slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
การเพาะชำกล้าไม้ PowerPoint Presentation
Download Presentation
การเพาะชำกล้าไม้

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 22

การเพาะชำกล้าไม้ - PowerPoint PPT Presentation


  • 122 Views
  • Uploaded on

การเพาะชำกล้าไม้. โครงการเงินกู้เพื่อวางระบบน้ำและสร้างอนาคตประเทศ แผนปฏิบัติการฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่า และดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์. แรง ( stress) ที่มากระทำต่อไม้ ซึ่งมี 4 ลักษณะ แรงบีบ ( compressive stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้มีขนาดเล็กกว่าเดิม

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'การเพาะชำกล้าไม้' - morela


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

การเพาะชำกล้าไม้

โครงการเงินกู้เพื่อวางระบบน้ำและสร้างอนาคตประเทศ

แผนปฏิบัติการฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่า และดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

slide2

แรง (stress) ที่มากระทำต่อไม้ ซึ่งมี 4 ลักษณะ

  • แรงบีบ (compressive stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้มีขนาดเล็กกว่าเดิม
  • แรงดึง (tensile stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้มีขนาดหรือปริมาตรใหญ่กว่าเดิม
  • แรงเชือด (shear stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้แยกออกเป็น 2 ส่วน
  • แรงดัด (bending stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้โค้งงอจนหัก เป็นแรงที่รวมเอาแรง 3 ชนิดแรกเข้าด้วยกัน

หลักเกณฑ์การพิจารณาไม้เนื้อแข็ง หรือ

ไม้เนื้ออ่อน

slide3
หลักเกณฑ์การพิจารณาไม้เนื้อแข็ง หรือไม้เนื้ออ่อน
  • ความแข็งแรง (strength) คือความสามารถที่ไม้จะต้านทานต่อแรงที่มากระทำ ซึ่งจะมีความแข็งแรงชนิดใดก็ขึ้นอยู่กับชนิดแรงที่มากระทำ
  • แรงที่นับว่าสำคัญและพบว่าเกิดขึ้นเสมอในสิ่งก่อสร้าง คือแรงบีบขนานเสี้ยนและแรงดัด รองลงมาก็คือแรงเชือด โดยเฉพาะแรงดัดซึ่งสามารถทำให้ไม้หักเสียรูปโดยสิ้นเชิงนั้น
slide4
หลักเกณฑ์การพิจารณาไม้เนื้อแข็ง หรือไม้เนื้ออ่อน
  • แรงดัดสูงสุดที่ทำให้ไม้หัก เรียกว่า แรงประลัยหรือสัมประสิทธิ์ในการหัก (modulus of rupture)
  • ความต้านทานของไม้ต่อแรงประลัยนี้ เรียกว่า ความแข็งแรงของไม้ในการดัด ซึ่งยอมรับและใช้กันเป็นมาตรฐานของความแข็งแรงของไม้
  • ในการแบ่งไม้ออกเป็นประเภทไม้เนื้ออ่อนหรือไม้เนื้อแข็ง จึงได้ถือเอาความแข็งแรงในการดัดเป็นเกณฑ์ โดยพิจารณาความทนทานตามธรรมชาติประกอบด้วย
slide5
หลักเกณฑ์การพิจารณาไม้เนื้อแข็ง หรือไม้เนื้ออ่อน
  • ไม้ตะเคียนทอง (Hoper odorataRoxb.) เป็นไม้ที่ได้รับความนิยมและยอมรับกันอย่างกว้างขวางมานานว่า เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีคุณภาพดีทั้งด้านความแข็งแรงและความทนทาน จึงได้เปรียบเทียบคุณภาพของไม้ที่ยังไม่รู้จักกับไม้ตะเคียนทองเสมอ
  • การแบ่งไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็งของกรมป่าไม้ จึงนำเอาความแข็งแรงในการดัดของไม้ตะเคียนทองที่แห้งเป็นค่ามาตรฐานในการแบ่งช่วงความแข็งแรงในการดัดของไม้ชนิดต่างๆ ว่าเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม้เนื้ออ่อน ปรากฏตามรายละเอียดใน หนังสือกรมป่าไม้ที่ กส0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517
slide6
หลักเกณฑ์การพิจารณาไม้เนื้อแข็ง หรือไม้เนื้ออ่อน

ข้อมูลจาก :หนังสือไม้เนื้อแข็งของประเทศไทยเรียบเรียง :บางรักษ์ เชษฐสิงห์ นักวิชาการป่าไม้ 5

slide7
ไม้โตช้าหรือไม้โตเร็วไม้โตช้าหรือไม้โตเร็ว
  • หลักเกณฑ์การจำแนกไม้โตเร็วMeijer (After Soerianegara) ได้แบ่งชั้นอัตราความเจริญเติบโตของต้นไม้ไว้เป็น 5 ประเภท คือ1. ไม้โตเร็วมาก (Very fast growing) ได้แก่ ต้นไม้ที่มีอัตราความเจริญเติบโตทางเส้นรอบวงเกินปีละ 5 ซ.ม.2.ไม้โตเร็ว (Fast growing) ได้แก่ ต้นไม้ที่มีอัตราความเจริญเติบโตทางเส้นรอบวง ปีละ 4-5 ซ.ม.3.ไม้โตปกติ (Normal growing) ได้แก่ ต้นไม้ที่มีอัตราความเจริญเติบโตทางเส้นรอบวง ปีละ 2.5-4.0 ซ.ม.
slide8
ไม้โตช้าหรือไม้โตเร็วไม้โตช้าหรือไม้โตเร็ว
  • 4.ไม้โตค่อนข้างช้า (Rather slow) ได้แก่ ต้นไม้ที่มีอัตราความเจริญเติบโตทางเส้นรอบวง ปีละ 1.0-2.5ซ.ม.5.ไม้โตช้า (Slow) ได้แก่ ต้นไม้ที่มีอัตราความเจริญเติบโตทางเส้นรอบวง น้อยกว่าปีละ 1.0 ซ.ม.
  • ที่มา : MontonJamroenprucksa, Ph.D.Associate ProfessorDepartment of Silviculture,Faculty of Forestry,Kasetsart University,
slide9
แนวทางการดำเนินงาน
  • ควรมีการเพาะชำกล้าไม้ไม่ต่ำกว่า 5 ชนิด โดยมีจำนวนแต่ละชนิดใกล้เคียงกัน
  • ต้องมีทั้งไม้โตช้า และไม้โตเร็ว ไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง
  • แปลงเพาะชำที่ดี จะวางอยู่ในแนว เหนือ – ใต้
  • BLOCK ในการวางกล้าไม้ควรมีจำนวนกล้าไม้ในแต่ละ BLOCK ที่เท่ากันเพื่อสะดวกในการตรวจนับ
slide10
แนวทางการดำเนินงาน
  • จำนวนกล้าไม้ในแต่ละ Block ที่แนะนำ คือ Block ละ ๑,๐๐๐ ถุง( ด้านกว้าง ๒๐ ถุง ด้านยาว ๕๐ ถุง) ถ้ามีเป้าหมาย ๑๐๐,๐๐๐กล้า ก็จะมีกล้าไม้ จำนวน ๑๐๐ Block
  • กล้าไม้ชนิดเดียวกันควรอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
  • ควรมีป้ายแสดงชนิดกล้าไม้ โดยมีทั้งชื่อ สามัญ และชื่อ วิทยาศาสตร์
slide11
แนวทางการดำเนินงาน
  • ขนาดของป้าย กว้าง ๑๕ ซม. ยาว ๓๐ ซม. พื้นทาสีน้ำตาลเข้ม ตัวหนังสือ สีขาว
  • จำนวน ขึ้นอยู่กับจำนวน ชนิดกล้าไม้ที่เพาะ(ชนิดละ ๑ ป้าย)
  • จัดทำแผนผังแปลงเพาะชำ
slide13
แนวทางการดำเนินงาน
  • จัดทำรายละเอียดของแต่ละ Block เช่น

BLOCK ที่ 1 - ?

จำนวน ............... กล้า

ชื่อกล้าไม้...................

ชื่อวิทยาศาสตร์ ............................

วัน เดือน ปี ที่ย้ายกล้าลงถุง ...................................

ความสูง

วัน/เดือน/ปี .................... สูง ...................... ซม.

(วัดทุกวันพฤหัสบดี โดยวัดที่ต้นเดิมทุกครั้ง อาจใช้ไม้บรรทัด ปักคาไว้ แล้วมาอ่านค่าเป็นระยะๆตามกำหนดเวลา)

slide14
แนวทางการดำเนินงาน
  • ทำบันทึกการดูแลรักษากล้าไม้
slide19
คำถามที่ควรมีคำตอบ
  • ไม้โตเร็ว ไม้โตช้า ไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็ง
  • ทำไมถึงเลือกเพาะกล้าไม้ชนิดนี้ ..............
  • ไม้ชนิดนี้ .... เพาะอย่างไร
  • มีวิธีการดูแลรักษากล้าไม้อย่างไร
  • เงินค่ากล้าไม้ 2.79 บาท ใช้ทำอะไรบ้าง
  • กล้าไม้ที่เพาะเอาไปทำอะไร
  • กล้าไม้ที่มีลักษณะ หรือประโยชน์อะไรบ้าง