slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
บทที่ 2 การจูงใจ PowerPoint Presentation
Download Presentation
บทที่ 2 การจูงใจ

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 20

บทที่ 2 การจูงใจ - PowerPoint PPT Presentation


  • 503 Views
  • Uploaded on

บทที่ 2 การจูงใจ. คนทุกคนจะมีกระบวนการที่เหมือนกัน.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'บทที่ 2 การจูงใจ' - emera


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide2
คนทุกคนจะมีกระบวนการที่เหมือนกันคนทุกคนจะมีกระบวนการที่เหมือนกัน
  • สิ่งที่มนุษย์ทุกคนเหมือนกัน ก็คือ กระบวนการของพฤติกรรม(The process of behavior) ถึงแม้ว่าแบบของพฤติกรรมต่างๆ(Behavior pattern) ที่แสดงออกของมนุษย์แต่ละคน จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปมากมายก็ตาม แต่กระบวนการของพฤติกรรมดังกล่าวจะมีลักษณะที่เหมือนกันเป็นพื้นฐานอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน ซึ่งก็คือ
  • พฤติกรรมของมนุษย์จะเป็นไปโดยมีข้อสมมติฐาน 3 ประการที่สัมพันธ์กันอยู่ คือ
  • 1.พฤติกรรมจะเกิดขึ้นได้ก็โดยที่ต้องมีสาเหตุมาทำให้เกิด(Behavior is caused)
  • 2.พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็โดยที่ต้องมีแรงกระตุ้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากระตุ้นทำให้เกิด(Behavior is motivated)
  • 3.พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็โดยมีจุดมุ่งหมายเสมอ(Behavior is gold-directed)
slide3
ปัจจัยที่ทำให้คนมีลักษณะแตกต่างกันปัจจัยที่ทำให้คนมีลักษณะแตกต่างกัน
  • สามารถแบ่งได้เป็น 2 ปัจจัย คือ
  • 1.ปัจจัยที่เกี่ยวกับนอกหน้าที่การงานทั่วไป
  • 2.ปัจจัยที่เกี่ยวกับการทำงาน
egr alderfer
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วย EGR ของ Alderfer
  • Alderfer เห็นว่า ความต้องการของมนุษย์น่าจะแยกเป็น 3 ประเภท ซึ่งเห็นว่าจะใช้สะดวกและตรงกับความเป็นจริงมากกว่า ซึ่งความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย E(Existence) หรือความต้องการอยู่รอด R(Relatedness)หรือความต้องการมีความสัมพันธ์ทางสังคม และ G(Growth) หรือความต้องการก้าวหน้าและเติบโต
erg 3
ทฤษฎี ERG นี้ จะมีข้อสมมุติฐาน 3 ประการที่เป็นกลไกสำคัญอยู่คือ
  • 1. ความต้องการที่ได้รับการตอบสนอง (Need satisfaction)
  • 2. ขนาดของความต้องการ (Desire strength)
  • 3. ความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง (Need frustration)
slide7
ทฤษฎีการส่งเสริมแรงของการจูงใจทฤษฎีการส่งเสริมแรงของการจูงใจ
  • การเสริมแรงทางบวก
  • การเสริมแรงทางลบ
the need to achieve theory
ทฤษฎีการต้องการประสบผลสำเร็จ (The need to achieve theory)
  • ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า ทฤษฎีการต้องการประสบผลสำเร็จทั้ง 3 อย่างคือ ความสำเร็จ(achievement) อำนาจ(power) และการมีสายสัมพันธ์(affliliation) เป็นทฤษฎีที่กำหนดขึ้นโดย David C. McCelland และ J.W. Atkinson ตามทฤษฎีนี้เชื่อว่า โดยปกติแล้วความต้องการที่มีอยู่ในตัวคนจะมีเพียง 2 ชนิด คือ การต้องการมีความสุขสบาย และต้องการการปลอดจากการเจ็บปวด
slide9
การจูงใจคนในการทำงาน
  • การจูงใจ ขวัญของคนงาน และผลผลิต จะมีความสัมพันธ์กันเสมอ ถ้าหากขวัญของคนงานดีหรืออยู่สูงแล้ว ก็จะทำให้ผลผลิตสูงขึ้นด้วย กล่าวคือ ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้มองเห็นช่องทางหรือโอกาสที่ตนจะสามารถตอบสนองสิ่งจูงใจที่ตนมีอยู่แล้ว ก็จะทำให้ขวัญของเขาดี ดังนั้น การที่ฝ่ายจัดให้คนงานได้มีโอกาสตอบสนองสิ่งจูงใจของตนแล้ว ขวัญของพนักงานก็จะสูง ผลผลิตก็จะสูงและดีตามไปด้วย
mcgregor
ข้อสมมุติฐานของผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับคน-McGregorข้อสมมุติฐานของผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับคน-McGregor
  • Theory X

ลักษณะของคนโดยทั่วไปจะไม่ชอบการทำงาน และจะพยายามหลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วเมื่อมีโอกาส

  • Theory Y

รักงาน

พยายามเรียนรู้และปรับปรุงงาน

ใฝ่หาความรับผิดชอบ

slide12
กลุ่มทฤษฎีที่เน้นกระบวนการของการจูงใจกลุ่มทฤษฎีที่เน้นกระบวนการของการจูงใจ

กลุ่มทฤษฎีนี้ได้แก่

  • ทฤษฎีการตั้งเป้าหมายของเอ็ดวิน ล็อค
  • ทฤษฎีความคาดหวังของวิคเตอร์ วรูม
  • ตัวแบบการจูงใจของพอร์ทเตอร์และลอเลอร์
  • ทฤษฎีความเสมอภาคของ เจ. สเตซี อาดามส
slide13
ทฤษฎีการตั้งเป้าหมายของล็อคทฤษฎีการตั้งเป้าหมายของล็อค
  • การตั้งเป้าหมายในลักษณะเฉพาะเจาะจงเพื่อการปฎิบัติงานโดยทั่วไปจะนำไปสู่ผลผลิตที่ดีกว่า
  • เป้าหมายที่ยากและมีลักษณะท้าทายจะดีกว่าเป้าหมายที่ง่าย
  • การมีส่วนร่วม ( Participation ) นั้นก็นำไปสู่การปฎิบัติงานที่ดีขึ้น
slide14
ทฤษฎีความคาดหวัง หรือ ทฤษฎีวี ( VIE ) ของ วรูม
  • จำนวนที่ประกอบกันขึ้นเป็นความชอบ ( Valence )
  • ความเป็นเครื่องมือ ( Instrumentality )
  • ความคาดหวัง ( Expectancy )
slide15
ตัวแบบการจูงใจของพอร์ทเตอร์และลอเลอร์ ตัวแบบการจูงใจของพอร์ทเตอร์และลอเลอร์
  • เป็นตัวแบบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการปฎิบัติงาน ( Performance ) กับความพึงพอใจ (Satisfication )
  • การจูงใจ (ความพยายามหรือพลัง) มิใช่ความพึงพอใจในงาน และการจูงใจเองก็มิใช่การปฎิบัติงาน ตรงกันข้าม การจูงใจ ความพึงพอใจ และ การปฎิบัติงานนั้นต่างก็เป็นอิสระจากกัน แต่ก็สัมพันธ์กันในบางลักษณะ
slide16
ทฤษฎีความเสมอภาคของอาดามสทฤษฎีความเสมอภาคของอาดามส
  • การทุ่มเทในการปฎิบัติงานและความพึงพอใจนั้นเป็นเรื่องของความเสมอภาค ( หรือ ความไม่เสมอภาค) ซึ่งบุคคลรับรู้ในสถานการณ์ของการทำงานหนึ่งๆ ความเสมอภาคจะมีอยู่ก็ต่อเมื่อบุคคลรับรู้สัดส่วนของผลตอบแทนที่ตนได้จากองค์การกับสิ่งที่เขาทุ่มเทให้กับองค์การ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนของผลตอบแทนที่ผู้อื่นได้จากองค์การกับสิ่งที่ผู้อื่นทุ่มเทให้กับองค์การนั้นเท่ากัน
  • ผลตอบแทนที่ตนได้จากองค์การ ≥ ผลตอบแทนที่ผู้อื่นได้จากองค์การ

สิ่งที่ตนได้ทุ่มเทให้กับองค์การ สิ่งที่ผู้อื่นได้ทุ่มเทให้กับองค์การ

slide17
ทฤษฎีความเสมอภาคของอาดามส(ต่อ)ทฤษฎีความเสมอภาคของอาดามส(ต่อ)
  • ความไม่เสมอภาคจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรับรู้ว่าสัดส่วนของผลตอบแทนที่ตนได้จากองค์การกับสิ่งที่ตนทุ่มเทให้กับองค์การกับสัดส่วนของผลตอบแทนที่ผู้อื่น ได้จากองค์การกับสิ่งที่ผู้อื่นทุ่มเทให้กับองค์การนั้นไม่เท่ากัน
  • ผลตอบแทนที่ตนได้จากองค์การ ≠ ผลตอบแทนที่ผู้อื่นได้จากองค์การ

สิ่งที่ตนได้ทุ่มเทให้กับองค์การ สิ่งที่ผู้อื่นได้ทุ่มเทให้กับองค์การ

slide18
จากทฤษฎีสู่การประยุกต์จากทฤษฎีสู่การประยุกต์
  • การตระหนักในความแตกต่างของเอกบุคคล
  • การจัดคนให้เหมาะกับงาน
  • การใช้เป้าหมายเพื่อการจูงใจ
slide19
เครื่องมือหรือสิ่งต่างๆที่จะใช้จูงใจเครื่องมือหรือสิ่งต่างๆที่จะใช้จูงใจ
  • 1. เทคนิคในการควบคุมงาน (supervisory techniques)
  • 2. การใช้อำนาจหน้าที่(authority)
  • 3. การให้ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินหรือที่สามารถตีค่าเป็นเงินได้
  • 4. ผลตอบแทนอื่นๆที่มิใช่ตัวเงิน