good morning welcome to calvary chapel at the bridge n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
I Corinthians 7 Principles for Marriage PowerPoint Presentation
Download Presentation
I Corinthians 7 Principles for Marriage

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 82

I Corinthians 7 Principles for Marriage - PowerPoint PPT Presentation


  • 83 Views
  • Uploaded on

Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridge สวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่ โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน. I Corinthians 7 Principles for Marriage .

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

I Corinthians 7 Principles for Marriage


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
    Presentation Transcript
    1. Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridgeสวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน

    2. I Corinthians 7 Principles for Marriage

    3. 1Now concerning the matters about which you wrote: “It is good for a man not to have sexual relations with a woman.” 1เรื่องที่พวกท่านเขียนมานั้นขอตอบว่าการที่ผู้ชายไม่ข้องแวะกับผู้หญิงเลยก็ดีแล้ว

    4. 2But because of the temptation to sexual immorality, each man should have his own wife and each woman her own husband. 2แต่เพื่อป้องกันการล่วงประเวณีผู้ชายทุกคนควรมีภรรยาเป็นของตนและผู้หญิงทุกคนมีสามีเป็นของตน

    5. 3The husband should give to his wife her conjugal rights, and likewise the wife to her husband. 3สามีพึงประพฤติต่อภรรยาตามควรและภรรยาก็พึงประพฤติต่อสามีตามควรเช่นเดียวกัน

    6. 4For the wife does not have authority over her own body, but the husband does. Likewise the husband does not have authority over his own body, but the wife does.

    7. 4ภรรยาไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตนแต่สามีมีอำนาจเหนือร่างกายของภรรยาทำนองเดียวกันสามีไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตนแต่ภรรยามีอำนาจเหนือร่างกายของสามี4ภรรยาไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตนแต่สามีมีอำนาจเหนือร่างกายของภรรยาทำนองเดียวกันสามีไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตนแต่ภรรยามีอำนาจเหนือร่างกายของสามี

    8. 5Do not deprive one another, except perhaps by agreement for a limited time, that you may devote yourselves to prayer; but then come together again, so that Satan may not tempt you because of your lack of self-control.

    9. 5อย่าปฏิเสธการอยู่ร่วมกันเว้นแต่ได้ตกลงกันเป็นการชั่วคราวเพื่ออุทิศตัวในการอธิษฐานแล้วจึงค่อยมาอยู่ร่วมกันอีกเพื่อมิให้ซาตานชักจูงให้ทำผิดเพราะตัวอดไม่ได้5อย่าปฏิเสธการอยู่ร่วมกันเว้นแต่ได้ตกลงกันเป็นการชั่วคราวเพื่ออุทิศตัวในการอธิษฐานแล้วจึงค่อยมาอยู่ร่วมกันอีกเพื่อมิให้ซาตานชักจูงให้ทำผิดเพราะตัวอดไม่ได้

    10. 6Now as a concession, not a command, I say this.6ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้เป็นการอนุญาตไม่ใช่เป็นการสั่ง

    11. Paul prefers singleness7I wish that all were as I myself am. But each has his own gift from God, one of one kind and one of another. 7ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้ทุกคนเป็นเหมือนข้าพเจ้าแต่ทุกคนก็ได้รับของประทานจากพระเจ้าเหมาะกับตัวคนหนึ่งได้รับอย่างนี้และอีกคนหนึ่งได้รับอย่างนั้น

    12. 8To the unmarried and the widows I say that it is good for them to remain single as I am. 8ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่คนที่ยังเป็นโสดและพวกแม่ม่ายว่าการที่เขาจะอยู่เหมือนข้าพเจ้าก็ดีแล้ว

    13. 9But if they cannot exercise self-control, they should marry. For it is better to marry than to be aflame with passion. 9แต่ถ้าเขายั้งใจไม่อยู่ก็จงแต่งงานเสียเถิดเพราะแต่งงานเสียก็ดีกว่ามีใจเร่าร้อนด้วยกามราคะ

    14. Matthew 19 3And Pharisees came up to him and tested him by asking, “Is it lawful to divorce one's wife for any cause?” 3พวกฟาริสีมาทดลองพระองค์ทูลถามว่า “ผู้ชายจะหย่าภรรยาของตนเพราะเหตุใดๆก็ตามเป็นการถูกต้องตามธรรมบัญญัติหรือไม่”

    15. 4He answered, “Have you not read that he who created them from the beginning made them male and female, 4พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “พวกท่านไม่ได้อ่านหรือว่าพระผู้ทรงสร้างมนุษย์แต่เดิมได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง

    16. 5and said, ‘Therefore a man shall leave his father and his mother and hold fast to his wife, and they shall become one flesh’? 5และตรัสว่าเพราะเหตุนั้น บุรุษจึงต้องละบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน

    17. 6So they are no longer two but one flesh. What therefore God has joined together, let not man separate.” 6เขาจึงไม่เป็นสองต่อไปแต่เป็นเนื้ออันเดียวกันเหตุฉะนั้นซึ่งพระเจ้าได้ทรงผูกพันกันแล้วอย่าให้มนุษย์ทำให้พรากจากกันเลย”

    18. 7They said to him, “Why then did Moses command one to give a certificate of divorce and to send her away?” 7เขาจึงย้อนถามพระองค์ว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมโมเสสได้สั่งให้ทำหนังสือหย่าให้ภรรยาแล้วก็หย่าได้”

    19. 8He said to them, “Because of your hardness of heart Moses allowed you to divorce your wives, but from the beginning it was not so. 8พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “โมเสสได้ยอมให้ท่านทั้งหลายหย่าภรรยาของตนเพราะใจท่านทั้งหลายแข็งกระด้างแต่เมื่อเดิมมิได้เป็นอย่างนั้น

    20. 9And I say to you: whoever divorces his wife, except for sexual immorality, and marries another, commits adultery.”9ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่าผู้ใดหย่าภรรยาของตนเพราะเหตุต่างๆเว้นแต่เป็นชู้กับชายอื่นแล้วไปมีภรรยาใหม่ก็ผิดประเวณี [และผู้ใดรับหญิงที่หย่าแล้วนั้นมาเป็นภรรยาก็ผิดประเวณีด้วย”

    21. 10The disciples said to him, “If such is the case of a man with his wife, it is better not to marry.” 10พวกสาวกทูลพระองค์ว่า “ถ้าลักษณะสามีภรรยาเป็นอย่างนั้นไม่เป็นสามีภรรยากันเลยก็ดีกว่า”

    22. 11But he said to them, “Not everyone can receive this saying, but only those to whom it is given. 11พระองค์ทรงตอบเขาว่า “มิใช่ทุกคนจะรับประพฤติตามข้อนี้ได้เว้นแต่ผู้ที่ทรงให้ประพฤติได้

    23. 12For there are eunuchs who have been so from birth, and there are eunuchs who have been made eunuchs by men, and there are eunuchs who have made themselves eunuchs for the sake of the kingdom of heaven. Let the one who is able to receive this receive it.”

    24. 12ด้วยว่าผู้ที่เป็นขันทีตั้งแต่กำเนิดก็มีผู้ที่มนุษย์กระทำให้เป็นขันทีก็มีผู้ที่กระทำตัวเองให้เป็นขันทีเพราะเห็นแก่แผ่นดินสวรรค์ก็มีใครถือได้ก็ให้ถือเอาเถิด”

    25. Don’t divorce 10To the married I give this charge (not I, but the Lord): the wife should not separate from her husband 10ส่วนคนที่แต่งงานแล้วข้าพเจ้าขอสั่งมิใช่ข้าพเจ้าสั่งเองแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาว่าอย่าให้ภรรยาทิ้งสามี

    26. 11(but if she does, she should remain unmarried or else be reconciled to her husband), and the husband should not divorce his wife. 11แต่ถ้านางทิ้งสามีไปอย่าให้นางไปมีสามีใหม่หรือไม่ก็ให้นางกลับมาคืนดีกับสามีเก่าและขออย่าให้สามีหย่าร้างภรรยาเลย

    27. 12To the rest I say (I, not the Lord) that if any brother has a wife who is an unbeliever, and she consents to live with him, he should not divorce her.

    28. 12ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่คนอื่นๆนอกจากคนพวกนี้ (องค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้ตรัส) ว่าถ้าพี่น้องคนใดมีภรรยาที่ไม่เชื่อในพระคริสต์และนางพอใจที่จะอยู่กับสามีสามีก็ไม่ควรหย่านาง

    29. 13If any woman has a husband who is an unbeliever, and he consents to live with her, she should not divorce him. 13ถ้าหญิงคนใดมีสามีที่ไม่เชื่อในพระคริสต์และสามีพอใจที่จะอยู่กับนางนางก็ไม่ควรหย่าสามีนั้นเลย

    30. 14For the unbelieving husband is made holy because of his wife, and the unbelieving wife is made holy because of her husband. Otherwise your children would be unclean, but as it is, they are holy.

    31. 14เพราะว่าสามีที่ไม่เชื่อในพระคริสต์นั้นได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ทางภรรยาและภรรยาที่ไม่เชื่อในพระคริสต์ก็ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ทางสามีมิฉะนั้นลูกของท่านก็เป็นมลทินแต่บัดนี้เด็กเหล่านั้นก็บริสุทธิ์14เพราะว่าสามีที่ไม่เชื่อในพระคริสต์นั้นได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ทางภรรยาและภรรยาที่ไม่เชื่อในพระคริสต์ก็ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ทางสามีมิฉะนั้นลูกของท่านก็เป็นมลทินแต่บัดนี้เด็กเหล่านั้นก็บริสุทธิ์

    32. 15But if the unbelieving partner separates, let it be so. In such cases the brother or sister is not enslaved. God has called you*to peace. 15แต่ถ้าคนที่ไม่เชื่อในพระคริสต์จะแยกไปก็จงให้เขาไปเถิดเรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นที่พี่น้องชายหญิงจะผูกมัดให้จำใจอยู่ด้วยกันเพราะว่าพระเจ้าได้ทรงเรียกเราให้อยู่อย่างสงบ

    33. 16Wife, how do you know whether you will save your husband? Husband, how do you know whether you will save your wife? 16ดูก่อนท่านผู้เป็นภรรยาไฉนท่านจะรู้ได้ว่าท่านจะช่วยสามีให้รอดได้หรือไม่ดูก่อนท่านผู้เป็นสามีไฉนท่านจะรู้ได้ว่าท่านจะช่วยภรรยาให้รอดได้หรือไม่

    34. 2 Corinthians 6:14 Do not be unequally yoked with unbelievers. For what partnership has righteousness with lawlessness? Or what fellowship has light with darkness?

    35. ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร

    36. Live As You Are Called17Only let each person lead the life that the Lord has assigned to him, and to which God has called him. This is my rule in all the churches.

    37. 17อย่างไรก็ตามองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานฐานะแก่แต่ละคนอย่างไรเมื่อพระเจ้าได้ทรงเรียกให้เขามาแล้วก็ให้เขาดำรงอยู่ในฐานะนั้นข้าพเจ้าขอสั่งให้คริสตจักรทั้งหมดทำตามดังนั้น17อย่างไรก็ตามองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานฐานะแก่แต่ละคนอย่างไรเมื่อพระเจ้าได้ทรงเรียกให้เขามาแล้วก็ให้เขาดำรงอยู่ในฐานะนั้นข้าพเจ้าขอสั่งให้คริสตจักรทั้งหมดทำตามดังนั้น

    38. 18Was anyone at the time of his call already circumcised? Let him not seek to remove the marks of circumcision. Was anyone at the time of his call uncircumcised? Let him not seek circumcision.

    39. 18มีชายคนใดที่พระเจ้าทรงเรียกเมื่อเขาได้รับรอยเข้าสุหนัตแล้วหรืออย่าให้เขาลบรอยนั้นเสีย หรือมีชายคนใดที่พระเจ้าทรงเรียกเมื่อเขามิได้เข้าสุหนัตหรืออย่าให้เขาเข้าสุหนัตเลย

    40. 19For neither circumcision counts for anything nor uncircumcision, but keeping the commandments of God. 19การที่เข้าหรือไม่เข้าสุหนัตไม่สำคัญอะไรแต่การประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้านั้นสำคัญ

    41. 20Each one should remain in the condition in which he was called. 20ให้ทุกคนอยู่ในฐานะที่เขาอยู่เมื่อพระเจ้าทรงเรียกนั้น

    42. 21Were you a slavewhen called? Do not be concerned about it. But if you can gain your freedom, avail yourself of the opportunity. 21พระเจ้าทรงเรียกท่านเมื่อยังเป็นทาสอยู่หรือก็ไม่เป็นไรจริงอยู่ถ้าท่านจะสามารถไถ่ตัวออกได้ก็ควรไถ่ดีกว่า

    43. 22For he who was called in the Lord as a slave is a freedman of the Lord. Likewise he who was free when called is a slave of Christ.

    44. 22แต่ถึงอย่างไรก็ดีผู้ใดที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกเมื่อยังเป็นทาสอยู่ผู้นั้นเป็นเสรีชนขององค์พระผู้เป็นเจ้าฝ่ายคนที่รับการทรงเรียกเมื่อเป็นเสรีชนคนนั้นเป็นทาสของพระคริสต์22แต่ถึงอย่างไรก็ดีผู้ใดที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกเมื่อยังเป็นทาสอยู่ผู้นั้นเป็นเสรีชนขององค์พระผู้เป็นเจ้าฝ่ายคนที่รับการทรงเรียกเมื่อเป็นเสรีชนคนนั้นเป็นทาสของพระคริสต์

    45. 23You were bought with a price; do not become slaves of men. 23พระเจ้าทรงซื้อท่านด้วยราคาสูงอย่าเข้าเป็นทาสของมนุษย์เลย

    46. 24So, brothers, in whatever condition each was called, there let him remain with God. 24ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายท่านทุกคนดำรงอยู่ในฐานะอันใดเมื่อพระเจ้าทรงเรียกก็ให้ผู้นั้นอยู่กับพระเจ้าในฐานะนั้น

    47. The Unmarried and the Widowed25Now concerningthe betrothed, I have no command from the Lord, but I give my judgment as one who by the Lord's mercy is trustworthy.

    48. 25เรื่องคนโสดนั้นข้าพเจ้าไม่ได้รับพระบัญชาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่ข้าพเจ้าก็ขอออกความเห็นในฐานะที่เป็นผู้ได้รับพระกรุณาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าให้เป็นผู้ที่ไว้ใจได้25เรื่องคนโสดนั้นข้าพเจ้าไม่ได้รับพระบัญชาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่ข้าพเจ้าก็ขอออกความเห็นในฐานะที่เป็นผู้ได้รับพระกรุณาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าให้เป็นผู้ที่ไว้ใจได้

    49. 26I think that in view of the presentdistress it is good for a person to remain as he is. 26เพราะเหตุความยากลำบากที่จะมาถึงอยู่ในเวลานี้ข้าพเจ้าเห็นว่าทุกคนควรจะอยู่อย่างที่เขาเป็นอยู่เดี๋ยวนี้