obesity and metabolic syndrome l.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Obesity and Metabolic syndrome PowerPoint Presentation
Download Presentation
Obesity and Metabolic syndrome

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 93

Obesity and Metabolic syndrome - PowerPoint PPT Presentation


  • 393 Views
  • Uploaded on

Obesity and Metabolic syndrome. สรีระวิทยา. ความแตกต่างในลักษณะของมนุษย์ ทำให้นักมนุษย์วิทยา จำแนกรูปกายของคนเราด้วยวิธีต่าง ที่นิยมคือวิธีของ William Sheldom ที่เรียกว่า “Sheldom Somatotyping” แบ่งออกเป็น 3 พวกใหญ่. Endomorph. Mesomorph. Ectomorph. Endomorph. เรียกกันว่า “ คนอ้วน ”.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'Obesity and Metabolic syndrome' - orrick


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide2

สรีระวิทยา

ความแตกต่างในลักษณะของมนุษย์ ทำให้นักมนุษย์วิทยา จำแนกรูปกายของคนเราด้วยวิธีต่าง ที่นิยมคือวิธีของWilliam Sheldom ที่เรียกว่า “Sheldom Somatotyping” แบ่งออกเป็น 3 พวกใหญ่

Endomorph

Mesomorph

Ectomorph

slide3

Endomorph

เรียกกันว่า “คนอ้วน”

รูปร่าง กลม มน เนื้อนิ่ม

สะโพก

หน้าอก

ไขมันกระจายอยู่ทั่วร่างกาย

หน้าท้อง

โคนขา

กลม

คอสั้น

ใบหน้า

คางสองชั้น

slide4

ไหล่กว้าง

อกใหญ่

ชาย

เอวเล็ก

Mesomorph

มีโครงกระดูกค่อนข้างใหญ่กล้ามเนื้อแข็งแรง

สะโพกผาย

หญิง

เอวคอด

ลดน้ำหนักได้ไม่ยาก

slide5

Ectomorph

ผอม สูง

กล้ามเนื้อลีบ

แขน ขา และ

มือเท้าผอมยาว

อก ไหล่แคบ

ไขมันตามตัวมีน้อย

โครงกระดูกเล็ก

ไม่มีปัญหาเรื่องลดน้ำหนัก

slide8

ในร่างกายผู้ใหญ่

โดยทั่วไปจะมีจำนวนเซลล์ไขมันอยู่ ~ 75 พันล้านเซลล์ และไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเซลล์ ไม่ว่าคนๆนั้นจะผอมลงหรือเพิ่มขึ้น จะมีก็แต่ปริมาณของไขมันในเซลล์เท่านั้นที่มากขึ้นหรือน้อยลง

หาก exerciseน้อย ไม่มีกิจกรรมที่ต้องออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะลีบเล็กลง จะมีไขมันเข้ามาแทนที่มากขึ้น

slide12

วิธีการวัดหาปริมาณไขมันในร่างกายแบบง่ายๆ คือ

~ ½ ของไขมันที่สะสมในตัวเรา จะอยู่ตามบริเวณผิวหนัง ถ้าเราวัดหาปริมาณของไขมันตามใต้ผิวหนังได้ เราก็สามารถที่จะคำนวณหาปริมาณของไขมันทั้งหมดในร่างกายได้ วิธีที่สะดวกคือ การวัดความหนาของหลืบผิวหนัง (Skin fold measurement)

slide13

การวัดความหนาของหลืบผิวหนังการวัดความหนาของหลืบผิวหนัง

ทำโดย

ห้อยแขน

ใช้หัวแม่มือ + นิ้วชี้ จับผิวหนังตรงกึ่งกลางด้านหลังของท้องแขน

บีบเข้าหากัน

เมื่อวัดได้แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตารางเพื่อหาปริมาณไขมัน

slide14

ช. ไม่ควรเกิน 12-15% 20%

ญ. ไม่ควรเกิน 18-20% 25%

ตารางเปรียบเทียบความหนาของหลืบผิวหนัง

ความหนาของหลืบผิวหนัง ร้อยละของปริมาณไขมันโดยประมาณ

(คิดเป็นนิ้ว) ชาย หญิง

¼ 5-9% 8-13%

½ 9-1313-18%

¾ 13-18% 18-23%

1 18-23% 23-28%

1 ¼ 22-27%28-33%

slide16
สาเหตุของโรคอ้วน
  • พันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็นโรคอ้วน ลูกที่เกิดมาก็มีโอกาสเป็นโรคอ้วนสูง

-Monogenic gene defects: leptin gene or leptin receptor mutation

-Polygenic gene defects

2. รับประทานอาหารมากเกินไป แล้วไม่มีเวลาออกกำลังกาย กล่าวคือ พลังงานที่ได้รับจากการรับประทานมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในการออกกำลังกาย เช่น ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง เช่น หนังไก่ทอด มันหมู หมูสามชั้น ขาหมู ครีม เค้ก ฯลฯ แล้วไม่ยอมหาเวลาว่างออกกำลังกายเพื่อให้มีการใช้พลังงานที่ได้รับเข้ามา

slide17
3. พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสมทำให้มีการใช้พลังงานต่ำ และทำให้เสียโอกาสในการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายที่มีประโยชน์ต่อ สุขภาพ เช่น การจราจรติดขัดในกรุงเทพ ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องนั่งเฉยบนรถยนต์หลายชั่วโมงต่อวัน ลักษณะงานที่ต้องนั่งทำงานตลอดเวลา พฤติกรรมชอบรับประทานอาหารจุกจิก เป็นต้น

4. โรคบางชนิด เช่น Cushings Syndrome ซึ่งจะทำให้ร่างกายของผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้อ้วน โดยสาเหตุของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย จนทำให้อ้วนบริเวณใบหน้า ลำตัว ต้นคอด้านหลัง แต่แขนขาจะเล็ก และไม่มีแรง ในกรณีนี้จะต้องรักษาที่ต้นเหตุคือ ฮอร์โมนที่มีความผิดปกติจึงจะสามารถหายอ้วนได้

5. ยาบางชนิด เช่น antidepressant, antipsychotic, glucocorticoid, antihistamine

slide18

Fat distribution - central obesity (android or apple shape)

  • - peripheral obesity (gynoid or pear shape)
body mass index or bmi
การคำนวณหาดัชนีมวลกาย Body Mass Index or BMI
  • BMI = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม / ส่วนสูงเป็นเมตร2

=น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม / ส่วนสูง(เมตร)×ส่วนสูง(เมตร)

who 1998
ภาวะโภชนาการต่อค่าดัชนีมวลกาย ขององค์การอนามัยโลก(WHO 1998)
  • ผอม < 18.5
  • ปกติ 18.5 – 24.9
  • ท้วม 25.0 – 29.9
  • อ้วนระดับ 1 30.0 – 34.9
  • อ้วนระดับ 2 35.0 – 39.9
  • อ้วนระดับ 3 > 40.0
slide22
ภาวะโภชนาการต่อค่าดัชนีมวลกาย ของชาวเอเชีย
  • ผอม<18.5
  • ปกติ 18.5 – 22.9
  • เริ่มอ้วน 23.0–24.9
  • อ้วนขั้นที่ 1 25.0 – 29.9
  • อ้วนขั้นที่ 2 30.0 - 34.9
  • อ้วนขั้นที่ 335.0 – 39.9
  • อ้วนอันตราย >40.0
ideal body weight ibw
การหาน้ำหนักมาตรฐาน(Ideal Body Weight,IBW )
  • Male =Height –100=IBW
  • Female =(Height –100) -10%=IBW
metabolic syndrome
โรคอ้วนลงพุง Metabolic syndrome
  • คือกลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งพบร่วมกันได้บ่อย ความผิดปกติดังกล่าวได้แก่ความผิดปกติของไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ตลอดจนปัจจัยที่เป็น prothrombotic และ proinflammatory
metabolic syndrome25
ระบาดวิทยาของ metabolic syndrome
  • ความชุกของ metabolic syndrome ขึ้นอยู่กับอายุ เชื้อชาติและเพศ อายุมากขึ้นจะมีความชุกเพิ่มขึ้น
  • การศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าความชุกของโรคนี้พบได้ประมาณร้อยละ 25 ของประชากรทั้งประเทศ
  • เชื้อชาติ Mexican-American จะมีความชุกมากกว่า African-American
  • ในคน Caucasians ด้วยกันเองชาวอเมริกันจะพบว่าความชุกของภาวะนี้มากกว่าชาวยุโรป เนื่องจากโรคอ้วนพบในชาวอเมริกันมากกว่าชาวยุโรป
metabolic syndrome26
ระบาดวิทยาของ metabolic syndrome
  • ข้อมูลความชุกของกลุ่มโรคนี้ในประเทศไทยจากการศึกษา Interasia โดยศึกษาในประชากรไทยทั่วประเทศที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจำนวน 5,091 ราย
  • พบความชุกร้อยละ 21.9 โดยใช้เกณฑ์ของ NCEP ATPIII แต่ถ้าใช้เกณฑ์เส้นรอบเอวของคนเอเชียใน NCEP ATPIII ความชุกจะเพิ่มเป็นร้อยละ 29.3
  • เพศหญิงจะพบมากกว่าเพศชายโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ความผิดปกติในแต่ละข้อของ metabolic syndrome พบว่าที่พบได้บ่อยมากที่สุดคือ ภาวะที่ระดับ เอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอลต่ำ ซึ่งพบได้มากกว่าร้อยละ 50
metabolic syndrome27
ระบาดวิทยาของ metabolic syndrome
  • การศึกษาในผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานที่อายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไปจำนวน 1623 คนทั่วประเทศ อายุเฉลี่ย 43 ปี พบภาวะนี้ร้อยละ 24.1 (เพศชาย 22.2 และเพศหญิง 24.7)ถ้าใช้เกณฑ์การวินิจฉัยของ NCEP ATPIII และร้อยละ 33.3 (เพศชาย 36.0 และเพศหญิง 32.6)ถ้าใช้เกณฑ์ของเส้นรอบเอวของคนเอเชียใน NCEP ATPIII
  • การศึกษาดังกล่าวยังพบความชุกของ metabolic syndrome ในโรคและผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงดังนี้ โรคอ้วน (BMI >30 kg/m2) ร้อยละ 38.2 โรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 34.2 ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (ไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 200 มก./ดล. หรือ เอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอลน้อยกว่า 40 มก./ดล.)
  • ร้อยละ29.4 ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือเคยคลอดบุตรมีน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม ร้อยละ 17.9 ผู้ที่มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 14.1
slide28
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง Metabolic syndrome- IDF 2005
  • จะต้องเป็นอ้วนชนิดลงพุง กล่าวคือมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม. 80 ซม.ในชายและหญิงตามลำดับ

และมีภาวะดังต่อไปนี้อย่างน้อย 2 ข้อ

  • ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 ,ผู้ที่ได้รับยารักษาความดันโลหิตสูง
  • ระดับ Triglyceride มากกว่าหรือเท่ากับ150 mg% ,หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน
  • ระดับ HDL น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40,50 mg%สำหรับชายและหญิง ,หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน
  • ระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 100 mg% หรือผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่2
slide29
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง Metabolic syndrome-NCEP ATPIII

เกณฑ์ของ NCEP ATPIII ในการวินิจฉัย metabolic syndrome จะต้องมีความผิดปกติอย่างน้อย 3 ข้อใน 5 ข้อต่อไปนี้ ได้แก่

1.อ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 102 ซม. หรือ 40 นิ้วในผู้ชาย หรือ มากกว่าหรือเท่ากับ 88 ซม.หรือ 35 นิ้วในผู้หญิง)

2.ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด > 150 มก./ดล.

3. ระดับ เอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอล < 40 มก./ดล.ในผู้ชาย หรือ < 50 มก./ดล.ในผู้หญิง

4.ความดันโลหิต > 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่

5.ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร > 110 มก./ดล.

slide30
ประเทศ/กลุ่มประเทศ รอบเอว

ชาย หญิง

  • ประเทศในกลุ่มยุโรป(อเมริกาใช้ 102,88 ซม) 94 80
  • ประเทศในเอเชียใต้(จีน อินเดีย มาเลเซีย) 90 80
  • ประเทศญี่ปุ่น 85 90
slide31
วิธีการวัด
  • ใช้สายเมตรธรรมดา
  • วัดรอบเอวเหนือสะโพก
  • ให้สายขนานกับพื้น
  • อย่าให้สายรัดแน่เกินไป
  • วัดขณะที่หายใจออกเต็มที่
metabolic syndrome32
สาเหตุของโรค Metabolic syndrome
  • สาเหตุที่แท้จริงคาดว่าน่าจะเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน และความอ้วน
  • การเกิดภาวะนี้ขึ้นกับพันธุกรรมของแต่ละประเทศ และเชื้อชาติทำให้ระดับอ้วนลงพุ่งไม่เท่ากัน ขึ้นกับการวิจัยของแต่ละประเทศว่าค่าเส้นรอบเอวควรจะเป็นเท่าใด ตารางข้างล่างแสดงเส้นค่ารอบเอวของบางประเทศ สำหรับประเทศไทยใช้เกณฑ์ประเทศในเอเซียใต้
  • อาหารที่เรารับประทาน
  • พฤติกรรมการดำรงชีวิต
metabolic syndrome33
กลไกการเกิด Metabolic syndrome
  • เนื่องจากร่างกายของผู้ที่เป็นโรคนี้มีความดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ตับอ่อนต้องสร้างอินซูลินในปริมาณที่มากเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด เมื่อเวลาผ่านไปตับอ่อนไม่สามารถที่จะสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอจึงเกิดเบาหวาน การเกิด Metabolic syndrome จะเกิดก่อนการเกิดโรคเบาหวานภาวะดังกล่าวจะมีอินซูลินมากซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาไขมันในเลือดสูง ทำให้เกิดการทำลายของเยื่อบุผิวหลอดเลือด รวมทั้งมีผลต่อไต
slide34
ความอ้วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิดความอ้วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิด
  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ซึ่งได้แก่ โรคหลอดเลือดและหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดโคโรนารี

-โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี (gallbladder disease)เช่น นิ่วในถุงน้ำดี โรคกรดไหลย้อน

-โรคเกี่ยวกับตับ เช่น ตับแข็ง (cirrhosis) ไขมันเกาะตับ ตับอ่อนอักเสบ

-มะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ปากมดลูก เยื่อบุมดลูก ต่อมลูกหมาก มดลูก รังไข่ เต้านม ถุงน้ำดี ตับอ่อน

-โรคทางเดินหายใจและปอด เช่น พังผืดในปอด (fibrosis) หายใจลำบากขณะนอนหลับ (OSA) นอนกรน (snoring)

slide35
-โรคเกี่ยวกับไต เช่น นิ่ว ไตวายจากความดันโลหิตสูง

-โรคกระดูกและข้อต่อ โรคข้อต่อเสื่อม (os-teoarthritis in joints) โดยเฉพาะบริเวณสะโพก หัวเข่าข้อศอก

-โรคเก๊าท์ (gout)

-โรคเบาหวาน (diabetes mellitus)

-เส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน (stroke)

-ซึมเศร้า (depression)

-เส้นเลือดขอด (varicose vein)

-เหงื่อออกมาก (sweating)

-การเป็นหมัน (infertility)ประจำเดือนผิดปกติ กลั้นปัสสาวะลำบาก

update metabolic syndrome
UpdateMetabolic syndrome
  • จากการศึกษาล่าสุดพบว่า ภาวะ Metabolic syndrome มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค vascular dementia , chronic hepatitis B
evaluation and assessment
Evaluationandassessment

1.Anthropometrics : Ht , Wt ,BMI ,waist circumference

2.Medical history and P.E. : cause and complication

3.Family history of obesity & related disease

4.Current medication that may cause Wt gain

5.Psychological assessment

slide38
6.Nutritional assessment -Wt history , onset of obesity

-highest and lowest adult Wt

-pattern of Wt gain or Wt loss

-environmental triggers

-diet history , current eating pattern

-exercise history

-motivation and readiness to loss Wt

slide39
7.Laboratory test

-CBC , blood glucose , electrolyte

- liver function test

- TFT

- fasting lipid

- EKG at risk pt. or male age>45 yr female age >55 yr

provider goals for successful obesity treatment
Provider Goalsfor Successful Obesity Treatment
  • Encourage weight loss
    • 5 -10% of body weight
    • Rate of loss: 0.5-1 kg per week
  • Prevent weight gain
  • Maintain healthy weight over long term
slide41

Modest Weight Reduction Improves Health

5-10% loss of initial body weight IMPROVES:

  • Hypertension1
  • Lipid abnormalities2
  • Glycemic control3

REDUCES:

  • Cardiac events, CVD-related mortality, and all-cause mortality4
  • Diabetes-associated mortality5
  • Risk of developing type 2 diabetes6

1. Tuck ML, et al. N Engl J Med. 1981;304:930-933. 2. Dattilo AM, Kris-Etherton PM. Am J Clin Nutr. 1992;56:320-328.

3. Wing R, et al. Diabetes Care. 1987;10:563-566. 4. Singh RB, et al. BMJ. 1992;304:1015-1019.

5. Williamson DF, et al. Am J Epidemiol. 1995;141:1128-1141. 6. DPP Res Group. N Engl J Med. 2002;346:393-403.

guide for selecting treatment based on bmi
Guide for Selecting TreatmentBased on BMI

BODY MASS INDEX (BMI)

25-26.9 27-29.9 30-34.9 35-39.9 >40

DIET, PHYSICAL ACTIVITY * *   

and BEHAVIOR THERAPY

PHARMACOTHERAPY *   

SURGERY * 

*With Comorbidities

Always use as an adjunct to diet and physical activity

NHLBI Practical Guide. Oct 2000 Table 3, pg25

treatment options

Treatment Options

DIET

Physical Activity

Pharmacotherapy

Surgery

nhlbi recommended nutrient content of a weight reducing diet
NHLBI Recommended Nutrient Content of a Weight-Reducing Diet

Protein15%

Fat30%

FATTY ACIDS

8%–10% Saturated

10% Polyunsaturated

15% Monounsaturated

Carbohydrate 55%

Cholesterol: <300 mg/dFiber: 20–30 g/d

National Heart, Lung and Blood Institute, The Evidence Report, June 1998 http://www.nhlbi.nih.gov/nhlbi/nhlbi.htm

calories count
Calories Count

Energy

Expenditure

  • One pound (0.5 kg) of body fat = 3500 kcal
  • To lose 0.5 kg / week
    • Decrease caloric intake by 500 kcal / day
  • To lose 1 kg / week
    • Decrease caloric intake by 1000 kcal / day

Energy

Intake

To lose weight, energy intake must be reduced

dietary change
Dietarychange

1. Low-calorie diets (LCDs)

- reduce intake by 500-1000 kcal/day to produce 0.5-1 kg/week.

-Diets: low in Sat fat, fat intake < 30% of total calories, low in simple sugar, sufficient protein and high in fruits and vegetables.

dietary change47
Dietarychange

2. Very-low-calorie diets (VLCDs)

- 250-800 kcal/day

- For rapid improvement of sleep apnea, BG level, BP and psychological jump start or preparation for bariatric surgery

- Require intensive medical monitoring, vitamin and mineral supplement.

- Protein sparing modified fast, liquid meal replacement

slide48
1.คำนวณพลังงานที่ใช้ต่อวันในภาวะร่างกายปกติ ด้วยสูตร BMRในภาวะปกติถ้าเราอยู่เฉยๆ เพียงแค่เดินไปเดินมา นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี ร่างกายเราจะใช้พลังงานประมาณ 1600-2400 แคลอรี่ โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ เพศ และโครงสร้างของร่างกาย เรียกการใช้พลังงานในภาวะปกตินี้ว่า Basal Metabolism Rate (BMR) โดยมีสูตรดังนี้สำหรับผู้ชาย

BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (5 x ส่วนสูงเป็น ซม.) - (6.8 x อายุ)สำหรับผู้หญิงBMR = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (1.8 x ส่วนสูงเป็น ซม.) - (4.7 x อายุ)

slide49
ตัวอย่างเช่น
  • ผู้หญิง อายุ 23 ปี ส่วนสูง 158 ซม. น้ำหนัก 46.5 กก.BMR จะเท่ากับ 665 + (9.6 x 60) + (1.8 x 165) - (4.7 x 35) = 1290.7 แคลอรี่
slide50
2.คำนวณพลังงานที่ใช้เมื่อมีการทำกิจกรรมเพิ่มเติมในแต่ละวันจากค่า BMR หากเรามีีกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน หรือกิจกรรมการออกกำลังกายเพิ่มเติม ร่างกายก็จะมีการเผาผลาญพลังงานเืพื่อนำมาใช้มากขึ้น ซึ่งเราสามารถคำนวณพลังงานที่เราใช้เมื่อมีกิจกรรมเพิ่มเติมได้จากสูตรดังต่อไปนี้2.1 นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย = BMR x 1.22.2 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย ประมาณอาทิตย์ละ 1-3 วัน = BMR x 1.3752.3 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง ประมาณอาทิตย์ละ 3-5 วัน = BMR x 1.552.4 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก ประมาณอาทิตย์ละ 6-7 วัน = BMR x 1.7252.5 ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนักทุกวันเช้าเย็น = BMR x 1.725
slide51
กิจกรรมการใช้พลังงาน
  • กิจกรรมน้อย(งานเบา) – ทำงานในสำนักงาน –นักบัญชี – ผู้ว่างงาน - สถาปนิก – ผู้สูงอายุ – เสมียนหน้าร้าน – ขับรถ – แม่บ้านที่มีเครื่องทุ่นแรง - แม่ค้าที่นั่งเก็บเงินอย่างเดียว
  • กิจกรรมปานกลาง – นักศึกษา – ชาวประมง –พนักงานห้างสรรพสินค้า – พนักงานก่อสร้าง – แม่บ้านที่ทำงานโดยไม่มีเครื่องทุ่นแรง – ข้าราชการ - ครู - แพทย์
  • กิจกรรมมาก(งานหนัก) – ทำก่อสร้าง – ทำไร่ –ทำนา – ทำสวน – นักกีฬา –กรรมกรแบกหาม –แม่ค้าหาบเร่ –กรรมกรขุดแร่ -ทหารประจำการ
slide52
ตัวอย่างเช่น
  • คุณเป็นคนออกกำลังกายเล็กน้อย ก็เอา BMR x 1.375นั่นคือปริมาณ แคลอรี่ที่คุณต้องการต่อหนึ่งวัน คือ 1290.7 x 1.375 = 1774.5 แคลอรี่

หมายเหตุ ค่าเฉลี่ยพลังงานขั้นพื้นฐานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เพศหญิง ประมาณ 1200 กิโลแคลอรี่

หมายเหตุ ค่าเฉลี่ยพลังงานขั้นพื้นฐานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เพศชาย ประมาณ 1500 กิโลแคลอรี่ี่

slide53
ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งหมู 421

ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยใส่ไข่ 578

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าหมู 397

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วใส่ไข่ 679

เส้นใหญ่เย็นตาโฟ 352

เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อ 258

เส้นหมี่เนื้อเปื่อยน้ำ 298

ก๋วยเตี๋ยวหลอด 266

บะหมี่ต้มยำ 310

ก๋วยจั๊บน้ำข้น 279

อาหาร พลังงานที่ได้รับ (1 จาน) (กิโลแคลอรี่)
slide54
ก๋วยจั๊บน้ำใส 259

ผัดมักกะโรนี 514

ข้าวยำปักษ์ใต้ 248

โจ๊กหมู 253

ข้าวต้มกุ้ง 305

ข้าวขาหมู 438

ข้าวราดหน้ากระเพราไก่ 478

ข้าวไข่เจียวหมูสับ 500

ข้าวหมกไก่ 535

ข้าวหมูแดง 537

slide55
ข้าวผัดหมูใส่ไข่ 557

ข้าวมันไก่ 596

ข้าวคะน้าหมูกรอบ 620

ข้าวคลุกกะปิ 614

ขนมจีนน้ำยา 332

ขนมจีนน้ำเงี้ยว 243

เต้าหู้ทอด 294

หมี่กะทิ 466

ไข่เจียว 1 ฟอง 253

ไข่ดาว 1 ฟอง 125

เกี๊ยวกรอบ + น้ำจิ้ม 287  

เผือกทอด 406

ปอเปี้ยะทอด + น้ำจิ้ม 371

มันทอด 314

slide56
เผือกน้ำกะทิ 256

ฟักทองแกงบวด 369

กล้วยบวดชี 255

ถั่วดำแกงบวด 154

ลูกเดือยเปียก 159

ทับทิมกรอบ 276

ซาหริ่ม 217

ลอดช่องน้ำกะทิ 167

slide57
􀀯กาแฟ 1ซอง =80กิโลแคลอรี
  • 􀀯โอวัลติน 1ช้อนชา =20กิโลแคลอรี
  • 􀀯นมสด 2ช้อนโต๊ะ =38กิโลแคลอรี
  • 􀀯น้ำตาล 1ช้อนชา =20กิโลแคลอรี
  • 􀀯ครีมเทียม 1ซอง(3 กรัม)=4.5กิโลแคลอรี
slide58

เคล็ดลับการกิน

  • เมนูอาหารของคุณควรจัดชนิดอาหารให้ครบทั้ง 5 กลุ่มอาหารในแต่ละวัน แต่ไม่จำเป็นต้องกินครบทั้ง 5 กลุ่มใน 1 มื้อ เคล็ดลับในการกิน ได้แก่
  • กินอาหารวันละ3 มื้อ และอาหารว่าง 1 มื้อ
  • ไม่งดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง แต่ควรลดขนาดของแต่ละมื้อแทน
  • การกินอาหารมื้อเล็กๆ วันละ 4-5 มื้อในปริมาณที่กำหนดจะช่วยให้น้ำหนักลดเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด อาหารที่มีครีม ไขมัน น้ำมัน กะทิ และน้ำตาลเป็นส่วนผสม
  • ไม่กินอาหารจากกล่อง หรือกระป๋องโดยตรง ให้เทอาหารจำนวนที่พอเหมาะลงในจาน และเมื่อหมดแล้วไม่ต้องเติมอีก
  • ใช้จานขนาดเล็กทุกมื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมากเกินไป
slide59

ไม่ควรยืนกิน หรือกินไปดูทีวีไป เพราะจะทำให้รับประทานมากเกินโดยไม่รู้ตัว

  • ตั้งกฎเกณฑ์ให้กับตนเองจะกินเฉพาะที่โต๊ะอาหาร ไม่กินระหว่างการเดินทางซึ่งมักจะมีไขมันสูง
  • จำกัดอาหารแบบที่ใช้มือหยิบกิน เพราะจะทำให้กินเพลินจนไม่รู้ตัวว่ากินไปมากน้อยเท่าไร
  • ตั้งสติก่อนกิน กินอย่างช้าๆ และมีความสุขกับการกินทุกคำ การเคี้ยวนานๆ จะลดปริมาณการกินอาหารลงได้ เพราะหลังจากเริ่มกินอาหารไปสัก 10-15 นาทีแล้ว สมองจะปิดปุ่มประสาทความหิว ความรู้สึกอยากจะกินจะลดลง
  • หยุดกินทันทีที่รู้สึกอิ่ม
  • ไม่จำเป็นที่จะต้องรับประทานอาหารจนหมดจาน การกินอาหารด้วยความ
  • เสียดายจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
slide60

ดื่มน้ำมากๆ ทั้งในมื้ออาหารและระหว่างมื้ออาหาร

  • ไม่ควรเกรงใจ เมื่อถูกคะยั้นคะยอให้รับประทานอาหารในจานจนหมด
  • ไม่ใช้การกินอาหารเป็นการให้รางวัลหรือการลงโทษ
  • พยายามวิเคราะห์ว่า อยากทานอาหารมากที่สุดในช่วงเวลาใด ให้หลีกเลี่ยงในช่วงเวลานั้น โดยทำกิจกรรมอื่นๆ แทน เช่น การเดินเล่น หรืออาบน้ำ
slide61

การปรุงอาหาร

  • เคล็ดลับการปรุงอาหารที่ให้พลังงาน ไขมัน และน้ำตาลต่ำ
  • ตัดไขมันที่พบเห็นบนเนื้อสัตว์ทิ้ง ดึงหนังไก่ หรือหนังเป็ดทิ้ง
  • ใช้วิธี ลวก นึ่ง อบ หลีกเลี่ยงที่จะใช้วิธีทอด และผัด
  • ใช้น้ำมันพืชสเปรย์ลงบนกระทะ หรือใช้กระทะแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันมากในการผัด
  • ไม่เติมน้ำตาล หรือเครื่องปรุงหลายๆ ชนิด เช่นน้ำมันหอย ซอสต่างๆ ที่จะเพิ่มพลังงาน
  • น้ำต้มกระดูก ก่อนนำมาปรุงอาหาร ให้เก็บไว้ในตู้เย็นสักระยะเวลาหนึ่ง แล้วช้อนเอาไขมันที่แข็งตัวอยู่ตอนบนออกก่อนนำมาใช้
  • ใช้อาหารที่มีพลังงานต่ำแทนอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น ทำแกงส้มแทนแกงเขียวหวาน
  • ใช้เครื่องเทศเพิ่มกลิ่นได้
slide62

การเดินช็อปปิ้งซื้ออาหารการเดินช็อปปิ้งซื้ออาหาร

  • วางแผนอาหารที่จะซื้อ และซื้อเฉพาะที่ได้จดรายการไว้
  • เลือกซื้ออาหารที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ผักหรือผลไม้บางชนิดเช่น แอปเปิล ส้ม ชมพู่ ฝรั่ง พุทรา มะละกอ
  • อย่าเข้าใกล้บริเวณซุ้มอาหารที่ล่อใจคุณ เดินเลี่ยงบริเวณที่วางคุกกี้ ลูกอม หรือขนมอบ แม้ว่าจะมีป้ายติดว่าลดไขมันและน้ำตาล ก็ยังเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง
  • ไม่ควรซื้อ “อาหารพร้อมกิน” เช่น อาหารถุง เพราะไม่สามารถควบคุมการปรุงอาหารพลังงานต่ำได้
  • ไม่ควรซื้ออาหารขณะหิว เพราะมักจะซื้อของที่อยากกินและซื้อเป็นจำนวนมาก
slide63

การอ่านฉลากอาหาร

  • การอ่านฉลากอาหารเป็นส่วนสำคัญของการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบสินค้าชนิดเดียวกันได้ เช่นถ้าต้องการลดการบริโภคไขมันลง ผู้บริโภคสามารถอ่านฉลาก เลือกที่มีไขมันต่ำ เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และไม่มีโคเลสเตอรอล เป็นต้น
  • คำแนะนำสำหรับใช้อ่านฉลากอาหาร
  • พิจารณาดูว่าเป็นอาหารในหมวดใด
  • อ่านฉลากเพื่อดูขนาดของ 1 หน่วยบริโภค เช่น 1 กล่อง (220 มิลลิลิตร)
  • กินแล้วได้สารอาหารอะไร ปริมาณเท่าไร และปริมาณสารอาหารที่มีอยู่ใน
  • อาหารชนิดนั้นคิดเป็นร้อยละเท่าไรของปริมาณสารอาหารที่เราควรได้รับต่อวัน
slide64

เทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

  • 1. การเฝ้าติดตาม และจัดเก็บบันทึกข้อมูลการกิน และการออกกำลังกาย
  • การบันทึกข้อมูลอาจจะทำให้สังเกตเห็น รายละเอียดในสิ่งที่คุณไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน อย่างเช่น คุณสามารถตอบได้หรือไม่ว่า
    • คุณกินอาหารปริมาณมากเพียงใด มากเกินความต้องการของร่างกายหรือไม่
    • คุณกินอะไรบ้าง มีผลดีต่อสุขภาพหรือไม่
    • คุณกินอาหารกับใครบ้าง
    • คุณกำลังทำอะไรขณะกิน ก่อนกิน และหลังกินอาหาร
    • คุณได้ใช้พลังงานเพื่อเผาพลาญไขมันในร่างกายได้มากน้อยเพียงใด
    • อารมณ์ขณะกินเป็นอย่างใด มีผลทำให้คุณกินอาหารได้มากขึ้นหรือไม่
slide65
2. การควบคุมสิ่งกระตุ้น โดยตัดลูกโซ่พฤติกรรมที่นำไปสู่การกิน
  • การสังเกตแบบแผนการกินของคุณ: สัญญาณที่นำไปสู่การกิน, แยกความแตกต่างระหว่างความหิว และความอยากอาหาร
  • การทำกิจกรรมอื่นๆ แทนการกิน
  • วางแผนการกิน
  • เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมตัวคุณ
  • การยับยั้ง

3. ใช้เวลาเคี้ยวอาหารให้นานขึ้น เพราะระยะเวลาที่ศูนย์อิ่มจะถูกกระตุ้นเต็มที่ต้องใช้ระยะเวลา 15-20 นาที หลังจากเริ่มกิน

4. ปฏิเสธอาหารที่ยื่นให้โดยผู้อื่น

5. ออกกำลังกาย

slide66

ปรับทัศนคติ คิดในด้านบวก ที่จะเป็นแรงจูงใจให้ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ

  • หาแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว
  • การจัดการกับความเครียด วิธีอื่นๆ ทดแทนการกิน
  • การป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกลับคืนมา
    • หลีกเลี่ยงและป้องกันการพลั้งเผลอ
    • ย้อนกลับไปเริ่มต้นปฏิบัติตัวใหม่ตามรอยเดิม หลังพลั้งเผลอ
treatment options67

Treatment Options

Diet

PHYSICAL ACTIVITY

Pharmacotherapy

Surgery

slide68
หลักการ
  • น้ำหนักมากกว่า 80 กก. ห้ามวิ่ง ให้ปั่นจักรยานก่อน
  • ออกกำลังกายทุกวันๆละ 30-45 นาที หรืออย่างน้อยวันเว้นวันเพื่อให้ได้ target HR 80 เปอร์เซ็นต์ ของ maximum HR
  • maximum HR คำนวณจาก 220-อายุ(ปี)
slide69
กีฬา ระดับ สูตรพลังงานที่ใช้ไป

ปิงปอง

เล่นธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.069

แข่งขัน น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.125

บาสเกตบอล

เล่นธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.132

แข่งขัน น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.185

ฟุตบอล

เล่นธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.132

แข่งขัน น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.170

slide70
วอลเล่ย์บอล

เล่นธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.085

แข่งขัน น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.170

ว่ายน้ำ

ว่ายธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.128

ว่ายเร็ว น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.156

เต้นแอโรบิค

เต้นธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.078

เต้นท่าที่เร็วๆ น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.129

slide71
แบดมินตัน

เล่นธรรมดา น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.075

แข่งขัน น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.140

slide72
วิ่ง

7 กม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.110

11 กม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.190

12 กม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.200

14 กม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.223

16 กม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.250

21 กม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.289

slide73
ขี่จักรยาน

9 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.064

15 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.100

30 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.130

40 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.150

slide74
เดิน

3 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.048

5 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.064

6.5 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.083

8 กม./ชม. น้ำหนัก (กก.) X ระยะเวลา (นาที) X 0.119

slide75
งานบ้าน 150 กิโลแคลอรี่ ระยะเวลา (นาที)
  • ล้างรถ 45-60
  • ถูบ้าน/เช็ดกระจก 45-60
  • ทำสวน 30-45
  • เดินขึ้นบันได 15
treatment options76

Treatment Options

Diet

Physical Activity

PHARMACOTHERAPY

Surgery

metabolic syndrome77
การใช้ยาใน metabolic syndrome
  • มีการศึกษาพบว่า การใช้

-pioglitazone (actos)วันละ 30mg

-rosiglitazone (avandia)วันละ 4mg

-metformin วันละ 850mg

เป็นเวลา 48 สัปดาห์ ช่วยลดภาวะ insulin resistance และทำให้ liver enzyme ดีขึ้น

-แม้ว่าจะมีการศึกษาว่าการใช้ยา metformin และ acarbose สามารถป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ก็ตามแต่ผลที่ได้น้อยกว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

slide78
การรักษาไขมันในเลือดผิดปกติในผู้ป่วย metabolic syndrome ตามแนวทางปฎิบัติของ NCEP ATPIII แนะนำให้ยึดตามความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยเป็นเกณฑ์ โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก (very high risk) ได้แก่ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้วและผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง (high risk) ได้แก่ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยสองข้อ (ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้แก่ 1. ผู้ชายอายุตั้งแต่ 45 ปีหรือผู้หญิงอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป2. มีประวัติญาติสายตรงป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายก่อนอายุ 55 ปีในผู้ชายหรือก่อนอายุ 65 ปีในผู้หญิง3. สูบบุหรี่4. เป็นโรคความดันโลหิตสูง5. ระดับเอช-ดี-แอล โคเลสเตอรอลในเลือดต่ำกว่า 40 มก./ดล.)
  • ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงน้อย (low risk) ได้แก่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่าสองข้อ
  • ไขมันที่ต้องพิจารณาตัวแรกคือ แอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอลหรือไขมันตัวร้าย โดยเกณฑ์ที่เหมาะสมในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากคือน้อยกว่า 100 มก./ดล. (ในผู้ป่วยบางรายเช่นผู้ป่วย acute coronary syndrome เกณฑ์ที่เหมาะสมอาจจะต้องน้อยกว่า 70 มก./ดล.) ในกลุ่มผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูงเป้าหมายของแอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอลควรมีระดับน้อยกว่า 130 มก./ดล. ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยเป้าหมายของแอล-ดี-แอล โคเลสเตอรอลควรมีระดับน้อยกว่า 160 มก./ดล.
slide79
ในทางทฤษฎียากลุ่มที่น่าจะมีผลดีที่สุดในการรักษาความดันโลหิตสูงในผู้ป่วย metabolic syndrome คือ ACE-Inhibitors และ angiotensin receptor blockers เนื่องจากยาดังกล่าวมีผลลดการกระตุ้นของระบบเรนินและแองจิโอเทนซิน และทำให้ลด proteinuria
  • นอกจากนี้ยาในกลุ่มดังกล่าวเมื่อเทียบกับยากลุ่มอื่นพบว่าสามารถลดอุบัติการณ์ในการเกิดโรคเบาหวานได้
adjunctive pharmacotherapy
AdjunctivePharmacotherapy

When to consider:

  • BMI > 30 or > 27 with co-morbidities
  • Lifestyle alone is not a sufficient treatment tool

Current anti-obesity medications:

  • Sibutramine*: serotonin and norepinephrine reuptake inhibitor
  • Orlistat*: gastric and pancreatic lipase inhibitor
  • Phentermine: norepinephrine releasing agent

*Approved for long term use

phentermine norepinepherine reuptake inhibitor
Phenterminenorepinepherine reuptake inhibitor
  • FDA approved 1972
  • Approved for 3 mos use
  • Induces feeling of satiety
    • Feeling satisfied with less food
    • Less preoccupation with food
    • Greater control of food intake
    • Need to monitor BP early in program
  • Once daily with or w/o food
  • Low-cost
  • HCL:
  • Adipex-P
  • Fastin
  • Obenix
  • Oby-Cap
  • Oby-Trim
  • Zantryl
  • Resin:
  • Ionamin

Common Adverse Effects

  • Dry mouth
  • Constipation
  • Sleep disturbance
  • Increased blood pressure
  • palpitation
phentermine
Phentermine

-Usual dose 15-37.5 mg once daily before breakfast or 1-2 hrs after breakfast

Contraindication

- Uncontrolled hypertension

  • Cardiovascular diseases
  • Drug addict
  • On monoamine oxidase inhibitors (MAOI) or tricyclic antidepressants
  • Hyperthyroidism, glaucoma
slide83

Sibutramine

Serotonin and noradreneline reuptake inhibitor

  • FDA approved 1997, for long-term use
  • Induces feeling of satiety
    • Feeling satisfied with less food
    • Less preoccupation with food
    • Greater control of food intake
    • Need to monitor BP early in program
  • Once daily with or without food
  • Consider adverse effects and cost

Dosage

  • 5, 10, 15 mg
  • Suggested: 10 mg qd
  • 1x daily with or without food, at any time
    • Start at 10 mg
    • Increase to 15 mg if no/minimal response, after 1 mo
    • For larger people, use 15 mg to start
    • Maximum dose: 10 mg bid
sibutramine for obesity safety and tolerability
Sibutramine for Obesity  Safety and Tolerability
  • Associated with increases in heart rate (mean 4 to 5 beats per minute)
  • Associated with increases in systolic and diastolic blood pressure (mean 1 to 3 mm Hg)
    • Regular monitoring of blood pressure suggested
  • Contraindicated with monoamine oxidase inhibitors (MAOIs)
  • In placebo-controlled trials the most common adverse events were: dry mouth, anorexia, insomnia, constipation, and headache

Prescribing Information.

orlistat gastric and pancreatic lipase inhibitor
OrlistatGastric and pancreatic lipase inhibitor
  • FDA approved 1999 for long-term (2 yrs)
  • Reduces absorption of ~30% dietary fat
      • Fat passes undigested, facilitating wgt loss
      • Some adverse side effects
  • Dosage: 3 times daily with meals
  • Supplement with a multivitamin
      • Take 2 hours before or after orlistat
  • Cost:
      • Expensive
contraindications to orlistat
Contraindications to Orlistat

- in patients with chronic malabsorption syndrome or cholestasis

- in patients with known hypersensitivity to orlistat

- use cautiously in patients with history of hyperoxaluria or calcium oxalate stone

successful strategies to control obesity include pharmacotherapy
Successful Strategies to Control Obesity Include Pharmacotherapy

Pharmacotherapy* +

Behavior Change +

Reduced Calorie Diet

Pharmacotherapy* + Behavior Modification

Pharmacotherapy*

0

-5

(–5.2)

% Weight Change at 6 Months

-10

(–11.5)

-15

(–17.1)

-20

* Sibutramine

Wadden TA et al. Arch Intern Med., Jan 22, 01, Vol 161; 218

treatment options89

Treatment Options

Diet

Physical Activity

Pharmacotherapy

SURGERY

surgery eligibility criteria
SurgeryEligibilityCriteria
  • BMI > 40 or BMI >35 with co-morbidities
  • 16 - 55 years old
  • Acceptable operative risks
  • Failed non-surgical weight-loss attempts
  • Realistic expectations
  • Motivated
  • No history of psychiatric disorders
  • Understands procedure and implications
  • Commitment to life-long behavioral changes
  • Supportive family environment
  • Commitment to long-term follow-up
current surgical procedures
Current Surgical Procedures

Gold Standard

Roux-en-Y

Gastric Bypass

Vertical Banded

Gastroplasty

Adjustable

Gastric Banding

48-74% of

initial weight

(weight loss at 5 years)

50-60% of

initial weight

(weight loss at 5 years)

36% of

excess weight

(weight loss at 3 years)1

Maximum weight loss occurs 10-24 months post-op

  • http://www.fda.gov/cdrh/pdf/p000008.html