project planning n.
Download
Skip this Video
Download Presentation
การวางแผนสำหรับโครงงาน ( Project Planning)

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 44

การวางแผนสำหรับโครงงาน ( Project Planning) - PowerPoint PPT Presentation


  • 37 Views
  • Uploaded on

การวางแผนสำหรับโครงงาน ( Project Planning). การวางแผนโครงการด้วย PERT/CPM.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'การวางแผนสำหรับโครงงาน ( Project Planning)' - camilla-todd


Download Now An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
pert cpm
การวางแผนโครงการด้วย PERT/CPM
  • โครงการ (project) มีลักษณะแตกต่างจากงานประจำในแง่ของเวลาและการดำเนินการ โครงการจะประกอบด้วยกิจกรรมซึ่งมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งโครงการ คือ งานที่มีเวลาแล้วเสร็จ แตกต่างกับงานประจำซึ่งไม่มีเวลาสิ้นสุดของการทำงาน การวางแผนโครงการก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับการวางแผนงานอื่นๆ คือ การกำหนดแนวทางปฏิบัติว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
slide3
การวางแผนโครงการก็มีขั้นตอนต่างๆ โดยเริ่มจากการกำหนด เป้าหมาย ของโครงการ ซึ่งประกอบด้วยทรัพยากรที่ต้องการ เวลาแล้วเสร็จของโครงการและผลลัพธ์ที่จะได้ การกำหนดและมอบหมายงานให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในโครงการ การประมาณการเวลาที่ต้องใช้และทรัพยากรที่ต้องการในการทำกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ โดยอาศัย วิธีการพยากรณ์ การวางแผนการใช้เงินตลอดจนการควบคุมงบประมาณให้อยู่ภายในปริมาณที่กำหนด และประการสุดท้ายผู้บริหารโครงการจะต้องกำหนดนโยบายเพื่อการทำกิจกรรมว่า กิจกรรมจะมีผลกระทบต่อการดำเนินโครงการมากที่สุดในแง่ของเวลาที่แล้วเสร็จของโครงการ และในกรณีที่ต้องเร่งโครงการให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าที่วางแผนไว้ ผู้บริหารโครงการจะต้องกำหนดว่าควรจะใช้ทรัพยากรในกิจกรรมใดเพื่อเร่งรัดให้โครงการเสร็จเร็วขึ้นได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ผู้บริหารโครงการยังจะต้องกำหนดลำดับการทำงานก่อนหลังของกิจกรรมต่างๆ ในโครงการว่า จะต้องทำกิจกรรมใดก่อนหลังกันอย่างไร
slide4
โดยสรุปสำหรับผู้บริหารโครงการ สิ่งซึ่งจำเป็นจะต้องรู้เพื่อการวางแผนและควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ
  • ในโครงการมีกิจกรรมหรืองานย่อยอะไรบ้างที่จะต้องทำ แต่ละกิจกรรมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร กิจกรรมใดต้องทำก่อน กิจกรรมใดต้องทำหลังจากกิจกรรมใด และเวลาที่ต้องใช้ในการทำแต่ละกิจกรรมเป็นเท่าใด
  • โครงการที่ทำมีเวลาแล้วเสร็จเป็นเท่าไร
  • ในบรรดากิจกรรมต่างๆ มีกิจกรรมใดบ้างที่ถือว่าเป็นกิจกรรมวิกฤต (critical activity) ซึ่งหมายถึงกิจกรรมที่เมื่อเกิดล่าช้าไปกว่าที่กำหนด จะมีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จทั้งหมดของโครงการ
  • ในบรรดากิจกรรมต่างๆ มีกิจกรรมใดบ้างที่เมื่อเกิดการล่าช้า จะไม่มีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จของโครงการ และกิจกรรมเหล่านี้อาจล่าช้าได้นานมากที่สุดเท่าใด จึงจะไม่มีผลต่อเวลาแล้วเสร็จของโครงการ
  • ในกรณีที่ต้องการเร่งให้โครงการเสร็จเร็วขึ้นกว่าที่กำหนด จะต้องทำการเร่งรัดกิจกรรมใดบ้าง และจะทำอย่างไรจึงทำให้ต้นทุนการเร่งรัดกิจกรรมถูกที่สุด
slide5

การวางแผนโครงการด้วยวิธีการอื่นๆการวางแผนโครงการด้วยวิธีการอื่นๆ

gantt chart
รูป GANTT CHART แสดงลำดับและเวลาการดำเนินงาน
pert cpm1
การวิเคราะห์ข่ายงาน PERT/CPM

การวิเคราะห์ข่ายงาน PERT/CPM มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิถีวิกฤตของโครงการ ขั้นตอนการวิเคราะห์ข่ายงานประกอบด้วย

  • การแยกแยะงาน (job breakdown)เป็นขั้นตอนการแจกแจงของกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำในโครงการทั้งหมดว่า มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องทำ กิจกรรมต่างๆ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร กิจกรรมใดต้องทำก่อน กิจกรรมใดต้องทำหลัง
  • การประมาณการเวลาของกิจกรรม (activity time estimation)เป็นการประมาณการเวลาที่ต้องใช้ทำแต่ละกิจกรรมโดยอาศัยผู้ชำนาญงานในแต่ละกิจกรรม
slide8
สำหรับข่ายงาน CPM การประมาณการจะทำโดยประมาณการเพียงค่าเดียว โดยถือว่าค่านี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนซึ่งเป็นแบบ Deterministic
  • ถ้าข้อมูลเวลาการทำงานของแต่ละงานไม่ค่อยแน่นอนโดยที่เราสามารถกำหนดหาความน่าจะเป็นของเวลาเหล่านั้น เรียกว่า PERT ซึ่งเป็นแบบ Probabilistic
slide9
1. ขั้นตอนการดำเนินงาน
  • ศึกษาโครงงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดชนิดของงาน
  • กำหนดช่วงเวลา หรือระยะเวลาซึ่งจะใช้ในการทำงานแต่ละขั้นตอน
  • ปรับปรุงโครงงาน
slide10
2. การตั้งรูปแบบปัญหาการวางแผนสำหรับโครงงาน
  • ใช้ประโยชน์จากการสร้างโครงข่าย ด้วยไดอะแกรมลูกศร
    • ลูกศร แทน ความหมายของขั้นตอนของงานต่างๆ ในโครงงาน
    • node แทน ความหมายของเวลาเริ่มต้น และเวลาสิ้นสุดของงาน
    • เส้นปะ แทน ขั้นตอนของงานสมมติ เพื่อช่วยในการหาผลลัพธ์
slide13
กฎเกณฑ์ในการเขียนโครงข่ายของโครงงานกฎเกณฑ์ในการเขียนโครงข่ายของโครงงาน
  • งานแต่ละงานจะใช้แทนด้วยเส้นตรงมีลูกศร เส้นตรงหนึ่งเส้นจะแทนด้วยงานเพียงหนึ่งงานเท่านั้น
  • งานสองงานที่เริ่มทำไปพร้อมกัน จะมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน แต่จะมีจุดสิ้นสุดเดียวกันไม่ได้ เพราะนั้นจะหมายถึงงานทั้งสองงานนั้นเริ่มต้นและสิ้นสุดลงพร้อมกัน......ปัญหานี้จะนำ Dummy เข้ามาช่วย

a

a

1

1

2

3

b

b

3

2

slide16
ตัวอย่าง 2
  • โครงการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ท้องตลาด มีกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำดังแสดงในตารางต่อไปนี้ จงเขียนข่ายงาน PERT/CPM และวิเคราะห์หาเวลาที่ต้องใช้ในการทำโครงการและกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมวิกฤตของโครงการ
slide21

c

6

2

g

a

d

h

5

i

7

1

4

j

b

e

f

8

3

slide22
ตัวอย่าง 4
  • งานก จะต้องทำก่อนทุกงาน
  • งาน ข จะต้องเสร็จก่อนงาน ค จะเริ่ม
  • งาน จ จะทำได้ต่อเมื่องาน ค และ ง เสร็จแล้ว
  • งาน ฉ จะทำได้ต่อเมื่องาน จ และ ซ เสร็จแล้ว
  • งาน ช จะเริ่มได้ภายหลังจากงาน ฉ และ ฆ
4 critical path analysis
4. วิเคราะห์หางานวิกฤติ (critical path analysis)
  • หลังจากเขียนข่ายงานเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้ายคือการหาเส้นทางวิกฤติของข่ายงาน จากเส้นทางวิกฤตินี้จะทำให้ทราบถึงเวลาแล้วเสร็จของโครงการว่าเป็นเท่าใด และกิจกรรมใดบ้างที่อยู่ในเส้นทางวิกฤติ ซึ่งจะทำไปสู่การวางแผนตัดสินใจเพื่อควบคุมโครงการ หรือเร่งรัดโครงการต่อไป
slide24
พิจารณาโครงสร้างต่อไปนี้พิจารณาโครงสร้างต่อไปนี้

3

6

4

1

2

4

5

2

6

3

เส้นทางวิกฤติคือ 1-2 ,2-4 และ 4-5 ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดทั้งโครงการเท่ากับ 13 วัน ซึ่งการจะทำให้โครงการเสร็จเร็วกว่านี้ต้องลดเวลาการทำงานในเส้นทางวิกฤติเท่านั้น ไม่มีประโยชน์ในการลดเวลาในเส้นทางอื่นๆ

slide25
พื้นฐานการวิเคราะห์ข่ายงานพื้นฐานการวิเคราะห์ข่ายงาน

ในการคำนวณหาวิถีวิกฤตจำเป็นต้องทราบถึงนิยามต่างๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ

  • เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด (earliest start, ES)หมายถึง เวลาเร็วที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถเริ่มต้นทำได้
  • เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด (earliest finish, EF)หมายถึง เวลาเร็วที่สุดที่กิจกรรมสามารถทำเสร็จได้
  • เวลาเริ่มต้นช้าที่สุด (Latest start, LS)หมายถึง เวลาช้าที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถเริ่มต้นได้ โดยไม่ทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าไปกว่าที่วางแผนไว้
  • เวลาแล้วเสร็จช้าที่สุด (Latest finish, LF)หมายถึง เวลาช้าที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถทำเสร็จได้ โดยไม่ทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าไปกว่าที่วางแผนไว้
slide26
พื้นฐานการวิเคราะห์ข่ายงานพื้นฐานการวิเคราะห์ข่ายงาน

ในการคำนวณหาวิถีวิกฤตจำเป็นต้องทราบถึงนิยามต่างๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ (ต่อ)

  • เวลาลอยตัวอิสระ (free float, FF)หมายถึง เวลาที่กิจกรรมสามารถเลื่อนเวลาเริ่มต้นหรือทำล่าช้าออกไปจากที่กำหนด โดยไม่มีผลกระทบที่จะทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด และไม่มีผลทำให้กำหนดเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมอื่นที่ตามหลังต้องเลื่อนตามไปด้วย
  • เวลาลอยตัวรวม (total float, TF)หมายถึง เวลาที่กิจกรรมสามารถเลื่อนเวลาเริ่มต้นหรือทำล่าช้าออกไปจากที่กำหนด โดยไม่มีผลกระทบที่จะทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จล่าช้ากว่าที่กำหนด แต่อาจทำให้เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรมที่ตามหลังเลื่อนตามไปด้วย
critical path
วิถีวิกฤต (critical path)

Critical path method มีส่วนซึ่งใช้ในการกำหนดหางานวิกฤติ 2 ส่วน

  • Forward pass คือ ส่วนการกำหนดจากเวลาเริ่มต้นไปถึงเวลาสิ้นสุดของโครงการ โดยคิดหาผลลัพธ์ของเวลาเริ่มต้นเร็วสุดของ node ทุก node ในโครงข่ายของโครงงานซึ่งใช้สัญลักษณ์  แทนความหมายของการเริ่มต้นเร็วสุดของแต่ละ node คำนวณได้ดังนี้

ESj = Maxi (ESi + Dij)

ESj = เวลาเริ่มต้นเร็วสุดของ node j

ESi = เวลาเริ่มต้นเร็วสุดของ node i ใดๆ

Dij = เวลาทำงานของงาน i-j สำหรับ i ใดๆ

slide28

3

7

6

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

slide29

3

7

0

6

0

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

slide30

3

7

0

6

0

0+1

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

slide31

6+1

3

7

0

6

0

0+1

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

slide32

7

3

7

0

6

0

1

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

1+8 , 7+3

slide33

7

3

7

0

6

0

1

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

10

slide34

7

3

7

0

6

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

10

critical path1
วิถีวิกฤต (critical path)

Critical path method มีส่วนซึ่งใช้ในการกำหนดหางานวิกฤติ 2 ส่วน (ต่อ)

  • Backward pass คือ ส่วนการกำหนดจากเวลาสิ้นสุดของโครงงานไล่กลับมาถึงเวลาเริ่มต้นในโครงข่ายของโครงงานซึ่งใช้สัญลักษณ์  แทนความหมายของการเสร็จช้าสุดของแต่ละ node คำนวณได้ดังนี้

LFi = Minj (LFj - Dij)

LFi = เวลาแล้วเสร็จช้าสุดของ node i

LFj = เวลาแล้วเสร็จช้าสุดของ node j ใดๆ

Dij = เวลาทำงานของงาน i-j สำหรับ i ใดๆ

slide36

7

3

7

0

6

15

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

10

slide37

7

3

7

0

6

15

15-1

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

10

slide38

7

3

7

0

6

15

14

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

14-3

10

slide39

11-3 , 14-7

7

3

7

0

6

15

14

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

11

10

slide40

7

7

3

7

0

7-6

6

15

14

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

11

10

slide41

7

7

3

7

0

1

6

15

14

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

11

10

slide42

7

7

3

7

0

1

6

15

14

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

11

10

ผลต่างของหัวลูกศรและท้ายลูกศรใน แต่ละจุดยอดวิกฤติจะเป็นเวลาวิกฤติ และรวมแล้ว = 15

slide43

7

7

3

7

0

1

6

15

14

0

1

15

14

1

1

3

1

2

5

6

8

3

4

11

10

ส่วนใดที่ ESi = LFiจะเรียกจุดนั้นว่า จุดยอดวิกฤติ และ ณ จุดยอดนั้นจะมีเส้นทางวิกฤติอยู่

slide44

จากตัวอย่างที่ 2 ลองหาเส้นทางวิกฤติ และ

เวลา วิกฤติ.....