slide1 l.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
????????????????????????????? : ??????????????? PowerPoint Presentation
Download Presentation
????????????????????????????? : ???????????????

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 62

????????????????????????????? : ??????????????? - PowerPoint PPT Presentation


  • 192 Views
  • Uploaded on

ธรรมาภิบาลใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ : นัยต่อประเทศไทย. โดย สมบูรณ์ ศิริประชัย รองศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอในการสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2550 เรื่อง เศรษฐกิจไทยภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ “การปฏิรูปเชิงสถาบัน” จัดโดย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about '????????????????????????????? : ???????????????' - adamdaniel


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

ธรรมาภิบาลใต้กระแสโลกาภิวัฒน์: นัยต่อประเทศไทย

โดย

สมบูรณ์ ศิริประชัย

รองศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นำเสนอในการสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2550

เรื่อง เศรษฐกิจไทยภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ “การปฏิรูปเชิงสถาบัน”

จัดโดย

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

12 กันยายน 2550

slide2
ความหมายและทฤษฎีเกี่ยวกับธรรมาภิบาลความหมายและทฤษฎีเกี่ยวกับธรรมาภิบาล
  • ประวัติความเป็นมาของคำว่า “ธรรมาภิบาล” โดยทั่วไป (1)

ธนาคารโลก (World Bank) ให้ความหมายของ “อภิบาล(governance)” ว่าคือ...

“The manner in which power is exercised in the management

of a country’s economic and social resources for development”

slide3
ประวัติความเป็นมาของคำว่า “ธรรมาภิบาล” โดยทั่วไป (2)

พจนานุกรม American Heritage Dictionary อธิบาย “อภิบาล” หรือ governance ว่าหมายถึง...

(1) The act, process or power of governing; government

(2) The state of being governed

slide4
ประวัติความเป็นมาของคำว่า “ธรรมาภิบาล” โดยทั่วไป (3)
  • Shorter Oxford English Dictionary (2002) ให้ความหมาย “อภิบาล”ว่า...

(1) The action, manner or fact of governing; government

(2) Controlling or regulatinginfluence; control, mastery

(3) The state of being governed; good order

(4) The function or power of governing; authority of governance

(5) A governing person or body

(6) Conduct of life or business; behaviour

slide5
ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกประชารัฐที่ดีและส่วนต่าง ๆ ของสังคม

ที่มา: อรพินทร์ สพโชคชัย, 2541

กลไกประชารัฐที่ดี

1980s
เหตุผลในการสนับสนุน “ธรรมาภิบาล” ของรัฐในกลุ่มประเทศ “ตะวันตก” ในช่วงปลายทศวรรษ 1980s
  • 1. ประสบการณ์ของการปล่อยกู้ยืมเงินภายใต้โครงการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
  • 2. การกลับมาอีกครั้งของทุนนิยมเสรีใหม่ใน “ตะวันตก” (Neo-liberalism)
  • 3. การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์
  • 4. กระแสการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศ “กำลังพัฒนา”
good governance
ความหมายของ “Good” Governance โดยธนาคารโลก
  • 1 การบริการของรัฐที่มีประสิทธิภาพ
  • 2 ระบบศาลที่เป็นอิสระ
  • 3 ระบบกฎหมายที่บังคับสัญญาต่าง ๆ
  • 4 การบริหารกองทุนสาธารณะที่มีลักษณะรับผิดต่อประชาสังคม
  • 5 การมีระบบตรวจสอบทางบัญชีที่เป็นอิสระ ซึ่งรับผิดชอบต่อตัวแทนในรัฐสภา
  • 6 การเคารพในกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในทุกระดับของรัฐบาล
  • 7 โครงสร้างสถาบันที่มีลักษณะพหุนิยม
  • 8 การมีสื่อสารมวลชนที่เป็นอิสระ
slide8
ความหมายแฝงของ “ธรรมาภิบาล”
  • 1.ในแง่ระบบ ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และมีนัยที่กว้างกว่าคำว่า “รัฐบาล (Government)” หรือในความหมายแบบแคบหมายถึงระบบทุนนิยมประชาธิปไตยที่มีรัฐแบบอำนาจน้อยที่สุด
  • 2.ในด้านการเมือง มีลักษณะจำกัดและระบุอำนาจทางการเมืองอย่างชัดเจน ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และหมายถึงรัฐที่มีความชอบธรรม และมีอำนาจหน้าที่อย่างถูกต้อง
  • 3. ในแง่การบริหารราชการแผ่นดิน หมายถึง การมีระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็ง เปิดเผย และรับผิด ตลอดจนการมีระบบศาลที่มีอิสระในการแก้ไขข้อพิพาทต่าง ๆ
slide9
ความหมายของ “อภิบาล”ในหมู่นักวิชาการตะวันตก
  • เช่น World Bank, Baeninger, Landell-Mills and Serageldin, Michael Camdessus, Nelson, Our Global Neighbourhood เป็นต้น
  • ในที่นี้อาจสรุปลักษณะของธรรมาภิบาลข้างต้นเป็น 7 คำนิยามด้วยกัน (หน้า 15)
  • อย่างไรก็ตาม การนิยามดังกล่าวนำมาซึ่งความสับสนจำนวนมากเกี่ยวกับแนวคิด “ธรรมาภิบาล”
slide10
อภิบาลคืออะไร? ในสายตาองค์กรระหว่างประเทศ
  • คำนิยามที่กระชับที่สุดคือ “The extent to which governments are responsive to citizens and provide them with certain core services, such as secure property rights and, more generally, the rule of law.” (Kealer, 2004: 3)
  • OECD
  • USAID
  • UNDP
  • สถาบันอภิบาลแห่งแคนาดา (The Institute on Governance of CAnada)
  • US Agency for international Development
institutions play a central role in economic development and social outcomes
รูป Institutions play a central role in economic development and social outcomes
  • ที่มา : AusAID Economic Governance and the Asian Crisis
slide12
ทฤษฏีว่าด้วย “ธรรมาภิบาล”(1)
  • รูป Form Harvard to Chicago to the New Institutional Economics
  • ที่มา : Williamson(1994)
a la y er schema
รูป A Layer Schema
  • ที่มา : Williamson (1994)
slide14

A stylized Model of Governance: Realms and Players

domestic non-political players

individuals

private firms

civil society

intermediaries

domestic political

players

Foreign players

State-society interface

Economic institutions

    • central gov.
  • subnatl. gov.
  • bureaucracy
  • legislature
  • judiciary
  • Transnational corporations
  • International organizations

Public sector

International structures

  • Foreign govs.
อภิบาล : ไม่ใช่ทั้งตลาดหรือรัฐ
  • มิติของอภิบาลที่มีประสิทธิผล (Effective Governance Dimensions)
  • ที่มา : Ahrens (2002)
6 governance dimensions and economic performance
รูปที่ 6 Governance dimensions and economic performance
  • ที่มา : Ahrens (2006)
slide16
ธรรมาอภิบาล : องค์ประกอบและหลักการที่สำคัญ (หน้า 26)
  • นโยบาย
  • กระบวนการทางนิติบัญญัติ
  • สถาบัน
  • องค์กร
  • ความสามารถในการสร้าง
  • การคาดคะเน
  • ความรับผิด
  • ความโปร่งใส
  • การมีส่วนร่วม
slide18
เสาหลักที่ค้ำจุนภายใต้ระบบธรรมาภิบาลเสาหลักที่ค้ำจุนภายใต้ระบบธรรมาภิบาล
  • การสร้างรัฐที่เข้มแข็ง(Creating a strong state)
  • การจำกัดบทบาทของรัฐ (Limiting the State)
  • การสร้างความสามารถของระบบราชการ(Creating capacity for policy Implementation and rule enforcement)
  • การสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจ(Building economic institutions)
the pillars of a market enhancing governance structure
รูป The pillars of a market-enhancing governance structure
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide20
ดัชนีของธรรมาภิบาล
  • ดัชนีของธรรมาภิบาลที่สำคัญที่มีลักษณะเป็นแบบอัตวิสัย มักชี้ถึงคุณภาพของสถาบัน ซึ่งประกอบด้วย

1. หลักนิติธรรม (The rule of law)

2. การฉ้อราษฎร์บังหลวงในรัฐบาล (Corruption in government)

3. คุณภาพของระบบข้าราชการ (The quality of the bureaucracy)

4. ความเสี่ยงในการถูกยึดกิจการโดยรัฐบาล (Risk of expropriation of assets by government)

5. ความล้มเหลวของรัฐในการรักษาสัญญา (Repudiation of contracts by government)

slide21
ดัชนีของธรรมาภิบาล
  • Seldadyo et.al., (2007) ใช้ดัชนีของ ICRG (International Country Risk Guide) ดัชนีที่สำคัญคือ

1. การรับผิดในระบอบประชาธิปไตย(Democratic accountability)

2. เสถียรภาพของรัฐบาล(Government stability)

3. คุณภาพของระบบข้าราชการ(Bureaucratic Quality)

4. การฉ้อราษฎร์บังหลวง(Corruption)

5. กฎหมายและคำสั่ง(Law and order)

slide22
ดัชนีของธรรมาภิบาล
  • Kaufmann et. al., (2005, 2007) เป็นดัชนีที่มีชื่อเสียงที่สุดและดำเนินการวัดมาอย่างต่อเนื่องมาจากการศึกษาของธนาคารโลก ดัชนีของอภิบาล (Governance indicators) ประกอบด้วย 6 ดัชนี คือ

1. เสียงเรียกร้องและความรับผิด(Voice and Accountability)

2. ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองและความรุนแรง(Political instability and violence)

3. ความมีประสิทธิผลของรัฐบาล(Government effectiveness)

4. ภาระของการกำกับ(Regulatory Burden)

5. หลักนิติธรรม(Rule of Law)

6. การควบคุมการฉ้อราษฎร์บังหลวง(Control of Corruption)

slide23
อภิบาลของบางประเทศ
  • กลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว(High Performing Asian Economics-HPAES)
  • เหตุผลในการศึกษา คือ

- ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก

- กลุ่มประเทศเหล่านี้มิได้ปกครองในรูปแบบประชาธิปไตย

-

slide24
รูปที่ 9 แสดงคุณภาพของสถาบันต่าง ๆ ของแต่ละประเทศในภูมิภาค

Institutional quality by regions: composite institutional index, 1982-95

  • ที่มา : Ahrens (2002)
hpaes
ดัชนีอื่นในการวัดกลุ่ม HPAEs
  • ดัชนีความล้มเหลวของรัฐในการรักษาสัญญา
  • ดัชนีความเสี่ยงในการถูกยึดกิจการโดยรัฐบาล
  • ดัชนีหลักนิติธรรม
  • ดัชนีการฉ้อราษฎร์บังหลวงในรัฐบาล
  • และดัชนีคุณภาพของระบบราชการ
  • ดัชนี 5 ตัว ดังกล่าวนี้ กลุ่ม HPAEs มีคุณภาพที่ดีกว่าทุกกลุ่มภูมิภาค ยกเว้นกลุ่ม OECD เท่านั้น ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้จึงไม่น่าสงสัยว่าระบบอภิบาลของกลุ่ม HPAEs มีคุณภาพที่เหนือกว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันทั้งหมด
slide26
ดัชนีความล้มเหลวของรัฐในการรักษาสัญญาดัชนีความล้มเหลวของรัฐในการรักษาสัญญา
  • รูปที่ 10 Risk of repudiation of contracts index by regions, 1982-95
  • Note: A rise in the index represents a reduction in the risk of contract repudiation.
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide27
ดัชนีความเสี่ยงในการถูกยึดกิจการโดยรัฐบาลดัชนีความเสี่ยงในการถูกยึดกิจการโดยรัฐบาล
  • รูปที่ 11 Risk of expropriation index by regions, 1982-95
  • Note: A rise in the index represents a reduction in the risk of expropriation.
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide28
ดัชนีหลักนิติธรรม
  • รูปที่ 12 Rule-of-law index by regions, 1982-95
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide29
ดัชนีการฉ้อราษฎร์บังหลวงในรัฐบาลดัชนีการฉ้อราษฎร์บังหลวงในรัฐบาล
  • รูปที่ 13 Corruption in governance index by regions, 1982-95
  • Note: A rise in the index represents a reduction of corruption.
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide30
ดัชนีคุณภาพของระบบราชการดัชนีคุณภาพของระบบราชการ
  • รูปที่ 14 Quality of the bureaucracy index by regions, 1982-95
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide31
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 15Institutional change in East Asia by countries: composite institutional index
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide32
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 16Risk of repudiation of contracts index by East Asian countries in 1995
  • Note: A high score in the index means a low level of risk.
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide33
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 17Risk of expropriation index by East Asian countries in 1995
  • Note: A high score in the index means a low level of risk.
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide34
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 18Corruption in government in East Asian countries in 1995
  • Note: A high score in the index means a low level of corruption.
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide35
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 19Rule-of-law index by East Asian countries in 1995
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide36
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 20Bureaucratic quality index by East Asian countries in 1995
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide37
การพิจารณาปัจจัยอื่น
  • รูปที่ 21Institutional change in East Asian, the HPAEs and economies in transition, composite institutional index
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide38
เพราะเหตุใด กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่จึงประสบความสำเร็จ?
  • เราสามารถจัดแบ่งประเทศในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เป็น 4 กลุ่มคือ

กลุ่มแรก ประเทศญี่ปุ่น

กลุ่มที่สอง ประกอบด้วย 4 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ หรือเรียกย่อๆ ว่ากลุ่ม NICs กลุ่ม NICs

กลุ่มที่สาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย

กลุ่มสุดท้าย จีน

  • การวิเคราะห์นี้จะเน้นเฉพาะกลุ่มที่สอง เป็นหลัก
slide39
ลักษณะเด่นของกลุ่ม NICs
  • มีการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ดี โดยเฉพาะในแง่เศรษฐศาสตร์มหภาคที่เกี่ยวกับนโยบายการเงิน การศึกษาและเทคโนโลยี
  • มิได้เดินเส้นทางการพัฒนาที่มีนโยบายเป็นมิตรต่อตลาด (Market-friendly policies)
  • รัฐมีบทบาทอย่างยิ่งในการพัฒนา (Developmental state) ในการแก้ไขปัญหาความล้มเหลวของตลาดและความล้มเหลวของการประสานงาน (Coordinational failure)
slide40
ความสำเร็จของกลุ่ม NICs สามารถวิเคราะห์ได้ใน 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรก บทบาทของสถาบัน

และประเด็นที่สอง การวิเคราะห์ความแตกต่างของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจ

  • การทำให้การแทรกแซงถูกต้อง(Getting intervention right)
  • เศรษฐศาสตร์การเมืองของการปฏิรูปนโยบาย : ลักษณะอภิบาลในกลุ่ม NICs
slide41

ตารางที่ 1 : Human capital indicators in East Asia and comparator countries, actual Versus predicted values, c. 1960Note: *1960-89Sources: World Bank (1991), Rodrik (1995 and 1996)

slide42
รูปที่ 22 A politico-institutional approach to economic development in East Asia
  • ที่มา : Ahrens (2002)
slide43
อภิบาลในประเทศเพิ่งเปลี่ยนผ่าน : จีน
  • รัฐได้พยายามเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปในการปฏิรูประบบเศรษฐกิจของตนให้มีลักษณะของตลาดมากยิ่งขึ้น
  • อำนาจทางการเมืองยังดำรงอยู่ในพรรคคอมมิวนิสต์
  • ใช้เศรษฐกิจพิเศษเป็นเครื่องมือสำคัญ
  • การปฏิรูปของจีนนั้นยังไม่ได้สิ้นสุด และยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรัฐบาลท้องถิ่น โดยมี Towns Village Enterprises – TVES เป็นกลไกที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ และข้าราชการของจีนมีความเป็นอิสระ
  • การใช้กลไกของการส่งออกและการเป็นสมาชิกขององค์กรโลกบาล เช่น องค์การการค้าโลก
slide44
รูปที่ 23 Governance in China
  • ที่มา: Ahrens (2006)
slide45
ธรรมาภิบาลกับสังคมไทยธรรมาภิบาลกับสังคมไทย
  • คำใช้เรียก “ธรรมาภิบาล”
  • สุประศาสนการ
  • ธรรมรัฐ
  • ธรรมราษฎร์
  • การกำกับดูแลที่ดี
  • ประชารัฐ
  • รัฐาภิบาล
  • การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี
  • กลไกประชารัฐที่ดี
slide46
ธรรมาภิบาลกับสังคมไทยธรรมาภิบาลกับสังคมไทย
  • องค์ประกอบของธรรมาภิบาล

- มีความแตกต่างกันออกไปตามตัวบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งในแง่จำนวน และเนื้อหาสาระ เช่นสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,อมราพงศาพิชญ์, อานันท์ ปันยารชุน, ธีรยุทธ บุญมี, เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เป็นต้น

slide47
ธรรมาภิบาลกับสังคมไทยธรรมาภิบาลกับสังคมไทย
  • การรับรู้ และการตีความเกี่ยวกับ “ธรรมาภิบาล” โดยชนชั้นนำในสังคมไทย
  • อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี
  • นายอานันท์ ปันยารชุน
  • นายแพทย์ประเวศ วะสี
slide48
ธรรมาภิบาลกับสังคมไทยธรรมาภิบาลกับสังคมไทย
  • องค์ประกอบของธรรมาภิบาล
  • การมีส่วนร่วมของสาธารณะ (Public Participation)
  • ความสุจริตและความโปร่งใส (Honesty and Transparency)
  • พันธะความรับผิดชอบต่อสังคม (Accountability)
  • กลไกการเมืองที่ชอบธรรม (Political Legitimacy)
  • กฎเกณฑ์ที่ยุติธรรมและชัดเจน (Fair Legal Frameworkand Predictability)
  • ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness)

ที่มา: อรพินทร์ สพโชคชัย 2541

slide49
ธรรมาภิบาลในระบบกฎหมายไทย: ทัศนะของข้าราชการ
  • ธรรมาภิบาลถือเป็นเรื่องใหม่ และยังไม่เคยปรากฏในสังคมไทย พิจารณาจาก กฎหมาย 2 ฉบับคือ

- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารราชการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 (ยกเลิกแล้ว) และ

- พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสถาปนาขึ้นใหม่ในสังคม

slide50
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารราชการระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารราชการ

บ้านเมืองและสังคมที่ดี พุทธศักราช 2542

“โดยที่สมควรกำหนดนโยบายและวางระเบียบปฏิบัติราชการเพื่อให้

การจัดระเบียบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมเป็นไปอย่างมี

ประสิทธิภาพ ตามหลักกฎหมายและการปกครองในระบอบ

ประชาธิปไตยให้สังคมสามารถมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในระบบ

บริหารกิจการดังกล่าว ด้วยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารและให้โอกาส ตรวจสอบได้ ตลอดจนขยายการให้บริการภาครัฐไปสู่ประชาชนอย่าง

รวดเร็วทั่วถึงและเป็นธรรม”[1]

[1]รวบรวมโดย ธีระพล อรุณะกสิกร และสหาย (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2542)

slide51
ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย
  • มีการเสนอจุดมุ่งหมายในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี อย่างกว้าง 5 ประการ แต่ขาดแง่มุมความเป็นสากลในหลักการ

(1) สร้างกฎเกณฑ์และกลไกที่ดีในการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมเพื่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง สามารถส่งสัญญาณเตือนภัย และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องสามารถปรับเปลี่ยนกลไกและฟันเฟืองการทำงานและการประสานงานในภาครัฐและภาคเอกชนรองรับได้อย่างทันท่วงทีในยามที่มีปัญหา

(2) พัฒนาศักยภาพของนักวิชาการให้สามารถศึกษา ค้นคว้าและเสนอแนะแนวทางแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมอย่างถูกต้อง กล้าหาญ และมีจริยธรรม

slide52
แนวทางสมัยรัฐบาลชวน(ต่อ)แนวทางสมัยรัฐบาลชวน(ต่อ)

(3) ปรับปรุงระบบการตัดสินใจและการบริหารจัดการทั้งของภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนให้รวดเร็ว ชัดเจนและเป็นธรรม

(4) ขยายโอกาสของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองเพื่อร่วมกับภาครัฐในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาส่วนรวม

(5) ขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ และการหลีกเลี่ยงกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ใส่ตนหรือกิจการที่ตนมีส่วนได้เสียทั้งในภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนเพื่อให้เกิดความสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมร่วมกัน

slide53
ในหาของระเบียบฯ ปี 2542 ดังกล่าวส่วนหนึ่งอาจพิจารณาจากข้อ 4.2

ที่ระบุถึงหลักสำคัญ 6 ประการดังนี้

  • หลักนิติธรรม
  • หลักคุณธรรม
  • หลักความโปร่งใส
  • หลักความมีส่วนร่วม
  • หลักความรับผิดชอบ
  • หลักความคุ้มค่า
slide54
ยุทธวิธีเพื่อสร้างการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดียุทธวิธีเพื่อสร้างการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี

รัฐต้องกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปใน 3 ภาคส่วน

  • ภาครัฐ
  • ภาคธุรกิจเอกชน
  • ภาคประชาชน
slide55
ถึงแม้ว่าจะมีการบัญญัติรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในหลายที่ เช่น
  • การกล่าวถึงความเร่งด่วนในการดำเนินงานอีก 5 ข้อ ตั้งแต่ข้อ

6.1 – 6.5

  • ประกอบกับมาตรการ และแนวทางปฏิบัติเพื่อรองรับกลยุทธ์อีก 7 ข้อ ตั้งแต่ข้อ 7.1 – 7.7 ในกฎหมายฉบับเดียวกัน
  • อย่างไรก็ตามการขาดเจ้าภาพที่แท้จริงในการบังคับให้เป็นไปตามระเบียบฯ ทำให้การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดียากจะเกิดขึ้น
slide56
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
  • “เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มีการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารราชการและการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการนี้ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็น และประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ รวมทั้งมีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ และเนื่องจากมาตรา 3/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 บัญญัติให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสั่งการให้ส่วนราชการและข้าราชการปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีกระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้”
slide57
เป้าหมาย 7 ประการของพระราชกฤษฎีกา
  • (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
  • (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
  • (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
  • (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติการเกินความจำเป็น
  • (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
  • (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
  • (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
slide58
ข้อวิเคราะห์
  • เป้าหมายประการที่ 3 เป็นการนำเอาแนวคิด Value for Money เข้ามาไว้ในพระราชกฤษฎีกาอย่างชัดเจน
  • ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ และความเชื่อของข้าราชการที่ว่าประชาชนมิใช่เจ้านายที่แท้จริง ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการวางกรอบ และการสถาปนาธรรมาภิบาลในสังคมไทย
slide59
ข้อกำหนด และบทบัญญัติที่น่าสนใจอื่น ๆ
  • มาตรา 11 กำหนดให้ส่วนราชการพัฒนาความรู้สู่ความเป็นองค์กร
  • มาตรา 20 หมวด 4 การจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ
  • มาตรา 22 การมอบอำนาจพิเศษแก่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ ฯ และสำนักงบประมาณ
  • มาตรา 34 การมอบอำนาจพิเศษแก่ ก.พ.ร.
  • มาตรา 44 หมวด 7 การเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างโดยหน่วยงานของรัฐ
  • มาตรา 48 และ 49 หมวด 8 ว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติราชการการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานมากกว่าการลงโทษ
slide60
ความหมายของธรรมาภิบาลในทางทฤษฎีความหมายของธรรมาภิบาลในทางทฤษฎี
  • ธรรมาภิบาลมิใช่หมายถึง การปกครองบ้านเมืองที่ดีหรือไม่ หากแต่หมายถึง...

“Institutions associated with governability and accounts for institutional variety as well as its importance for state capacity in conducing policy reform” (Ebner, 2005)

  • ดังนั้นพิจารณาได้ว่า ถึงแม้กฎหมายเหล่านี้จะมีความลึกซึ้ง และครอบคลุมหลายประเด็น แต่ไม่อาจนำแนวความคิดของธรรมาภิบาลในทางวิชาการในตะวันตกมาแปรเป็นกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • ปัญหาของธรรมาภิบาลไทยจึงเกิดจากความล้มเหลวของการปฏิรูประบบข้าราชการไทยให้มีลักษณะเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ และทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างแท้จริงแบบ Weberian type Bureaucracy
slide61
ความหมายของธรรมาภิบาลในทางทฤษฎีความหมายของธรรมาภิบาลในทางทฤษฎี
  • การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสถาบันและกระบวนการทางการเมืองที่สามารถสร้างสรรค์นโยบายที่ดีและมีเครื่องมือที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับความหลากหลายของการประสานงานของหน่วยทางเศรษฐกิจของรัฐและเอกชน
  • โครงสร้างของธรรมาภิบาลสะท้อนถึงลักษณะของ collective goods ซึ่งคุณภาพของธรรมาภิบาลนี้ขึ้นกับคุณภาพของรัฐ เอกชน และประชาสังคมในสังคมนั้นๆ อีกทอดหนึ่ง
slide62
ข้อสังเกตส่งท้าย
  • การสร้างธรรมาภิบาลขึ้นในแต่ละสังคมมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และคุณค่าในสังคมนั้น ๆ
  • ธรรมาภิบาลแบบจีน และ NICs เองก็มีประสิทธิภาพไม่น้อย และชี้ให้เห็นว่าไม่ได้มีแต่เพียงธรรมภิบาลแบบตะวันตกเท่านั้นที่ดี
  • การสร้างธรรมาภิบาลต้องใช้เวลา และอาศัยความร่วมมือจากสถาบันต่าง ๆ ในสังคมทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ การแก้ไขกฎหมายเพียงบางฉบับ ไม่อาจสถาปนาธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขึ้นได้