slide1
Download
Skip this Video
Download Presentation
11.3 โพลาไรเซชัน

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 23

11.3 - PowerPoint PPT Presentation


  • 226 Views
  • Uploaded on

11.3 โพลาไรเซชัน. จะเกิดขึ้นได้กับคลื่น ตาม ขวาง. ทิศทางการสั่นของ สนามไฟฟ้า เรียกว่า เป็นทิศการสั่น ของ โพลาไรเซชัน (Direction of Polarization). คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นคลื่นตามขวาง เกิดจากการแกว่งกวัดของสนามแม่เหล็ก และสนามไฟฟ้ าในทิศที่ตั้งฉากกันและตั้ง ฉากกับทิศการเคลื่อนที่คลื่น.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about '11.3 ' - paul2


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1
11.3 โพลาไรเซชัน
  • จะเกิดขึ้นได้กับคลื่น ตามขวาง

ทิศทางการสั่นของ สนามไฟฟ้า เรียกว่า

เป็นทิศการสั่น ของ โพลาไรเซชัน

(Direction of Polarization)

slide2
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นคลื่นตามขวาง เกิดจากการแกว่งกวัดของสนามแม่เหล็ก และสนามไฟฟ้ าในทิศที่ตั้งฉากกันและตั้ง ฉากกับทิศการเคลื่อนที่คลื่น
slide3
แสงธรรมดาเป็นแสงไม่โพลาไรซ์ จะมีเวกเตอร์ ที่สั่นหลายทิศ
  • ซึ่งสามารถ แแตก เป็น องค์ประกอบ ในแนว X และ Y ได้
11 3 1
11.3.1 การโพลาไรเซซันโดยวิธีการไดโครอิก
  • วิธีการไดโครอิก (dichroism) เป็นการท ำ ให้ เกิดการโพลาไรซ์ โดยใช้วัสดุหรือสารบางอย่าง มาดูดกลืนองค์ประกอบหนึ่ง ของเวกเตอร์
  • ผลึกบางชนิด เช่น ผลึกทัวร์มาลีน (tourmaline) ผลึกเฮอราพาไทต์ (herapathite) ซึ่งใช้ทำ แผ่นโพลารอยด์
malus s law
กฏของมาลุส (Malus\'s law)

คือความเข้มสูงสุดของแสงที่ผ่านตัววิเคราะห์

slide6
ข้อควรระวังในการใช้กฎของมาลุสข้อควรระวังในการใช้กฎของมาลุส
  • แสงที่จะนำมาคำนวณ ตามกฎ นี้ ต้อง เป็นแสง โพลาไรซ์ เท่านั้น
  • หากเป็น แสงปกติ ก็ต้องทำ ให้เป็นแสง โพลาไรซ์ ก่อน โดยใช้ แผ่นโพลารอยด์ ซึ่ง ความเข้มแสงจะลดลงครึ่งหนึ่ง
slide7
เปอร์เซ็นต์ของการโพลาไรซ์เปอร์เซ็นต์ของการโพลาไรซ์
  • เป็นการตรวจวัด โดยหมุนตัววิเคราะห์ หาความเข้มสูงสุด และความเข้มตำ่ สุด แล้ว นำมา คำนวณ
slide8
P = 100% เป็นแสงโพลาไรซ์เชิงเส้น
  • P =0 ไม่เป็นแสงโพลาไรซ์
11 3 2
11.3.2 การโพลาไรเซซันโดยการสะท้อน
  • มุมบริวสเตอร์(Brewster’s angle) คือ มุม ตกกระทบ มุมหนึ่งที่ทำ ให้แสงสะท้อน เป็นแสงโพลาไรซ์ เชิงเส้น 100%
  • โดยมีเงื่อนไขว่า
slide10
เมื่อ
  • คือ มุมโพลาไรซ์ (polarizing angle)

หรือมุมบริวสเตอร์ (Brewster\' angle)

  • คือ มุมที่แสงหักเห

และจากกฏของสเนล เงื่อนไขนี้ นำ ไปสู่

slide11

ตัวอย่าง

15) ถ้าต้องการให้แสงปกติผ ่ า น เข้ามาใน รถได้เพียง 30% จะต้องเคลือบ กระจกรถด้วย ฟิลม ์โพลารอยด์อย่างน้อย ที่สุดกี่ชั้น และแต่ละชั้นจะต้องทำมุมกันเท่ าไร

slide12

16) แผ่นโพลารอยด์ 3 แผ่น วางซ้อนกันอยู่โดย แผ่นแรกทำมุม 45o กับ แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 2 ทำมุม 45o กับแผ่นที่ 3 จงหาว่า แสงที่ทะลุ ผ่านไปได้ มีความเข้มเป็นสัดส่วน เท่า ไร ของแสงตก

slide13

17) จงคำนวณหามุมตกที่ทำให้แสงสะท้อนบน

ผ ิวแก้วที่มี n = 1.54 เป็นแสงโพลาไรซ์

18) ถ ้าแสงสะท้อนเป็นแสงโพลาไรซ์ เมื่อแสง

ปกติท ำมุมจาก 60o องศา จงหาดัชนีหักเหและมุมหักเห

ของแก้ว

11 3 3 birefringence
11.3.3 การหักเหสองแนว (birefringence)
  • เกิดในสารพวกอสมลักษณ์ (anisotropic)
  • ความเร็วของแสงในทิศทางต่างๆ กันในผลึกนั้นไม่เท่ากัน
  • ทิศทางซึ่งคลื่นทั้งสองชุดนี้สัมผัสกัน เรียกว่า แกนทัศน์ (optic axis)

(นั่นคือเมื่อคลื่นทั้งสองมีความเร็วเท่ากัน)

slide15
คลื่นที่เคลื่อนที่ไป 2 ชุด

1 . รังสีธรรมดา (ordinary ray)

  • เป็นคลื่น ทรงกลม
  • หน้าคลื่นของรังสี o คือเส้นที่ลากสัมผัส กับ คลื่นทรงกลม
  • มีการหักเหเป็นไปตามกฏของสเนล
  • ขึ้นกับno
slide16
2. รังสีผิดธรรมดา (extraordinary ray)
  • เป็นคลื่นทรงรี (extraodinary ray)
  • หน้าคลื่นของรังสี e คือ เส้นที่ลากสัมผัสกับ คลื่นทรงรี
  • ไม่เป็นไปตามกฏของสเนล
  • ขึ้นกับne
slide17
รังสี o และรังสี e ในผลึกหักเหสองแนว ต่างเป็นแสงโพลาไรซ์เชิงเส้น
slide18
การโพลาไรซ์แบบวงกลมและวงรีการโพลาไรซ์แบบวงกลมและวงรี
  • เกิด จากการรวมแสงโพลาไรซ์ แบบเส้นตรง 2 ลำ
  • โดยที่แต่ละ ล ำมีการสั่นของเวกเตอร์ ในทิศทางตั้งฉากกัน
slide19
แสงโพลาไรซ์แบบวงกลม
  • ผลต่างเฟสของแสงโพลาไรซ์ แบบเส้นตรง 2 ลำ ที่มารวมกัน มีค่า เป็น
  • เมื่อ n เป็น เลขคี่
slide20
แสงโพลาไรซ์แบบวงรี
  • ผลต่างเฟสของแสงโพลาไรซ์ แบบเส้นตรง 2 ลำ ที่มารวมกัน มีค่า อื่นๆ ที่ไม่ใช่ จำนวนเท่าที่เป็นเลขคู่ของ
slide21
แสงโพลาไรซ์ แบบ เส้นตรง
  • ถ้า ผลต่างเฟสของแสงโพลาไรซ์ เป็น จำนวนเท่าของ จะเป็น โพลาไรซ์ แบบเส้นตรง เท่านั้น
slide22
แผ่นเสี้ยวคลื่น(quarter-wave plate) คือ

ผลึกมีความหนาพอดีกับทำ ให้ผลต่างเฟส

ของแสงที่ผ่านออกมาเป็นโพลาไรซ์

แบบวงกลม

( ผลต่างของเฟสของรังสี o และรังสี e เป็น )

slide23

แผ่นครึ่งคลื่น (half-wave plate) คือ ผลึกมีความหนาพอดีที่ทำ ให้ผลต่างเฟส

ของ แสง (ความถี่ ค่าหนึ่ง) ที่ผ่านผลึก ออกมาเป็นโพลาไรซ์ แ บบเส้นตรง

ad