งที่สองจึงไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นการประมูล

    เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อ กลยุทธการขายและการแข่งขันของสินเชื่อแต่ละกลุ่มซึ่งอาจส่งผลต่อราคาการประมูลครั้งต่อไปได้


  • กรณีคำวินิจฉัยฯ ที่ กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะทำให้ศ.ค.1/2542

    คณะกรรมการวินิจฉัยเห็นว่าการทราบรายชื่อผู้ประมูลเดิม ไม่ได้ทำให้การเสนอราคาประมูลครั้งต่อไป  ได้ราคาต่ำลงแต่อย่างใด

    แต่การเปิดเผยราคาผู้เข้าประมูลเสนอจะมีผลกระทบต่อกลยุทธการขาย และการแข่งขันของสินเชื่อแต่ละกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาการประมูลครั้งต่อไปว่าได้ราคา ต่ำกว่าที่ควรจะได้ อันจะกระทบถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศตามมาตรา 15 (1)


  • กรณีคำวินิจฉัยฯ ที่ กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะทำให้ศ.ค.1/2542

    วินิจฉัยให้ ปรส. เปิดเผยรายชื่อของผู้เข้าประมูลทุกรายตามคำขอของนางสาวจิตติมา และเปิดเผยราคาประมูล 

    ผู้เข้าประมูลทุกราย

    หลังจากที่ได้มีการประมูลสินทรัพย์มูลค่า 3.7 แสนล้านบาท เสร็จสิ้นหนึ่งวัน”

    คำวินิจฉัยดังกล่าวได้วางเงื่อนไขให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยได้เมื่อใด


ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อผู้อื่น (ม.17)

ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด ให้แจ้งผู้นั้นคัดค้านการเปิดเผยภายในเวลาที่กำหนด (ไม่น้อยกว่า 15 วัน) โดยทำเป็นหนังสือ

กระทบถึงประโยชน์ได้เสีย ได้แก่ เรื่องส่วนบุคคล หรือกรณีกฎหมายคุ้มครองสิทธิมิให้เปิดเผย เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือ สิทธิประโยชน์ทางการค้า


ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อผู้อื่น (ม.17)

ถ้ามีการคัดค้าน แล้วเจ้าหน้าที่มีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้าน

ผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งได้ตาม ม.18 (ภายใน 15 วัน)

เจ้าหน้าที่จะเปิดเผยข้อมูลไม่ได้จนกว่าจะล่วงพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ตาม ม.18 หรือ คกก. วินิจฉัยให้เปิดเผย


การออกคำสั่งและการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ม.20)

เจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม ม.15 ไม่ต้องรับผิดแม้อาจเข้าข่ายต้องมีความผิด ถ้ากระทำโดย

1. โดยสุจริต

2. ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดใน ม.16

3. เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวง


หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐต่อข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล (ม.23)

1.เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานของรัฐสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และยกเลิกเมื่อหมดความจำเป็น

2.ตรวจสอบแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ และจัดระบบรักษาความปลอดภัยมิให้นำไปใช้โดยไม่เหมาะสม

3.จัดให้พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

77


ข้อยกเว้นให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ม.24)

โดยหลักข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล จะเปิดเผยโดยเจ้าของข้อมูลไม่ยินยอมเป็นหนังสือไม่ได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย

- ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่

- เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีข้อมูล

- ต่อหน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้านการวางแผน สถิติ หรือสำมะโนต่าง ๆ

- เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย ต่อหอจดหมายเหตุ กรมศิลปากร ตาม ม.26

- ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน การฟ้องคดี

- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล

- ต่อศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงาน/บุคคล ที่มีอำนาจตามกฎหมาย

- กรณีอื่นตามที่กำหนดในราชกิจจานุเบกษา


ข้อยกเว้นให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ม.24)

โดยหลักการข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล จะนำไปเปิดเผยโดยเจ้าของข้อมูลไม่ยินยอมเป็นหนังสือไม่ได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย

- ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่

- เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีข้อมูล

- ต่อหน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้านการวางแผน สถิติ หรือสำมะโนต่าง ๆ

- เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย

- ต่อหอจดหมายเหตุ กรมศิลปากร ตาม ม.26

- ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน การฟ้องคดี

- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล

- ต่อศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงาน/บุคคล ที่มีอำนาจตามกฎหมาย

- กรณีอื่นตามที่กำหนดในราชกิจจานุเบกษา


สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ม.25)

1.สิทธิที่จะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน เมื่อมีคำขอเป็นหนังสือ หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลจะต้องให้ตรวจดูหรือได้รับสำเนา

2. ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลของตน

3. สิทธิในการอุทธรณ์ กรณีหน่วยงานไม่ลบหรือเปลี่ยนแปลงตามคำขอ (อุทธรณ์ภายใน 30 วัน)


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

สำนักงาน ก.ค.ศ. มีหนังสือ แจ้งว่า ก.ค.ศ. มีมติไม่รับพิจารณา คำขอแก้ไขวันเดือนปีเกิดของนาย ช. เนื่องจากการยื่นแบบคำขอแก้ไขวันเดือนปีเกิด ไม่เป็นไปตามข้อ 8 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด ในทะเบียนประวัติ ข้าราชการ พ.ศ. 2548

แต่ นาย ช. อาจขอแก้ไขวันเดือนปีเกิด ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการได้ตามข้อ 12 ของระเบียบสำนักนายกฯ


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

นาย ช.ได้ยื่นแบบคำขอแก้ไข วันเดือนปีเกิดในทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7) มายังคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเพื่อดำเนินการตามพรบ.ข้อมูลข่าวสาร ฯ

นอกจากนั้น นาย ช. มีข้อสังเกตหนังสือ ได้ยื่นในช่วงระยะเวลาการยื่นคำขอแก้ไขวันเดือน ปีเกิดตามข้อ 8 ของระเบียบสำนักนายกฯอีกทั้งปัจจุบันผู้อุทธรณ์ยังคงมีสถานะเป็น ข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้น ก.ค.ศ. จึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณา


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

การมีคำสั่งไม่รับพิจารณาโดยให้เหตุผลว่าผู้อุทธรณ์ ยื่นแบบคำขอไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดจึงไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. ตามพรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และไม่เป็นไปตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ทำให้กระบวนการพิจารณาแก้ไขวันเดือนปีเกิด ดังกล่าวต้องล่าช้าออกไปซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนาย ช.


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

คณะกรรมการฯ การที่ ก.ค.ศ. มีคำสั่งไม่รับพิจารณาคำขอแก้ไขวันเดือนปีเกิดของนาย ช. เป็นการออกคำสั่งไม่แก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยมิชอบ เมื่อ นาย ช. ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่แก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลดังกล่าว คณะกรรมการฯ จึงมีอำนาจพิจารณา วินิจฉัย ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

คณะกรรมการฯ ได้ตรวจดูพยานหลักฐานที่ผู้อุทธรณ์และผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขตก. ยึดถือหลักฐานที่เชื่อถือได้ของทาง ราชการเป็นหลัก โดยหลักฐานสำคัญลำดับแรกคือ สูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิด เพราะเป็นหลักฐานที่ ทางราชการออกให้แก่ประชาชนทุกคนเพื่อแสดงรายการข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดของบุคคลโดยตรง แต่ กรณีนี้ไม่มีสูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิดมาแสดง จึงต้องพิจารณาโดยยึดถือหลักฐานทะเบียน บ้านเป็นหลัก ประกอบกับหลักฐาน อื่นๆ ที่ผู้อุทธรณ์ยื่นประกอบคำขอแก้ไขปีเกิด ได้แก่ แบบ สด. 9 ซึ่งเป็นหลักฐานทางทหาร


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย จึงวินิจฉัยให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ แก้ไข วันเดือนปีเกิดในทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7) ของนาย ช. ตามที่นาย ช. ขอแก้ไข


ขอ (ม.25)แก้ไขวันเดือนปีเกิดทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ. 7)

คำวินิจฉัยฯที่ 126/2556

คณะกรรมการฯ ได้ตรวจดูพยานหลักฐานที่ผู้อุทธรณ์และผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขตก. ยึดถือหลักฐานที่เชื่อถือได้ของทาง ราชการเป็นหลัก โดยหลักฐานสำคัญลำดับแรกคือ สูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิด เพราะเป็นหลักฐานที่ ทางราชการออกให้แก่ประชาชนทุกคนเพื่อแสดงรายการข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดของบุคคลโดยตรง แต่ กรณีนี้ไม่มีสูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิดมาแสดง จึงต้องพิจารณาโดยยึดถือหลักฐานทะเบียน บ้านเป็นหลัก ประกอบกับหลักฐาน อื่นๆ ที่ผู้อุทธรณ์ยื่นประกอบคำขอแก้ไขปีเกิด ได้แก่ แบบ สด. 9 ซึ่งเป็นหลักฐานทางทหาร


คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

องค์ประกอบ (ม.27)

- รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ข้าราชการระดับหัวหน้าส่วนราชการ เช่น ปลัดกระทรวง เลขาธิการ 13 คน เป็นกรรมการ

- ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก 9 คน เป็นกรรมการ


อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ม.28)

1) สอดส่อง ดูแล แนะนำการปฏิบัติตามพรบ.

2) ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ

3) เสนอแนะในการตรา พรฎ. กฎกระทรวง หรือระเบียบ

4) พิจารณาและให้ความเห็นเรื่องร้องเรียนตาม ม.13

5) จัดทำรายงานการปฏิบัติตาม พรบ. เสนอครม. อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี

6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพรบ. นี้

7) ดำเนินการตามที่ครม. หรือนายกรัฐมนตรี มอบหมาย


คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.)

องค์ประกอบ

- ให้มี กวฉ. สาขาต่าง ๆ ตามความเหมาะสมซึ่ง ครม. แต่งตั้งตามข้อเสนอของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ (ม.35)

- คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลตามความจำเป็น แต่ไม่น้อยกว่า 3 คน (ม.36)


คณะกรรมการวินิจฉัยฯ สาขาต่าง ๆ

ปัจจุบันมี กวฉ. เพื่อพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ จำนวน 5 สาขา

1. สาขาการแพทย์และสาธารณสุข

2. สาขาต่างประเทศและความมั่นคงของประเทศ

3. สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการเกษตร

4. สาขาเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ

5. สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้

กฎหมาย


อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยฯอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ

1. วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม ม.14 และ ม.15

2. วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านตาม ม.17

3. วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่ง ไม่แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม ม.25


สิทธิร้องเรียน และ อุทธรณ์ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

ร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

1. ไม่จัดพิมพ์ข้อมูลข่าวสาร

2. ไม่จัดข้อมูลข่าวสารให้ตรวจดู

3. ไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้ตามที่ขอ

4. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้

5. ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า

6. เอกชนไม่ได้รับความสะดวกโดยไม่มีเหตุ

อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

1) คำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

2) คำสั่งไม่ฟังคำคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม ม.17

3) คำสั่งไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม ม.25


ประชาชน อุทธรณ์ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

มีส่วนร่วมทางการเมืองได้โดยตรง

แสดงความคิดเห็นและสะท้อน

ความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน่วยงาน

โปร่งใส ตรวจสอบได้

มีภาพลักษณ์ที่ดี

การทำงานมีประสิทธิภาพ

สังคม

ค่านิยมและวิถีปฏิบัติทางสังคม

ส่งเสริมความคิดพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย


สอบแข่งขัน สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา

คำวินิจฉัยฯที่ 52/2556

ให้เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับธงคำตอบ

  • เรื่องนี้ นาย ก. ได้ขอข้อมูลข่าวสาร คือ สำเนาธงคำตอบวิชา น. 201 กฎหมายลักษณะละเมิดฯ ย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2550 - 2554) เพื่อนำไปตรวจสอบกับการทำข้อสอบ

  • คณบดีฯ มีบันทึกท้ายหนังสือคำขอ ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยไม่ให้เหตุผล


สอบแข่งขัน สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา

คำวินิจฉัยฯที่ 52/2556

  • คณะนิติศาสตร์ฯ ชี้แจงสรุปว่า

  • ได้เปิดเผยแนวทางการตอบ ข้อสอบหรือธงคำตอบเป็นการทั่วไปให้นักศึกษาทราบภายหลังการสอบวิชานั้นๆ ซึ่งจะปิดประกาศ ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะส่งคืนให้กับอาจารย์ผู้ออกข้อสอบ ไม่ได้จัดเก็บไว้ที่คณะ นิติศาสตร์ เนื่องจากแนวทางการตอบข้อสอบดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของอาจารย์ผู้จัดทำแต่ละคน ตามข้อ 21 แห่งประกาศคณะนิติศาสตร์ฯ


สอบแข่งขัน สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา

คำวินิจฉัยฯที่ 52/2556

  • คณะนิติศาสตร์ฯ ชี้แจงสรุปว่า

    ดังนั้น คณะนิติศาสตร์ฯ จึงไม่สามารถให้สำเนาข้อมูลข่าวสาร หากผู้อุทธรณ์ต้องการทราบว่าเหตุใดจึงสอบไม่ผ่านผู้อุทธรณ์สามารถขอดู สมุดคำตอบของตนเองและขอพบอาจารย์ประจำวิชาได้

    ผู้อุทธรณ์จึงทำหนังสือถึงคณะกรรมการ ข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และได้รับการปฏิเสธโดยให้เหตุผลตามมาตรา 15 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารข


สอบแข่งขัน สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา

คำวินิจฉัยฯที่ 52/2556

  • คณะนิติศาสตร์ฯ ชี้แจงสรุปว่า

    ดังนั้น คณะนิติศาสตร์ฯ จึงไม่สามารถให้สำเนาข้อมูลข่าวสาร หากผู้อุทธรณ์ต้องการทราบว่าเหตุใดจึงสอบไม่ผ่านผู้อุทธรณ์สามารถขอดู สมุดคำตอบของตนเองและขอพบอาจารย์ประจำวิชาได้

    ผู้อุทธรณ์ทำหนังสือโดยให้เหตุผลตามมาตรา 15 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯ คณะฯ ได้ให้เข้าพบคณะฯ ได้เรียกพบเพื่ออธิบายเหตุผลเนื่องจากอาจมีผู้ขอใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนำข้อมูลธงคำตอบไปใช้เพื่อการค้า และข้อมูลดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของ อาจารย์ผู้ออกข้อสอบไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ที่คณะฯ


สอบแข่งขัน สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา

คำวินิจฉัยฯที่ 52/2556

คณะกรรมการวินิจฉัยฯ คณะฯ ได้เปิดเผยแนวทางการตอบข้อสอบหรือธงคำตอบเป็นการทั่วไปให้นักศึกษาทราบภายหลังการสอบวิชา นั้นๆ หลังจากนั้นได้ส่งคืนให้กับอาจารย์ผู้ออกข้อสอบ ไม่ได้จัดเก็บไว้ที่คณะฯ เนื่องจาก แนวทางการตอบข้อสอบดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของอาจารย์ผู้ออกข้อสอบ คณะฯ ไม่มีข้อมูล ข่าวสารดังกล่าวอยู่ในความครอบครอง คณะกรรมการฯ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย การปฏิเสธ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว


คำวินิจฉัยฯที่ สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา175/2556

เรื่องนี้ได้ความว่า นาง ก. มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับนาย ส. ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบอนใหญ่ โดยต่างฝ่ายต่างมีคู่สมรสโดยชอบ ด้วยกฎหมายอยู่แล้วเป็นเหตุให้ครอบครัวอีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อน สพป. ก. ได้มีคำสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ ต่อมาจึงได้อุทธรณ์ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์ มีคำสั่งลด โทษผู้ฟ้องคดีจากปลดออกจากราชการเป็นลดขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น


คำวินิจฉัยฯที่ สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา175/2556

ต่อมา จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง มีคำพิพากษาว่า พฤติการณ์ถือว่าเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียถึงเกียรติของข้าราชการและความรู้สึกของ สังคมที่มีต่อการกระทำของนาง ก. ซึ่งเป็นข้าราชการครู ผู้ต้องเป็นแบบอย่างต่อสังคมอันทำให้ราชการ ได้รับความเสียหาย ต่อภาพพจน์ชื่อเสียง แต่พฤติการณ์เป็นเพียงความผิดวินัยไม่ร้ายแรงคำสั่งลดโทษจึงเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย


คำวินิจฉัยฯที่ สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา175/2556

นาง ก. ได้ ขอบันทึกถ้อยคำพยานฝ่ายกล่าวหาของ นาย ข. นาง ค. นาย ง. นาง จ. นาง ฉ. นาย ช. นาง ซ. และนาง ฌ.

  • สพป. ก. มีหนังสือว่า ตามพรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ มาตรา 15 บัญญัติว่า ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ มีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน (4)


คำวินิจฉัยฯที่ สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา175/2556

การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล โดยไม่สมควร ประกอบกับนาง ก. ได้รับทราบข้อมูลจากรายงานการสอบสวนไปแล้ว จึงไม่อนุญาต

คณะกรรมการวินิจฉัยฯเห็นว่า บันทึกถ้อยคำพยานของบุคคล เป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยที่ดำเนินการเสร็จสิ้นและมีคำสั่งลงโทษแล้ว นาง ก. มีส่วนได้เสียโดยตรงในข้อมูลข่าวสารที่มีคำขอ จึงจำเป็นต้องได้รับทราบข้อมูลข่าวสารนั้นเพื่อ ใช้ปกป้องส่วนได้เสียของตน


คำวินิจฉัยฯที่ สอบประจำภาคเรียนผลการศึกษา175/2556

อย่างไรก็ดี การเปิดเผยอาจมีผลกระทบต่อบุคคลผู้ให้ถ้อยคำ จึงควรเปิดเผย โดยปกปิดชื่อหรือข้อความอื่นใดที่จะทำให้ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้ให้ถ้อยคำ ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุก ล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร ตามมาตรา 15 (5) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯ

วินิจฉัยให้ สพป. ก. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามที่นาง ก. ขอ โดยปกปิดชื่อหรือข้อความอื่นใดที่จะทำให้ทราบว่าบุคคลใด เป็นผู้ให้ถ้อยคำ พร้อมทั้งให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องแก่ นาง ก.


การสอบสวนข้อเท็จจริง

คำวินิจฉัยฯที่ 52/2556

ให้เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับธงคำตอบ

  • เรื่องนี้ได้ความว่า นาง ก. มี ความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับนาย ส. ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยต่างฝ่ายต่างมีคู่สมรสโดยชอบ ด้วยกฎหมายอยู่แล้วเป็นเหตุให้ครอบครัวอีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อน สพป.ก. มีคำสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ ต่อมา อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ พิจารณาแล้ว ลดโทษผู้ฟ้องคดีจากปลดออกจากราชการเป็นลดขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น


รายงานการประชุม

คำวินิจฉัยฯที่ 87/2556

นาง ก. ขอสำเนาวาระการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการ สถานศึกษา พร้อมคำรับรองสำเนาถูกต้อง เพื่อใช้เป็น พยานหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่

โรงเรียน มีบันทึก ปฏิเสธการ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ โดยให้เหตุผลว่าเอกสารดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการนำไปประกอบการ อุทธรณ์คำสั่งลงโทษแต่อย่างใด


รายงานการประชุม

คำวินิจฉัยฯที่ 87/2556

โรงเรียนมีหนังสือ ถึงคณะกรรมการฯ ส่งข้อมูลข่าวสารที่ปฏิเสธการ เปิดเผยเพื่อพิจารณา และชี้แจงว่าเป็นการประชุมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนร่วมกับตัวแทนคณะครูโรงเรียนเพื่อขอ คำปรึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหา

คณะกรรมการฯ วนฉ.ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการของโรงเรียนจึงเปิดเผยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบได้เพื่อความโปร่งใส


รายงานการประชุม

คำวินิจฉัยฯที่ 87/2556

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเนื้อหาของข้อมูลข่าวสารเห็นว่า แม้การแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าประชุมจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาเรื่องที่ได้มีการประชุมนั้น แต่หากเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้เข้าประชุมอาจส่งผลกระทบทางใดทางหนึ่ง ต่อผู้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวนั้นได้

เมื่อพิจารณาโดยคำนึงถึง การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว จึงเห็นสมควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่ผู้อุทธรณ์โดยปกปิดชื่อหรือข้อความ อื่นใดที่จะทำให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้แสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการคุ้มครองบุคคลดังกล่าว จึงมีคำวินิจฉัยให้โรงเรียนเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ โดยปกปิดชื่อหรือข้อความอื่นใดที่จะทำให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้แสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งให้ สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องแก่ผู้ขอฯ