slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
อย . เตือนยาทามาดอล เป็นยาอันตราย PowerPoint Presentation
Download Presentation
อย . เตือนยาทามาดอล เป็นยาอันตราย

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 14

อย . เตือนยาทามาดอล เป็นยาอันตราย - PowerPoint PPT Presentation


  • 174 Views
  • Uploaded on

N. S. P. MD SAYS “ มาบตาพุด”. สินค้าไทยที่เคนยาต้องการ. ทุ่มงบ 7.6 หมื่นล้านบาท พัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ. อย . เตือนยาทามาดอล เป็นยาอันตราย. การยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์เพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ. FTA อาเซียน - เกาหลีใต้. ปรับโครงสร้างทางภาษี.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'อย . เตือนยาทามาดอล เป็นยาอันตราย' - nasim-white


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

N

S

P

MD SAYS “มาบตาพุด”

สินค้าไทยที่เคนยาต้องการ

ทุ่มงบ 7.6 หมื่นล้านบาท พัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

อย. เตือนยาทามาดอล เป็นยาอันตราย

การยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์เพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ

FTA อาเซียน-เกาหลีใต้

ปรับโครงสร้างทางภาษี

มาตรการป้องกันเพิ่มเติม จากกรณีสารพิษรั่วไหลที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ก๊าซรั่วส่งผลอย่างไรต่อการค้าระหว่างประเทศ

สินค้าบางพิกัดก็ไม่ควรใช้ Form E

slide2

S

มาบตาพุด

ฉบับที่แล้ว ผมเขียนถึงความสำคัญของศาลปกครองที่เป็นองค์กรอิสระของประเทศไทย ทำหน้าที่ตัดสินคำสั่งในทางปกครองของรัฐว่า “ชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมาย” ผมยกตัวอย่างการปักเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าอันถือเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง และในตอนท้ายผมได้นำเอาคำพิพากษาของศาลปกครองต่อกรณีของการลงทุนโครงการจำนวนมากในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ระบุว่า คำสั่งอนุญาตให้ดำเนินการของรัฐนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะโครงการไม่ได้ทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออาจมีการทำรายงานแต่ไม่สมบูรณ์ หากท่านผู้ประกอบการติดตามข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ จะพบว่าผลของคำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่อโครงการเหล่านั้นถึง 63 โครงการ มีคนตกงานซึ่งเป็นประชาชนคนไทยถึง 3.7 หมื่นคน หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะทำให้ประชาชนเดือนร้อนทางเศรษฐกิจ ผู้ลงทุนขาดความมั่นใจในประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า ผู้ลงทุนได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการไปแล้ว แต่ต้องถูกระงับด้วยคำสั่งศาลปกครอง ข่าวต่าง ๆ ยังแจ้งว่า กำลังจะมีการยกเลิกการลงทุนจริง ๆ ในมูลค่าถึง 4 หมื่นล้านบาท และจะมากขึ้นเรื่อย ๆ

ท่านผู้ประกอบการคงติดตามข่าวสารและพบว่า หน่วยงานของรัฐได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้โครงการเหล่านั้นดำเนินการต่อไปได้ตามที่ได้รับอนุญาตในตอนต้น และผลของการอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุดเชื่อว่ามีเพียงบางโครงการที่มีรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จึงกลับคำตัดสินให้ดำเนินการต่อไปได้

N

P

ต่อหน้า 2

slide3

หน้า 2

หากท่านผู้ประกอบการเป็นรัฐบาล ท่านจะทำอย่างไรครับ แม้การอนุญาตให้โครงการดำเนินการ จะเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว แม้การอนุญาตเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดก่อนหน้าหลายชุด แต่ผลเสียหายได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ผู้ลงทุนขาดความมั่นใจ ประชาชนที่อยู่อาศัยในแถบถิ่นนั้นจะถูกผลกระทบเพียงใดไม่มีใครรู้ เพราะยังขาดรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ประชาชนอีกกลุ่มใหญ่ต้องตกงาน ท่านจะทำอย่างไรต่อครับ

ในความเห็นของผมนั้น รัฐบาลมีทรัพยากรมากมาย ทั้งกำลังเงินและบุคลากรผู้ทรงวุฒิ ผู้มีความรู้ มีความสามารถ ต้นเหตุของปัญหานี้คือ “การสำรวจและการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” ซึ่งกว่าจะทำเสร็จต้องใช้เวลานาน แต่ถามว่า เมื่อไม่ได้ทำมาก่อน หรือทำมาไม่สมบูรณ์แล้วต้องทำให้เสร็จสมบูรณ์หรือไม่ ?

หากคำตอบเป็นว่า “ต้องทำ” และหากรัฐบาลเร่งดำเนินการเข้าช่วยเหลือผู้ลงทุนทันที รัฐบาลเร่งระดมงบประมาณและทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่จำนวนมาก ทำทันที ทำเดี๋ยวนี้ ทำทุกวิธีทางให้เร็วขึ้น ทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้นว่า ทำให้ผู้ลงทุนเห็นว่า ปัญหาที่เขาประสบเหล่านี้ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ทำให้เขาเกิดความมั่นใจ ทำให้เขาอบอุ่นใจขึ้น และทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในแถบนั้น รู้ว่าจะมีการสำรวจผลกระทบ ให้ประชาชนสัมผัสให้ได้ว่ารัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยพวกเขา มิได้ปล่อยให้เขารู้อยู่อย่างยถากรรมโดยไม่มีการสำรวจผลกระทบต่อประชาชนทำในแถบนั้น จนเป็นเหตุให้โครงการเหล่านั้นหยุดชะงักลง และไม่ว่าผลจะตามมาอย่างไร ผมว่า สถานการณ์น่าจะผ่อนหนักให้เป็นเบาลงได้

แต่เท่าที่เห็นในตอนนี้ รัฐแต่งตั้งคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาเป็นประธานในการแก้ปัญหามาบตาพุด รัฐเลือกคนถูกครับ เพราะคุณอานันท์ เป็นคนมีฝีมือ มีความน่าเชื่อถือ แต่ว่าคุณอานันท์ เพียงคนเดียวในเรื่องนี้ไม่เพียงพอครับ รัฐต้องทุ่มเทให้คุณอานันท์มากกว่านี้

S

N

P

ต่อหน้า 3

slide4

หน้า 3

กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อจำนวนมาก ไม่มีใครโทษคุณอานันท์ แต่กลับโทษว่า รัฐเชื่องช้า ทุ่มเทให้คุณอนันต์น้อยเกินไป รัฐไม่แสดงตนเป็นเจ้าภาพอย่างออกหน้าออกตา ผมไม่รู้ว่ารัฐจะเสียอะไรมากกว่านี้หรือไม่หากรัฐแสดงออกในทางแก้ไขปัญหาในนามของรัฐให้มากกว่านี้ ในมุมของผม หากคุณอานันท์แก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ผลงานน่าจะเป็นของคุณอานันท์ แต่หากล้มเหลว ผมว่าผลร้ายน่าจะตกอยู่ที่รัฐมากกว่า

ผมจึงเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐในการแก้ไขปัญหาโดยตรงหรือไม่ก็ตาม หากรัฐทุ่มเทการแก้ไขปัญหาและเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ผมว่ากระแสการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อต่าง ๆ น่าจะดีขึ้น การขาดความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนจะดีขึ้น ผู้ลงทุนในอนาคตยังจะเลือกประเทศไทย เพราะผู้ลงทุนสัมผัสได้กับการทุ่มเท ความรวดเร็ว และความจริงจังในการช่วยเหลือของรัฐ สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์โดยตรงคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากประชาชนคนไทยและประเทศไทย ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐเอง

นี่จึงเป็นประโยชน์ขององค์กรอิสระอย่างศาลปกครองที่สามารถตัดสินว่า คำสั่งของรัฐนั้น “ชอบ หรือมิชอบด้วยกฎหมาย” เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนซึ่งในอดีตไม่มี เพียงแต่ว่าการตัดสินในครั้งนี้ ประชาชนในถิ่นมาบตาพุดดูเหมือนว่าจะได้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ผลกระทบกลับขยายออกไปในวงกว้างเท่านั้นเอง

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide5

ขณะนี้สินค้าบางชนิดจากประเทศไทยกำลังเป็นที่ต้องการในประเทศเคนยาเป็นอย่างมากโดยสิ่งสำคัญในการส่งสินค้าออกไปยังเคนยามีดังต่อไปนี้

1.เอกสารแนบสินค้า

นอกเหนือจากเอกสารทั่วไปๆ ในการส่งออก เช่น Commercial Invoice , Bill of Lading, Packing List แล้ว เคนยากำหนดให้สินค้าบางชนิดที่นำเข้าเคนยาต้องได้รับการตรวจสอบ ณ ประเทศผู้ส่งออกและได้รับ CERTIFICATE OF CONFORMITY(COC) ก่อนส่งมายังเคนยา

การตรวจสอบสินค้าดังกล่าวเรียกว่า Pre-Export Verification of Conformity to Standards Program หรือ PVOC ซึ่งกำหนดขึ้นโดย Kenya Bureau of Standards (KEBS) และการตรวจสอบนี้ต้องกระทำโดยตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจาก Kenya Bureau of Standards (KEBS) เท่านั้น

2. Pre-Exort Verification of Conformity

เป็นการกำหนดให้มีตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกมาเคนยาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

- รับรองว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายในเคนยาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยต่อการบริโภค

- รักษาและคุ้มครองสภาพแวดล้อมของเคนยา

- ปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศจากการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการได้รับการยกเว้นจาก KEBS ไม่ต้องผ่านกระบวนการ Pre-Exort Verification of Conformity (PVOC) to Standards Program เช่นกันโดยที่รายชื่อสินค้าทั้งที่ต้องตรวจสอบและไม่ต้องตรวจสอบสามารถตรวจสอบได้จาก www.kebs.org

S

N

P

ต่อหน้า 2

slide6

หน้า 2

3. ตัวแทนตรวจสอบสินค้าที่ Kenya Bureau of Standards BS มอบหมาย

Intertek เป็นตัวแทนตรวจสอบสินค้าที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจาก Kenya Bureau of Standards (KEBS) ให้ดำเนินการตรวจสอบสินค้า (PVOC) และออกใบรับรองที่เรียกว่า Certificate of Conformity แก่สินค้าที่จะนำเข้าเคนยา Intertek มีสำนักงานสาขาอยู่ในประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยสามารถสอบถามได้จาก e-mail : info.government@interek.com

ในขณะนี้บริษัท Bannie & Archer Development ในประเทศเคนยามีความต้องการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยเป็นรายเดือนดังต่อไปนี้ 

  Rice ( 200 tons) 5% broken Double polished 50kg/25 kg standard packing 

SUGAR (5 x 20 ft containers) White 5 kg and 50 kg packing Polythene bags with vacuum packing

  JUICES ( 200,000 Ltrs) Tetra packing All varieties Packing 1 Ltr x 12 in a carton

  HONEY ( 1 x 20ft container) 500gms bottle 

SALT ( 1x 20 ft container) 1 kg packing clear polythene vacuum 500 grams

  SARDINES  ( 1x 20 ft container) 24x425 gms  /  185 x48 cans tomato sauce/ in oil

ผู้ส่งออกที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือเสนอราคาสินค้าของท่านผ่านทาง SNP มาได้ที่ logistics@snp.co.thหรือ โทร. 02 333 1199 ต่อ 111

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide7

ย่างเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว กับการให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการขนส่งสินค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จากที่ใช้ระยะเวลาการสร้างกว่า 45 ปีแล้ว ขณะนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทยมีนโยบายที่จะพัฒนาประสิทธิภาพของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น และมีนโยบาย CSR ในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสนามบินสุวรรณภูมิให้มีการตอบแทนที่เป็นธรรมมากขึ้น

จากข้อมูลของคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้เปิดเผยข้อมูลจากที่ประชุม ว่าจะมีการอนุมัติเงินลงทุน 76,000 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยในงบประมาณจำนวน 76,000 ล้านบาทนี้ จะใช้ในการพัฒนาในส่วนของการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน เพิ่มเส้นทางลานบิน อาคารเทียบเครื่องบินรอง เพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถในการให้บริการประชาชนและ เพิ่มขีดความสารมารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยโครงการนี้จะเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2553 ถึงปี 2559 เป็นระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเพียงพอในการรองรับผู้โดยสารและปริมาณการจราจรทางอากาศได้ถึงปี 2562

และทางทอท.ยังได้มีการอนุมัติการก่อตั้งกองทุนชดเชยผลกระทบจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการวางแผน การจัดการกองทุน ชดเชย และเป็นหน่วยงานที่วางมาตรการในการเรียกเก็บค่าทำเนียมสิ่งแวดล้อมการจัดสรรเพื่อชดเชยต่อไป

เป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับการขนส่งทางอากาศ ที่จะมีการพัฒนาขีดความสามารถให้มีเที่ยวบินมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำการแข่งขันได้มากขึ้นด้วย

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide8

นพ. พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยถึงกรณีที่วัยรุ่น 3 จังหวัดภาคใต้ใช้ยาทามาดอลไปผสมกับยาแก้ไอและเครื่องดื่มโคล่า จนกลายป็นสารเสพติดประเภทสี่คูณร้อยเมื่อเสพแล้วทำให้มีอาการมึนงงและเคลิ้มนั้น ในความเป็นจริงแล้ว อย. ขอเตือนว่าเป็นความเข้าใจผิดเพราะอาการดังกล่าวเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา

ยาทามาดอลเป็นยาบรรเทาอาการปวดชนิดรุนแรง ซึ่งจัดเป็นยาอันตรายที่ใช้บรรเทาอาการปวดในกรณีที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น โดยมีอาการข้างเคียงสูง ได้แก่ คลื่นไส้ มึนงง อาเจียน กดระบบหายใจ นอกจากนี้ยังมีอาการข้างเคียงทางจิตประสาท เช่น อารมณ์แปรปรวน เฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น และที่สำคัญหากได้รับยาเกินขนาดจะทำให้เกิดภาวะอื่นๆตามอีกด้วย เช่น รูม่านตาหด อาเจียน ระบบหัวใจและหลอดเลือดล้มเหลว ชักและระบบหายใจทำงานช้าลงจนอาจถึงขั้นหยุดหายใจได้

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยผู้บริโภคจึงต้องควรระวังไม่ใช้ยานี้โดยไม่จำเป็น และห้ามนำยาดังกล่าวไปใช้เป็นส่วนผสมของยาเสพติดเป็นอันขาดเพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงตายได้ ส่วนผู้บริโภคที่จำเป็นต้องใช้ยาทามาดอลควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง และควรซื้อยาจากร้านขายยาคุณภาพและมีเภสัชกรให้คำแนะนำ ขณะนี้ อย. กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาทบทวนมาตรการ เพื่อลดปัญหาการใช้ยาเกินความ จำเป็นและลดปัญหาการใช้ยาในทางที่ผิด

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide9

ทำไมต้องยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์ทำไมต้องยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์

ตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 กำหนดหลักเกณฑ์ว่า ให้คืนอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และได้ผลิต หรือผสม หรือประกอบ หรือบรรจุ แล้วส่งของนั้นออกไปยังต่างประเทศหรือส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือเดินทางไปต่างประเทศ โดยให้เงินคืนอากรขาเข้าให้แก่ผู้นำของเข้า จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า กฎหมายให้ความสำคัญที่ตัวของที่นำเข้าว่า จะต้องผลิต หรือผสม หรือประกอบ หรือบรรจุ แล้วส่งออกไปยังต่างประเทศ แต่มิได้ให้ความสำคัญที่ตัวบุคคลผู้นำของเข้าว่าจะต้องเป็นผู้ผลิต ผสม ประกอบ หรือบรรจุ แล้วส่งออกไปยังต่างประเทศเอง ดังนั้นแม้ว่าผู้นำของเข้าเป็นบุคคลคนละคนกับผู้ส่งของออก ผู้นำของเข้าก็สามารถขอคืนอากรได้

ในกรณีที่ผู้นำของเข้าเป็นบุคคลคนละคนกับผู้ส่งของออกนี้ ผู้ส่งของออกจะต้องแจ้งต่อกรมศุลกากรว่า ผู้ส่งของออกยินยอมให้ผู้นำของเข้ารายใดนำข้อมูลการส่งออกของตนไปใช้ในการตัดบัญชีวัตถุดิบเพื่อขอคืนอากรขาเข้า ซึ่งเดิมกรมศุลกากรกำหนดวิธีปฏิบัติให้ผู้ส่งของออกแจ้งในขณะส่งออกโดยบันทึกรายละเอียดการโอนสิทธิ์ลงในใบแนบใบขนสินค้าขาออก

ต่อมากรมศุลกากรได้นำระบบผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสารมาใช้ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ระบบดังกล่าวผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออกจะสำแดงข้อมูลสินค้าและรายละเอียดต่างๆ ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องพิมพ์เอกสารใบขนสินค้าขาเข้าและใบขนสินค้าขาออก รวมทั้งยกเลิกการจัดทำใบแนบใบขนสินค้าขาออกด้วย กรมศุลกากรจึงต้องเปลี่ยนวิธีการแจ้งข้อมูลการโอนสิทธิ์เพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ จากเดิมที่เคยใช้วิธีสำแดงข้อมูลในใบแนบใบขนสินค้าขาออก มาเป็นการยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการยื่นตารางโอนสิทธิ์ แทน เพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลการโอนสิทธิ์ไว้ในฐานข้อมูลของกรมศุลกากร และเพื่อรองรับการคืนอากรในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Drawback) ด้วย

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide10

ในวันที่ 1 มกราคม 2553 นี้ ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์กับไทย คาดจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ สินค้าและบริการไทยได้ประโยชน์

หลังจากรัฐสภาเกาหลีใต้ให้ความเห็นชอบพิธีสารการเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า และความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของไทยแล้ว เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 คาดว่า GDP ของไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 และการลงทุนจากต่างชาติจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8

ผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าจะทำให้สินค้าส่งออกสำคัญของไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น ยางรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เส้นด้ายอะคริลิก กากน้ำตาล คอมเพรสเซอร์ ปลาแช่แข็ง รองเท้ากีฬา และแผ่นชิ้นไม้อัด สำหรับผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าบริการจะช่วยให้ไทยสามารถดำเนินธุรกิจบริการในเกาหลีใต้ได้ในหลายสาขาที่ไทยมีความสนใจและมีศักยภาพ เช่น บริการด้านกฎหมาย อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง บริการด้านบันเทิง และภัตตาคาร

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide11

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ม.ค. 2553 นี้ จะมีการเปิดเสรีการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ อาฟตา ดังนั้น สสปน. จะมีการพิจารณาถึงตัวบทกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ เพื่อศึกษาถึงข้อได้เปรียบเสียเปรียบ โดยเตรียมขอความร่วมมือในการเรียกประชุมหน่วยงานและผู้ประกอบการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่จะถูกหยิบยกมาพิจารณาคือ เรื่องโครงสร้างภาษี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทย โดยเฉพาะอัตราภาษีที่เก็บแพงเกินไป สำหรับอุปกรณ์การประชุมไมซ์ต้องมีการปลดล็อก เพราะเกี่ยวข้องกับกรมศุลกากรแต่จะพิจารณาอย่างระมัดระวัง

สำหรับกลยุทธ์ของ สสปน. ในปี 2553 จะเน้นการพัฒนาด้านคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดกลุ่มประชุมและกลุ่มอินเซ็นทีฟ สู่เส้นทางไมซ์แห่งใหม่

สสปน. จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติว่า ไทยมีความพร้อมในการจัดไมซ์ ซึ่ง สสปน. จะพยายามดึงอีเวนท์ใหญ่ๆ เช่น เวิลด์ เอ็กซ์โป ให้เข้ามาจัดที่ประเทศไทย ส่วนแผนการโปรโมทประเทศไทย จะเน้นรูปแบบทั้งการเทรดโชว์และโรดโชว์

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide12

จากประสบการณ์นำเข้าปั๊มน้ำให้กับผู้นำเข้ารายหนึ่ง จึงหยิบยกข้อมูลให้กับผู้ประกอบการท่านอื่น ๆ ได้รับทราบ

1. Axial Flow submersible pump เป็น pump แบบจุ่ม มีพิกัดเป็น 2 แบบ คือ

- เป็น submersibl pump แบบลูกสูบ จัดเข้าประเภทพิกัด 8413.60.10 อัตราภาษีอากร 3%

ถ้าใช้สิทธิ์ Form E อัตราภาษีอากรเหลือ0%

- เป็น submersibl pump แบบหมุนเหวี่ยง จัดเข้าประเภทพิกัด 8413.70.29 อัตราภาษีอากร 1%

ถ้าใช้สิทธิ์ Form E อัตราภาษีอากรเหลือ3%

2. Chemical Pump เป็น pump ขนาดใหญ่พวกนี้จะเป็นปั้มที่มีเกย์วัด หรือ อาจต้องเตรียมที่ติดตั้งเกย์วัดได้ภายหลัง เพราะจะต้องทราบปริมาณการดูดสารเคมี จัดเข้าประเภทพิกัด 8413.19.10 อัตราภาษีอากร 5%ถ้าใช้สิทธิ์ Form E อัตราภาษีอากรเหลือ0%

ท่านที่ต้องการนำเข้าจากประเทศจีน ต้องดูประเภทพิกัด และอัตราภาษีอากรปกติว่ากี่เปอร์เซ็นต์ และถ้ามี Form E อัตราภาษีอากรกี่เปอร์เซ็นต์ ประเภทพิกัดใดควรขอ Form E และประเภทพิกัดใดไม่ต้องขอ Form E เพื่อเป็นการคำนวณต้นทุนการนำเข้า จะได้วางแผนการนำเข้าที่เหมาะสม และถูกต้อง หากต้องการข้อมูลที่มากกว่านี้ กรุณาติดต่อที่คุณวิไลวรรณ พิพิธวณิชการ โทร. 0-2332-1795 ต่อ 102 หรือ 111

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide13

S

ผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว จากอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป็นการป้องกันมาตรฐานในการควบคุมสารเคมีที่ขนส่งมาจากต่างประเทศ ในที่สุดการท่าเรือแห่งประเทศไทยก็ได้ออกมาตรการคุมเข้ม โดยที่จะมีผลกระทบจากมาตรการนี้ไม่มากก็น้อย

จากข้อมูลของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้มีการกำหนดมาตรการขนถ่ายตู้สินค้าอันตราย โดยจะมีการเปลี่ยนสถานที่ของคลังสินค่าอันตราย จากในท่าเรือมาอยู่คลังสินค้าอันตรายที่อยู่นอกท่าเรือ โดยที่ผู้ประกอบการอาจจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 1,000 บาทต่อตู้ หรือไม่ผู้ประกอบการก็สามารถมารับตู้สินค้าอันตรายในทันที โดยที่ค่าใช้จ่ายอาจจะไม่เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย โดยที่มาตรการใหม่นี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป

จากเนื้อข่าวแล้ว ดูเหมือนว่าอาจจะล่าช้าไปสักหน่อย สำหรับการวางมารตรการป้องกันสารพิษรั่วไหล แต่ก็ถือว่าไม่ได้ล่าช้าเกินไป และยังเป็นโอกาสดีในการสร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องกันสารเคมีอันตราย เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผลเสียย่อมมีน้อยกว่าการไม่ได้วางมาตรฐานใหม่ ถึงแม้อาจจะต้องมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงดีกว่า จากสำนวนที่คุ้นเคยว่า “กันไว้ดีกว่าแก้ ดีกว่าแย่แล้วแก้ไม่ทัน”

ที่มาของแหล่วงข้อมูล :  http://www.thairath.co.th/content/eco/53028

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก

slide14

เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา คนงานจำนวน 7 คนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้กลิ่นก๊าซไฮโดรคาร์บอนรั่ว หลังจากนั้นเกิดอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ และอาเจียนจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมาบตาพุด ก๊าซที่รั่วไหลออกมานี้ไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากโรงงานใด และทางปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขอความร่วมมือไปยังกรมควบคุมมลพิษในการส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบหาต้นตอของก๊าซที่รั่ว

แม้ว่ากรณีก๊าซรั่วนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่ก๊าซที่รั่วออกมาก็ถูกลมพัดไปยังเขตชุมชน ก่อให้เกิดผลเสียในวงกว้าง ถือเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยมิได้เจตนา สำหรับในยุคปัจจุบันที่ประเทศต่างๆให้ความสำคัญกับ พรบ.สิ่งแวดล้อม และการลดโลกร้อนนั้น กลุ่มประเทศมหาอำนาจเช่นสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่น ถึงกับปฏิเสธที่จะทำการค้ากับประเทศใดๆก็ตามที่ไม่มีระบบป้องกันมลภาวะที่อาจะเกิดขึ้นจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการรณรงค์การรักษาสภาพแวดล้อมโลก ทั้งนี้ประเทศต่างๆทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้กันมากขึ้น และมีการนำมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมมาอภิปรายควบคู่ไปกับภาคอุตสาหกรรมอยู่สม่ำเสมอ

สำหรับกรณีก๊าซรั่วที่มาบตาพุดนี้ ก็อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายปฏิเสธที่จะทำการค้ากับไทยได้เช่นกัน เพราะถือเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนหมู่มากและสภาพแวดล้อมของประเทศ หากกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศมหาอำนาจจะถือได้ว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรง ส่วนสำหรับที่มาบตาพุดนี้ การพิจารณาโทษขึ้นอยู่กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกรมโรงงานอุตสาหกรรม

กรณีก๊าซรั่วที่มาบตาพุดนี้ถือเป็นกรณีศึกษาหนึ่งในหลายๆกรณีที่การก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจะส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวม ดังนั้นนอกจากการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตแล้ว ยังควรใส่ใจการลดมลภาวะให้มากขึ้นเพื่อภาคธุรกิจของประเทศอีกด้วย

S

N

P

กลับเข้าสู่หน้าหลัก