slide1 l.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการ PowerPoint Presentation
Download Presentation
ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการ

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 190

ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการ - PowerPoint PPT Presentation


  • 201 Views
  • Uploaded on

ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการแข่งขันและความร่วมมือของประชาคมโลกปัจจุบัน. ผศ . ดร . ชนวัฒน์ ศรีสอ้าน. Agenda. ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาวะการแข่งขัน ความร่วมมือของประชาคมโลกปัจจุบัน. การหลอมรวมกันของเทคโนโลยี. Computers. Broadcasting. Broadband and cable services.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการ' - pilis


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1
ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการแข่งขันและความร่วมมือของประชาคมโลกปัจจุบันความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาวะการแข่งขันและความร่วมมือของประชาคมโลกปัจจุบัน

ผศ. ดร. ชนวัฒน์ ศรีสอ้าน

agenda
Agenda
  • ความท้าทายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ภาวะการแข่งขัน
  • ความร่วมมือของประชาคมโลกปัจจุบัน
slide3
การหลอมรวมกันของเทคโนโลยีการหลอมรวมกันของเทคโนโลยี

Computers

Broadcasting

Broadband and cable services

Connected to networks

PC

TV

Mobile and Wireless

Appliance

Cable changes to wireless

Electronic Games and Embedded Systems

Telecommunications

slide7

“Ubiquitous Computing”

My colleagues and I at PARC believe that what we call ubiquitous computing will gradually emerge as the dominant mode of computer access over the next twenty years. Like the personal computer, ubiquitous computing will enablenothing fundamentally new, but by making everything faster and easier to do, with less strain and mental gymnastics, it will transform what is apparently possible.

Dr. Mark Weiser, “The Computer for the 21th Century”, Scientific American, August 1991

U-Government = Government Everywhere(in Everything)

ubiquitous [ADJ] ; ซึ่งมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง Syn. omnipresent; pervasive

http://lexitron.nectec.or.th/

m government

m-Government :main purposes

m-Government
  • mCommunication:
    • Improving communication between government and citizens (G2C, C2G)
  • mServices:
    • mTransactions
    • mPayments
  • mDemocracy
  • mAdministration
  • mGovernment is a subset of e-government.
  • eGovernment is the use of information and communication technologies (ICTs) to improve the activities of public sector organisations.
  • m-government, those ICTs are limited to mobile and/or wireless technologies like cellular/mobile phones, and laptops and PDAs (personal digital assistants) connected to wireless local area networks (LANs).
  • mGovernment can help make public information and government services available "anytime, anywhere" to citizens and officials.

http://www.e-devexchange.org/eGov/mgovapplic.htm

eGovernment for Development :- mGovernment Applications and Purposes Page , Emmanuel C. Lallana, 2004

Source: http://www.e-devexchange.org/eGov/topic4.htm

eGovernment for Development, mGovernment: Mobile/Wireless Applications in Government, Emmanuel C. Lallana, 2004

slide10

รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และนวัตกรรมรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และนวัตกรรม

European Commission

slide11
ประชุมความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ 191 ประเทศ
  • ประชุมความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ 191 ประเทศ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จัดประชุมผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ดร.มั่น พัทธโรทัย รัฐมนตรีว่ากการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธาน เปิดการประชุมความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ 191 ประเทศ ซึ่งสถานการณ์และสภาวะแวดล้อมด้านนโยบายโทรคมนาคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องปฏิรูป กฎ ระเบียบ และนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ตลอดจนเพื่อเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานของรัฐบาลในหลายประเทศ เปลี่ยนแปลงบทบาท จากการเป็นผู้กำหนดนโยบายมาเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลเพียงอย่างเดียว ทำให้มีจำนวนหน่วยงานกำกับดูแลเพิ่มขึ้นทั่วโลก หน่วยงานเหล่านี้จึงต้องมีเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ด้านการกำกับดูแลสำหรับให้มวลสมาชิกนำไปปฏิบัติในประเทศ ดังนั้นสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้ริเริ่มเวทีประชุมเพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานกำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการจากประเทศสมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และร่วมกันพิจารณาประเด็นด้านการกำกับดูแลโทรคมนาคมและสารสนเทศ และนำเสนอวิสัยทัศน์ และศักยภาพของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ต่อนานาประเทศที่เป็นสมาชิก ITU ทั้ง 191 ประเทศ เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงจากภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ได้ร่วมอภิปรายปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในการพัฒนาอุตสหกรรม ICT และนำเสนอต่อหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับบรรยากาศที่มั่นคงสำหรับการลงทุน
wimax
WiMAX
  • ไวแม็กซ์ (WiMAX)เป็นเทคโนโลยีบนบรอดแบนด์แบบไร้สาย ซึ่งคาดว่าจะถูกนำมาให้ใช้กันทั่วภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปัจจุบันประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย ได้มีการลงทุนริเริ่มกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับประเทศไทยได้มีการทดลองติดตั้งบางส่วนในหลายจังหวัด อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น หาดใหญ่ เชียงใหม่ เป็นต้น
  • ไวแม็กซ์ (WiMAX) จะสามารถทำงานได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่บนระบบ 3G มากถึง 10 เท่า พร้อมยังมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นมัลติมีเดียที่มีทั้งภาพและเสียงหรือจะเป็นข้อมูลล้วนๆก็ตามได้สูงสุดถึง 75 เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งก็เร็วกว่าระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ 3G มากถึง 30 เท่าเลยที่เดียว
ieee802 16a
IEEE802.16a
  • ไวแม็กซ์ (WiMAX)บรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนมาตราฐานการสื่อสาร IEEE802.16 ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนามาอยู่บนมาตราฐาน IEEE802.16a โดยได้มีการอนุมัติออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2004 โดยสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่งมีระยะรัศมีทำการที่ 31 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร
point to multipoint
Point-to-multipoint
  • โดยมาตราฐาน IEEE 802.16a หรือ WiMAX มีความสามารถในการส่งกระจายสัญญาณในลักษณะจากจุดเดียวไปยังหลายจุด (Point-to-multipoint) ได้พร้อมๆกัน โดยมีความสามารถรองรับการทำงานในแบบ Non-Line-of-Sight ได้ สามารถทำงานได้แม้กระทั่งมีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้ หรือ อาคารได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้WiMAX สามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้งาน สามารถขยายเครือข่ายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้กว้างขวางด้วยรัศมีทำการถึง 31 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร และมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 75 Mbps มาตราฐาน IEEE 802.16a นี้ใช้งานอยู่บนคลื่นไมโครเวฟที่มีความถี่ระหว่าง 2-11 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) และยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์มาตราฐานชนิดอื่นๆที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี
slide18
IEEE 802.16......เป็นมาตราฐานที่ให้ระยะทางการเชื่อมโยง 1.6 - 4.8 กิโลเมตร เป็นมาตราฐานเดียวที่สนับสนุน LoS (Line of Sight) โดยมีการใช้งานในช่วงความถึ่ที่สูงมากคือ 10-66 กิกะเฮิรตซ์ (GHz)๐ IEEE 802.16a......เป็นมาตราฐานที่แก้ไขปรุงปรุงจาก IEEE 802.16 เดิม โดยใช้งานที่ความถี่ 2- 11 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งคุณสมบัติเด่นที่ได้รับการแก้ไขจากมาตราฐาน 802.16 เดิม คือคุณสมบัติการรองรับการทำงานแบบที่ไม่อยู่ในระดับสายตา (NLoS - Non - Line -of -Sight) ทั้งยังมีคุณสมบัติการทำงานเมื่อมีสิ่งกีดขวาง อาทิ เช่น ต้นไม้ ,อาคาร ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังช่วยให้สามารถขยายระบบเครือข่ายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้อย่างกว้างขวางด้วยรัศมีทำการที่ไกลถึง 31 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร และมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ทำให้สามารถรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานระบบเครือข่ายของบริษัทที่ใช้สายประเภท ที1 (T1-type) กว่า 60 รายและการเชื่อมต่อแบบ DSL ตามบ้านเรือนที่พักอาศัยอีกหลายร้อยครัวเรือนได้พร้อมกันโดยไม่เกิดปัญหาในการใช้งาน๐ IEEE 802.16e......เป็นมาตราฐานที่ออกแบบมาให้สนับสนุนการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์พกพาประเภทต่างๆ เช่น PDA , Notebook เป็นต้น โดยให้รัศมีทำงานที่ 1.6 - 4.8 กิโลเมตร มีระบบที่ช่วยใฟ้ผู้ใช้งานยังสามรถสื่อสารได้โดยให้คุณภาพในการสื่อสารที่ดีและมีเสถียรภาพขณะใช้งานแม้ว่ามีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาก็ตาม
how does it work
How does it work?
  • ไวแม็กซ์ (WiMAX)บนเทคโนโลยีแบบไร้สายมาตรฐานใหม่ IEEE 802.16 มีความสามรถในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้หลักการของเทคโนโลยี OFDM (Orthogonal Frequency Division Multiplexing) ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ของวิทยุขนาดเล็ก (Sub-Carrier) มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยการนำคลื่นความถี่วิทยุขนาดเล็กในระดับ KHz มาจัดสรรให้แก่ผู้ใช้ตามข้อกำหนดของคลื่นความถี่วิทยุจนเกิดเป็นเครือข่ายแบบไร้สายที่มีขนาดใหญ่ และรองรับการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงในทุกสถานที่ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าความเร็วสำหรับ ไวแม็กซ์ (WiMAX) นั้นมีอัตราความเร็วในการส่งสัญญาณข้อมูลมากถึง 75 เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) โดยใช้กลไกการเปลี่ยนคลื่นสัญญาณที่ให้ประสิทธิภาพสูง สามารถส่งสัญญาณออกไปได้ระยพไกลมากถึง 31 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร นอกจากนี้สถานีฐาน (Base Station) ยังสามารถพิจารณาความเหมาะสมในการรับส่งระหว่างความเร็วและระยะทางได้อีกด้วย
  • ในส่วนของพื้นที่บริการ ก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างกว้างขวางโดยใช้เทคนิคของการแปลงสัญญาณที่มีความคล่องตัวสูงสำหรับการใช้งานบนมาตรฐาน IEEE 802.16a บนระบบเครือข่ายที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน (Mesh Topology) และเทคนิคการใช้งานกับเสาอากาศ แบบอัจฉริยะ (Smart Antenna) ที่ช่วยประหยัดต้นทุน และมีความน่าเชื่อถือสูงด้วยมีระบบจัดการลำดับความสำคัญของงานบริการ (Qos – Quality of Service) ที่รองรับ การทำงานของบริการสัญาณภาพและเสียง ซึ่งระบบเสียงบนเทคโนโลยี WiMAX นั้นจะอยู่ในรูปของบริการ Time Division Muliplexed (TDM) หรือบริการในรูปแบบ Voice over IP (VoIP) ก็ได้ โดยโอเปอร์เรเตอร์สามารถกำหนดระดับความสำคัญของการใช้งานให้เหมาะสมกับรูปแบบของลัษณะงานส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยนั้น WiMAX มีคุณสมบัติของระบบรักษาความปลอดภัยสูงด้วยระบบรักษารหัสลับของข้อมูลและการเข้ารหัสในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมระบบตรวจสอบสิทธิในการใช้งาน
wimax21
อินเทลร่วมการเปิดตัวไวแม็กซ์ (WiMAX)
  • อินเทลมองว่าการนำไวแม็กซ์ (WiMAX) มาใช้จะเกิดขึ้นเป็นสามระยะ ระยะแรก คือ เทคโนโลยีไวแม็กซ์ (WiMAX) ซึ่งอยู่บนมาตรฐาน IEEE 802.16 -2004 ที่จะให้การเชื่อมต่อไร้สายแบบเฉพาะที่ผ่านเสาสัญญาณกลางแจ้งซึ่งจะเกิดขึ้นในครึ่งแรกของปี 2548 ความสามรถไร้สายเฉพาะที่กลางแจ้งสามารถใช้ได้กับองค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมาก (บริการระดับ T1/E1) ฮอตสปอตและช่องสื่อสารภาคพื้นดินเครือข่ายเซลลูลาร์และบริการสำหรับที่อยู่อาศัยในตลาดระดับบน....... อินเทล คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำของเทคโนโลยี ไวแม็กซ์ (WiMAX) ได้เผยโฉมดีไซน์ของไวแม็กซ์ (WiMAX) แบบ “system-on-a-chop” ที่มีชื่อรหัสว่า Rosedaleให้ได้ชมกันเป็นครั้งแรกเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับอุปกรณ์ซึ่งสนับสนุนมาตรฐาน IEEE 802.16 -2004 อุปกรณ์นี้จะมีการติดตั้งที่บ้านหรือธุรกิจเพื่อส่งหรือรับสัญญาณบรอดแบนด์ไร้สายทำให้อินเตอร์เน็ตสามรถเชื่อมต่อได้
slide22
ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2548 จะสามารถติดตั้งไวแม็กซ์ (WiMAX) ภายในอาคารได้โดยมีเสาอากาศเล็กๆคล้ายกับจุดเชื่อมต่อแลนไร้สายที่ใช้มาตรฐาน 802.11 ในปัจจุบันแบบจำลองไวแม็กซ์ (WiMAX) ที่ใช้ในอาคารแสดงให้เห็นว่าไวแม็กซ์ (WiMAX) สามารถใช้ได้กับบรอดแบนด์ในที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคที่ครอบคลุมพื้นที่ในระยะไกล เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ “ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้เอง” ลดต้นทุนการติดตั้งสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม....... ในปี 2549 เทคโนโลยีที่ใช้มาตรฐาน IEEE 802.16e จะมีการติดตั้งเข้าไปในคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพไร้สายเพื่อสนับสนุนความเคลื่อนไหวระหว่างบริเวณที่ให้บริการไวแม็กซ์ (WiMAX) สามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นและบริการแบบพกพาและแบบที่มีประสิทธิภาพไร้สาย ในอนาคตอาจมีการใส่ประสิทธิภาพของไวแม็กซ์ (WiMAX) ลงไปในโทรศัพท์มือถือ
slide23
สรุป
  • ไวแม็กซ์ (WiMAX)เป็นเทคโนโลยีบนบรอดแบนด์แบบไร้สาย มีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล ได้สูงสุดถึง75 เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) มีระยะรัศมีทำการที่ 31 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร ไวแม็กซ์ (WiMAX) ถูกคาดหวังว่าจะมีการนำใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศกำลังพัฒนา โดยนำมาใช้เป็นโพรโทคอลสำหรับการส่งสัญญาณเสียงรวมทั้งสื่อในรูปแบบอื่นๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต (voice-over-internet-protocol) แทนการส่งสัญญาณผ่านสายทองแดง เทคโนโลยี WiMax จะช่วยให้การติดต่อระยะไกลๆ มีราคาถูกลง เนื่องจากผู้ประกอบการในอนาคตสามารถเปลี่ยนจากการวางสายทองแดงมาเป็นการติดตั้งหอสัญญาณ WiMax แทน มีการคาดการณ์ว่า หาก WiMax ถูกใช้อย่างแพร่หลายแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ที่เคยอยู่กับที่จะถูกเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่ และสามารถติดต่อกันง่ายขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ผู้นำในการผลิตชิปแนวหน้าของโลก เช่น บริษัท Intel ก็ให้การสนับสนุนและเริ่มมีแผนที่จะผลิตชิปที่เป็น WiMax เพื่อรองรับมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ Laptop ที่ดีที่สุดในอนาคตซึ่งคาดว่าจะเริ่มในปี 2006-2007......และถึงแม้ว่าในขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในขั้นของการทดสอบในบางพื้นที่อยู่ก็ตาม แต่ด้วยเทคโนโลยี WiMAX เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังรองรับเครือข่ายแบบไร้สายที่กว้างขวางสำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และหากมองถึงประโยชน์ในการขยายเครือข่ายบรอดแบนด์ให้เข้าถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลแล้ว ผลประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานทุกคนที่จะมีโอกาศได้ใช้เครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้อนาคตอันใกล้นี้ เราคงจะได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพอย่าง WiMAX นี้อย่างแน่นอน
what is web services
What is Web Services?

. Web Services เป็นชื่อเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนาระบบ

ผ่านอินเตอร์เน็ต

. บริการต่างๆ ที่เปิดให้ใช้ผ่านทาง Internet หรือ Private

(Intranet) Network

. ใช้ระบบข้อความ (Message) ที่เป็นมาตรฐาน XML

. ไม่ขึ้นอยู่กับระบบปฎิบัติการหรือภาษาใดในการท างาน

. อธิบายคุณสมบัติด้วยภาษา XML ที่เป็นมาตรฐาน (WSDL)

. สามารถค้นหาได้โดยวิธีการที่ง่าย (UDDI)

slide30
SOAP

.Simple Object Access Protocol (SOAP)

.SOAP is based on XML

.SOAP is platform independent

.SOAP is language independent

.SOAP is simple and extensible

.SOAP allows you to get around firewalls

.SOAP will be developed as a W3C standard

slide31
WSDL
  • .Web Service Description Language (WSDL)
  • .WSDL is an XML grammar for specifying a public interface for a web
  • service.
  • .Information on all publicly available functions.
  • .Data type information for all XML message.
  • .Biding information about the specific transport protocol to be used.
  • .Address information for locating the specified service.
  • .Describing of SOAP Services
why soa
Why? SOA

•The business drivers for a new approach

–ความต้องการทางด้านธุรกิจเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูบแบบ

ใหม่ คือ Service-Oriented Architecture ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

•ลดต้นทุนการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมให้มากที่สุด

•ต้องมีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองลูกค้า

•เพิ่มความสามารถการแข่งขัน และรองรับเงื่อนไขต่างทางธุรกิจ

•ความหลากหลายของระบบ (Heterogeneity)

–ระบบซอฟต์แวร์ในระดับ Enterprise ตัวอย่างเช่นระบบงานของหน่วยภาครัฐ

ซึ่งประกอบไปด้วย ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย และแตกต่างกัน ทั้งในส่วนเทคโนโลยี

ผู้ผลิต การท างาน และอายุการใช้งาน

why soa34
Why? SOA

•การรวมระบบที่มีความแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่ทำได้ยากและเปรียบ

เหมือนฝันร้ายเลย

•ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ทุกตัวให้มาจากผู้ผลิต

เดียวกันได้ (Single-vendor approach)

–เพราะซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม และสนับสนุนการท างานในทุกเรื่อง เป็นเรื่องที่ยากมาก

•การเปลี่ยนแปลง (Change)เนื่องจากการแข่งขันในโลกของธุรกิจ ที่

ต้องอาศัยความเร็ว และการแข่งขันสูง

–ลูกค้าเปลี่ยน Requirement เนื่องจากต้องการปรับ ขบวนการเพื่อกลยุทธ์

–การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของซอฟต์แวร์ เพื่อทันต่อสถานการณ์

service oriented architecture soa
Service Oriented Architecture (SOA)
  • .A style of design that guides all aspects of creating and using Business Services throughout their lifecycle.
  • .a way to define and provision an IT infrastructure to allow different
  • applications to exchange data and participate in business processes
  • .operating systems or programming languages
  • .New applications can be developed entirely, or almost entirely, by
  • composing existing services.
  • .New applications can be assembled out of a collection of existing,
  • reusable services.
what are services
What are Services?

.Bank Services

.Account management (opening and closing accounts).

.Loans (application processing, inquiries about terms and conditions,

accepting payments).

.Withdrawals, deposits, and transfers.

.Foreign currency exchange.

soa benefits
SOA Benefits

•Reuse

–The ability to create services that are reusable in

multiple applications.

•Efficiency

–The ability to quickly and easily create new

services and new applications using a

combination of new and old services, along

with the ability to focus on the data to be shared

rather than the implementation underneath.

soa benefits41
SOA Benefits

•Loose technology coupling

–The ability to model services independently of

their execution environment and create

Messages that can be sent to any service.

•Division of responsibility

–The ability to more easily allow business people to concentrate on business issues, technical

People to concentrate on technology issues,

and for both groups to collaborate using the

service contract.

soa and web service integration
SOA and Web Service Integration

•Web services integration (WSI)

–The tactical and opportunistic application of Web

services to solving integration and interoperability

problems.

•Service-oriented integration (SOI)

–Integration using Web services in the context of an

SOA that is, the strategic and systematic

application of Web services to solving integration

and interoperability problems.

summary
Summary

•SOA is a style of design that guides all

aspects of creating and using business

services throughout their lifecycle. And

promise of

–Reuse

–Efficiency

–Loose technology coupling

–Division of responsibility

•Web Services is technology to help the

concept of SOA.

what is web2 0
What is Web2.0?

Web 2.0 คือการให้ความหมายของสิ่งที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีเว็บไซต์ ซึ่งก็เหมือนกับที่สมัยก่อน เราเปลี่ยนจากทีวีขาวดำมาเป็นทีวีจอสีนั่นล่ะครับ โดยกำหนดตัวเลขว่าเป็น generation ที่ 2 ของเว็บนั่นเอง สิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ Web 2.0 นั้นก็ เช่น AJAX, Blog, Feeds, Podcast, Social networking ฯลฯ โดย Web 2.0 application จะคุณสมบัติดังต่อไปนี้ครับ

  • ให้ความสำคัญกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ โดยที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะมีส่วนร่วมต่อเว็บไซต์มากขึ้น ไม่ใช่แค่เข้ามาชมเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บจัดทำขึ้นเท่านั้น ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถสร้าง content ของเว็บไซต์ขึ้นมาได้เองหรือสามารถ tag content ของเว็บไซต์ (คล้ายๆการกำหนด keyword ที่เกี่ยวข้องกับ content โดยผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นผู้กำหนดขึ้น) ตัวอย่างเช่น Digg, Flickr, Youtube , Wiki
  • Web 2.0 application จะมีคุณสมบัติที่เรียกว่า RIA (Rich Internet Application) นั่นคือ Web 2.0 application จะมี userinterface ที่ดียิ่งขึ้น เช่น คุณสมบัติ drag & drop ซึ่งเราใช้กับใน desktop application ทั่วๆไปก็สามารถใช้ได้บนเว็บเช่นกัน โดยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการสร้าง RIA เช่น AJAX, Flash
  • คุณสมบัติที่เรียกว่า mash-up ก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนนึงของ Web 2.0 application นั่นก็คือการที่เราสร้าง Web application ขึ้นมาสักตัวนึง แล้วเราสามารถเปิด service ของ Web application ให้คนอื่นๆสามารถมาใช้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมสร้าง Web application เกี่ยวกับระบบการซื้อขายสิ้นค้า online ขึ้นมาโดยผมสามารถ mash-up ระบบของผมเข้ากับ Google maps ได้อย่างง่ายดายเพื่อที่จะทำ Web application ของผมนั่นมีความสามารถในการ ซื้อขายสินค้า online แล้วยังสามารถคำนวนระยะทางและเวลาในการขนส่งสินค้าไปให้ลูกค้า รวมทั้งสามารถพิมพ์แผนที่เส้นทางได้ โดยที่ปผมไม่ต้องสร้าง Application สำหรับสร้างแผนที่ขึ้นมาเองเลย โดยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องคือ Feeds, RSS, SOA, Web services
web 2 0
เทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับ Web 2.0
  • AJAX สำหรับผมแล้วถือว่าเป็น เทคโนโลยีที่สำคัญมากๆ สำหรับ Web 2.0 application เลยทีเดียว โดย AJAX ใช้สำหรับการสร้าง userinterface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้นบนเว็บ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ AJAX นั้นสามารถทำงานบนทุก browser ไม่ว่าจะเป็น IE, Firefox, Opera หรือ Safari ก็ตาม ตัวอย่าง Web 2.0 application ที่นำ AJAX ไปใช้ก็เช่น Gmail, Google Docs & Spreadsheets, Google Calendarหรือ LetsProve VO
  • XML, Web services ใช้ในการทำให้ Web 2.0 application สามารถ integrate functional ในการทำงานร่วมกันได้ง่ายยิ่งขึ้น application ที่เราคุ้นเคยก็เช่น เราสามารถติดตามตำแหน่งงานที่เราสนใจใน Jobsdb ได้โดย RSS feeds
  • SaaS (Software as service) เป็น Model ใหม่สำหรับการใช้บริการ software โดยที่แต่ก่อนเราอาจจะต้องซื้อ software เป็น license แล้วนำมา install บนเครื่องเรา แล้วเมื่อถึงเวลาที่ผู้ผลิต update software เป็น version ใหม่เราก็ต้องไป download หรือซื้อ software ใน version ใหม่ และถ้าหากมีผู้ใช้ software เป็นจำนวนมากๆก็จะต้องเสียเวลาและเงินอย่างมากในการ update software แต่ละที ซึ่ง SaaS จะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้โดยมอง software เป็นเหมือนบริการๆนึง โดยผู้ใช้บริการเพียงแค่จ่ายเงินค่าบริการ แล้วก็สามารถใช้งาน software ผ่านทาง web browser ได้ทันที เมื่อมีการ update software ก็จะทำเองอัตโนมัติโดยผู้ผลิต SaaS มีข้อดีคือ ผู้ใช้จะสามารถวางแผนงบประมาณสำหรับการซื้อ software ได้มากยิ่งขึ้น (ไม่ใช่ว่าซื้อ software มาแล้วยังต้องจ่ายค่า support, fix bug ตามมาอีก) และใช้เวลาน้อยกว่าในการ update version software แต่ละครั้ง ตัวอย่าง SaaS เช่น Google, Salesforce, Zoho
it is all around the 8 web 2 0 principles
It is all around the 8 Web 2.0 Principles
  • What is Web 2.0 ?

Web 2.0 is a set of social, economic, and technology trends that collectively form the basis for the next generation of the Internet—a more mature, distinct medium characterized by user participation, openness, and network effects.

(Source: O’Reilly Radar: Web 2.0 Principles and Best Practices)

it is all around the 8 web 2 0 principles48
It is all around the 8 Web 2.0 Principles

What are the Web 2.0 Principles

  • Harnessing Collective Intelligence
  • Data is the Next “Intel Inside”
  • Innovation in Assembly
  • Rich User Experiences
  • Software Above the Level of a Single Device
  • Perpetual Beta
  • Leveraging the Long Tail
  • Lightweight Models and Cost Effective Scalability
development processes
Development Processes
  • New ICT technologies makes software development more and more complicated
  • To deliver quality software people learn to use tools and to work within a process improvement framework
  • The difficulty part is to change the behavior of software engineers; Agile development now becomes mainstream
  • The SEI 3-Dimensional framework for process improvement; including people and team work and adding the “How to” part in the processes
  • Facing problem of “Technology Silos”; need collaboration
  • Ultimate solution is ALM (Application Lifecycle Management); a new value chain system in a software development organization
complexity is increasing
Complexity is increasing…
  • Software development becomes more complex
    • Distributed computing and SOA lead toward more componentized software; more pieces to manage
    • Composite applications
    • More reusable
    • New deployment methodology
    • More methods and processes to choose; UP, Agile processes such as XP, Scrum, etc.
  • More decisions to be made
    • Open standard, Open source, Outsourcing, process reengineering, new technologies—Web 2.0, etc.
    • More tools to choose—design tools, test tools, VSTS, etc.
the sei 3 dimensional framework for process improvement
The SEI 3-Dimensional framework for process improvement
  • CMM/CMMI provides a powerful improvement framework focusing on organization; what the organization should do….
  • Personal Software Process (PSP) provides method focusing on best practices on individual
  • Team Software Process (TSP) provides methods to guide engineers on development and maintenance teams; to combine personal processes into an overall team process

Source: Pathway to process maturity by Watts Humphrey

many roles many players
Many roles, many players..
  • People involved in Enterprise software development are many, from users to business analysts, to system analysts and designers; from software architects to deployment engineers, to data base administrator to network engineers, to developers, to project managers, to testers, from client side programmers to server side programmers, from CIO to CEO, and so on…..
the end to end processes
The end-to-end processes
  • From requirement phase to design phase to implementation and deployment, these phases must be connected; output from one becomes input to another
  • The whole end-to-end processes must be well coordinated and managed; we need a way to get rid of the technology silos
  • We need “Collaboration” and “Management” if we want to guarantee high quality software delivery
service science
Service Science
  • Service covers everything except manufacturing and agriculture products; they are not tangible articles
  • Science: Repeatable model based on a model that yields predictable results. Observed results through controlled experimentation or empirical analysis may or may not match the expected result
it infrastructure library itil framework
IT Infrastructure Library (ITIL) framework

3

Planning to implement Service Management

Service

Support

2

5

ICT

Infrastructure

6

Business

Perspective

The Business

The Technology

Service

Delivery

1

4

Security

Management

7,8

Application Management

Software Asset Management

major computing disciplines
Major computing disciplines

Source: ACM Computing Curricula 2004

  • Computer engineering is concerned with the design and construction of computers, and computer based systems (hardware, software, communications, and the interaction among them)
  • Computer science spans from its theoretical and algorithmic foundations to cutting-edge developments in robotics, computer vision, intelligent systems, bioinformatics, and other exciting areas.
  • Information systems specialists focus on integrating information technology solutions and business processes to meet the information needs of businesses and other enterprises.
  • Information technology emphasizes on the technology itself more than on the information it conveys.
  • Software engineering is the discipline of developing and maintaining software systems that behave reliably and efficiently, are affordable to develop and maintain.
slide59

Knowledge

Skills

knowledge vs skills
Knowledge VS Skills
  • We are entering an era where we will have to emphasize on Skills development more than just Knowledge development, especially in Software
hd dvd
HD DVD
  • HD DVDมาจากคำว่า High Density DVD ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย HD-DVD Promotion group ซึ่งมีบริษัทมากว่า 63 บริษัทที่ให้ความสนับสนุนเช่น Toshiba, Sanyo, NEC, Universal Pictures และบริษัทอื่นๆ อีก ซึ่งมาตรฐานนี้ได้รับการรับรองจาก DVD Forum ซึ่งเป็นองค์กรที่คอยจัดการมาตรฐานของ DVD ในปัจจุบัน
  • HD DVD แบบ Single Layer จะมีความจุอยู่ที่ 15 GB (มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 cm และความหนาประมาณ 1.2 mm. ) ส่วน Blu-ray แบบ Single Layer มีความจุอยู่ที่ 25 GB ซึ่งสาเหตุก็มาจากการใช้ Laser ของแสงที่มีความยาวคลื่นสั้น ความถี่สูง กว่าที่ใช้กันใน DVD
slide67

CD และ DVD ในปัจจุบันใช้ความยาวคลื่นอยู่ที่ 650 nm.

ซึ่งอยู่ในช่วงสีแดง แต่ทั้ง HD DVD และ Blu-ray จะใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเท่ากันคือ 405 nm.

blue ray disc bd
Blue-ray Disc (BD)
  • Blue-ray Disc (BD) คือเทคโนโลยีเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการในการเก็บข้อมูลที่มีปริมาณความจุสูง และรองรับความต้องการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง (High Definition)และมี Hard-Coating Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปกป้องการขูดขีดแผ่นรูปร่างทางกายภาพของBD
  • การที่แสงมีความยาวคลื่นเล็กลงทำให้เราสามารถบีบให้ลำแสงมีขนาดเล็กลงได้มากขึ้น ทำให้สามารถอ่านบิตของข้อมูลที่ถูกเก็บในขนาดที่เล็กกว่าได้ดีขึ้น
  • มีขนาดและรูปร่างเหมือนแผ่น CD และ DVD ทำการอ่านเขียนข้อมูลของแผ่นด้วยลำแสงเลเซอร์ โดย BD ใช้ลำแสงสีน้ำเงินในการอ่านข้อมูล แทนที่จะใช้แสงสีแดงเหมือนกับแผ่น CD และ DVD จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อเทคโนโลยีนี้ว่า Blu-ray
  • เหตุที่เลือกใช้ลำแสงเลเซอร์สีน้ำเงินเนื่องจากมีช่วงคลื่นที่เล็กมาก เพียง 405 Nanometer จึงทำให้ในแผ่นขนาดเดียวกัน BD สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากถึง 25 GB. ต่อ 1 Layer ในขณะที่แผ่น DVD เก็บข้อมูลได้ 4.7 GB. และแผ่น CD เก็บข้อมูลได้ 700 MB. โดยขนาดที่เพิ่มขึ้นมาจากการใช้พื้นที่หลุม (pit/mark) ที่มีขนาดเล็กมาก และ BD มีความเร็วในการหมุนของแผ่นที่มากกว่าเมื่อเทียบกับ CD ที่สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ในการผลิตผู้ผลิตส่วนมากเลือกที่จะผลิตออกมาในแบบ 2 ชั้น จึงเก็บข้อมูลได้มากถึง 50 GB. ต่อแผ่น
slide69
บลูเรย์ดิสค์ (Blu-ray Disc) หรือ บีดี (BD) คือรูปแบบของแผ่นออพติคอลสำหรับบันทึกข้อมูลความละเอียดสูง ชื่อของบลูเรย์มาจาก ช่วงความยาวคลื่นที่ใช้ในระบบบลูเรย์ ที่ 405 nm ของเลเซอร์สี "ฟ้า" ซึ่งทำให้สามารถทำให้เก็บข้อมูลได้มากกว่าดีวีดี ที่มีขนาดแผ่นเท่ากัน โดยดีวีดีใช้เลเซอร์สีแดงความยาวคลื่น 650 nm
  • โดยเฉพาะผู้ผลิตในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่จะผลิตภาพยนตร์ความละเอียดสูง BD คล้ายกับ PDD(Professional Disc for Data) ที่พัฒนาโดย Sony ในปี 2003 แต่ BD มีความจุและความเร็วในการอ่านข้อมูลที่สูงกว่า และวัตถุประสงค์ของการพัฒนา PDD มุ่งไปที่การจัดเก็บและสำรองข้อมูลมากกว่าใช้ในธุรกิจ Home Video เหมือนกับ BD คู่แข่งสำคัญของ BD คือ HD DVD ที่พัฒนาโดยกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ โดยมี Toshiba เป็นผู้นำซึ่งได้พัฒนามาตั้งแต่ปี 2003 และมี Microsoft นำมาใช้ในเครื่องเกมส์ Xbox360 ในปี 2006 โดย HD DVD มีความจุ 15 GB. ต่อ Layerกลุ่มที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน BD คือ Blu-ray Disc Association (BDA) ที่รวมตัวกันในปี 2002 โดย 9 ผู้นำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ Matsushita, Pioneer, Pillips, Thomson, LG Electronics, Hitachi, Sharp, Samsung และ Sony โดย Sony เป็นผู้นำ ปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ อย่าง Apple, Dell, HP และผู้นำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อาทิ Walt Disney, Warner Bros. และ Universal Music Group. มีสมาชิกมากกว่า 250 บริษัท
slide71
ภาพเปรียบเทียบขนาดของแสงเลเซอร์และหลุม (pit) ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลบนแผ่น CD / DVD / BDจะพบว่าลำแสงเลเซอร์สีน้ำเงินของ BD มีขนาดที่เล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับลำแสงเลเซอร์สีแดงที่ใช้กับแผ่น CD และแผ่น DVD ทำให้ใช้พื้นที่ซึ่งเป็นหลุมในการเก็บข้อมูลที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถเก็บข้อมูลได้ในปริมาณมากกว่าในพื้นที่เท่ากัน
slide72
เนื่องจากในการทำงานหัวอ่านของเลนส์ของ BD จะอยู่ใกล้ชิดกับชั้นข้อมูลของแผ่น มากกว่า DVD ทำให้มีอัตราในการสูญเสียข้อมูล หรือได้รับสัญญาณรบกวนที่น้อยกว่า
slide73
ผู้สนับสนุน
  • มาตรฐานของบลูเรย์พัฒนาโดย กลุ่มของบริษัทที่เรียกว่า Blu-ray Disc Association ซึ่งนำโดยโซนี และ ฟิลิปส์ เปรียบเทียบกับ เอ็ชดีดีวีดี (HD-DVD) ที่มีลักษณะและการพัฒนาใกล้เคียงกัน บลูเรย์มีความจุ 25 GB ในแบบเลเยอร์เดียว (Single-Layer) และ 50 GB ในแบบสองเลเยอร์ (Double-Layer) ขณะที่ เอ็ชดีดีวีดีแบบเลเยอร์เดียว มี 15 GB และสองเลเยอร์มี 30 GB
slide75
BLU-RAY Disc ก็คือ แผ่นบันทึกข้อมูลที่มีความจุสูงถึง 25 กิกะไบต์ต่อหนึ่งเลเยอร์ ซึ่งปกติแผ่นบลูเรย์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับแผ่นซีดี/ดีวีดี โดยแผ่นบลูเรย์จะมีลักษณะแบบหน้าเดียว และแบบสองหน้า โดยแต่ละหน้าสามารถรองรับได้มาถึง 2 เลเยอร์ อาทิ

แผ่น BD-R (SL) หมายถึง BLU-Ray Disc ROM แบบ Single Layer แบบหน้าเดียว มีความจุ 25 GB

แผ่น BD-R (DL) หมายถึง BLU-Ray Disc ROM แบบ Double Layer แบบหน้าเดียว มีความจุ 50 GB

แผ่น BD-R (2DL) หมายถึง BLU-Ray Disc ROM แบบ Double Layer แบบสองหน้า มีความจุ 100 BG

ส่วนความเร็วในการอ่านหรือบันทึกแผ่น BLU-Ray ที่มีค่า 1x, 2x, 4x ในแต่ละ 1x จะมีความเร็ว 36 Mbit ต่อวินาที

hd dvd76
คุณสมบัติเด่นที่เหนือกว่า HD DVD ดังนี้
  • 1. Laser Wavelength: ความยาวแสงเลเซอร์ Blu-Ray ใช้เลเซอร์ที่ยาว 405 นาโนเมตรทำให้เก็บข้อมูลได้มากถึง 25GB ในขณะที่ HD DVD จุได้แค่ 15GB ซึ่งรองรับการทำงานของ HDTV นานถึง 4 ชั่วโมงสำหรับการเก็บข้อมูลชั้นเดียว ทำให้มีเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลเหลือเมื่อพูดถึงระดับ 2 หรือ 3 เลเยอร์        2. Aperture Size: ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง Blu-Ray มีถึง 0.85 นาโนเมตรซึ่งทำให้ส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่า HD DVD ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 0.60 นาโนเมตร        3. Thinner Layer: ความบางของชั้นเลเยอร์ Blu-Ray มีความหนาแค่ 0.1 นาโนเมตรซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ HD DVD หรือ DVD ที่มีความหนาถึง 0.6 นาโนเมตร ทำให้ผิวเลเยอร์ของ Blu-Ray มีความเรียบและป้องการข้อมูลเสียหายได้ดีกว่า        4. Protective Top Layer: ดิสก์ของ Blu-Ray ทำมาจากโพลีเมอร์ซึ่งทำให้มีความทนทานต่อการขีดข่วนได้ดี ในขณะที่ HD DVD ใช้วัสดุเดียวกับที่ใช้ผลิตแผ่น DVD ที่ง่ายต่อการขีดข่วน
slide79

2536

2537

2538

2539

2540

2541

2542

2543

2544

2545

คณะกรรมการ Y2K แห่งชาติ

สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐและ GINet

Software Park Thailand

IT-Year 2538-2539

เครือข่ายไทยสารถึงทุกมหาวิทยาลัย

เครือข่ายไทยสาร-III

SchoolNet Thailand

SchoolNet@1509

Govt IT Week and Govt IT Awards

e-Thailand/e-ASEAN

บริษัทเทรดสยามจำกัด

EU-Asia PMO

E-Government

การยกร่างกฎหมาย IT จำนวน 6 ฉบับ

ร่างกม.ธุรกรรมและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านครม.

ร่างกม.ลำดับรองตามรธน.๗๘ผ่านครม.

กิจกรรมสำคัญด้านไอทีของไทยที่ผ่านมากิจกรรมสำคัญด้านไอทีของไทยที่ผ่านมา

นโยบาย IT-2000

นโยบาย IT-2010

การกำหนดให้มี CIO ภาครัฐและแผนแม่บท IT

เครือข่ายไทยสาร-II

APAN และ Internet2

บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์

5000 รร.

เครือข่ายกาญจนาภิเษก

E-Commerce Resource Center

slide80

IT2010

ระยะเวลา 2544 - 2553

กรอบนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ:นำประเทศไทยก้าวสู่

เศรษฐกิจแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

(Knowledge-Based Economy)

พิจารณาและเห็นชอบ

โดยคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติเมื่อ๓ตุลาคม๒๕๔๔)

ict development program for 2001 2006 source nitc meeting presentation june 11 2001
ICT Development Programfor 2001-2006Source: NITC Meeting presentation June 11, 2001

Economy

Society

e-Industry

e-Commerce

services/agriculture/and tourism

e-Society

e-Education

e-Government

Science and Technology, R&D, Knowledge

Information Development, IT Literacy, IT HR

Telecommunication Infrastructure

Quantity

Quality

slide83
จากนโยบายสู่การปฏิบัติจากนโยบายสู่การปฏิบัติ

IT 2010PolicyFramework

ICT Master Plan

Implement-tation

2544

2545

มีนาคม

slide84

ส่งออก

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเครื่องมือช่วยพัฒนาประเทศ

วัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ ICT

การยกระดับของประเทศไทย

อุตสาหกรรมICT:

ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์โทรคมนาคมซอฟต์แวร์

เพิ่มขีด

ความ

สามารถ

ของการ

แข่งขัน

สร้างสังคมคุณภาพและเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

การพัฒนาที่ยั่งยืน

เทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารและความรู้

เป็น enabling technology

ตลาดในประเทศจะช่วยให้เกิดกำลังในการพัฒนาเทคโนโลยี

slide87

กรอบนโยบายของการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กรอบนโยบายของการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

นโยบายรัฐบาล

แผนแม่บทไอซีที พ.ศ. 2545-2549

ยุทธศาสตร์ 7

การนำ ICT มาใช้ประโยชน์ในการบริหารและการให้บริการภาครัฐ (e-Gov)

แผน

พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับ

ที่ 9

กรอบนโยบาย IT2010

( 2544-2553)

กลยุทธ :

e-Government

e-Commerce

e-Industry

e-Education

e-Society

กลยุทธ์รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

  • พัฒนาระบบบริหารและบริการภาครัฐ
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานร่วม
  • การพัฒนาบุคลากร
  • ฯลฯ

เป้าหมาย :ประชาชน

ภาคธุรกิจ

ภาครัฐ

slide88
เป้าหมายหลักที่เกี่ยวข้องตามแผนแม่บทฯเป้าหมายหลักที่เกี่ยวข้องตามแผนแม่บทฯ

ที่มา : NECTEC

slide90
สถานภาพการเชื่อมโยงการให้บริการปัจจุบันสถานภาพการเชื่อมโยงการให้บริการปัจจุบัน

ธุรกิจ

รัฐบาล

ประชาชน

GOVT

GOVT

กระทรวง/กรม

กระทรวง/กรม

กระทรวง/กรม

กระทรวง/กรม

GOVT

กระทรวง/กรม

slide91

DOC/MOC

สรุปภาพรวมการพัฒนา e-Government

หน่วยงานส่วนใหญ่ยังอยู่ ณ ขั้นตอนนี้

การประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ

การให้บริการธุร- กรรมอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐ

การให้บริการ ณ จุดเดียว“Single Point”

เว็บไซต์ของหน่วยงาน

  • e-Revenue
  • e-payment
  • e-Auction
slide92

สภาพปัญหาในปัจจุบัน

1. ขาดกรอบการพัฒนา e-Government Framework ที่ชัดเจน

2. การพัฒนาเป็นลักษณะโครงการขาดความเชื่อมโยง ไม่ต่อเนื่อง (Piecemeal Approach)

3. แนวคิดและศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมีความ แตกต่างกัน ทำให้ระดับการพัฒนาที่ผ่านมาไม่เท่ากัน รวมทั้งขาดทิศทางที่ประสานกันระหว่างหน่วยงาน (Department/Ministry Centric)

slide93

สภาพปัญหาในปัจจุบัน(ต่อ)สภาพปัญหาในปัจจุบัน(ต่อ)

4. ขาดการบริหารจัดการที่ดีและประสบการณ์การ พัฒนาด้าน e-Gov & e-Service

5. ขาดการกำหนดมาตรฐานและการจัดระบบของ e-Government ที่ดี เช่น Common service,ระบบ Security ทำให้เกิดการซ้ำซ้อนการให้บริการ (Silo and Duplicate)

6. ขาดการกำกับดูแลและการให้บริการโครงสร้าง พื้นฐานร่วม (Common Infrastructure)

slide94

กลยุทธ์การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กลยุทธ์การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

slide95

1.Benchmark การพัฒนา e-Government ของไทย

เป้าหมาย e-Government ของสิงคโปร์ (1มี.ค.2547)

slide96

2 สานประสบการณ์การจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

กลุ่มของ E-Government ที่น่าสนใจ

E-Gov ที่มีระดับการพัฒนาที่ดี

Australia

Singapore

USA

Sri Lanka

Citizen

Centric

Malaysia

  • ด้วยโครงสร้างพื้ฯฐานที่ยืดยุ่นจะทำให้รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ปรากฏผลได้อย่างรวดเร็ว
  • ประสบการณ์ความสำเร็จ ของหลายๆรัฐบาลในภูมิภาค :
    • Malaysia electronic Government
    • Hong Kong e-Service Delivery Life
    • Australia e- Government

Hong Kong

ความโดดเด่นของกรอบแผนรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และปรากฏเห็นเป็นรูปธรรม

กระตุ้นแนวความคิดและพัฒนาวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้เป็นจริง

Canada

UK

Government Centric

Department Centric

Industry Partnerships

Program

Management

E-Government Solutions

slide97

3 สานความคิดการจัดทำแผนพัฒนา e-Government

การดำเนินการที่ผ่านมาแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน

ริเริ่มเสนอแนะบริการ /จำแนก เป้าหมาย 15 ประการ(milestone)

กำหนดแผนปฏิบัติการ

คัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญ

  • ระดมความคิดเห็น จากทุกกระทรวง
  • ผู้แทน CIO ของทุกกระทรวงร่วมกันคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญของบริการภาครัฐ
  • ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันเพื่อจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
slide98

4 ข้อคิดเห็นและเสนอแนะจากการประชุมจัดทำ แผนรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

กระทรวง ICT จัดทำมาตรฐาน และการจัดการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

จัดทำโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Common Government Infrastructure) ในการให้บริการ (e-service) และ user log on กลาง

มีแผนการจัดการการให้บริการ e-Service ที่สำคัญในระดับยุทธศาสตร์ (Strategic e-Services)

slide99
5 สานสร้างโครงสร้างเทคโนโลยีของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

ช่องทางให้บริการ

Counter

Applications

ความปลอดภัย

Kiosks

Web

iDTV

Phone

การจัดการแบบฟอร์ม

เงื่อนไขทางธุรกิจ

การจัดการข้อมูล

การค้นหา

เชื่อถือได้

การแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ / โครงสร้างเว็บเซอร์วิสภาครัฐ

ความพร้อมใช้งาน

โปรแกรมการใช้งานที่มีอยู่แล้ว

โปรแกรมการใช้งานร่วม

AUCTION

FINABCE

HR

MOJ

MOC

MOI

MOF

MOT

SSO

PKI

ePayment

Directories

GIS

Sec Emaol

ปรับลดขนาดได้

วัดผลได้

ข้อมูล

ตรวจสอบได้

โครงสร้างพื้นฐาน

Platforms

Storage

Networks

slide100
6 สานสร้างการเข้าถึงบริการที่หลากหลาย

นักธุรกิจ

ประชาชน

Internet

พนักงานตอบรับ

เว็บท่าประชาชน/ธุรกิจ

Call Center ภาครัฐ

เจ้าหน้าที่รัฐ

เจ้าหน้าที่รัฐ

slide101

7 สานสร้างการบริการที่ครอบคลุมทุกระดับ

Single Point Service : www.ecitizen.go.th

  • รับเงินบำนาญ
  • ท่องเที่ยว

วัยชรา

  • ทำพินัยกรรม

การให้บริการภาครัฐแบ่งตามช่วงอายุตั้งแต่ เกิด วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยชรา

  • สมัครงาน
  • ประกันสังคม
  • ซื้อบ้าน / โฉนดที่ดิน
  • ชำระค่าบริการ น้ำ ไฟฟ้า ประปา
  • เสียภาษี
  • ประกันสุขภาพ

วัยทำงาน

การให้บริการภาครัฐบา

วัยทำงาน

  • จดทะเบียนบริษัท
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ศึกษามัธยม /เอนทรานซ์
  • ซื้อสินค้า
  • ท่องเที่ยว

วัยรุ่น

  • เกณฑ์ทหาร
  • ใบขับขี่

วัยเด็ก

  • ตรวจสุขภาพ
  • สถานศึกษา อนุบาล
  • สถานเลี้ยงเด็ก
  • แจ้งที่อยู่
  • ตั้งชื่อ
  • แจ้งเกิด

โรงเรียน

Hospital

เกิด

slide102

8 ภาพลักษณ์ใหม่ของ “รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์”

4.5 ภาพลักษณ์ใหม่ของ “รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์”

ศูนย์กลางเชื่อมโยงภาครัฐ

ประชาชน

Adaptive e-Gov Infrastructure

ธุรกิจ

Document manage &search

ระบบ GIS

Secure Messaging

Citizen To Government

PKI / CA

Web Portal

Business To Government

GDX

Government To Government

กระทรวง/กรม

กระทรวง/กรม

Government To Employee

slide103

9 ทิศทางของการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

  • ประชาชนเข้าถึงทุกบริการ

ของภาครัฐ ณ จุดเดียว

Citizen Centric

  • 2548
  • ให้บริการร่วมกันโดยมี กระทรวง ICT เป็นศูนย์กลาง

Government Centric

2547 & 2548

Department Centric

  • แต่ละหน่วยงานต่าง ให้บริการโดยอิสระ
  • 2546
slide104

10 แผนพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

  • แผนพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 3 ปี (2547-2549)

ประกอบด้วย :

    • รูปแบบ e-Gov, Framework and Standards(technical and business enablers) สำหรับประเทศไทย
    • โครงสร้างพื้นฐานของ e-Government Infrastructure
    • แผนการดำเนินงาน e-Services
    • ประมาณการค่าใช้จ่ายในการลงทุน
    • แผนการดำเนินงานในระยะ 90 วันต่อไป
slide106
การบูรณาการบริการภาครัฐการบูรณาการบริการภาครัฐ
slide107

Wireless Broadband

Infrastructure

Communication

Security layer

Ministry of ICT

Data Center

Broadband

Infrastructure

Provider

Internet

กรมสรรพากร

Web Service

Connectors

ทะเบียนราษฎร์

ประกันสังคม

ก.แรงงานฯ

กรมทะเบียนการค้า

slide109
ผลที่จะได้รับ
  • ประชาชนสามารถขอใช้บริการของรัฐ ได้ทุก counter ที่ให้บริการ ทำให้ประหยัดเวลา แลค่าใช้จ่าย
  • รวดเร็ว ประหยัด งบประมาณและค่าใช้จ่ายภาครัฐ เพราะไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน
  • รองรับการใช้บัตร smart card เมื่อประชาชน แสดงบัตร smartcard และสามารถแสดงตน ด้วยลายนิ้วมือแล้ว สามารถทำธุรกรรมได้ทันที
  • สามารถขยายการให้บริการไปยังสื่ออื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือ Kiosk ได้
slide110
การออกแบบ
  • เริ่มต้นที่ e-Information เป็นการให้ข้อมูล ข่าวสาร วิธีการปฏิบัติ ซึ่งส่วนใหญ่หน่วยงานราชการมีข้อมูลระดับนี้แล้ว
  • ให้บริการ e-Service โดยที่หน่วยงานยังคงเป็นผู้ให้บริการอยู่เหมือนเดิม แต่เพิ่มขึ้นตอนการตอบสนองกับระบบที่เกี่ยวข้องกันอยู่
  • ประชาชนสามารถยื่นคำร้องที่เดียว ระบบจะทำการคัดลอกคำร้องนั้นๆ และส่งไปยังหน่วยให้บริการ และรอรับผลของการทำธุรกรรม เพื่อส่งให้กับประชาชนต่อไป
  • ไม่จำเป็นที่หน่วยให้บริการจะต้องเป็น computerized ทุกหน่วยงาน สามารถผสมผสานวิธีการทำงานกับระบบ manual ได้
  • การส่งเอกสาร หรือ ผลการการทำธุรกรรม (logistic) สามารถใช้ระบบไปรษณีย์เข้าร่วมได้
ict to generating value
ICT To Generating Value

LeverageIntangibles

Increase Services

Reduce Costs

AIM

  • Open new service channels
  • Accelerate time to services
  • Gain more customer’s satisfaction
  • Improve service processes
  • Reduce customer acquisition costs
  • Optimize channel mix
  • Ability to adapt to future needs
  • Increase Organization Image and Customer loyalty
  • Improve organization performance

GOALS

Collaborate – Integrate – Empower

METHOD

what does ict do to generate value
What Does ICT Do To Generate Value?

1

Collaborateamong government organizations, their employees,business partners, and customers

working together collaboration with ict solution
Working Together - Collaboration With ICT solution

without Solution

with Solution

Community Collaboration

  • Proactive
  • Single point of service contact
  • Collaborative processes and time less monitoring
  • Low cost & time
  • Increase Satisfaction
  • Individual process&thought
  • Reactive
  • High cost & time
  • Dissatisfaction and can not monitoring
what does ict do to generate value114
What Does ICT Do To Generate Value?

2

Integrateall people, data and business processes within and between organizations

integration as part of ict solution
Integration as Part of ICT Solution

Without Solution

With Solution

  • Seamless Integration
  • Standard Process & Flow
  • Services orientated
  • Quick response to change
  • High business agility
  • Individual Linked Process
  • Difficult to change
  • High Maintenance
  • Data replication
  • High cost of ownership
this is what you get from ict solution
This Is What You Get From ICT Solution

Single Front-end Solutions

ICT Services

Single Point of Contact

Employees

Organization

A

Partners

Customers

Organization

B

Organization

C

Organization

D

Organization

E

Organization

F

Organization

G

Organization

H

Customers

Partners

Government Agency

Service Portal

what does ict do to generate value117
What Does ICT Do To Generate Value?

3

Empowera single point of services for customer with each of employee focus to work at their best by providing them all information

empower people with the right tools and access
Empower People– With The Right Tools And Access

Without Solution

With Solution

  • Customer Focused
  • Monitor end-to-end processes
  • Seamless Integration of information, applications and services
  • Focused only their data.
  • Access to individual Org.
  • No syndication of content
manage all your relationships extend your reach
Manage All Your Relationships & Extend Your Reach
  • Empower Services
    • Services Portal for all different user types
    • Common platform for all users
    • Ease collaboration
    • Customize Look and Feel
  • On Any Device
    • Web browser or mobile devices
    • Synchronous & asynchronous
    • Online & offline
    • Automated mapping for different devices

Business

request

Individual

Request

Partner

Request

Gov-to-Gov

Request

slide126
พัฒนาการของนโยบายด้าน ICT ของไทย

IT2000 (2539-2543) :  โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

การพัฒนาบุคลากรด้าน IT การปฎิรูปภาครัฐโดยใช้ IT

IT2010 (2544-2553): วิสัยทัศน์  นำสังคมสู่ KBS/KBE

ยุทธศาสตร์ 5E

แผนแม่บท ICT#2 (2552-2556)

แผนแม่บท ICT#1 (2545-2549):

วิสัยทัศน์ICT Hub ของภูมิภาค+เข้าถึงบริการทั่วถึง=> 7 ยุทธศาสตร์

ict it2010
ประเมินผลการพัฒนา ICT ตามกรอบ IT2010

เป้าหมายของนโยบาย IT2010

ผลการพัฒนา

 พัฒนาด้าน IT ให้เป็น potential

leaders คือ มีการลงทุนในการพัฒนาทักษะกำลังคน มีการกระจายเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างกว้างขวาง

การจัดอันดับของ IMD 2006: โครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา (จาก 61 ประเทศ)

TH 48 KR 42

ML 30 TW 19

 จำนวนแรงงานความรู้ของไทยจะมี 30% ของแรงงานในประเทศทั้งหมด

สัดส่วนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจบมัธยม

ศึกษา15% และอุดมศึกษา 7.1%

 สัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้จะเพิ่มเป็น 50% ของ GDP

ปี 2547 อยู่ที่ 25.5% => ให้ได้ตามเป้าต้อง V.A. ของอุตสาหกรรมฐานความรู้20% p.a.

slide128

ประเมินแผนแม่บทฯ 1: ผ่านข้อเสนอโครงการและที่ได้รับอนุมัติ (ปี 2545-2548) จำแนกตามยุทธศาสตร์

หน่วย: จำนวนโครงการ

1. พัฒนาอุตสาหกรรม ICT เพื่อเป็นผู้นำในภูมิภาค

2. การใช้ ICT ยกระดับชีวิตคนไทยและสังคมไทย

3. การปฎิรูปและสร้างศักยภาพการวิจัยและพัฒนา

4. การยกระดับศักยภาพพื้นฐานสังคมไทยเพื่อการแข่งขัน

5. การพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อมุ่งขยายตลาดต่างประเทศ

6. การส่งเสริม SME ใช้ ICT

7. การนำ ICT มาใช้ประโยชน์ในการบริหารและบริการภาครัฐ

รวม

เสนอ 89 539 138 106 37 129 3,572

4,610

อนุมัติ 7 101 37 35 10 40 296

526

7.8%

18.7%

26.8%

33.0%

27.0%

31.0%

8.3%

11.4%

งบประมาณ ปี 2547-2549  เสนอ 2.3 พันล้านบาท ได้รับ 2.7 ร้อยล้านบาท = 11.7%

slide129
ประเมินแผนแม่บทฯฉบับที่ 1ผ่านการวิเคราะห์งบประมาณ

หน่วย: บาท

?

?

ที่มา: www.mict.go.th , รวบรวมประมวลผลโดย FPRI

มีข้อสังเกตว่ายุทธศาสตร์ที่ 3 --เรื่อง R&D และยุทธศาสตร์ที่ 5 & 6 -- เรื่องการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ อาจจะเนื่องมาจากแผนงาน/โครงการไม่ชัดเจน (ไม่เป็นรูปธรรม) เหมือนยุทธศาสตร์ที่ 7 ที่ค่อนข้างชัดในการนำ ICT มาใช้ในภาครัฐ จึงได้รับงบประมาณมากที่สุด

นัยเชิงนโยบาย => เน้นการจัดทำยุทธศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นผลกระทบ/ประโยชน์ที่ชัดเจนขึ้น

slide130
กรอบการจัดทำยุทธศาสตร์ในแผนแม่บทฯ 2

IT2010: 1st and 2nd Master Plans Linkage

Government: Strategies & Policies

DEMAND

SUPPLY

Government Sector =>E-Govt.

Education Sector => E-Edu.

Household Sector =>E-Soc.

Economic Sector => E-Ind,

E-com.

Hardware

Software

Services

Telecommunication

ICT Infrastructure

Human Resource Development

Management: Financial, Legal, Institute

slide131
ประเด็นสำคัญในแผนฯ 2

โครงสร้างพื้นฐาน ICTประเด็นโครงสร้างโทรคมนาคม

ราคาถูก บริการทั่วถึง เป็นธรรม

พัฒนาการใช้ ICTภาคเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ Value Added

(E-Ind, E-com.) แข่งขันได้ในระยะยาว

ภาคสังคม เข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง

(E-Soc. E-Edu)ยกระดับความรู้ สร้างความเข้มแข็ง

ภูมิคุ้มกันในโลกาภิวัตน์

E-Government

เป็นกลไก facilitate

พัฒนาอุตสาหกรรม ICTเน้นที่ไทยมีศักยภาพ เช่น Software Digital Content

slide133

ทิศทางการพัฒนา ICT ใน 5 ปีข้างหน้า

ทิศทาง/เป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้า

สถานภาพปัจจุบัน

โครงสร้างพื้นฐาน: ทั่วถึง เป็นธรรม

  • ราคาลดลง
  • การเข้าถึงเพิ่มขึ้น

โครงสร้างพื้นฐาน: ไม่เพียงพอ

  • ราคายังสูง
  • การเข้าถึงต่ำ

การใช้ ICT: ต่ำ ค่าใช้จ่ายต่อ GDP = 3.6%

  • สัดส่วนภาครัฐ 18% ภาคการศึกษา 14%
  • สัดส่วนภาคเกษตร 3%
  • สัดส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต 18%
  • สัดส่วนภาคบริการ (Fin = 9%,Other 38%)

การใช้ ICT: เพิ่มขึ้น

  • สัดส่วนภาครัฐ
  • สัดส่วนภาคเกษตร
  • สัดส่วนภาคอุตสาหกรรม
  • สัดส่วนภาคบริการ

ภาค

ธุรกิจ

ภาค

ธุรกิจ

อุตสาหกรรม ICT: Niche Mark.

  • Hardware: Export, Import Sub.
  • Software: Thainess
  • Services: พัฒนาบริการ
  • Telecommunication:  พึ่ง ตปท.

อุตสาหกรรม ICT: Value Added ต่ำ

  • Hardware: ประกอบชิ้นส่วน
  • Software: ยังไม่เป็น World Class
  • Services: ยังไม่ถึงขึ้นที่ปรึกษาทางธุรกิจ
  • Telecommunication: พึ่งพา Tech. ตปท.
slide134

วิสัยทัศน์: A Connected Nation

พันธกิจ

วัตถุประสงค์

เป้าหมาย

พัฒนาโครงสร้างโทรคมนาคม

เพื่อให้สามารถเข้าถึง ICT อย่างทั่วถึง เป็นธรรม

ราคาถูกลง ให้บริการได้ครอบคลุมมากขึ้น

ส่งเสริมการใช้ ICT ในทุกภาค

  • ภาครัฐ
  • ภาคการศึกษา
  • ครัวเรือน
  • ภาคธุรกิจ
  • เพื่อยกระดับความรู้ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการให้บริการในทุกภาคส่วน
  • ค่าใช้จ่ายด้าน ICT ต่อ GDP เพิ่มขึ้น มีธุรกิจที่ใช้ ICT เพิ่มขึ้น
  • ภาคสังคมเข้าถึงแหล่งความรู้เพิ่มขึ้น
  • มีผู้ที่มีความรู้ ICT เพิ่มขึ้น

มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรม ICT เพิ่มขึ้น

พัฒนาอุตสาหกรรม ICT

เพื่อเพิ่มศักยภาพ/ขีดความสามารถในการแข่งขัน

slide135
ยุทธศาสตร์การพัฒนา ICT

HRD

Infrastructure

Management

Innovation, R&D

  • การสร้างรูปแบบธุรกิจที่มีการใช้ ICT ที่เหมาะสมแต่ละสาขาธุรกิจ
  • การยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรม ICT
  • พัฒนาศักยภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ให้สามารถใช้ประโยชน์จาก ICT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พัฒนา แรงงานทักษะ ICT และผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT
  • การส่งเสริมผู้ประกอบให้รู้จักบริหารจัดการ ICT กับธุรกิจตนเอง
  • การพัฒนาบทบาทขององค์กรที่ดูแลด้าน ICT ของภาครัฐและเอกชนทั้งระบบ
  • การกำหนดมาตรการในการแก้ไขปรับปรุงกฏหมายที่เกียวข้อง รวมทั้งการเร่งรัดกฏหมาย/กฎระเบียบให้มีผลในทางปฏิบัติ
  • มาตรการด้านการเงิน/งบประมาณ
  • การบริหารจัดการการนำแผน ICT ไปปฏิบัติให้เกิดผล
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT ให้ทั่วถึงทุกภาคส่วนของประเทศ
  • การกำหนดบทบาทและหน้าที่ขององค์กรอิสระให้มีเอกภาพ มีอำนาจ ตรวจสอบได้ และน่าเชื่อถือ
  • การเพิ่มการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมให้เป็นธรรมแบบมีขั้นตอน (ต้องคำนึงถึงสัมปทานที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย)
slide136
โครงการเร่งด่วน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

  • ประเด็นสำคัญ 3 ด้าน
  • ปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนา โครงสร้างโทรคมนาคมที่เหมาะสม
  • ส่งเสริมการใช้ ICT:

ใช้ 5E เป็นกลไกผลักดันให้มีการเพิ่มการใช้ ICT โดยรวม

  • พัฒนาอุตสาหกรรม ICT

รองรับการใช้ในประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันจากผลกระทบภายนอกประเทศ

  • โครงการทบทวนโครงสร้างระบบโทรคมนาคม (การเสนอแก้กฏหมาย ทบทวนบทบาท) (I)
  • โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะทั้งในประเทศและเชื่อมโยงไปต่างประเทศ (I)
  • โครงการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT (II): Knowledge Worker, Professional Training
  • โครงการพัฒนาหลักสูตรคณาจารย์ นักศึกษา และการวิจัย ให้สอดคล้องกับการพัฒนา ICT ด้านต่างประเทศ (II+III)
  • โครงการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อบริหารจัดการแผนแม่บท ICT(IV)
  • โครงการรวมพลัง ICT ของจังหวัด ในการพัฒนา ICT และสร้างความตื่นตัวในการใช้ ICT ให้เกิดประโยชน์ (IV)
  • โครงการทบทวนบทบาท MICT ในการบูรณาการ ICT ภาครัฐ (แผนงาน แผนเงิน แผนคน) (IV)
  • โครงการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ICT (IV)

การใช้ ICT เป็นปัจจัยการผลิต:

ICT  1% ทำให้เศรษฐกิจ

ขยายตัว  0.13%

รายได้ต่อหัวสูงขึ้น

จากการผลิตสินค้า

และบริการบนฐาน

ความรู้ที่ 

  • บุคลากรเข้าถึง

ข้อมูลข่าวสาร 

คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ยุทธศาสตร์ 4 Pillars
  • I. โครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT
  • II. การพัฒนาบุคลากร
  • III. การสร้างนวัตกรรม R&D
  • IV.การบริหารจัดการ ICT ทั้งระบบ
slide138

หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบด้านโทรคมนาคมหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบด้านโทรคมนาคม

1. กระทรวง ICT ตั้งปี 2545 รับผิดชอบทิศทางและนโยบายของรัฐ

2. กทช. ตั้งปี 2547 ผู้ให้ใบอนุญาตและกำกับดูแลผู้ประกอบการ และจัดสรรคลื่นความถี่ร่วมกับ กสช.

(แต่ยังไม่ได้ตั้ง กสช. และคงรออีกนาน รัฐธรรมนูญปี 2550 รวมทั้งสองหน่วยงานเป็น กสทช.)

slide139

สถานภาพโทรคมนาคม ณ ม.ค. 50 (โดยประมาณ)

โทรศัพท์ประจำที่

ล้านเลขหมาย Penetration

กทม 4.0 40%

ภูมิภาค 3.0 6%

เฉลี่ยทั้งประเทศ 7.0 11%

การเข้าถึงโดยเฉลี่ยของโลก 18%

ประเทศที่เจริญแล้ว สูงกว่า 40%

slide140

สถานภาพโทรคมนาคม ณ ม.ค. 50 (โดยประมาณ) ต่อ

Broadband Internet

ล้านราย Penetration

Internet hosts 1.0 1.6%

Internet users 9.0 14%

Penetn. Avge Bandwidth

เกาหลี 40% 3 – 10 Mbps

สิงคโปร์ 35% 1 – 2 Mbps

ไทย 14% 128-512 Kbps

slide141

สถานภาพโทรคมนาคม ณ ม.ค. 50 (โดยประมาณ) ต่อ

โทรศัพท์ไร้สาย

ล้านเลขหมาย Penetration

ไทย 35 53%

เกาหลี 80%

สิงคโปร์ 100%

Wireless Broadband

ไทย (2.5G), WiFi

เกาหลี 3G, WiBro

สิงคโปร์ 3G, (WiMax)

slide142

ประเทศไทย

Broadband ไปภูมิภาค

1. ด้วย Wireline number เกิดขึ้นได้จำกัด เพราะมี Penetration เพียง 6%

  • ด้วย Wireless number ยังไม่มีการจัดสรร

ความถี่ เพราะยังไม่ตั้ง กสช. (2552 ?)

  • อัตราค่าบริการแพง ด้วยคิดตาม Bandwidth และระยะทาง

และอัตราค่าบริการในส่วนของการเชื่อมต่อออกต่างประเทศแพงมาก

slide143

แนวโน้มของเทคโนโลยีโทรคมนาคมแนวโน้มของเทคโนโลยีโทรคมนาคม

1. โครงข่ายโทรคมนาคมจะเป็น IP Broadband

Network, BB Convergence Network

2. Backbone Network จะเป็นระบบ Fiber Optic

3. ระบบจ่ายสัญญาณด้วยสายจะเป็น xDSL, FTTH

4. ระบบจ่ายสัญญาณแบบไร้สาย จะเป็น 3G, 4G,

WiFi, WiMax, WiBro, IPStar, etc.

5. การพัฒนา SoC, RFID, etc. นำไปสู่ Ubiquitous

Sensor Network และ Ubiquitous Life

slide144

สิ่งที่ควรจะทำ

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายความเร็วสูง (Broadband

Network) ให้มีเอกภาพ นำโครงข่ายความเร็วสูง (Fiber Optic) ของ

หน่วยงานต่างๆ ทั้งที่ได้รับใบอนุญาตจาก กทช. และกำลังจะได้รับ

ใบอนุญาต เช่น EGAT, PEA, ฯลฯมาใช้ในการบริการโทรคมนาคม

กระจายให้ถึงทุกท้องที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

slide145

สิ่งที่ควรจะทำ (ต่อ)

2. กำกับดูแล Network Providers ให้เกิดประโยชน์

สูงสุดต่อประชาชน และการพัฒนาประเทศ ใช้

ทรัพยากรด้านโทรคมนาคมร่วมกันให้มากที่สุด

เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในภาพรวมของ

ประเทศ

slide146

สิ่งที่ควรจะทำ (ต่อ)

3. กำกับให้มีเพดานของอัตราค่าบริการโทรคมนาคม

เป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ ไม่มีความเหลื่อมล้ำ

ระหว่างในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด เช่น อัตรา

ค่าบริการโทรศัพท์ อัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ต

(Broadband) เพื่อลดช่องว่างของความเจริญ

ทางเศรษฐกิจ และ Digital Divide ระหว่าง

ต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ

slide147

สิ่งที่ควรจะทำ (ต่อ)

4. แก้ไขกฏหมาย ให้รวม กทช. และ กสช. เข้าด้วยกัน

เป็นองค์กรเดียว

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้เกิด

Convergence ในการส่งสัญญาณ Voice,

Video และ Data ผ่านโครงข่ายเดียวกัน

ไม่สามารถแยกงานทางเทคนิคระหว่าง

กทช. และ กสช.

slide148

สิ่งที่ควรจะทำ (ต่อ)

แก้ไขมาตรา 79 และ 80 ของ พ.ร.บ. การประกอบ

กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ให้ผู้ประกอบการ

เอกชนที่ประกอบการอยู่เดิม ได้รับใบอนุญาตจาก

กทช. ทันที และให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์การ

ประกอบการที่กำหนดโดย กทช. เช่นเดียวกับ

บริษัทมหาชนทั้งสองของรัฐ

เพื่อให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

slide149

573 Framework &

โครงการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT: Knowledge Worker, Professional Training

slide150

การอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้ามาทำงานและเผยแพร่ความรู้การอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้ามาทำงานและเผยแพร่ความรู้

  • เพื่อปิดช่องว่างความรู้ของคนไทยกับต่างประเทศ และพัฒนาความรู้ในเชิงปฏิบัติต่อยอดให้รวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีการอนุญาตให้ Knowledge Worker เข้ามาทำงานง่ายขึ้น เป็นการเร่งด่วน
  • การดำเนินการดังกล่าวอาจผ่านกลไกของ BOI อุตสาหกรรมต้องการนำเข้า Knowledge Worker ประมาณปีละไม่เกิน 10,000 คนในระยะไม่เกิน 3 ปี
slide151

Professional Training

  • เพื่อพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมซึ่งจากการคาดการณ์เบื้องต้น ต้องการประมาณ 5,000 – 8,000 คนในระยะเร่งด่วน
  • การอบรมเน้น on-the-job-training เป็นการทำโครงการร่วมกับภาคเอกชน โดยเน้นใน 2 เรื่องคือ

- การฝึกอบรมทางทฤษฎี Tip & Technique

- การฝึกอบรมภาคปฏิบัติในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง

slide154
โครงการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อบริหารจัดการแผนแม่บท ICT
  • บริหารจัดการนโยบาย ICT และ แผนแม่บทของชาติให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้ขยายออกไปในวงกว้าง เพื่อความเติบโตของเศรษฐกิจและผลผลิตมวลรวมของชาติ
  • พัฒนาอุตสาหกรรม ICT ให้แข็งแรงเพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ และ แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค
  • เป็น CIO ของรัฐ เพื่อพัฒนาระบบบริหารราชการให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เป็นที่มั่นใจต่อภาคธุรกิจและสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศ
  • จัดทำมาตรฐานข้อมูล เอกสาร ฯลฯ และมาตรฐานทางด้านเทคนิค เพื่อให้การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระบบที่ทำงานร่วมกันได้ (Interoperability) อย่างสมบูรณ์
slide155
โครงการรวมพลัง ICT ของจังหวัด

วัตถุประสงค์ ให้ทุกจังหวัดมีส่วนร่วมในการพัฒนาการใช้ ICT ของชาติ

เป้าหมายให้แต่ละจังหวัดทำโครงการการใช้ ICT อย่างน้อยหนึ่งโครงการ

ผลงานของโครงการต้องสามารถนำไปปฏิบัติการจริงได้

หรือสามารถนำไปผสานกับงานของจังหวัดอื่น หรือ หน่วย ราชการกลางได้ในเบื้องต้นรัฐจะมีหน่วยงานกลาง เพื่อแนะแนว ทางการทำโครงการ และ ให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีเทคโนโลยี และเปิดโอกาสให้รัฐได้คัดเลือกโครงการที่มีแนวคิดใหม่หรือ ดีเด่นจากทั่วประเทศมาใช้ หรือ เสริมระบบราชการกลางเพื่อลด Digital Divide ของประเทศ และแก้ปัญหาของการกระจุกตัวของ การใช้คอมพิวเตอร์ในกรุงเทพฯ

slide156

โครงการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ICT

สร้างมาตรฐานให้อุตสาหกรรม และ หา niche market สำหรับ product

  • กำหนดมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับ SME และเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ

(ใบรับรองมาตรฐานจะเปรียบเสมือนใบเบิกทางในการรับความช่วยเหลือขั้นสูงต่อไป เลือกสนับสนุนในกลุ่มคนที่พร้อมก่อน)

  • มาตรการช่วยเหลือในการยกระดับมาตรฐานขั้นต้น คือ ให้ความช่วยเหลือด้านที่ปรึกษา/แหล่ง เงินทุน/แรงจูงใจ
  • มาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต้น และต้องได้รับความช่วยเหลือขั้นสูง ได้แก่

- การส่งเสริมทางด้านการตลาด

- Business matching ในการ outsource

- การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีระดับสูงขึ้น

- การเข้าถึงแหล่งเงินทุน

จัดกลุ่มของการสนับสนุนความช่วยเหลือ โดย SME ที่มีศักยภาพในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ICT จึงจะได้รับการสนับสนุน/ได้รับความช่วยเหลือในขั้นสูงต่อไป

it2010
IT2010: นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

กรอบนโยบาย

เป้าหมายของนโยบาย IT2010 ในปี 2553

1. พัฒนาด้าน IT ให้เป็น potential leaders คือ มีการลงทุนในการพัฒนาทักษะกำลังคน มีการกระจายเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างกว้างขวาง

5E

5E

Knowledge-

based

Economy

Build

Human

Capital

Promote

Innovation

การจัดอันดับของ IMD 2006: โครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา (จาก 61 ประเทศ)

TH 48 KR 42

ML 30 TW 19

5E

Strengthen Information

Infrastructure & Industry

สัดส่วนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจบมัธยม

ศึกษา15% และอุดมศึกษา 7.1%

2. จำนวนแรงงานความรู้ของไทยจะมี 30% ของแรงงานในประเทศทั้งหมด

ปี 2547 อยู่ที่ 25.5% => ให้ได้ตามเป้าต้อง V.A. ของอุตสาหกรรมฐานความรู้20% p.a.

3. สัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้จะเพิ่มเป็น 50% ของ GDP

government policy
Government Policy

Evaluation of ICT

Master Plan I &

IT2010

Global Trend &

Sector Analysis

S

W

O

T

+

National Plan 10

(Draft) ICT Master Plan II

VISION

MISSION

Objective

Target

Strategy

Action Plan (Project)

slide159
แนวทางในการจัดทำแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 2

2544

2545

2546

2547

2548

2549

2550

2551

2552

2553

2554

IT-2010: กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2544-2553 (2001-2010) ของประเทศไทย

1

แผนแม่บท ICI ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2545-2549 (2002-2006) ของประเทศไทย

2

นโยบายรัฐบาล

พ.ศ.2549/2550

3

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554)

4

แผนแม่บท ICI ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550-2554 (2002-2006) ของประเทศไทย

5

it2010160
IT2010: นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

กรอบนโยบาย

เป้าหมายของนโยบาย IT2010 ในปี 2553

  • พัฒนาด้าน IT ให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำ (potential leaders) คือ มีการลงทุนในการพัฒนาทักษะกำลังคน มีการกระจายเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างกว้างขวาง
  • จำนวนแรงงานความรู้ของไทยจะมี 30% ของแรงงานในประเทศทั้งหมด
  • สัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้จะเพิ่มเป็น 50% ของ GDP

Knowledge-

based

Economy

Build

Human

Capital

Promote

Innovation

พัฒนาทักษะของข้าราชการ (E-government)

พัฒนาบุคลากรและนักเรียน/นักศึกษา (E-Education)

ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (E-Society)

พัฒนาบุคลากรให้เป็นแรงงานความรู้ (E-industry & commerce)

Strengthen Information

Infrastructure & Industry

การเปลี่ยนแปลงในระบบบริหารและบริการภาครัฐ (E-govt)

ความสามารถเชิงสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยในภาค

การศึกษา(E-education) การถ่ายทอดภูมิปัญญา

ท้องถิ่น (E-society) R&D และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ในภาคเศรษฐกิจ (E-industry & commerce)

พัฒนาเครือข่ายและระบบบริหารจัดการ IT ภาครัฐ (E-government)

พัฒนาเครือข่ายการศึกษาและตลาดการศึกษา (E-Education)

พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศท้องถิ่นและชนบท (E-Society)

พัฒนา Supply Chain และอุตสาหกรรม Electronic (E-industry)

พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรม Software (E- commerce)

it 2010
IT 2010: ยุทธศาสตร์

IT 2010 Flagships

เป้าหมายในแต่ละยุทธศาสตร์

ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ (digital divide)

ของสังคมในยุคสารสนเทศ และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

e-Society

พัฒนาและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ในทุกระดับของประเทศ

เพื่อรองรับการพัฒนาสู่การเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

e-Education

ส่งเสริมและพัฒนาการใช้และการผลิต IT ในภาคเอกชนในปี 53

เพื่อมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้เป็นฐานในการผลิต

e-Industry

เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเน้น

e-commerce เพื่อการส่งออก การค้า บริการ และภายในประเทศ

e-Commerce

  • ใช้ IT ในระบบบริหาร (back office) ครบวงจรในปี 47
  • ให้บริการผ่านระบบ E ได้ร้อยละ 70 ในปี 48 และครบทุกขั้นตอน ในปี 53

e-Government

ict it2010162
ทิศทางการพัฒนา ICT ตามกรอบ IT2010

ยังคงให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนา ICT ไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ใน

5 สาขา (5 E) ตามกรอบ IT2010 โดยสานต่อนโยบายแต่ละด้าน ดังนี้

  • นโยบายการพัฒนา ICT ในภาครัฐ

1) ส่งเสริมการนำ ICT มาใช้ใน front office เพื่อการบริการประชาชน => ทำมากขึ้น

2) พัฒนาระบบบริหารภาครัฐ (back office) ด้วย ICT => ทำต่อเนื่อง

  • นโยบายการพัฒนา ICT ในภาคอุตสาหกรรม

1) สร้างเสริมภาคอุตสาหกรรมให้ใช้ความรู้เป็นฐานทางการผลิต => ทำมากขึ้น

2) ส่งเสริมให้เกิดการใช้ข้อมูลด้านอุตสาหกรรม และการตลาด เป็นแนวทางการตัดสินใจ

ผลิตสินค้า => ทำมากขึ้น

3) ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงทางการผลิตระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยของ

ไทย ทั้งใน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค => ผลักดันให้เกิดขึ้น

4) ลดช่องว่างในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ประกอบการ => ทำต่อเนื่อง

ict it2010163
ทิศทางการพัฒนา ICT ตามกรอบ IT2010 (ต่อ)
  • นโยบายการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1) E-commerce เป็นยุทธศาสตร์การค้าสำคัญของประเทศ และจัดทำแผน E-commerce

รายสาขาที่เอื้อต่อการส่งออก การค้าบริการ และการบริโภคภายในประเทศ => ทำมากขึ้น

2) กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวด้าน E-commerce ในประเทศ โดยรัฐสนับสนุน => ทำต่อเนื่อง

3) ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ใช้ E-commerce โดยเฉพาะ SMEs => ทำต่อเนื่อง

4) ลดเลิกและแก้ไขปรับปรุงระเบียบราชการ และกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา

E-commerce และดูแลให้การแข่งขันเป็นธรรมและคุ้มครองผู้บริโภค =>ผลักดันให้เกิด

5) เร่งปฏิรูประบบราชการให้เกิด E-commerce ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการสร้างตลาด

E-commerce ให้ภาคเอกชน Facilitate กิจกรรม B2G, B2B และ B2C =>ทำต่อเนื่อง/มากขึ้น

6) ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนจัดระบบฐานข้อมูล ศึกษานโยบาย/แนวทางการพัฒนา E-

commerce ในระดับสากลเพื่อรักษาผลประโยชน์ในเวทีการเจรจา และความร่วมมือทางการค้า => ผลักดันให้เกิด

ict it2010164
ทิศทางการพัฒนา ICT ตามกรอบ IT2010 (ต่อ)
  • นโยบายการพัฒนา ICT ในภาคการศึกษา

1) สร้างมูลค่าเพิ่มในทรัพยากร IT เพื่อการศึกษา โดยสร้างระบบบริหารจัดการ และการ

พัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ => ทำต่อเนื่องและมากขึ้น

2) เร่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ และสร้างความเท่าเทียมในการใช้

ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน IT => ทำต่อเนื่องและมากขึ้น

3) สนับสนุนการใช้ IT เพื่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด => ทำต่อเนื่องและมากขึ้น

  • นโยบายการพัฒนา ICT ในภาคสังคม

1) รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนครอบคลุมทั้งด้าน Infrastructure การให้บริการที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม

การพัฒนาเนื้อหาและสารสนเทศที่เหมาะสมกับชุมชนและท้องถิ่น => ทำมากขึ้น และผลักดันให้เกิด

2) สร้างขีดความสามารถของชุมชนในการใช้ประโยชน์จาก IT เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและ

พัฒนาอาชีพ => ทำต่อเนื่องและมากขึ้น

3) สร้าง พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมให้มีการบูรณาการกับความรู้สากล รู้เท่า

ทันโลกาภิวัตน์ และมีฐานการพัฒนาสังคมที่แข้มแข็งยั่งยืนภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง => ผลักดันให้เกิด

ict 1
แผนแม่บท ICT ฉบับที่ 1

วิสัยทัศน์

เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและประกอบธุรกิจด้าน ICT ระดับภูมิภาค

ผู้ประกอบการและประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงข้อมูลจากระบบบริการ

อย่างทั่วถึงและยุติธรรม

สอดคล้องกับเป้าหมายใน IT2010

1. ในการพัฒนาสู่ potential Leader

2. การเพิ่มแรงงานความรู้ และ

อุตสาหกรรมบนฐานความรู้

เป้าหมาย

พัฒนา/ยกระดับทางเศรษฐกิจของประเทศโดยใช้ ICT

ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ICT

พัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเพิ่มการประยุกต์ใช้ ICT ด้านการศึกษา และฝึกอบรม

สร้างความเข้มแข็งของชุมชนในชนบทเพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ 7 ด้าน

การพัฒนาอุตสาหกรรม ICTให้เป็นผู้นำในภูมิภาค (10 แผนงาน)

การใช้ ICT เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและสังคมไทย ( 9 แผนงาน)

การปฏิรูปและสร้างศักยภาพ R&D ด้าน ICT (7 แผนงาน)

ยกระดับศักยภาพพื้นฐานของสังคมไทยเพื่อการแข่งขันในอนาคต (4 แผนงาน)

การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อมุ่งขยายตลาดต่างประเทศ (4 แผนงาน)

การส่งเสริม SMEs ใช้ ICT (8 แผนงาน)

การนำ ICT มาใช้ในการบริหารและบริการภาครัฐ (7 แผน)

slide166
นโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับ ICT
  • โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และวางรากฐานการทำงานอย่างเป็นระบบที่ดี เน้นการลงทุนประเภทที่จะเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่าย
  • โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา จะจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาขึ้น เพื่อเร่งรัดให้มีการสร้างปัญญาในสังคม เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อสร้างความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันสร้างนวัตกรรม
10 ict
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ที่เกี่ยวกับ ICT
  • ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

- การเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศมีมากขึ้น คนไทยมีคอมพิวเตอร์ใช้๕๗ เครื่องต่อประชากร พันคน การเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ๑๑๖.๗ คนต่อประชากรพันคน แต่ยังคงต่ำกว่าอีกหลาย

ประเทศมาก => เร่งขยายพื้นที่สารสนเทศให้เด็กและเยาวชน

  • ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและยั่งยืน

-ภาคบริการมีฐานที่กว้างขึ้นจากความก้าวหน้าของบริการด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร มีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • พัฒนาโครงข่ายและบริการ สื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนและมุ่งเน้นให้มีการแข่งขันด้านการให้บริการอย่างเสรี เพื่อสนับสนุนภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และบริการ รวมทั้งรองรับการพัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็คทรอนิคส์ สำหรับให้บริการแก่ประชาชน และภาคธุรกิจ
10 ict168
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ที่เกี่ยวกับ ICT (ต่อ)
  • การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ

- การจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนอย่างทั่วถึง

- การลงทุนเพื่อพัฒนาบริการภาครัฐ พัฒนาโครงข่าย IT ภาครัฐ และระบบ e-Government เช่น e- Health e-Education และ e-Services เป็นต้น โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของเทคโนโลยี และ

ความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อการบริการประชาชนและธุรกิจ

- การลงทุนเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานที่สมดุลและเป็นธรรม ขยายโครงข่ายการให้

บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมให้ครอบคลุมพื้นที่ชนบท และการลงทุนด้าน IT ใน โรง เรียนและชุมชน สร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและพัฒนาความรู้ของนักเรียนและ

ประชาชนในชนบท

- สนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลในทุกระดับและการเชื่อมโยงโครงข่ายข้อมูลข่าวสาร ระหว่างหน่วยงานระดับนโยบาย ตลอดจนระดับพื้นที่และท้องถิ่น

- ดำเนินโครงการปรับปรุงกฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

slide169
สรุปแนวทางในการจัดทำแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 2
  • สานต่อกรอบนโยบาย IT2010=> e-Industry, e-Commerce, e-Government e-Education, e-Society
  • พิจารณาทบทวนแผนแม่บทฯ ICT #1=> ส่งเสริม/พัฒนาต่อเนื่อง—แผนงาน/โครงการที่ลงทุนไปมากแล้ว เช่น e-Government และแผนงาน/โครงการที่เป็นเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการพัฒนา ICT เช่น HR, Infrastructur

=> ผลักดันต่อ/ยกเลิก—แผนงาน/โครงการที่ไม่ได้/ได้งบประมาณน้อย พิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ใน 5 ปีข้างหน้า และความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล/แผนฯ 10

  • ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล => เน้นการใช้ ICT ในการสร้างเครือข่ายและการเรียนรู้ รวมถึงการสร้างนวัตกรรม
  • ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาฯฉบับที่ 10 => เน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาฐานข้อมูล การให้ความสำคัญกับ ICT เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง และพัฒนาบริการภาครัฐ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพ/ลดต้นทุนภาคเอกชน
slide170
ปัญหาอุปสรรคในการ Implement แผนงาน/โครงการตามแผนฯแม่บท#1 เช่น ข้อจำกัดด้านความรู้ความสามารถของบุคลากรในการนำแผนงาน/โครงการไปปฏิบัติ การขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ เป็นต้น

แผนงาน/โครงการที่เห็นควรดำเนินการต่อเนื่อง ยกเลิก มีโครงการใหม่ จากแผนแม่บทฯ 1

ทิศทางการส่งเสริมการพัฒนา ICT ในภาคสังคม ในมุมมองของ CIO ของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ยุทธศาสตร์ที่เห็นว่าน่าจะมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนา ICT ในระยะ 5 ปีข้างหน้า

กรอบในการระดมความคิดเห็นกรอบในการระดมความคิดเห็น

การใช้ ICT ในภาคเศรษฐกิจ

(e-Industry, e-Commerce)

การใช้ ICT ในภาคสังคม

(e-Education, e-Society)

  • ปัญหาอุปสรรคในการ Implement แผนงาน/โครงการตามแผนฯแม่บท#1 เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณในการส่งเสริมผู้ประกอบการใช้ ICT ในการขยายตลาดต่างประเทศ และส่งเสริม SME หรือข้อจำกัดด้านกฎหมายในการพัฒนา e-services เป็นต้น
  • แผนงาน/โครงการที่เห็นควรดำเนินการต่อเนื่อง ยกเลิก มีโครงการใหม่ จากแผนแม่บทฯ 1
  • ทิศทางการส่งเสริมการพัฒนา ICT ในภาคเศรษฐกิจ ในมุมมอง CIO ของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
  • ยุทธศาสตร์ที่เห็นว่าน่าจะมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนา ICT ในระยะ 5 ปีข้างหน้า

e

-

G

O

V

E

R

N

M

E

N

T

slide171

(ร่างวิสัยทัศน์) เชื่อมโยงประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างบรูณาการด้วย ICT

  • การสร้างองค์ความรู้ภาครัฐ (E-govt)
  • การสร้าง Learning center และการส่งเสริมงานวิจัยในสถานศึกษา(E-education)
  • การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น (E-society)
  • ส่งเสริม R&D ในภาคการผลิต (E-industry & E-commerce)

IT2010+นโยบายรัฐบาล+แผนฯ10

  • พัฒนาทักษะ ICT ของข้าราชการ (E-government)
  • พัฒนาหลักสูตรและบุคลากร ICT (E-education)
  • ส่งเสริมการข้าถึง ICT ของประชาชน (E-society)
  • พัฒนาแรงงาน ICT ในภาคการผลิต(E-industry & E-commerce)

Human

Resources

Innovation

Integrated

Thailand

IT2010+นโยบายรัฐบาล+แผนฯ10

Plus++

Management

Policies & Legal

IT2010+นโยบายรัฐบาล+แผนฯ10

Network & Infrastructure

  • พัฒนาระบบบริหารจัดการ ICT ภาครัฐ (E-government)
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการ ICT การศึกษา (E-education)
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการ ICT ในระดับท้องถิ่นและชนบท (E-society)
  • พัฒนาระบบบริการจัดการ ICT ในภาคธุรกิจ(E-industry, E-commerce)
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการ ICT ของ SMEs (E-industry, E-commerce)
  • การส่งเสริมนโยบายการแข่งขันในภาคธุรกิจ ICT
  • การพัฒนากฎหมาย ICT ต่างๆ
  • พัฒนาเครือข่าย ICT ภาครัฐ (E-government)
  • พัฒนาเครือข่ายการศึกษา (E-education)
  • พัฒนาเครือข่าย ICT ให้ทั่วถึงทุกภาคส่วนของประเทศ (E-society)
  • พัฒนาเครือข่าย ICT ภายในองค์กรและการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรในแบบ Supply Chain & clustering (E-industry)
  • พัฒนาเครือข่ายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E- commerce)
slide172

Network & Infrastructure

E-government

E-society

Integrated

Thailand

E-Industry

E-commerce

Human Resources

Management Policies and Laws

E-education

Innovation

e government
พัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลและพัฒนาระบบ ICT และมีสามารถใช้ ICT อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (Back Office)

พัฒนาบุคลากรภาครัฐในการให้บริการผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ (e-Services) และมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้น (Front Office)

มีการปรับระบบเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเองมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงการให้บริการ e-Service ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ

จำนวนบริการ e-Service เพิ่มขึ้น

มีหน่วยงานที่สามารถบริหารจัดการเชิงบูรณาการทั้งด้าน คน เงิน และงานได้

ปรับปรุงกฏหมายหรือกฎระเบียบที่เอื้อต่อการให้บริการทาง e-Services

ปรับปรุงกฎระเบียบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง

ส่งเสริม R&D ด้าน ICT เพื่อ e-Services ที่ดีขึ้น

E-Government

Pillars

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

  • จำนวนบุคลากรที่มีความรู้ด้าน ICT คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ X ของจำนวนบุคลากรภาครัฐในแต่ละหน่วยงาน
  • จำนวนบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร...........หรือมีประสบการณ์ด้าน ICT ไม่ต่ำกว่า.....ปี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ Y ของจำนวนบุคลากรภาครัฐในแต่ละหน่วยงาน
  • มีหน่วยงานภาครัฐที่ใช้ระบบ GIN ครบทุกกระทรวงภายในปี 2552
  • จำนวนบริการผ่าน web-service เพิ่มขึ้นร้อยละ Y หรือคิดเป็นร้อยละ YY ของบริการภาครัฐทั้งหมด
  • จำนวนผู้ใช้บริการผ่าน web-service เพิ่มขึ้นร้อยละ X หรือคิดเป็นร้อยละ XX ของผู้ใช้บริการทั้งหมด
  • ปรับบทบาท MICT และปรับปรุง กม. ภายในปี 2551
  • มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างผ่าน E เพิ่มขึ้นร้อยละ..
  • ทรัพยากรบุคคล
  • โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่าย
  • การจัดการและกฎหมาย

- นวัตกรรม

e industry e commerce
E-Industry & E-Commerce

Pillars

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

  • เพิ่มสัดส่วนแรงงาน ICT ทั่วไปร้อยละ …
  • เพิ่มสัดส่วนแรงงาน ICT เฉพาะด้านร้อยละ …
  • มีกลไกเชื่อมโยง และให้ธุรกิจเข้าถึงบริการ ICT ทั่วถึง และประหยัด
  • ออกกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ & อื่นที่เกี่ยวข้องให้มีผลใช้ภายในปี 2552
  • แก้ไขกฎหมายการแข่งขันให้เป็นธรรม
  • เพิ่มสัดส่วนการเข้าถึง ICT ของ SMEs ร้อยละ …
  • มี R&D > 0.5% of GDP
  • มีแรงงานทักษะด้าน ICT โดยทั่วไปสอดรับความต้องการของภาคธุรกิจ
  • มีแรงงานทักษะด้าน ICT เฉพาะด้านสอดรับความต้องการของภาคธุรกิจ
  • มีการเชื่อมโยงธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ในลักษณะ Cluster
  • มีการออกกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ 5+ ฉบับ
  • สนับสนุนนโยบายการแข่งขันด้าน ICT
  • มีการบริหารจัดการใช้ ICT ในภาคธุรกิจ SMEs
  • ส่งเสริม R&D ในภาคธุรกิจ
  • ทรัพยากรบุคคล
  • เครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน
  • การจัดการ และกฎหมาย
  • นวัตกรรม
e society
- ประชาชนมีความรู้พื้นฐานในการใช้ ICT

ประชาชนมีรายได้ต่อหัว การศึกษาและสุขภาพที่ดีขึ้น

E-Society

ตัวชี้วัด

เป้าหมาย

Pillars

- สัดส่วนประชากรที่มีความรู้พื้นฐานในการใช้ ICT

  • เพิ่มระดับ Human Development Index (HDI) จากระดับ medium level ไปสู่ high level
  • เพิ่มระดับ ICT Diffusion Index (ICTDI = การเข้าถึง + การเชื่อมต่อ) จาก....

- ทรัพยากรบุคคล

- ประชาชนทุกระดับและทุกพื้นที่สามารถเข้าถึง ICT ได้อย่างเท่าเทียม ในราคาที่เป็นธรรม

  • มีแหล่งเข้าถึง ICT ของชุมชนทุกชุมชน โดยเฉพาะในชนบท

- โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่าย

- เพิ่มสัดส่วนการเข้าถึง PC & Internet เป็น 40 ของประชากรทั้งหมด (จากร้อยละ 10)

  • ค่าบริการเชื่อมต่ออินเตอร์เนตลดลงจาก....เป็น.....
  • มีระบบการประเมินผลการใช้ ICT ของประชาชน
  • เปิดเสรีโทรคมนาคมภายในปี .....
  • มีกฎหมายบังคับใช้ในกรณีที่มีการใช้ ICT ในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

- การจัดการและกฎหมาย

- จำนวนศูนย์ข้อมูล/การเรียนรู้ชุมชน (อาจจะใช้ห้องสมุด/โรงเรียน)

  • มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประเมินผลการใช้ ICT
  • จำนวนคดีทางอินเตอร์เนตลดลงร้อยละ ........

- แต่ละชุมชนมี website ของตัวเองและมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์

- นวัตกรรม

- จำนวน website ของชุมชนทั่วประเทศ

e education
พัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนในการใช้ ICT เพื่อการศึกษา

- พัฒนาและสร้าง content เพื่อใช้ในการศึกษา

- เพิ่ม HDI จากระดับ medium level

ไปสู่ high level

สร้างศูนย์การเรียนรู้ชุมชน อย่างน้อยตำบลละ 1 แห่ง

ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับภาคการศึกษา ให้มีการเรียนการสอนผ่านสื่อที่เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น

Security

ส่งเสริมรายการเพื่อการศึกษา โดยมีอย่างน้อย .... รายการ ต่อวัน

ส่งเสริม R&D ด้าน ICT ในภาคการศึกษา

E-Education

Pillars

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

- จำนวนครูและนักเรียนที่มี

ความสามารถในการใช้ ICT

- อินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงร.ร.

- จำนวนตำรา

- จำนวนสื่อ

- ระดับ HDI

- จำนวนศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในระดับตำบล

  • bandwidth ของเครือข่าย
  • จำนวนสถานีชุมชนที่มีรายการ

เพื่อการศึกษา

- จำนวนรายการเพื่อการศึกษา

- ทรัพยากรบุคคล

- โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่าย

- การจัดการและกฎหมาย

- นวัตกรรม

ict industry
1. Niche market

Business expertise (animation, mobile, embedded, RFID, tourism)

ให้ธุรกิจมีความชำนาญธุรกิจให้เกิดขึ้นเพื่อเจาะตลาดทั้งในและต่างประเทศ จะต้องหาตลาดเฉพาะที่ประเทศไทยมีความสามารถที่จะก้าวขึ้นสู่ผู้เล่นอันดับต้น ๆ ให้ได้

Thainess

ให้ธุรกิจมีความชำนาญธุรกิจให้เกิดขึ้นเพื่อเจาะตลาดทั้งในและต่างประเทศ จะต้องหาตลาดเฉพาะที่ประเทศไทยมีความสามารถที่จะก้าวขึ้นสู่ผู้เล่นอันดับต้น ๆ ให้ได้

2. Increase business skills

ให้ธุรกิจมีทักษะทางด้านบริหารในบริษัทสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการตลาดเชิงรุก การทำ 4P การหาจุดแข็ง จุดอ่อนโอกาส และอุปสรรคของตนเอง ฯลฯ

HR @ right quality

ให้มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตรงกับความของการของผู้ประกอบการ โดยบุคลากรที่มีอยู่ต้องตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการให้ได้ รวมถึงบุคลากรที่จะสร้างขึ้นมาใหม่จะต้องเรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการให้ได้

ICT Industry

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

Pillars

  • จำนวนบริษัทที่มีความชำนาญด้านธุรกิจ
  • จำนวนบริษัทที่ก้าวสู่ผู้เล่นในอันดับต้น ๆ
  • จำนวนบริษัทที่มียอดส่งออก hardware, software, services ไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น
  • จำนวนการผลิต Hardware, Software, Services to domestic & International
  • แบบสอบถามจากผู้ผลิตในด้าน ICT
  • แบบสอบถามจากผู้ผลิตในด้านแรงงาน
  • จำนวนสิทธิบัตรและเอกสารเผยแพร่ด้านเทคโนโลยี
  • รายจ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา

- นวัตกรรม

- ทรัพยากรบุคคล

e education 2
ให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้นต่าง ๆ มีหลักสูตรขั้นพื้นฐานที่สร้างให้มีทักษะความรู้ความสามารถที่จะเหมาะสมกับระดับการศึกษาของผู้เรียน รวมถึงมีการเรียนการสอนที่จะต้องให้เข้ากับความต้องการของผู้ประกอบการในกรณีที่เป็นระดับชั้นการศึกษาที่เตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานให้ได้มากที่สุดE – Education(2)

Pillars

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

  • จำนวนหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
  • จำนวนผู้จบหลักสูตรและได้ประกาศนียบัตร

- ทรัพยากรบุคคล

slide179
ให้มีการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงจากการนำเอาระบบ ICT มาใช้ โดยให้มีการสนับสนุนด้านการเงินที่มากกว่าในปัจจุบัน ให้สถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญของการนำเอา ICT มาใช้ การเงิน

Pillars

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

  • ทุนวิจัยจากสกว.(กองทุนวิจัย)
  • venture capital
  • incentives
  • Budget

- การจัดการและกฎหมาย

slide180

กรอบแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์กรอบแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์

IT2010: 1st and 2nd Master Plans Linkage

Government: Strategies & Policies

DEMAND:

SUPPLY:

Government Sector

Education Sector

Household Sector

Economic Sector

Hardware

Software

Services

Telecommunication

ICT Infrastructure: Telecommunication

ยุทธศาสตร์

Human Resource Development

Management: Financial, Legal, Institute

slide181

ยุทธศาสตร์การพัฒนา ICT

วิสัยทัศน์: A Connected Nation

พันธกิจ

วัตถุประสงค์

เป้าหมาย

พัฒนาโครงสร้างโทรคมนาคม

เพื่อให้สามารถเข้าถึง ICT อย่างทั่วถึง เป็นธรรม

ราคาถูกลง ให้บริการได้ครอบคลุมมากขึ้น

ส่งเสริมการใช้ ICT ในทุกภาคส่วน

  • ภาครัฐ
  • ภาคการศึกษา
  • ครัวเรือน
  • ภาคธุรกิจ
  • เพื่อยกระดับความรู้ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการให้บริการในทุกภาคส่วน
  • ค่าใช้จ่ายด้าน ICT ต่อ GDP เพิ่มขึ้น มีธุรกิจที่ใช้ ICT เพิ่มขึ้น
  • ภาคสังคมเข้าถึงแหล่งความรู้เพิ่มขึ้น
  • มีผู้ที่มีความรู้ ICT เพิ่มขึ้น

พัฒนาอุตสาหกรรม ICT

เพื่อเพิ่มศักยภาพ/ขีดความสามารถในการแข่งขัน

มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรม ICT เพิ่มขึ้น

ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ด้าน

HRD

Management

Infrastructure

Innovation, R&D

slide182
จากประเด็นสู่กลุ่มยุทธศาสตร์จากประเด็นสู่กลุ่มยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์ที่ 1: ยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการโทรคมนาคม

ยุทธศาสตร์ที่ 2: ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT

ให้ทั่วถึงทุกภาคส่วนของประเทศ

Infrastructure

ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้าน ICT

และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้าน ICT สำหรับประชาชนทุกภาคส่วน

HRD

Management

ยุทธศาสตร์ที่ 4: ยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรม R&D

และปัจจัยเกื้อหนุนต่างๆ ที่พัฒนาอุตสาหกรรม ICT ให้เติบโต

และเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

Innovation, R&D

ยุทธศาสตร์ที่ 5: ยุทธศาสตร์การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนสำคัญ

(หน่วยงาน กฏหมาย การเงิน) ต่อการบริหารจัดการด้านICT ทั้งระบบ

slide183
ยุทธศาสตร์ที่ 1: ยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการโทรคมนาคม

สาระสำคัญ: แข่งขันเสรี และเป็นธรรม บริการมีคุณภาพดี และทั่วถึง

ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการโครงข่าย

กำหนดบทบาทขององค์กรที่เกี่ยวข้องให้มีเอกภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ

ศึกษาการเพิ่มการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมให้เป็นธรรม

ใช้โครงข่ายความเร็วสูงที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2 ict
ยุทธศาสตร์ที่ 2: ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ให้ทั่วถึงทุกภาคส่วน

สาระสำคัญ: ลด Digital Divide และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้

กำหนดมาตรการจูงใจในการลงทุนในที่ห่างไกล

ขยายโครงข่ายด้าน ICT ให้ครอบคลุม

จัดตั้งกองทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคการศึกษา

เชื่อมโยงเครือข่ายของสถาบันศึกษาทุกระดับชั้น

พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐทั้งระบบ และเชื่อมต่อฐานข้อมูล

พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อความมั่นคง

พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการส่วนท้องถิ่น

3 ict
ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรด้าน ICT และส่งเสริมความรู้ของผู้ใช้ทุกภาคส่วน

สาระสำคัญ: เพิ่มปริมาณ/คุณภาพบุคลากรICT และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้สอนด้าน ICT

ผู้ใช้

บุคลากร ICT

บุคลากรจากต่างประเทศ

สร้างเครือข่ายระหว่างกัน

3 ict186
ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรด้าน ICT และส่งเสริมความรู้ของผู้ใช้ทุกภาคส่วน

สาระสำคัญ: เพิ่มปริมาณ/คุณภาพบุคลากรICT และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ใช้

สร้างความตระหนักและออกมาตรการจูงใจ

จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะ ความรู้ประสบการณ์

พัฒนาทักษะของผู้ใช้โดยการศึกษา และอบรม

ส่งเสริมการนำ ICT มาใช้ในการพัฒนาประเทศ

ความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาครู ICT

บุคลากร ICT

พัฒนาทักษะของบุคลากร ICT โดยการศึกษา และอบรม

จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะ ความรู้ประสบการณ์

ปรับกฎหมาย&ระเบียบเพื่อเอื้อให้ต่างชาติมาทำงานและลงทุน

เอื้อให้คนไทยในต่างแดน/ต่างชาติมาลงทุนทำงานในไทย

บุคลากรจากต่างประเทศ

สร้างเครือข่ายระหว่างกัน

สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ การศึกษา ธุรกิจ และอุตสาหกรรม ICT ในด้านต่างๆ

สร้างศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่อเก็บและให้ข้อมูล ICTครบวงจร

slide187

การเพิ่มสมรรถภาพ

หัวใจการพัฒนาอุตสาหกรรม

มาตรฐาน

การบริหาร GVC

ยุทธศาสตร์ที่ 4: ยุทธศาสตร์การส่งเสริม นวัตกรรม และ R&D รวมถึงปัจจัยเกื้อหนุนต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม ICT

สาระสำคัญ: เพิ่มความสามารถ ICT ไทยในการแข่งขัน และสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่น

เพิ่มขีดความสามารถ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม และการตลาด

อยู่รอดและเติบโตใน GVC ต่างๆ

กุญแจสู่ความน่าเชื่อถือ และงานระดับโลก

4 r d ict
ยุทธศาสตร์ที่ 4: ยุทธศาสตร์การส่งเสริม นวัตกรรม และ R&D รวมถึงปัจจัยเกื้อหนุนต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม ICT

สาระสำคัญ: เพิ่มความสามารถ ICT ไทยในการแข่งขัน และสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่น

ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และการนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์

กำหนดมาตรากรส่งเสริมอุปกรณ์ Telco และ R&D โดยมีรัฐและเอกชนร่วมมือกัน

ปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับให้เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม

ยกระดับมาตรฐาน ICT ไทย

พัฒนาตลาดเพื่อบ่มเพาะอุตสาหกรรม ICT ไทย

สำรวจตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ

บริหารจัดการห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกเพื่อ ICT ไทย

5 ict
ยุทธศาสตร์ที่ 5: ยุทธศาสตร์การพัฒนาปัจจัยสนับสนุน ( หน่วยงาน กฎหมาย การเงิน) ต่อการบริหารจัดการด้าน ICT ทั้งระบบ

In a Nutshell: สร้างกลไกในการนำนโยบายไปปฏิบัติได้ผลจริง

โครงสร้างคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ

ปรับบทบาทของ กสช.กทช ให้ทำงานอย่างบูรณการ

คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ

ปรับบทบาท ก. ICT ให้สนับสนุน กสช. กทช. อย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (ฝ่ายเลขานุการที่เป็น Project Manager อยู่ภายใต้กระทรวง ICT)

สศช. แผนงาน

CIO ทุกกระทรวง

ทบทวน ปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

สงป. แผนเงิน

หน่วยงานในสังกัด MICT

กพ. แผนคน

ภาครัฐอื่นๆ

NECTEC

Software Park

องค์กรอิสระ

กทช..

กสช.

ภาคเอกชน: TCT

ATCI

ATSI