antibiotics smart use n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Antibiotics smart use PowerPoint Presentation
Download Presentation
Antibiotics smart use

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 33

Antibiotics smart use - PowerPoint PPT Presentation


  • 489 Views
  • Uploaded on

ห้องประชุมเรือนแก้ว. 29/1/52. Antibiotics smart use. แนวทางการใช้ยาปฎิชีวนะ. 3. 2. 1. Antibiotics smart use. แนวทางการใช้ยาปฎิชีวนะ. หยุดเรียก “ ยาปฏิชีวนะ ” ว่า “ ยาแก้อักเสบ ”. การอักเสบ. การอักเสบแบบติดเชื้อ. การอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ ภูมิแพ้ โรค SLE

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'Antibiotics smart use' - latimer


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
antibiotics smart use

ห้องประชุมเรือนแก้ว

29/1/52

Antibiotics smart use

แนวทางการใช้ยาปฎิชีวนะ

antibiotics smart use1

Antibiotics smart use

แนวทางการใช้ยาปฎิชีวนะ

slide6
หยุดเรียก“ยาปฏิชีวนะ”ว่า “ยาแก้อักเสบ”

การอักเสบ

การอักเสบแบบติดเชื้อ

  • การอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ
  • เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ ภูมิแพ้ โรค SLE
  • ยาสเตียรอยด์ (Steriods)
  • ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

ติดเชื้อไวรัส

ติดเชื้อแบคทีเรีย

ยาปฏิชีวนะ

ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ

slide7
ยาปฏิชีวนะเป็น “ยาอันตราย”
  • ยาอันตราย

คำเตือน

1.ห้ามใช้ในผู้ป่วยแพ้ยานี้

2.ยานี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้และเป็นอันตรายถึงตายได้

3.หากเกิดอาการผื่นแดง ระคายเคืองหรือบวมให้หยุดยาและปรึกษาแพทย์

slide8
ยาปฏิชีวนะเป็น “ยาอันตราย”

อันตรายจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ

  • แพ้ยา
  • อาการข้างเคียงจากการใช้ยา
  • เชื้อดื้อยา
antibiotics smart use2
Antibiotics smart use
  • โรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจส่วนบน
  • โรคท้องร่วงเฉียบพลัน
  • บาดแผล
slide10
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • สาเหตุการติดเชื้อ
    • 80% จากไวรัส
    • 20% จากแบคทีเรีย
  • กรณีที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
    • อาการดังนี้ ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ มีน้ำมูกมาก จามบ่อย เสียงแหบ ตาแดง มีผื่นตามตัว แผลในปาก ถ่ายเหลวไอโดยตรวจไม่พบอาการโรคปอดอักเสบ
    • ไข้สูง > 38๐c ร่วมกับอาการข้างต้น หมายถึง ติดเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องให้ยาฆ่าเชื้อ

ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ

slide11
ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ
slide12
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

ซักประวัติ

กรณีที่ควรให้ยาปฏิชีวนะ (ในเด็ก < 15 ปี ควรให้ประมาณ 5 – 10 วัน)

  • กรณีที่ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ
  • หวัด-เจ็บคอ (Common Cold)
    • มีน้ำมูก คัดจมูก
    • คอแดงเล็กน้อย
    • ไอ
    • เยื่อบุจมูกบวมแดง
    • อื่นๆ ..............................

ต่อมทอนซิลอักเสบ

Group A beta hemolytic streptococcus (GABSH)

Temp. >38.3oC

ต่อมทอนซิลบวม มีหนอง

ไม่ไอ

ต่อมน้ำเหลือง โต กดเจ็บ

อื่นๆ .................................

หูชั้นกลางอักเสบ

(Otitis Media)

exudative D/C

inject TM

ปวดหู

มีไข้สูง หนาวสั่น

อื่นๆ .................................

แพทย์ผู้สั่งยา นพ.ธีรยุทธ  พญ.กัลมลี พญ.นวพร  พญ.กิ่งกาญจน์  อื่นๆ.............................................................

slide13
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • กรณีที่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ: คอหอยและทอนซิลอักเสบ
    • ไข้สูง เจ็บคอมาก มีจุดขาวที่ทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองใต้คอโต ลิ้นไก่บวมแดง มีจุดเลือดออกที่เพดานปาก
    • ยาที่ควรใช้: penicillin V, amoxicillin, roxithromycin10 วัน
slide14
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • กรณีที่อาจให้ยาปฏิชีวนะ: หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ
    • มีไข้ ปวดหู โดยเฉพาะหลังจากเป็นหวัด หมายถึงติดเชื้อในหูชั้นกลาง
    • การติดเชื้อในหูชั้นกลางมักดีขึ้นใน 72 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ใน3วันแรกจึงไม่จำเป็นต้องให้ยา แต่หากพ้น3วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นจึงทานยาฆ่าเชื้อ
slide15
ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ
  • Penicillin V
    • ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 2-3 ครั้ง
    • เด็ก 25-50 มก./กก./วัน วันละ 2-3 ครั้ง
  • Amoxicillin
    • ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 3 ครั้ง
    • เด็ก 25-50 มก./กก./วัน วันละ 3 ครั้ง หากเป็นไซนัสอักเสบให้ 80-90 มก./กก./วัน วันละ 2-3 ครั้ง
slide16
ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ
  • Erythromycin
    • เด็ก 5-8 มก./กก./วัน วันละ 2 ครั้ง
slide19
ข้อควรรู้
  • การมีน้ำมูกหรือเสมหะข้น หรือสีเขียวเหลืองไม่ได้บ่งชี้ว่าต้องทานยาฆ่าเชื้อ
  • อาการไข้สูงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าต้องทานยาฆ่าเชื้อ เพราะอาจเป็นโรคอื่นได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก
slide20
โรคท้องร่วงเฉียบพลัน
  • โรคท้องร่วง หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลวจำนวนอย่างน้อย 3 ครั้งหรือถ่ายมีมูกปนเลือดหรือเป็นน้ำ อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ผู้ป่วยที่มีอาเจียนเป็นอาการเด่นมักหมายถึงอาหารเป็นพิษ ไม่ใช่ติดเชื้อจึงไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ
slide22
โรคท้องร่วงเฉียบพลัน

ซักประวัติ

กรณีที่ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ

กรณีที่ควรให้ยาปฏิชีวนะ

  • ท้องร่วงชนิด Invasive
    • Temp. > 38.3 oC
  • ถ่ายเป็นมูก/เลือด สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
  • ผลตรวจ lab พบ RBC/WBC ในอุจจาระ
  • อายุมากกว่า 65 ปี
  • Dehydration ตั้งแต่ moderate ขึ้นไป
  • Immunocompromise เช่น DM poor control
  • อื่นๆ .................................
  • อาหารเป็นพิษ
    • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
  • มีอาการอาเจียนเด่น
  • อื่นๆ ..............................
  • ท้องร่วงชนิด Non-Invasive
    • ไม่มีไข้
    •  ไม่มีถ่ายมูก/เลือด
    •  อื่นๆ ..............................
slide23
โรคท้องร่วงเฉียบพลัน
  • การให้ยาฆ่าเชื้อควรให้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการร่วมดังนี้
    • ไข้สูง > 38๐c
    • อุจจาระเป็นมูกหรือมีเลือดปนเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือ ตรวจพบWBC RBCในอุจจาระ
  • ยาฆ่าเชื้อที่ควรใช้คือ norfloxacin
    • ผู้ใหญ่ 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน
    • เด็กอาจให้ co-trimoxazole
slide24
ข้อควรรู้
  • เป้าหมายสำคัญที่สุดในการรักษาไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ แต่เป็นการให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทนที่สูญเสียไปกับอุจจาระ
  • ยาบางตัวไม่แนะนำให้ใช้ในกรณีท้องร่วง ได้แก่ buscopan, imodium, lomotil เป็นต้น
  • การให้ activated charcoal หรือ ultracarbon สามารถให้ได้ ไม่เป็นพิษ ราคาถูกและช่วยลดความกังวลใจแก่ผู้ป่วย โดยทาน 1-2 เม็ด วันละ 2-4 ครั้ง
slide25
บาดแผล
  • แผลที่ยังไม่ติดเชื้อ คือ บาดแผลที่มาถึงรพ.ภายใน6ชั่วโมง
  • แผลสะอาด หมายถึง
    • บาดแผลเปิดที่มีขอบเรียบสามารถล้างทำความสะอาดง่าย
    • ไม่มีเนื้อตาย
    • บาดแผลที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ แต่ล้างออกได้ง่าย
    • แผลที่ไม่ได้เปื้อนสิ่งแปลกปลอมที่ติดเชื้อสูง เช่น น้ำคลอง ดิน มูลสัตว์ เป็นต้น
slide26
บาดแผล
  • บาดแผลที่มีโอกาสติดเชื้อสูง
    • บาดแผลที่ถูกวัตถุทิ่มเป็นรูยากแก่การทำความสะอาดได้ทั่วถึง
    • บาดแผลที่มีเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง
    • บาดแผลที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ ที่ล้างได้ไม่หมด
    • บาดแผลที่สัมผัสเชื้อโรคมาก เช่น ดิน น้ำคลอง เหล็กมีสนิม มูลสัตว์ เป็นต้น
    • บาดแผลจากการบดอัด
    • แผลที่เท้า
    • แผลขอบไม่เรียบ
    • แผลผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือโอกาสติดเชื้อง่าย เช่น เบาหวาน เป็นต้น
slide27
บาดแผล

ยาฆ่าเชื้อให้ในกรณีที่แผลมีโอกาสติดเชื้อสูงเท่านั้น และเป็นการให้เพื่อการป้องกันการติดเชื้อ ยาที่ควรใช้

  • Dicloxacillin
    • ผู้ใหญ่ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
    • เด็ก 25-50 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
  • Clindamycin
    • ผู้ใหญ่ 150-300 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
    • เด็ก 8-25 มก./กก./วัน วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
slide29
บาดแผล

ซักประวัติ

กรณีที่ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ

กรณีที่ควรให้ยาปฏิชีวนะ

แผลสะอาด

มาโรงพยาบาลภายใน 6 ชั่วโมงหลังเกิดแผล

แผลขอบเรียบ ทำความสะอาดง่าย

ไม่มีเนื้อตาย

ไม่มีสิ่งสกปรกในแผล/มี แต่ล้างออกง่าย

แผลไม่ปนเปื้อนสิ่งที่มีแบคทีเรียมาก เช่น มูลสัตว์ น้ำโคลนสกปรก

อื่นๆ .........................................................

แผลสะอาดที่มีลักษณะ

แผลที่เท้า

แผลจากการบดอัด

แผลขอบไม่เรียบ

less compliance

อื่นๆ ...............................................................................................................................................

แผลปนเปื้อน

วัตถุทิ่มเป็นรู ทำความสะอาดยาก

เนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง

มีสิ่งสกปรกในแผล

less compliance

poor sanitation

อื่นๆ ........................

แพทย์ผู้สั่งยา นพ.ธีรยุทธ  พญ.กัลมลี พญ.นวพร  พญ.กิ่งกาญจน์  อื่นๆ.............................................................

slide30
ข้อควรรู้
  • ในการชะล้างแผลที่สกปรกเป็นร่องลึกควรใช้ syringe 10-40 cc. ฉีดล้างบริเวณแผลให้ทั่วถึง แค่ scrub อย่างเดียวไม่ได้
  • ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำยาฆ่าเชื้อใดๆลงในบาดแผล เพราะไม่ลดโอกาสติดเชื้อและ อาจทำลายเนื้อเยื่อในแผลให้แผลหายช้าลง
  • ทุกครั้งที่ผู้ป่วยมาทำแผลต้องสังเกตแผลเสมอว่ามีการอักเสบหรือไม่
slide31

บุคลากรทางการแพทย์

คนไข้ และประชาชนทั่วไป

slide32
ข้อควรรู้
  • การตัดไหม
    • กรณีแผลที่หน้า ตัดไหม 5 วัน
    • แผลที่ข้อพับ ตัดไหม 10-14 วัน
    • แผลอื่นๆ ตัดไหม 7 วัน