research design n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
รูปแบบการวิจัย Research Design PowerPoint Presentation
Download Presentation
รูปแบบการวิจัย Research Design

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 40

รูปแบบการวิจัย Research Design - PowerPoint PPT Presentation


  • 135 Views
  • Uploaded on

รูปแบบการวิจัย Research Design. การวิจัย.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'รูปแบบการวิจัย Research Design' - evelina-jara


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide2
การวิจัย
  • เป็นการค้นคว้า อย่างเป็นระบบ มีเหตุมีผล เพื่อผลิตความรู้ใหม่ ซึ่งความรู้ใหม่ อาจเป็นความรู้ใหม่ เชิงทฤษฏี หรือการประยุกต์ปฏิบัติก็ได้ แต่ต้องอยู่บนรากฐาน ของความถูกต้อง โดยต้องพยายาม หลีกเลี่ยง ความแปรปรวน และอคติต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยใช้รูปแบบการวิจัย วิธีการวิจัย และสถิติที่เหมาะสม
slide3

ปัญหา วัตถุประสงค์ และประเภทของงานวิจัย

research question
ปัญหาการวิจัย (Research Question)

เป็นขั้นตอนสำคัญเบื้องต้นของการวิจัย คือ การระบุสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้วิจัยสนใจในหัวข้อนั้นๆ

ลักษณะของปัญหาการวิจัยที่ดี

  • เป็นปัญหาที่เฉพาะในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
  • เข้าใจง่าย
  • น่าสนใจ
  • กำหนดขอบเขตของปัญหาชัดเจน
  • อธิบายความหมายของข้อความต่างๆ
research objective
วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Research Objective)

ถือเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัย มีความชัดเจน และเจาะจงมากกว่าปัญหาการวิจัย โดยจะอธิบายโครงสร้าง แนวทางในการพัฒนาทฤษฎี แนวทางที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะศึกษา เงื่อนไข ขอบเขต ฯลฯ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้วิจัยจะทำอะไรตลอดจนได้รับผลอย่างไร โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 3 ประการ นั่นคือ

  • เพื่อการแก้ปัญหา (Problem-Solving)
  • เพื่อสร้างทฤษฎี (Theory-Developing Research)
  • เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี (Theory-Testing Research)
slide6
การกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย และกรอบแนวคิด

การกำหนดกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี (Theoretical Framework) นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญและมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อแสดงแนวความคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำวิจัยในการค้นหาข้อเท็จจริง และเชื่อมโยงประเด็นของปัญหาที่ทำการวิจัยเข้ากับทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

slide7
ลักษณะของวัตถุประสงค์ของการวิจัยลักษณะของวัตถุประสงค์ของการวิจัย
  • เป็นรายละเอียดของหัวข้อเรื่องที่ศึกษาที่ผู้วิจัยต้องการทราบ
  • กำหนดทิศทาง เงื่อนไขเฉพาะเจาะจง เน้นถึงผลที่จะได้รับในเชิงปฏิบัติจริง
  • ใช้เป็นเครื่องมือติดตามผลการวิจัยว่า ครบถ้วนตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่
  • งานวิจัยโดยทั่วไปจะมีการกำหนดวัตถุประสงค์เพียง 2-3 ประเด็น เริ่มจากประเด็นหลักไปสู่ประเด็นที่สำคัญรองลงมา
  • มีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับชื่อเรื่องการวิจัย
slide8
รูปแบบการเขียนวัตถุประสงค์งานวิจัยทางสังคมศาสตร์รูปแบบการเขียนวัตถุประสงค์งานวิจัยทางสังคมศาสตร์

ตัวอย่าง หัวข้อ “การประเมินความพึงพอใจในการให้บริการด้านต่างๆของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และแนวทางแก้ไข”

1) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการรับบริการด้านต่างๆของมหาวิทยาลัย

2) เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการให้บริการด้านต่างๆของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

slide9
ตัวอย่างการวิจัยเชิงทดลองตัวอย่างการวิจัยเชิงทดลอง
  • การลดของเสียในกระบวนการผลิตกุนเชียง
    • เพื่อลดของเสียที่เกิดจากการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องอัดไส้กุนเชียงระบบไฮดรอลิค
  • การใช้มันสำปะหลังทดแทนข้าวโพดในอาหารสุกรแม่พันธุ์
    • เพื่อศึกษาผลของมันสำปะหลังต่อประสิทธิภาพการผลิตของสุกรแม่พันธุ์
    • เพื่อหาระดับปริมาณการใช้มันสำปะหลังที่เหมาะสมในสูตรอาหารสุกรแม่พันธุ์
slide10
จุดมุ่งหมายของการวิจัยจุดมุ่งหมายของการวิจัย
  • ระบุความต้องการหรือสิ่งที่อยากจะทราบจากการวิจัย
  • มีความชัดเจน
  • มีความสมบูรณ์ ทำอะไร ในแง่มุมใด
  • อยู่ในขอบเขตของประเด็นปัญหาอย่างครบถ้วน
  • มีลักษณะตามแนว SMART คือ

5.1 Sensible จำเป็น-สำคัญ

5.2 Measurable ตรวจสอบ-วัดได้

5.3 Attainable บรรลุ-ทำได้

5.4 Reasonable เหมาะสม-สมเหตุสมผล

5.5 Time ใช้เวลาให้พอเหมาะ

slide11
ความจำเป็นที่ต้องทำวิจัยความจำเป็นที่ต้องทำวิจัย
  • เพราะเหตุขัดข้อง (หาทางแก้ไขให้เป็นปกติ) เช่น ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง
slide12
ความจำเป็นที่ต้องทำวิจัย (ต่อ)
  • เพื่อหาทางป้องกัน (มิให้เกิดขึ้นอีก) เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาโสเภณี
slide13
ความจำเป็นที่ต้องทำวิจัย (ต่อ)
  • ต้องการพัฒนา เช่น เพิ่มความพึงพอใจในการรับบริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
slide14
ประโยชน์ของการวิจัย
  • ช่วยให้ได้ความรู้ใหม่ ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ
  • ช่วยพิสูจน์หรือตรวจสอบความถูกต้องของกฎเกณฑ์ หลักการ และทฤษฎีต่างๆ
  • ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ ปรากฏการณ์ และพฤติกรรมต่างๆ
  • ช่วยพยากรณ์ผลภายหน้าของสถานการณ์ ปรากฏการณ์ และพฤติกรรมต่างๆอย่างถูกต้อง
  • ช่วยแก้ปัญหาให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยการวินิจฉัย ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
  • ช่วยปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ช่วยปรับปรุงพัฒนาสภาพความเป็นอยู่และวิถีดำรงชีวิตให้ดีขึ้น
slide21
งานวิจัยเชิงคุณภาพ
  • การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เป็นการวิจัยที่แสวงหาความจริงในสภาพที่เป็นอยู่โดยธรรมชาติ (Naturalistic inquiry) ซึ่งเป็นการสอบสวน มองภาพรวมทุกมิติ (Holistic perspective) ด้วยตัวผู้วิจัยเอง เพื่อหาความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ที่สนใจกับสภาพแวดล้อมนั้น โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เป็นความรู้สึกนึกคิด คุณค่าของมนุษย์ และความหมายที่มนุษย์ให้ต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัว เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการตีความสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (Inductive analysis)
slide22
การวิจัยเชิงคุณภาพ
  • การวิจัยเชิงคุณภาพ (เชิงคุณลักษณะ)
  • เครื่องมือคือนักวิจัย ถามเฉพาะคนที่รู้เรื่องดี
  • การสังเกต (Observation)
    • Participant Observation
    • Non-Participant Observation
  • Focus Group
  • In-depth Interview
  • Life history collection
slide23
การวิจัยเชิงคุณภาพ
  • การสังเกต- Structured Observation- Unstructured Observation
  • สัมภาษณ์ทางลึก (In-depth Interview) คำถามปลายเปิด (Open ended questions)
  • การสนทนากลุ่ม (Focus group) ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้มีความรู้ (Key Informants) มีนักวิจัย ผู้จดบันทึก ใช้เทปบันทึก ถอดเทปสรุปวิเคราะห์ข้อมูล
  • การศึกษาเฉพาะราย (Case study, Life history collection)
slide24
การวิจัยเชิงปริมาณ
  • การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เป็นวิธีค้นหาความรู้และความจริง โดยเน้นที่ข้อมูลเชิงตัวเลข การวิจัยเชิงปริมาณจะพยายามออกแบบวิธีการวิจัยให้มีการควบคุมตัวแปรที่ศึกษาต้องจัดเตรียมเครื่องมือรวบรวมข้อมูลให้มีคุณภาพ จัดกระทำสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องให้เป็นมาตรฐาน และใช้วิธีการทางสถิติช่วยวิเคราะห์และประมวลข้อสรุปเพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน (Error) น้อยที่สุด
slide25
การวิจัยเชิงปริมาณ
  • ต้องมีกลุ่มตัวอย่างจำนวนที่กำหนด มีเครื่องมือ เช่น แบบสอบถามใช้หลักวิชาสถิติวิเคราะห์ จำแนกตามวิธีการวิจัย แบ่งเป็น Observational Study และ Experimental study
slide26
ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม

ตัวแปรอิสระ

(Independent Variables)

ตัวแปรตาม

(Dependent Variables)

เป็นต้นเหตุ

เป็นปัจจัยเสี่ยง

เป็นตัวกำหนด

มีอิทธิพล

slide27
ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม
  • โดยที่ตัวแปรอิสระเป็นตัวแปรที่อาจเป็นต้นเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor) หรือเป็นตัวที่กำหนด (Determines) หรือเป็นตัวที่มีอิทธิพล (Influences) ต่อตัวแปรตาม
slide28
ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม
  • เช่น ถ้าตัวแปรอิสระ คือการสูบบุหรี่ ตัวแปรตาม คือโรคมะเร็งปอด
  • ถ้าตัวแปรอิสระ คือระดับการศึกษา ตัวแปรตาม คือระดับรายได้ หรือระดับตำแหน่งหน้าที่
  • ถ้าตัวแปรอิสระ คือระดับโปรตีนในอาหาร ตัวแปรตาม คือการเจริญเติบโต เป็นต้น
  • ถ้าตัวแปรอิสระ คือระดับสายเลือดของโคนม ตัวแปรตาม คือปริมาณน้ำนม เป็นต้น
slide29
ความแตกต่างระหว่างงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณความแตกต่างระหว่างงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
slide32

กระบวนการวิจัย

เก็บข้อมูล

ประมวลข้อมูล

วิเคราะห์ข้อมูล

ตีความผลการวิเคราะห์

เขียนรายงาน

เผยแพร่งานวิจัย

กำหนดปัญหา

ทบทวนวรรณกรรม

กำหนดกรอบทฤษฎี

กำหนดตัวแปร

กำหนดวัตถุประสงค์ และสมมติฐาน

ออกแบบวิจัย

ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ

slide33

หลักการออกแบบแผนการวิจัยหลักการออกแบบแผนการวิจัย

เพื่อให้ได้แผนการวิจัยที่1. เหมาะสมกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. ให้ได้ผลตรงตามข้อเท็จจริง มีความน่าเชื่อถือ

หลักการออกแบบการวิจัย 3 หลักการ คือ1. ความเชื่อมั่น (Reliability)2. ความตรง (Validity)3. การควบคุมตัวแปรแทรกซ้อน (Control Extraneous Variables)

slide34

กลุ่มตัวอย่าง และการสุ่มตัวอย่างในการวิจัย

ประชากร

(ความจริงของข้อสงสัย ปัญหา)

ค่าพารามิเตอร์

ค่าสถิติ

X, S, S2

กลุ่มตัวอย่าง

slide35

กลุ่มตัวอย่าง และการสุ่มตัวอย่างในการวิจัย

กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร คือ กลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยสุ่มจากประชากรโดยใช้หลักความน่าจะเป็น ด้วยวิธีการที่เหมาะสม และมีขนาดตัวอย่างเพียงพอ

วิธีสุ่มตัวอย่าง (Sampling Method)

1. สุ่มตัวอย่างโดยใช้หลักความน่าจะเป็น (Probability Sampling)

2. สุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้หลักความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling)

slide36

กลุ่มตัวอย่าง และการสุ่มตัวอย่างในการวิจัย

  • วิธีสุ่มตัวอย่าง (Sampling Method)
  • สุ่มตัวอย่างโดยใช้หลักความน่าจะเป็น (Probability Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Sampling)
slide37

กลุ่มตัวอย่าง และการสุ่มตัวอย่างในการวิจัย

  • วิธีสุ่มตัวอย่าง (Sampling Method)
  • 2. สุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้หลักความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ หรือตามความสะดวก (Accidental Sampling or Convenience Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
    • การสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling)
slide38

กลุ่มตัวอย่าง และการสุ่มตัวอย่างในการวิจัย

ขนาดตัวอย่าง ขึ้นกับ

ลักษณะของประชากร อำนาจการทดสอบ

ประเภทการวิจัย ระดับนัยสำคัญ

ประเภทสมมติฐาน ขนาดของอิทธิพล

สถิติวิเคราะห์ข้อมูล ทรัพยากรสนับสนุน

slide39

การใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

- สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics)

- สถิติอ้างอิง (Inferential statistics)การประมาณค่า - การทดสอบสมมติฐาน สถิติพาราเมตริก - สถิตินอนพาราเมตริก

Univariate- Multivariate Data Analysis

slide40

การใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

การเลือกใช้สถิติในการวิจัย ขึ้นอยู่กับ

  • วัตถุประสงค์ และแบบของการวิจัย
  • มาตรวัดของข้อมูล

(Nominal, Ordinal, Interval, Ratio Scale)

  • ลักษณะการแจกแจง

(Normal distribution, Binomial distribution, ฯลฯ)