slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
เรื่อง อาหาร PowerPoint Presentation
Download Presentation
เรื่อง อาหาร

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 67

เรื่อง อาหาร - PowerPoint PPT Presentation


  • 183 Views
  • Uploaded on

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1. เรื่อง อาหาร. ครูพรเพ็ญ อินต๊ะ. อาหารกับการดำรงชีวิต. อาหาร คือ สิ่งที่รับประทานได้ไม่เป็นพิษและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงต้านทานโรค.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'เรื่อง อาหาร' - hu-kelley


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

เรื่อง อาหาร

ครูพรเพ็ญ อินต๊ะ

slide2

อาหารกับการดำรงชีวิต

อาหาร คือ สิ่งที่รับประทานได้ไม่เป็นพิษและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงต้านทานโรค

slide3

สารอาหาร คือ สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของอาหารเป็นสิ่งที่กินเข้าไปแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน ใช้ในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและใช้ในกิจกรรมต่างๆของสิ่งมีชีวิต มี 6 ชนิด คือ คาร์โบโฮเดรต โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ และน้ำ

slide4
สารอาหารทั้ง 6 ชนิด

1.คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากพืช เช่น ข้าว เผือก มัน และอ้อย

2.โปรตีน ได้แก่ เนื้อ ไข่ นม และถั่ว

3.ไขมัน ได้แก่ ไขมันและน้ำมัน แหล่งที่มาทั้งจากสัตว์และพืช

4.วิตามิน ได้แก่ ผัก และผลไม้

5.แร่ธาตุ ได้แก่ ผัก และผลไม้

6.น้ำ ได้แก่ น้ำเปล่า และน้ำแร่

slide5

สารอาหารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายและสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย

1.สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

2. สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย คือ วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำ

slide6

สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย

คาร์โบไฮเดรต

-พบในแป้งและน้ำตาล

-เมื่อย่อยแล้วได้โมเลกุลที่เล็กที่สุด คือ กลูโคส

-ให้พลังงาน 4 kcal/g

-ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากคาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมไว้

-

slide7

-เป็นแหล่งพลังงานซึ่งสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อและตับทั้งแป้งและไกลโคเจนจะถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อใช้เผาผลาญพลังงานในยามที่เราต้องการ-เป็นแหล่งพลังงานซึ่งสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อและตับทั้งแป้งและไกลโคเจนจะถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อใช้เผาผลาญพลังงานในยามที่เราต้องการ

-ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายควรได้รับขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานของแต่ละบุคคล กล่าวคือพลังงาน 50-60% ได้มาจากคาร์โบไฮเดรต

slide8

ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรตประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต

1.ให้พลังงานแก่ร่างกาย

2.ช่วยทำให้ไขมันเผาผลาญได้สมบูรณ์

3.เก็บสะสมไว้ในร่างกาย เพื่อนำไปใช้เวลาขาดแคลน

-ผลของการขาดคาร์โบไฮเดรต จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ตาลาย

slide9

โปรตีน

  • พบในกลุ่ม เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว
  • เมื่อย่อยแล้วได้กรดอะมิโน
  • ให้พลังงาน 4 kcal/g
  • ร่างกายเปลี่ยนโปรตีนเป็นคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
slide10

กรดอะมิโนมีอยู่ 8 ชนิดที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเองไม่ได้ และจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเรียกว่า กรดอะมิโนจำเป็น

  • ปริมาณของโปรตีนที่ร่างกายควรได้รับ

เด็ก ปริมาณ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ผู้ใหญ่ ปริมาณ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

slide11

ประโยชน์ของโปรตีน

1.ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

2.เป็นองค์ประกอบของสาระสำคัญต่างๆในการสร้างเอนไซม์ ฮอร์โมนและสารภูมิคุ้มกัน

  • ผลของการขาดโปรตีน

เด็กถ้าหากขาดโปรตีนอย่างมากจะทำให้เกิดโรคคะวาซิออร์กอร์(kwashiokor)มีอาการอ่อนเพลีย บวม ตับโต

ผู้ใหญ่ ซูบผอม ไม่มีเรี่ยวแรง ฟื้นจากโรคได้ช้า

slide12

ไขมัน

  • พบในน้ำมันจากพืชและสัตว์
  • ไขมันมี 2 ประเภทคือ ไขมันธรรมดา ได้แก่ ไขมันสัตว์และน้ำมันพืช และไขมันพิเศษ เช่น ไข่แดง
  • เมื่อย่อยแล้วได้กรดไขมันกับกลีเซอรอล
  • ให้พลังงาน 9 kcal/g
  • ช่วยละลายวิตามิน A D E และ K
slide13

คอเลสเตอรอล เป็นไขมันพิเศษที่ตับสร้างขึ้นได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เนื่องจากจะทำให้ไปสะสมอยู่ตามหลอดเลือด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน

  • ถ้ารับประทานไขมันในปริมาณมากจะทำให้เกิดโรคอ้วนและความดันโลหิตสูงได้
slide14

ประโยชน์ของไขมัน

1.เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย

2.ไขมันที่สะสมไว้ใต้ผิวหนังเป็นฉนวนป้องกันความร้อนไม่ให้สูญเสียออกจากร่างกาย

3.เป็นส่วนประกอบของเซลล์ประสาทเยื่อหุ้มเซลล์

-ผลของการขาดไขมัน

1.ผิวหนังแห้งแตกเป็นแผล และเป็นโรคผิวหนังได้ง่าย

2.ทำให้อาหารไม่อยู่ท้อง คือ หิวง่าย

slide15

การทดสอบอาหาร

ได้สารละลายสีม่วงเข้ม

ได้ตะกอนสีแดงอิฐ

นำไปต้ม 2 นาที

ทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกซ์

ทดสอบด้วยสารละลายไอโอดีน

กลุ่มน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

กลุ่มแป้ง

วิธีทดสอบอาหาร

นำไปถูกับกระดาษ

ทดสอบไขมัน

ทดสอบคาร์โบไฮเดรต

ทดสอบโปรตีน

กระดาษโปร่งแสง

หยดสารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต 5 หยด

และสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 10หยด

ได้สารละลายสีม่วง

slide16

การทดสอบอาหาร

คาร์โบไฮเดรต

โปรตีน

ไขมัน

slide17

กลุ่มแป้ง

ได้สารละลายสีม่วงเข้ม

ทดสอบด้วยสารละลายไอโอดีน

slide18

ทดสอบคาร์โบไฮเดรต

ทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกซ์

กลุ่มน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

ได้ตะกอนสีแดงอิฐ

นำไปต้ม 2 นาที

slide19

ทดสอบโปรตีน

หยดสารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต 5 หยด

ได้สารละลายสีม่วง

และสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 10หยด

slide20

ทดสอบไขมัน

นำไปถูกับกระดาษ

กระดาษโปร่งแสง

slide21

เรื่อง สารอาหารไม่ให้พลังงาน

ครูพรเพ็ญ อินต๊ะ

slide22

วิตามิน

ร่างกายต้องการวิตามินในปริมาณน้อยมาก แต่มีความจำเป็นต้องได้รับ เพราะมีบทบาทในการควบคุมปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ต่างๆในร่างกายสามารถเจริญเติบโต และทำหน้าที่ได้อย่างเป็นปกติ

วิตามินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

-วิตามินไม่ละลายในน้ำหรือวิตามินละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A D EและK

-วิตามินละลายในน้ำได้แก่ วิตามินBชนิดต่างๆ และวิตามินC

slide23

วิตามินละลายในไขมัน

วิตามิน

ผลการขาด

ประโยชน์

วิตามินAพบในอาหารจำพวก ไข่ ผัก ผลไม้

จะทำให้เด็กไม่เจริญเติบโต ผู้ใหญ่ตามองไม่เห็นในที่สลัว ตาอักเสบ

ช่วยบำรุงสายตาและผิวหนังช่วยสร้างเคลือบฟัน

วิตามิน D

พบในอาหารจำพวก

นมแปรรูป ปลา ไข่ ตับ

สร้างโดยเซลล์ผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด

ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ฟอสฟอรัส

ช่วยรักษากระดูกและฟัน

จะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนและฟันผุ

slide24

วิตามิน

วิตามิน E

พบในอาหารจำพวก

เมล็ดข้าว ถั่ว ผักใบเขียว ธัญพืช

จะทำให้เป็นหมัน กล้ามเนื้อลีบ

โลหิตจาง เนื่องจากเม็ดเลือด

แดงแตก

ช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดแดง

ป้องกันการเป็นหมันและแท้งลูก

ช่วยสร้างเอนไซม์หลายชนิด

ผลการขาด

ประโยชน์

วิตามิน K

พบในอาหารจำพวก

ตับ นม ผักใบเขียวหรือเหลือง

สร้างโดยการสังเคราะห์แสงของ

แบคทีเรียในลำไส้

ช่วยให้เลือดแข็งตัว

จะทำให้มีอาการเลือดออกง่าย

ไม่แข็งตัว

slide25

วิตามินละลายในน้ำ

วิตามิน

ผลจากการขาด

ประโยชน์

วิตามินB1

พบในอาหารจำพวก

เนื้อสัตว์ ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เห็ด

บำรุงประสาทและหัวใจ

ช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต

จะทำให้มีอาการเหน็บชา

อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หงุดหงิด

จะทำให้เกิดโรคปากนกกระจอก

ผิวหนังอักเสบ แห้ง แตก

และปวดศีรษะ

วิตามินB2

พบในอาหารจำพวก

ผักยอดอ่อน เนยแข็ง ตับ ไข่

ช่วยให้การเจริญเติบโตเป็นไปตาม

ปกติ

บำรุงผิวหนัง ลิ้น ตา

วิตามินB6

พบในอาหารจำพวก

เนื้อสัตว์ ข้าวโพด มันฝรั่ง ตับ

ช่วยรักษาสุขภาพเหงือกและฟัน

ช่วยรักษาเส้นเลือดและเม็ดเลือดแดง

ช่วยในการทำงานของระบบย่อย

จะทำให้มีอาการบวม เบื่ออาหาร

ประสาทเสื่อม เป็นโรคโลหิตจาง

ผิวหนังแห้ง

slide26

วิตามิน

ประโยชน์

ผลจากการขาด

ช่วยรักษาสุขภาพของระบบประสาท

จำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง

ป้องกันโรคโลหิตจาง

วิตามินB12

พบในอาหารจำพวก

ตับ เนย เนื้อปลา หอย กะปิ

จะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง

ประสาทเสื่อม

ต้านทานการติดเชื้อ

ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

ช่วยในการดูดซ่อมอาหารอื่นภาย

ในร่างกาย

ช่วยในการต่อกระดูกรักษาบาดแผล

จำเป็นต่อการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

ช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดแข็ง

ไม่เปราะหรือแตกง่าย

จะทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด

เหงือกบวม กระดูกอ่อน

เป็นหวัดง่าย

วิตามินC

พบในอาหารจำพวก

ผลไม้ ผักใบเขียว

slide27

การทดสอบวิตามิน C

วิธีทดสอบวิตามินซี โดยหยดวิตามินซีและน้ำผลไม้จนกระทั่งสารสีละลายสีน้ำเงินค่อยๆจางไปจนเปลี่ยนเป็นสารละลายไม่มีสี แล้วเปรียบเทียบกับจำนวนหยดของสารละลายวิตามินซีและน้ำผลไม้

slide28

หยดสารละลายไอโอดีน

หยดสารละลายไอโอดีน

หลอดที่ 2

หลอดที่ 1

การทดสอบวิตามิน C

น้ำแป้งสุก

น้ำแป้งสุก

ได้สารละลายสีน้ำเงิน

ได้สารละลายสีน้ำเงิน

ทดสอบวิตามินซี

ทดสอบวิตามินซี

หยดน้ำผลไม้ที่ต้องการทดสอบ

หยดสารละลายวิตามินซี 0.001%

หลอดที่ 2

หลอดที่ 1

slide29

แร่ธาตุ

ร่างกายต้องการใช้แร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่แร่ธาตุก็มีความจำเป็นต่อร่างกาย แร่ธาตุเป็นสารอาหารที่ไม่ได้สร้างจากสิ่งมีชีวิต แต่เป็นสารที่พืชดูดซึมขึ้น มาจากดินผ่านทางราก เราจึงได้แร่ธาตุต่างๆจากการรับประทานผัก และผลไม้ ดังนั้นในแต่ละวันเราควรรับประทานอาหารหลายๆชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วน

slide30

ร่างกายมีส่วนประกอบของธาตุอยู่แล้ว คือ ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และไนโตรเจน ซึ่งธาตุทั้ง 4 ได้รับจากสารอาหาร คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน นอกจากธาตุทั้ง 4 ที่เป็นส่วนประกอบของร่างกายธาตุอื่นๆ ที่มีปริมาณน้อยกว่า เรียกว่า แร่ธาตุ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก ไอโอดีน คลอรีน ฟลูออรีน ฯลฯ

slide31

แร่ธาตุที่เป็นต่อร่างกายแร่ธาตุที่เป็นต่อร่างกาย

แร่ธาตุ

ผลจากการขาด

ประโยชน์

เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน

ช่วยในการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และประสาท

ช่วยในการแข็งตัวของเลือด

แคลเซียม

พบในอาหารจำพวก

นม เต้าหู้ เนย ผักใบเขียว

จะทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน

เลือดแข็งตัวได้ช้า ระบบทำงาน

ของหัวใจไม่ปกติ

ช่วยในการสร้างกระดูกและฟัน

ช่วยสร้างเซลล์สมองและประสาท

ช่วยในการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต

จะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน

การยืด และหดตัวของกล้ามเนื้อไม่ดี

ฟอสฟอรัส

พบในอาหารจำพวก

เนื้อสัตว์ ไข่ นม ตับ

slide32

แร่ธาตุ

ผลจากการขาด

ประโยชน์

ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย

จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ

และประสาท

โพแทสเซียม

พบในอาหารจำพวก

ปลา ผัก ผลไม้ นม

จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

โซเดียม

พบในอาหารจำพวก

เกลือแกง อาหารทะเล เนื้อปลา

ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย

เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย

ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ปกติ

จะทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร

เป็นตะคริว

slide33

ประโยชน์

ผลจากการขาด

แร่ธาตุ

แมกนีเซียม

พบในอาหารจำพวก

เนื้อวัว ธัญพืช ผัก ถั่ว นม

จะทำให้เกิดอาการชัก เกิดความ

ผิดปกติของระบบประสาทและ

กล้ามเนื้อ

จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ

และประสาท

เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน

ช่วยกระตุ้นให้เอนไซม์ทำงาน

เหล็ก

พบในอาหารจำพวก

ตับ ไข่แดง ผลไม้ตากแห้ง

เป็นส่วนประกอบของเฮลโมโกลบิน

ในเม็ดเลือดแดง

ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง

จะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง

อ่อนเพลีย

slide34

แร่ธาตุ

ประโยชน์

ผลจากการขาด

ไอโอดีน

พบในอาหารจำพวก

อาหารทะเล เกลือผสมไอโอดีน ปลา

ช่วยในการเจริญเติบโต

เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมน

ซึ่งช่วยในการปลดปล่อยพลังงาน

จะทำให้เกิดโรคคอพอก

แคระแกร็น เชื่องช้าทั้งความคิด

และอากัปกริยา

คลอรีน

พบในอาหารจำพวก

เกลือแกง ซอสถั่วเหลือง

ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย

ช่วยย่อยอาหาร

จะทำให้การถ่ายไม่ปกติ

ฟลูออรีน

พบในอาหารจำพวก

ชา ปลา อาหารทะเล

จะทำให้ฟันผุง่าย

ช่วยสร้างกระดูกและฟัน

ป้องกันฟันผุ

slide35
น้ำ

น้ำเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ในร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 50-70% ของน้ำหนักตัว โดยทั่วไปเพศชายมีมากกว่าเพศหญิง

slide36

ความสำคัญของน้ำต่อร่างกายความสำคัญของน้ำต่อร่างกาย

1.ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

2.ช่วยทำละลายสารต่างๆที่มีความสำคัญต่อร่างกาย เช่น เกลือแร่ น้ำตาล โปรตีน และวิตามิน

3.ช่วยในการย่อยอาหาร กำจัดของเสียออกทางเหงื่อ และปัสสาวะ

4. ช่วยในการเกิดปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย

5.ป้องกันการเสียดสีของอวัยวะในร่างกาย

6.ในภาวะปกติควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร

slide37
พีระมิดอาหาร

ยอดพีระมิดเป็นอาหารพวกไขมันได้แก่ น้ำมัน ของหวานต่างๆซึ่งควรบริโภคในปริมาณน้อย

นม โยเกิร์ต เนยแข็ง 2-3 หน่วยบริโภค

เนื้อสัตว์ ปลาถั่ว ไข่ 2-3 หน่วยบริโภค

ผลไม้ต่างๆ 2-4 หน่วยบริโภค

พืชผักต่างๆ 3-5 หน่วยบริโภค ร่างกายต้องการปริมาณมากรองจากคาร์โบไฮเดรต

ฐานพีระมิดเป็นอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง ขนมปัง 6-11 หน่วยบริโภค

slide38
ทุพโภชนาการ

ทุพโภชนาการ คือ ภาวะโภชนาการที่ไม่ดีซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือภาวะขาดสารอาหาร และภาวะโภชนาการเกิน ดังนี้

1)ภาวะขาดสารอาหาร หมายถึง ภาวะที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือสารอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนปริมาณหรือหลากหลายเพียงพอกับความต้องการของร่างกายซึ่งมีผลทำให้ร่างกายมีสุขภาพไม่แข็งแรง อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆได้ง่าย

2)ภาวะโภชนาการเกิน หมายถึง ภาวะที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือสารอาหารที่เกินต่อความต้องการของร่างกาย เช่น บริโภคอาหารที่ให้พลังงานเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้ หรือการได้รับวิตามินมากเกินไป เช่น วิตามินเอ วิตามินดี อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

slide39
โรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการโรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการ

โรคทีเกิดจากการขาดแร่ธาตุ

-ขาดธาตุเหล็กทำให้เป็นโรคโลหิตจาง

-ขาดธาตุไอโอดีนทำให้เป็นโรคคอพอก สติปัญญาเสื่อม

-ขาดธาตุโซเดียมทำให้เบื่ออาหาร เป็นตะคริว ชัก

-ขาดธาตุแมกนีเซียมทำให้กล้ามเนื้อกระตุก

โรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน

-ขาดวิตามินเอ ทำให้เป็นโรคตาฟาง

-ขาดวิตามินบี1 ทำให้เป็นโรคเหน็บชา

-ขาดวิตามินบี2 ทำให้เป็นโรคปากนกกระจอก

-ขาดวิตามินซีทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด

-ขาดวิตามินดี ทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน

-ขาดวิตามินทำให้เป็นโรคเลือดแข็งตัวช้า

  • โรคที่เกิดจากการขาดโปรตีน
  • ร่างกายอ่อนแอเจริญเติบโตช้า
  • ภูมิต้านทานต่ำติดโรคได้ง่าย
  • พัฒนาการทางด้านสติปัญญาล่าช้า
slide40
โรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไม่เหมาะสมโรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไม่เหมาะสม

โรคอ้วน

-รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกินไป

โรคปวดตามข้อ

-รับประทานโปรตีนจากสัตว์ปีกและเครื่องในมากเกินไป

การรับประทานอาหารบางประเภทมากเกินไป

โรคเบาหวาน

-รับประทานอาหารประเภทน้ำตาลมากเกินไป

-การทำงานของฮอร์โมนอินซูลินผิดปกติ

-มีน้ำตาลกลูโคสปนออกมากับปัสสาวะ

ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

-รับประทานอาหารจากสัตว์ปีกมากเกินไป

slide41
การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ 9 ประการ

1) กินอาหารครบ 5 หมู่

2) กินข้าวเป็นอาหารหลัก

3) กินพืชผักให้มาก

4) กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ

5) ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย

6) กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร

7) หลีกเลี่ยงการกินอาหรรสหวานจัดและเค็มจัด

8) กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน

9) งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

slide42
การรับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วนการรับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน

ปริมาณที่ร่างกายต้องการตามความเหมาะสมกับเพศ วัย และการทำงาน

พลังงานของร่างกายได้มาจากอาหาร ปริมาณอาหารที่เรารับประทานจึงมีความสัมพันธ์กับพลังงานที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นในแต่ละวันเราจึงต้องการพลังงานจากสารอาหารเพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ในปริมาณทีแตกต่างขึ้นอยู่กับเพศ วัย สภาพร่างกาย และกิจกรรมของแต่ละบุคคล เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์

slide43

เพศเดียวกัน อายุเท่ากัน แต่อาชีพต่างกันชายที่มีอาชีพเป็นกรรมกรใช้พลังงานมากกว่าชายที่มีอาชีพเป็นเลขานุการ

เพศต่างกัน อายุเท่ากัน เพศชายต้องการพลังงานมากกว่าเพศหญิง

ความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน ไปในแต่ละวัน

เพศเดียวกัน อายุเท่ากัน แต่สภาพร่างกายต่างกันความต้องการพลังงานต่างกัน หญิงมีครรภ์อายุ 25ปี และหญิงอายุ 25 ปีที่ต้องให้นมบุตร ต้องการพลังงานมากกว่าหญิงมีครรภ์

เพศเดียวกันอายุไม่เท่ากันต้องการพลังงานต่างกัน วัยที่กำลังเจริญเติบโตซึ่งต้องทำกิจกรรมมากจะใช้พลังงานมาก

slide44

สารปนเปื้อนในอาหาร

  • อาหารที่เรารับประทานกันทุกวันนี้มีหลายชนิดที่มีสารพิษเจือปน เมื่อบริโภคแล้วจะทำให้ผู้บริโภคเกิดการเจ็บป่วยได้ สารพิษที่ปะปนในอาหารสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
  • สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
  • สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์
slide45

ไวรัสทำให้เกิดโรคตับอักเสบไวรัสทำให้เกิดโรคตับอักเสบ

แบคทีเรียทำให้เกิดโรคท้องเสีย อหิวาตกโรค

ไวรัสทำให้เกิดโรคไข้หวัดนก

อะฟลาทอกชินทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ

สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

สารพิษในพืชหรือสัตว์

- เห็ดมีพิษบางชนิด

- ผักขี้หนอน

- ปลาปักเป้า

- แมงดาทะเล

ถ้ามีสารพิษอยู่ในอาหาร เมื่อเรารับประทานเข้าไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

พยาธิบางชนิด

- พยาธิใบไม้ในตับเกิดจากการรับประทานปลาดิบที่มีไข่พยาธิ ซึ่งไข่พยาธิจะเจริญเติบโตในร่างกาย ทำให้ตับแข็งและตายในที่สุด

slide46

สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์

สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอาหารโดยความตั้งใจของมนุษย์

1.สารปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหาร

สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ

-ปุ๋ยเคมีที่ใช้เร่งผลผลิตของ

-สารเคมีกำจัดศัตรูพืชพืช

-ฮอร์โมนเร่งผลผลิตในพืช

-อาหารสัตว์สำเร็จรูป

-ยารักษาโรคในสัตว์

น้ำตาลเทียมบางชนิดทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ

สารที่ใส่ในอาหารเพื่อให้กรอบ เช่น

บอแรกช์ น้ำประสานทอง เป็นต้น พบในหมูบด ลูกชิ้นปลาบด ไส้กรอกผลไม้ดอง ซึ่งจะเป็นพิษต่อตับ ไต และระบบทางเดินอาหาร

น้ำส้มสายชูปลอมปนกับกรดซัลฟิวริก ทำให้เกิดการกัดกร่อนทางเดินอาหาร

สารเคมีที่ชื่อว่า ซาลมูทามอล ซึ่งเร่งสีเนื้อหมูให้มีสีแดงสดจะตกค้างในเนื้อหมู เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ใจสั่น กล้ามเนื้อกระตุก อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว

สารฟอกขาว เช่น โซเดียมไฮโดรซัลไฟด์ เป็นต้น พบในถั่วงอก หน่อไม้ดอง น้ำตาลมะพร้าว ทุเรียนกวน เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ปวดหลัง ปวดศีรษะ อาเจียน หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง

slide47

2.สารอาหารกันเสีย

3.สีผสมอาหาร

ปรอท จะสะสมในสมองทำให้ประสาทหลอน เป็นอัมพาต ถ้าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์รับประทานเข้าไปจะทำให้ระบบประสาทของทารกในครรภ์ถูกทำลาย

ฟอร์มาลีน (น้ำยาดองศพ) พบในผักสด อาหารทะเลสด และเนื้อสัตว์ เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องเสีย อาเจียน หมดสติ

กรดซาลิซิลิกใช้ป้องกันเชื้อรา พบในผักดอง แหนม หมูยอ เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้หูอื้อ มีไข้ อาเจียน และอาจเสียชีวิตได้

ตะกั่ว ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์สมอง ทำให้เป็นอัมพาต

แคดเมียม เป็นอันตรายต่อปอดและไต

โครเมียม เป็นอันตรายต่อปอดและผิวหนัง

slide48

การป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อนการป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อน

อาหารทะเล

โรคที่พบ ได้แก่ โรคมะเร็งจากการที่มีสารเคมีสะสมอยู่ในร่างกาย โรคภูมิแพ้จากยาปฏิชีวนะ

วิธีการป้องกัน เลือกรับประทานอาหารสด เนื้อไม่เปื่อยยุ่ย วางแช่น้ำแข็ง

ผลไม้

โรคที่พบ ได้แก่ ระบบตับ ไต กระเพาะอาหารผิดปกติจากการที่มีสารเคมีสะสมอยู่ในร่างกาย

วิธีการป้องกัน บริโภคผลไม้ตามฤดูกาล ล้างและปลอกเปลือกผลไม้ทุกครั้งก่อนที่จะรับประทาน

ผักสด

โรคที่พบ ได้แก่ โรคมะเร็งจากการที่มีสารเคมีสะสมอยู่ในร่างกาย โรคพยาธิจากไข่พยาธิที่ติดมากับผัก

วิธีการป้องกัน เลือกรับประทานผักที่มีรูพรุน และล้างผักให้สะอาด

เนื้อไก่

โรคที่พบ ได้แก่ โรคภูมิแพ้จากยาปฏิชีวนะ โรคไข้รากสาดเทียม

วิธีป้องกัน เลือกซื้อเนื้อที่มีสีธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการบริโภคคอและหัวไก่

slide49

การป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อนการป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อน

อาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในปัจจุบันมักพบสารปนเปื้อนต่างๆ ได้แก่ สารเร่งเนื้อแดง สารฟอกขาว สารกันเชื้อรา สารบอแรกช์ และยาฆ่าแมลง ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนเหล่านี้เป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งสูง ซึ่งขณะนี้สาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนไทยคือการป่วยเป็นโรคมะเร็งประมาณปีละ 45,000 คน

กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการ “อาหารปลอดภัย” ด้วยการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหารสดในตลาดทั่วประเทศไทย ผู้ขายรายใดที่ฝ่าฝืนยังจำหน่ายอาหารปนเปื้อนสารพิษจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี

slide50
สารเสพติดกับการป้องกันสารเสพติดกับการป้องกัน

สารเสพติด หมายถึง สิ่งที่เสพเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดความต้องการที่จะเสพสารนั้นในปริมาณที่เพิ่มขึ้นและไม่สามารถหยุดเสพได้ มีผลทำให้ร่างกายทรุดโทรมสภาวะจิตใจผิดปกติ

องค์การอนามัยโลกได้แบ่งสารเสพติดออกเป็น 7 ประเภทด้วยกันคือกดสมอง

หลอนประสาท ยานอนหลับ กระตุ้นสมอง กดประสาท เครื่องดื่มมึนเมา และสารเสพติดชนิดอื่นๆ

slide51
ฝิ่น (opium)

ลักษณะ เป็นยางสีน้ำตาลที่ได้จากการกรีดดอกฝิ่น มีกลิ่นเหม็นเขียว และมีรสขม

เรียกว่า “ฝิ่นดิบ” เมื่อนำไปเคี่ยวจะได้ฝิ่นสุก

การออกฤทธิ์ มีสารแอลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาท

วิธีเสพ สูบ รับประทาน

อาการของผู้เสพ เซื่องซึม อารมณ์ดี ความคิดช้า ร่างกายซูบผอม อ่อนเพลีย

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

สารเสพติดประเภทกดสมองสารเสพติดประเภทกดสมอง
slide52
เฮโรอีน (heroin)

ลักษณะ เป็นผงสีขาว รสขม ไม่มีกลิ่น สังเคราะห์จากมอร์ฟีน

การออกฤทธิ์กดประสาทอย่างรุนแรง

วิธีเสพ สูบ สูดดม ฉีด

อาการของผู้เสพ มึนงง เซื่องซึม เคลิบเคลิ้ม คลื่นไส้ อาเจียน ร่างกายทรุดโทรม ประสาทเสื่อม

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

สารเสพติดประเภทกดสมองสารเสพติดประเภทกดสมอง
slide53
มอร์ฟีน (morphine)

ลักษณะ เป็นผงสีขาวหรือเทาเกือบขาว ไม่มีกลิ่น รสขม สกัดจากฝิ่น

การออกฤทธิ์ กดประสาทส่วนกลาง ออกฤทธิ์รุนแรงกว่าฝิ่น 8-10 เท่า

วิธีเสพ รับประทาน ฉีด

อาการของผู้เสพ ม่านตาหรี่ คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกสบาย คลายความเจ็บปวด

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

สารเสพติดประเภทกดสมองสารเสพติดประเภทกดสมอง
slide54
ยาอี (ecstasy,lovedrogหรือ MDMA)

ลักษณะ เป็นเม็ดกลมแบน ด้านหนึ่งนูนหรือเรียบ มีรูปดอกไม้ การ์ตูน มีสีต่างๆ ได้

สีขาว สีเหลือง สีส้ม สีชมพู

การออกฤทธิ์ หลอนประสาท

วิธีเสพ รับประทาน

ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 6-8 ชั่งโมง

อาการของผู้เสพ อารมณ์ดี เคลิบเคลิ้ม ประสาทหลอน ความคิดสับสน หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

ควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1

สารเสพติดประเภทหลอนประสาทสารเสพติดประเภทหลอนประสาท
slide55
ยาเค(ketamine)

ลักษณะ เป็นผงสีขาว โดยการนำยาเคชนิดที่ใช้ฉีดมาทำเป็นผง

การออกฤทธิ์ หลอนประสาท

วิธีเสพ สูดดม สูบ มักเสพร่วมกับยาอี เฮโรอีน หรือโคเคน

ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 18-24 ชั่วโมง

อาการของผู้เสพ ประสาทหลอน ความคิดสับสน มึนงง ถ้าเสพติดต่อกันนานๆ จะ

ทำให้เป็นโรคจิต

บทลงโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

สารเสพติดประเภทหลอนประสาทสารเสพติดประเภทหลอนประสาท
slide56
แอลเอส ดี

ลักษณะ เป็นผลึก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส พบในรูปแบบของกระดาษซับ

แผ่นวุ้น

การออกฤทธิ์ หลอนประสาท

วิธีเสพ รับประทาน

ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 8-12 ชั่วโมง

อาการของผู้เสพ ประสาทหลอนอย่างรุนแรง ขาดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ ถ้าเสพเป็น

ระยะเวลานานอาจทำให้เป็นโรคจิตได้

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

slide57
กัญชา (cannabis)

ลักษณะ กัญชาเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ใช้ใบหรือยอดเกสรตัวเมียมาตากแห้งแล้วอัดเป็นแท่ง

การออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาทและกดประสาท

วิธีเสพ สูบ รับประทาน

ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 2-4 ชั่วโมง

อาการของผู้เสพ ร่าเริง หัวเราะง่าย ต่อมาจะมีอาการคล้ายคนเมาสุรา เพ้อคลั่ง หวาดระแวง

บทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 5

slide58
สารเสพติดประเภทยานอนหลับสารเสพติดประเภทยานอนหลับ

ยานอนหลับส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นผงสีขาวบรรจุอยู่ในแคปซูลสีฟ้าแดง สามารถแบ่งประเภทของยานอนหลับได้เป็น 2ประเภท ดังนี้

1.กลุ่มบาร์บิทูเรตเป็นกลุ่มที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ฟีโนบาร์ และเวลาเซโคนาล ที่เรียกกันว่า เหล้าแห้ง ไก่แดง ปีศาจแดง

2.กลุ่มเบนโซไดอะซีปินส์เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับคลายความกังวล เมื่อใช้ติดต่อกันนานๆ จะเกิดอาการติดยา

การออกฤทธิ์ กดระบบประสาทส่วนกลาง ระงับการทำงานของระบบประสาท คลายความวิตกกังวล คลายกล้ามเนื้อ ยับยั้งอาการชัก ทำให้หลับ เมื่อใช้ไปนานๆ จะทำให้เกิดอาการดื้อยาได้

slide59
แอมเฟตามีน(amphetamine) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ายาบ้า ยาม้า หรือยาขยัน

ลักษณะ เป็นเม็ดกลมแบน มีสีต่างๆ เช่น สีขาว สีน้ำตาล สีส้ม สีเหลือง สีม่วง มีสัญลักษณ์บนเม็ดยา เช่น w ที่เป็นผลึกใส เรียกว่า“ice” ซึ่งก็คือเมทแอมเฟตามีน

การออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท

วิธีเสพ รับประทาน สูดดม สูบ หรือฉีด

ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 2-4 ชั่งโมง

อาการของผู้เสพ เบื่ออาหาร ตื่นเต้นไม่รู้สึกง่วง ฉุนเฉียว เกิดอาการทางจิต ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง หวาดระแวง วิตกกังวล

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1

สารเสพติดประเภทกระตุ้นสมอง

slide60
โคเคน (cocaine)

ลักษณะ เป็นผงละเอียดสีขาว มีรสขม ไม่มีกลิ่น

การออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท

วิธีเสพ สูดดม สูบ ฉีด

ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมง

อาการของผู้เสพ เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ตื่นเต้น มีความมั่นใจสูง เมื่อเสพในปริมาณ

มากจะเกิดอาการประสาทหลอน

บทลงโทษ จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

slide61
กระท่อม (khatom)

ลักษณะ กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีแก่น เป็นไม้เนื้อแข็ง ใบคล้ายฝรั่ง

การออกฤทธิ์ มีสารมิตราจินีนซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท

วิธีเสพ รับประทานโดยบดให้เป็นผง แล้วชงด้วยน้ำร้อน

ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท

อาการของผู้เสพ อารมณ์แจ่มใส คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ผิวหนังกร้านดำหรือเกรียม

slide62
ยาแก้ไอผสมโคเคอีน

ลักษณะ ยาปรุงน้ำเชื่อม มีสีน้ำตาลดำ

การออกฤทธิ์ กดประสาท

วิธีเสพ ดื่มโดยไม่ต้องเจือจาง ดื่มโดยผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลม

ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 4-6 ชั่วโมง

อาการของผู้เสพ ง่วงซึม มึนเมา เมื่อเสพมากจะมีอาการเคลิ้มฝัน

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 3

สารเสพติดประเภทกดประสาทสารเสพติดประเภทกดประสาท
slide63
สารระเหย ได้แก่ ทินเนอร์แลคเกอร์ กาว น้ำยาทาเล็บ สีสเปรย์ ลูกโป่งวิทยาศาสตร์

ลักษณะ เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของทินเนอร์หรือแลคเกอร์

การออกฤทธิ์ กดประสาท

วิธีเสพ สูดดม

ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่เสพ

อาการของผู้เสพตื่นเต้น รู้สึกเป็นสุข ร่าเริง อาการคล้ายคนเมาสุรา พูดไม่ชัด ความคิดสับสน เหม่อซึม ง่วงนอน

บทลงโทษ ถ้าผู้เสพอายุไม่เกิน 17 ปี บทลงโทษนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ถ้าผู้เสพอายุ 17 ปี ขึ้นไป จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารระเหยตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533

slide64

สารเสพติดประเภทเครื่องดื่มมึนเมาสารเสพติดประเภทเครื่องดื่มมึนเมา

ลักษณะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบ เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ บรั่นดี สุราขาว เป็นต้น

การออกฤทธิ์ กดสมองตั้งแต่สมองส่วนหน้าถึงก้านสมอง

วิธีเสพ ดื่ม

อาการของผู้เสพ ตาพร่า การได้ยินผิดปกติ การรับรส กลิ่น

และสัมผัสเสื่อมลงจนนอนหลับในที่สุด

slide65

สารเสพติดชนิดอื่นๆ

สารเสพติดชนิดอื่นๆ ได้แก่

1.บุหรี่

ลักษณะ ผลิตจากใบสูบที่ผ่านการตากแห้งแล้ว มีสารนิโคตินเป็นองค์ประกอบสำคัญ

ซึ่งเป็นสารแอลคาลอยด์ที่มีสมบัติเป็นน้ำมัน

วิธีเสพ สูบ

อาการของผู้เสพ กระตุ้นระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ทำให้หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก

ถุงลมโป่งพอง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

slide66

2.ยาลดความอ้วน

ลักษณะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของแคปซูลที่มีสีสันหลากหลาย

การออกฤทธิ์ คล้ายยาบ้า เมื่อใช้ติดต่อกันนานๆ จะทำให้นอนไม่หลับ กระวนกระวาย

ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว ปากแห้ง

วิธีเสพ รับประทาน

การควบคุมตามกฎหมาย จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518

slide67

การป้องกันในสถานศึกษา โดยการจัดกิจกรรม

ต่อต้านสารเสพติด รณรงค์ป้องกันสารเสพติด

จัดให้มีการทัศนศึกษาที่สถานบำบัดผู้ติดสาร

เสพติด

การป้องกันในครอบครัว โดยการให้ความรักความอบอุ่น ความเข้าใจ พูดคุยถึงโทษของ

สารเสพติดร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว

วิธีการป้องกันการเสพสารเสพติด

การป้องกันในชุมชน โดยการรวมกลุ่ม

สมาชิกเพื่อออกกำลังกาย จัดสถานที่

และอุปกรณ์ที่ใช้ออกกำลังกาย กลุ่มแม่

บ้าน หรืออาสาสมัครร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมต้านสารเสพติด

การป้องกันในชุมชน โดยการรวมกลุ่ม

สมาชิกเพื่อออกกำลังกาย จัดสถานที่

และอุปกรณ์ที่ใช้ออกกำลังกาย กลุ่มแม่

บ้าน หรืออาสาสมัครร่วมกันปฏิบัติ

กิจกรรมต้านสารเสพติด