slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
โรคไข้เลือดออก DENGUE HEMORRHAGIC FEVER PowerPoint Presentation
Download Presentation
โรคไข้เลือดออก DENGUE HEMORRHAGIC FEVER

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 46

โรคไข้เลือดออก DENGUE HEMORRHAGIC FEVER - PowerPoint PPT Presentation


  • 474 Views
  • Uploaded on

โรคไข้เลือดออก DENGUE HEMORRHAGIC FEVER. พญ.นภัสวรรณ์ ภูริพันธุ์ภิญโญ กุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Dengue virus โดยมียุงลาย ( Aedes aegypti ) เป็นพาหะนำโรค กลุ่มอายุ พบทุกกลุ่มอายุ. การติดเชื้อไวรัสเดงกี. ไม่มีอาการ. มีอาการ.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'โรคไข้เลือดออก DENGUE HEMORRHAGIC FEVER' - michael-middleton


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

โรคไข้เลือดออก

DENGUE HEMORRHAGIC FEVER

พญ.นภัสวรรณ์ ภูริพันธุ์ภิญโญ

กุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาลร้อยเอ็ด

slide2

สาเหตุ

เกิดจากเชื้อ Dengue virus

โดยมียุงลาย (Aedesaegypti) เป็นพาหะนำโรค

กลุ่มอายุ

พบทุกกลุ่มอายุ

slide3

การติดเชื้อไวรัสเดงกีการติดเชื้อไวรัสเดงกี

ไม่มีอาการ

มีอาการ

Dengue Fever(DF)ไข้,หน้าแดง,myalgia,

และ TT+ve

+ WBC < 5,000

+ Plt. < 100,000

+จุดเลือดออกตามตัว

Dengue Hemorrhagic Fever

(DHF)

Viral syndrome หรือUndifferentiated Feverไข้, หน้าแดง,myalgia, TT-ve,CBC ปกติ

มีการรั่วของพลาสมา

ช็อก (DSS)

ไม่ช็อก

slide4

การวินิจฉัย

อาการและอาการแสดง

1.ไข้สูงลอย 2-7 วัน

2.อาการเลือดออก หรือ TT- test +ve

3.ตับโต กดเจ็บ

4.Shock

slide5

การตรวจทางห้องปฏิบัติการการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

1. Platelets < 100,000 หรือ < 3 ตัว/oil field

2. Hct.เพิ่ม> 20% ของbase line หรือ

มีหลักฐานการรั่วของพลาสมา เช่น

pleural effusion, ascitis

slide6

ความรุนแรงของDHF

Grade I ไม่shock , TT-test +ve

Grade II Grade I+ Spontaneous bleeding

Grade III shock, วัดBP ได้

Grade IV shock, วัดBPไม่ได้

* DHF grade I,IIต่างจาก DF ตรงที่มีการรั่วของพลาสมา

slide7

การดำเนินโรค

แบ่งเป็น 3 ระยะ

1. ระยะไข้

2. ระยะวิกฤต/Leakage/Shock

3. ระยะฟื้นตัว

slide8

1. ระยะไข้

1. ไข้ สูง 40 - 41 C ประมาณ 2-7 วัน

2. หน้าแดง(Flushed face) ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก

3. อาเจียน กินได้น้อย ซึม

4. ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก(Break bone fever)

5. อาจพบผื่นแบบ Maculopapular rash ได้

slide9

6. มีอาการเลือดออก เช่น Petichiae, Epitaxis,

Hematemiasis, Melena, Bleeding per gum ฯลฯ

7. Hepatomegaly (พบวันที่ 3 - 4)

8. TT-test +ve

slide10

การเปลี่ยนแปลงทางห้องปฏิบัติการการเปลี่ยนแปลงทางห้องปฏิบัติการ

1. Platelets < 100,000 หรือ < 3 ตัว/oil field

2. WBC ต่ำกว่า 5,000 เริ่มพบวันที่ 3-4 L เด่น

พบ ATL ได้ 15-30 %

3. Hemoconcentration

4. TT,PTT,Prolong หรือ อาจพบPTผิดปกติ

slide11

5. CxRมี Pleural effusion

6. LFT : AST (SGOT),ALT( SGPT) เพิ่มขึ้น

โดยพบ SGOT > SGPT 2 - 3 เท่า AST>60U มีโอกาสเป็นdengueได้ ถ้าAST/ALT>200U ให้เฝ้าระวังใกล้ชิดHepatic encephalopathyได้

7. ESR ปกติ

slide12

1. การดูแลรักษาระยะไข้

* การลดไข้ : เช็ดตัว,ให้ Paracetamolเท่านั้น

* อาหาร: อาหารอ่อน, ดื่มORS, งดอาหารสี ดำ แดง น้ำตาล

* ยาอื่นๆ ใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ยากันชัก,ยาแก้อาเจียน,

ห้ามให้Steroid,NSAID(โดยเฉพาะ ASA)

* การให้IV fluid : ให้เมื่อขาดน้ำเท่านั้น (ไม่เกิน M/2)

slide13

* แนะนำสัญญาณอันตรายแก่ผู้ปกครอง

* นัดดูอาการเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะ มีไข้มากกว่า 3 วัน

ควรนัดมาดูอาการทุกวัน

slide14

สัญญาณอันตราย

1.ไข้ลด แต่อาการเลวลง

2.ปวดท้อง หรืออาเจียนมาก

3.มีอาการเลือดออกผิดปกติ

4.พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

5.Shock หรือ Impending shock

slide15

การติดตามผู้ป่วยที่ OPD

ไข้สูง+หน้าแดงไม่มีอาการอื่น เช่น URI

ทำ Tourniquet test

ลบ

บวก

หาสาเหตุของไข้

CBC,UA

นัดFU,TTซ้ำ

ถ้า+veทำตามด้านขวา

ซักประวัติเลือดออก,วัดv/s,ตรวจร่างกาย,CBCนัดFUทุกวันตั้งแต่ D3 ,แนะนำอาการอันตราย

Close observe/Admit ถ้า Plt.< 100,000, Hct.เพิ่ม10-20%

ใกล้Leak

WBC<5,000

slide16

ข้อบ่งชี้ในการAdmit

1.อ่อนเพลียมาก กินไม่ได้ หรือ อาเจียนมาก

2.มีเลือดออก,ปวดท้องมาก

3.Plt. < 100,000 ,+ Hct. เพิ่ม10-20%จากเดิม

4.ไข้ลด แต่อาการแย่ลง

5.Shock หรือ มีการเปลี่ยนแปลงของการรู้สติ

6.ญาติกังวลมาก,บ้านไกล,ไม่มีคนดูแลใกล้ชิด

slide17

2.ระยะวิกฤต/Leakage/Shock

-มีการรั่วของพลาสมา > 20% พบในDHFทุกราย

- ใช้เวลาประมาณ 24-48 ช.ม.

- ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วย มีอาการ SHOCK ได้

- ส่วนใหญ่ Conscious ดี ยกเว้นมีอาการทางสมองร่วมด้วย

* อาการShock: ปวดท้องใต้ชายโครงขวา,มือเท้าเย็น,

capillary refill >2 sec. ,PP< 20 mmHg, BP<90/60 mmHg

slide18

2. การดูแลในระยะวิกฤต

ข้อบ่งชี้ว่าเข้าสู่ระยะวิกฤต

1.Shock

2. Hct.เพิ่ม> 20%ของ baseline

3.Plt. < 100,000

4.มี ascites หรือ pleural effusion

* ใช้เวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมง

slide19

การให้IV fluid ในระยะวิกฤต

ให้เมื่อมีข้อบ่งชี้ดังนี้

1. Hct. เพิ่ม > 20%ของbaseline

2. Hct.เพิ่ม 10 -20 %และ กินไม่ได้

3. Plt.< 100,000และ กินไม่ได้

4. Shock

slide20
ชนิดของIVที่ให้ในระยะวิกฤตชนิดของIVที่ให้ในระยะวิกฤต

1. Crystalloid solutionเช่น 5% DNSS, 5% DLR, RLS, 0.9%NSSฯลฯ

- ขณะShock ให้ 0.9% NSSหรือ RLS

- ไม่ Shock

#เด็ก <6เดือนให้ 5% DN/2

# เด็ก > 6เดือน ให้ 5% DNSS

#ผู้ใหญ่ ให้ 0.9%NSS

slide21
2. Colloidal solution เช่น Plasma ,Dextran - 40

ควรให้ครั้งละ 10 cc/kg/hr. จึงจะhold volumeได้ดี

ให้ได้มากที่สุด 30 cc/kg/day ,ถ้าเกินให้เปลี่ยนเป็น Plasmaแทน

iv fluid shock
ปริมาณและการให้ IV fluidในระยะวิกฤต/SHOCK
  • B.W <40 kgให้ปริมาณ Maintenance + 5% Deficit.
  • B.W >40 kgให้ปริมาณ 2 เท่าของ Maintenance
  • อ้วน ใช้ Ideal Body Weight
slide24

Maintenance + 5%Deficit

เช่น น้ำหนัก 25 kg

M = (10 x 100) + (10 x 50) + (5 x 20) cc

= 1,600 cc

D = 25 x 50 cc = 1,250 cc (5%Def.=50cc/kg)

M + 5 %D ของ น้ำหนัก 25 kg = 1,600+1,250

= 2,850 cc

= 119 cc/hr = 4.8 cc/kg/hr

slide25

2 เท่าของ Maintenance

เช่น น้ำหนัก 45 kg

M = (10x100)+(10x50)+(25x20)

= 2,000 cc

2M = 4,000 cc = 167 cc/hr = 3.7 cc/kg/hr

slide26

ข้อควรระวัง

  • สั่งให้IVครั้งละ 500 ml ปรับ rateตามอัตราการรั่วของพลาสมา
  • ไม่ควรสั่งล่วงหน้าเกิน 6 ช.ม. หรือ เกิน 500 ml/ครั้ง
  • การปรับ rate IV ประเมินจากอาการทางคลินิก

(ได้แก่ อาการทั่วไป ความอยากอาหาร Capillary refill, V/S, Hct, Urine out put)

slide28

Rate IV fluid

Grade I, II: BW < 15 kg เริ่มที่ 6 - 7 cc/kg/hr

: BW 15 - 40 kg เริ่มที่ 5 cc/kg/hr

: BW > 40 kg เริ่มที่ 3 - 4 cc/kg/hr

* ให้นาน 3 - 4 ชั่วโมง ถ้าดีขึ้น ลด rate ให้เท่ากับ maintenance หรือ อาจปรับRate ขึ้นลงได้ตามอาการผู้ป่วย

**ถ้าดีควรเริ่มที่ M + 5%Def. หรือ 2M โดยคำนวนตามBW.

slide30

Rate IV fluid(ต่อ)

Grade III, IV (Shock):

ให้ Freeflow ประมาณ 10 - 15 นาที

หรือ 100 - 200ml. แล้วให้ ต่อในอัตราเร็ว 10 cc/kg/hr

ให้นาน 1ชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้น ให้ซ้ำได้อีก 1 ครั้ง

หากV/S ยังไม่Stable ควรพิจารณาให้ Colloid

slide32
DHF ในผู้ใหญ่

Rate iv ให้คิดเทียบกับน้ำหนัก 50 kg

  • ml/hr = M/2

80 – 100 ml/hr = M

100 – 120 ml/hr = M + 5%Def.

120 – 150 ml/hr = M + 7%Def.

300 – 500 ml/hr = M + 10%Def.

slide33

300 – 500 ml/hr 1 hr

150ml/hr 1 hr

120 ml/hr 1 hr

100ml/hr 4-6 hr

80 ml/hr 10-12 hr

slide34

Rate of IV fluid in DHF

Rate of IV fluid (cc/kg/hr)

Time of leakage (hr.)

colloid
ข้อบ่งชี้ในการให้ Colloid

1. ได้ Crytalloid พอแล้ว แต่V/S ยังไม่ Stable

หรือ Hct. ยังเพิ่ม

การคำนวณว่า น้ำพอหรือไม่ ?

* 6 ช.ม.แรกหลัง Shockให้ได้ 2 เท่าของ M+5% Def.

หรือ 2M

* หลัง 6 ช.ม. ให้ได้เท่ากับ M+ 5% Def.หรือ 2M

(คำนวณตามจำนวนช.ม.ที่ผ่านไป)

2. มีอาการของภาวะน้ำเกิน เช่น แน่นท้อง,หอบ ฯลฯ

slide36
3. ระยะฟื้นตัว
  • อยากอาหาร
  • ปัสสาวะบ่อย
  • Bradycardia, Pulseแรง ชัด, PP กว้าง
  • มี Convalescent rash อาจพบเป็น

Confluent petichial rash

  • ระยะนี้ใช้เวลา 2-3 วัน
slide37

3. การดูแลระยะฟื้นตัว

มีข้อบ่งชี้ดังนี้

1.อาการทั่วไปดีขึ้น,เริ่มอยากอาหาร

2. V/S stable, PP กว้าง,PR ลดลง และแรงขึ้น

3. Hct.ลดลงเป็นปกติ ( 38 - 40 % )

4. ปัสสาวะบ่อย, มีผื่น convalescent ขึ้น

* กินเวลาประมาณ 2 - 3 วัน

slide38

ข้อควรปฏิบัติในระยะฟื้นตัวข้อควรปฏิบัติในระยะฟื้นตัว

1. Off iv fluid

2. ระวัง bleeding ห้ามทำหัตถการรุนแรง เช่น

ถอนฟัน, ฉีดยา IM ควรรออย่างน้อย 2 สัปดาห์

3. ถ้าผู้ป่วยยังไม่อยากอาหาร ควรแนะนำให้กิน

น้ำผลไม้ หรือผลไม้นิ่มๆ

slide39

ข้อบ่งชี้ในการจำหน่ายผู้ป่วยข้อบ่งชี้ในการจำหน่ายผู้ป่วย

1. ไข้ลดอย่างน้อย 24 ช.ม.

2. หลัง Shock อย่างน้อย 2 วัน

3.ไม่มีอาการหายใจลำบาก และไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

4. อาการทั่วไปดีขึ้น กินได้ดี ปัสสาวะออกมาก

5. Hct. ลดเป็นปกติ หรือ stable ที่ 38 - 40 %

6. Plt. > 50,000

slide40

High Risk Patients

* อายุน้อยกว่า 1 ปี

* มีภาวะ Shock รุนแรง (Grade IV)

* ผู้ป่วยอ้วน ,มีอาการทางสมอง

* มีUnderlying เช่น G6PD-Def.,Thalassemia,

โรคหัวใจ-ไต-ตับ เป็นต้น

ควรRefer หรือ Consult ทุก case

slide41

ผู้ป่วยที่ควรส่งต่อ (กรณีไม่มีกุมารแพทย์)

1. Shock > 3 ช.ม. ,Shock > 2 ครั้ง

แรกรับresuscitate ที่ER นาน 1 ช.ม. แล้ว V/S ไม่stable

2. มี Underlying disease เช่น G6PD def , Thalassemia

โรคหัวใจ, ไต, ตับ เป็นต้น

3. มีภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการทางสมอง,

เลือดออกมาก,น้ำเกิน

4. แพทย์ไม่มั่นใจในการดูแล

slide43

คำแนะนำก่อนกลับบ้าน

ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้เป็นเวลา 1 สัปดาห์

1. กินอาหารอ่อนๆ

2. งดเล่นกีฬา

3. งดขับขี่ หรือ ซ้อน รถจักรยาน - จักรยานยนต์

4. ระวังกิจกรรมที่อาจทำใหัเลือดออกได้ง่าย

เพราะเกล็ดเลือดยังต่ำ และทำงานไม่เป็นปกติ

slide44
ภาวะแทรกซ้อนและสาเหตุการตายภาวะแทรกซ้อนและสาเหตุการตาย

1. Electrolyte imbalance:

Hyponatremia , Hypocalcemia , Hypoglycemia

2.ภาวะน้ำเกิน, เลือดออกมาก ( โดยเฉพาะ Conceal bleeding)

3. Shock รุนแรงGrade IVหรือGrade IIIแต่Shockนานมากกว่า 6 ช.ม.

4. มี multiple organ failureเช่น ตับ,ไต,สมอง

pitfalls in dhf menagement
Pitfalls In DHF Menagement
  • Dengue infection จริงหรือ?
  • ถ้าใช่ อยู่ระยะไหน?
  • ต้องเฝ้าระวังและดูแลแบบDHFทุกราย
  • ควรให้iv fluid หรือไม่? ถ้าให้ จะให้ชนิดไหน? Rate?
  • พ้น leak ? ควรoff iv หรือยัง
slide46
เบอร์โทรศัพท์กุมารแพทย์โรงพยาบาลร้อยเอ็ดเบอร์โทรศัพท์กุมารแพทย์โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
  • นพ.กฤษฎา 081-8717939
  • นพ. ณรงค์ 081-0607436,086-6327887
  • นพ.พรชัย 085-0127862
  • นพ.ธนรัตน์ 081-8716791
  • นพ.พีระพงษ์ 087-2259922,081-8729229
  • นพ.มนัสวี 089-6986179
  • พญ.พนารัตน์ 084-0286819
  • พญ.นิภาพร 085-3606669
  • พญ.นภัสวรรณ์ 081-7399097