1 / 22

BENCHMARKING

BENCHMARKING. บัลลังก์แห่งความสำเร็จ. คำที่เกี่ยวข้อง. Benchmark หมายถึง Best-in-class คือ ผู้ที่เก่งที่สุด ดีที่สุด ผู้ที่เก่งที่สุด คือ ต้นแบบที่ผู้อื่นจะใช้วัดเพื่อเปรียบเทียบความสามารถของตน

hedva
Download Presentation

BENCHMARKING

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author. Content is provided to you AS IS for your information and personal use only. Download presentation by click this link. While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server. During download, if you can't get a presentation, the file might be deleted by the publisher.

E N D

Presentation Transcript


  1. BENCHMARKING บัลลังก์แห่งความสำเร็จ

  2. คำที่เกี่ยวข้อง • Benchmarkหมายถึง Best-in-class คือ ผู้ที่เก่งที่สุด ดีที่สุด ผู้ที่เก่งที่สุด คือ ต้นแบบที่ผู้อื่นจะใช้วัดเพื่อเปรียบเทียบความสามารถของตน • Benchmarkingคือ วิธีการในการวัดและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ บริการและวิธีการปฏิบัติกับองค์การที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เพื่อนำผลของการเปรียบเทียบมาใช้ในการปรับปรุงของตนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ • Best Practicesคือ วิธีการปฏิบัติที่ทำให้องค์การประสบความสำเร็จ หรือการปฏิบัติทั้งหลายที่สามารถก่อให้เกิดผลที่ดีเลิศ

  3. หลักการที่สำคัญในการทำ Benchmarking • คือ การค้นหา Benchmark และวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด หรือ Best Practices นั่นเอง แล้วจึงศึกษาเปรียบเทียบและนำมาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้ตนเองดีกว่า Benchmarking Benchmark Best Practices

  4. หลักการพื้นฐาน • BM ไม่ใช่การลอกเลียนแบบจากผู้อื่น หรือการไปดูตัวเลขเปรียบเทียบคู่แข่ง แต่ BM เป็นกระบวนการเรียนรู้วิธีการปฏิบัติจากผู้อื่นซึ่งเป็นการกระทำอย่างเปิดเผย เป็นระบบ และมีจุดประสงค์ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ แต่เป็นการนำวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศที่เรียนรู้มาประยุกต์ให้เหมาะสมกับองค์การของตน

  5. ขอบเขตของการทำ Benchmarking • ทำได้ทุกระดับและทั่วทั้งองค์การ ทั้งระดับกลยุทธ์ และระดับปฏิบัติการ Input Process Output Benchmarking

  6. ประเภทของ Benchmarking • วิธีการแบ่งตามวัตถุประสงค์ • วิธีการแบ่งผู้ที่เราเปรียบเทียบ

  7. แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการทำ BMเป็น 4 ประเภท • เปรียบเทียบเฉพาะผลของการปฏิบัติงาน เช่น ผลกำไร ยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด ร้อยละของการเติบโต เป็นต้น • เปรียบเทียบกระบวนการทำงานหรือวิธีปฏิบัติงาน เช่น การรับคำสั่งซื้อ การจัดคิวผู้รับบริการ การฝึกอบรม เป็นต้น • เปรียบเทียบความพึงพอใจของลูกค้า เช่น รูปแบบของผลิตภัณฑ์การบริการเป็นต้น • เปรียบเทียบด้านกลยุทธ์ขององค์การ

  8. การแบ่งตามผู้ที่เราไปเปรียบเทียบการแบ่งตามผู้ที่เราไปเปรียบเทียบ • เปรียบเทียบภายในองค์การ • เปรียบเทียบกับคู่แข่ง • เปรียบเทียบกับผู้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน • เปรียบเทียบระหว่างธุรกิจต่างประเภท

  9. แนวทางการทำ BM • การทำ BM แบบกลุ่ม คือ การรวมกลุ่มองค์การที่ต้องการทำเหมือนๆ กัน อาจจะต้องมีผู้ประสานงานและดำเนินการเก็บข้อมูลให้ มีการวางแผนและปฏิบัติการร่วมกัน กำหนดหัวข้อ หาคู่เปรียบเทียบ เก็บข้อมูล พัฒนาแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลการศึกษาร่วมกัน • การทำ BM แบบเดี่ยว คือ ทำเฉพาะองค์การเดียว ทุกอย่างต้องทำด้วยตนเอง มีอิสระเลือกทำได้ ข้อเสียคือ อาจต้องการใช้เวลานานกว่าแบบกลุ่ม

  10. การเตรียมความพร้อมในการทำ BM • ความมุ่งมั่น จริงจังของฝ่ายบริหาร • สนับสนุนทรัพยากร • มอบหมายหน้าที่ผู้รับผิดชอบระดับสูง กำกับ ช่วยเหลือและประสานงาน • ฝึกอบรมผู้เกี่ยวข้อง • เลือกแนวทาง (กลุ่ม/เดี่ยว) ที่เหมาะสม • ความพร้อมของทีมงานทั้งความรู้และทักษะ • ประชาสัมพันธ์ภายในหน่วยงาน

  11. การสร้างทีม BM • ควรเป็นทีมงานแบบ Cross Function Team • มีสมาชิกที่มากจากกระบวนการที่ทำ BM หรือ เจ้าของ • สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์กระบวนการและพัฒนา • สมาชิกควรมีความรู้หรือเคยทำ BM มาก่อน • มีการประสานงานที่ดี ทุกทิศทาง • หัวหน้าทีมต้องมีความรู้ BM เป็นอย่างดี

  12. กระบวนการและรูปแบบการทำ BM ขั้นตอนย่อย ขั้นตอนใหญ่ 1. การวางแผน การกำหนดหัวข้อ การกำหนดคู่เปรียบเทียบ การกำหนดวิธีการ 2. วิเคราะห์ การหาช่วงห่าง การหาช่วงห่างในอนาคต 3. บูรณาการ การสื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ การตั้งเป้าหมาย การทำแผนปฏิบัติการ การนำแผนไปปฏิบัติ การทบทวนผล 4. การปฏิบัติ รูปแบบของ บริษัท ซีรอกซ์ 4 ขั้นตอนใหญ่ 10 ขั้นตอนย่อย

  13. ขั้นตอนและกระบวนการทำ BM • ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Planning) • การกำหนดหัวข้อที่จะทำ BM (วิเคราะห์จากมุมมองภายในและภายนอก) • การกำหนดองค์การที่จะเปรียบเทียบ • การกำหนดวิธีการเก็บข้อมูลและการเก็บข้อมูล

  14. ขั้นตอนและกระบวนการทำ BM • ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis Stage) • การหาช่วงห่างระหว่างตัวเรากับองค์การที่เปรียบเทียบ

  15. สูตรการหาช่วงห่าง (GAP) ช่วงห่าง (GAP)= ผู้ที่เราเปรียบเทียบ – ตัวเรา ผู้ที่เราเปรียบเทียบ X 100 EX เงินตัวของผู้จัดการของบริษัท B เท่ากับ 40,000 บาท บริษัทของเราเท่ากับ 22,000 บาท ช่วงห่าง (GAP) = 40,000 – 22,000 X 100 40,000 ดังนั้นช่วงห่าง (GAP)= 45 %

  16. ตัวอย่างตารางการเปรียบเทียบตัวอย่างตารางการเปรียบเทียบ

  17. การวิเคราะห์ความแตกต่างการวิเคราะห์ความแตกต่าง • การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างเรากับผู้ที่เราเปรียบเทียบสามารถประยุกต์เครื่องมือด้านการควบคุมคุณภาพต่าง ๆ มาช่วย เครื่องมือที่สำคัญ ได้แก่ • 7 QC tools • PDCA • Brainstorming • แผนภูมิแนวโน้ม (Trend chart) • แผนภูมิ Z (Z chart) • ฯลฯ

  18. ขั้นตอนและกระบวนการทำ BM • การคาดคะเนช่วงห่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประสิทธิภาพ ตัวเรา คู่เปรียบเทียบ ตัวอย่าง แผนภูมิ Z เวลา ปัจจุบัน อนาคต ระยะเวลา(ปี)

  19. ขั้นตอนและกระบวนการทำ BM • ขั้นที่ 3 การบูรณาการ (Integration stage)คือขั้นตอนนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลมาประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและตั้งเป้าหมายร่วมกัน ประกอบด้วยขั้นตอนย่อยดังนี้ • สื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ • การตั้งเป้าหมายการดำเนินงานขององค์การ

  20. ขั้นตอนและกระบวนการทำ BM • ขั้นตอนที่ 4 การปฏิบัติ (Action stage) • การจัดทำแผนปฏิบัติการ • การนำแผนปฏิบัติและการควบคุม • การทบทวนผลการดำเนินงานเทียบกับคู่เปรียบเทียบ • บรรลุเป้าหมายหรือยัง • Benchmark พัฒนาไปอีกหรือไม่ • ต้องทบทวนเป้าหมายใหม่หรือไม่ • สิ่งที่เรียนรู้จาก Benchmarking ครั้งนี้คืออะไร • จุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงคืออะไร

  21. บทสรุป • Benchmarking เป็นแนวคิดในการปรับปรุงองค์การโดยการใช้ตัวเปรียบเทียบนั่นคือเป็นการศึกษาดูว่าองค์การที่ประสบความสำเร็จที่สุดที่เลือกไว้เป็นตัวเทียบนั้นเขาทำอย่างไร แล้วนำวิธีการของเขามาปรับใช้ในองค์การของตนเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายหรือดีกว่าตัวเทียบนั้น ดังนั้นการศึกษาดูงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของ Benchmarking เท่านั้น

  22. ขงจื๊อ (551-479 ปีก่อนปีคริสตกาล) • หากเจ้าวางแผนไว้ 1 ปี .............. จงปลูกข้าว • หากเจ้าวางแผนไว้ 10 ปี .............. จงปลูกต้นไม้ • หากเจ้าวางแผนไว้ 100 ปี .................................... ...............จงให้การศึกษา แก่บุตรหลาน

More Related