slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ความรู้พื้นฐาน ทางคอมพิวเตอร์ ตอน 1 PowerPoint Presentation
Download Presentation
ความรู้พื้นฐาน ทางคอมพิวเตอร์ ตอน 1

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 76

ความรู้พื้นฐาน ทางคอมพิวเตอร์ ตอน 1 - PowerPoint PPT Presentation


  • 147 Views
  • Uploaded on

ความรู้พื้นฐาน ทางคอมพิวเตอร์ ตอน 1. คอมพิวเตอร์และวิวัฒนาการ. COMPUTER มีความหมายว่าผู้คำนวณ (คณิตกรณ์) คือ อุปกรณ์ที่สามารถคิดเลข บวก ลบ คูณ หาร ได้. 1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์. 1.1 3000 ปี ก่อนคริสต์ศตวรรษ (3000 B.C.)

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ความรู้พื้นฐาน ทางคอมพิวเตอร์ ตอน 1' - marlon


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide2
คอมพิวเตอร์และวิวัฒนาการคอมพิวเตอร์และวิวัฒนาการ

COMPUTER

มีความหมายว่าผู้คำนวณ (คณิตกรณ์)

คือ อุปกรณ์ที่สามารถคิดเลข บวก ลบ คูณ หาร ได้

slide3
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.1 3000 ปี ก่อนคริสต์ศตวรรษ (3000 B.C.)

ลูกคิดได้ถูกคิดค้นโดยชาวจีนใช้ช่วยในการคำนวณ เช่น การบวก ลบ คูณ หาร ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

slide4
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.2 ค.ศ. 1623 – 1662 เครื่องจักรบวกเลขปาสคาล โดย เบล์ส ปาสคาล (Blaise Pascal)นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส) ได้สร้างเครื่องจักรอัตโนมัติเครื่องแรกที่สามารถทำการคำนวณเพื่อใช้ทำการบวกเลข ซึ่งมีลักษณะฟันเฟืองหมุนที่สลับซับซ้อน

slide5
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.3 ค.ศ. 1801 เครื่องทอผ้าอัตโนมัติ

นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ แจ็คการ์ด (Joseph–Marie Jacquard) ได้ประดิษฐ์เครื่องทอผ้าอัตโนมัติ ซึ่งรับคำสั่งจากบัตรเจาะรูที่ระบุลายในการทอ นับว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องแรกที่มีลักษณะการทำงานอัตโนมัติเชิงเลขฐานสอง (binary automation)

slide6
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.4 ค.ศ. 1842

นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ แบบเบจ (Charles Babbage) ได้สร้างเครื่องดิฟเฟอเรนท์ เอ็นจิน (Difference Engine) โดยใช้พลังงานจากไอน้ำ ซึ่งสามารถคำนวณเลขได้อย่างอัตโนมัติ และได้ออกแบบเครื่องจักรชื่อ อนาลายติคัลเอ็นจิน (Analytical Engine) ซึ่งมีลักษณะพื้นฐานเหมือนกับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

แบบเบจ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์

slide7
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.5 ค.ศ. 1816 – 1852

นักปราชญ์ชื่อเอด้า (Lady Ada Augusta

Lovelace) ได้เสนอแนะการนำบัตรเจาะรูใช้สั่งงาน

เครื่องจักรของแบบเบจ เพื่อให้สามารถทำงานได้มี

ประสิทธิภาพสูงขึ้น เอด้าได้รับการยกย่องว่าเป็น

โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

slide8
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.6 ค.ศ. 1890

ฮอลเลอริท (Herman Hollerith) นักสถิติชาวอเมริกัน ได้สร้างบัตรเจาะรู

และเครื่องนับ (tabulating machine) ใช้อ่านรหัสที่เจาะแทนตัวเลข เพื่อนำไปใช้ใน

การประมวลผลการสำมะโนประชากรทำให้สามารถลดเวลาการประมวลผลลงจากเดิม

ใช้เวลาประมวลผล 24 เดือนเหลือเพียง 3 เดือน ซึ่งต่อมาฮอลเลอริทได้ก่อตั้งบริษัท

ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ประมวลผลด้วยบัตรเจาะรู ชื่อบริษัท IBM (International

Business Machines Corporation)

ฮอลเลอริทได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการประมวลผลสารสนเทศ (father of information processing)

slide9

จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.7 ค.ศ. 1944

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ชื่อ ไอเคน

(Howard Aiken) แห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ได้ศึกษา

แนวคิดของแบบเบจ และได้รับเงินสนับสนุนการวิจัยจาก

บริษัท IBM และได้สร้างเครื่อง MARK I ซึ่งมีลักษณะเป็น

เครื่องจักรกลที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า (electro mechanical)

เพื่อทำการคำนวณอัตโนมัติ

นักสถิติชาวอเมริกัน

นักสถิติชาวอเมริกัน

slide10
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

1.8 ค.ศ. 1946

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ชื่อ มอชลี (John W. Mauchly) และ

เอคเคอร์ด (J. Presper Eckert) ได้สร้างเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ ชื่อ

ENIAC (Electronic Numerical Integrator and Computer) มีความเร็ว

บวกเลข 5000 ครั้งต่อนาที และคูณเลข 500 ครั้งต่อนาที โดยมีการ

ทำงานด้วยเลขฐานสิบส่วนประกอบหลักของ ENIAC คือ หลอด

สูญญากาศ จำนวน 18,000 ตัว

slide11
1. จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

ค.ศ. 1944 ASCC(Automatic Sequence Controlled Calculator)

โฮเวิร์ด ไอเคน (Howard Aiken)

MARK I

slide12
จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

ค.ศ. 1949EDVAC Electronic Discrete Variable Automatic Computer

จอห์น ฟอน นิวแมน (John Von Neumann)

EDVAC

slide13
จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

ค.ศ. 1951 UNIVAC I Universal Automatic Computer

John Mauchly & Prespert Ackert

UNIVAC I

slide14
จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์

ค.ศ 1952I.A.S

ดร.จอห์น ฟอน นิวแมน

slide15
2. ยุคของเครื่องคอมพิวเตอร์

2.1 ยุคที่ 1 ค.ศ.1951 – 1959

ฮาร์ดแวร์ ยุคหลอดสูญญากาศ(vacuum tubes)

ซอฟต์แวร์Machine Language, Assembly

เครื่องแรกUNIVAC, อื่น ๆ IBM 650, IBM 701,

MARK II

ความเร็ว 1/1,000 วินาที

slide16
2. ยุคของเครื่องคอมพิวเตอร์

2.2 ยุคที่ 2 ค.ศ. 1959-1964 ยุคทรานซิสเตอร์

ฮาร์ดแวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงใช้วงจรทรานซิสเตอร์ (transistors)

มีการใช้จานแม่เหล็กเก็บสำรองข้อมูล

ซอฟต์แวร์ภาษาระดับสูง FORTRAN, COBOL

ชื่อเครื่องHoney well 400, Burroughs, IBM 1620

ความเร็ว 1/1,000,000 วินาที

slide17
2. ยุคของเครื่องคอมพิวเตอร์

2.3 ยุคที่ 3 ค.ศ.1965-1970 ยุค IC

ฮาร์ดแวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงใช้วงจรไอซี IC (Integrated Circuit)

ซอฟต์แวร์ภาษา BASIC, PL/1, RPG

ชื่อเครื่องIBM 360 , UNIVAC 9400, CDC 3200

slide18
2. ยุคของเครื่องคอมพิวเตอร์

2.4 ยุคที่ 4 ค.ศ. 1971 – ปัจจุบัน วงจรรวมขนาดใหญ่

ฮาร์ดแวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง การรวม IC

LSI (Large Scale Integration), VLSI

ซอฟต์แวร์ภาษา BASIC, PASCAL, C, JAVAOS ได้แก่ DOS, Windows, OS/2, LINUX, UNIX , Solaris

ชื่อเครื่อง IBM 370. SUN

slide19
3. คุณสมบัติคอมพิวเตอร์

3.1 ข้อดี

ความเร็ว (speed)

ความถูกต้องแม่นยำ (accuracy)

ความเชื่อถือได้ (reliability)

ความรอบรู้หลายด้าน (versatility)

ความซื่อตรงต่อคำสั่ง (faithfulness)

slide20
3. คุณสมบัติคอมพิวเตอร์

ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก (store massive amounts of information)

เคลื่อนย้ายข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว (move information quickly)

slide21
3.2 ข้อจำกัด ผลกระทบบางอย่างของคอมพิวเตอร์
  • ผลิตจากวัสดุที่มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
  • ความเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์
  • การฝักใฝ่กับซอฟต์แวร์เกมส์
slide22
ตอนที่ 2.2 ประเภทคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ที่แบ่งตามขนาดของเครื่อง

แบ่งได้ 4 ประเภท

  • ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ supercomputer
  • เมนเฟรม Mainframe
  • คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก Minicomputer
  • ไมโครคอมพิวเตอร์ Microcomputer
supercomputer
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ supercomputer
  • มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • หน่วยความจำขนาดใหญ่มาก
  • เวลาที่ใช้ในการประมวลผลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • สามารถทำงานกับข้อ มูลจำนวนมหาศาล
  • ราคาแพงมาก
mainframe
เมนเฟรม Mainframe
  • ใช้ข้อมูลร่วมกันเป็นประจำและเป็นจำนวนมาก
  • ข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในส่วนกลาง
  • สั่งให้ทำงานผ่านมาทางเทอร์มินัล Terminal
minicomputer
คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก Minicomputer
  • มีประสิทธิภาพด้อยกว่าคอมพิวเตอร์เมนเฟรม
  • มีราคาถูกกว่าเครื่องเมนเฟรม
  • เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง
microcomputer
ไมโครคอมพิวเตอร์ Microcomputer
  • Personal Computer
  • เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
  • ราคาต่ำ
  • ใช้เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัว
slide27
ไมโครคอมพิวเตอร์ แบ่งตามขนาด
  • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ Desktop Computer
  • คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก Notebook Computer
  • คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือ Palmtops,Handheld PCPersonal Digital Assistants – PDAs
destop computer
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ Destop Computer
  • มีขนาดเหมาะสมใช้ตั้งบนโต๊ะ
  • ราคาขึ้นอยู่กับรุ่นของซีพียู และ ความเร็วในการประมวลผล
  • มีความสามารถในการเก็บข้อมูลน้อย
notebook computer
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก Notebook Computer
  • เหมาะสำหรับการพกพาในการเดินทาง
  • ประสิทธิภาพของโน้ตบุ๊กเท่าเทียมกับ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
  • ราคาแพงกว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
pda personal digital assistants
คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือPDA Personal Digital Assistants
  • สามารถใส่กระเป๋าเสื้อได้
  • ประสิทธิภาพของเครื่องต่ำโน้ตบุ๊ค
  • นำข้อมูลเข้าได้โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า พีซีคาร์ด
slide31

ตอนที่ 2.3องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ และการประมวลผล

slide32
องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล
  • ฮาร์ดแวร์ Hardware
  • ซอฟต์แวร์ Software
  • ข้อมูลข่าวสาร Data / information
  • บุคลากร people
  • ขบวนการ procedures
  • การติดต่อสื่อสาร communications
1 hardware
1. ฮาร์ดแวร์ Hardware

สามารถแบ่งฮาร์ดแวร์ออกเป็น 5 ประเภท ตามลักษณะการใช้งาน

1.1 อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า (input hardware)

1.2 อุปกรณ์ประมวลผล และ หน่วยความจำ (processing and memory)

1.3 อุปกรณ์แสดงผล (output hardware)

1.4 อุปกรณ์เก็บข้อมูล (storage hardware)

1.5 อุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร (communication hardware)

1 1 input hardware
1.1 อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า(input hardware)

รับข้อมูลจากผู้ใช้แล้วแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้

1)แผงแป้นพิมพ์ (Keyboard)

2) อุปกรณ์ชี้ เช่น เมาส์ (mouse) trackballs,joysticks

3)สแกนเนอร์ (scanners)

4) กล้องดิจิทัล

5) ไมโครโฟน ใช้รับข้อมูลเสียง

6) เครื่องอ่านบัตร

7) เซนเซอร์ (sensors) หรือเครื่องรับรู้และส่งสัญญาณเข้าระบบ

1 2 processing and memory
1.2 อุปกรณ์ประมวลผล และ หน่วยความจำ Processing and memory

มีหน้าที่นำข้อมูลที่รับเข้าแล้วทำการคำนวณ ตามชุดคำสั่งที่ถูกกำหนดไว้

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide36
1.3 อุปกรณ์แสดงผล

ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงาน ให้ผู้ใช้ทราบโดยผลลัพธ์ที่ได้จะต้องมีความหมายและผู้ใช้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide37
หน่วยแสดงผล

หน่วยแสดงผลทิ่นิยมใช้มี 3 ประเภทคือ

  • จอภาพ
  • เครื่องพิมพ์
  • ลำโพง

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide38
1.4 อุปกรณ์เก็บข้อมูล

ทำหน้าที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าหน่วยความสำรอง

ฮาร์ดดิสก์

แผ่นซีดีรอม

แผ่นดิสก์

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide39
1.5 อุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร

ทำหน้าติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์เช่น Lan card, สายเคเบิล

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide40
2. ซอฟต์แวร์

คือ โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่ง programming language

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ(system software) และ

ซอฟต์แวร์ประยุกต์(application software)

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide41
ซอฟต์แวร์ระบบ

เป็นชุดคำสั่งที่ควบคุมการทำงานพื้นฐานต่าง ๆ ของฮาร์ดแวร์

เช่น การรับคำสั่งจากแป้นพิมพ์

รับคำสั่งจากหน้าจอภาพ

การแสดงตัวอักษรที่จอภาพ

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide42
ซอฟต์แวร์ประยุกต์

คือ ชุดคำสั่งที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานเฉพาะอย่างตามจุดประสงค์ของการสร้างซอฟต์แวร์ประยุกต์นั้น ๆ

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

slide43

3. บุคลากร Peopleware

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์จะเรียกว่าuser

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป computer user

พาวเวอร์ยูสเซอร์ power user

ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ computer professional

นักเขียนโปรแกรม programmer

เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล data entry operator

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์และออกแบบระบบ

slide44

4. ข้อมูลและสารสนเทศ Data / Information

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

ข้อมูลหมายถึง สิ่งที่ได้มาจากเรื่องที่เราสนใจหรือจากการสำรวจ

สารสนเทศ หมายถึง สิ่งที่ได้จากนำข้อมูลผ่านกระบวนการที่เหมาะสม

input, output, upload/download, update, issue, store, transmit

compute, classify, sort, summarize, retrieve, inquire

slide45

สารสนเทศที่ดี

เกี่ยวข้องกับงานที่กำลังทำ (relevant)

ทันเวลา (timely

ถูกต้อง (accurate)

สั้นกระทัดรัด (concise)

สมบูรณ์ (completeness)

slide46

5. ขบวนการ Procedure

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

ขบวนการในระบบคอมพิวเตอร์หมายถึง

1) ขบวนการทำงานที่หมายถึงขั้นตอนการทำงาน ซึ่งมี 2 ความหมายคือ

ขั้นตอนของผู้ใช้กระทำกับคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนของอัลกอริธึม (algorithm)

2) วิธีการประมวลผล

แบบกลุ่ม (batch processing)

แบบโต้ตอบหรือปฏิสัมพันธ์ (interactive processing)

slide47

ขั้นตอนของผู้ใช้กระทำกับคอมพิวเตอร์ขั้นตอนของผู้ใช้กระทำกับคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล
  • สอดบัตร
  • เลือกรายการถอนเงิน
  • พิมพ์จำนวนเงินที่ต้องการถอน
  • รับเงิน
  • รับบัตรคืน
slide48

ขั้นตอนของโปรแกรม

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

ขั้นตอนที่ 1 รับข้อมูลเข้าเป็นจำนวน 10 จำนวน

ขั้นตอนที่ 2 นำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน

ขั้นตอนที่ 3 นำ 10 ไปหารผลรวม

ขั้นตอนที่ 4 แสดงผลที่ได้จากขั้นที่ 3

slide49

6. การติดต่อสื่อสาร

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวลองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์และการประมวล

มีไว้เพื่อให้คอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้

ทำให้เกิดกิจกรรมการติดต่อสื่อสารดังนี้

e-mail

online shopping and e-commerce

database

online service

slide50

ตอนที่ 2.4 ซอฟต์แวร์

คือกลุ่มของคำสั่ง ที่ใส่เข้าไปในหน่วยความ

จำของคอมพิวเตอร์ แล้วทำให้คอมพิวเตอร์

ทำงานตามที่ต้องการ

slide51

ประเภทของซอฟต์แวร์

สามารถแบ่งซอฟต์แวร์ออกเป็น 2 ประเภท

ซอฟต์แวร์ระบบ System software

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ application software

slide52

1.1 ซอฟต์แวร์ระบบ

1.1.1 ระบบปฏิบัติการ (operating system)

ระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้หลายคน

ระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้คนเดียว

1.1.2 โปรแกรมอรรถประโยชน์ (utility program)

1.1.3 โปรแกรมแปลภาษา (computer language

translator)

slide53

1.1.1 ระบบปฏิบัติการ

แบ่งประเภทของระบบปฏิบัติการตามลักษณะจำนวนผู้ใช้งาน คือ

ระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้หลายคน เช่นUNIX, Solaris, Linux

ระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้คนเดียวเช่น Microsoft Windows XP, Macintosh, MS-DOS, OS/2, Linux

slide54

ระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้หลายคนระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้หลายคน

  • เหมาะสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่
  • จะต้องมีคุณสมบัติให้บริการกับงาน หลาย ๆ งานได้พร้อมกัน
slide55

ระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้คนเดียวระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้คนเดียว

  • เหมาะสำหรับผู้ใช้คนเดียวทำงานกับ คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว
  • มีขนาดเล็ก ไม่ซับซ้อน
slide56

11.2 โปรแกรมอรรถประโยชน์

คือ ซอฟต์แวร์ที่ทำงานพื้นฐานต่อจาก ระบบปฏิบัติการ

เช่น โปรแกรมในการสร้างแฟ้มข้อมูล

โปรแกรมลบแฟ้มข้อมูล

slide57

1.1.3 โปรแกรมแปลภาษา translator

โปรแกรมที่ทำการสร้างคำสั่งภาษาเครื่อง (machine language instructions, object code)

จากภาษาแอสแซมบลี หรือภาษาระดับสูงที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์

slide58

โปรแกรมแปล translator

โปรแกรมแปลมี 3 ชนิด แบ่งตามลักษณะการทำงาน คือ

แอสเซมเบลอ

คอมไพเลอร์

อินเตอร์พรีเตอร์

slide59

แอสแซมเบลอ

โปรแกรมแปล
  • แปลงโปรแกรมต้นฉบับที่เขียนอยู่ใน รูปแบบของภาษาแอสเซมบลี ไปเป็น คำสั่งภาษาเครื่อง
  • แปลงโปรแกรมไปเป็นภาษาเครื่อง ทำได้ง่าย รวดเร็ว
slide60

คอมไพเลอร์

โปรแกรมแปล
  • แปลงโปรแกรมภาษาที่อยู่ในรูปภาษา ระดับสูงไปเป็นคำสั่งภาษาเครื่อง
  • แปลงโปรแกรมต้นฉบับทั้งหมดเพียง ครั้งเดียว
  • เหมาะกับโปรแกรมขนาดใหญ่
slide61

อินเตอร์พรีเตอร์

โปรแกรมแปล
  • แปลงโปรแกรมภาษาที่อยู่ในรูปภาษา ระดับสูงไปเป็นคำสั่งภาษาเครื่อง
  • แปลงโปรแกรมต้นฉบับทีละคำสั่ง
  • เหมาะกับโปรแกรมขนาดเล็ก
slide62

1.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)ซอฟต์แวร์ที่ทำงานเฉพาะอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (word processing) ซอฟต์แวร์ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบ (CAD – Computer Aids Design) ซอฟต์แวร์ช่วยงานอุตสาหกรรม (CAM – Computer Aids Manufacturing) เกมส์ ฯลฯ ซอฟต์แวร์เฉพาะที่เกี่ยวกับงานด้านต่างๆ เช่น ซอฟต์แวร์ทางธุรกิจ ซอฟต์แวร์ทางด้านวิทยาศาสตร์ ซอฟต์แวร์ทางด้านการศึกษา ฯลฯ

slide63

2. ภาษาคอมพิวเตอร์ Programming language

รูปแบบภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ คือ

มีกระแสไฟฟ้า และ ไม่มีกระแสไฟฟ้า

2.1 ภาษาเครื่อง machine language

2.2 ภาษาแอสเซมบลี (assembly language)

2.3 ภาษาระดับสูง (high level language)

2.4 แนวคิดการโปรแกรมเชิงวัตถุ

(object oriented programming concept)

2.5 การใช้งานภาษาระดับสูง

slide64

2.1 ภาษาเครื่อง machine language

  • เป็นภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ เพียงภาษาเดียวเท่านั้น
  • ข้อเสียคือ คำสั่งไม่อยู่ในรูปแบบของการ สื่อความหมายสำหรับการอ่าน และ
  • เขียนยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เวลามาก ในการเขียนโปรแกรมสั่งงาน
slide65

2.2 ภาษาแอสเซมบลี assembly language

  • สื่อความหมายด้วยรหัสนิวมอนิก

รหัสสั้น ๆ แทนภาษาเครื่อง

  • ใช้แทนภาษามนุษย์เพื่อจำได้ง่าย
slide66

2.3 ภาษาระดับสูง high level language

มีลักษณะใกล้เคียงกับภาษามนุษย์

  • คำสั่งมีรูปแบบที่ชัดเจนและมีลำดับ การสั่งงานให้คอมพิวเตอร์
slide67

2.4 แนวคิดโปรแกรมเชิงวัตถุ object oriented programming concept

  • เป็นแนวคิดในการนำส่วนประกอบย่อย ๆ ของโปรแกรมที่คล้ายกันที่ถูกสร้างไว้แล้ว นำมาใช้งานใหม่เพื่อเป็นการลดเวลาใน การเขียนโปรแกรม
slide68

แนวคิดโปรแกรมเชิงวัตถุ object oriented programming concept

  • ภาษาคอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่สามารถ โปรแกรมเชิงวัตถุได้ เช่น
  • ภาษาจาวา (JAVA) ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) ภาษาซีพลัสพลัส(C++)

ภาษาฟอร์แทน90(fortran 9O) ADA95 โมดูลา3 โปรลอก2

slide69

แนวคิดการโปรแกรมเชิงวัตถุแนวคิดการโปรแกรมเชิงวัตถุ

  • ต้องคิดแก้ปัญหาในเชิงวัตถุ
  • ข้อมูลที่นำมาใช้จะต้องมีความปลอดภัย
    • กลไกการห่อหุ้ม encapsulation
    • กลไกซ่อนข้อมูล information hiding
    • กลไกการสืบทอด inheritance
    • กลไกการกำหนดข้อมูลยืดหยุ่น dynamic binding
slide70

2.5 การใช้งานภาษาระดับสูง

  • นิยมนำมาใช้พัฒนาซอฟแวร์ เพื่อสั่งงาน คอมพิวเตอร์ให้ทำงานเฉพาะอย่างที่ผู้ใช้ ต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำ
slide71

ภาษาเบสิก Basic Language

  • ย่อมาจาก Beginner’s All-purpose Symbolic Instruction Code เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  • ในปัจจุบันตัวแปลภาษาเบสิกที่ได้รับความนิยม คือ (Microsoft Visual Basic) เพราะใช้งานง่าย และใช้เวลารวดเร็วในการเขียนโปรแกรม เพราะได้นำหลักการโปรแกรมเชิงวัตถุ (object oriented programming) เข้ามาใช้งาน
  • นอกจากนี้ยังสามารถเขียนโปรแกรมให้ทำงานได้ง่ายกับการติดต่อด้วยภาพ (Graphic User Interface)
slide72

ภาษาโคบอล COBOL Language

  • ย่อมาจาก Common Business Oriented Language
  • ภาษาที่นิยมใช้สำหรับงานด้านธุรกิจ เช่น งานบัญชี งานควบคุมสินค้าคงคลัง งานการเงิน
  • มี Visual COBOL ซึ่งได้นำหลักการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (object oriented programming) เข้ามาใช้
slide73

ภาษาฟอร์แทน FORTRAN Language

  • ย่อมาจาก Formula Translator

IBM พัฒนา 1957

  • เหมาะสำหรับการทำงานที่การคำนวณ ซับซ้อน เช่น งานทางด้านวิทยาศาสตร์ งานทางด้านคณิตศาสตร์ งานด้านวิศวกรรมศาสตร์
slide74

ภาษาปาสคาล Pascal Language

  • เหมาะกับการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง
  • หาจุดบกพร่องของโปรแกรมได้รวดเร็ว
  • นิยมใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
slide75

ภาษาซีและซีพลัสพลัส C Language and C++Language

  • พัฒนา 1972 เพื่อใช้เขียนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) นำเอาข้อดีของภาษาแอสเซมบลี มารวมกับข้อดีของภาษาระดับสูง และหลักการโปรแกรมเชิงวัตถุ
slide76

ภาษาจาวา JAVA Language

  • พัฒนา ค.ศ.1991 โดยบริษัทซันไมโครซิส

เตมซ์ Sun Microsystem

  • เป็นภาษามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำงานได้กับระบบปฏิบัติการหลายชนิด
  • นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดต่าง ๆ

โดยไม่ต้องมีการแปลโปรแกรมใหม่ เหมาะสมกับงานด้านระบบเครือข่าย (network) งานด้านเวิร์ลไวด์เว็บ (WWW)