ecology l.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
นิเวศวิทยา Ecology PowerPoint Presentation
Download Presentation
นิเวศวิทยา Ecology

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 41

นิเวศวิทยา Ecology - PowerPoint PPT Presentation


  • 276 Views
  • Uploaded on

นิเวศวิทยา Ecology. ฐปน ชื่นบาล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้. Ecology มาจากภาษากรีก ‘ oikos’ = บ้านหรือที่อยู่อาศัย ‘logos’ = วิชาหรือวิทยาศาสตร์. ความหมาย.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'นิเวศวิทยา Ecology' - landen


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
ecology

นิเวศวิทยาEcology

ฐปน ชื่นบาล

ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยแม่โจ้

slide2
Ecology มาจากภาษากรีก

‘oikos’ = บ้านหรือที่อยู่อาศัย

‘logos’ = วิชาหรือวิทยาศาสตร์

slide3
ความหมาย
  • นิเวศวิทยาเป็นวิชาที่กล่าวถึงสิ่งมีชีวิต (organism) กับสิ่งแวดล้อม (environment) หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ สิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตด้วยกันหรือสิ่งไม่มีชีวิต
slide4
สังคม (Community) หมายถึงประชากร (Population) ของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่พบในเนื้อที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เช่น สังคมของป่าผลัดใบ หรือสังคมทุ่งนา เป็นต้น
  • ประชากร (Population) หมายถึง กลุ่มของสมาชิกของสิ่งมีชีวิตในสปีชีส์เดียวกัน ที่พบในเนื้อที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เช่น

ประชากรของแมลงหวี่ในขวดเพาะเลี้ยง หรือประชากรของกวางป่าในเขาใหญ่

  • ที่อยู่อาศัย (Habitat) คือสถานที่เฉพาะในธรรมชาติที่จะพบพืชหรือสัตว์แต่ละชนิด
  • Niche หน้าที่ที่สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดครอบครองในสังคม เช่นทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต หรือผู้บริโภค
slide5
บทบาทของวิชานิเวศวิทยาบทบาทของวิชานิเวศวิทยา
  • วิชานิเวศวิทยามีการคลอบคลุมเนื้อหากว้างขวางมาก และเข้าไปมีบทบาทในทุกสาขาวิชาของวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เช่น

- นิเวศวิทยาป่าไม้ (forest ecology)

- นิเวศวิทยาสัตว์ป่า (wildlife ecology)

- นิเวศวิทยาทุ่งหญ้า (range ecology)

- นิเวศวิทยามนุษย์ (human ecology)

etc.

slide6
บทบาทการวางแผนการใช้ทรัพยากรบทบาทการวางแผนการใช้ทรัพยากร
  • การนำวิชานิเวศวิทยามาใช้วางแผนการใช้ทรัพยากรให้ถูกต้องตามหลักอนุรักษ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสังคมที่มีเสถียรภาพ

- ต้องเป็นสังคมที่สร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศน้อยที่สุด

- ต้องเป็นสังคมที่อนุรักษ์ไว้ซึ่งแร่ธาตุ พลังงาน และทรัพยากร

อื่น ๆ ให้ได้มากที่สุด คือต้องใช้ปัจจัยในโลกอย่างประหยัดที่สุด

- ประชากรที่เพิ่มขึ้นจะต้องมีอัตราส่วนสมดุลกับที่ตายไปหรือ

สมดุลกับความสามารถของทรัพยากรและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่จะ

รองรับได้

slide7
- เป็นสังคมที่สมาชิกแต่ละหน่วยอยู่ด้วยความพอใจโดยไม่ถูกบีบบังคับ
slide8
การศึกษานิเวศวิทยา

Organism

Population

Community

Ecosystem

Biome

Ecosphere

slide10
ระบบนิเวศ
  • หน่วยการทำงานที่สำคัญที่สุด แสดงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการลำดับขั้นการกินแบบต่าง ๆ ตลอดจนการหมุนเวียนของสารแร่ธาตุ และการถ่ายทอดพลังงานจนทำให้เกิดองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต เป็นระบบที่มีลักษณะต่าง ๆ กัน
slide12
องค์ประกอบของระบบนิเวศองค์ประกอบของระบบนิเวศ
  • ส่วนประกอบที่ไม่มีชีวิต (Abiotic Components)

แบ่งได้ 3 ประเภท

1.1 อนินทรียสาร (Inorganic substance)

องค์ประกอบที่สำคัญในสิ่งมีชีวิต เช่น C N P ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนของแร่ธาตุในวัฎจักรชีวธรณีเคมี (Biogeochemical cycle)

slide13
1.2อินทรียสาร (Organic compound)

สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต

ไขมัน

1.3 ภูมิอากาศ (Climate)

ปัจจัยจำกัด (Limiting factor) เช่น อุณหภูมิ แสง

ความชื้น เป็นต้น

limiting factors
ปัจจัยจำกัด (Limiting Factors)
  • กำหนดเฉพาะปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต ซึ่งได้แก่ปัจจัยทางเคมี-ฟิสิกส์ (Physiochemical Factors)

ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอย่างมาก คือ

เป็นตัวจำกัดการเจริญเติบโตการดำรงชีวิต

และการแพร่กระจาย

liebig s law of the minimum
Liebig’s Law of the Minimum
  • สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการแร่ธาตุและสภาวะแวดล้อมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอัตราส่วนที่ไม่เท่ากัน แต่ความต้องการนี้จะมีค่าใกล้เคียงกับค่าต่ำสุดที่แต่ละสปีชีส์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งถ้าต่ำไปกว่านี้ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นตายไป
  • ต่อมาพบว่าปริมาณของแร่ธาตุอาหารและปัจจัยจำกัดที่มากเกินไป ก็เป็นสาเหตุให้สิ่งมีชีวิตตายเช่นเดียวกัน Limit of Tolelanceกลายเป็นกฏ Shelford’s Law of Tolerance
law of tolerance
หลักเกณฑ์ทั่วไปของ Law of Tolerance

1. สิ่งมีชีวิตอาจทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยจำกัดชนิดหนึ่งได้ในช่วงที่กว้าง และอาจทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยจำกัดอีกอย่างหนึ่งในช่วงที่แคบ

2. สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยจำกัดทุกปัจจัยได้ในช่วงที่กว้าง จะสามารถแพร่กระจายได้กว้าง

3. ปัจจัยจำกัดแต่ละปัจจัยจะมีความสัมพันธ์กันโดยตรง เช่น หญ้าบางชนิดถ้าปริมาณของไนโตรเจนไม่เพียงพอ จะมีผลต่อความทนทานของการขาดน้ำ

slide18
2. ส่วนประกอบที่มีชีวิต (Biotic components)

2.1 จำแนกตามการสร้างอาหาร

2.1.1 สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารได้เอง (Autotrophic

organism) : Photosynthesis/Chemosynthesis)

2.1.2สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง

(Heterotrophic organism)

slide19
2.2 จำแนกตามการกินอาหารหรือถ่ายทอดพลังงาน

(tropic niche)

2.2.1 ผู้ผลิต (Producer)

2.2.2 ผู้บริโภค (Consumer)

Herbivore

Carnivore

Omnivore

Scavenger

slide21
ประเภทของระบบนิเวศ
  • ระบบนิเวศอิสระ(Isolated ecosystem)

ระบบนิเวศที่ไม่มีการถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารในระบบนิเวศกับ

สิ่งแวดล้อมภายนอก

  • ระบบนิเวศปิด (Closed ecosystem)

ระบบนิเวศที่มีการถ่ายทอดพลังงาน แต่ไม่มีการถ่ายทอดสารอาหารใน

ระบบนิเวศกับสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น อ่างเลี้ยงปลา

slide22
ระบบนิเวศเปิด (Opened ecosystem)

ระบบนิเวศที่มีการถ่ายเทพลังงานและสารอาหารภายในและภายนอก

ระบบนิเวศ

ระบบนิเวศไม่สมบูรณ์

ระบบนิเวศที่ขาดองค์ประกอบข้อหนึ่งข้อใดไป เช่นระบบนิเวศใน

ทะเลลึกมาก ๆ (Abyssal ecosystem) จะมีผู้บริโภค

ระดับต่าง ๆ และผู้ย่อยสลาย แต่จะไม่มีผู้ผลิต

slide23
การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ
  • การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาศัยขบวนการที่สำคัญ 3 ขบวนการ คือ

1. การสังเคราะห์แสง/การผลิต

การเปลี่ยนพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมีในรูปสารอาหาร

ในเนื้อเยื่อผู้ผลิต

6 CO2 + 12 H2O 6(CH2O) + 6H2O + 6O2

slide24
2. การหายใจ

ขบวนการให้พลังงานจากการ Oxidation ของสิ่งมีชีวิต มี 3

แบบ คือ

2.1 การหายใจที่ใช้ก็าซออกซิเจนเป็นตัวรับอิเล็คตรอน

(Aerobic Respiration)

2.2 การหายใจที่ใช้สารอนินทรีย์เป็นตัวรับอิเล็คตรอน

(Anaerobic Respiration)

2.3การหายใจที่ใช้สารอินทรีย์เป็นตัวรับอิเล็คตรอน

(Fermentation)

slide25
3. การย่อยสลาย

การสลายซากสิ่งมีชีวิตให้กลับไปสู่สภาพที่ผู้ผลิตจะใช้ได้

slide26
พลังงานในระบบนิเวศ

SUN

Radiant energy

Producer Heat

Chemical Energy

Consumer and Decomposer Heat

Mechanical Energy

slide27
แบบแผนการถ่ายทอดพลังงานแบบแผนการถ่ายทอดพลังงาน

Food Chain : ลูกโซ่อาหาร 3 แบบ

  • แบบจับกิน (Grazing food chain)

พืช ผู้บริโภคขั้นที่ 1ผู้บริโภคขั้นที่ 2

  • แบบเศษอินทรีย์ (Detritus food chain)

เศษใบไม้ปู กุ้ง หอยปลา นก

slide28
3. แบบพาราสิต (Parasitic food chain)

นกไรนกโปรโตซัว

slide35
อัตราการผลิตในระบบนิเวศอัตราการผลิตในระบบนิเวศ

1. อัตราการผลิตปฐมภูมิรวม GPP

อัตราการสังเคราะห์แสงทั้งหมด + สารอินทรีย์ที่ใช้ในการหายใจ

ภายในช่วงเวลาที่วัด

2. อัตราการผลิตปฐมภูมิสุทธิ NPP

อัตราการเก็บสะสมพลังงานในรูปสารอินทรีย์ในพืช ซึ่งหักปริมาณสาร

อินทรีย์ที่ใช้ในการหายใจแล้ว

slide36
3. อัตราการผลิตทุติยภูมิ

อัตราการเก็บสะสมพลังงานในรูปสารอินทรีย์ระดับผู้บริโภค

4. อัตราการผลิตสุทธิของชุมชน

อัตราการเก็บสะสมอินทรียสารที่เหลือจากการใช้โดยผู้บริโภคแล้วใน

ช่วงเวลาหนึ่งที่กำหนดให้

slide37
โครงสร้างลำดับขั้นบริโภคและปิรามิดนิเวศโครงสร้างลำดับขั้นบริโภคและปิรามิดนิเวศ

ปิรามิดนิเวศ

ปิรามิดของจำนวน (Pyramid of number)

ปิรามิดของมวล (Pyramid of biomass)

ปิรามิดของพลังงาน (Pyramid of energy)