slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Immunology PowerPoint Presentation
Download Presentation
Immunology

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 97

Immunology - PowerPoint PPT Presentation


  • 143 Views
  • Uploaded on

Immunology. By Wilairat Anurakolan. Immunology. วิทยาภูมิคุ้มกัน/ Immunology เป็นวิชาที่ว่าด้วยการ ตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย โดยเรียกระบบที่ทำหน้าที่ในการป้องกันเชื้อโรคหรือ สิ่งแปลกปลอมว่า ระบบภูมิคุ้มกัน/ Immune system. หน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกัน.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'Immunology' - olin


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

Immunology

By Wilairat Anurakolan

slide2

Immunology

วิทยาภูมิคุ้มกัน/ Immunology เป็นวิชาที่ว่าด้วยการ

ตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

โดยเรียกระบบที่ทำหน้าที่ในการป้องกันเชื้อโรคหรือ

สิ่งแปลกปลอมว่า ระบบภูมิคุ้มกัน/ Immune system

หน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกัน

  • Defense against parasites
  • Homeostasis
  • Immunological surveillance
slide3

The immune response

  • Natural (non-specific) immunity

- cellular : phagocytosis

- humoral : complement and other

substances

  • Acquired (specific) immunity

- cellular : regulatory and effector

T lymphocytes, lymphokines

- humoral : B lymphocytes, antibodies,

lymphokines

slide4

Natural

Immunity

slide5

Natural/ Innate Immunity

1. External defense mechanism

กลไกป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคจากภายนอก จัด

เป็นกลไกการป้องกันตัวด่านแรก (first line of defense

mechanism)ประกอบด้วยสิ่งกีดขวางเชื้อโรค (barrier)

  • Physical barrier
  • Chemical barrier
slide6

Physical barrier

1. ความหนา และการลอกหลุดของผิวหนัง

2. อุณหภูมิของร่างกาย

3. สารเมือก และ cilia ในระบบทางเดินหายใจ

ทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย และระบบสืบพันธุ์

4. Reflex : การถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ

: การไอ การจาม การหลั่งน้ำลาย น้ำตา

slide7

Chemical barrier

Lactic acid : เหงื่อและสารน้ำในช่องคลอด มีฤทธิ์

ต้านแบคทีเรียแกรมลบ

Lysozyme : น้ำลาย น้ำตา และน้ำมูก มีฤทธิ์ทำลาย

mucopeptide/ peptidoglycan ที่ผนังเซลล์ของ

แบคทีเรียแกรมบวก

Fatty acid : ผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย (กรดไขมัน

ไม่อิ่มตัว) และเชื้อรา (กรดไขมันอิ่มตัว)

slide8

Chemical barrier

Glycolipid : น้ำลาย ป้องกันฟันผุ

Lactoferrin : สารคัดหลั่ง ขัดขวางการเจริญของ

แบคทีเรียที่ต้องใช้ธาตุเหล็กในการดำรงชีวิต

HCl : กระเพาะอาหาร (pH 1.0) ทำลาย enveloped

virus และแบคทีเรีย

Spermine : น้ำอสุจิ ทำลายแบคทีเรียแกรมบวก

slide9

Natural/ Innate Immunity

2. Internal defense mechanism

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่เนื้อเยื่อได้แล้ว ร่างกายจะป้องกันตัวเอง

โดยมีความต้านทานภายในร่างกาย จัดเป็นการป้องกันตัว

ด่านที่ 2 (second line of defense) ประกอบด้วยกลไก

1. Phagocytosis 2. Complement system

3. Interferon (IFN) 4. Inflammatory

slide10

Phagocytosis

กระบวนการจับกินจุลินทรีย์/ สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

โดย phagocytic cells/ phagocytes พบครั้งแรกในปี

ค.ศ.1883โดย Elie Metchnikoff นักสัตววิทยาชาวรัสเซีย

Phagocytes ที่พบในร่างกายแบ่งได้เป็น 2 ชนิด

  • Polymorphonuclear leucocytes (PMNs)
  • Mononuclear leucocytes
slide11

Polymorphonuclear leucocytes

  • Phagocyte ที่นิวเคลียสมีลักษณะเป็น lobe
  • ในไซโตพลาสซึมมี granule จำเพาะ
  • ประกอบด้วย
  • : Neutrophil
  • : Eosinophil
  • : Basophil
  • : Mast cell
slide12

Mononuclear leucocytes

  • Phagocyte ที่นิวเคลียสไม่เป็น lobe และใน
  • ไซโตพลาสซึมไม่มี granule จำเพาะ
  • ประกอบด้วย
  • : Monocyte
  • : Macrophage
slide14

Macrophage

  • เกิดจาก monocyte

ในกระแสเลือด

  • รูปร่างไม่แน่นอน ขึ้น

กับเนื้อเยื่อที่อาศัยอยู่

  • หน้าที่

: กำจัด antigen ด้วยวิธี phagocytosis/ ADCC

: antigen presenting cell ให้กับ lymphocyte

slide15

antigen ขนาดใหญ่ : Foreign body giant cell/

Multinucleated giant cell

  • Macrophage ในบางอวัยวะมีชื่อเรียกเฉพาะ

ในตับ : Küpffer cells

ในม้าม : Littoral cells

ในปอด : Alveolar dust cells

ในต่อมน้ำเหลือง : Reticular cells

ในสมอง : Microglial cells

slide16

Phagocytosis แบ่งเป็น 5ขั้นตอนคือ

1. Chemotaxis : phagocytes ถูกดึงดูดมา

ยังบริเวณที่มีจุลชีพอยู่โดยสารเคมีบริเวณนั้นเช่น C5a/

ตัวจุลชีพเองเช่น endotoxin ของแบคทีเรียแกรมลบ

2. Attachment : จุลชีพและ phagocytes

เข้ามาประชิดกันซึ่งอาจเกิดได้เอง แต่ส่วนใหญ่ต้องอาศัย

opsoninได้แก่ C3b และแอนติบอดีชนิด IgG

slide17

Attachment

www.uoguelph.ca/mbnet/323IMMUN/ D2_COMPL/F13-12A.GIF

slide18

การมี opsonin อยู่บนผิวจุลชีพแล้วช่วยส่งเสริมให้เกิด

phagocytosis เรียกว่า opsonization

http://project.bio.iastate.edu/Courses/MIPM302/302new/8_3abagrxn.html

slide19

Phagocytosis by Enhanced Attachment

(Opsonization)

http://www.cat.cc.md.us/courses/bio141/lecguide/unit1/bacpath/phagsum.html

slide20

3. Ingestion : phagocytes ยื่น pseudopodia

ออกไปล้อมจุลชีพแล้วกลืนกินเข้าไปในเซลล์ เกิดเป็นถุงที่ภายในมี

จุลชีพอยู่เรียกว่า phagosome ต่อมา lysosome หรือ

granule ที่อยู่ภายในเซลล์จะเคลื่อนเข้ามาชิด และเชื่อมต่อเป็น

phagolysosome

slide21

4. Intracellular killing : ใช้พลังงานจาก

anaerobic glycolysis โดยเอนไซม์ต่างๆ ใน

lysosome จะถูกถ่ายเทเข้าไปสู่ phagosome

http://project.bio.iastate.edu/Courses/MIPM302/302new/7_2parasitism.html

slide22

Intracellular killing

1. Oxidative mechanism

เมื่อ phagocytes สัมผัสกับจุลชีพจะมีการเปลี่ยนแปลงใน

oxidative metabolism ของเซลล์ที่เรียกว่า respiratory burst

คือ เซลล์จะมีการใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น โดยผ่าน hexose

monophosphate shunt(HMS) ทำให้มีการสร้าง superoxide

anion (O2-) และ hydrogen peroxide (H2O2) เพิ่มมากขึ้น

slide23

Haber-Weiss reaction:

hydrogen peroxide (H2O2) ทำปฏิกิริยากับ superoxide anion (O2-)

ทำให้เกิด hydroxyl radical(OHº) และ singlet oxygen (1O2)

slide24

Myeloperoxidase-hydrogen peroxide-halide system

hydrogen peroxide (H2O2) ทำปฏิกิริยากับ halide (Cl-) โดยอาศัย

เอนไซม์ myeloperoxidase เกิด hypochlorous acid (HOCl)

slide25

สารที่ได้ทั้งหมดนี้มีความเป็นพิษสูง สามารถฆ่าแบคทีเรียรา

ไวรัสและ mycoplasma ได้โดยไม่ต้องอาศัย lysosome fusion

slide26

Lysosomal

enzyme

Intracellular killing

2. Non-oxidative mechanism

กลไกที่อาศัยสิ่งต่างๆ ภายใน granule ของ phagocytes

Gram (+ve)

http://www.arches.uga.edu/~emilyd/theory.html

slide27

Cationic protein (cathepsin G, defensin)

ทำลาย outer lipid bilayer ของ Gram (-ve)

http://www.arches.uga.edu/~emilyd/theory.html

slide28

Lactoferrin : แย่งจับธาตุเหล็ก (แบคทีเรีย และรา)

  • Lysozyme :mucopeptide ที่ผนังเซลล์แบคทีเรีย

นอกจากนั้นใน granule ของ phagocytes ยังมีเอนไซม์

อีกหลายชนิดที่สามารถย่อยสารต่างๆ เช่น protein,

lipid, nucleic acid, nucleotide, glycan, proteoglycan,

glycoprotein เป็นต้น

5. Release : การปล่อยชิ้นส่วนจุลชีพที่ย่อยแล้ว

ออกมานอกเซลล์

slide29

Phagocytosis

http://elmo.shore.ctc.edu/biotech/Immunology/notes4-4.htm

slide30

Complement system

  • กลุ่มพลาสมาโปรตีนพบในซีรัม
  • ปกติอยู่ในสภาพที่ไม่ทำงาน (inactive form)
  • เมื่อถูกกระตุ้นจะทำปฏิกิริยาซึ่งกันและกันใน

ลักษณะต่อเนื่องเหมือนขั้นน้ำตก (cascade)

slide31

หน้าที่ของคอมพลีเมนต์หน้าที่ของคอมพลีเมนต์

  • cytolysis : ย่อยสลายจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค
  • opsonization : เพิ่มประสิทธิภาพการเกิด phagocytosis
  • inflammation : กระตุ้นการปลดปล่อย histamine

http://www.uoguelph.ca/mbnet/323IMMUN/D2_COMPL/COMPLEME.HTM

slide32

การกระตุ้น complement

http://www.montana.edu/wwwwami/523/Reading7b.htm

slide33

1. Classical pathway

  • ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ
  • กระตุ้นโดย antigen-antibody

complex (IgG หรือ IgM)

  • อาจเกิดโดยไม่ต้องอาศัย Ab

แต่ถูกกระตุ้นด้วยจุลชีพเช่น

staphylococcal protein A,

mycoplasma และ RNA

tumor virus

http://www-immuno.path.cam.ac.uk/~immuno/part1/lec15/lec15_97.html

slide34

2. Alternative

pathway

  • ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ
  • ไม่ต้องอาศัย Ab
  • ป้องกันการติดเชื้อระยะเริ่ม
  • แรกก่อนที่จะมีการสร้าง Ab
  • ถูกกระตุ้นโดยส่วนประกอบ
  • ผนังเซลล์ของจุลชีพรวมทั้ง
  • เซลล์ที่มีการติดเชื้อไวรัส
slide35

3. MB Lectin

pathway

MBL (family เดียวกับ C1q)จะ

จับกับ mannose บนผิวเซลล์

แบคทีเรีย จากนั้น MBL จะทำ

ปฏิกิริยากับ MASP-1, -2 (MBL

associated serineproteinase)

ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้น C4

และ C2 ต่อไป

http://nejm.org/teaching_tools/2janeway.asp

slide36

A

C

T

I

V

A

T

I

O

N

C

O

M

P

L

E

M

E

N

T

http://www.socgenmicrobiol.org.uk/JGVDirect/18709/Figs/F1_pg.htm

slide38

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.htmlhttp://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

slide39

Classical Pathway

http://medtech.cls.msu.edu/ISL/immunology/comp1.htm

slide40

Alternative Pathway

http://medtech.cls.msu.edu/ISL/immunology/comp2.htm

slide41

The Membrane Attack Complex (MAC)

Causing Cell Lysis

http://www.cat.cc.md.us/courses/bio141/lecguide/unit2/innate/mac.html

slide42

การกระตุ้น

complement

ผ่าน

classical

และ

alternative

pathway

slide44

Acute phase protein

พลาสมาโปรตีนที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นในการตอบสนองต่อ

ภาวะโรคติดเชื้อ/ การทำลายเนื้อเยื่อ โปรตีนที่สำคัญได้แก่

C-reactive protein(CRP), mannose binding protein (MBP)

CRP มีคุณสมบัติในการจับจุลชีพที่มี phospharylcholine

ใน membrane โดยอาศัย Ca2+ ion ได้สารโมเลกุลเชิงซ้อน

ที่สามารถกระตุ้น complement system ได้ C3b มาเกาะบน

ผิวจุลชีพทำให้การจับกิน (phagocytosis) ดีขึ้น

slide45

MBP จะจับกับ

mannose ที่อยู่บน

ผิวเซลล์แบคทีเรีย

มีฤทธิ์ในการ

ทำลายจุลชีพ

เหมือนกับ CRP

http://www-immuno.path.cam.ac.uk/~immuno/part1/lec15/lec15_97.html

slide46

Interferon (IFN)

โปรตีนที่สร้างขึ้นในเซลล์มีฤทธิ์เป็นสารต้านไวรัสพบว่า

เซลล์ที่มีนิวเคลียสที่สมบูรณ์ทุกชนิดสามารถสร้าง IFN ได้

ตัวกระตุ้นการสร้าง IFN (IFN inducer)

- RNA viruses, DNA viruses

- dsRNA, intracellular bacteria (rickettsiae), bacterial

endotoxin และสารอื่นๆที่มีคุณสมบัติขัดขวางการสร้างโปรตีน

slide47

Interferon inducer

http://gsbs.utmb.edu/microbook/ch049.htm

slide48

Interferon (IFN) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

1. Type I interferon

:IFN-alpha (MNP) และ IFN-beta (fibroblast)

:ตอบสนองต่อไวรัสที่พบครั้งแรกโดยตรง

2. Type II interferon

:IFN-gamma หลั่งจาก T cell ที่รู้จัก Ag ของไวรัสมาก่อน

:คุณสมบัติต้านไวรัสมาจาก regulatory function ของIFN

slide49

กลไกการออกฤทธิ์ของ IFN

ออกฤทธิ์โดยจับกับ receptor จำเพาะบน cell membrane

แล้วกระตุ้น transcription ของยีนหลายชนิดภายในเซลล์

ทำให้เซลล์นั้นมีสภาพดื้อต่อการติดเชื้อไวรัส/ antiviral state

ดังนั้น IFN จะไม่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่สร้างขึ้นมาจนกว่าจะ

ถูกปล่อยออกไปและจับกับ receptor บนผิวของเซลล์อื่น

slide50

http://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/429_00lect5.htmlhttp://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/429_00lect5.html

slide52

2,5-oligoA system:เมื่อเซลล์ถูกกระตุ้นโดย IFN จะมีการสร้าง

proenzyme oligoisoadenylate (oligoA) synthetase ขึ้นเมื่อมีการ

ติดเชื้อไวรัสและมี dsRNA เกิดขึ้นภายในเซลล์ dsRNA จะทำให้

proenzyme oligoA synthetase กลายเป็นเอนไซม์และสามารถ

สังเคราะห์ adenylic acid oligomers (2,5-oligoA) จาก ATP ได้

จากนั้น 2,5-oligoA จะไปกระตุ้น proenzyme RNase L ซึ่งมีอยู่

แล้วภายในเซลล์ให้กลายเป็นเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ทำลาย RNA ทั้ง

ของไวรัสและของเซลล์ทำให้การสร้างโปรตีนหยุดชะงักลง

slide53

2,5-oligoA system

http://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/oligoA.html

slide54

2,5-oligoA system

http://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/oligoA.html

slide55

Protein kinase system:เป็นกลไกคล้ายกับที่ไวรัสใช้ในการขัด

ขวาง translation ของเซลล์โดยเมื่อมีการกระตุ้นด้วย IFN เซลล์

จะสร้าง proenzyme ของ protein kinase P1 เมื่อมีการติดเชื้อ

ไวรัสและมี dsRNA เกิดขึ้นในเซลล์ P1 จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน

โดยทำหน้าที่เติมหมู่ phosphate (phosphorylation) ให้กับตัวเอง

และกับ subunit ของ translation initiation factor eIF-2 ซึ่งเป็น

factor ที่จำเป็นในการเริ่มต้น translation เมื่อ eIF-2 ถูกเติม

phosphate แล้วการทำงานขั้นต่อไปจะหยุดทำให้ไม่สามารถ

เกิด translation ได้

slide56

Protein kinase system

http://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/P1.html

slide57

Protein kinase system

http://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/P1.html

slide58

เมื่อโฮสต์ติดเชื้อไวรัส IFN จะถูกสร้างขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง

  • ก่อนที่ Ab จะถูกสร้างขึ้นมา IFN จึงถือเป็นด่านแรกในการ
  • ป้องกันการติดเชื้อ
  • IFN ไม่จำเพาะต่อชนิดของไวรัสจึงออกฤทธิ์ต่อไวรัสทุกชนิด
  • IFN จำเพาะต่อ species ของเซลล์ที่ผลิต IFN นั้นขึ้นมา
  • IFN ไม่ออกฤทธิ์ต่อไวรัสโดยตรงแต่ทำหน้าที่เสมือนผู้ส่งข่าว
  • จากเซลล์ติดเชื้อไปยังเซลล์ข้างเคียงเพื่อให้สร้างโปรตีนที่มี
  • ฤทธิ์ในการยับยั้งไวรัส
slide59

Inflammatory

การอักเสบ (inflammation) เป็นกลไกการป้องกันของ host เพื่อ

ตอบสนองต่อเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บมีรอยแผลจากสารเคมีหรือ

จากการติดเชื้อ เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจะปล่อยสารที่ทำให้เกิดการ

อักเสบ ส่งผลให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดใกล้ๆ บาดแผล

เพิ่มการไหลของเลือดเข้ามาในบริเวณนั้น และหลอดเลือดยอม

ให้สารน้ำ (antibody, complement) และเซลล์ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ไป

ยังเนื้อเยื่อบริเวณที่มีจุลชีพเพื่อทำลายจุลชีพนั้นมากขึ้น จึงมีการ

สะสมของเหลวในบริเวณบาดแผลเกิดการบวมน้ำ/ edema ขึ้น

slide60

การอักเสบจะส่งผลให้ผนังเส้นเลือดฝอย (capillary) มี permeability

เพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้มีการซึมผ่านของสารน้ำและเม็ดเลือดขาวผ่าน

ผนังเส้นเลือดออกไปสู่เนื้อเยื่อรอบเส้นเลือดมากขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อ

บริเวณดังกล่าวมีลักษณะจำเพาะของการอักเสบเฉียบพลัน (acute

inflammation) คือ ปวด บวม แดง ร้อน

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

slide61

Acute inflammation

อธิบายได้จากการที่เส้นเลือด

ฝอยขยายตัวทำให้เม็ดเลือด

แดงมาคั่งเกิดการแดง

การเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

ทำให้บริเวณนั้นเกิดการร้อน

การคั่งของน้ำและเซลล์ใน

เนื้อเยื่อทำให้เกิดการบวม

ซึ่งการบวมจะไปกดเส้น

ประสาททำให้ปวด

slide62

จุดเริ่มต้นของการอักเสบเกิดจากส่วนประกอบของจุลชีพจุดเริ่มต้นของการอักเสบเกิดจากส่วนประกอบของจุลชีพ

จะกระตุ้น complement ทาง alternative pathway เกิด

C3a และ C5a (anaphylatoxin) ซึ่งจะกระตุ้น mastcell

ในบริเวณนั้นให้หลั่ง histamine, prostaglandins และ

leukotrienes ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวและมี

permeability เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น C5a ยังมีฤทธิ์เป็น

chemotaxin ทำหน้าที่ในการดึงดูด neutrophils (30-60

นาที) monocytes และ lymphocyte (4-5 ชั่วโมง)ให้เดิน

ทางมาหามัน

slide64

Chemotaxin/ Chemoattractant/

Chemotactic factor

สารที่ทำหน้าที่ดึงดูดหรือกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้

เคลื่อนตัวมารวมกันในบริเวณที่มีการอักเสบติดเชื้อ

  • N-formylated peptide : เซลล์แบคทีเรีย
  • C3a และ C5a : complement system
  • Leukotriene B4 (LTB4) : neutrophil, monocyte และ
  • macrophage
  • chemokine : inducible protein-10 (IP-10), RANTES
  • และ MIP-1alpha
slide66

Specific

Immunity

slide67

Specific Acquired Immunity/

Adaptive Immunity

ภูมิคุ้มกันจำเพาะที่เกิดขึ้นหลังจากพบแอนติเจน

ซึ่งอาจมาจากการสร้างขึ้นเอง (active) หรือได้รับ

จากภายนอก (passive) แบ่งชนิดตามแหล่งที่มา

ได้ 4 ชนิด ดังนี้คือ

slide68

1. Active naturally acquired immunity

เกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อโรค ร่างกายจะสร้าง Ab ต่อ

เชื้อนั้นๆ เป็นภูมิคุ้มกันที่อยู่ได้นาน/อาจมีตลอดชีวิต

2. Active artificially acquired immunity

เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน/ toxoid เข้าไปกระตุ้น

ร่างกายให้สร้าง Ab สามารถป้องกันการติดเชื้อได้

ไม่กี่ปี ต้องมีการฉีดซ้ำบ่อยๆ

slide69

3. Passive naturally acquired immunity

ภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดตามธรรมชาติจากแม่สู่ลูก

โดยผ่านทางรก และน้ำนมเหลือง

4. Passive artificially acquired immunity

ภูมิคุ้มกันที่ได้รับโดยการฉีดซีรัมจากสัตว์/ คนที่มี

ภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว ภูมิคุ้มกันจะเกิดทันที แต่อยู่ได้ไม่

นาน เพราะจะถูกทำลายได้โดยร่างกายผู้รับ

slide71

ภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อแอนติเจนแปลกปลอมภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อแอนติเจนแปลกปลอม

อาจแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ

  • Humoral (antibody-mediated) immunity
  • เซลล์ที่รับผิดชอบคือ B lymphocyte และ plasma cell

2. Cellular (cell-mediated) immunity

  • เซลล์ที่รับผิดชอบคือ T lymphocyte และ macrophage
slide72

Immune response

http://www.uta.edu/chagas/html/biolImS1.html

slide73

B lymphocyte

Proliferation &

Differentiation

Immunoglobulin

(Ig)/ antibody

Humoral (antibody-mediated) immunity

Antigen

(Ag)

Plasma cell

slide75

Types of immunoglobulin

http://www.emc.maricopa.edu/faculty/farabee/BIOBK/BioBookIMMUN.html

slide77

ในการทำปฏิกิริยากับแอนติเจน CDR ของ VL

และ VH ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้กันจะทำงานร่วม

กันในการจับแอนติเจน

CDR: การเปลี่ยนชนิดและ/ หรือการย้ายที่กรดอะมิโน

เพียง 1 ตัวหรือมากกว่า 1 ตัวในบริเวณนี้จะทำ

ให้เกิดการเปลี่ยนความจำเพาะ (specificity) และ

รูปร่าง (shape) ของ antigen-binding site

slide79

http://project.bio.iastate.edu/Courses/MIPM302/302new/8_3abagrxn.htmlhttp://project.bio.iastate.edu/Courses/MIPM302/302new/8_3abagrxn.html

slide80

Antibody-dependent cell-mediated

cytotoxicity (ADCC)

http://www.cat.cc.md.us/courses/bio141/lecguide/unit2/innate/exkill.html

slide83

Cellular

(cell-mediated)

immunity

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

slide84

Antigen presenting cell (APC)

เซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อย และนำเสนอแอนติเจนให้กับ T cell

โดย MHC molecule บนผิวเซลล์จะนำเสนอแอนติเจนในรูปของ

peptide-MHC complex ซึ่งเกิดจากขบวนการย่อยโปรตีนขนาด

ใหญ่ให้เป็น peptide เรียกขบวนการนี้ว่า antigen processing

จากนั้น peptide จะถูกนำไปติดกับ MHC molecule ภายในเซลล์

ต่อมา peptide-MHC complex จะถูกลำเลียงขึ้นมาอยู่บนผิวเซลล์

และนำเสนอให้กับ T cell ขบวนการนี้เรียก antigen presentation

slide85

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.htmlhttp://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

slide86

APC มีลักษณะที่แตกต่างจากเซลล์ทั่วไปดังนี้

  • มีการแสดงออกของ class II MHC molecule บนผิวเซลล์

นอกเหนือจากที่มี class I MHC molecule

  • มี co-stimulatory molecule บนผิวเซลล์เพื่อช่วยกระตุ้น T cell
  • มีขบวนการจับกิน และการย่อยแอนติเจนที่มีประสิทธิภาพสูง
slide87

Effector cell ในภูมิคุ้มกันจำเพาะด้านเซลล์

การตอบสนองของ T lymphocyte ต่อแอนติเจน

จะทำให้เกิดเซลล์ต่างๆ (effector cell) ซึ่งทำหน้าที่

กำจัดแอนติเจน เซลล์เหล่านั้นได้แก่

  • Activated macrophage
  • cytotoxic T lymphocyte
  • Natural killer (NK) cell
slide88

http://www.pharmacology2000.com/Hemo/Immunosupression/antibody1.htmhttp://www.pharmacology2000.com/Hemo/Immunosupression/antibody1.htm

slide89

Activated macrophage

macrophage ที่มีความสามารถสูงกว่า macrophage

ธรรมดาในด้านต่างๆ คือ

  • การกลืนกิน/ phagocytosis

: ingestion

: intracellular killing

  • การหลั่ง cytokine
  • การนำเสนอแอนติเจน (APC)
slide90

specific epitope และ

class I MHC molecule

Rx

IL-2, IL-4, IL-6,

IFN-gamma

Cytotoxic

T lymphocyte

Cytotoxic (cytolytic) T lymphocyte

  • ทำลายเซลล์แปลกปลอมในร่างกาย
  • : เซลล์ของร่างกายที่ติดเชื้อไวรัส
  • : เซลล์ของร่างกายที่กลายเป็นเซลล์เนื้องอก

T cell receptor บน

pre-cytotoxic T lymphocyte

slide91

กลไกการทำลาย target cell

Granule ของ cytotoxic T lymphocyte จะมาชุมนุมกันบริเวณที่

TCR สัมผัสกับ specificepitope แล้วปล่อย perforin/ cytolysin

จาก granule ออกสู่ภายนอกเซลล์ perforin จะแทรกตัวเข้าไปใน

เยื่อหุ้ม target cell แล้วรวมตัวกันเป็น

กลุ่มโมเลกุลซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทาง

ให้ ion ผ่านเข้า-ออก โดยน้ำและ

เกลือแร่จากภายนอกจะเข้าสู่ target

cell ทางช่องทางนี้ และเมื่อเข้าไปใน

ปริมาณมากจะทำให้ targetcell บวม

และแตกไปในที่สุด

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

slide93

นอกจากกลไกที่ใช้ perforin แล้วยังพบว่า cytotoxic T

lymphocyte สามารถหลั่งสารพิษ (TNF) ซึ่งสามารถกระตุ้น

เอนไซม์ของ target

cell ที่มีฤทธิ์ทำให้

DNA ในนิวเคลียส

แตก แล้วนำไปสู่การ

แตกของนิวเคลียส

และการตายของ

target cell แบบ

apoptosis

slide94

Natural killer (NK) cell

เป็น cytotoxic lymphocyte ที่ทำให้ target cell แตก/

สลายด้วยกลไกเดียวกับ cytotoxic T lymphocyte

แต่ NKcell ไม่มีที่รับแอนติเจน (Ag receptor) และ

ทำงานได้โดยไม่ต้องอาศัย class I MHC molecule

บน target cell การทำงานของ NKcell มีความจำเพาะ

น้อยกว่า cytotoxic T lymphocyte

slide95

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.htmlhttp://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

slide97

http://www.sc.edu/union/Sears/120.6.circ.htm

http://www.emc.maricopa.edu/faculty/farabee/BIOBK/BioBookIMMUN.html

http://www.blc.arizona.edu/Marty/429/Lectures/429_00lect7.html

http://project.bio.iastate.edu/Courses/MIPM302/302new/7_2parasitism.html

http://www.sirinet.net/~jgjohnso/immune.html

http://gsbs.utmb.edu/microbook/ch049.htm

http://www.lifesci.utexas.edu/faculty/sjasper/bio301L/immune.html

http://www-immuno.path.cam.ac.uk/~immuno/part1/lec15/lec15_97.html