slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่า..จับตามอง (ปี 2556) PowerPoint Presentation
Download Presentation
โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่า..จับตามอง (ปี 2556)

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 77

โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่า..จับตามอง (ปี 2556) - PowerPoint PPT Presentation


  • 613 Views
  • Uploaded on

โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่า..จับตามอง (ปี 2556). หัวข้อการนำเสนอ. ความหมาย ความสำคัญ ผลกระทบ และความ เสี่ยง ของ โรคติดต่ออุบัติ ใหม่ของโลก/ประเทศไทย โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่าจับตามอง ปี 2556 โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ( Avain Influenza H7N9 )

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่า..จับตามอง (ปี 2556)' - nalani


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide2
หัวข้อการนำเสนอ
  • ความหมาย ความสำคัญ ผลกระทบ และความเสี่ยงของ โรคติดต่ออุบัติใหม่ของโลก/ประเทศไทย
  • โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่าจับตามอง ปี 2556
    • โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 (Avain Influenza H7N9)
    • โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012(Novel Coronavirus)
    • โรคไข้กาฬหลังแอ่น(Meningococcal Meningitis)
    • โรคไข้เหลือง (Yellow Fever)
  • การเตรียมความพร้อมรับมือ
  • สรุป
slide3
ความหมายของโรคติดต่ออุบัติใหม่
  • โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อใหม่ (New infectious diseases)
  • โรคติดต่อที่พบในพื้นที่ใหม่ (New geographical areas)
  • โรคติดต่ออุบัติซ้ำ (Re-emerging infectious diseases)
  • เชื้อโรคดื้อยา (Antimicrobial resistant organisms)
  • อาวุธชีวภาพ (Deliberate use of bio-weapons)
slide4

ความสำคัญของโรคติดต่ออุบัติใหม่

ผลการศึกษาในรอบกว่า 50 ปีที่ผ่านมา พบว่า

ทั่วโลก จะมีโรคติดต่ออุบัติใหม่เกิดขึ้นใหม่ ทุกปี

>70% are zoonotic, % increasing

Many are of transboundary in nature

มีผลกระทบรุนแรงหลายด้าน

การป้องกันควบคุมโรค ที่ยุ่งยากซับซ้อน

ความสำคัญและมีผลกระทบต่อทั่วโลกและระหว่างประเทศ

slide5
ผลกระทบทางเศรษฐกิจของโรคติดต่ออุบัติใหม่

ซาร์ส

China, Hong Kong,

Singapore, Canada

$30-50bn

$50bn

$40bn

$30bn

มือ เท้า ปาก

UK

$25–30bn

ประมาณการราคา/ต้นทุน

$20bn

ไข้หวัดใหญ่ในสุกร, Netherlands

$2.3bn

วัวบ้า Japan $1.5bn

ไข้หวัดนก Asia,

$5–10bn

$10bn

วัวบ้าUK,

$10-13bn

มือ เท้า ปาก

Taiwan, $5-8bn

วัวบ้าCanada

$1.5bn

ไข้หวัดนก, Italy

$400m

วัวบ้าU.S.,

$3.5bn

นิปาห์, Malaysia

$350-400m

ไข้หวัดนก, NL

$500m

2004

2006

2003

2005

1996

1997

1998

1999

2000

2001

2002

1994

1995

ไข้หวัดนก

$$$$$

Figures are estimates and are presented as relative size.

slide6

ผลกระทบทางเศรษฐกิจของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

  • ความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั่วโลก
    • 2 ล้าน ล้าน
  • เหรียญสหรัฐ
slide7

ผลกระทบด้านการเดินทางและท่องเที่ยว

(จากการระบาดของโรคซาร์ส ปี 2003)

สนามบิน ของไทย..ติดขัด...Delay

สนามบิน..ร้าง..ที่ฮ่องกง

slide8
ประเทศไทยควรสนใจโรคใดบ้างประเทศไทยควรสนใจโรคใดบ้าง
  • การเดินทาง ท่องเที่ยว
  • ธุรกิจ การค้าขาย
  • การรุกพื้นที่ป่า ขยายพื้นที่เกษตรกรรม
  • การอพยพย้ายถิ่น
  • การบริโภคสัตว์ป่า นำเข้าสัตว์ต่างถิ่น
  • อื่นๆ

โรคติดต่อที่มีอยู่ โรคใดจะเพิ่ม/ลด

ปัจจัย เสริมอื่นๆ

ภาวะ โลกร้อน

โรคติดต่ออุบัติใหม่ โรคใดจะเกิด

สภาวะเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

slide9

ที่มา : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

slide10
ผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรีเมื่อเข้าสู่...ประชาคมอาเซียนผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรีเมื่อเข้าสู่...ประชาคมอาเซียน

แรงงานข้ามชาติเข้ามามากขึ้น

มีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของกลุ่มประชากรมนุษย์ สัตว์ พืช อาหาร และสินค้า

slide11
ตัวอย่างปัญหาด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตัวอย่างปัญหาด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
  • การแพร่ระบาดมากขึ้นของโรคติดต่อ เช่น เอดส์ วัณโรค มาลาเรีย เท้าช้าง ไข้เลือดออก และอหิวาต์
  • เกิดโรคติดต่ออุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ และโรคที่ถูกกำจัดให้หมดไปจากประเทศไทยแล้ว เช่น กาฬโรค โปลิโอ รวมทั้ง ปัญหาเชื้อดื้อยามากขึ้น
  • การป้องกัน ควบคุมโรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
slide12

โรคติดต่อที่มีอยู่ โรคใดจะเพิ่ม/ลด

โรคติดต่ออุบัติใหม่ โรคใดจะเกิด

  • มาลาเรีย
  • ไข้เลือดออก
  • ไข้ปวดข้อยุงลาย (chik.)
  • ไข้สมองอักเสบ
  • โรคเท้าช้าง
  • วัณโรค
  • ไข้รากสาด
  • ไข้รากสาดน้อย และไข้รากสาดเทียม
  • อาหารเป็นพิษ
  • อุจจาระร่วง จากเชื้อต่างๆ
  • โรคฉี่หนู (leptospirosis)
  • โรคติดต่อ อื่นๆ
  • ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
  • ไข้สมองอักเสบ นิปาห์
  • HFMD (EV71)
  • ไข้หวัดนก
  • โรคซารส์
  • กาฬโรค
  • ลิชมาเนีย
  • อาวุธชีวภาพ
  • วัณโรคดื้อยา
  • เชื้อแบคทีเรียดื้อยา
  • ไข้สมองอักเสบเวสต์ไนล์
  • โรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ อื่นๆ
slide13
หัวข้อการนำเสนอ
  • โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่น่าจับตามอง (ปี 2556)
    • โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 (Avian Influenza H7N9)
    • โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 (Novel Coronavirus)
    • โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Meningitis)
    • โรคไข้เหลือง (Yellow Fever)
slide15

สถานการณ์ปัจจุบันโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

  • ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2556 องค์การอนามัยโลก รายงานพบผู้ป่วยยืนยัน ทั้งสิ้น
  • พบผู้ป่วยใน 11 พื้นที่ ได้แก่ ฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) เจียงซี หูหนาน เซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง อันฮุย เหอหนาน ปักกิ่ง ซานตง และไต้หวัน
  • ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการติดต่อจากคนสู่คน(ได้อย่างต่อเนื่อง และ ในวงกว้าง)
  • อาจมีการติดต่อจากคนสู่คนในวงจำกัด เช่น ในครอบครัว

จำนวน 131 ราย เสียชีวิต 36 ราย (อัตราป่วยตาย = 27%)

slide17

สถานการณ์ปัจจุบันโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

  • ประเทศไทย :ยังไม่มีรายงานการตรวจพบโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ทั้งในคนและในสัตว์ นกธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
  • ข้อมูลจาก OIE :ตรวจพบเชื้อในสัตว์ (เป็ด ไก่ นกพิราบ) จาก จากมณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง มณฑลอันฮุย มณฑลเซี่ยงไฮ้ มณฑลเหอหนาน มณฑลซานตง มณฑลเจียงซี และมณฑลกวางตุ้ง
slide18

องค์ความรู้โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

เชื้อสาเหตุ :

  • เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ Orthomyxoviridaeในสกุลของเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ มีรูปทรงกลม
  • พบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ ได้ใน คน นก สุกร ม้า และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด โดยไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ ที่พบว่าติดเชื้อในคนได้บ่อย ได้แก่ สายพันธุ์ H5N1, H9N2, H7N7, H7N2, H7N3
  • เชื้อไข้หวัดนกโดยปกติจะไม่ทนความร้อน และเชื้อจะตายที่อุณหภูมิ 650 C৹นาน 30 นาที หรือต้มในน้ำเดือดนาน 2 นาที *
slide19

ระบาดวิทยาของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

ระบาดวิทยา :

  • แหล่งของการแพร่เชื้อ อาจจะมาจากสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ และจนถึงวันที่ 11เมษายน 2556 ยังไม่พบหลักฐานการแพร่ติดต่อของเชื้อจากคนสู่คนแต่อย่างใด
  • วิธีการแพร่ติดต่อของเชื้อ สามารถแพร่ติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจ, จากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือของเสียจากสัตว์ปีก หรือการสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรง
  • ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ บุคคลที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และมีประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกภายใน 1 สัปดาห์ก่อนเริ่มมีอาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีประวัติทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีก ได้แก่ ให้อาหาร ขนส่ง ขาย ฆ่า หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับสัตว์ปีก จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ได้
slide20

ระบาดวิทยาของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 (ต่อ)

ระยะฟักตัว : ระยะฟักตัวของเชื้อ ภายในระยะเวลา 7 วัน

อาการและอาการแสดงทางคลินิก

  • ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ ไอ (มีหรือไม่มีเสมหะร่วมด้วยก็ได้) ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย
  • ผู้ป่วยอาจพัฒนาไปจนมีอาการรุนแรงอย่างรวดเร็ว โดยมี*อาการปอดอักเสบรุนแรงเกิดขึ้นภายใน 5 -7 วัน
slide21

ระบาดวิทยาของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 (ต่อ)

การพยากรณ์โรค:พบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อและมีอาการรุนแรง มีแนวโน้มที่จะมีผลการรักษาที่ไม่ดี ทั้งนี้ ขึ้นกับอายุโรคประจำตัวของผู้ป่วย และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นด้วย

การรักษา:

  • ผู้ป่วยสงสัยและผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อควรมีการแยกผู้ป่วย (Isolation)และมีการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร
  • ใช้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ออกซิเจน การให้ยาลดไขการให้ยาลดอาการไอเมื่อมีข้อบ่งชี้ รวมถึงให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนเท่านั้น
  • การให้ยาต้านไวรัสโดยให้หลังจากมีการเก็บตัวอย่างในระบบทางเดินหายใจ(เพื่อตรวจยืนยัน) ควรให้ยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
slide22

การประเมินความเสี่ยงและคำแนะนำของ WHO

  • ในปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานชัดเจน ว่ามีการติดต่อจากคนสู่คนเป็นวงกว้าง
  • อาจมีการติดต่อจากคนสู่คนในวงจำกัด ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิด เช่น บุคคลในครอบครัวเดียวกัน
  • ยังไม่มีข้อมูลการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไปยังประเทศอื่นๆ
  • มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ติดเชื้อ (ทั้งที่มีอาการหรือไม่มีอาการ) เดินทางไปยังประเทศต่างๆ ได้
  • ไม่แนะนำให้ดำเนินการตรวจคัดกรองพิเศษที่ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ
  • ไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด
  • ในภูมิภาคเอเชีย มีโอกาสจะได้รับเชื้อไข้หวัดนก (H7N9)

(ความเสี่ยงมากกว่าภูมิภาคอื่นที่อยู่ห่างไกลกว่า)

slide23

เฝ้าระวังและควบคุมโรค

ดูแล

รักษาผู้ป่วย

ชันสูตรทาง

ห้องปฏิบัติการ

สุขศึกษา ประชาสัมพันธ์

มาตรการ

ป้องกันและควบคุม

ไข้หวัดนกในคน

slide24

มาตรการที่ดำเนินการจากข้อแนะนำที่ประชุม National Expert Committee ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมป้องกัน แก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ

  • การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
  • เฝ้าระวังใน 4 กลุ่มเป้าหมายเดิม คือ

- ผู้ที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรง

- ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและมีอาการปอดบวม

- ผู้ป่วยปอดบวมที่พบเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในชุมชน

- บุคลากรทางการแพทย์ที่ป่วยเป็นปอดบวม

  • ให้มีการฝึกอบรมแพทย์ในระดับจังหวัดให้ทราบแนวทางการเฝ้าระวัง

แนวทางการรักษาพยาบาลโรคไข้หวัดนก และการป้องกันการติดเชื้อในสถานพยาบาล

  • การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ
  • เตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการในการตรวจจับ H7N9 ทั้งใน

ส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และภาคมหาวิทยาลัย

slide25

มาตรการที่ดำเนินการ. จากที่ประชุม National Expert Committee ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมป้องกัน แก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ

  • การดูแลรักษาพยาบาล
  • ใช้แนวทางของการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ และการป้องกันการติดเชื้อแบบมาตรฐานของไข้หวัดนก
  • การสื่อสารความเสี่ยงของประเทศไทย
  • เพิ่มระดับการสื่อสารความเสี่ยง เช่น โอกาสการระบาด การรักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น ล้างมือ ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย และหยุดพักอยู่บ้าน จากข้อมูลวิชาการ พบว่า การติดเชื้อ H7N9 ในสัตว์ พบว่ามีสัตว์จำนวนหนึ่งไม่มีอาการ ไม่ป่วย ไม่ตาย (เพิ่มการสื่อสารความเสี่ยง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ และล้างมือหลังสัมผัสสัตว์ ไม่นำสัตว์ป่วยตายผิดปกติ มาขายและรับประทาน)
slide26

มาตรการที่ดำเนินการ. จากที่ประชุม National Expert Committee ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมป้องกัน แก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ

  • การเตรียมความพร้อมของยาต้านไวรัสและวัสดุอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย วัคซีน
  • เตรียมคลังยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์และควรสำรองยาต้านไวรัสในรูปแบบยาฉีด
  • เตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาวัคซีน H7N9 ของไทย
  • การคัดกรองบริเวณช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ ขณะนี้ไม่มีการจำกัดการเดินทาง หรือการคัดกรองใดเป็นพิเศษ บริเวณช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ
slide27

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • รับประทานเนื้อไก่และไข่ที่ปรุงสุก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย โดยเฉพาะเด็ก
  • ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ป่วยตายไปรับประทานหรือให้สัตว์อื่นกิน ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่สาธาณณสุข
  • หากต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกในระยะที่มีการระบาดในพื้นที่ ให้สวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือ
  • ล้างมือบ่อยๆ และทุกครั้งหลังการสัมผัสสัตว์ปีกและสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ปีก ด้วยสบู่และน้ำ
slide28

คำแนะนำสำหรับประชาชน (ต่อ)

  • การเดินทางระหว่างประเทศยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง
  • ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ปีก รวมทั้งนกธรรมชาติ
  • หากมีอาการเป็นไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีก หรือผู้ป่วยปอดบวม ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติสัมผัสโรค หรือแจ้งประวัติการเดินทาง
slide29

คำถาม-คำตอบ

-- เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 เหมือนกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 และ H5N1 หรือไม่?

คําตอบ เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 แตกต่างจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 และ H5N1 เนื่องจากเป็นคนละสายพันธุ์กัน แม้ว่าจะเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอเหมือนกัน โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 อาจจําแนกได้เป็นชนิดที่ปกติจะติดเชื้อในคน หรือชนิดที่ปกติจะติดเชื้อในสัตว์ส่วนเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 และ H5N1 ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสที่ติดเชื้อในสัตว์แต่บางครั้งก็ติดเชื้อในคนได้

slide30

คำถาม-คำตอบ

-- เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่?

คําตอบ จากจํานวนผู้ป่วยยืนยันที่มีจํานวนจํากัดในขณะนี้จึงยังคงไม่แน่ชัดว่าเชื้อไวรัสนี้ติดต่อมาจากนกได้อย่างไร รวมทั้งยังไม่พบความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยาระหว่างผู้ป่วยซึ่งการสอบสวนโรคยังคงดําเนินการอย่างต่อเนื่องแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อจากการตรวจเลือดผู้สัมผัสอย่างไรก็ตามยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการติดต่อระหว่างคนสู่คนออกได้จนกว่าจะมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของเชื้อไวรัส

และผลจากการสอบสวนโรค

slide31

คำถาม-คำตอบ

-- มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 หรือไม่?

คําตอบขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 อย่างไรก็ตามมีการแยกเชื้อไวรัสได้จากผู้ป่วยยืนยันรายแรกๆโดยขั้นตอนแรกในการพัฒนาวัคซีน ได้แก่การคัดเลือกเชื้อไวรัสที่จะนําไปพัฒนาวัคซีน ซึ่งองค์การอนามัยโลกร่วมกับหน่วยงานต่างๆจะดําเนินการคัดเลือกเชื้อไวรัสอันจะนําไปใช้ในการผลิตวัคซีนต่อไป หากจําเป็น

slide32

คำถาม-คำตอบ

-- เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 จะทําให้เกิดการระบาดใหญ่ได้หรือไม่?

คําตอบตามหลักทฤษฎีแล้วเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในสัตว์สายพันธุ์ใดก็ตาม ที่สามารถพัฒนาศักยภาพมาจนติดเชื้อในคนได้จะสามารถทําให้เกิดการระบาดใหญ่ได้อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบแน่ชัดว่าศักยภาพของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 จะสามารถทําให้เกิดการระบาดใหญ่ได้หรือไม่ เนื่องจากเคยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ในสัตว์หลายสายพันธุ์ซึ่งบางครั้งพบการติดเชื้อในคนได้แต่ก็ไม่ทําให้เกิดการระบาดใหญ

slide33

คำถาม-คำตอบ

-- จะปลอดภัยหรือไม่ที่จะไปเที่ยวตลาดสดและฟาร์มปศุสัตว์ในพื้นที่ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อในคน?

คําตอบ เมื่อไปเที่ยวตลาดสดควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่มีชีวิตหรือพื้นผิวที่สัมผัสกับสัตว์สําหรับฟาร์มปศุสัตว์เช่น ฟาร์มสุกร หรือ ฟาร์มสัตว์ปีกควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่ป่วยหรือตายโดยเฉพาะเด็ก หากพบสัตว์ป่วยหรือตายไม่ควรนํามาประกอบอาหารและควรรายงานต่อทางการทันที

-- การเดินทางไปยังประเทศจีนจะปลอดภัยหรือไม่?

คําตอบ เนื่องจากจํานวนผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในขณะนี้ยังค่อนข้างน้อย องค์การอนามัยโลกจึงไม่แนะนําให้จํากัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งผู้เดินทางที่จะไปยังประเทศจีนหรือบุคคลที่จะเดินทางออกจากประเทศจีนแต่อย่างใด

2012 17 2556
บทสรุปและความคืบหน้าเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012(ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2556)
  • โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 น่าจะมีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์และติดต่อมาสู่คนแบบประปราย ซึ่งยังไม่ทราบช่องทางการแพร่การติดต่อของโรคที่ชัดเจน
  • การติดต่อระหว่างคนสู่คนพบในสถานพยาบาลและการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว แต่ยังไม่พบการแพร่ติดต่อในชุมชน
  • ผู้ป่วยที่พบอย่างต่อเนื่อง* ทำให้เพิ่มความกังวลถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการแพร่ติดต่อในชุมชน และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
  • จากกรณีการติดเชื้อของบุคลากรสาธารณสุขที่สัมผัสกับผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องเข้มงวดตามมาตรการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล
2012 17 25561
บทสรุปและความคืบหน้าเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012(ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2556)
  • โรคติดเชื้อโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 อาจมีอาการแสดงอย่างไม่เป็นแบบแผน และอาจไม่มีอาการแสดงในระบบทางเดินหายใจในระยะเริ่มแรกในคนที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ
  • การใช้ Nasopharyngeal swabs สำหรับการวินิจฉัยอาจไม่มีความไวเท่ากับการใช้ตัวอย่างจากระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (ควรระมัดระวังในการเก็บตัวอย่างจากระบบทางเดินหายใจ ให้เป็นไปตามแนวทางการป้องกันและควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด)
  • WHO คาดว่าจะพบรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และการควบคุมโรคจะต้องอาศัยการเร่งสอบสวนโรคร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
slide38

สถานการณ์โรค

  • ต่างประเทศ:ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน (23/05/56) องค์การอนามัยโลกได้รับแจ้งจำนวนผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 แล้ว รวม 44 ราย เสียชีวิต 22 ราย ดังนี้
  • ประเทศไทย:ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 จนถึง วันที่ 27 พฤษภาคม 2556
  • ยังไม่พบผู้ป่วย
slide39

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อโคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012

เชื้อก่อโรค :

  • เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012
  • เป็นเชื้อสายพันธุ์หนึ่งในกลุ่มไวรัส โคโรน่า ซึ่งเพิ่งค้นพบใหม่ในปี พ.ศ. 2555
slide40

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อโคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012

  • ธรรมชาติการเกิดโรค:
  • โดยทั่วไป เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่ทําให้เกิดการติดเชื้อใน ระบบทางเดินหายใจหรือระบบอื่นๆ ในคนและสัตว์ เช่น หนู ไก่ วัวควาย สุนัข แมว กระต่าย และสุกร
  • ในคนที่เป็นโรคไข้หวัดก็มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ประมาณร้อยละ 15
  • อย่างไรก็ตามโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 นี้ไม่ใช่โรคซาร์สเป็นคนละโรคกัน เนื่องจากมีสาเหตุจากเชื้อ ไวรัสโคโรน่า คนละสายพันธุ์
slide41

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อโคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012

  • มีอาการไข้ ไอ หายใจหอบและหายใจลําบาก จะแสดงอาการคล้ายกับโรคปอดบวม ซึ่งเป็น สาเหตุของภาวะไตวาย และทําให้เสียชีวิตได้
  • ผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อฯจะมีการติดเชื้อระบบ ทางเดินหายใจ ค่อนข้างรุนแรง
  • การติดเชื้อพบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่พบมาก ในเด็ก
  • อาจพบมีการติดเชื้อซ้ำได้เนื่องจากระดับภูมิ คุ้มกันจะลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังการติดเชื้อ
slide42

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อโคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012

วิธีการแพร่โรค :

  • มีการแพร่กระจายของเชื้อผ่าน 3 ทาง หลักๆ คือ
  • ติดต่อจากคนสู่คน ผ่านทางฝอยละออง (Droplet) ได้แก่ น้ำมูก น้ำลายจากผู้ป่วยที่มีเชื้อไปยังบุคคลอื่น โดยการไอ หรือจาม
  • การสัมผัส(Contact) กับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย
  • การแพร่กระจายทางอากาศ (Airborne) มีโอกาสเป็นไปได้แต่น้อย
slide43

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อโคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012

ระยะฟักตัว :

  • เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะ แสดงอาการเมื่อใดหลังจากติดเชื้อ
  • แต่สําหรับเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยทั่วไป โดยเฉลี่ยมีระยะฟักตัวประมาณ 2 - 4 วัน
slide44

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อโคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012

การประเมินสถานการณ์ และความเสี่ยง:

  • ประเทศไทย :ยังไม่พบการเกิดโรคในประเทศไทย
  • องค์การอนามัยโลก :ยังไม่แนะนำให้มีการจำกัดการเดินทางไป ยังประเทศใด อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีความเสี่ยง เนื่องจากจะมีประชาชนคนไทยไปแสวงบุญในประเทศแถบตะวันออกกลาง และมีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเพื่อเข้ามาท่องเที่ยว หรือท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
slide45

มาตรการการป้องกันและควบคุมโรคมาตรการการป้องกันและควบคุมโรค

  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ หรือจาม
  • ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ เมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย รวมทั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัดหรือที่ชุมชนสาธารณะมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หากจำเป็น ให้พิจารณาใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรค
  • แนะนำให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย ปิดปาก ปิดจมูกเวลา ไอ หรือจาม
  • ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
slide46

การดำเนินงานของประเทศไทย:การดำเนินงานของประเทศไทย:

  • มีการจัดประชุมปรึกษาหารือร่วมกับระหว่างผู้เชี่ยวชาญของกระทรวง สาธารณสุข มหาวิทยาลัย และองค์กรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อ ประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง และมาตรการของประเทศที่เหมาะสม
  • ด้านการเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา ได้ดำเนินการจัดระบบการเฝ้าระวัง ควบคู่ไปกับ โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และโรคไข้หวัดนก (Avian Influenza)
  • มีหนังสือสั่งการไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง และขอความ ร่วมมือจากกรุงเทพมหานครให้ดำเนินมาตรการเตรียมความพร้อมรับ สถานการณ์ร่วมกับการเฝ้าระวังพิเศษในโรงพยาบาลเอกชน 5 แห่ง
slide47

การดำเนินงานของประเทศไทย(ต่อ):

  • ด้านการเฝ้าระวังโรค
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการประสานขอความร่วมมือกับสายการบินที่มาจากประเทศแถบตะวันออกกลางสังเกตผู้โดยสารที่มีอาการสงสัยให้ส่งมาที่แพทย์การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ด้านการรักษาพยาบาล
  • กรมการแพทย์ได้จัดทำและแจ้งแนวทางดูแลรักษาพยาบาล การป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อในสถานพยาบาล ให้แก่สถานพยาบาลภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสังกัดอื่นๆ ทราบ โดยให้เข้มงวดเป็นพิเศษในระดับสูงสุด
  • ด้านการสื่อสารความเสี่ยง
  • ให้คำแนะนำประชาชนทั่วไป และผู้เดินทาง มีการเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนัก-โรคติดต่ออุบัติใหม่ และมีการให้ข้อมูลแก่เครือข่ายในหลายช่องทาง
slide48

การดำเนินงานของประเทศไทย(ต่อ):

  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ หรือจาม
  • ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ก่อนรับประทานอาหาร และหลังขับถ่าย
  • ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด หรือที่ชุมชนสาธารณะที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรค
  • แนะนำให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย ปิดปากปิดจมูกเวลาไอ หรือจาม
  • ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
slide49

คำถาม-คำตอบ

--โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่ ?

ตอบ คือ ข้อมูลปัจจุบัน ยังไม่สามารถระบุได้ว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่ สําหรับรายที่ติดเชื้อในครอบครัวเดียวกัน มีความเป็นไปได้ที่จะติดต่อจากคนสู่คนอย่างจํากัด (limited human-to-human transmission) หรือ อาจเป็นไปได้ที่จะมีการติดเชื้อภายในสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อมาจากแหล่งเดียวกัน เช่น ที่บ้าน หรือที่ทํางาน

---มีวัคซีน ป้องกันโรค หรือไม่ ?

ตอบ ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถค้นหาได้ที่ เว็บไซต์สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่

(http://beid.ddc.moph.go.th และ call center กรมควบคุมโรค โทร.1422)

slide51

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่นระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

เชื้อก่อโรค :

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitides เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ รูปร่างกลมอยู่เป็นคู่ ต้องการอากาศในการเจริญเติบโต ไม่สร้างสปอร์ แบ่งออกเป็น 13 ซีโรกรุ๊ป คือ A, B, C, D, H, I, K, L, X,Y, Z,29E  และ W135 ที่พบบ่อยๆ คือ ซีโรกรุ๊ป A, B, C, Y  และ W135

เชื้อก่อโรคไข้กาฬหลังแอ่น Neisseria meningitidis

จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

slide52

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่นระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

อาการและอาการแ สดง:

ผู้ป่วยจะมีไข้สูงปวดศีรษะอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนคอแข็ง และกลัวแสง มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechial rash) ร่วมกับปื้นสีชมพู (pink macules) หรืออาจพบตุ่มพอง (vesicles) เป็นครั้งคราว

slide53

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่นระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

อาการและอาการแสดง(ต่อ):

อาการทางคลินิก ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ

  • ผู้ป่วยที่เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต (meningococcaemia) เป็นการติดเชื้อที่รุนแรงที่สุด ทำให้เกิดผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง ความดันโลหิตต่ำ เกิดภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว
carrier

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่นระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

แหล่งรังโรค : คนเป็นพาหะของโรค (carrier)

วิธีการแพร่โรค : จากการสัมผัสโดยตรงกับละอองฝอยของเชื้อจาก

จมูกและคอของผู้ป่วย ซึ่งปกติแล้วผู้ได้รับเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการป่วย

เพียงเล็กน้อย (subclinical) แต่มีเชื้อ N. meningitidisอยู่ในช่องหลังโพรง

จมูก และเป็นพาหะของโรค

slide55

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่นระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

ระยะติดต่อของโรค:

ผู้ป่วยสามารถแพร่โรคได้จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อในน้ำมูกน้ำลาย ซึ่งหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะภายใน 24 ชั่วโมงแล้ว เชื้อก็จะถูกกำจัดหมดไปจากช่องจมูกร่วมคอหอยของผู้ป่วย สำหรับยาเพนิซิลลิน (penicillin) นั้น จะใช้ยับยั้งเชื้อได้ชั่วคราว แต่จะไม่กำจัดเชื้อให้หมดไปได้

ระยะฟักตัว:

พบได้ในช่วง 2 – 10 วัน (โดยเฉลี่ย 3 – 4 วัน)

slide56

ระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่นระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

การรักษา :

ยาที่แนะนำให้ใช้รักษาผู้ป่วยที่วินิจฉัยยืนยัน คือ

  • ยาเพนิซิลลิน(penicillin) ฉีดในขนาดที่เพียงพอ
  • ยาแอมพิซิลลิน(ampicillin)
  • ยาคลอแรมเฟนิคอล (chloramphenicol)
slide57

มาตรการป้องกันโรค

  • ให้สุขศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการติดเชื้อ โดยลดความ

เสี่ยงที่จะสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยจากการสัมผัสใกล้ชิด

  • ลดความแออัดของผู้คนในสถานที่ที่คนอยู่กันจำนวนมาก เช่น ค่าย ทหาร โรงเรียน ที่ พักแรม และในเรือ
  • ใช้วัคซีนป้องกันโรคแก่กลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่อยู่หรือเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดการระบาด พิธีฮัจย์ กลุ่มทหาร และกลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่ำ
slide58

มาตรการควบคุมโรค

  • แยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังจาก เริ่มให้ยาปฏิชีวนะแล้ว
  • ทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสกับน้ำมูกน้ำลาย ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ที่อาจปนเปื้อนเชื้อได้
  • สังเกตการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอาการไข้ ของผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงที
slide59

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ

ประเทศซาอุดิอาระเบีย ออกกฎให้ผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะห์ ต้องได้รับการฉีดวัคซีนและแสดงเอกสารใบรับรองการได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 วัน และไม่เกิน 2 ปีก่อนออกเดินทาง

slide60

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ(ต่อ)คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ(ต่อ)

ผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีความชุกของโรค เช่น บางประเทศในแถบแอฟริกากลาง และผู้ที่จะไปอยู่ในที่ที่คนมาอยู่รวมกันอย่างแออัด ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันก่อนออกเดินทาง

slide61

สถานที่และเบอร์ติดต่อ สำหรับขอรับวัคซีนโรคไข้กาฬหลังแอ่น

yellow fever
ไข้เหลือง (Yellow fever)

สถานการณ์ต่างประเทศ:

  • พื้นที่เกิดโรค ในพื้นที่เขตร้อนแถบทวีปอาฟริกาและอเมริกาที่มีไข้เหลืองเป็นโรคประจำถิ่น 
  • เคยมีการระบาดเกิดขึ้นในยุโรป หมู่เกาะคาริบเบียน  อเมริกาเหนือและอเมริกากลาง ปัจจุบันจะไม่ปรากฏเชื้อไวรัสในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว  แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดได้ 
  • ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ โบลิเวีย บราซิล  โคลัมเบีย เอกวดอร์ และเปรู มีผู้ป่วย 200,000 ราย และเสียชีวิต 30,000 รายต่อปี
  • ถึงแม้ไม่เคยมีรายงานไข้เหลืองในทวีปเอเซีย  แต่ทวีปนี้ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากยุงและลิง
slide63

ระบาดวิทยาของโรคไข้เหลืองระบาดวิทยาของโรคไข้เหลือง

สถานการณ์ในไทย:ไม่เคยมีรายงานบผู้ป่วยโรคไข้เหลือง

เชื้อก่อโรค : เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน ได้แก่ ไวรัสไข้เหลือง ในตระกูลFlavivirus

slide64

ระบาดวิทยาของโรคไข้เหลืองระบาดวิทยาของโรคไข้เหลือง

อาการและอาการแสดง :

อาการ ของโรค มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเอว คลื่นไส้อาเจียน จะมีเลือดออกตามปาก ทางจมูก อาจมีอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการเหลืองเล็กน้อยในระยะแรก และจะเหลืองมากขึ้นในระยะต่อมา ผู้ป่วยมักเสียชีวิตเนื่องจากตับวายและไตวาย โรคนี้ยังไม่มียารักษาเฉพาะ

slide65

ระบาดวิทยาของโรคไข้เหลืองระบาดวิทยาของโรคไข้เหลือง

แหล่งรังโรค : ยุงเป็นพาหะของโรค ยุงเหล่านี้มีทั้งยุงบ้านและยุงป่า

การติดต่อในคน : มีวงจรการติดต่อได้ 3 แบบ คือ ในป่า (sylvatic) กึ่งป่ากึ่งเมือง (intermediate)  และในเมือง (urban) ทั้ง 3 วงจรพบในอัฟริกา  แต่ในอเมริกาใต้พบเฉพาะป่ากับในเมือง

การรักษา :ไม่มีการรักษาที่จำเพาะสำหรับโรคไข้เหลือง เน้นการรักษาตามอาการ ด้วยการให้ยาลดไข้และสารน้ำทางปาก เพื่อลดไข้และทดแทนภาวะขาดน้ำ

slide66

มาตรการป้องกันโรค

  • การฉีดวัคซีนเป็นมาตรการเดียวที่สำคัญที่สุดในการป้องกันไข้เหลือง
  • พื้นที่ที่มีความครอบคลุมของวัคซีนต่ำ  จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและมีการควบคุมโรคที่รวดเร็ว
  • มาตรการกำจัดยุงยังจำเป็นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสจนกว่าจะมีการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม
slide67

มาตรการควบคุมโรค

  • แยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังจาก เริ่มให้ยาปฏิชีวนะแล้ว
  • ทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสกับน้ำมูกน้ำลาย ตลอดจนสิ่งของ เครื่องใช้ที่อาจปนเปื้อนเชื้อได้
  • สังเกตการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอาการไข้ ของผู้สัมผัสใกล้ชิดกับ ผู้ป่วย เพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงที
slide68

การเตรียมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่การเตรียมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่

  • การวางแผนและประเมินความเสี่ยงร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ปัจจัยด้านกฎหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • การตรวจจับอย่างรวดเร็ว : การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและห้องปฏิบัติการ ระบบการเตือนภัยล่วงหน้า
  • การตอบสนองอย่างรวดเร็ว : ,มาตรการควบคุมโรค, การป้องกันตนเองเช่น การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย การฆ่าเชื้อ การจัดคลังสำรองวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น การสำรวจและเตรียมความพร้อมในคลังสำรอง
  • การจัดการข้อมูลข่าวสาร
  • การสื่อสารสาธารณะและการสื่อสารความเสี่ยง
slide69
แนวทางในการป้องกันควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่แนวทางในการป้องกันควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่
  • เน้นหนักในด้านความตระหนักในการป้องกันตนเอง ไม่แพร่โรคสู่ผู้อื่น
    • การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย
    • รักษาร่างกายให้แข็งแรง
  • ในกลุ่มเสี่ยง เน้นเรื่องคำแนะนำในการป้องกันควบคุมโรค การดูแลตนเอง
  • ในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ควรเร่งรัดการเตรียมความพร้อมของประเทศในระดับสูงสุด เพื่อลดผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ
slide70

แผนยุทธศาสตร์ป้องกัน แก้ไข และเตรียมพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนก และการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2553)

ฉบับที่ 3 ผ่านความเห็นชอบจากครม.

เมื่อ 28 ส.ค.55

ฉบับที่ 3

ฉบับที่ 2

slide71

การเตรียมพร้อมใช้หลายยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมใช้หลายยุทธศาสตร์

ยาต้านไวรัส วัคซีน

การดูแลผู้ป่วย

อุปกรณ์ป้องกันตัว

ด้านการ

แพทย์/เวชภัณฑ์

(Medical/Pharma.)

ส่งเสริมอนามัยบุคคล

จำกัดการเดินทาง

แยกกักผู้สัมผัสโรค

จำกัดกิจกรรมทางสังคม

ให้สุขศึกษา ประชาสัมพันธ์

ด้านสาธารณสุข/สังคม

(Non-med/non-pharma)

ด้านเศรษฐกิจและสังคม

(Social and economic systems

- to keep the society running)

รักษาความมั่นคง/ กฎหมาย

จัดหาอาหารและน้ำดื่ม

จ่ายพลังงาน เชื้อเพลิง

บริการคมนาคมขนส่ง

บริการสื่อสารโทรคมนาคม

จัดระบบการเงิน ธนาคาร

Source: David Nabarro at APEC-HMM, Sydney 8 June 2007

slide72

การเตรียมความพร้อมใช้การประสานความร่วมมือพหุภาคี Multi-sector cooperation

ภาคเอกชน

Private

ภาครัฐ

Public

ภาคบริการพื้นฐาน (Essential services)

พลังงาน ไฟฟ้า น้ำประปา ขนส่ง คมนาคม

สื่อสาร / IT / การเงิน / ธนาคาร / รักษาความปลอดภัย

slide73

สาธารณสุข

พาณิชย์

แรงงาน

การมีส่วนร่วม

จากหลายภาคส่วน

การศึกษา

การเงิน/เงินทุน

ความปลอดภัย

การบริการ

ที่สำคัญ

อื่นๆ

การมีส่วนร่วมป้องกันควบคุมโรคของทุกภาคส่วนการมีส่วนร่วมป้องกันควบคุมโรคของทุกภาคส่วน
guide to hygiene and sanitation in aviation by who 2009
Guide to Hygiene and Sanitation in Aviation(by WHO : 2009)
  • ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณนั้น ด้วยผ้าหรือกระดาษ และ สารละลายผงซักฟอก และนำไปใส่ลงในถุงขยะติดเชื้อ
  • ใช้ผ้าหรือกระดาษ ปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้น จากนั้นเทน้ำยาฟอก ขาวลงบนผ้าหรือกระดาษ และนำไปใส่ลงในถุงขยะติดเชื้อ
  • ทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำและทำให้แห้ง และนำผ้าหรือกระดาษ ทั้งหมดใส่ลงในถุงขยะติดเชื้อ
  • ถอดถุงมือและนำไปใส่ลงในถุงขยะติดเชื้อ
  • ปิดปากถุงขยะติดเชื้อ ทำการขนส่งอย่างเหมาะสม
  • ล้างมือให้สะอาด
slide76
สรุป
  • โรคติดต่ออุบัติใหม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคที่มีการคมนาคมขนส่งที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงทางประชากรและสังคม
  • ผลกระทบของโรคสามารถก่อความสูญเสียทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ได้อย่างกว้างขวาง ส่งผลถึงความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ
  • การป้องกันและแก้ไขปัญหา มีความซับซ้อน ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ