Slide1 l.jpg
This presentation is the property of its rightful owner.
Sponsored Links
1 / 23

11.3 โพลาไรเซชัน PowerPoint PPT Presentation


  • 184 Views
  • Updated On :
  • Presentation posted in: General

11.3 โพลาไรเซชัน. จะเกิดขึ้นได้กับคลื่น ตาม ขวาง. ทิศทางการสั่นของ สนามไฟฟ้า เรียกว่า เป็นทิศการสั่น ของ โพลาไรเซชัน (Direction of Polarization). คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นคลื่นตามขวาง เกิดจากการแกว่งกวัดของสนามแม่เหล็ก และสนามไฟฟ้ าในทิศที่ตั้งฉากกันและตั้ง ฉากกับทิศการเคลื่อนที่คลื่น.

Download Presentation

11.3 โพลาไรเซชัน

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Presentation Transcript


Slide1 l.jpg

11.3 โพลาไรเซชัน

  • จะเกิดขึ้นได้กับคลื่น ตามขวาง

ทิศทางการสั่นของ สนามไฟฟ้า เรียกว่า

เป็นทิศการสั่น ของ โพลาไรเซชัน

(Direction of Polarization)


Slide2 l.jpg

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นคลื่นตามขวาง เกิดจากการแกว่งกวัดของสนามแม่เหล็ก และสนามไฟฟ้ าในทิศที่ตั้งฉากกันและตั้ง ฉากกับทิศการเคลื่อนที่คลื่น


Slide3 l.jpg

แสงธรรมดาเป็นแสงไม่โพลาไรซ์ จะมีเวกเตอร์ ที่สั่นหลายทิศ

  • ซึ่งสามารถ แแตก เป็น องค์ประกอบ ในแนว X และ Y ได้


11 3 1 l.jpg

11.3.1 การโพลาไรเซซันโดยวิธีการไดโครอิก

  • วิธีการไดโครอิก (dichroism) เป็นการท ำ ให้ เกิดการโพลาไรซ์ โดยใช้วัสดุหรือสารบางอย่าง มาดูดกลืนองค์ประกอบหนึ่ง ของเวกเตอร์

  • ผลึกบางชนิด เช่น ผลึกทัวร์มาลีน (tourmaline) ผลึกเฮอราพาไทต์ (herapathite) ซึ่งใช้ทำ แผ่นโพลารอยด์


Malus s law l.jpg

กฏของมาลุส (Malus's law)

คือความเข้มสูงสุดของแสงที่ผ่านตัววิเคราะห์


Slide6 l.jpg

ข้อควรระวังในการใช้กฎของมาลุส

  • แสงที่จะนำมาคำนวณ ตามกฎ นี้ ต้อง เป็นแสง โพลาไรซ์ เท่านั้น

  • หากเป็น แสงปกติ ก็ต้องทำ ให้เป็นแสง โพลาไรซ์ ก่อน โดยใช้ แผ่นโพลารอยด์ ซึ่ง ความเข้มแสงจะลดลงครึ่งหนึ่ง


Slide7 l.jpg

เปอร์เซ็นต์ของการโพลาไรซ์

  • เป็นการตรวจวัด โดยหมุนตัววิเคราะห์ หาความเข้มสูงสุด และความเข้มตำ่ สุด แล้ว นำมา คำนวณ


Slide8 l.jpg

  • P = 100% เป็นแสงโพลาไรซ์เชิงเส้น

  • P =0 ไม่เป็นแสงโพลาไรซ์


11 3 2 l.jpg

11.3.2 การโพลาไรเซซันโดยการสะท้อน

  • มุมบริวสเตอร์(Brewster’s angle) คือ มุม ตกกระทบ มุมหนึ่งที่ทำ ให้แสงสะท้อน เป็นแสงโพลาไรซ์ เชิงเส้น 100%

  • โดยมีเงื่อนไขว่า


Slide10 l.jpg

  • เมื่อ

  • คือ มุมโพลาไรซ์ (polarizing angle)

    หรือมุมบริวสเตอร์ (Brewster' angle)

  • คือ มุมที่แสงหักเห

และจากกฏของสเนล เงื่อนไขนี้ นำ ไปสู่


Slide11 l.jpg

ตัวอย่าง

15) ถ้าต้องการให้แสงปกติผ ่ า น เข้ามาใน รถได้เพียง 30% จะต้องเคลือบ กระจกรถด้วย ฟิลม ์โพลารอยด์อย่างน้อย ที่สุดกี่ชั้น และแต่ละชั้นจะต้องทำมุมกันเท่ าไร


Slide12 l.jpg

16) แผ่นโพลารอยด์ 3 แผ่น วางซ้อนกันอยู่โดย แผ่นแรกทำมุม 45o กับ แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 2 ทำมุม 45o กับแผ่นที่ 3 จงหาว่า แสงที่ทะลุ ผ่านไปได้ มีความเข้มเป็นสัดส่วน เท่า ไร ของแสงตก


Slide13 l.jpg

17) จงคำนวณหามุมตกที่ทำให้แสงสะท้อนบน

ผ ิวแก้วที่มี n = 1.54 เป็นแสงโพลาไรซ์

18) ถ ้าแสงสะท้อนเป็นแสงโพลาไรซ์ เมื่อแสง

ปกติท ำมุมจาก 60o องศา จงหาดัชนีหักเหและมุมหักเห

ของแก้ว


11 3 3 birefringence l.jpg

11.3.3 การหักเหสองแนว (birefringence)

  • เกิดในสารพวกอสมลักษณ์ (anisotropic)

  • ความเร็วของแสงในทิศทางต่างๆ กันในผลึกนั้นไม่เท่ากัน

  • ทิศทางซึ่งคลื่นทั้งสองชุดนี้สัมผัสกัน เรียกว่า แกนทัศน์ (optic axis)

    (นั่นคือเมื่อคลื่นทั้งสองมีความเร็วเท่ากัน)


Slide15 l.jpg

คลื่นที่เคลื่อนที่ไป 2 ชุด

1 . รังสีธรรมดา (ordinary ray)

  • เป็นคลื่น ทรงกลม

  • หน้าคลื่นของรังสี o คือเส้นที่ลากสัมผัส กับ คลื่นทรงกลม

  • มีการหักเหเป็นไปตามกฏของสเนล

  • ขึ้นกับno


Slide16 l.jpg

2. รังสีผิดธรรมดา (extraordinary ray)

  • เป็นคลื่นทรงรี (extraodinary ray)

  • หน้าคลื่นของรังสี e คือ เส้นที่ลากสัมผัสกับ คลื่นทรงรี

  • ไม่เป็นไปตามกฏของสเนล

  • ขึ้นกับne


Slide17 l.jpg

รังสี o และรังสี e ในผลึกหักเหสองแนว ต่างเป็นแสงโพลาไรซ์เชิงเส้น


Slide18 l.jpg

การโพลาไรซ์แบบวงกลมและวงรี

  • เกิด จากการรวมแสงโพลาไรซ์ แบบเส้นตรง 2 ลำ

  • โดยที่แต่ละ ล ำมีการสั่นของเวกเตอร์ ในทิศทางตั้งฉากกัน


Slide19 l.jpg

แสงโพลาไรซ์แบบวงกลม

  • ผลต่างเฟสของแสงโพลาไรซ์ แบบเส้นตรง 2 ลำ ที่มารวมกัน มีค่า เป็น

  • เมื่อ n เป็น เลขคี่


Slide20 l.jpg

แสงโพลาไรซ์แบบวงรี

  • ผลต่างเฟสของแสงโพลาไรซ์ แบบเส้นตรง 2 ลำ ที่มารวมกัน มีค่า อื่นๆ ที่ไม่ใช่ จำนวนเท่าที่เป็นเลขคู่ของ


Slide21 l.jpg

แสงโพลาไรซ์ แบบ เส้นตรง

  • ถ้า ผลต่างเฟสของแสงโพลาไรซ์ เป็น จำนวนเท่าของ จะเป็น โพลาไรซ์ แบบเส้นตรง เท่านั้น


Slide22 l.jpg

แผ่นเสี้ยวคลื่น(quarter-wave plate) คือ

ผลึกมีความหนาพอดีกับทำ ให้ผลต่างเฟส

ของแสงที่ผ่านออกมาเป็นโพลาไรซ์

แบบวงกลม

( ผลต่างของเฟสของรังสี o และรังสี e เป็น )


Slide23 l.jpg

แผ่นครึ่งคลื่น (half-wave plate) คือ ผลึกมีความหนาพอดีที่ทำ ให้ผลต่างเฟส

ของ แสง (ความถี่ ค่าหนึ่ง) ที่ผ่านผลึก ออกมาเป็นโพลาไรซ์ แ บบเส้นตรง


  • Login