slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ระบบจัดการฐานข้อมูล PowerPoint Presentation
Download Presentation
ระบบจัดการฐานข้อมูล

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 60

ระบบจัดการฐานข้อมูล - PowerPoint PPT Presentation


  • 92 Views
  • Uploaded on

Introduction to Database. 2. Chapter. ระบบจัดการฐานข้อมูล. Introduction to Database. บทนี้มีอะไรบ้าง ?. ประเภทของฐานข้อมูล สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล (Database Architecture) ภาษาที่ใช้ในระบบฐานข้อมูล หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ระบบจัดการฐานข้อมูล' - mircea


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

Introduction to Database

2

Chapter

ระบบจัดการฐานข้อมูล

slide2

Introduction to Database

บทนี้มีอะไรบ้าง ?
  • ประเภทของฐานข้อมูล
  • สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล (Database Architecture)
  • ภาษาที่ใช้ในระบบฐานข้อมูล
  • หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล
  • การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล
  • คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
slide3

Introduction to Database

สรุป บทที่ 1
  • ระบบแฟ้มข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ซึ่งมีปัญหาในด้านความซับซ้อนของข้อมูล ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล ขาดความยืดหยุ่น ไม่ปลอดภัย เป็นอิสระแก่กัน
  • ฐานข้อมูลคือการจัดการกลุ่มแฟ้มข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันโดยจะมีซอฟต์แวร์ Database management system (DBMS) ช่วยในการจัดการข้อมูล ซึ่งจะลดข้อเสียของระบบแฟ้มแบบเก่าได้
slide4

Introduction to Database

สรุป บทที่ 1
  • ระบบจัดการฐานข้อมูลหรือDBMSคือซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนสื่อกลางระหว่างผู้ใช้และโปรแกรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฐานข้อมูลซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายสะดวกและ มีประสิทธิภาพ
  • ผู้บริหารฐานข้อมูล  หรือ DBAทำหน้าที่บริหารงานของระบบฐานข้อมูลทั้งหมด
slide5

Introduction to Database

ประเภทของฐานข้อมูล

slide6

Introduction to Database

ประเภทของฐานข้อมูล

สามารถแบ่งฐานข้อมูลได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการใช้ข้อมูล ดังนี้

1. งานที่มีการเขียนข้อมูลตลอดเวลา(On-Line Transaction Processing: OLTP)

คือ งานที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น

การเพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูล เราเรียกงานในที่นี้ว่า Transaction

oltp online transaction processing

Introduction to Database

OLTP(Online Transaction Processing)
  • เป็นการจัดการข้อมูลรายวัน
  • มีการ เพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูลได้ตลอดเวลา
  • ในองค์กรมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก
  • มักมีการแก้ไขข้อมูลพร้อมๆกันอยู่ตลอดเวลา
  • ถ้าหากอยากวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ OLTP มักนิยม copy ข้อมูลไปยังอีกเครื่อง เพราะถ้าหากทำในเครื่องปกติที่ทำงานอยู่จะทำให้การทำงานช้า
slide8

Introduction to Database

2. งานที่อ่านข้อมูลเป็นหลัก(On-Line Analytical Processing: OLAP)

หรือการประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ เป็นงานที่นำข้อมูลจาก

ฐานข้อมูล มาใช้ประโยชน์ โดยไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลแต่อย่างใด

olap online analytical processing

Introduction to Database

OLAP(Online Analytical Processing)
  • คือเทคโนโลยีที่ใช้ดึงข้อมูลจาก Data Warehouse เพื่อนำไปวิเคราะห์และหาคำตอบที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ค้นหาข้อมูลรวดเร็ว
  • หาผลรวมได้ง่าย และมีประสิทธิภาพ
  • เรียก ดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
data warehouse

Introduction to Database

ดาต้าแวร์เฮาส์ (Data Warehouse)
  • เป็นฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลทั้งในปัจจุบันและในอดีตซึ่งดึงมาจากระบบปฏิบัติการหลายระบบ และนำมารวมกันเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานหรือวิเคราะห์ข้อมูล
  • ดาต้าแวร์เฮาส์ประกอบด้วยเครื่องมือในการถามที่เป็นมาตรฐาน(standardized query tool) เครื่องมือในการวิเคราะห์ และเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำงานในลักษณะกราฟิก
  • ดาต้าแวร์เฮาส์สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงวิเคราะห์แนวโน้ม หรือเจาะหาข้อมูล (drill) ในรายละเอียดเมื่อต้องการได้
data warehouse1

Introduction to Database

ดาต้าแวร์เฮาส์ (Data Warehouse)

การใช้งาน Data Warehouse เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชั่นประเภทต่างๆดังต่อไปนี้

  • Data Minindเป็นเครื่องมือของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์

สารสนเทศโดยอัตโนมัติ เพื่อค้นหารูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูล

ใน Data Warehouse รวมทั้งพยากรณ์แนวโน้มและพฤติกรรมในอนาคต

data warehouse2

Introduction to Database

ดาต้าแวร์เฮาส์ (Data Warehouse)
  • Web Minindรวมข้อมูลที่ได้มาจากบริการ WWW และจะเน้นเฉพาะ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าเป็นหลัก เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า

ประสิทธิผลของ Website หรือประเมินความสำเร็จของกลยุทธ์ทางการตลาด

  • Decision Support System (DSS)คือ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

จะวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ และนำเสนอต่อผู้ใช้ที่มีอำนาจตัดสินใจเพื่อ

ช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

data mart

Introduction to Database

Data mart
  • หมายถึง ดาต้าแวร์เฮาส์ขนาดเล็ก ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลขององค์กรบางส่วน สำหรับผู้ใช้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ
slide14

Introduction to Database

ข้อมูลปฏิบัติการ

DATA WAREHOUSE

แหล่งข้อมูล

ภายใน

ข้อมูลในอดีต

ดาต้า

แวร์เฮาส์

การดึง&

เปลี่ยนแปลงข้อมูล

การเข้าถึง

ข้อมูลและ

การวิเคราะห์

OLTP

OLAP

ข้อมูลภายนอก

แหล่งข้อมูล

ภายนอก

ไดเรกทอรี

ของสารสนเทศ

ข้อมูลภายนอก

ส่วนประกอบของดาต้าแวร์เฮาส์

slide15

Introduction to Database

สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล (Database Architecture)

database architecture

Introduction to Database

สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล (Database Architecture)

สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูลรู้จักกันในชื่อ ANSI/SPARCArchitecture

แบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 ระดับดังต่อไปนี้

1. ระดับภายนอกหรือ วิว (External Level หรือ View)

2. ระดับแนวคิด (Conceptual Level)

3. นะดับภายใน (Internal หรือ Physical Level)

external level view

Introduction to Database

EMPLOYEE

EMPNUM

EMPNAME

HIREDATE

SALARY

POSITION

DEPNO

MGRNO

DEP

DEPNO

DEPNAME

LOCATION

PROJECT

PROJNO

PROJDESC

STARTDATE

ENDDATA

BUDGET

PROJWORK

PROJNO

EMPNO

HOURS

ระดับภายนอกหรือวิว (External Level, View)
  • เป็นระดับของข้อมูลที่เป็นภาพที่ผู้ใช้งานมองเห็น (View)เค้าร่างของข้อมูลในระดับนี้เกิดจากภาพและความต้องการของผู้ใช้งาน
conceptual level

Introduction to Database

ระดับแนวคิด (Conceptual Level)
  • ประกอบด้วยเค้าร่างที่อธิบายถึง
    • บางครั้งเรียกว่า “ระดับตรรกะ”
    • ฐานข้อมูลมี Entity ใดบ้าง
    • โครงสร้างของข้อมูล
    • ข้อมูลเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
    • กฎเกณฑ์และข้อจำกัดต่างๆ
    • โดยจะผ่านการวิเคราะห์จาก นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ และผู้บริหารฐานข้อมูล (DBA)
internal or physical level

Introduction to Database

ระดับภายใน (Internal or Physical Level)
  • บางครั้งเรียกว่า “ระดับกายภาพ”
  • ประกอบด้วยเค้าร่างที่เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลจริงๆ ว่ามีโครงสร้างในการจัดเก็บอย่างไร รวมถึงวิธีการเข้าถึงข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลระดับต่างๆ ซึ่งเป็นการแปลความหมายจากระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่ง เรียกว่า การแปลงส่ง (Mapping) โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ
    • การแปลงส่งระหว่างระดับแนวคิดและระดับภายใน (Conceptual/Internal Mapping)
    • การแปลงส่งระหว่างระดับภายนอกและระดับแนวคิด (External/Conceptual Mapping)
slide20

Introduction to Database

วิวของผู้ใช้ 1

วิวของผู้ใช้ 2

External Level

Conceptual Level

เค้าร่างแนวคิด

Internal Level

เค้าร่างภายใน

ฐานข้อมูล

data independence

Introduction to Database

ความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence)
  • ความเป็นอิสระของข้อมูลในเชิงตรรกะ (Logical Data Independence)เป็นความอิสระของข้อมูลในระดับแนวคิดกับระดับภายนอก นั่นคือถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระดับแนวคิดจะไม่มีผลต่อระดับภายนอก
  • ความเป็นอิสระของข้อมูลในเชิงกายภาพ (Physical Data Independence)เป็นความอิสระของข้อมูลในระดับภายในกับระดับแนวคิด นั่นคือถ้ามีปรับปรุงเค้าร่างในระดับภายในโดยจะกระทบต่อระดับภายแนวคิดและระดับภายนอก
slide22

Introduction to Database

ภาษาที่ใช้ในฐานข้อมูล

slide23

Introduction to Database

ภาษาที่ใช้ในฐานข้อมูลภาษาที่ใช้ในฐานข้อมูล
  • ภาษาสำหรับนิยามข้อมูล (Data Definition Language : DDL)เป็นภาษาที่ใช้กำหนดโครงสร้างข้อมูล
  • ภาษาสำหรับจัดดำเนินการข้อมูล (Data Manipulation Language : DML)เป็นภาษาที่เรียกดู,เปลี่ยนแปลง,เพิ่ม,ลบ ข้อมูล
  • ภาษาที่ใช้ในการควบคุมข้อมูล (Data Control Language : DCL)เป็นคำสั่งในการควบคุมความถูกต้องและความปลอดภัย
slide24

Introduction to Database

โดยทั่วไปเราสามารถแบ่งชนิดของ DML

ออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. Procedural ในการใช้ DML แบบนี้เป็นหน้าที่ของผู้ใช้ที่จะต้อง

ระบุว่าอะไร และจะเอาข้อมูลนั้นมาด้วยวิธีการใด

2. Nonprocedural สำหรับ DML แบบนี้ผู้ใช้ที่จะต้องระบุว่า

ต้องการข้อมูลอะไร โดยไม่ต้องบอกวิธีการเลย

slide25

Introduction to Database

ระดับวิว

โปรแกรมอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

โปรแกรมประยุกต์

โปรแกรมสนับสนุนภาษาคิวรี เช่น PL/SQL (DDL+DML)

ภาษาในการเขียนโปรแกรม

เช่น COBOL, VB

เครื่องมือเฉพาะต่าง ๆ เช่น

Form, Report

ภาษาฝังตัว (embedded sublanguage)

(DDL+DML)

ระดับตรรกะ- ใช้ภาษาที่ใช้ในการนิยามข้อมูล (DDL)และ

ภาษาที่ใช้ในการจัดการข้อมูล (DML)

ระดับกายภาพ - ใช้ภาษาที่ใช้ในการนิยามข้อมูล (DDL)

ภาษาที่ใช้ในสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ในฐานข้อมูล
slide26

Introduction to Database

หน้าที่ของ

ระบบจัดการฐานข้อมูล

slide27

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล

DBMS เป็นกลุ่มของ Software ในระบบฐานข้อมูลซึ่งมีหน้าที่

หลากหลายเรียกได้ว่าการทำงานทั้งหมดในระบบฐานข้อมูลต้องทำผ่าน

DBMS ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูล, การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล

จากผู้ใช้หลายคน, การสำรองและกู้คืนข้อมูล, ภาษาที่ใช้เข้าถึงข้อมูล,

การติดต่อสื่อสารกับฐานข้อมูล เป็นต้น

ดังนั้น จึงต้องทำความรู้จักกับหน้าที่ต่างๆ ของ DBMS

slide28

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

1. การจัดการ Data Dictionary ตามที่ผู้ใช้ต้องการ

- ระบบจัดการฐานข้อมูลจะทำการจัดเก็บนิยามของ

ข้อมูล และความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลไว้ใน Data Dictionary

- เป็นสารสนเทศที่บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของฐานข้อมูล

- การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีต่อโครงสร้างฐานข้อมูลจะถูกบันทึกไว้โดยอัตโนมัติใน Data Dictionary

Data Dictionaryหมายถึง ข้อมูลของข้อมูล (Metadata)ซึ่งก็คือ ข้อมูลที่ใช้อธิบายข้อมูลที่เก็บจริงๆ

อีกทีหนึ่ง

slide29

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

2. การจัดเก็บข้อมูลตามความสัมพันธ์ที่กำหนด

- เป็นสารสนเทศที่บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของฐานข้อมูล

- ลดความยุ่งยากในการนิยาม และเขียนโปรแกรม

- จัดเก็บกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการตรวจสอบบูรณภาพของ

ข้อมูล

slide30

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

3. การแปลงและนำเสนอข้อมูล

- ทำหน้าที่ในการแปลงข้อมูลที่ได้รับมา

- เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างในการจัดเก็บข้อมูล

- มีความเป็นอิสระของข้อมูล (เราไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับ

ความแตกต่างระหว่างรูปแบบของข้อมูลทางตรรกะและกายภาพ)

- ระบบจะแปลงความต้องการเชิงตรรกะของผู้ใช้ให้เป็น

คำสั่งที่สามารถดึงข้อมูลทางกายภาพที่ต้องการ

slide31

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

4. การจัดการระบบความมั่นคง

- สร้างระบบรักษาความมั่นคง โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้า

ใช้ระบบ เช่น การอ่าน เพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูล

- ระบบฐานข้อมูลแบบที่มีผู้ใช้หลายคน จำเป็นต้องมี

การจัดการในเรื่องความมั่นคง

slide32

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

5. การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้หลายคน

- มีการใช้อัลกอริทึมที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้หลาย

คนสามารถเข้าใช้ฐานข้อมูลในภาวะพร้อมกัน และคงความ

ถูกต้องของข้อมูลไว้ได้

slide33

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

6. การเก็บสำรองและกู้คืนข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

- จะมีโปรแกรมเพื่อสนับสนุนการสำรองและกู้คืนข้อมูล

เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของข้อมูลในระบบ

- ระบบจะทำการกู้ข้อมูลในฐานข้อมูลคืนหลังจากระบบ

Failure เช่น กระแสไฟฟ้าเกิดขัดข้อง เป็นต้น

slide34

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

7. การควบคุมความถูกต้องของข้อมูล

- ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และความไม่สอดคล้องกันของ

ข้อมูล

- เป็นวิธีทำงานที่ได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด

slide35

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

8. ภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูลและการเชื่อมต่อกับ

โปรแกรมประยุกต์

- ระบบเข้าถึงข้อมูลโดยผ่านทางภาษาคิวรี (Query)

- ภาษาคิวรีนี้ ผู้ใช้เพียงบอกว่าต้องการ “ทำอะไร” โดยไม่ต้องรู้

ว่า “ทำอย่างไร”

- ภาษาคิวรีแบ่งย่อยตามหน้าที่การทำงานได้เป็น 2 ส่วนคือ

8.1 ภาษาที่ใช้ในการนิยามข้อมูล (Data Definition Language - DDL)

8.2 ภาษาที่ใช้จัดการข้อมูล (Data Manipulation Language - DML)

slide36

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

8.1 ภาษาที่ใช้ในการนิยามข้อมูล (Data Definition Language - DDL)

- เป็นภาษาที่ใช้กำหนดสกีมาของฐานข้อมูล (Database Schema)

- ผลลัพธ์ของการทำงานของคำสั่ง DDL คือ กลุ่มของนิยามของตารางที่มีในฐานข้อมูล และกฎข้อบังคับ

- โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะเรียกว่า Data Dictionary

slide37

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

8.2 ภาษาที่ใช้จัดการข้อมูล (Data Manipulation Language - DML)

- ในที่นี้ การจัดการข้อมูล หมายถึง การค้นคืนข้อมูลจากฐานข้อมูล ได้แก่ การเพิ่ม, การลบ และการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล

- DML เป็นภาษาที่ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ

slide38

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

8.2.1 ภาษาที่เป็นกระบวนคำสั่ง DML (Procedural DML)

- ผู้ใช้ต้องเป็นผู้กำหนดว่าต้องการข้อมูลอะไร และมีวิธีการที่จะทำให้ได้ข้อมูลนั้นมาได้อย่างไร

8.2.2 ภาษาที่ไม่เป็นกระบวนคำสั่ง DML (Nonprocedural DML)

- ผู้ใช้กำหนดว่าต้องการข้อมูลอะไร โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่ามีวิธีการที่จะทำให้ได้ข้อมูลเหล่านั้นมาได้อย่างไร

slide39

Introduction to Database

หน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

9. การติดต่อสื่อสารกับฐานข้อมูล

- ระบบจัดการฐานข้อมูลที่ทันสมัยต้องสนับสนุนการเข้าถึง

ฐานข้อมูลผ่านทางเครือข่าย Internet

- มีกลไกควบคุมการใช้ข้อมูลพร้อมกัน

slide40

Introduction to Database

การทำงานของ

ระบบจัดการฐานข้อมูล

slide41

Introduction to Database

การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูลการทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล

- เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานและแบ่งหน้าที่ในการทำงานต่าง ๆ ได้ชัดเจน

- จึงแบ่งการทำงานออกเป็น Module เพื่อรับผิดชอบการทำงานในแต่ละส่วน

- การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูลแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

1. หน่วยประมวลผลคิวรี (Query Processor)

2. ผู้จัดการหน่วยเก็บข้อมูล (Storage manager)

slide42

Introduction to Database

การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

1. หน่วยประมวลผลคิวรี (Query Processor)

มีองค์ประกอบในการทำงานดังนี้

1.1 ตัวแปลภาษา DML (DMLcompiler)

- มีหน้าที่ในการแปลคำสั่ง DML ไปเป็นคำสั่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้

1.2 ตัวแปลภาษา DDL

- มีหน้าที่ในการแปลคำสั่ง DDL และทำการบันทึกข้อมูลที่ได้ไว้ใน

Data Dictionary

1.3 ตัวประมวลผลคิวรี

- ทำหน้าที่ในการประมวลผลคำสั่งที่ได้รับมาจากตัวแปลภาษา DML

slide43

Introduction to Database

การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

2. ผู้จัดการหน่วยเก็บข้อมูล (Storage manager)

เป็นโปรแกรม Module ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยเก็บข้อมูลใน

ระบบฐานข้อมูลกับโปรแกรมประยุกต์ และคิวรีที่ส่งเข้าไปในระบบประกอบด้วย

2.1 ผู้จัดการสิทธิและบูรณภาพ

- ทดสอบกฎข้อบังคับเกี่ยวกับบูรณภาพของข้อมูลให้ถูกต้องตรวจสิทธิ

การเข้าถึงข้อมูล

2.2 ผู้จัดการทรานแซคชัน

- ทำให้แน่ใจว่าฐานข้อมูลยังคงอยู่ในสถานะที่ถูกต้องแม้ว่าระบบจะเกิด

การล้มเหลมขึ้น และควบคุมการทำงานพร้อมกัน

slide44

Introduction to Database

การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

2.3 ผู้จัดการแฟ้มข้อมูล

- แบ่งพื้นที่บนหน่วยเก็บข้อมูล และกำหนดโครงสร้างข้อมูลที่ใช้ใน

การจัดเก็บข้อมูลลงบนดิสก์

2.4 ผู้จัดการบัฟเฟอร์

- นำเอาข้อมูลจากดิสก์ไปหน่วยความจำหลัก และตัดสินใจว่าข้อมูลใด

ที่จะไปอยู่ที่ Cache เป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะต้องทำให้ระบบฐานข้อมูล

สามารถทำงานได้กับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่าหน่วยความจำหลัก

slide45

Introduction to Database

การทำงานของระบบจัดการฐานข้อมูล (ต่อ)

ในการจัดเก็บข้อมูล ผู้จัดการหน่วยเก็บข้อมูล(Storage manager)

ได้มีการใช้โครงสร้างข้อมูลหลายชนิดในการจัดเก็บข้อมูล ดังนี้

1. แฟ้มข้อมูล - เก็บตัวฐานข้อมูลเอง

2. Data Dictionary – เก็บเมทาดาตาที่เกี่ยวกับโครงสร้างของฐานข้อมูล

3. ดัชนี - เพื่อทำให้เข้าถึงข้อมูลได้เร็ว

4. ข้อมูลทางสถิติ - ถูกใช้ในการประมวลผลเพื่อเลือกสรรแนวทางที่เหมาะสม

slide46

Introduction to Database

การทำงานของฐานข้อมูล

แบบ Client / Server

slide47

Introduction to Database

การทำงานของฐานข้อมูลแบบ Client / Server

  • เซอร์ฟเวอร์ (Server)
    • จัดเก็บตัวฐานข้อมูล และโปรแกรม DBMS
    • DBMS มีหน้าที่รับคำสั่งจาก Client มาประมวลผล และนำข้อมูลข่าวสาร

ที่ Client ต้องการส่งกลับไป

    • บางครั้งเรียกส่วนนี้ว่า Backend
slide48

Introduction to Database

การทำงานของฐานข้อมูลแบบ Client / Server

  • ไคลเอ็นต์ (Client)
    • จะใช้รันโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการส่งคำสั่งสำหรับเรียกใช้ฐานข้อมูล

ไปยัง Server

    • เพื่อให้ Server ส่งข้อมูลข่าวสารที่ต้องการกลับมา และนำไปแสดงผลให้

กับผู้ใช้ต่อไป

    • บางครั้งเรียกส่วนนี้ว่า Frontend
slide49

Introduction to Database

End users

Application

Clients

DBMS

Server

Database

การทำงานของฐานข้อมูลแบบ client/server

client server

Introduction to Database

ข้อดีของระบบ Client/Server
  • เวลาตอบสนองของระบบที่มีต่อการทำงานน้อยลง
  • ปริมาณผลลัพธ์ที่ได้มากขึ้น
  • ประสิทธิภาพการทำงานของ DBMS จะดีขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ Server มีความสามารถสนับสนุนการทำงานต่าง ๆ ของ DBMS
  • User Interface มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Client สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
slide51

Introduction to Database

ระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย

(Distributed Database)

slide52

Introduction to Database

ระบบฐานข้อมูลแบบกระจายระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย
  • เป็นระบบที่มีการกระจายฐานข้อมูลไปยังจุดต่างๆ ที่มีการใช้ข้อมูล

โดยเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามจุดต่างๆ ซึ่งจุดต่างๆ

จะเก็บข้อมูลไว้เอง เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการทำงาน

โดยอาศัยระบบจัดการฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Database

Management System : DDBMS)

slide53

Introduction to Database

แนวคิดของระบบฐานข้อมูลแบบกระจายแนวคิดของระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย
  • ความเป็นผู้ดูแลระบบเอง
  • ความเป็นอิสระด้าน Hardware
  • ความเป็นอิสระในการใช้ระบบปฏิบัติการ
  • ความเป็นอิสระของเครือข่ายที่ใช้
  • ความเป็นอิสระของระบบจัดการฐานข้อมูล
  • ความเป็นอิสระด้านสถานที่
  • ความเป็นอิสระในการแบ่งแยกข้อมูล
  • ความเป็นอิสระในการเก็บข้อมูล
slide54

Introduction to Database

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

slide55

Introduction to Database

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

1. สกีมาฐานข้อมูล (Database schema)คือ ภาพโดยรวมของระบบฐานข้อมูลในเชิงตรรกะ ที่ทำให้ทราบว่าข้อมูลนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง

2. สับสกีมา (Sub schema) เป็นมุมมองที่ผู้ใช้ฐานข้อมูลสามารถมองเห็นได้ ซึ่งเห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น

3. ความเป็นอิสระของข้อมูล (Data independence)คือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสกีมาในระดับหนึ่ง โดยไม่มีผลกระทบต่อสกีมาในระดับสูง

instance schema

Introduction to Database

Instance และ Schema

ในขณะที่มีการเรียกใช้ และแก้ไขข้อมูล ย่อมจะทำให้ค่าของข้อมูลในฐานข้อมูลในขณะใดขณะหนึ่งว่า instance ของฐานข้อมูล ส่วนเค้าร่างที่ได้จากการออกแบบฐานข้อมูลโดยส่วนรวม นั้นคือ database schema

schemaในฐานข้อมูลสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายระดับคล้ายๆ กับระดับของข้อมูล ระดับต่ำสุดได้แก่ระดับภายในหรือระดับกายภาพ

reality

Introduction to Database

Reality

ข้อมูลที่เป็นจริง ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. มีความเป็นจริง และน่าเชื่อถือ เช่น การสั่งซื้อสินค้า ทำให้เกิดใบสั่งซื้อ

2. ข้อมูลจะต้องมีอยู่จริง เป็นหลักฐานและสามารถพิสูจน์ได้

3. มีการจัดกลุ่มของข้อมูลตามหมวดหมู่

4. มีคุณสมบัติที่เราสามารถเลือกนำมาจัดเก็บได้

5. มีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำกัน

6. เกิดความสัมพันธ์ร่วมกัน

metadata

Introduction to Database

Metadata

ก็คือคำอธิบายของข้อมูลอย่างเป็นโครงร่าง หรือ ข้อมูลที่ใช้ใน

การพัฒนา ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยังไม่สามารถใช้ได้

เช่น พิมพ์เขียวของบ้าน รูปแบบในการจัดเก็บจะอยู่ในลักษณะของ Data Dictionary หรือ Directory

the end chapter 2

Introduction to Database

THE END

Chapter 2

slide60
แบบฝึกหัดที่ 2
  • จงอธิบายลักษณะของการประมวลผลแบบ OLTP และ

การประมวลผลแบบ OLAP

  • สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล ANSI-SPARC มีกี่ระดับ อะไรบ้าง

และแต่ละระดับมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

  • DBMS มีหน้าที่อย่างไรยกมา 3 หน้าที่พร้อมอธิบาย