slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงาน PowerPoint Presentation
Download Presentation
การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงาน

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 54

การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงาน - PowerPoint PPT Presentation


  • 176 Views
  • Uploaded on

การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงาน. จัดทำโดย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 นางสาว ณัฐ ชา เทียมทองใบ เลขที่ 33 นางสาว ธันย พร ตระหนักวิเศษกุล เลขที่ 37 นางสาว ปัทมพร ศรีโปดก เลขที่ 40 นางสาว อมราวดี เกิดสว่าง เนตร เลขที่ 41

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับงาน' - raya-chaney


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

การเลือกใช้คอมพิวเตอร์การเลือกใช้คอมพิวเตอร์

ให้เหมาะสมกับงาน

slide2

จัดทำโดย

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6

นางสาว ณัฐชา เทียมทองใบ เลขที่ 33

นางสาว ธันยพร ตระหนักวิเศษกุล เลขที่ 37

นางสาว ปัทมพร ศรีโปดก เลขที่ 40

นางสาว อมราวดี เกิดสว่างเนตร เลขที่ 41

นางสาว วริษฐา วังกานนท์ เลขที่ 42

slide3

การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงานการเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน

slide4

เลือกซื้อคอมพิวเตอร์อย่างไรให้เหมาะสมก่อนอื่นเราควรคำนึงวัตถุประสงค์หลักหรือความต้องการในการใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ ของตนเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการทำงานหรือเพื่อความบันเทิงเนื่องจากงานต่างๆจะมีส่วนสำคัญในการพิจารณาเลือกชื้ออุปกรณ์ให้ตรงตามความต้องการและที่สำคัญคืองบประมาณของเราด้วย

ซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้ใช้ทั่วไปนิยมกำหนดรายละเอียดและเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆด้วยตนเองเพื่อให้ได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตรงตามความต้องการมากที่สุดอีกทั้งยังเป็นการควบคุมงบประมาณในกระเป๋าได้อีกทางหนึ่งด้วย

slide5

การเลือกคอมพิวเตอร์มาใช้งานนั้นมีการจำแนกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. งานทางด้านเอกสาร รายงาน หรืองานสำนักงาน

คอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ในลักษณะงานทั่วๆไปเช่นการพิมพ์งาน การดูหนังฟังเพลงและการใช้อินเตอร์เน็ตซึ่งโปรแกรมที่ใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรม Microsoft Office จึงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากนัก

slide6

2. งานทางด้านกราฟิก ออกแบบสิ่งพิมพ์ และสื่อมัลติมีเดีย

คอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในระดับมืออาชีพ เช่นวิศวกร สถาปนิกออกแบบอาคาร Graphic Designer หรือต้องการตัดต่อภาพยนตร์ ซึ่งผู้ซื้อที่มีความต้องการในระดับนี้มักจะมีงบประมาณในการเลือกซื้อที่มากเพียงพอในการเลือกซื้ออุปกรณ์รวมถึงอุปกรณ์เฉพาะด้านตามที่ต้องการจึงทำให้ราคานั้นอาจอยู่ในระดับค่อนข้างสูงและแน่นอนงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายก็ต้องสูงตามด้วย

slide7

3. เล่นเกมคอมพิวเตอร์และบันเทิงเป็นหลัก

คอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ในการฟังเพลง ดูภาพยนตร์ในระดับคุณภาพเสียงแบบดิจิตอลหรือเล่นเกมส์แบบ 3D หรือเสียงสามมิติโดยเฉพาะซึ่งจะนิยมเลือกส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพในระดับปานกลางแต่เน้นอุปกรณ์เฉพาะด้านใช้CPUความเร็วปานกลางก็น่าจะพอ แล้วเลือก VGA Card หรือการ์ดจอที่ระดับความเร็วสูงสักหน่อยและเลือกลำโพงในระดับที่ดีพอควร งบประมาณหรือราคาจะอยู่ระดับปานกลาง

slide8

การรับประกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์การรับประกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

slide9

ระยะเวลาในการรับประกันสินค้าขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอุปกรณ์แต่ละชิ้น ซึ่งตามปกติแล้วคอมพิวเตอร์แบบประกอบเองมักมีการรับประกัน 1 ปี แต่ถ้าเป็นเครื่องยี่ห้อ (Brand Name) ซึ่งมีราคาแพงกว่าอาจมีการรับประกันถึง 3 ปี ถ้าหากเรามีงบประมาณไม่เพียงพอ การเลือกซื้อแบบประกอบเองก็เป็นทางเลือกที่ดี ทั้งนี้ ถ้ามีความเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้วจะพบว่าชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในชิ้นมีการรับประกันมากกว่านั้นอีก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเรามากโดยมีรายละเอียดในการประกันชิ้นส่วนอุปกรณ์ดังนี้ คือ

slide10

-ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk)ผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง คือ Seagate และ Quantum ซึ่งนำเข้าโดยบริษัทอินแกรมและดีคอมพิวเตอร์ ซึ่งฮาร์ดดิสก์ของทั้งสองบริษัทดังกล่าวเป็นที่นิยมใช้กันมากในบ้านเรา เนื่องจากมีราคาถูกและแข็งแรงทนทานประกอบกับการรับประกันนานถึง 3 ปี ถ้าเสียหายใน 1 เดือนแรก บริษัทจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่ให้ทันที การรับประกันโดยทั่วไปไม่ครอบคลุมถึงฮาร์ดดิสก์ไหม้ เพราะเสียบแหล่งจ่ายไฟผิดขั้ว หรือเสียบเพราะทำหล่นหรือกระแทกอย่างแรง

slide11

-เมนบอร์ด (Main board)ส่วนใหญ่จะมีการรับประกันขั้นต่ำ 1 ปี แต่ถ้าเป็นเมนบอร์ดที่มีชื่อเสียงจะมีการรับประกันถึง 3 ปี ซึ่งมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่ก็คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาในการรับประกัน ซึ่งจะรับประกันในกรณีที่เสียจากการใช้งานตามปกติเท่านั้น ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดของเราเองเช่น ไหม้ เนื่องจากเสียบแหล่งจ่ายไฟผิดขั้ว เสียบการ์ดลงไปอย่างแรงทำให้เมนบอร์ดหักหรือลายวงจรขาด เป็นต้น โดยทั่วไปถ้าเมนบอร์ดเสียภายในเวลา 1 เดือนร้านจะเปลี่ยนให้ใหม่ (Clamed) ถ้าเสียหายหลังจากนั้นทางร้านจะส่งซ่อมโรงงาน และให้เรามารับกลับเมื่อซ่อมเสร็จแล้ว

slide12

-ซีพียู (CPU)ซึ่งซีพียูที่มีชื่อเสียง คือ ค่ายของ Intel นำเข้าโดยบริษัทอินแกรมและดีคอมพิวเตอร์ส่วนซีพียูของค่าย AMD นำเข้าโดยบริษัท Power Highland และค่ายของ VIA ซึ่งซีพียูของทั้งสามบริษัทนี้มีการรับประกันสินค้า 3 ปี ส่วนซีพียูที่นำเข้าโดยผู้ค้ารายย่อยอื่นๆ มีการรับประกันเพียง 1 ปี ดังนั้นก่อนซื้อควรพิจารณาดูให้ดี แต่ตามปกติแล้วซีพียูมักจะเสียหายยากกว่าอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ นอกจากเราจะทำการโอเวอร์คล็อกมาเกินไปจนทำให้เกิดความร้อนสูง หรือในกรณีที่เราเสียบขาซีพียูลงใน Slot หรือ Socket ผิดด้าน จะทำให้ซีพียูไหม้ ซึ่งไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันเช่นเดียวกับเมนบอร์ด โดยทั่วไปถ้าซีพียูเสียหายภายใน 1 เดือน ทางร้านจะเปลี่ยนให้ใหม่ แต่ถ้าเสียหายหลังจากนั้นทางร้านจะส่งคืนโรงงานรอการเคลมประกันต่อไป

slide13

-หน่วยความจำหรือแรม (RAM)จะแบ่งออกเป็น 2 เกรด คือ เกรดดีจะมีการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Livetime Warranty)ประเภทนี้จะมีราคาแพงกว่าแรมชนิดอื่น ซึ่งมักจะเป็นแรมเกรดทั่วไปที่รับประกันเพียง 1 ปี แต่แรมชนิดทั่วไปนี้จะมีราคาถูกกว่าแรมเกรดดีมาก

-ฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk)ส่วนใหญ่มีการรับประกัน 1 ปี บางยี่ห้อซึ่งมีราคาถูกมากจะรับประกันเพียง 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นก่อนจะซื้อควรสอบถามทางผู้ขายให้แน่ใจเสียก่อน

-ซีดีรอม (CD-ROM)รับประกัน 1 ปี แต่ถ้าหากเสียหาย หรือมีปัญหาก็ให้รีบส่งทางร้านภายใน 15 วัน ทางร้านจะเปลี่ยนสินค้าใหม่ ถ้าหลังจากนั้นคงต้องส่งเคลมประกันที่โรงงานและมารับกลับเองเมื่อซ่อมเสร็จ

slide14

-การ์ดจอ และการ์ดเสียง (Video & Sound Card) รับประกัน 1 ปี ส่วนใหญ่อุปกรณ์ประเภทนี้มักไม่เสียง่าย แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการเสียบการ์ดไม่แน่น ทำให้ไม่มีภาพปรากฏบนหน้าจอเท่านั้น

-แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply)รับประกัน 1 ปี ซึ่งแหล่งจ่ายไฟบางครั้งมีผลต่อการทำงานของเครื่องเช่นกัน สินค้าประเภทอื่นมักมีใบรับประกันสินค้า แต่สินค้าประเภทคอมพิวเตอร์มักใช้สติ๊กเกอร์รับประกัน (Warranty Sticker) เพื่อยืนยันว่าสินค้านี้มาจากร้านของตนจริง โดยมีการกำหนดวันที่จำหน่าย และระยะเวลาในการรับประกันไว้

slide15

1.) สติ๊กเกอร์ที่กำหนดเวลาเริ่มต้นการรับประกัน ซึ่งเป็นแบบที่นิยมกันมากกว่าเพราะง่ายต่อการบันทึกวันเริ่มต้นรับประกันไป เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละชิ้นมีระยะเวลาในการรับประกันไม่เท่ากันเช่น ซื้อสินค้าไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2002 เป็นต้น

2.) สติ๊กเกอร์กำหนดเวลาสิ้นสุดการรับประกัน รับเป็นรูปแบบสติ๊กเกอร์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ซื้อ เนื่องจากจะทราบเวลาสิ้นสุดการรับประกันสินค้าได้ อย่างชัดเจนจากการเขียนลงบนสติ๊กเกอร์นั้นแต่ทางร้านไม่นิยมใช้แบบนี้ เนื่องจากต้องระบุวันที่สิ้นสุดการรับประกันลงไป ซึ่งมีโอกาสที่จะเขียนผิดพลาดได้ง่าย วันสิ้นสุดการรับประกันในสินค้ามักมีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า EXPIRE อยู่ด้วยเสมอ

สติ๊กเกอร์แบบนี้ที่บริเวณด้านล่างมักจะมีคำว่า Warranty Void If Remove หมายความว่า รับประกันจะสิ้นสุดลง เมื่อมีการแกะหรือฉีกสติ๊กเกอร์ออกจากตัวสินค้านั้น ดังนั้นเมื่อซื้อสินค้าควรจะตรวจดูสติ๊กเกอร์รับประกันด้วยว่า ยังอยู่หรือติดไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่

โดยทั่วไปสติ๊กเกอร์รับประกันจะมี 2 รูปแบบ คือ
slide16

การเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์การเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

slide17

การเลือกหน่วยประมวลผลกลางการเลือกหน่วยประมวลผลกลาง

1.ความเร็วของ ซีพียู

        ความเร็วของซีพียู   ซึ่งใช้สัญญาณนาฬิกาเป็นตัวกำหนดนะครับ  โดยมีหน่วยเป็น “เฮิรตซ์ (Hz)”  ก็คือการที่ซีพียูทำงาน 1 ครั้งต่อ 1 วินาทีนั้นเอง  แต่ในปัจจุบันซีพียูนั้นมีความเร็วมากอยู่ในระดับ “กิกะเฮิรตซ์ (GHz)” แล้ว  เช่น 1 กิกะเฮิรตซ์  คือซีพียูทำงานได้ถึง 1 พันล้านครั้ง  ต่อวินาที  ยิ่งมีค่าสัญญาณนาฬิกามากเท่าไหร่ก็สามารถทำงานได้รวดเร็วเท่านั้น เช่น AMD Phenom 9650 2.3GHz 

slide18

2.หน่วยความจำแคช(Cache)

หน่วยความจำแคชก็เป็นหน่วยความจำหนึ่งที่ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ  เพราะแคชมีหน้าที่ในการจัดเก็บคำสั่งและข้อมูลที่ได้ใช้บ่อยๆ  เพื่อส่งไปยังซีพียู  ซึ่งแคชเองทำงานร่วมกับแรมเพื่อเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง 2 อุปกรณ์ 

ให้เชื่อมต่อกันเพราะฉะนั้นแล้วยิ่งมีแคชมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความเร็วเท่านั้นด้วย

slide19

ในปัจจุบันเองได้มีการเพิ่มเทคโนโลยี Pre-Fetch ในบางรุ่นจะมี ที่มีแคชถึงระดับ L3 ทำหน้าที่ในการคอยอ่านข้อมูลจากแรมมายังแควตลอกเวลา  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น  โดยความเร็วทั้ง 3 ระดับดังนี้

แคชระดับที่ 1 (L1)เป็นแคชขนาดเล็ก  เป็นแคชที่มีขนาดเล็กที่สุด  อยู่แค่ 32-128 KB เท่านั้น  และอยู่ใกล้ชิดกับซีพียูมากที่สุด 

 แคชระดับที่ 2 (L2)จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาเพราะจะทำการเก็บข้อมูลจากแรมเป็นหลัก

แคชระดับที่ 3 (L3)อยู่คั่นกลางระหว่างแรมกับแคช L2 โดยจะมีขนาดใหญ่กว่าเพื่อนซึ่งมีประมาณ 2-8 MB และจะอยู่ใกล้กับบัสเพื่อสามารถที่จะถ่ายโดยข้อมูลไปยังส่วนต่างๆได้ง่ายขึ้น

slide20

3. บัส(BUS)ถือได้ว่ามีความสำคัญเหมือนกัน เพราะ บัสคือ นำไฟฟ้าที่เป็นทาง เดินของข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งบัสในคอมพิวเตอร์คือบัสข้อมูล (Data bus) ซึ่งมีหน่วยเป็น เฮิรตซ์ (Hz)  จะมีค่า FSB อย่างเช่น FSB 1066 เป็นต้น

4. ซีพียู จากค่ายต่างๆ สำหรับซีพียูนี้ก็มี 2 ค่าย ใหญ่ที่ผลิตออกมาให้เราได้ใช้กัน คือ Intel และ AMD

Intelเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด แล้วยังเป็นผู้ผลิต

ซีพียูรายแรกอีกด้วย  สำหนับซีพียู  ที่ Intel ผลิตนั้นก็มี

หลาย รุ่นออกมาให้เลือก และต่างมีเทคโนโลยีที่ต่างกัน

slide21

AMDเป็นผู้ผลิตที่นอกเหนือจาก Intel ที่เข้ามา

แย่งตลาดกัน โดยจะมีราคาที่ถูกกว่าเมือเปรียบเทียบกับ

ประสิทธิภาพ 

5. งบประมาณ ในสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของใครบางคน  คืองบประมาณนั้นล่ะครับ  บางคนอาจจะเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ครับ  ในปัจจุบันราคาต่ำมากจนแทบบอกได้ว่า  ไม่ถึงพันก็มีแต่ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพที่จะได้รับด้วย  เดี๋ยวนี้ซีพียูราคาถูกๆ  ก็สามารถทำงานได้หลายอย่างแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อราคาแพงๆ  มาใช้นะครับ

slide22

การเลือกเมนบอร์ด

เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นคุณภาพในการ

ใช้งานขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อด้วย

 โดยจะมีขั้นตอนการเลือกซื้อดังต่อไปนี้

1. ซ็อกเก็ตซ็อกเก็ตมีตำแหน่งที่ติดตั้ง  ซีพียู  ซึ่งจะเลือกซ็อกเก็ตแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กันที่เราเลือกซื้อซีพียูด้วย  ไม่ว่าจะเป็นซ็อกเก็ตไหนเราก็ต้องที่จะเลือกซีพียูนั้นก่อนครับ  ถึงที่จะเลือกในขั้นต่อไปได้  ซึ้งได้ทำการเปรียบเทียวกับการเลือกซื้อ ซีพียู ก่อนหน้านี้แล้ว

slide23

2. ซิปเซ็ต ซิปเซ็ตมีความสำคัญอย่างยิ่ง  เพราะเป็นสิ่งที่รองรับเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงรองรับอุปกรณ์ต่างๆด้วย  ควนที่จะคำนึงถึงตรงนี้ก่อนครับ  ว่าเข้ากับอุปกรณ์อะไรบ้าง  โดยจะมีซิปเซตอยู่ 2 แบบก็คือ

  • North Bridgเป็นซิปเซตที่ควบคุมการทำงานที่ควบคุมอุปกรณ์หลักใหญ่ๆ  เลยได้แก่ ซีพียู แรมและ สล็อตของการ์อจอด้วย
  • - South Bridgเป็นซิปเซต  ที่ควบคุมอุปกรณ์ที่นอกเหนือจาก North Bridge ที่ควบคุมอยู่  จะเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ  และสล็อตต่างๆด้วย
  • 3.สล็อกต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญมากในการเลือกซื้อเช่นกัน  เพราะว่าจะเลือกแบบมี ที่ใส่แรม หรือสล็อกPCI มาแค่ไหนขึ้นอยู่กับความต้องการว่าจะมีอุปกรณ์ใดมาเสริมอีกหรือไม่
slide24

4. หน่วยความจำรอมไบออส  ไบออส BIOS (Basic Input Output System) หรืออาจเรียกว่าซีมอส (CMOS) เป็นชิพหน่วยความจำชนิด หนึ่งที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูล และโปรแกรมขนาดเล็กที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ โดยในอดีต ส่วนของชิพรอมไบออสจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ชิพไบออส และชิพซีมอส ซึ่งชิพซีไปออสจะทำหน้าที่ เก็บข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนชิพซีมอสจะทำหน้าที่ เก็บโปรแกรมขนาดเล็ก ที่ใช้ในการบูตระบบ และสามารถเปลี่ยนข้อมูลบางส่วนภายในชิพได้ ชิพไบออสใช้พื้นฐานเทคโนโลยีของรอม ส่วนชิพซีมอสจะใช้เทคโนโลยีของแรม

slide25

5.ยี่ห้อ ในปัจจุบันมียี่ห้อต่างๆมากมายที่ ผลิตเมนบอร์ดขึ้นมาใช้งานเป็นจำนวนมากหลายยี่ห้อ  เราควรที่จะคำนึงถึงประสิทธิภาพเป็นสำคัญ  เพราะบางยี่ห้ออาจจะราคาถูกแต่ไม่ได้คุณภาพเลย  รวมไม่ถึงความเสถียนของเมนบอร์ดด้วย  อาจจะไปยังเว็บบอร์ดต่างๆ  หรือเว็บที่เค้ารีวิว ให้เรารู้ถึงประสิทธิภาพ  รวมไปถึงการสอบถามไปยังคนที่ได้ลองใช้แล้วเป็นอย่าง  สมควรซื้อหรือไม่  และการทำงานว่าเป็นอย่างไร  และก็การรับประกันจากตัวแทนจำหน่ายด้วย  ส่วนมากในปัจจุบันจะรับประกันถึง 3 ปี เพราะในบางครั้งทางร้านเองก็อาจจะไม่สามารให้ข้อมูลได้ตรงกับข้อมูลจริงถ้ายังไงเราควรที่จะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตโดยตรงจะถูกต้องกว่า

slide26

การเลือกหน่วยความจำแรมการเลือกหน่วยความจำแรม

สำหรับแรมก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเช่นกันเพราะฉะนั้นแล้วเราควรเลือกให้ถูกวิธีด้วย  สำหรับขึ้นตอนการเลือกซื้อแรม  มีขั้นตอนการเลือกซื้อดังต่อไปนี้

1. ประเภทของแรม  แน่นอนครับสำหรับประเภทของแรมนั้น  ก็จะถูกจำกัดด้วยเมนบอร์ดที่เราจะเลือกซื้อเช่นกัน  โดยเมนบอร์ดก็จะต้องถูกบังคับจากซิปเซต  สำหรับคนที่จะซื้อในขนาดนี้จะมีอยู่ 2 ประเภทที่ผมจะแนะนำนะครับ ซึ่งทั้ง 2 มีความเร็วที่แต่ต่างกัน 

slide27

1.1 DDR 2มีความนิยมเป็นอย่างยิ่งในขนาดนี้ถือเป็นแรมตลาดเลยที่เดียว  เพราะในปัจจุบันนี้เมนบอร์ดเองก็สามารถรองรับการทำงานของแรมชนิดนี้ได้หมดแล้ว  แล้วราคาในขณะนี้ก็มีราคาที่ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับชนิดอื่นๆ  และในเรื่องของความเร็วก็สามารถใช้ได้เร็วมากเลยที่เดียว  มีความเร็วตั้งแต่ 400-1,066 MIzใช้แรงดันไฟฟ้า 1.8 V

slide28

1.2  DDR3เป็นแรมประเภทมี่พึ่งมาใหม่ล่าสุดเลย  ซึ่งมีความเร็วสูงสุด  ถึง 1,600-2,000 MHz เลยทีเดียวครับ  แล้วใช้แรงดันไฟฟ้าแค่เพียง 1.5 V เท่านั้น  ถือได้ว่ามีความเร็วสูงกว่าทุกประเภทแต่ปัจจุบันนี้ได้มี DDR4 มาแล้วเอาไว้คราวหน้าตอนที่มีคนใช้เยอะๆ  จะมาเล่าให้ฟังนะครับ ส่วนราคาตอนนี้ยังสูงอยู่  แต่ถ้าใครต้องการซื้อหรือมีตังพอไม่ขัด ครับ  เพราะว่ากำลังจะเป็นที่นิยมกันแล้ว  แต่ต้องดูด้วยว่าเมนบอร์ดของเรานั้นรองรับหรือไม่  เพราะว่ายังมีเมนบอร์ดที่ยังไม่รองรับอีกเยอะครับ  ที่สำคัญ DDR3กับ DDR2 ใช้สล็อตเดียวกันไม่ได้เพราะฉะนั้นแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ผิด

slide29

2.หน่วยความจำ แรมนั้นมีหน่วยความจำหลัก  ที่จำเป็นต้องการความจำสูงเพื่อประสิทธิภาพของการทำงานเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย  โดยหน่วยความจำของแรมนั้น มีหน่วยเป็น GHz  ยิ่งมีความจำมากก็ทำให้เครื่องเราเร็วขึ้นไปด้วย ราคมของแรมที่มีความจุสูงๆ เดี่ยวนี้ราคาไม่แพงมากนัก  แต่ก็ควรที่จะดูว่าขนาดไหนเหมาะกับเรา  เพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองมากกว่าปกติ

slide30

3. ความเร็ว ความเร็วหรือว่า บัสของแรมนั้นก็มีความสำคัญเพาะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การถ่ายโดนข้อมูลได้เราขึ้น ซึ่งก็ได้กล่าวไปแล้ว่าประเภทของแรมนั้นก็มีความเร็วที่แตกต่างกัน  แล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดเราอีกนั้นล่ะว่าจะรองรับได้มากแค่ไหน  หรือถ้าใครซื้อแรมชนิดไหนก็ได้ที่มีความเร็วสูงไปที่เมนบอร์ดจะรองรับก็สามารถจะใส่ได้เมื่อซื้อแรมที่เป็นประเภทเดียวกันเท่านั้นแต่ความเร็วของแรมก็เท่ากับ  เมนบอร์ดรองรับ  และใครที่ซื้อแรมมา 2 ตัวแต่ มีความเร็วเท่ากัน  มันก็จะใช้แรมที่มีความเร็วต่ำกว่านั้นเอง

slide31

4. ก็การเลือกยี่ห้อ การเลือกยี่ห้อนั้นแล้วแต่ศรัทธาครับ  ไม่ว่ากันแต่จะมีการรับประกันที่แต่ต่างกันนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ  อย่างเช่นการเครมที่ไหม้ได้ไม่ได้  รวมทั้งราคาของแรมด้วยประสิทธิภาพจะแตกต่างกันหรือไม่นั้นส่วนตัวผมเอง  ใช่มาหลายยี่ห้อแล้วไม่ต่างกันเลย  เพราะฉะนั้นอยากได้ยี่ห้อไหนรับประกันดีเป็นพอครับ  อันนี้ไม่เกี่ยวกับหน้าตาคนขายนะครับ

slide32

การเลือกฮาร์ดดิสก์

สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาก จะข้อแนะนำการเลือกซื้อดังต่อไปนี้

1. ประเภทของ ฮาร์ดดิสก์ มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน  คือ 

- แบบ IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ ที่จะบอกว่ารุ่นเก่าแล้วก็ว่าได้  เพราะว่ามีรุ่นใหม่ที่เร็วกว่าประหยัดทั้งพื้นที่ประทั้งพลังงานได้ดีกว่า  และเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะราคาแพงกว่า SATA ด้วยซ้ำ

- แบบ SATA เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามามนตอนนี้และได้มีความนิยมเป็นอย่างมาก  เพราะว่าในเมนบอร์ดรุ่นใหม่นั้นก็ลองรับได้หมดแล้ว  และมีราคาที่ถูกกว่า ฮาร์ดดิสก์ แบบ SATA

slide33

2.ขนาดของความจุ ความจุของฮาร์ดดิสก์หรือพื้นจัดเก็บข้อมูล  นั้นมีความสำคัญว่าเราจะใช้งานประเภทใดและต้อง  เลือกความจุขนาดใดใครที่ชอบทำงานด้านมัลติมีเดียก็ต้องเลือกความจุมากๆ ปัจจุบันนี้มีความจุ ถึง 2 GB ไปแล้วซึ่งสามารถเก็บข้อมูลจนลืมไปเลยว่าซื้อมาตอนไหน  ไม่รู้จักเต็มสักที  แต่ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่นั้นเอง

3.ความเร็วรอบ ความเร็วรอบของฮาร์ดดิสก์นั้นย่อมมีผลโดยตรงต่อความเร็วของฮาร์ดดิสก์  คือถ้าฮาร์ดดิสก์มีความเร็วรอบสูงแล้ว  ข้อมูลก็จะเคลื่อนมาถึงหัวอ่านได้อย่างรวดเร็วขึ้น  ความเร็วรอบของฮาร์ดดิสก์นั้นมีหน่วยเป็น “รอบต่อนาที (rpm)  ในปัจุจบันความเร็วรอบนั้น 5,400-7,200 rpm แล้ว  และยังมีการพัฒนาความเร็วได้ถึง 10,000 rpm

slide34

4. บัฟเฟอร์ของ ฮาร์ดดิสก์ บัฟเฟอร์ก็คือหน่วยความจำแคชของฮาร์ดดิสก์นั้นเองครับ  เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกความเร็วและประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์   ถ้าเกิดฮาร์ดดิสก์ไหนที่มีขนาดบัฟเฟอร์ขนาดใหญ่ก็จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาที่จะกลับไปนำข้อมูลนั้นมาใช้ซ้ำอีก  โดยการทำงานนั้นจะทำงานรวมกับแรม  แรมจะนำข้อมูลจากบัฟเฟอร์มาใช้โดยตรง  ในปัจจุบันแล้วขนาดบัฟเฟอร์  ก็มีจำนวน 8-32 MB ไปแล้ว

5. ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ช่วงเวลาในการเข้าถึงข้อมูล (Seek Time) คือช่วงเวลาที่ตำแหน่องบนจานของฮาร์ดดิสก์นั้นหมุนมาพอดีกับตรงที่หัวอ่านพอดี  ความเร็วนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเร็วรอบของฮาร์ดดิสก์เอง  ยิ่งมีความเร็วที่น้อยก็สามารถที่จะทำให้ฮาร์ดดิสก์นั้นอ่านเขียนได้เร็วขึ้น

slide35

มารู้จักเทคโนโลยีไฮบริด (Hybrid)ฮาร์ดดิสก์แบบนั้นคือเป็นเทคโนโลยีที่นำหน่วยความจำมาเป็นแฟลช  มาทำงานร่วมกับฮาร์ดดิสก์โดยลักษณะจะเหมือนการทำงานของแฟลชไดร์  โดยหน่วยความจำที่นำมาใช้นั้นจะช่วยเพิ่มที่จะช่วยโหลดไฟล์ที่ใช้งานบ่อยๆ  หรือเก็บมาไว้ใช้ชั่วคราว  ก็ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความรวดเร็วของของมูล

slide36

การเลือกกราฟิกการ์ด

สำหรับกราฟิกการ์ดมีขั้นตอนก็จะขอพิจารณาดังต่อไปนี้คือ

1. ประเภท ในปัจจุบันนั้นมีประเภทของการ์ดแสดงผลที่นิยม  อยู่ 2 ประเภทคือ

-  AGP มีความเร็วที่  266 MB /s นั้นคือความเร็วที่ตั้งแต่เริ่มแรก  แล้วได้มีการพัฒนาแต่มา คือ 2x – 8x ซึ่งในปัจจุบันได้มีการลดความสำคัญลงไปเพราะมีสล็อต  ที่เร็วกว่ามาแทน  แต่ยังมีผู้ที่ใช้เมนบอร์ดรุ่นเก่าอยู่ยังต้องใช้ แบบ AGP อยู่

slide37

- PCI Express จะมีความเร็วกว่า AGP ซึ่งเป็นมาตรฐานแบบใหม่ที่เข้าแทนการเชื่อมต่อ แบบ AGP และแบบ PCI ธรรมดา  โยความสามารถของ PCI Express  คือมีการควบคุมการรับส่งข้อมูลขึ้นมา  เรียกว่า “สวิตช์(Switch) สำหรับข้อดีที่ความเร็วเร็วกว่า  AGP นั้น  ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วถึง 250 MB/s เลยทีเดียว  และสามารถปรับขนาดของความกว้างของบัสเองได้มากกว่าทำให้ความเร็วไปได้ถึง 4 GB/s มากว่า AGP ถึง 2 เท่า

slide38

2.ซิปการฟิก

nVidia :ถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตที่ได้ผลิตมาตั้งแค่เริ่มต้นเลย  ผลิตมาเป็นเวลานาน  ที่โด่งดังในตอนนั้นก็คือ TNT 2 ที่เป็นกราฟการ์ด 3 มิติ ที่มีประสิทธิภาพในตอนนั้นและมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆจน  ในปัจจุบันมีชื่อว่า GeForceนั้นเอง ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้  มีให้เลือกหลากหลายขนาดหลายราคา  ให้เลือก

ATi :ได้พัฒนามาเรื่อยๆ  ซึ่งเป็นผู้ผลิตกราฟิกตระกูล Radeonที่มีประสิทธิภาพสูงได้รับการยอมรับจากคนเล่นเกมส์ต่างๆ  ว่ามีประสิทธิภาพเยื่ยมเลยทีเดียว

slide39

3. หน่วยความจำ ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง  เพราะเป็นส่วนที่ช่วยให้ความเร็วในการแสดงผลรวดเร็วมากขึ้น  ซึ่งหน่วยความจำของการ์ดแสดงผล  เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์จำต้องมีหน่วยความจำแรม  ส่วนของการ์ดแสดงผลนั้นก็มีหน่วยความจำที่ทำงานเช่นเดียวกัน  นั้นมีหลายประเภทในปัจจุบันคือ

1. GDDR 2 เป็นแรม DDR2 ที่ออกแบบให้เมาะสมกับการ์ดแสดงผล  จะรองรับการทำงานด้วยความเร็ว 500MHz

2. GDDR3 ได้รับการพัฒนามาจาก DDR2 โดยจะทำงานด้วยความเร็วที่สูงกว่า  2 เท่าคือ  1 GHz ขึ้นไป

slide40

3. GDDR 4 เป็นแรมที่พัฒนามาจาก DDR3 ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่มีความเร็วสูงกว่า  DDR2 ถึง 3 เท่าคือ 1.5 GHz

4. GDDR 5 ก็เป็นการพัฒนาจาก DDR4 โดยมีความเร็วสูงที่สุกเลยก็ว่าได้  เพราะทำงานได้ถึง 2 GHz เลยที่เดียว โดยได้มีการเริ่มใช้กับกลุ่มซิปกราฟิกของ Radeon

4. ในเรื่องของการรับประกัน  ในเรื่องการรับประกันนั้นได้มีระยะเวลาตามแต่  ยี่ห้องของผู้รับประกัน  บางที่อาจรับประกันนานถึง 3 ปีบางที่อาจจะรับประกันแค่ 1 ปีเพราะฉะนั้นควรเลือกที่เราคิดว่าเหมาะสม  เพราะบางคนอาจใช้เวลาแค่ 1 ปีก็จะเปลี่ยน  บางคนก็ซื้อครั้งเดียวยาวไปเลย

slide41

การเลือกจอภาพ

มีข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อดังนี้

ความละเอียด (resolution) สำหรับการใช้งานทั่วไป 1,024x768 จะดีที่สุด ในกรณีที่มีงบประมาณจำกัด 800x600 ก็เพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนความละเอียดที่สูงกว่านี้อาจจะจำเป็นสำหรับผู้ใช้โปรแกรมตกแต่งภาพระดับมืออาชีพหรือโปรแกรมการจัดเรียงพิมพ์ ความละเอียดสูงสุดที่จะใช้ได้กับจอภาพขนาด 15 นิ้วคือ 800x600 เพราะถ้าคุณใช้ความละเอียดที่สูงกว่านี้ความชัดเจนในการแสดงผลก็จะลดลง ส่วนความละเอียดสูงสุดที่จะใช้ได้กับจอภาพขนาด 17 นิ้วคือ 1,024x768

slide42

อัตรารีเฟรช(refresh rate) หรือเรียกอีกอย่างว่าอัตราการสแกนในแนวตั้ง (vertical frequency) ควรมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 70 เฮิรตซ์ ที่ความละเอียดที่ใช้งานเพื่อลดการกระพริบของจอภาพ ผลที่ตามคือจะช่วยลดปัญหาการปวดตาและปวดหัวของคุณลงได้

ขนาดของจอภาพ (monitor depth)ต้องเลือกให้พอดีกับพื้นที่ของโต๊ะคอมพิวเตอร์

ดอตพิตช์(dot pitch)สำหรับการใช้งานทั่วไปควรมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.28 (สำหรับจอภาพแบบ CRT) และควรมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.25 (สำหรับจอภาพแบบไตรนิตรอน) ค่านี้ยิ่งน้อยยิ่งมีผลให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น

slide43

การควบคุมจอภาพ (controls)ควรเลือกจอภาพที่มีการควบคุมแบบดิจิตอลเพราะจะสามารถควบคุมภาพได้ดีกว่าจอภาพที่มีการควบคุมแบบอะนาลอก ให้ทดลองการปรับตั้งค่าต่างๆเช่น ความสว่าง ขนาดและตำแหน่งภาพ แล้วพิจารณาดูความยากง่ายในการในปรับตั้งค่าต่างๆ

สรุป:  โดยสรุปจอภาพที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน

ทั่วไปๆ คือ จอภาพขนาด 15 นิ้ว มีอัตรารีเฟรช

ที่ความละเอียด 800x600 มากกว่าหรือเท่ากับ 70 เฮิรตซ์ มีค่าดอตพิตช์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.28

slide44
การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
slide45

ทำให้พัดลมระบายอากาศ และชุดจ่ายไฟฟ้ามีการทำงานที่ปกติอยู่เสมอ

การตรวจเช็คอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งทำได้ง่าย ๆ โดยการสังเกตว่า มีการทำงานปกติหรือไม่ มีเสียงผิดปกติขณะทำงานหรือไม่

 ใช้แหล่งจ่ายไฟที่ดี ไม่จ่ายแรงดันไฟสูงเกิน (Volt สูง สามารถทำลายอุปกรณ์ได้) หรือจ่ายแรงดันไฟต่ำเกิน (กระแสจะสูงขึ้น ทำให้อุปกรณ์พังได้เช่นกัน)

 เลือก Case ที่มีขนาดเหมาะสม 

การดูแลรักษาซีพียู
slide46

เมื่อมีการถอดอุปกรณ์เมมบอร์ดออกจากเครื่องควรพยายามถอดออกอย่างระมัดระวัง และควรทำการปัดฝุ่นให้สะอาด ระวังอย่าให้เมมบอร์ดโดนน้ำหรือตกหล่น เพราะจะทำให้อุปกรณ์บนเมมบอร์เกิดชำรุด หรือหล่นหายทำให้เมมบอร์ดไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อนำอุปกรณ์เมนบอร์ดมาตรวจสอบความเรียบร้อยพร้อมกับทำความสะอาดอย่างระมัดระวังก็นำมาประกอบกับเครื่อง ควรระวังเป็นพิเศษ ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้ครบก่อนประกอบเข้าเครื่อง เมื่อเรารู้สึกว่าเกิดขัดข้องบนอุปกรณ์เมนบอร์ดขึ้นก็พยายามตรวจสอบและดูแลรักษาหรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะเป็นผู้ประกอบอุปกรณ์

การดูแลรักษาเมนบอร์ด
slide47

การดูแลรักษาควรปฏิบัติดังนี้การดูแลรักษาควรปฏิบัติดังนี้

ไม่ควรตั้งจอไว้ใกล้บริเวณที่มีสนามแม่เหล็กมากจนเกินไป และไม่ควรเช็ดหน้าจอด้วยน้ำยาหรือสารอย่างอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้สำหรับทำความสะอาดจอภาพนั้น ๆ

อย่าให้วัตถุหรือน้ำไปกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์

ควรเปิดไฟที่จอก่อนที่จะเปิดสวิชต์ไฟที่ CPU เพื่อ boot เครื่อง

ไม่ควรปิด ๆ เปิด ๆ เครื่องติด ๆ กัน เมื่อปิดเครื่องแล้วทิ้งระยะไว้เล็กน้อยก่อนเปิดใหม่

ควรปรับความสว่างของจอภาพให้เหมาะสมกับสภาพของห้องทำงาน เพราะถ้าสว่างมากเกินไปย่อมทำให้จอภาพอายุสั้นลง

เมื่อมีการเปิดจอภาพทิ้งไว้นาน ๆ ควรจะมีการเรียกโปรแกรมถนอมจอภาพ (Screen Sever) ขึ้นมาทำงานเพื่อยืดอายุการใช้งานของจอภาพ

การดูแลรักษาจอภาพ
slide48

โดยทั่วไปแล้วฝุ่นจะเกาะที่บริเวณพัดลม  ให้ใช้เครื่องเป่าลมเปาออกหรือไม่ก็  ใช้สำลีเช็ดฝุ่นที่เกาะอยู่อย่างใจเย็น  ไม่จำเป็นที่จะต้องถอดออกจากตัวการ์ด 

การดูแลรักษาการ์ดแสดงผลการดูแลรักษาการ์ดแสดงผล
slide49

เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในเมาส์ จะประกอบไปด้วยลูกกลิ้งและฟันเฟือง ซึ่งสามารถถอดออกมาและทำความสะอาด เนื่องจากลูกกลิ้งจะสะสมเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไว้ภายในเมาส์ ทำให้ลูกกลิ้งไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปได้โดยอิสระ

วิธีทำความสะอาดให้บิดช่องข้างล่างของเมาส์บริเวณที่เป็นลูกกลิ้ง พอถอดออกแล้วก็นำลูกกลิ้งข้างในออกมา และเราจะเห็นแกนอยู่ 2 แกน ที่สามารถหมุนได้และแกนวงกลม ที่สามารถหมุนได้เช่นกัน ใช้เล็บหรือ ไขควงก็ได้แล้วแต่ถนัด ขูดพวกฝุ่นที่เกาะกันเป็นก้อนออกมา

สำหรับอุปกรณ์เม้าส์แสง หรือ Optical Mouse ภายในเม้าส์ประกอบด้วยเซ็นเซอร์แสง ซึ่งมักจะทำงานผิดปกติเมื่อมีฝุ่นผง สามารถทำความสะอาดโดยอุปกรณ์เป่าฝุ่น

การดูแลรักษาเมาส์
slide50

1.ปัดฝุ่นและทำความสะอาดเป็นประจำ1.ปัดฝุ่นและทำความสะอาดเป็นประจำ

2.อย่าทำน้ำหกถูกแผงแป้นพิมพ์

3.คลุมผ้าทุกครั้งหลังการใช้งาน หรือจะใช้แผ่นซิลิโคนคลุมก้ได้

การดูแลรักษาแป้นพิมพ์การดูแลรักษาแป้นพิมพ์
slide51

ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุยืนมากยากจะบำรุงรักษาด้วยตัวเอง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายซึ่งควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ควรติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์โดยให้ด้านหลังของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ห่างจากฝาผนังไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว เพื่อการระบายความร้อน เป็นอย่างปกติไม่ทำให้เครื่องร้อนได้

ควรเลือกใช้โต๊ะทำงานที่แข็งแรงป้องกันการโยกไปมาเพราะทำให้หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ถูกกระทบกระเทือนได้

ควรมีการตรวจสอบสถานภาพของ Hard Disk ด้วยโปรแกรม  Utilityต่างๆว่ายังสามารถใช้งานได้ครบ

100 % หรือมีส่วนใดของ Hard Diskที่ใช้งานไม่ได้

การดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์การดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์
slide52

ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำแผ่นซีดี ที่เสียแล้ว หรือมีรอยขีดข่วนมากๆ มาอ่าน เพราะอาจทำให้หัวอ่านชำรุดได้ รวมถึงการใช้น้ำยาล้างหัวอ่านผิดประเภทด้วย

การดูแลรักษาซีดีรอมไดรฟ์การดูแลรักษาซีดีรอมไดรฟ์
slide53

การรักษาความสะอาดพัดลมโดยการปัดด้วยแปรง หรือที่เป่าฝุ่นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพัดลมระบายความร้อน

การดูแลรักษาพัดลมระบายความร้อนการดูแลรักษาพัดลมระบายความร้อน