ปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย
Download
1 / 44

????????????????????? ???????????????? - PowerPoint PPT Presentation


  • 362 Views
  • Uploaded on

ปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย ในโรงพยาบาลชุมชน. พญ . รัตนา กาสุริย์ 6 พฤศจิกายน 2552. โ รคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน. Pitfall ในการ management 1. การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ทำให้เด็กได้รับยามากเกินไปและ อาจเกิดการดื้อยาได้ 2. การใช้ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไอ อย่างไม่เหมาะสม

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about '????????????????????? ????????????????' - tamal


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
6 2552

ปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อยปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อยในโรงพยาบาลชุมชน

พญ. รัตนา กาสุริย์

6 พฤศจิกายน 2552


6 2552
ปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อยรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

  • Pitfall ในการ management

    1. การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ทำให้เด็กได้รับยามากเกินไปและ

    อาจเกิดการดื้อยาได้

    2. การใช้ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไอ อย่างไม่เหมาะสม

    3. การให้คำแนะนำไม่ถูกต้องควรเน้นเรื่องการเช็ดตัวและการ หลีกเลี่ยงอากาศเย็น


Common cold
ไข้หวัดปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย( Common cold )

  • สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส ส่วนมากเกิดจาก rhinovirus, RSV, influenza virus

  • อาการ ไข้ จาม น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ในเด็กเล็กอาจมีอาการอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย

  • ตรวจร่างกาย พบไข้ต่ำๆ เยื่อบุจมูกบวมแดง คอแดงเล็กน้อย ฟังปอดเสียงหายใจปกติ ยกเว้นในเด็กเล็กอาจมีเสียง

    ครืดคราดจากน้ำมูกอุดตันในช่องจมูก

  • การรักษา ไม่มีการรักษาจำเพาะของโรค

    ให้รักษาตามอาการ


6 2552

  • ยาปฏิชีวนะปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย ไม่ช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วย แต่อาจเกิดการแพ้ยาหรือการดื้อยาได้

  • ยาลดไข้ ใช้กรณีมีไข้ขึ้น ให้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมง ควรเน้นการเช็ดตัวที่ถูกต้องร่วมด้วยโดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติ เช่น น้ำประปา ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำร้อนในการเช็ดตัว ยกเว้นช่วงอากาศหนาวเย็นอาจใช้น้ำอุ่นเล็กน้อยเช็ดตัว เวลาเช็ดตัวต้องแก้ผ้าเด็กออก และเน้นเช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ ควรเช็ดนานประมาณ 10-15 นาที จนตัวเย็นลง

  • การติดแผ่นลดความร้อน (cool gel)ไม่ช่วยลดไข้และมีราคาแพง


6 2552

  • ยาลดน้ำมูกปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย

    อาจได้ผลในเด็กโตที่มีน้ำมูกมาก แต่ในเด็กเล็กผลที่ได้ยังไม่แน่นอน และไม่ควรใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน เพราะอาจทำให้เกิดผลแทรกซ้อนของยาได้

    ในทางปฏิบัติอาจใช้ไม้พันสำลีสอดเข้าไปซับน้ำมูกหรือดูดออกโดยใช้ลูกยางแดง กรณีมีน้ำมูกอุดตันอาจใช้น้ำเกลือ0.9%NSSหยอดจมูกเพียง 1-2 หยดเพื่อให้น้ำมูกลดความเหนียวลงแล้วใช้ผ้าซับออกหรืออาจใช้ 0.25-0.5% ephedrineหยอดจมูก แต่ไม่ควรใช้นานเกิน 5 วัน


6 2552

  • ยาแก้ไอปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย

    ไม่มีความจำเป็นในกรณีที่ไอเล็กน้อย อาจแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นหรือดื่มน้ำมากๆจะทำให้เสมหะเหลวและถูกขับออกมาได้ แต่ถ้าไอมากอาจให้ยาขับเสมหะ guaifenesin หรือ glyceryl guaiacolateส่วนยาระงับไอไม่ควรใช้ในเด็กเป็นหวัด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก นอกจากในรายที่ไอมากจนรบกวนการนอน อาจพิจารณาให้ dextrometrophanเป็นรายๆไป

  • Vitamin C ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าช่วยป้องกันโรคหวัดได้


Acute pharyngitis tonsillitis
คออักเสบ ปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย(Acute pharyngitis,Tonsillitis)

  • สาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส มีบางส่วนเกิดจากเชื้อ group A beta hemolytic streptococcus (GABHS )

  • อาการ

    ถ้าเป็นจากเชื้อไวรัสอาการมักไม่รุนแรง ไข้ เจ็บคอเล็กน้อย ไอ น้ำมูก ตาแดง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต อาการมักเป็นไม่นานเกิน 5 วัน


6 2552

ถ้าเป็นจากเชื้อปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อยGABHSมักพบในเด็กอายุ > 2 ปี มักมีไข้สูง ปวดศีรษะ เจ็บคอ ทอนซิลอักเสบบวมแดง อาจมีหนองบริเวณทอนซิลด้วย อาจมีจุดเลือดออกที่บริเวณเพดานอ่อน ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและกดเจ็บ

  • การวินิจฉัยแยกโรค

    มักใช้ลักษณะอาการทางคลินิก กรณีต้องการยืนยันเชื้อทำได้โดยเก็บ Throat swab culture


6 2552

  • การรักษาปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย

    ในกลุ่ม GABHSให้ยา penicillin50,000-100,000 ยูนิต/กก./วัน วันละ 3 ครั้ง นาน 10 วัน หรือ Amoxycillin 30-50 มก./กก./วัน นาน 10 วัน ถ้ามีประวัติแพ้ penicillinอาจให้ยาerythromycin 30-40 มก./กก./วัน นาน 10 วัน

    ควรเน้นให้กินยาให้ครบ 10 วัน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน คือ acute rheumatic feverและ acute glomerulonephritis


6 2552
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • Pitfall ในการ management

    1. การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

    2. พึงระลึกเสมอว่าหลักการรักษาที่สำคัญที่สุด คือ การให้สารน้ำทดแทนและแก้ไขสมดุลเกลือแร่ที่ผิดปกติ

    3. ต้องแนะนำเรื่องการดูแลความสะอาด การล้างมือ และการล้างขวดนม ที่ถูกวิธี


6 2552

อุจจาระร่วงเฉียบพลัน คือ การถ่ายอุจจาระเหลวอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน

กรณีเด็กทารกกินนมแม่และมีอาการถ่ายบ่อย แต่กินได้ นอนหลับ น้ำหนักเพิ่มขึ้นปกติ ไม่ไช่ภาวะอุจจาระร่ว)

  • สาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น rotavirus ส่วนเชื้อแบคทีเรียที่พบ เช่น shigella salmonella , E.coli


6 2552

  • อาการ อุจจาระร่วงเฉียบพลัน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

    1. Dysentery diarrheaคือ ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน มีอาการปวดเบ่งร่วมด้วย ตรวจอุจจาระพบเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

    2. Non-dysentery diarrhea คือ ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำไม่มีเลือดปน อาจเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย


6 2552

  • การรักษา อุจจาระร่วงเฉียบพลัน

    การให้สารน้ำทดแทน สิ่งสำคัญต้องประเมินให้ได้ว่ามีการขาดน้ำมากน้อยเพียงใด โดยประเมินจาก V/S , การตรวจร่างกาย และปริมาณปัสสาวะ และแก้ไขโดยแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ

    1. ช่วง rehydration

    แก้ตามภาวะการขาดน้ำโดยแก้ 5-10% deficit in 4-6ชั่วโมง โดยให้เป็น 5%DNSSหรือ 5%DN/2

    2. ช่วง 24 ชั่วโมงต่อไป

    ให้เป็นMaintenance +concurrent loss


6 2552

  • ORS อุจจาระร่วงเฉียบพลันปัจจุบันใช้แบบ Reduce osmolarityคือ มีโซเดียม 75 mmol/L ถ้าเด็กขาดน้ำไม่มาก อาจแนะนำการกิน ORSและดูแลที่บ้านได้

  • การให้ยาปฏิชีวนะ

    ควรเลือกให้เฉพาะในรายที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะ shigellaแต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถบอกเชื้อสาเหตุได้แน่นอน ฉะนั้นควรเลือกให้เฉพาะรายที่มีอาการเข้าได้กับการติดเชื้อ shigella คือ มักพบในเด็กโต มีไข้ ปวดเบ่ง ถ่ายปนมูกเลือด แต่ในช่วงแรกอาจถ่ายเป็นน้ำได้ต่อมาจึงมีมูกเลือดปน


6 2552

ยาที่ใช้คือ อุจจาระร่วงเฉียบพลันnorfloxacin 10-20 มก./กก./วัน หรือcetriaxone 50 มก./กก./วัน ฉีดเข้ากล้าม

กรณีเด็กเล็กที่มีไข้ร่วมกับถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหรือเป็นมูกแต่ไม่มีเลือด มักมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ฉะนั้นการให้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีประโยชน์


Wheezing child
Wheezing Child อุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • Pitfall ในการ management

    1. แพทย์มักให้การวินิจฉัยเด็กที่ฟังปอดได้ยินเสียง wheezing ว่าเป็นโรคหอบหืดและรักษาด้วยการให้ยาพ่นขยายหลอดลม ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป

    2. การให้คำแนะนำในการดูแลเด็กที่มี wheezing ยังไม่ถูกต้อง


6 2552

  • Wheezing อุจจาระร่วงเฉียบพลันคือ เสียงที่เกิดจากลมหายใจผ่านหลอดลมที่แคบกว่า ปกติ ซึ่งอาจเกิดจาก asthma, allergy, croup, foreign body หรือใน เด็กเล็กอาจเกิดจากการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจหรือมีเสมหะมาก อุดในหลอดลม ฉะนั้นต้องแยกให้ได้ก่อนว่าเกิดจากอะไรจึงให้การรักษาต่อไป


6 2552

  • Acute wheezing อุจจาระร่วงเฉียบพลันถ้าเกิดในเด็ก < 3 ปี มักพบในภาวะ respiratory tract infection เช่น acute bronchiolitis , croup, viral pneumonia หรือ first attack ของ asthma แต่ถ้าเกิดในเด็กอายุ> 3 ปี ส่วนใหญ่เกิดจาก asthmatic attack

  • Recurrent wheezingคือ การตรวจพบว่ามี wheezing เป็นๆหายๆ มากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก asthma


6 2552


6 2552

สิ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยว่าเป็นสิ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยว่าเป็น asthmaคือ

  • ประวัติ recurrent wheezing ร่วมกับอาการไอ,

  • มักมีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว,

  • มีสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการหอบ เช่น การติดเชื้อไวรัส สูดควันบุหรี่ อากาศเย็นจัด ฝุ่นละออง การออกกำลังกาย

  • การตรวจร่างกายจะพบ expiratory wheezing อาจตรวจพบอาการของโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย เช่น เยื่อจมูกบวม ภูมิแพ้ที่ผิวหนัง

  • การทดสอบโดยการพ่นยาจะมีการตอบสนองต่อยาขยายหลอดลมดีมาก


6 2552

การรักษาสิ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยว่าเป็น ให้การรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิด wheezing ถ้าเป็นจาก asthma ให้การรักษาดังนี้

Specific treatment

  • Beta2 agonistที่ใช้บ่อยคือ salbutamol และ terbutaline มีทั้งแบบ inhale, oral ส่วนมากนิยมใช้แบบพ่นโดยใช้ ventoline solution 0.01-0.03 cc/kg/dose ผสมกับ NSS เป็น 3-3.5 cc พ่น

  • Steroid กรณี acute asthmatic attack ถ้ากินได้ให้ prednisolone 1-2 mg/kg/day ถ้ากินไม่ได้ให้ Hydrocortisone IV 3-5 mg/kg/dose ทุก 4-6 ชั่วโมง


6 2552

Supportive and symptomatic treatmentสิ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยว่าเป็น

  • Oxygen ควรให้ทุกรายที่มีอาการหอบ

  • IV fluid = maintenance+dehydration ไม่ควรให้มากเกินไป อาจเกิด SIADH

  • Antibiotic ให้เฉพาะรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย

  • Antihistamine ไม่จำเป็นต้องให้เนื่องจากอาจทำให้อาการแย่ลงจาก drying effect ของยา

  • สิ่งสำคัญที่สุดควรแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าใจในโรคและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ อากาศเย็น และควรแนะนำให้ออกกำลังกายตามความเหมาะสม


Recurrent abdominal pain
Recurrent Abdominal Painสิ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยว่าเป็น

  • Pitfall ในการ management

    1. แพทย์มักให้การรักษาแบบ Dyspepsia โดยให้แต่ยากิน แต่ไม่ได้อธิบายโรคและไม่ได้ให้คำแนะนำ ทำให้ผู้ปกครองกังวลและพาไปพบแพทย์โดยเปลี่ยนหมอไปเรื่อยๆ

    2. แพทย์มักวินิจฉัยเบื้องต้นจากประวัติโดยอาจไม่ได้

    ตรวจร่างกายละเอียดทำให้วินิจฉัยแยกโรคไม่ถูกต้อง


6 2552

  • อาการปวดท้องเป็นๆหายๆอาการปวดท้องเป็นๆหายๆ คืออาการปวดท้องที่เป็นมาอย่างน้อย 3 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

  • สาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจาก functional abdominal pain คือ ไม่มีสาเหตุทางกายที่ชัดเจน โดยอาการปวดจะไม่สัมพันธ์กับการกิน การขับถ่าย อาการปวดไม่ได้เป็นการแกล้งทำ และมีผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน โดยมักปวดรอบๆสะดือ ปวดเป็นพักๆ อาจมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ร่วมด้วย แต่มักไม่อาเจียน สาเหตุ เกิดจากระบบทางเดินอาหารไวต่อการกระตุ้นมากกว่าคนปกติ สิ่งกระตุ้น เช่น ท้องผูก การติดเชื้อไวรัส แก๊สในลำไส้ อาหารบางชนิด การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจอารมณ์


6 2552

สิ่งสำคัญคือ ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ Organic abdominal painคือ ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ต้องหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม ได้แก่

  • อาการปวดมากจนตื่นมากลางดึก

  • อาเจียนบ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาเจียนมีน้ำดีหรือเลือดปน

  • มีอาการร่วม เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

  • ตำแหน่งที่ปวดชัดเจนห่างจากสะดือ

  • ตรวจพบ organomegaly


6 2552

  • การรักษา ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ

    1.Reassurance อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจว่าการปวดท้องของเด็กเป็นเรื่องจริงไม่ได้แกล้งทำ แต่ไม่ใช่พยาธิสภาพของอวัยวะโดยตรง เกิดจากการทำงานของลำไส้ที่ไวต่อการกระตุ้นและมีการตอบสนองมากกว่าคนปกติ

    2.Psychological support ค้นหาสาเหตุความเครียดทางกายและจิตใจแล้วพยายามแก้ไข


6 2552

3. Environment modification ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมอาการปวด ลดการถามนำและการแสดงความวิตกเกี่ยวกับการปวดท้อง และพยายามให้เด็กมีกิจวัตรตามปกติ

4. การปรับอาหารโดยการเพิ่ม fiber ควรงดเครื่องดื่มที่มี caffeine น้ำอัดลม อาหารรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง

5. การให้ยา ส่วนใหญ่เป็นยาที่ใช้ในการรักษา dyspepsiaเช่น ranitidine, domperidone, omeprazole, antacid


Pneumonia
โรคปอดบวม ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ ( Pneumonia )

Pitfall ในการ management

1.กรณีที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวม แพทย์มักให้ยาปฏิชีวนะเสมอ โดยไม่ได้แยกว่าเป็นปอดบวมจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

2.กรณีรักษาไปแล้วไข้ไม่ลดลงแพทย์มักเปลี่ยนเป็นยาที่แรงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่หาสาเหตุร่วมอย่างอื่นที่ทำให้เกิดไข้ได้ เช่น thrombophleblitis ,pleural effusion

3. ต้องไม่ลืมว่าโรคปอดบวมใน พ.ศ.2552 อาจเกิดจาก Influenza virus H1N1 ได้ กรณีรักษาแล้วไม่ดีขึ้นอาจพิจารณา add ยา Oseltamivir


6 2552

  • ปอดอักเสบ ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อทำให้มีการอักเสบของปอดบริเวณหลอดลมฝอยส่วนปลายและถุงลม

  • สาเหตุ

    เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น Adenovirus, Influenza virus และเชื้อแบคทีเรีย เช่น Streptococcus pneumoniae, Mycoplasma pneumoniae ซึ่งจะเป็นเชื้ออะไรขึ้นอยู่กับกลุ่มอายุผู้ป่วยและ host


6 2552

  • ประวัติสำคัญ ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ คือ ไข้ ไอ หอบ อาจมีซีดเขียวหรือหยุดหายใจร่วมด้วย

  • ตรวจร่างกาย มักพบว่ามีไข้และหายใจเร็วกว่าเกณฑ์ปกติ หายใจลำบาก เช่น มี retraction ฟังเสียงปอดได้ยิน crepitation หรือ rhonchi

  • การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการCBC, film CXR, sputum G/S C/S, nasopharyngeal swab


6 2552

* ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ สิ่งสำคัญควรแยกให้ได้ว่าปอดบวมเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส โดยพิจารณาจาก

Bacterial pneumonia Viral pneumonia

Onset Abrupt Gradual

  • Temperature > 38.5 c < 38.5 c

  • Lung อาจได้ยินเสียงcrepitationมักได้ยินเสียง wheezing ,rhonchi

  • WBC > 15,000 < 15,000

  • PMN > 10,000 < 10,000

  • CXR อาจพบ alveolar , patcy infiltration Hyperinflation,

  • Pneumatocele, pleural effusion Interstitial infiltration


6 2552

การรักษา ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ

  • กรณีเป็นจากเชื้อไวรัส ไม่มีการรักษาจำเพาะยกเว้น Oseltamivir ใน case Influenza

  • กรณีเป็นจากเชื้อแบคทีเรีย ให้ยาปฏิชีวนะโดยคำนึงถึง อายุ อาการทางคลินิก และ CXR โดยพิจารณาดังนี้

  • อายุ < 20 วัน ควร Admit ทุกราย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ group B streptococci และ gram negative bacilli

    ให้ Ampicillin (100-200 MKD) + Gentamicin (5-7 MKD) หรือ 3rdCephalosporin เช่น Claforan (100-200 MKD) ให้ยานาน 7-10 วัน


6 2552

  • อายุ ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ 3 สัปดาห์-3 เดือน

    กรณีไม่มีไข้ อาการค่อยเป็นค่อยไป ไอเป็นชุดแบบตื้นๆ อาจมีตาอักเสบร่วมด้วย ควรคิดถึงC.tracomatis

    ให้กิน Erythromycin นาน10-14 วัน

    ถ้ามีไข้ควร Admit และให้ยา Ampicillin หรือ3rdCephalosporin


6 2552

  • อายุ ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ 3 เดือน-5ปี ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ S.pneumoniae และ H.influenzae

    ถ้าไม่รุนแรงให้กิน Amoxycillin 40-50MKD ถ้าแพ้ Penicillin ให้ยา Erythromycin แทน

    ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันให้คิดถึงเชื้อดื้อยา พิจารณาเปลี่ยนยาเป็น Augmentin (40-50 MKD ของamoxy)

    ในรายที่มีอาการุนแรง พิจารณา admit ควรให้3rdCephalosporin หรือ Augmentin ฉีดนาน 10-14 วัน


6 2552

  • อายุ ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ 5-15 ปี

    ถ้าไม่รุนแรงหรือสงสัยเป็นจาก M.pneumoniae ให้กิน Erythromycin นาน 7-10วัน กรณีสงสัยเป็นจาก S.pnemoniae ให้ยาAmoxycillin หรือ Penicillin 7-10 วัน

    ในรายที่มีอาการรุนแรง ควรให้ Ampicillin หรือ3rdCephalosporin ฉีดนาน 10-14 วัน

    กรณีสงสัยเป็นจาก S.aureus ( เด็กเล็กไข้สูง อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว CXR พบ pneumatocele) ควรให้ฉีด Cloxacillin (100-150 MKD) นาน 3 สัปดาห์


6 2552

  • การรักษาทั่วไป ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ

    1.การให้ออกซิเจน ควรให้ทุกรายที่มี Oxygen sat room

    air < 92%

  • 2.การให้สารน้ำ ควรให้อย่างเพียงพอ ควรเช็ค electrolyte เป็น

    ระยะ ระวัง SIADH

  • 3.ให้ยาขยายหลอดลม ในรายที่ได้ยินเสียง wheezing หรือ

    rhonchi และตอบสนองดีต่อการพ่นยาขยายหลอดลม


6 2552

ภาวะแทรกซ้อน ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ

  • กรณียังมีไข้หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาแล้ว 2 วัน ควรประเมินว่ามีภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่นหรือไม่ เช่น pleural effusion, pneumatocele, lung abscess โดยควรส่ง film x-ray ซ้ำ

  • นอกจากนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อที่อื่นจากภาวะ septicemia เช่น osteomyelitis, septic arthritis โดยเฉพาะรายที่ติดเชื้อ S.aureus


6 2552

THANK YOU ต้องทราบถึงอาการบ่งชี้ของ

FOR

YOUR ATTENTION