Question   Tag
1 / 33

Question Tag - PowerPoint PPT Presentation

  • Uploaded on

Question Tag. Question Tag (Tag Question หรือ Tail Question ). ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นด้วยข้อความบอกเล่า ( จะเป็นข้อความบอกรับหรือปฏิเสธก็ได้ ) เสียตอนหนึ่งก่อน แล้วตามด้วยกริยาช่วยและสรรพนาม เป็นรูปคำถามย่อๆ ซึ่งเรียกกัน ว่า Question Tag อีกตอนหนึ่ง.

I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'Question Tag' - emmet

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

Question Tag

(Tag Question หรือTail Question)



เสียตอนหนึ่งก่อนแล้วตามด้วยกริยาช่วยและสรรพนามเป็นรูปคำถามย่อๆซึ่งเรียกกันว่าQuestion Tagอีกตอนหนึ่ง

เช่นYour friendhas come back , hasn't he?Your friend hasn't come back , has he?She will leave tomorrow , won't she?Shewon't leave tomorrow , will she?

หลักการเขียนQuestion Tag

1. ถ้าประโยคที่มาข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่าต้องใช้question tag เป็นรูปปฏิเสธ

- You eat a lot of oranges , don't you?- You will have the exam next month , won't you?- She came here yesterday , didn't she?- They have finished their work , haven't they?

2. ถ้าประโยคที่มาข้างหน้าเป็นประโยคปฏิเสธต้องใช้question tag เป็นรูปบอกเล่า

- You won't come early , will you?- She doesn't want to disturb you , does she?- We didn't make a loud noise , did we?- They haven't tunred it off , have they?

3. ถ้าประโยคข้างหน้ามีverb to have

เมื่อhave แปลว่า"มี" จะใช้tag ว่าhaven'tหรือdon'tก็ได้ - She has a lot of friends , hasn't she? - They have only one child , don't they?

เมื่อhave แปลอย่างอื่นที่ไม่ใช่แปลว่า"มี" ให้ใช้verb to doมาช่วย- We have lunch at twelve o'clock , dont' we? (กิน)- I had his letter last week , didn't I? (ได้รับ)

เมื่อ question tag ของ"have to"(จำเป็นต้อง)ใช้v. to doช่วย- You often have to go to the dentist's , don't you?

4. ในประโยคtag ที่เป็นรูปปฏิเสธต้องใช้รูปย่อเสมอ

- We shall go shopping , shan't we?- He will come to my party , won't he?

5. Question tag ของI am คือaren't I

(เนื่องจากam not ไม่มีรูปย่อ)

- I amlate ,aren't I ?- I amlazy ,aren't I?

6. Question tag ของกริยาช่วยcan ,could , may, might ,will ,shall,ought to ,should , be ,etc...

จะใช้กริยาช่วยเหล่านี้เป็นquestion tag ได้

- Shecan doit well ,can't she?- Youought to study hard ,oughtn't you?- Theyshould obeytheir teacher ,

shouldn't they?

7. คำว่า"need" (ต้องการ) และ"dare" (กล้า) มีวิธีใช้2แบบคือ

ใช้เป็นกริยาแท้tag ก็จะใช้verb to do มาช่วย- They need money , don't they?- She doesn not need any help , does she?- We don't dare to tell a lie , do we?

ข้อสังเกตถ้า "need" "dare" ใช้เป็นกริยาแท้

จะตามหลังด้วยto +V1 โดยที่กริยา need / dare

สามารถผันตามประธานได้หรืออาจตามด้วยnoun ก็ได้

ใช้เป็นกริยาช่วยtag จะใช้need / dare เป็นกริยาช่วยในtag- She needn't come on Sunday , need she?- You dare not go out alone at night , dare you?

(ข้อสังเกตุถ้าneed / dare เป็นกริยาช่วยจะตามหลังด้วยV1 เลย)

8. question tag ของused to (เคย) คือdidn't หรือusedn't

- She used to be his secretary , didn't she (usedn't she)?

9. ประธานที่ใช้ในtag ต้องเป็นpronoun เสมอ

-Vinai went to Chiang Mai yesterday, didn't he?- The children are playing in the garden,aren't they?

10.tag ของwould like(ต้องการ)ใช้wouldn't

- We'd like to go now , wouldn't we?

11. tag ของwould rather (อยากจะ) ใช้ wouldn't

- You'd rather stay at home , wouldn't you?- We would rather not go there , would we?

12. tag ของhad better ใช้hadn't

- You 'd better finish your homework , hadn't you?- She had better not go out alone , had she?

13. ประโยคคำสั่งหรือขอร้อง(Imperative , order , request ) จะกลายเป็นประโยคสุภาพด้วยการเติม question tag ว่า will you หรือ won't you?

- Openyour book , will you?- Stop talking , will you?- Take these things away , will you?

(แต่ถ้าLet me ask him to accompany you, shall I?)

14. ถ้าประโยคข้างหน้ามีประธานเป็นThere is, There are ,There was,There were,(มี) question tag ใช้ verb to be นั้นๆ+ there

- There is a purse in my bag , isn't there?- There are many flowers in the garden , are there?- There was an accident last night , wasn't there?

15. Question Tag ของThat is..,This is คือ isn't it ? หรือis it?

- This is my book , isn't it?- That is not your bag , is it?

16. Question Tag ของThese are , Those are ใช้aren't they? หรือare they?

- These are her belongings , aren't they?- These are your exercise books, aren't they?

17. คำต่อไปนี้คือfew ,little ,never , rarely, scarcely,hardly,seldom,neither ,none, none,no one,nobody ,nothing มีความหมายกึ่งปฏิเสธและปฏิเสธเพราะฉะนั้นtag จะเป็นบอกเล่า

- Few students knew the answers , did they? - None of the boys liked that song , did they?

- We saw no one we knew , did we?

18. ประโยคที่ใช้ประธานone ในtag จะใช้one เช่น

- Onewants to be rich , doesn'tone?- Onecan't escape death , can one?

19. ถ้าประธานเป็นevryone , everybody , everything , no one ,nobody ,anybody, neither ในส่วนtag ให้ใช้they เช่น

- Everyonelikes it ,don't they?- Nobody knows the answer , do they?

(แต่ถ้า- None of us knew him , did we?)

20. ถ้าเป็นประโยคซับซ้อนให้ใช้กริยาในmain clause เป็นหลักยกเว้นถ้าในmain clauseหมายถึงตัวเองหรือบุรุษที่1เช่น

- He said he could come , did he?- I think he is a good boy , isn't he?- If he said it under oath , it must be true , musn't it?

การตอบคำถามของQuestion Tag

1. ถ้าประโยคข้างหน้าเป็นบอลกเล่าผู้ถามคาดหวังคำตอบYes 2. ถ้าประโยคข้างหน้าเป็นปฏิเสธผู้ถามคาดหวังคำตอบNo3. การตอบคำถามตอบอย่างสั้นๆโดยใช้ประธานและกริยาช่วย- We can speak English , can't we?Yes, we can.

การออกเสียงประโยคคำถามการออกเสียงประโยคคำถามQuestion tag

คำถามที่จะได้คำตอบYes, No โดยปกติจะขึ้นเสียงสูงที่ท้ายประโยคแต่สำหรับคำถามแบบ Question Tag จะออกเสียงขึ้นสูงที่ท้ายประโยคหรือลงเสียงต่ำก็ได้ขึ้นอยู่กับความแน่ในของผู้พูด

You can swim , can't you?



1.ถ้าประโยคหน้าเป็นบอกเล่าTag ต้องเป็นปฏิเสธ

2.ถ้าประโยคหน้าเป็นปฎิเสธTag ต้องเป็นบอกเล่า

3.ต้องใส่Comma คั่นระหว่างประโยคหลักกับTag เสมอ

4.ตัว Tag ต้องเป็นกริยาช่วยเสมอ

5. หลักการตั้งประโยคคำถามหากไม่มีกริยาช่วยในประโยคหลักใช้V. to do มาช่วย

6.กริยาช่วยตรงTag ต้องใช้รูปย่อเสมอไม่มีรูปamn't Iใช้aren't Iแทน

7.กริยาช่วยต้องเปลี่ยนตามTense ที่ประโยคหลัก

8.ประโยคคำสั่งขอร้องเชื้อเชิญตรงTag เติมคำว่าwill you ได้เลย

ข้อควรจำในการทำหลักการตั้งประโยคคำถามQuestion Tag

1.ถ้าประโยคหน้าขึ้นต้นด้วยThat is, This is ส่วนTag ใช้isn't it?หรือis it

2.ถ้าประโยคหน้าขึ้นต้นด้วยThere is/ are/ was/ were ส่วนTag ใช้V. to beตามประธานและTense + there

3.หลักการตั้งประโยคคำถามถ้าประโยคหน้าขึ้นต้นด้วยThese/ Those are ส่วนTag ใช้aren't theyหรือare theyแล้วแต่กรณี

4.ถ้าประโยคหน้าเป็นประโยคความซ้อนTag ให้เอากริยาในประโยคหลัก

5.ถ้าประโยคหน้ามีคำที่ให้ความหมายเชิงปฏิเสธส่วนTag นั้นต้องเป็นบอกเล่าเช่น Nothing is interesting, is it?

ลักษณะของประโยคหลักการตั้งประโยคคำถามQuestion Tags

1. อยู่ท้ายประโยคหลัก(main sentence)

2. มี  comma (,) คั่นระหว่างประโยคหลัก

(main sentence) กับ question tag

3. ส่วนquestion tag อยู่ในรูปของประโยคคำถาม

4. ถ้ากริยาในประโยคหลักเป็นบอกเล่ากริยาในtag ต้องเป็นปฏิเสธถ้ากริยาในประโยคหลักเป็นปฏิเสธกริยาในtag ต้องเป็นบอกเล่า

หลักการใช้คำกริยาในหลักการตั้งประโยคคำถามQuestion tags

1. ถ้าประโยคหลักที่มาข้างหน้ามีคำกริยาต่อไปนี้

Verb to be ได้แก่  is, are, was, were (ยกเว้นam)

Verb to have   ได้แก่ has, have, had ที่ใช้ในpresent perfect และpast perfect tense

กริยาพิเศษ(modal verbs) ได้แก่hall, should, may,

might, can, could, must ให้ใช้กริยาเหล่านี้มาทำ

question tag ได้เลย

2. หลักการตั้งประโยคคำถามถ้ากริยาในประโยคข้างหน้าเป็นกริยาทั่วๆไป (ที่ไม่ใช่กริยาในข้อ1) เช่นgo, come, sit , stand, do, make, etc. ให้ใช้verb to do (do, does, did) ในquestion tag

- Bobgoesto school, doesn't he?

- Theylivein Paris,don'tthey?

3. กริยาในQuestion tag จะต้องเป็นtense เดียวกันกับกริยา


- Nancyworksin a bank,doesn'tshe?

กริยาในประโยคหลักคือหลักการตั้งประโยคคำถามworks อยู่ในรูปpresent tense ดังนั้นกริยาในquestion tag จึงต้องใช้doesn't เพื่อให้อยู่ในtense เดียวกันคือ present simple tense และเพื่อให้สอดคล้องกับประธานซึ่งเป็นเอกพจน์ (she)

- Theywantto go shopping,don'tthey?

กริยาในประโยคหลักคือหลักการตั้งประโยคคำถามwant อยู่ในรูปpresent tense ดังนั้นกริยาใน question tag จึงต้องใช้don't เพื่อให้อยู่ในtense เดียวกันคือpresent simple tense และเพื่อให้สอดคล้องกับประธานของประโยค(they) ซึ่งเป็นพหูพจน์จึงต้องใช้ don't

- Wewentto the beach last summer,didn'twe?

กริยาในประโยคหลักคือหลักการตั้งประโยคคำถามwent อยู่ในรูปpast tense ดังนั้นกริยาในquestion tag จึงต้องใช้didn't เพื่อให้อยู่ในtense เดียวกันคือ past simple tense

4. กริยาในquestin tag ที่เป็นปฏิเสธจะต้องอยู่ในรูปย่อปฏิเสธเท่านั้นเช่น

- Hestudieshard,doesn'the?

- Wemustanswer the letter,musn't we?

NOTE:เราไม่ใช้is not he?, does not he?, could not they?  หรือmust not we? ในquestion tag โดยเด็ดขาด

5. หลักการตั้งประโยคคำถามสำหรับverb to have ที่ใช้เป็นกริยาหลักในประโยคข้างหน้าอาจใช้verb to have (has, have, had) ในส่วน question tag หรือใช้verb to do(do, does, did) เป็นกริยาช่วยในquestion tag ก็ได้ดังต่อไปนี้

ถ้า  have ใช้ในความหมายว่า"มี" ในquestion tag อาจใช้verb to haveหรือverb to doก็ได้เช่น

ถ้าหลักการตั้งประโยคคำถามhave มีความหมายอย่างอื่น(ที่ไม่ได้แปลว่า"มี") ให้

ใช้ verb to do มาช่วยในquestion tag

(ไม่ใช้verb to have ในquestiontag) เช่น

- Jim always has breakfast, doesn't he?

- They didn't have an accident, did they?

รูปแบบของประโยคหลักการตั้งประโยคคำถามQuestion Tags