action r esearch
Download
Skip this Video
Download Presentation
การวิจัยปฏิบัติการ ( Action R esearch )

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 83

การวิจัยปฏิบัติการ ( Action R esearch ) - PowerPoint PPT Presentation


  • 126 Views
  • Uploaded on

การวิจัยปฏิบัติการ ( Action R esearch ). วันที่ 30 มีนาคม 2550. ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์. การสอน. การวิจัย. การสอน การวิจัย. การสอน. การวิจัย. ใหม่. เดิม. ความสัมพันธ์ระหว่างการสอนกับการวิจัย. การ บริหาร. การวิจัย. การบริหาร, การวิจัย. การบริหาร. การวิจัย. ใหม่. เดิม.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'การวิจัยปฏิบัติการ ( Action R esearch )' - brady-oliver


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
action r esearch

การวิจัยปฏิบัติการ( Action Research )

วันที่ 30 มีนาคม 2550

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide2
การสอน

การวิจัย

การสอน การวิจัย

การสอน

การวิจัย

ใหม่

เดิม

ความสัมพันธ์ระหว่างการสอนกับการวิจัย

slide3
การบริหาร

การวิจัย

การบริหาร, การวิจัย

การบริหาร

การวิจัย

ใหม่

เดิม

ความสัมพันธ์ระหว่าง การบริหารกับการวิจัย

slide4
การวิจัย

“การค้นคว้าหาคำตอบจากข้อสงสัย หรือปัญหา อย่างมีระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ/ความรู้ที่เชื่อถือได้”

?

ได้คำตอบ ได้ความรู้

ข้อสงสัย

slide5
การศึกษา/อบรม/พัฒนา

ครูนักวิจัย

การสนับสนุน

การยกย่องเชิดชูเกียรติ

องค์ประกอบการพัฒนาครูนักวิจัย

slide6
โครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยปฏิบัติการ

ระยะที่ 1 การเขียนเค้าโครงการวิจัยรายบุคคล( 2 วัน)

ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัย ( 2 วัน)

ระยะที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูลและเขียนรายงานการวิจัย ( 2 วัน )

slide7
การวิจัยเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะนักวิชาการเท่านั้น สถานศึกษาใดที่มีครูปฏิบัติงานตามคำสั่งเหมือนเครื่องจักร สถานศึกษานั้นจะไม่มีโอกาสพัฒนาและไม่สามารถผลิตผู้เรียนที่มีคุณภาพ ตรงกันข้ามสถานศึกษาที่เปิดโอกาสและกระตุ้นส่งเสริมให้ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนได้มีโอกาสแสวงหาความรู้ ได้วิจัยเพื่อนำผลมาใช้ปฏิบัติงาน ปรับปรุงงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพมากขึ้น สถานศึกษานั้นจะมีผลงานการจัดการศึกษาที่โดดเด่น และรุดหน้ามากขึ้น

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide8
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 มาตรา 24 (5)

“ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอน และแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ”

สวัสดิ์ /มรภ.สุรินทร์

slide9
แนวทางการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้

ครูผู้สอน

นักเรียน

ครูนำผลการวิจัยมาใช้ประกอบการสอน

นักเรียนเรียนรู้จากผลงานวิจัย

1. ใช้ผลการวิจัย

นักเรียนเรียนรู้โดย ใช้การวิจัย

ครูนำเอากระบวน การวิจัยมาใช้สอน

2. ใช้กระบวนการวิจัย

สวัสดิ์ /มรภ.สุรินทร์

slide11
การวิจัยเชิงคุณภาพ

(qualitative research)

การวิจัยเชิงวิพากษ์

(critical research)

การวิจัยเชิงปริมาณ

(quantitative research)

สังคมศาสตร์เชิงปฏิฐาน

(Positivist Social)

สังคมศาสตร์เชิงตีความ

(Interpretivist Social)

สังคมศาสตร์เชิงวิพากษ์

(Critical Social Science)

การวิจัยที่ไม่ใช่การทดลอง

การวิจัยเชิงคุณภาพแบบต่างๆ

การวิจัยเชิงวิพากษ์ หลักสูตร

การวิจัย เชิงทดลอง

การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

การวิจัยเชิงวิพากษ์กรณีต่างๆ

การแสวงหาความรู้ - ความจริง

slide12
การวิจัยปฏิบัติการ(Action Research)

เป็นกระบวนการที่ผู้ปฏิบัติงานศึกษาการปฏิบัติงาน ของเขา โดยใช้ระเบียบวิธีวิทยาศาสตร์เพื่อค้นพบความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ปฏิบัติ หรือเป็นการแก้ปัญหา เช่นการสร้างและพัฒนาทักษะใหม่ๆ หรือวิธีการใหม่ขึ้น เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหางานที่ปฏิบัติอยู่ โดยดำเนินการวิจัยในที่ปฏิบัติงานนั้นเอง

slide13
Action Research

หมายถึง วิธีการศึกษาที่มีระเบียบวิธีการเฉพาะ ประกอบด้วย 1)การกำหนดปัญหาในการปฏิบัติงาน2)การแสวงหาลู่ทางในการแก้ปัญหา3)การใช้วิธีการต่างๆในการแก้ปัญหา4)การบันทึกรายละเอียดผลการปฏิบัติการ และ5) การสรุปและเสนอผลการแก้ปัญหา

slide14
ลักษณะเฉพาะของการวิจัยเชิงปฏิบัติการทางการศึกษา
  • เป็นปฏิบัติการที่มุ่งแก้ปัญหา/พัฒนางาน
  • ช่วยให้ได้ความจริงในกรอบวิธีการปฏิบัติ ไม่ต้องการอ้างอิงไปยังกลุ่มอื่น
  • มีลักษณะยืดหยุ่นในกิจกรรมการปฏิบัติ
slide15
จุดเด่นและจุดด้อยของการวิจัยปฏิบัติการ
  • จุดเด่น

@ เป็นการวิจัยที่มีชีวิตชีวา เพราะคำนึงถึงการมีส่วนร่วม

@ ผลการวิจัยคือความเจริญก้าวหน้าของทุกฝ่าย

@ ผลการวิจัยคือความต้องการของผู้ปกครอง และชุมชน

  • จุดด้อย

@ ผลการวิจัยไม่สามารถสรุปอ้างอิงไปยังกลุ่มอื่นๆได้ เฉพาะเทคนิควิธีเท่านั้นที่จะนำไปประยุกต์กับกลุ่มอื่นๆได้ แต่อาจได้ผลไม่เหมือนกัน

slide16
รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ
  • การวิจัยแบบแยกทำรายบุคคล
  • ( IndividualTeacherResearch )

2.การวิจัยแบบร่วมมือ

( CollaborativeActionResearch )

3.การวิจัยแบบทำทั้งโรงเรียน

( SchoolwideActionResearch )

slide17
Action Research

พัฒนาขึ้นครั้งแรกโดย Kurt Lewin ( 1952)

Carr &Kemmis(1986)แบ่ง Action Research ออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1. Technical Action Research ( (ผู้วิจัยทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ)

2. Practical Action Research ( (ผู้วิจัยมีส่วนร่วมกับผู้ร่วมวิจัยมากขึ้น)

3. Participatory Action Research ( (ทั้งผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัย ต่างร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ และร่วมประเมิน)

slide18
ความรู้จากการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา

ความรู้จากกระบวน การวิจัย

การวิจัยปฏิบัติการ

+

=

แนวทางใหม่ภายใต้กระบวนทัศน์การวิจัยเพื่อการเปลี่ยนแปลง

slide19
ปัญหา/คำถามที่ครูต้องการตอบ
  • นักเรียนควรเรียนรู้อะไร? อยากเห็นนักเรียนเป็นอย่างไร ?
  • ปัจจุบันนักเรียนเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นหรือไม่ ?
  • มีวิธีจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี ?
  • จะรู้ได้อย่างไรว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้ ?
  • ถ้านักเรียนยังไม่เกิดการเรียนรู้ ครูต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง ?
  • นักเรียนที่เรียนรู้ได้ไม่เท่ากัน เป็นเพราะสาเหตุอะไร ?
  • จำเป็นต้องให้นักเรียนเรียนรู้เท่ากันหรือไม่ ?
  • นักเรียนที่ไม่เกิดการเรียนรู้ ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ?
  • หนทางที่ทำให้เด็กเรียนรู้มีกี่แบบ แบบใดได้ผลดีกว่ากัน ?
  • ฯลฯ
slide20
ระดับความลึกของคำถามวิจัย และการแสวงหาคำตอบ

ระดับที่ 1คำถามเกี่ยวกับสภาพผู้เรียน

(เช่น ปัญหาผู้เรียน ความต้องการ ความสนใจ จุดเด่น จุดด้อย ของผู้เรียน เป็นต้น)

ระดับที่ 2คำถามเกี่ยวกับการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ผู้เรียนเกิดปัญหา (เช่น นักเรียนเรียนอ่อนเพราะอะไร ทำไมจึงขาดความรับผิดชอบ ฯลฯ)

ระดับที่ 3 คำถามเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา (เช่น ใช้เทคนิควิธีสอนอย่างไร กิจกรรมที่นักเรียนควรทำคืออะไร ฯลฯ

slide21
คำถามสำหรับการเลือกวิธีแก้ปัญหา/นวัตกรรม/เทคนิคการสอน
  • นักเรียนที่มีปัญหามีมากน้อยเพียงใด(ทั้งห้อง /บางกลุ่ม/คนเดียว) ?
  • นักเรียนที่มีปัญหาชอบการเรียนแบบใด ?
  • ปัญหาของนักเรียนมีสาเหตุหลักมาจากอะไร ?
  • นวัตกรรม/เทคนิคการสอน ที่เหมาะสมกับนักเรียนกลุ่มนี้ มีอะไรบ้าง ?
  • เทคนิคอะไรบ้างที่น่าสนใจนำมาใช้ ?
  • มีเหตุผลอะไรที่เลือกใช้นวัตกรรม/เทคนิคนั้น ?
  • แนวคิด หลักการของการใช้นวัตกรรม/เทคนิคนั้นคืออะไร ?
  • ฯลฯ
slide22
ปัจจัย

กระบวนการ

ผลผลิต/ผลลัพธ์

ทรัพยากรบุคคล

กระบวนการเรียนรู้

ผู้เรียน

ครูผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษามืออาชีพ และจำนวนเพียงพอ

เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุดจัดบรรยากาศการเรียนรู้เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

มีคุณภาพ มาตรฐานมีพัฒนาการทุกด้านเป็นคนดี คนเก่งมีความสุข เรียนต่อและประกอบอาชีพได้

ทรัพยากรวัตถุ เทค-โนโลยี และงบประมาณ

การบริหารจัดการ

บริหารจัดการดีใช้โรงเรียนเป็นฐานเน้นการมีส่วนร่วม

ลักษณะทางกายภาพของโรงเรียน ได้มาตรฐานหลักสูตรเหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น สื่อ/อุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัย แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน หลากหลาย งบประมาณมุ่งเน้นผลงาน

สถานศึกษา

การประกันคุณภาพ

เป็นที่ชื่นชมของชุมชนเป็นแบบอย่าง และให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนและโรงเรียนอื่น

การประกันคุณภาพมีประสิทธิภาพเป็นส่วนหนึ่งของระบบโรงเรียน

บริบท

สภาพแวดล้อม(สภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียนดี มีสังคม บรรยากาศเอื้อต่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ)

กรอบแนวคิดเชิงระบบโรงเรียนสมบูรณ์แบบ

slide23
ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์
  • ความตั้งใจ
  • เวลาที่ใช้
  • เจตคติ
  • การควบคุมตนเอง
  • ความปรารถนา
  • ภูมิหลัง
  • ครอบครัว
  • สติปัญญา
  • อายุ
  • เพศ
  • ผลลัพธ์
  • คนดี
  • คนเก่ง
  • มีความสุข
  • ปัจจัยครู
  • คุณวุฒิ
  • เจตคติ
  • ภาระการสอน
  • วิธีการสอน
  • ปัจจัยโรงเรียน
  • ประเภทโรงเรียน
  • ค่าใช้จ่าย

โครงสร้างความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่ทำให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้

slide25
มาตรฐานผู้เรียนต่ำ -- คุณภาพโคม่า

@ โรงเรียน 1 ใน 3 อยู่ในเกณฑ์ดี @ 2 ใน 3 ต้องปรับปรุง @ 560 โรงเรียนอยู่ในขั้นวิกฤต ตกทุกมาตรฐาน

นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีสุขภาพกายและจิตดี มีทักษะดี มีลักษณะนิสัยทางศิลปะดนตรี กีฬา แต่อ่อนในเรื่องความคิดวิเคราะห์ ความรู้ตามหลักสูตร และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

ผู้บริหารส่วนใหญ่มีภาวะผู้นำ มีความสัมพันธ์กับชุมชน แต่ต้องปรับปรุงเรื่องการบริหารวิชาการและเรื่องหลักสูตร และสื่อการเรียนการสอน

slide26
ครูผู้สอนไม่ตรงวุฒิ และมีจำนวนไม่พอ ขาดอยู่ประมาณ 70,000 คน และครูที่มีอยู่ก็ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีสอบบรรจุไว้ 30,000 คนก็ยังไม่ได้บรรจุ

ปลัดกระทรวงฯ ได้ยืนยันว่าโรงเรียนที่อยู่ในขั้นวิกฤตในทุกมาตรฐานจะต้องกอบกู้ ฟื้นฟูเพื่อมิให้ตกต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว สิ่งหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับต้นๆ คือความร่วมมือร่วมใจของระดับพื้นที่

slide27
คุณภาพโดยรวมโคม่า , ผลการเรียนติด “0”,อ่อนในเรื่องความคิดวิเคราะห์ ความรู้ตามหลักสูตร และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง,ฯลฯ
slide28
ยอมรับคุณภาพตกต่ำทุกวิชา (มติชน 26 ตค.49)
  • ม.ต้น-ม.ปลาย ติด “ 0” และมีติดศูนย์แบบสะสม
  • อ่อนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฯ
  • จบ ม.ปลายคุณภาพต่ำ เข้าเรียนมหา’ลัยก็มีปัญหา
slide30
การวินิจฉัยปัญหา(Problem Diagnosis)

การวางแผน(Planning)

การปรับแผน(Replanning)

การปฏิบัติ(Acting)

การทบทวน/สะท้อนความคิด(Reflecting)

การสังเกต(Observing)

วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการสำหรับครู(ปรับจาก Hitcock and Hughes(1995:29)

slide31
กระบวนการบริหาร

กระบวนการพัฒนาคุณภาพ

กระบวนการวิจัยปฏิบัติการ

1. การวางแผน(P)

2. การนำแผนไป ปฏิบัติ(I)

3. การกำกับ/ประเมินผล(E)

4. การย้อนกลับ(F)

1.Plan

2. Do

3. Check

4. Act

1.Planning

2. Acting

3. Observing

4. Reflecting

วางแผน

ปฏิบัติ

สังเกต,บันทึก

สะท้อนผล

ความคล้ายคลึงของกระบวนการวิจัย กระบวนการบริหาร และกระบวนการพัฒนาคุณภาพ

slide32
การวางแผน(P)

การปรับปรุง(A)

การปฏิบัติ(D)

การประเมิน(C)

การวางแผน(P)

การสะท้อนผลและปรับปรุง(R)

การปฏิบัติ(A)

การสังเกต(O)

วงจรคุณภาพภายใน

หากยังไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องสืบค้นด้วยการวิจัย

นำข้อค้นพบจากการวิจัยสู่การปฏิบัติอีก

วงจรการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

slide33
ความคิดหลักเกี่ยวกับคุณภาพ

QUALITY IN FACT :

DOING THE RIGHT THING

DOING IT THE RIGHT WAY

DOING IT RIGHT THE FIRST TIME

DOING IT RIGH ON TIME

RESEARCH

slide34
หลักการสำคัญที่เป็นพื้นฐานของคุณภาพคือ

การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ดีแล้วยังไม่พอ จะมีทางที่ดีกว่าอยู่เสมอ มีวิธีแก้ปัญหาทีดีกว่า เมื่อตั้งใจอย่างนี้แล้วจึงกำหนดมาตรฐานให้สูงขึ้น ลงมือทำ คิดหาวิธีประเมินผล พิจารณาช่องว่างระหว่างผลที่เกิดกับผลที่ต้องการจะให้เกิด

slide36
การเรียนรู้มีความหมาย ครอบคลุมทั้ง
  • กระบวนการเรียนรู้ (ขั้นตอน, วิธีการเรียน) และ
  • ผลการเรียนรู้ (ความรู้, ทักษะ, ความรู้สึก)
slide37
บอก / บรรยายสาระ

สั่งให้ปฏิบัติตาม

เน้นเนื้อหา

สอนแยกวิชา

ไม่สนใจกระบวนการเรียนรู้

ไม่อบรมบ่มนิสัย ฯลฯ

ไม่ตื่นตัว

ขาดการใช้ความคิด

ขาดการปฏิบัติ

ไม่เชื่อมโยงกับชีวิต

ไม่เห็นภาพรวม

ขาดปฏิสัมพันธ์

ไม่รู้กระบวนการ ฯลฯ

ปัญหาในกระบวนการเรียนรู้

ปัญหาในกระบวนการสอน
slide38
ปัญหาคุณสมบัติผู้เรียน / ผลผลิต
  • เฉื่อยชา
  • คิดไม่เป็น / แก้ปัญหาไม่ได้
  • นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้
  • ขาดจริยธรรม
  • ขาดการคิดแบบเชื่อมโยง
  • เห็นแก่ตัว เครียด

ฯลฯ

slide39
ตัวอย่างคำถามวิจัยจากการวิเคราะห์ตัวป้อน
  • นักเรียนมีความต้องการเรียนรู้ หรือสนใจในเรื่องใดบ้าง อย่างไร?
  • นักเรียนในชั้นเรียน มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนในเรื่องใดบ้าง ?
  • นักเรียนมีพื้นฐานความรู้ความสามารถ เพียงไร ?
  • วิธีสอนที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มนี้คือ วิธีใด ?
  • เนื้อหาหลักสูตรที่เหมาะสำหรับการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างไร

ฯลฯ

slide40
คำถามเกี่ยวกับกระบวนการ
  • การใช้กิจกรรม...X.. ทำให้พฤติกรรม Y ของผู้เรียนเปลี่ยนแปลงเพียงใด?
  • การใช้วิธีการ... และวิธีการ ... แก้ปัญหา .. ทำให้เกิดผลแตกต่างกันหรือไม่ ?
  • สาเหตุของพฤติกรรมเบี่ยงเบน ... เกิดจากอะไรบ้าง ?

ฯลฯ

1

2

2

3

slide41
คำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์

1

  • ผู้เรียนที่ได้รับการสอนโดยวิธี.....มีพฤติกรรม...ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ ?
  • ภายหลังจากการเรียนเรื่อง...ผู้เรียนมีเจตคติเป็นอย่างไร ?
  • วิธีการแก้ปัญหาแบบ...ให้ผลดีกว่าแบบ...หรือไม่ ? อย่างไร ?
  • ผู้เรียนมีพฤติกรรม...ภายหลังการสอนดีกว่าก่อนการสอนจริงหรือไม่ ? ฯลฯ

พุทธิพิสัย : ความรู้, ผลการเรียนรู้, การคิดวิเคราะห์, การแก้ปัญหา ฯ

ทักษะพิสัย : ออกแบบ, ประดิษฐ์, อ่านคำยาก, สาธิต, ทักษะ...

จิตพิสัย : สนใจ, พึงพอใจ, เจตคติ, ตระหนัก, ค่านิยม,ความรับผิดชอบฯ

2

3

4

ตัวอย่างพฤติกรรมที่คาดหวัง

slide42
เครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการวิจัย

แผนการสอน

นวัตกรรม

เครื่องมือวัดผล

เครื่องมือแต่ละประเภทนำไปพัฒนาเป็นผลงานทางวิชาการได้

slide43
ตัวบ่งชี้การเรียนการสอนของครู

1.ให้ผู้เรียนสร้างความรู้เอง (Construct)

2.ให้ผู้เรียนใช้ทักษะกระบวนการ(Process skill)หรือกระบวนการคิด(Thinking process)และกระบวนการกลุ่ม (Group process)สร้างความรู้ด้วยตนเอง

3.ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน(Participation)ลงมือคิดปฏิบัติ สรุปความรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งให้มีปฏิสัมพันธ์(Interaction)ทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม

slide44
4.สร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ทั้งกายภาพและจัดให้เรียนอย่างมีความสุข (Happy Learning)

5.วัดและประเมินผลพฤติกรรมผู้เรียน และเนื้อหาด้วยคือประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)

6.ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้(Application)

slide45
ตัวบ่งชี้การเรียนรู้ของ “นักเรียน”

1. สร้างความรู้ (Construct) รวมทั้งสร้างสิ่งประดิษฐ์ด้วยตนเอง

2. ใช้ทักษะกระบวนการ (Process Skills) คือกระบวนการคิดและกระบวนการกลุ่ม

3. มีส่วนร่วมในการเรียน (Participation) และมีปฏิสัมพันธ์กัน(Interaction)

4.เรียนรู้อย่างมีความสุข(Happy Learning)

5.สามารถนำความรู้ไปใช้ได้(Application)

slide46
การเขียนโครงการวิจัย 3 บท

บทที่ 1 บทนำ

บทที่ 2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย

slide47
หัวข้อการเขียนฉบับสมบูรณ์

บทที่ 1 บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา( 3-5 หน้า)

คำถามวิจัย (เขียนเป็นข้อๆ)

วัตถุประสงค์ของการวิจัย (เขียนให้สอดคล้องกับคำถามวิจัย)

สมมุติฐานการวิจัย (เขียนจากวัตถุประสงค์ข้อที่มีการเปรียบเทียบ)

ขอบเขตการวิจัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

นิยามปฏิบัติการ

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide48
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

@ เริ่มจากเรื่องกว้างๆ หรือเรื่องทั่วๆไป ไปสู่เรื่องเฉพาะที่เราทำวิจัย

@ มีการอ้างอิงกรณียกข้อความของคนอื่นมา

@ กล่าวถึงหลักสูตร และการใช้หลักสูตร

@ ระบุปัญหาการจัดการเรียนรู้ และแนวทางแก้ไข

@ อธิบายเหตุผลการเลือกวิธีแก้ไข(นวัตกรรม)

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide49
มีอะไรที่ควรเพิ่มเข้าไปในบทที่ 1

@ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ถือว่าเป็นนโยบายชาติ หรือนโยบายสาธารณะทางการศึกษา)

@ พระบรมราโชวาท / พระราชดำรัส ในโอกาสต่างๆ

@ นโยบายของรัฐบาล / นโยบายทางการศึกษาปัจจุบัน

@ นโยบายของเขตพื้นที่ หรือนโยบายสถานศึกษา

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide50
นโยบาย ศธ.
  • เร่งรัดปฏิรูปการศึกษา โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้
  • ขยายโอกาสการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12
  • พัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ
  • กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่ และสถานศึกษา
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชน ประชาชน และท้องถิ่น
  • พัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่พิเศษ ชายแดนภาคใต้
slide51
ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค2550 รมว วิจิตร ศรีสอ้าน
  • ๑.เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา

โดยยึดคุณธรรมนำความรู้

มุ่งสร้างความตระหนัก สำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ และเชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว สถาบันทางศาสนา และสถาบันทางการศึกษาเรียกว่า บวร (บ้าน วัด โรงเรียน)

57

slide52
ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค2550 รมว.ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน๒. ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชน
  • ให้กว้างขวางและทั่วถึงโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
  • โดยสำรวจเด็กที่เข้าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับล่วงหน้า ๑ ปี เป็นหน้าที่ของรัฐ จัดโรงเรียนให้เด็ก หน้าที่ของผู้เรียนก็คือ เมื่อเข้าเกณฑ์ก็ต้องเรียน หากไม่เรียนก็ผิดกฎหมาย
  • การจัดเงินอุดหนุนรายหัวที่ให้ไม่เพียงพอนั้น จัดให้เพิ่มในโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก นอกจากจะเพิ่มให้ใกล้กับค่าใช้จ่ายจริงของโรงเรียนขนาดกลางแล้ว ยังมีตัวบวกให้ด้วย
  • คาดว่าจะเห็นผลเรื่องการศึกษา ๑๒ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยให้ขยับถึง ๙-๙.๕ ปี

58

slide53
ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค รมว.ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน๓. พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
  • สมศ.ได้ประเมินผลคุณภาพการศึกษา พบว่าโรงเรียนเกือบ ๒๐,๐๐๐ โรงอยู่ในสภาพที่ต้องปรับปรุง กล่าวว่า ผ่านเกณฑ์ใช้ได้มีประมาณ ๑ ใน ๓ จึงจะต้องมีการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คือ พัฒนาการสอนของครู ปรับปรุงวิธีการเรียนของเด็ก รวมทั้งแก้ปัญหาขาดแคลนครูด้วยวิธีการนำเทคโนโลยีมาใช้ และเน้นการแก้ปัญหาขาดแคลนครูโดยยึดพื้นที่และกลุ่มสาระเป็นสำคัญ

59

slide54
ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค รมว.ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน๔. กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
  • เน้นการกระจายอำนาจใน ๔ ด้าน คือ ด้านวิชาการ

บริหารบุคคล งบประมาณ และการจัดการทั่วไป

  • พัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูแกนนำของเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน เพื่อให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ให้ขยายผลในพื้นที่และในโรงเรียนของตนเอง ซึ่งจะมีจำนวนประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน โดยจะนำร่องในโรงเรียนขนาดใหญ่และกลาง ประมาณ ๑,๕๐๐-๒,๐๐๐ โรง
  • จะเปลี่ยนฐานะของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ให้มีการทำงานที่เบ็ดเสร็จสิ้นสุดในระดับสภามหาวิทยาลัย
  • จัดระบบการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาด้วย

60

slide55
ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค รมว.ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน๕. การมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และท้องถิ่น
  • ปรับปรุงโครงสร้าง บทบาท ภาระหน้าที่

ของสมาคมผู้ปกครองและครู

  • ทบทวนคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบมากขึ้น
  • สนับสนุนโรงเรียนเอกชนในทุกระดับและประเภท ให้สามารถจัดการศึกษาได้ตามนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ มุ่งเน้นให้ความอิสระและความคล่องตัวโดยไม่เลือกปฏิบัติ

61

slide56
ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค รมว.วิจิตร ศรีสอ้าน6.การจัดการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

1 ปรับหลักสูตร เทียบวิชาศาสนา และวิชาสามัญทุกรูปแบบทั้งระบบ

2 ส่งเสริมการเรียนอิสลามศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ

3 พัฒนาผู้บริหาร ครู และผู้สอนอิสลามศึกษา ของสถานศึกษาเอกชน

4 พัฒนาอาชีพและการศึกษานอกโรงเรียน

5 พัฒนาอุดมศึกษา จัดอนุปริญญาในรร.เอกชนสอนศาสนาอิสลาม

และปริญญาตรีในประเทศ

6 การสร้างขวัญกำลังใจ รักษาความปลอดภัยครู จัดระบบสื่อสาร

รั้วโรงเรียน และติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดในสถานศึกษา

7 ปรับโครงสร้างการศึกษาให้บูรณาการและเป็นเอกภาพไปกับศอบต.

62

slide57
“...เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ”
slide58
“การศึกษาเป็นเครื่องมืออันสำคัญในการพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ ทัศนคติ ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล เพื่อให้เป็นพลเมืองดีมีคุณภาพและประสิทธิภาพ การพัฒนาประเทศก็ย่อมทำได้สะดวกราบรื่น ได้ผลที่แน่นอนและรวดเร็ว” (วันที่ 22 กรกฎาคม 2520)
slide59
“การแบ่งการศึกษาเป็นสองอย่าง คือการศึกษาวิชาการอย่างหนึ่ง วิชาการนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ตัวเองและแก่บ้านเมือง ถ้ามาใช้ต่อไปเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว อีกอย่างหนึ่ง ขั้นที่สองก็คือ ความรู้ที่จะเรียกได้ว่าธรรม คือรู้ในการวางตัว ประพฤติและคิด วิธีคิด วิธีที่จะใช้สมองมาทำประโยชน์แก่ตัว สิ่งที่เป็นธรรม หมายถึง วิธีประพฤติปฏิบัติ คนที่ศึกษาในทางวิชาการและศึกษาในธรรมก็ต้องมีปัญญา แต่ผู้ใช้ความรู้ในทางวิชาการทางเดียวและไม่ใช้ความรู้ในทางธรรม จะนับว่าเป็นปัญญาชนมิได้ (18 ธันวาคม 2513)
slide60
“...หลักอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ หลักของเหตุผล และจะต้องขัดเกลาตลอดเวลา มิฉะนั้นจะมีวิชาความรู้เท่าไรก็ตามก็ไม่สามารถนำไปเป็นประโยชน์แก่ตัว แก่ส่วนรวมได้ ..หลักของเหตุผลมีหลักการว่า ถ้ามีสิ่งใดที่เราต้องเผชิญ ต้องพบต้องมีเหตุผลทั้งสิ้น คำนี้มีสองคำ เหตุคือต้นของสิ่งที่เราเผชิญและผลเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นแก่เรา ถ้าเราเผชิญสิ่งใดและเราพิจารณาด้วยเหตุผล ต่อไปเราก็จะเผชิญสิ่งที่ถูกต้อง” (26 มิถุนายน 2519)
slide61
“ลักษณะของการศึกษาหรือการเรียนรู้นั้น มีอยู่ สามลักษณะได้แก่ เรียนรู้ตามความคิดของผู้อื่นอย่างหนึ่ง เรียนรู้ด้วยการขบคิดพิจารณาของตนเองให้เห็นเหตุผลอย่างหนึ่ง กับเรียนรู้จากการปฏิบัติฝึกฝนจนประจักษ์ผลและเกิดความคล่องแคล่ว ชำนาญอีกอย่างหนึ่ง การเรียนรู้ทั้งสามลักษณะนี้ จำเป็นต้องกระทำไปด้วยกันให้สอดคล้อง และอุดหนุนส่งเสริมกันจึงจะช่วยให้เกิดความรู้จริงพร้อมทั้งความสามารถที่จะนำมาใช้ทำการต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพได้” (25 มิถุนายน 2524)
slide62
“ในการปฏิบัติงานใด ๆ ผู้ปฏิบัติจะต้องทราบ ต้องเข้าใจแจ่มแจ้งถึงปัญหาและวิชาความรู้ทั้งปวง อันเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์อย่างทั่วถึง จึงจะสามารถนำทฤษฏีมาดัดแปลงใช้ให้เหมาะกับสภาพการณ์และสามารถจะเลือกแนวทางการปฏิบัติให้เกิดผลมากที่สุดได้” (22 มกราคม 2517)
slide63
“การเรียนรู้วิทยาการชั้นสูงต่างๆ เป็นประโยชน์เชิดชูตัว แต่ทั้งนี้บุคคลจะต้องพยายามควบคุมตัวมิให้ติดอยู่ในตำราหรือทฤษฏีมากเกินไป เพราะมิฉะนั้นเมื่อไปพบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่ตรงหรือ ไม่สอดคล้องกับตำราเข้า อาจก่อให้เกิดการสนเท่ห์ลังเลใจ ทำให้ทำงานไม่ได้หรืออาจทำให้เกิดอคติ เกิดความคิดที่ไม่ใช่ทั้งทฤษฏี ทั้งไม่ใช่วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องขึ้นมากดดันชักนำให้ทำการไปอย่างผิดๆ ...ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างทฤษฏีกับการปฏิบัติ ทางที่ดีที่สุดจะต้องดำเนินงานในส่วนที่เห็นว่าถูกต้องดีแล้วต่อไป ไม่ปล่อยให้หยุดชะงักพร้อมกันไปนั้น ควรจะได้รับพิจารณาปัญหาโดยเร่งด่วน หาทางปรับหลักวิชาให้เข้ากับปัญหาและประสานเข้ากับวิชาอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องด้วย ให้เห็น ให้เข้าใจปัญหาโดยกระจ่างแจ้ง เมื่อได้วิธีที่ถูกต้องแล้วก็นำไปใช้ปฏิบัติให้ได้ผลด้วยความแน่วแน่และมั่นใจ” (17 กรกฎาคม 2518)
slide64
“วัตถุประสงค์ของการศึกษานั้นคืออย่างไร กล่าวโดยรวบยอดก็คือ การทำให้บุคคลมีปัจจัยหรืออุปกรณ์สำหรับชีวิตอย่างครบถ้วนเพียงพอ ทั้งในส่วนวิชาความรู้ ส่วนความคิด วินิจฉัย ส่วนจิตใจและคุณธรรม ความประพฤติ ส่วนความขยันอดทน และความสามารถในอันที่จะนำความรู้ ความคิดไปใช้ปฏิบัติงานด้วยตนเองให้ได้จริงๆ เพื่อสามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยความสุข ความเจริญมั่นคง และสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมและบ้านเมืองได้ตามควรแก่ฐานะด้วย”

(25 มิถุนายน 2523)

slide65
“การให้การศึกษาคือ การให้คำแนะนำและส่งเสริมบุคคลให้มีความเจริญงอกงามในการเรียนรู้ คิด อ่าน และกระทำตามอัตภาพของแต่ละคน โดยจุดประสงค์ในที่สุดคือ ให้บุคคลนำเอาความสามารถที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลตน เกื้อกูลผู้อื่นอย่างสอดคล้อง และไม่ขัดแย้งเบียดเบียนแก่งแย่งกัน เพื่อสามารถอยู่ร่วมกันเป็นสังคม เป็นประเทศได้” (13 พฤศจิกายน 2516)
slide66
คำถามวิจัย

1. เขียนเป็นข้อๆ และเขียนเป็นประโยคคำถาม

2. ถ้าเป็นวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนก็มักจะตั้งคำถามวิจัยว่า การสอนจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตัวนักเรียนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ หรือไม่ ? หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการเรียนจะดีกว่า/สูงกว่าก่อนเรียน หรือไม่ เพียงใด ?

3. ถ้าเป็นวิจัยปฏิบัติการทางการบริหาร ก็มักจะตั้งคำถามวิจัยว่า การแก้ปัญหา/พัฒนาจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กลุ่มเป้าหมายถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ หรือไม่ ? หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการแก้ปัญหาจะดีกว่า/สูงกว่าก่อนการแก้ปัญหาหรือไม่ เพียงใด ?

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide67
วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เป็นการแปลงคำถามวิจัยให้เป็นประโยคบอกเล่าว่าจะทำอะไรที่จะเป็นการตอบคำถามนั้นๆ

2. มักจะเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบ เพราะจะเป็นวิธีที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการแก้ปัญหา/พัฒนางานนั้นๆ

3. กล่าวครอบคลุมพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มเป้าหมายอย่างครบถ้วน หรือแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นจากการวิจัยครั้งนี้

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide68
สมมุติฐานการวิจัย

1. เป็นการนำเอาคำถามวิจัย หรือวัตถุ ประสงค์แต่ละข้อมาเขียนเพื่อคาดคะเนคำตอบ

2. นิยมเอาเรื่องที่เป็นการเปรียบเทียบมาเขียนคาดคะเนคำตอบ

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide69
ขอบเขตการวิจัย
  • กลุ่มเป้าหมายการวิจัย

ระบุว่ามีกี่กลุ่ม กี่คน

2. พฤติกรรมผู้เรียน หรือตัวแปรที่ต้องการให้เกิดขึ้น ปกติจะปรากฏอยู่ใน

ชื่อเรื่องวิจัย

3. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย

ระบุเนื้อหาสาระที่นำมาศึกษา ถ้าเป็นการสอนก็ระบุเนื้อหาตามรายวิชาในหลักสูตรที่จะนำมาสอน ถ้าเป็นงานวิจัยทางบริหารก็หมายถึงสาระต่างๆที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนา

4. ระยะเวลาการดำเนินการ ระบุว่าเป็นช่วงวัน เดือน ปีใด

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide70
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

& ประโยชน์ทางวิชาการ

ระบุว่าจะทำให้ได้อะไรเกิดขึ้นบ้างเมื่องานวิจัยเสร็จลง

& ประโยชน์ต่อการนำไปใช้

เป็นการกล่าวถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง)

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide71
นิยามปฏิบัติการ

เป็นการเลือกคำสำคัญมาอธิบายไว้ให้เข้าใจตรงกัน เพื่อป้องกันปัญหาการตีความไปต่างๆกันได้

& .......... หมายถึง........

& ......... หมายถึง................

& ......... หมายถึง............

& ......... หมายถึง.........

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide72
บทที่ 2วรรณคดี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วรรณกรรม และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีหัวข้อหลักต่อไปนี้

1. แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวกับ.........

2. นโยบายที่เกี่ยวข้อง

3. บริบทสถานศึกษาและชุมชน

4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

5. กรอบแนวคิดการวิจัย (ถ้ามี)

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide73
กรอบแนวคิดการวิจัย
  • ผลลัพธ์
  • ความรู้
  • ทักษะ
  • ความพึงพอใจ
  • ฯลฯ
  • วงจรการวิจัยปฏิบัติการ
  • การวางแผน(Planing)
  • การปฏิบัติตามแผน(Acting)
  • การสังเกตและบันทึกผล(Observing)
  • การสะท้อนผล(Reflecting)

การเตรียม การวิจัย

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide74
บทที่ 3วิธีดำเนินการวิจัย

1. ประชากรกลุ่มเป้าหมาย

2. ขั้นตอนการวิจัย

3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

5. การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมาย

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide75
ประชากรกลุ่มเป้าหมาย

การวิจัยครั้งนี้กำหนดประชากรกลุ่มเป้าหมายเป็น 3 กลุ่ม และมีส่วนร่วมในการวิจัยดังนี้

1. ผู้สอน ทำหน้าที่เป็นผู้วิจัย

2. ..........

3. ...........

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide76
ขั้นตอนการวิจัย

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมงาน

เป็นขั้นตอนการศึกษาบริบทสถานศึกษา การศึกษาหลักสูตร การวิเคราะห์ผู้เรียน การเตรียมสื่อประกอบการเรียนรู้และการสร้างความตระหนัก ต่อดำเนินงานร่วมกัน ของนักเรียน เป็นต้น

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide77
ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติการวิจัย

การวิจัยปฏิบัติการจะแบ่งออกเป็น 2 วงจร ดังนี้

วงจรที่ 1

วงจรที่ 2

ขั้นที่ 1 การวางแผน

ขั้นที่ 2 การปฏิบัติ

ขั้นที่ 3 การสังเกต

ขั้นที่ 4 การสะท้อนผล

ขั้นที่ 1 ทบทวนวางแผน

ขั้นที่ 2 การปฏิบัติ

ขั้นที่ 3 การสังเกต

ขั้นที่ 4 การสะท้อนผล

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide78
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 3 ชนิด ดังนี้

  • แผนจัดการเรียนรู้
  • นวัตกรรมการเรียนรู้
  • แบบประเมินการเรียนรู้

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide79
การเก็บรวบรวมข้อมูล
  • เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการปฏิบัติการวิจัย
  • เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปฏิบัติการวิจัย
  • เก็บรวบรวมข้อมูลในสัปดาห์สุดท้ายของการปฏิบัติการ

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide80
เทคนิคการเก็บข้อมูล

-- การบันทึกต่างๆ : การบันทึกภาพ, เสียง, การบันทึกทางเอกสาร

  • การบันทึกภาคสนาม
  • การบรรยายพฤติกรรมและภาวะแวดล้อม
  • การวิเคราะห์เอกสาร
  • แบบวัดต่างๆ
slide81
การวิเคราะห์ข้อมูล และการแปลความหมาย
  • ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ บันทึกการสังเกต ภาพถ่าย ของผลงานของนักเรียน ใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อความ
  • ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ คะแนนการสอบ คะแนนความพึงพอใจ และคะแนนผลการปฏิบัติงาน ใช้วิธีวิเคราะห์ทางสถิติอย่างง่าย คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นต้น

ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์

slide82
สิ่งที่ได้ยิน มักลืม

สิ่งที่ได้เห็น มักจำ

สิ่งที่ได้ทำ มักเข้าใจ

(ขงจื้อ)

ad