slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ขนาดตัวอย่างในการทำวิจัย PowerPoint Presentation
Download Presentation
ขนาดตัวอย่างในการทำวิจัย

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 45

ขนาดตัวอย่างในการทำวิจัย - PowerPoint PPT Presentation


  • 170 Views
  • Uploaded on

ขนาดตัวอย่างในการทำวิจัย. การคำนวณกลุ่มตัวอย่างเพื่อการทำวิจัยทางการพยาบาล วันที่ 25 มีนาคม 2553 ณ ห้องประชุม 402 อาคารราชนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กิตติกา กาญจนรัตนากร งานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์. What is “Routine to Research”?.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ขนาดตัวอย่างในการทำวิจัย' - eldora


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

ขนาดตัวอย่างในการทำวิจัยขนาดตัวอย่างในการทำวิจัย

การคำนวณกลุ่มตัวอย่างเพื่อการทำวิจัยทางการพยาบาล

วันที่ 25 มีนาคม 2553

ณ ห้องประชุม 402 อาคารราชนครินทร์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กิตติกา กาญจนรัตนากร

งานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์

what is routine to research
What is“Routine to Research”?

ผลลัพธ์ของการวิจัยต้องวัดที่ผลต่อตัวผู้ป่วยหรือบริการที่มีผลต่อผู้ป่วยโดยตรงไม่ใช่วัดที่ตัวชี้วัดทุติยภูมิเท่านั้นเช่น ระดับสารต่าง ๆ ในร่างกายหรือผลการตรวจพิเศษต่าง ๆ

การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ผลการวิจัยต้องวนกลับไปมีผลเปลี่ยนแปลงการให้บริการผู้ป่วยโดยตรงหรือต่อการจัดบริการผู้ป่วยจึงจะถือว่าเป็น R2R

Prof. Vicharn Panich

slide3

คำถาม 108 ที่อาจเป็นอุปสรรค

นักวิชาการมักตั้งคำถามเหล่านี้

1.การคำนวณขนาดตัวอย่าง ???

2.ความน่าเชื่อถือของ intervention??

?????????????

slide4

คำถามเหล่านี้

อาจบั่นทอนกำลังใจ

ของนักปฏิบัติการ

ที่กำลังริเริ่มทำวิจัยใหม่ๆ

ทำให้เบื่อหน่าย

และไม่อยากทำวิจัย

แง........แกล้งหนู

ไม่ทำก็ได้

โน่นก็ผิด นี่ก็ผิด

slide5

ทางออกที่ดี

  • พบกันคนละครึ่งทาง
  • พยายามผลักดันให้นักปฏิบัติมองงาน ที่ทำอยู่ประจำวันเป็นงานวิจัย
  • - งานพัฒนาคุณภาพที่ทำอยู่ เก็บข้อมูลดีๆ รายงานผลให้เป็น และใช้สถิติเปรียบเทียบให้ถูกต้อง ก็สามารถ report ได้ในลักษณะของงานวิจัย
slide6
ความสำคัญของขนาดตัวอย่างความสำคัญของขนาดตัวอย่าง
  • - ขนาดเหมาะสม คำตอบที่ถูกต้อง
  • ขนาดเล็กไป ไม่น่าเชื่อถือ เสียเวลา
  • ขนาดมากไป สิ้นเปลืองงบประมาณ เวลา ฯลฯ
slide7
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการคำนวณขนาดตัวอย่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการคำนวณขนาดตัวอย่าง

1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย (objective of the study)

2. ประเภทของตัวแปรหลัก (type of variable)

3. รูปแบบงานวิจัย (study design)

slide8
Study Objective:

- Hypothesis generating (Pilot study)

 No sample size estimation

- Hypothesis confirmation

* Estimation

* Test of hypothesis Sample size estimation

slide9

Descriptive study  estimation

  • ศึกษาค่าเฉลี่ยจากกลุ่มตัวอย่างเพื่ออธิบายค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากร
  • ศึกษาอุบัติการณ์จากกลุ่มตัวอย่างเพื่ออธิบายอุบัติการณ์ที่เกิดในกลุ่มประชากร

อธิบายค่า

อธิบายค่า

ศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อในโรงพยาบาลที่ตำแหน่งผ่าตัด

slide10
Test of hypothesis : การทดสอบสมมติฐาน

อาศัยทฤษฎีความน่าจะเป็นศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างเพื่อทดสอบความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์ของค่าที่สนใจ โดยใช้เทคนิคทางสถิติที่เหมาะสม

  • ประเภทของตัวแปรหลัก

1. Nominalตาย, ติดเชื้อ

2. Ordinal ปวดมาก, ปวดปานกลาง

3. Intervalอุณหภูมิ ,IQ

4. Ratio น้ำหนัก, ส่วนสูง

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

ข้อมูลเชิงปริมาณ

slide11
ขนาดตัวอย่างจะแปรตามพารามิเตอร์ขนาดตัวอย่างจะแปรตามพารามิเตอร์

1. ความน่าจะเป็นของความผิดพลาดในการศึกษา

แสดงเป็นค่า เช่น .05, .10

2. ความแปรปรวนของตัวแปรหลัก   SD2

3. Precision of the estimate หรือ effect size ที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน

2

slide12
Estimation

ขนาดตัวอย่างสำหรับการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างเดียว

1. ขนาดตัวอย่างเพื่อใช้ในการประมาณค่าเฉลี่ย

slide13
เมื่อ คือ ค่าคะแนนมาตรฐานเมื่อกำหนดให้ระดับนัยสำคัญเท่ากับ

คือ ค่าความแปรปรวนของค่าที่เราต้องการศึกษา ปกติในทาง

ปฏิบัติจะไม่ทราบค่าที่แท้จริง จะอาศัยค่าจากการศึกษา ก่อนหน้านี้ หรือจาก pilot studyหรือนำมาจากประสบการณ์ ของผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในวงการนั้นๆ

คือ ระดับความเชื่อมั่นที่กำหนดให้ เช่น 95%, 99%

คือ ค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากรกับค่าเฉลี่ย จากกลุ่มตัวอย่างที่มากที่สุดที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ในการศึกษานี้

2

slide14
ตัวอย่าง

นักวิจัยต้องการค่าเฉลี่ยของปริมาณเกลือฟอสเฟตที่ปรากฏอยู่ในอาหารชุดของผู้ป่วย โดยเคยมีผู้รายงานว่า SD ของเกลือที่ปรากฎอยู่ว่าเท่ากับ 4 ppm. ภายใต้ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% หากกำหนดว่าค่าเฉลี่ยที่ศึกษานี้ มีความคลาดเคลื่อนจากค่าจริงไม่เกิน 0.8 ppm. นักวิจัยจะต้องสุ่มตรวจตัวอย่างในการศึกษานี้ เป็นจำนวนเท่าใด

จากข้อมูลที่ได้ทราบถึง ค่า คือ 4

ค่า ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% คือ 1.96

ค่า คือ ขนาดความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ เกิดขึ้นคือ 0.8

slide15
การคำนวณขนาดตัวอย่าง การคำนวณขนาดตัวอย่าง

= 96.04

ดังนั้น ต้องใช้ตัวอย่าง อย่างน้อย 97 ตัวอย่าง

slide16
2. ขนาดตัวอย่างเพื่อใช้ในการประมาณค่าสัดส่วน
slide17

จำนวนการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ที่เราสนใจจำนวนการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ที่เราสนใจ

จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษานั้น

เมื่อ คือ ค่าคะแนนมาตรฐานเมื่อกำหนดให้ระดับนัยสำคัญเท่ากับ

คือ ค่าสัดส่วนที่เราสนใจจะประเมินโดยปกติคือค่า

คือ ระดับความเชื่อมั่นที่กำหนดให้ เช่น 95%, 99%

คือ ค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างสัดส่วนของประชากรกับค่าของ กลุ่มตัวอย่างที่นักวิจัยยอมให้เกิดขึ้นในการศึกษา

slide18

ตัวอย่าง

หากทางโรงพยาบาลตั้งเป้าหมายว่าสถิติการฉีดยาผิดพลาดของพยาบาลใน 1 ปี ไม่ควรเกิน 5%ทางโรงพยาบาลจึงทำการสุ่มตรวจ ภายใต้ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% และการประมาณอุบัติการณ์นี้จะมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินบวกลบ 1%จะต้องใช้การสุ่มตัวอย่างขนาดเท่าใด

จากข้อมูลที่มีทำให้ทราบ ค่าอุบัติการณ์เท่ากับ 5%

ค่า ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% = 1.96

ค่า คือขนาดความคลาดเคลื่อนไม่เกินบวกลบ 1% = 0.01

slide19
ดังนั้นต้องใช้การสุ่มตัวอย่างขนาด ดังนั้นต้องใช้การสุ่มตัวอย่างขนาด

= 1824

ดังนั้นต้องสุ่มตัวอย่างขนาดอย่างน้อย 1,824 ตัวอย่าง

slide20
การคำนวณขนาดตัวอย่างเมื่อต้องการเปรียบเทียบค่าที่ได้จากการศึกษากับค่าที่เป็นทฤษฎี หรือที่มีการรายงานมาก่อน

1. ขนาดตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่มกับค่าเฉลี่ยที่เป็นทฤษฎีมาตรฐานมาก่อน

หากกำหนดให้ค่าเฉลี่ยที่เป็นมาตรฐาน (Standard Value) เป็น

และค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็น

slide21
เราจะทดสอบสมมุติฐานที่ว่า

นั่นคือ

เมื่อกำหนดค่า และ แล้ว

เราจะได้ค่าคะแนนมาตรฐาน และ ได้

slide22
ขนาดตัวอย่างเมื่อต้องการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างกับค่าเฉลี่ยขนาดตัวอย่างเมื่อต้องการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างกับค่าเฉลี่ย

เป็นมาตรฐาน คือ

เมื่อ คือ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลของประชากร ซึ่งจะได้ จากการศึกษาในอดีต หรือที่มีการอ้างอิงมาก่อน

Zα คือ ค่า Z เมื่อกำหนดขนาดของ type I error

Z คือ ค่า Z เมื่อกำหนดขนาดของ type II error

slide23

โอกาสผิดพลาดของผลการทดลองที่เรายอมรับให้โอกาสผิดพลาดของผลการทดลองที่เรายอมรับให้

เกิดขึ้นได้ (the risk of error one is willing to

tolerate)

  • Type I error หรือαerror
  • Type II errorหรือ  error
slide25

ตารางแสดงค่า zณ ระดับ errorต่างๆ ที่กำหนด

slide26

ตัวอย่าง

ผู้วิจัยต้องการศึกษาว่าค่าคะแนนความเครียดของพยาบาลใน ward ICU จะต่างกับพยาบาลโดยทั่วไปหรือไม่ หากอดีตพบว่าค่าคะแนนความเครียดในพยาบาลทั่วไปจะมีค่าเท่ากับ 98 คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 20 และเมื่อต้องการหาค่าเฉลี่ยคะแนนความเครียดของกลุ่ม พยาบาลใน ward ICU โดยเก็บข้อมูลนำร่องพบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความเครียดของพยาบาลใน wardICUเท่ากับ 110 คะแนนเมื่อ และ จะต้องใช้ขนาดตัวอย่างจำนวนเท่าไหร่

จากข้อมูลที่มี จะได้

slide27
ดังนั้น

= 29.16  30 คน

ต้องใช้ตัวอย่างกลุ่มละ 30 คน

slide28
2. ขนาดตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบค่าสัดส่วนที่ได้จาก 1

กลุ่มตัวอย่าง เทียบกับค่าทฤษฎีหรือค่ามาตรฐาน

อาศัยหลักการเดียวกันจะได้

slide29
เมื่อ เป็นค่าสัดส่วนของกลุ่มมาตรฐานคือ

เป็นค่าสัดส่วนของกลุ่มที่ศึกษาคือ

มีความหมายเช่นที่ผ่านมา

slide30

เดิมมีผู้มาใช้บริการตรวจสุขภาพเพียง 40%คำถามว่าถ้า

โรงพยาบาลส่งไปรษณียบัตรเตือน  ลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มเป็น 50% หากต้องการทำวิจัยสำรวจความเห็นโดยกำหนด = 2% และ = 10% แล้ว ผู้วิจัยควรจะเก็บข้อมูลจำนวนเท่าใดจึงจะเพียงพอ

เราต้องการทดสอบสมมุติฐาน

slide31
กำหนด ดังนั้น

ดังนั้น

แทนค่า

= 317 คนเป็นอย่างน้อย

slide32
3. ขนาดตัวอย่างสำหรับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง

ตัวแปร 2 ตัว

เมื่อเราต้องการศึกษาค่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร x และ y ว่ามี

ค่าเท่าใด มีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่ สูตรการคำนวณขนาดตัวอย่าง

คือ

slide33
เมื่อ คือ ค่า estimate ของสัมประสิทธิ์สัมพันธ์ของค่าตัวแปรทั้ง

สอง ซึ่งอาจได้จาก pilot study,การศึกษาในอดีต, การศึกษาของที่มีการอ้างอิงมาแล้ว

คือ ค่า ที่ได้จากตารางแจกแจงปกติมาตรฐานเมื่อ กำหนดค่า ให้

คือ ค่า ที่ได้จากตารางแจกแจงปกติมาตรฐานเมื่อ กำหนดค่า ให้

slide34

ตัวอย่าง

ต้องการศึกษาความสัมพันธ์ของความสัมพันธ์ระหว่างความหวังกับความพึงพอใจในการดำเนินชีวิตในสตรีที่มีบุตรยากโดยนักวิจัยเชื่อว่าผู้ที่มีค่าความหวัง สูงจะมีค่าความพึงพอใจต่ำ จากการศึกษาของต่างประเทศพบว่าค่าสัมประสิทธิ์สัมพันธ์ระหว่างค่าความหวังกับความพึงพอใจในการดำเนินชีวิตในสตรีที่มีบุตรยาก เท่ากับ -0.2 หากนักวิจัยต้องการศึกษาในคลินิกผู้มีบุตรยากในไทย นักวิจัยควรใช้ขนาดตัวอย่างเท่าไหร่

กำหนด

slide35
ดังนั้น

แทนค่าในสูตรได้ คน นั่นคือจะต้องใช้ตัวอย่าง 261 คน

slide37
กรณีกลุ่มตัวอย่างถอนตัวออกจากการวิจัยกรณีกลุ่มตัวอย่างถอนตัวออกจากการวิจัย

หากมีประสบการณ์ว่าตัวอย่างที่ถูกเลือกเป็นกรณีศึกษาของ

โครงการวิจัยไม่สามารถอยู่ร่วมการวิจัยได้ตลอดช่วงที่กำหนด ซึ่งอาจจะ

ถอนตัวไปด้วยสาเหตุต่างๆ นักวิจัยอาจต้องคำนวณขนาดตัวอย่างเผื่อไว้โดย

เมื่อ เป็นอัตราการถอนตัวหรือไม่อยู่ร่วมการวิจัยอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีสถิติเดิมเก็บไว้ ก็อาจจะเผื่อไว้ได้ถึง 10 – 20%

slide39
s = required sample size.

X2 = the table value of chi-square for 1 degree of freedom at the desired confidence level (3.841).

N = the population size.

P = the population proportion (assumed to be .50 since this would provide the maximum sample size).

d = the degree of accuracy expressed as a proportion (.05).

other sample size determination
Other Sample Size Determination

1. Regression Analysis

n = 5 or 10 x number of independent variables.

2. Factor Analysis

Should not be done with n < 100.

3. Sampling non respondents

Should take sample of 10-20% of non respondents to use in

non-respondent follow up analysis.

slide44
4. Budget, time and other constraints.

- report both appropriate sample size & sample sizes actually used in the study.

- The reasons for using inadequate sample size.

- Should exercise caution when making programmatic recommendations based on research conducted with inadequate sample sizes.

slide45

Reference :

  • Woodward M. Epidemiology Study Design And Data Analysis. 2nd ed. Florida: Chapman & Hall, 2004.
  • Donglas GA. Practical statistics for medical research. London: Chapman & Hall, 1991.
  • Norman RG, Streiner LD. Biostatistics the bare essentials. Missouri: Mosby – Year Book, 1994.
  • Norman RG, Streiner LD. PDQ statistics. Ontario : B.C. Decker, 1986.
  • Saunders DB, Trapp GR. Basic and clinical biostatistics. New Jersey: Applenton & Lange, 1990.
  • Knapp GR, Miller MC. Clinical epidemiology and biostatistics. Maryland: Williams & Wilkins, 1992: 187-231.