good morning welcome to calvary chapel at the bridge n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridge สวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่ โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน PowerPoint Presentation
Download Presentation
Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridge สวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่ โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 96

Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridge สวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่ โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน - PowerPoint PPT Presentation


  • 67 Views
  • Uploaded on

Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridge สวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่ โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน. 1 Thessalonians 5 The Day of the Lord 1 เธสะโลนิกา 5 วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridge สวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่ โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
    Presentation Transcript
    1. Good morning welcome to Calvary Chapel at the Bridgeสวัสดีตอนเช้าขอต้อนรับสู่โบสถ์แคล'วะรีแชพ'เพิลที่สะพาน

    2. 1 Thessalonians 5 The Day of the Lord1 เธสะโลนิกา 5 วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า

    3. 1 Thessalonians 4:15-181 เธสะโลนิกา 4:15-1815For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

    4. 15ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาจะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่15ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาจะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

    5. 16For the Lord Himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

    6. 16ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่งด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้าและคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน16ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่งด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้าและคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

    7. 17Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

    8. 17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้นและจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศอย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้นและจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศอย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

    9. 18Therefore encourage one another with these words. 18เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

    10. 1 Thessalonians 5:1-21 เธสะโลนิกา 5:1-21 Now concerning the times and the seasons, brothers, you have no need to have anything written to you. 1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เรื่องวันและเวลาที่ทรงกำหนดไว้นั้น ไม่จำเป็นจะต้องเขียนบอกให้ท่านรู้

    11. 2 For you yourselves are fully aware that the day of the Lord will come like a thief in the night. 2 เพราะท่านเองก็รู้ดีแล้วว่า วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า จะมาเหมือนอย่างขโมยที่มาในเวลากลางคืน

    12. Isaiah อิสยาห์13:6 6 Wail, for the day of the LORD is near;as destruction from the Almighty it will come!6 จงพิลาปร่ำไห้ซิ เพราะวันแห่งพระเจ้ามาใกล้แล้ว วันนั้นจะมา เป็นการทำลาย จากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

    13. Ezekiel เอเสเคียล 30:3 3 For the day is near, the day of the LORD is near; it will be a day of clouds, a time of doom for the nations.3 เพราะวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว วันแห่งพระเจ้าใกล้เข้ามา จะเป็นวันมีเมฆ เป็นเวลาที่กำหนดของประชาชาติ

    14. Joel โจเอล2:1-2 1 Blow a trumpet in Zion; sound an alarm on my holy mountain! Let all the inhabitants of the land tremble, for the day of the LORD is coming; it is near,

    15. 1 จงเป่าเขาสัตว์ที่ในศิโยน จงเปล่งเสียงปลุกบนภูเขาบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า ให้ชาวแผ่นดินทั้งสิ้นตัวสั่น เพราะวันแห่งพระเจ้ากำลังมาแล้ว ใกล้เข้ามาแล้ว

    16. 2 a day of darkness and gloom, a day of clouds and thick darkness! Like blackness there is spread upon the mountains a great and powerful people; their like has never been before, nor will be again after them through the years of all generations.

    17. 2 เป็นวันแห่งความมืดและความมืดครึ้ม เป็นวันที่มีเมฆและความมืดทึบ ประชากรจำนวนมากและมีกำลังยิ่ง ปกคลุมอยู่บนภูเขาดำทะมื่นไปหมด ตั้งแต่สมัยโบราณก็ไม่เคยมีเหมือนอย่างนี้ และตั้งแต่นี้ไปก็จะไม่มีอีก ตลอดปีทั้งหลายชั่วชาติพันธุ์

    18. Joel โจเอล3:14 14 Multitudes, multitudes, in the valley of decision! For the day of the LORD is near in the valley of decision.14 มวลชน มวลชน ในหุบเขาแห่งการพิพากษา เพราะวันแห่งพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว ในหุบเขาแห่งการพิพากษา

    19. Zephaniah เศฟันยาห์ 1:7 7 Be silent before the Lord GOD! For the day of the LORD is near; the LORD has prepared a sacrifice and consecrated his guests.7 จงนิ่งสงบอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพราะว่าวันแห่งพระเจ้ามาใกล้แล้ว พระเจ้าทรงเตรียมเครื่องบูชา และทรงกระทำแขกของพระองค์ให้บริสุทธิ์

    20. Joel โจเอล2:30-32 30 “And I will show wonders in the heavens and on the earth, blood and fire and columns of smoke. 30 “cข้าพเจ้าจะสำแดงลางอัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนดิน เป็นเลือดและไฟและลำควัน

    21. 31 The sun shall be turned to darkness, and the moon to blood, before the great and awesome day of the LORD comes. 31 ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์เป็นเลือด ก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองของพระเจ้ามาถึง

    22. 32 And it shall come to pass that everyone who calls on the name of the LORD shall be saved. For in Mount Zion and in Jerusalem there shall be those who escape, as the LORD has said, and among the survivors shall be those whom the LORD calls.

    23. 32 และอยู่มาจะเป็นอย่างนี้ คือผู้ที่ร้องทูลออกพระนามของพระเยโฮวาห์จะ รอด เพราะจะมีคนรอดพ้นในภูเขาศิโยนและใน เยรูซาเล็มตามที่พระเจ้าตรัสไว้ และในพวกคนที่รอดนั้นจะมีบรรดาบุคคล ที่พระเจ้าทรงเรียกด้วย

    24. Malachi มาลาคี4:1, 5-6 1 “For behold, the day is coming, burning like an oven, when all the arrogant and all evildoers will be stubble. The day that is coming shall set them ablaze, says the LORD of hosts, so that it will leave them neither root nor branch.

    25. 1 “พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า “ดูเถิด วันนั้นจะมาถึง คือวันที่จะเผาไหม้เหมือนเตาอบ เมื่อคนที่อวดดีทั้งสิ้น และคนที่ประกอบการอธรรมทั้งหมดจะเป็นเหมือนตอข้าว วันที่จะมานั้นจะไหม้เขาหมด จนไม่มีรากหรือกิ่งเหลืออยู่เลย

    26. 5 “Behold, I will send you Elijah the prophet before the great and awesome day of the LORD comes. 5 “ดูเถิด ข้าพเจ้าจะส่งเอลียาห์ผู้เผยพระวจนะมายังเจ้าก่อนวันแห่งพระเจ้า คือวันที่ใหญ่ยิ่งและน่าสะพรึงกลัวมาถึง

    27. 6 And he will turn the hearts of fathers to their children and the hearts of children to their fathers, lest I come and strike the land with a decree of utter destruction.” 6 และท่านผู้นั้นจะกระทำให้จิตใจของพ่อหันไปหาลูก และจิตใจของลูกหันไปหาพ่อ หาไม่ cข้าพเจ้าจะมาโจมตีแผ่นดินนั้นด้วยคำสาปแช่ง”

    28. Revelation วิวรณ์16:23-25 5 “Behold, I will send you Elijah the prophet before the great and awesome day of the LORD comes. 5 “ดูเถิด ข้าพเจ้าจะส่งเอลียาห์ผู้เผยพระวจนะมายังเจ้าก่อนวันแห่งพระเจ้า คือวันที่ใหญ่ยิ่งและน่าสะพรึงกลัวมาถึง

    29. 6 And he will turn the hearts of fathers to their children and the hearts of children to their fathers, lest I come and strike the land with a decree of utter destruction.” 6 และท่านผู้นั้นจะกระทำให้จิตใจของพ่อหันไปหาลูก และจิตใจของลูกหันไปหาพ่อ หาไม่ cข้าพเจ้าจะมาโจมตีแผ่นดินนั้นด้วยคำสาปแช่ง”

    30. 2 Thessalonians 2 เธสะโลนิกา 2:1-4 1 Now concerning the coming of our Lord Jesus Christ and our being gathered together to him, we ask you, brothers,

    31. 1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เรื่องการซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าของเราจะเสด็จมา และที่พระองค์จะทรงรวบรวมเราทั้งหลายไปเป็นของพระองค์นั้น เราขอวิงวอนท่านว่า

    32. 2 not to be quickly shaken in mind or alarmed, either by a spirit or a spoken word, or a letter seeming to be from us, to the effect that the day of the Lord has come.

    33. 2 อย่าให้ใจของท่านหวั่นไหวง่าย หรือตื่นตระหนกตกใจ ไม่ว่าจะเป็นโดยทางวิญญาณ หรือโดยทางคำพูด หรือโดยทางจดหมายเป็นเชิงว่ามาจากเรา อ้างว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงแล้ว

    34. 3 Let no one deceive you in any way. For that day will not come, unless the rebellion comes first, and the man of lawlessness is revealed, the son of destruction,

    35. 3 อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึงจนกว่าจะมีการทรยศเสียก่อน และคนนอกกฎหมายนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ

    36. 4 who opposes and exalts himself against every so-called god or object of worship, so that he takes his seat in the temple of God, proclaiming himself to be God.

    37. 4 ผู้กีดกั้นขัดขวางและยกตัวขึ้นต่อสู้อะไรๆที่ได้ชื่อว่าเป็นพระ หรืออะไรๆที่เขาไหว้นมัสการนั้น แล้วมันก็นั่งในพระวิหารของพระเจ้าประกาศตัวว่าเป็นพระเจ้า

    38. 1 Thessalonians 5:3-81 เธสะโลนิกา 5:3-83 While people are saying, “There is peace and security,” then sudden destruction will come upon them as labor pains come upon a pregnant woman, and they will not escape.

    39. 3 เมื่อเขาพูดว่า “สงบสุขและปลอดภัยแล้ว” เมื่อนั้นแหละความพินาศก็จะมาถึงเขาทันที เหมือนกับความเจ็บปวดมาถึงหญิงที่มีครรภ์ เขาจะหนีก็ไม่พ้น

    40. 4 But you are not in darkness, brothers, for that day to surprise you like a thief. 4 แต่พี่น้องทั้งหลาย ท่านไม่ได้อยู่ในความมืดแล้ว วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างขโมยมา

    41. 5 For you are all children of light, children of the day. We are not of the night or of the darkness. 5 ท่านเป็นบุตรของความสว่าง และเป็นบุตรของกลางวัน เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด

    42. 6 So then let us not sleep, as others do, but let us keep awake and be sober. 6 เหตุฉะนั้นเราอย่าหลับเหมือนอย่างคนอื่น แต่ให้เราเฝ้าระวังและไม่เมามาย

    43. 7 For those who sleep, sleep at night, and those who get drunk, are drunk at night. 7 เพราะว่าคนนอนหลับก็ย่อมหลับในเวลากลางคืน และคนเมาก็ย่อมเมาในเวลากลางคืน

    44. 8 But since we belong to the day, let us be sober, having put on the breastplate of faith and love, and for a helmet the hope of salvation. 8 แต่เมื่อเราเป็นของกลางวันแล้วก็อย่าให้เราเมามาย จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก และสวมความหวังที่จะได้ความรอดเป็นหมวกเหล็ก

    45. Ephesians เอเฟซัส 6:17 17 and take the helmet of salvation, and the sword of the Spirit, which is the word of God, 17 จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า

    46. Proverbs สุภาษิต 6:6 6 Go to the ant, O sluggard; consider her ways, and be wise.6 คนเกียจคร้านเอ๋ย ไปหามดไป๊ พิเคราะห์ดูทางของมัน และจงฉลาด

    47. 7 Without having any chief, officer, or ruler,7 โดยปราศจากผู้หัวหน้า เจ้าหน้าที่หรือผู้ปกครอง

    48. 8 she prepares her bread in summer and gathers her food in harvest.8 มันเตรียมอาหารของมันในฤดูแล้ง และส่ำสมของกินของมันในฤดูเกี่ยว

    49. 9 How long will you lie there, O sluggard? When will you arise from your sleep?9 คนเกียจคร้านเอ๋ย เจ้าจะนอนนานเท่าใด เมื่อไรเจ้าจะลุกขึ้นจากหลับ

    50. 10 A little sleep, a little slumber, a little folding of the hands to rest,10 หลับนิด เคลิ้มหน่อย กอดมือพักนิดหน่อย