slide1 n.
Download
Skip this Video
Download Presentation
ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 30

ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา - PowerPoint PPT Presentation


  • 185 Views
  • Uploaded on

ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา. โดย รองศาสตราจารย์ ดร . วาสนา คุณาอภิสิทธิ์ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2548-2550. ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา' - umed


Download Now An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1
ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา

โดย

รองศาสตราจารย์ ดร.วาสนา คุณาอภิสิทธิ์

คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

2548-2550

slide2

ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา

ความหมายของทฤษฎี ตามพจนานุกรมภาษาไทย หมายถึง ความเห็น การเห็น การเห็นด้วยใจ ลักษณะที่คิดคาด เอาตามหลักวิชาเพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์ หรือข้อมูลในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างมีระเบียบ

slide3
ความหมายของทฤษฎี ตามพจนานุกรมภาษาอังกฤษ คือ การอธิบายเกี่ยวกับหลักการทั่วไปทั้งทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ (ตรงกันข้ามกับการปฏิบัติ) ทฤษฎีเป็นการให้เหตุผลประกอบการอธิบายความจริงหรือข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ต่างๆ เช่นทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน และทฤษฎีเป็นความคิดที่ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลก็ได้ เช่น ลินน์ มีทฤษฎีว่าการสวมหมวกทำให้ผู้ชายหัวล้าน
slide4
บางความหมายมีว่า ทฤษฎีเป็นมุมมองด้านจิตใจ เป็นความคิดหรือการว่างแผนอยู่ในใจเกี่ยวกับวิธีทำอะไรหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นระบบข้อความหรือของหลักการต่างๆ ที่รวบรวมเข้าไว้ด้วยการ
  • ทฤษฎีเป็นความคิดใดความคิดหนึ่งหรือรูปแบบความคิดหลายความคิดรวมกัน ทั้งนี้เพื่อตั้งใจอธิบายเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง ทฤษฎีมีรากฐานมาจากความจริง และการให้เหตุผลเชิงพินิจพิเคราะห์ แต่ถึงอย่างไรทฤษฎีก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์
slide5
องค์ประกอบของทฤษฎี

ทฤษฎีมีองค์กระกอบ 3 มิติดังนี้

1. สิ่งที่รู้แล้ว (Events of Known Dimensions)

2. สิ่งที่สมมติหรือคาดคะเนว่ารู้ (Events of AssumedDimensions)

3. สิ่งที่ยังไม่รู้ (Events of Unknown Dimensions)

1

2

3

slide6
สรุปความหมายของทฤษฎี

ทฤษฎีเป็นแนวทางการปฏิบัติงานอย่างมีกฎเกณฑ์ ระเบียบแบบแผนเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ และพร้อมกันนั้น การปฏิบัติยังนำไปสู่ทฤษฎีได้อีกด้วย ถ้าการปฏิบัตินั้นได้ผลสม่ำเสมอ ทฤษฎีจึงเป็นสากล เพราะพิสูจน์ ทดลอง หาเหตุผลได้ สอดคล้องกับที่ แพนกราซิ และดาสต์ (Pangraziand Darst. 1985:31) กล่าวว่า ทฤษฎี คือรูปแบบที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันของความคิด (Ideas) หรือความคิดรวบยอด (Concepts) ที่มีการอธิบายเกี่ยวกับวิชานั้นๆไว้อย่างมีระบบระเบียบ

slide7

ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติ

การปฏิบัติ

ทฤษฎี

การปฏิบัติ

การปฏิบัติ

การปฏิบัติ

การปฏิบัติ

ทฤษฎี

การปฏิบัติ

กฎเกณฑ์

การปฏิบัติ

การวิจัย

สูตร

slide8
ทฤษฎีการสอน
  • ทฤษฎีหลักสูตร (Curriculum Theory) คือ สิ่งที่ใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจเกี่ยวกับจุดมุ่งหมาย เนื้อหา โครงสร้าง ผลผลิต (การจัดลำดับ) และการประเมินผลเกี่ยวกับการว่างแผนหลักสูตร (Bain.1978)
  • ทฤษฎีหลักสูตรยังช่วยให้ผู้ว่างแผนหลักสูตรพลศึกษาเกิดความคิดหรือแนวคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกและจัดเนื้อหาวิชาต่างๆ ช่วยในการคาดคะเน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกันของเนื้อหาและกระบวนการสอน
  • ทฤษฎีการสอน (Instructional Theory) แตกต่างจากทฤษฎีหลักสูตรตรงที่มุ่งเน้นเฉพาะองค์ประกอบของกระบวนการเรียนการสอน(teaching-learning process) เกี่ยวข้องกับการที่ว่าทำอย่างไรจึงจะให้องค์ประกอบของการสอนมีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน (Pangrazi and Darst.1985)
  • สรุป ทั้งทฤษฎีหลักสูตร และทฤษฎีการสอน จะไม่แยกออกจากกันต้องทำควบคู่กันไปเสมอ
slide9
ประโยชน์ของทฤษฎี

1.เกิดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลกับข้อมูลซึ้งเป็นข้อเท็จจริงได้

2.เกิดการแบ่งแยกหรือแบ่งชั้น(classification) หรือเกิดความคิดรวบยอด(concept)ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

3.คาดคะเนข้อมูลหรือข้อเท็จจริงได้

4.ทำให้มีการวิจัยค้นคว้าต่อเนื่อง

5.ใช้เป็นเหตุผลประกอบการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆได้

6.เป็นแนวทางปฏิบัติให้เกิดผลต่อไป

slide10
ทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษาทฤษฎีหลักสูตรพลศึกษา

ทฤษฎีดั้งเดิม หรือทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ

ทฤษฎีระดับของการพัฒนา

ทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจหรือการกำหนดเป้าหมาย

ทฤษฎีการสร้างความคิดรวบยอด

ทฤษฎีวิเคราะห์การเคลื่อนไหว

(Pangrazi, Drast, Corbin, Seidel, Jewett)

slide11

ทฤษฎีดั้งเดิมหรือ

ทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ

(Traditional Theory, Activity – Centered Theory or

Movement Forms Theory)

(Siedentop. 1980b)

slide12
ทฤษฎีดั้งเดิมหรือทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆทฤษฎีดั้งเดิมหรือทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ

กิจกรรมเสริมสร้างร่างกาย

กีฬาทีม

เกมนันทนาการ

กีฬาเดี่ยวหรือกีฬาในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมกลางแจ้ง

เต้นรำ

กิจกรรมทางน้ำ

slide13

ทฤษฎีดั้งเดิมหรือทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆทฤษฎีดั้งเดิมหรือทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆ

เป็นทฤษฎีที่เน้นกิจกรรมทางพลศึกษาเป็นศูนย์กลางและปฏิบัติกันมา

จนเป็นประเพณีซึ่งแบ่งได้ดังนี้

•กีฬาทีม เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล

• กีฬาเดี่ยวหรือกีฬาในชีวิตประจำวัน (lifetime sports)เช่น เทนนิส แบดมินตัน

• เต้นรำ เช่น การเต้นรำพื้นเมือง ชนบท

• กิจกรรมเสริมสร้างร่างกาย เช่น การวิ่งเหยาะๆ แอโรบิก

• เกมนันทนาการ เช่น เทเบิลเทนนิส

• กิจกรรมกลางแจ้ง เช่น จักรยาน สเกต

• กิจกรรมทางน้ำ เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ กีฬาทางน้ำต่างๆ

slide14

หลักสูตรที่ใช้ทฤษฎีดั้งเดิมนี้จะจัดกิจกรรมใน7ลักษณะอย่างสมดุล รวมทั้งยังคำนึงถึงองค์ประกอบพื้นฐานเกี่ยวกับการนำไปปฏิบัติได้จริง เช่น ความสนใจของนักเรียน ความสนใจของครู สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์และบรรยากาศการเรียน และในการแบ่งกลุ่มนักเรียนนั้นเป็นการแบ่งตามระดับชั้นมากกว่าแบ่งตามระดับความสามารถหรือระดับพัฒนาการ ให้นักเรียนได้มีโอกาสเลือกเรียนกิจกรรมพลศึกษาตามชอบ การเลือกเรียนแบบนี้ทำให้ครูและนักเรียนมีระดับความสนใจ ความกระตือรือร้น และแรงจูงใจมากขึ้น เป็นการพัฒนาด้านสังคม อารมณ์ สติปัญญา และร่างกาย

slide15
ทฤษฎีนี้แนะนำถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดประโยชน์ภายใน หรือแรงจูงใจภายในและความพึงพอใจกิจกรรมต่างๆ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาถึงพื้นฐานด้านคุณประโยชน์ภายนอกหรือแรงจูงใจภายนอก
slide16

ทฤษฎีการสร้างความคิดรวบยอดทฤษฎีการสร้างความคิดรวบยอด

(Conceptual Theory)

(Corbin. 1984)

slide17
ทฤษฎีการสร้างความคิดรวบยอดทฤษฎีการสร้างความคิดรวบยอด

สมรรถภาพของ

ระบบไหลเวียนโลหิต

วิธีออกกำลังกายที่ถูกต้อง

ทักษะเกี่ยวกับสมรรถภาพ

ความแข็งแรง

การควบคุมไขมัน

ความอดทน

วิธีวางแผนโปรแกรม

การออกกำลังกาย

ความอ่อนตัว

slide18

เน้นเรื่องความแข็งแรงสมบูรณ์ (fitness) ด้วยการสอนแบบบรรยาย การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และการพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันนอกจากนี้ยังเน้นเรื่องความกินดีอยู่ดีของมนุษย์(human wellness)

ความกินดีอยู่ดี หมายถึงสภาพของสุขภาพที่สำคัญซึ่งเป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต

ทฤษฎีมุ่งเน้นที่ความรู้และความเข้าใจในสมรรถภาพทางกายและการกินดีอยู่ดีเป็นหลัก เน้นที่วิชาการมากกว่าทฤษฎีรูปแบบการเคลื่อนไหว

(TheMovement Forms Theory)

slide19

ทฤษฎีวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทฤษฎีวิเคราะห์การเคลื่อนไหว

(Movement Analysis Theory)

(Seidel et al.1980)

slide20

ทฤษฎีนี้อธิบายถึงองค์ประกอบของการเคลื่อนไหวในเรื่องของเวลา พื้นที่ แรง คาน องค์ประกอบของการเคลื่อนไหวจึงเป็นศูนย์กลางของการจัดโปรแกรมพลศึกษา การสอนก็มุ่งเน้นเกี่ยวกับแรง ความสมดุล การตี การเคลื่อนที่ เสถียรภาพ การทำงานของคานต่างๆ

slide21

ทฤษฎีนี้ยังเน้นเรื่องของนิยามศัพท์ ความรู้และการวิเคราะห์ความสามารถ การสอนวิธีโดยอ้อม ซึ่งเรียกว่า การแก้ปัญหา หรือการค้นพบความสามารถของตนเองจากคำแนะนำ(ไม่ใช้การสอน)ของครูเข้าไปด้วย เช่น การวิเคราะห์วิธีการเล่นฟุตบอล รู้จักตำแหน่งการยืนของคู่ต่อสู้ แต่ทฤษฎีนี้มีส่วนที่เหมือนกับทฤษฎีการสร้างความคิดรวบยอด คือ ถ้าใช้เวลาในการศึกษาและวิเคราะห์มากเท่าใดก็จะมีเวลาในการพัฒนาทักษะน้อยลงไปเท่านั้น

motive or purpose theory
ทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจ หรือ

การกำหนดเป้าหมาย

(Motive or Purpose Theory)

(Jewett and Mullan. 1977)

slide23
ทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจ หรือการกำหนดเป้าหมาย

การเป็นผู้นำ

การระบายอารมณ์

การแข่งขัน

ความท้าทาย

ความรู้สึก

การทำงานเป็นทีม

ประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนเลือด

และระบบหายใจ

slide24

ทฤษฎีนี้เน้นเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ

• พัฒนาการของคนแต่ละคน

• สิ่งแวดล้อม

• การปะทะสัมพันธ์กับสังคม (social interaction)

slide25
การแบ่งความสำคัญของเนื้อหาในแต่ละส่วนนั้นต้องทำอย่างระมัดระวังหากมีการเน้นส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป เนื้อหาอื่นๆที่เหลือจะลดลง ถ้าเน้นมากไปทำให้เวลาในการฝึกทักษะทางกายลดลง จุดมุ่งหมายสำคัญของโปรแกรมอาจลดลงได้ การมีความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมพลศึกษาไม่เหมือนกับการมีประสบการณ์เกี่ยวกับกิจกรรม พลศึกษา(การปฏิบัติ)
slide26

ทฤษฎีระดับของพัฒนาการทฤษฎีระดับของพัฒนาการ

(Developmental Level Theory)

(Gruelich and Pyle.1950; Hale. 1956)

slide27
ทฤษฎีระดับของพัฒนาการทฤษฎีระดับของพัฒนาการ

ระดับประถมศึกษาตอนปลาย

และมัธยมศึกษาตอนต้น

ระดับประถมศึกษา

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับ ทักษะกีฬาเฉพาะอย่าง ทักษะเฉพาะ

การจัดร่างกาย

เกมต่างๆที่ดัดแปลง กลยุทธการเล่นกีฬา

ทักษะการเคลื่อนไหว จากกีฬา

ที่เคลื่อนที่

เต้นรำ ความรู้เกี่ยวกับกีฬา

ทักษะการเคลื่อนไหว และการวางแผนการเล่น

ที่ไม่เคลื่อนที่

การวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน

ทักษะการจัดการเคลื่อนไหว ร่างกาย

slide28

ทฤษฎีนี้มีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่ว่า กิจกรรมพลศึกษาที่แตกต่างกันประกอบกับวิธีการจัดกิจกรรมพลศึกษาเหล่านั้น ควรนำมาประกอบกันเป็นหลักสูตรให้ผู้เรียนที่มีพัฒนาการแตกต่างกันหลากหลายได้เรียน หรือผู้เรียนควรได้เรียนกิจกรรมพลศึกษาที่จัดขึ้นด้วยการคำนึงถึงพัฒนาการด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาของผู้เรียน ผู้เรียนจะมีความพร้อมหรือมีความสามารถที่จะปฏิบัติกิจกรรมหรือดัดแปลงกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับระดับพัฒนาการของตนเอง

slide29
พัฒนาการของโครงสร้างร่างกายและความเจริญเติบโตที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์อย่างมากกับความสำเร็จในการปฏิบัติทักษะในการเรียนพลศึกษาและกีฬาต่างๆพัฒนาการของโครงสร้างร่างกายและความเจริญเติบโตที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์อย่างมากกับความสำเร็จในการปฏิบัติทักษะในการเรียนพลศึกษาและกีฬาต่างๆ
slide30

องค์ประกอบ

การนำทฤษฎีหลักสูตรไปปฏิบัติ

ปรัชญาส่วนบุคคล

พลศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา

กีฬา การแข่งขันกีฬาในโรงเรียน

และชมรมกีฬา

เจ้าหน้าที่พลศึกษา

การบริหารโรงเรียน

งบประมาณและเงินทุน

ชุมชน : ประชาชน และ

ลักษณะภูมิอากาศ

แผนงานของโรงเรียน

อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก

กฎระเบียบ และข้อบังคับ