color cosmetic for skin lipstick l.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ColOR COSMETic FOR SKIN ( LIpstick ) PowerPoint Presentation
Download Presentation
ColOR COSMETic FOR SKIN ( LIpstick )

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 72

ColOR COSMETic FOR SKIN ( LIpstick ) - PowerPoint PPT Presentation


  • 520 Views
  • Uploaded on

ColOR COSMETic FOR SKIN ( LIpstick ). E-Mail: nattaporn2608@gmail.com Website: http://nattaporn.weebly.com/course-materials.html. Raw materials and dosage forms in make-up cosmetics. ประเภทของเครื่องสำอางแต่งสีสำหรับผิวหนัง. เครื่องสำอางประเภทแป้งผัดหน้า เครื่องสำอางสำหรับตา

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ColOR COSMETic FOR SKIN ( LIpstick )' - liam


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
color cosmetic for skin lipstick

ColORCOSMETic FOR SKIN (LIpstick)

E-Mail: nattaporn2608@gmail.com

Website: http://nattaporn.weebly.com/course-materials.html

slide3
ประเภทของเครื่องสำอางแต่งสีสำหรับผิวหนังประเภทของเครื่องสำอางแต่งสีสำหรับผิวหนัง
  • เครื่องสำอางประเภทแป้งผัดหน้า
  • เครื่องสำอางสำหรับตา
  • เครื่องสำอางใช้แต่งแก้ม หรือรู้ช (Rouges)
  • เครื่องสำอางใช้แต่งปาก หรือลิปสติก (Lipsticks)
slide4
ลิปสติกคืออะไร
  • ลิปสติกหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยเม็ดสีกระจายตัวในเบสที่เหมาะสม และเบสนี้จะประกอบด้วย น้ำมัน ไขมัน และ ไขแข็ง ในปริมาณต่างๆ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะให้สีแก่ริมฝีปาก ตลอดจนความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปาก
lipstick history
Lipstick History
  • การใช้สีเพื่อเสริมความงามของริมฝีปากมีมาหลายพันปีแล้ว รูปภาพหรือสิ่งก่อสร้างจากอารยธรรมสมัยอียิปต์ บาบิโลน หรือสุเมเรียนแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงสมันดังกล่าวระบายสีริมฝีปากด้วยส่วนผสมของเฮอร์มาไทต์และ red ochre ในน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ ในขณะที่ชาวซีเรีย เปอร์เชีย กรีก และโรมันกลับใช้เครื่องสำอางในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อความรื่นรมย์ การแพทย์หรือใช้ในงานพิธี ตัวอย่างเช่น หญิงชาวเอเธนส์ใช้สารสกัดจากผัก สาหร่ายและต้นหม่อนเพื่อเน้นสีปากและแก้ม เป็นต้น แม้แต่กวีโอวิดก็ได้บรรยายวิธีที่สาวชาวโรมันใช้รูจและแป้งทาใบหน้า
lipstick history6
Lipstick History
  • สำหรับลิปสติกในปัจจุบันชนิดที่ผสมจากน้ำมันหรือแวกซ์หลอมเหลวผสมกับสีละลายหรือแขวนลอยหนึ่งชนิดหรือมากกว่าขึ้นไปนั้นเริ่มใช้เป็นครั้งแรกก่อนสมัยสงความโลกครั้งที่หนึ่ง ในปี 1920 เริ่มใช้ eosin (รู้จักกันในชื่อ D&C Red No. 21) แทนคาร์มีนเป็นตัวเลือกหนึ่งชองสารให้สี หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการใช้ fluorscein-based stains ตัวอื่นตามมา เช่น tetrachlorotetrabromofluorescein (D&C Red No. 27) และ dibromofluorescein (D&C Orange No. 5) มีเอกสารวิชาการมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ว่าส่วนผสมชอง solid lip colorant มีสารละลายน้ำหลายชนิดผสมอยู่ พร้อมมีแม่พิมพ์หล่อแบบใหม่ เช่นเดียวกับมีที่จับและกลไกหมุนแท่งลิปสติกซึ่งถือเป็นต้นแบบของลิปสติกปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคล้วนถือเป็นวิวัฒนาการของรูปแบบและสัมผัสของลิปสติกในทุกวันนี้
slide7
ชนิดของลิปสติก
  • ลิปสติกแบบเนื้อด้าน ในลิปสติกแบบเนื้อด้าน สารหลักที่ใช้โดยปกติคือ เคโอลีน ซึ่งโดยปกติจะให้คุณสมบัติติดทน องค์ประกอบนี้จะทำให้ลิปสติกไม่มีความเงาและไม่มันลิปสติกที่ผสมเคโอลีน จะค่อนข้างแห้ง แต่ถ้าคุณมองหาลิปสติกที่ติดทน ลิปสติกแบบแม็ทจะเป็นทางเลือกที่ดี
  • เชียร์หรือสเตนท์ลิปสติก ลิปสติกชนิดนี้จะมีมอยเจอร์มากกว่าลิปสติกชนิดอื่น โดยปกติจะมีเม็ดสีไม่มาก ลิปสติกชนิดนี้จะทาง่ายและสีบางเบาสวยงาม
  • มอยเจอร์ไรซิ่งลิปสติก ลิปสติกชนิดนี้จะมีสารบำรุงมากเช่น เชียร์บัตเตอร์ ลิปสติกชนิดนี้จะหลุดง่ายเนื่องจากสาร ให้ความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับริมฝีปากแห้ง
  • ลิปสติกแบบลองลาสติ้ง ลองลาสติ้งลิปสติก มีคุณสมบัติตามชื่อคือ เป็นลิปสติกที่อ้างว่าสมารถติดทนได้ตลอดวันแม้ว่าจะผ่านการจูบ ลิปสติกชนิดนี้จะเป็นสูตรนุ่มนวลและค่อยๆ ออกฤทธิ์ โดยใช้ความร้อนจากริมฝีปากเพื่อกระตุ้นให้มีสีปลดปล่อยออกมาและไม่จางสามารถอยู่ได้นานถึง 8 ชั่วโมง
slide8
ความคงตัวและการยึดเกาะเป็นแท่งความคงตัวและการยึดเกาะเป็นแท่ง
  • เครื่องมือตรวจสอบ hot-stage หรือ capillary melting point สามารถบอกข้อมูลความคงที่ระยะยาวของลิปสติกได้มากมาย ลิปสติกที่ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใดๆ ต้องยังคงแข็งตัวและอยู่ตัวในระดับอุณหภูมิที่หลากหลายได้ (ปกติคือระดับ 0-50 องศาเซลเซียส) และต้องต้านการ blooming และตกผลึกในอุณหภูมิต่ำได้ รวมถึงการซึมและหยดในอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วย วิธีวัดค่าความคงที่ของลิปสติกตามอุณหภูมิที่ซับซ้อนขึ้น เช่น วิธี Differential Scanning Calorimetry (DSC) ก็สามารถใช้วัด inhomogenitiesทางกายภาพซึ่งบ่งบอกปัญหาความคงที่ให้ทราบได้ นอกจากนี้ การวัดผลโดยใช้เครื่องมือ เช่น crush and breaking point determinations ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตส่วนผสมจำนวนมากว่าเป็นตัวชี้วัดความอยู่ตัวทางโครงสร้างของแท่งลิปสติกที่ดี
lipsticks
Lipsticks

Composition:

  • Solidifying Agent : Waxes mostly beeswax, carnauba wax, candellila wax, ozokerite and other synthetic waxes
  • Oil: essentially castor oil
  • Pigments
  • Filler :Nylon, PMMA,Silica , Sericite
  • Additive:Preservatives, Fragrance
solidifying agent
Solidifying Agent
  • Solidifying agent ที่อยู่ในลิปสติกประกอบด้วยสารแข็งหนึ่งชนิดขึ้นไปซึ่งช่วยเสริมโครงสร้างและความอยู่ตัวให้แท่งลิปสติก ขณะเดียวกันก็ควบคุมคุณสมบัติการไหลและความสวยงามเมื่อได้ใช้ลิปสติกบนริมฝีปาก ถือว่า solidifying agent เป็นส่วนประกอบที่ทำให้ลิปสติกต่างจากเครื่องสำอางที่ให้สีประเภทอื่น สามารถแบ่ง solidifying agent ได้เป็นสองประเภทหลักคือ ไขมันและแวกซ์
waxes
Waxes
  • จุดเด่นของลิปสติกปัจจุบันคือแวกซ์ซึ่งให้สมดุลของความคงตัวและความคงทน และให้สมดุลความลื่นเนียนเมื่อทาบนริมฝีปาก แต่ไม่มีสารใดที่จะให้คุณสมบัติที่เหมาะสมเช่นนั้นได้เพียงสารเดียว ดังนั้นส่วนประกอบแวกซ์คือการผสมกลมกลืนแวกซ์ที่มีจุดหลอมสูงต่ำต่างกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหล ความสวยงาม และผลสีที่ได้ แวกซ์สามารถแบ่งตามแหล่งกำเนิดได้เป็นแวกซ์จากสัตว์ พืช แร่ธาตุ หรือการสังเคราะห์ ในทางเคมี แวกซ์ก็คือส่วนผสมที่ไม่มีกลีเซอรอลของ esters กรดและแอลกอฮอล์ที่แข็งตัวเมื่ออยู่ในหรือใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง
slide12
แวกซ์จากสัตว์
  • แวกซ์จากสัตว์ที่นิยมมากในลิปสติกคือ ลาโนลิน ซึ่งได้มาจากการ alkaline washing ขนแกะ ลาโนลินเป็นส่วนประกอบของ alcohol esters C18 – C26 กรดไขมัน คลอเรสเตอรอลและเทอร์พีนอล ขณะที่ลาโนลินและสารสกัด acetylated ใช้ในลิปสติกเป็นอย่างมากเพื่อประโยชน์ในการให้ความชุ่มชื้น แต่โอกาสการเกิดอาการแพ้ เช่น อาการบวมและคัน ก็เป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในระยะหลัง
  • ขี้ผึ้งจากผึ้ง สกัดจากรวงผึ้ง มีให้เลือกทั้งแบบสีเหลืองและขาวบริสุทธิ์ ขี้ผึ้งป็นสารช่วยให้แข็งตัวสำหรับลิปสติกที่ใช้เบส castor oil มานาน ปัจจุบันนี้ก็ยังคงใช้อยู่ในระดับต่ำ (ca. 5%) ร่วมกับแวกซ์ชนิดอื่นเพื่อเพิ่มความสามารถการคืนตัวและประสิทธิภาพการแกะออกจากแม่พิมพ์และการหดตัวของลิปสติก หากใช้ในปริมาณมาก ลิปสติกจะไม่ค่อยน่าใช้ เนื้อสัมผัสขาดความมันวาว
slide13
แวกซ์จากพืช
  • Carnauba (Coperniciaprunifera) และ candelilia (Euphorbiaceaecerifera) waxes คือแวกซ์จากพืชแบบแข็งสกัดจากพืชในแถบทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ทั้งสองมีส่วนประกอบหลักจาก esters และมักใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีความอยู่ตัวและมันวาวกับเบสแวกซ์ และเนื่องจาก candelilia wax (mp 68.5 – 72.5 องศาเซลเซียส) มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำกว่า carnauba wax (mp Ca. 83 องศาเซลเซียส) จึงต้องใช้ทั้งสองชนิดผสมกันเพื่อเพิ่มความวาวและความแข็งตัวโดยที่สามารถลดอาการเปราะหักได้ง่ายของผลิตภัณฑ์ให้ลดลงด้วย
slide14
แวกซ์จากแร่ธาตุ
  • Ozokeriteและ ceresin เป็น microcrystalline แวกซ์ที่เกิดตามกระบวนการทางธรรมชาติจากการสกัดปิโตรเลียม ใช้เพื่อเสริมครงสร้างลิปสติกให้คงตัวและช่วยลด syneresisโดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน ขณะที่ไฮโดรคาร์บอนแวกซ์ชนิดอื่น เช่น พาราฟิน มักใช้น้อยกว่าเนื่องจากคุณสมบัติที่เปราะหักได้ง่ายและไม่เข้ากับ castor oil
slide15
แวกซ์สังเคราะห์
  • โพลีเอธีลีนแวกซ์ เช่น เพอร์ฟอร์มาลีน (New Phase Technologies) และ ซิลเทค (Petrolite Corporation) อาจนำมาใช้ในลิปสติกเพื่อเพิ่มความคงทนต่ออุณหภูมิสูง ทำให้ลิปสติกไม่มีขั้วตรงข้ามมากพอที่จะละลายพลาสติก ทั้งยังต้องแน่ใจได้ว่าอุณหภูมิที่สูงมาก (มากกว่า 90องศาเซลเซียส)

ซึ่งใช้เพื่อละลายสารดังกล่าวจะไม่ทำให้คุณภาพของสารอื่นในลิปสติก ลดลงเกินควร

slide16
นวัตกรรมใหม่ๆ
  • นวัตกรรมใหม่ๆ ทางเคมีของซิลิโคนและฟลูออรีนได้ช่วยให้เกิดแวกซ์ organosiliconeและ organofluoro รุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติทางเคมีกายภาพที่โดดเด่นและแปลกใหม่ ตัวอย่างเช่น SiliconylBeewaxes, SiliconylCandelillaและ Siliconyl Synthetic Paraffin Wax (KosterKeunen, Inc.) ล้วนเป็นซิลิโคนเอสเตอร์ที่ให้ผลลัพธ์และความลื่นเพิ่มขึ้นโดยที่ช่วยจับคู่ซิลิโคนออยล์ในเบสแวกซ์โดยไม่ blooming a Alkyl methyl siloxanes waxes เช่น AMS C-Wax ของ Dow Corning และ alkyl dimethicone waxes เช่น SF1642 Wax ของ GE เป็น alkyl silicone ลูกผสมที่มีจุดหลอมสูงที่เข้าได้ดีกับแวกซ์และน้ำมันจากธรรมชาติที่พบได้ในลิปสติก ฟลูออโรแวกซ์สังเคราะห์ เช่น fluorohexacosonate (KosterKeunen, Inc.) อาจช่วยให้ติดทนนานและกันน้ำดีขึ้นขณะที่ลดความตึงผิวและลากบนริมฝีปาก
waxes17
Waxes
  • Waxes form the structure of the stick. The wax mixture has a fusion of around 80⁰C. Important to only use food grade waxes
  • Waxes form a film on the lips
  • หน้าที่ของ waxes คือ ให้โครงสร้างที่แข็งและเหนียวแม้ว่าจะอยู่ในอากาศที่อุ่น
  • Waxes ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่คุณสมบัติในการใช้
  • จะรักษาความเหนียวไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 50 C จึงจะหลอมเป็น oil จึงไม่เกิดเป็นเหงื่อ ให้ความลื่น ใช้ง่าย
waxes18
Waxes
  • Carnauba wax : เป็น natural waxes ที่แข็งที่สุดและมี melthing point สูง (85 ๐C) ใช้ 1-20 % การใช้ % น้อยๆ จะช่วยเพิ่มความนุ่มและความเหนียวของลิปสติก
  • Candelilla wax : มี mething point ต่ำกว่า carnauba wax , mp 65-69 C ใช้ 5-10%
  • Beeswax : เป็นตัวช่วยทำให้ลิปสติกแข็งและลื่น กระจายตัวดีขณะทา แต่ถ้าใช้ beeswax เพียงตัวเดียว จะทำให้ลิปสติกขาดความเงาและทำให้เกิดการลากเป็นรอยเมื่อทา mp 62-64 C ใช้ 3-10%
  • Ozokerites or Amorphous hydrocarbon waxes :มี mething point เป็นช่วงกว้าง ให้ลักษณะของเนื้อแตกต่างกันหลายแบบ แต่จะให้ความนุ่มมากที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับ mineral oil ใช้ 3-10%
waxes19
Waxes

5. Paraffins wax : อ่อนและเปราะแตกง่าย ดังนั้นจึงใช้สัดส่วนที่น้อยเพื่อให้ลิปสติกเงาวาวขึ้น mp 50-60 C

6. Synthetic waxes : มีหลายชนิดให้เลือกใช้ โดยเลือกใช้ตามคุณสมบัติที่พอใจเอาเอง

7. Hydrogenated castor oil (castor wax) : เป็น waxes ที่เปราะ ช่วยเรื่องของความเงา ไม่ค่อยช่วยเรื่องความแข็ง

8. Spermaciti (Cetylpaimitate & Cetylmyristate): เป็น waxes ที่อ่อน ร่วน ลื่น จะใช้ในสักส่วนที่น้อยเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ Thixothopic (ต้องการแรงเพื่อให้เกิดการไหล)ให้สูงขึ้น ได้จากไขปลาวาฬ

***Thixothopicคือลักษณะของเนื้อที่เมื่อไม่มีแรง cheer จะข้น เมื่อมีแรง cheer จะเหลวลง และเมื่อลดแรง cheer จะค่อยๆ กลับมาข้นขึ้นอีก

waxes20
Waxes

9. Petrolatum – Based waxes :Microcrystalline wax ช่วยปรับความข้นและการไหล

10. Fatty Alcohols :

Cetyl alcohol/Sterryl alcohol mp 45-50 C/43 C ช่วยเรื่องการไหล ใช้ 2-3 %

11. Ceresin wax : MP 60-75 C บางครั้งอาจใช้แทน Beeswax เพราะบางคนอาจแพ้ Beeswax เนื่องจากได้มาจากผึ้ง

12. Silicone waxes: Organosiliconeblock polymers, hydrocarbon silicone copolymers, silphenylene copolymers viscosity modifier ช่วยปรับ viscosity, feeling เกิด soft touch, water resistant, long lasting lipstick

slide21
Oils
  • น้ำมันที่สำคัญในการผลิตลิปสติกทุกวันนี้คือ น้ำมันจากพืช แร่ธาตุและจากการสังเคราะห์
  • มีหน้าที่กระจายสีและ fillers ทำให้ส่วนผสมขององค์ประกอบ polar and non-polar ในลิปสติกอยู่ตัวไม่แยกตัว
  • นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลลื่นของแวกซ์และให้ความนุ่มและ emolliencyกับริมฝีปากด้วย
slide22
Oils
  • ไขมันเป็น triestersแบบแข็งของกลีเซอรีนและกรดไขมัน C8 – C18 เป็นส่วนมาก ลิปสติกในยุคแรกผลิตจากไขมันหมู ไขสัตว์เพื่อขึ้นรูปลิปสติก แต่กรดส่วนหนึ่งในไขเหล่านี้มักทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและทำให้หืนได้เร็ว ดังนั้นไขมันพืชจึงถูกนำมาใช้แทนไขสัตว์ เช่น ไขโกโก้ และไขพืชแข็ง เช่น hydrogenate castor ไขมันมะพร้าวและไขมันปาล์ม ที่ผ่านมานี้ไตรกลีเซอไรด์สังเคราะห์ที่มีกลิ่นและรสดีมากกว่าชนิดธรรมชาติ เช่น glyceryltristearate, glyceryltripalmitateและ glyceryltriacetylhydroxystearateได้รับการพัฒนาขึ้น ไขมันเป็น stain solubilizersและต้องใช้ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 15 เพื่อทำให้เป็นพลาสติกและทำให้เบสลิปสติกอ่อนนุ่มขึ้น
slide23
น้ำมันจากพืช
  • น้ำมันจากพืชที่ถือว่าสำคัญที่สุดในการผลิตลิปสติกในปัจจุบันนี้คือ armamentarium castor oil น้ำมันนี้หรือเรียกอีกชื่อว่า ricinus oil คือสารสกัดที่ระเหยได้ช้าจากเมล็ด castor beans, ricinuscommunis และประกอบด้วย glycerylricinoleateเกือบทั้งหมด ความนิยมในการใช้ castor oil ในลิปสติกเกิดจากความทนต่อการหืน พร้อมทั้งมีความหนืดมากสามารถทนต่ออุณหภูมิได้หลากหลายซึ่งทำให้น้ำมันนี้เป็นตัวกระจายสีที่ดี เมื่อใช้ในปริมาณความเข้มข้นที่พอเหมาะจะให้รสชาติที่ดีได้และให้ความมันเงาต่อริมฝีปากด้วย
  • น้ำมันพืชชนิดอื่น เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ไม่นิยมนำมาผสมลิปสติกมากนักเนื่องจากมีความคงตัวต่ำและละลายสีได้ไม่ดี
slide24
น้ำมันจากแร่ธาตุ
  • ในการผสมลิปสติกมักจะใช้น้ำมันจากแร่ธาตุเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อเพิ่มความวาวให้แท่งลิปและสีสันบนริมฝีปาก เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้มีคุณสมบัติ oxidative stability ที่ดีมาก ด้วยเหตุนี้จึงมีข้อจำกัดในการเข้ากันกับสารอื่นในลิปสติกที่น้อยตามไปด้วย
slide25
น้ำมันสังเคราะห์
  • น้ำมันที่จัดอยู่ในประเภทนี้ได้แก่ กลุ่มแอลกอฮอล์ เช่น isocetylและ isostearyl alcohol และกลุ่ม eaters เช่น capric/caprylic triglyceride และ octylhydroxystearateการเปิดตัวใช้ silicone fluids ในการผลิตเครื่องสำอาง เช่น dimethicone, organosiliconeoils เช่น phenyl trimethiconeและ perfluoropolyethersเช่น Fomblin (AusimontMontedison) ได้เปิดแง่มุมใหม่ๆ ต่อวิธีการผสมสูตรลิปสติกที่ให้ลิปสติกอยู่ตัวได้ดีพร้อมทั้งมีสีสันสวยงามน่าใช้
slide26
Oils
  • Oils are used to wet the pigments and give slip to the stick
  • Usually Castor Oil is used
  • Silicone may be added for smother slip
oils vegetable oils
Oils :Vegetable oils
  • ในยุคแรกๆ จะใช้ น้ำมันมะกอก น้ำมันงา
  • มีกลิ่นหืนและเป็นตัวทำละลายที่ไม่ดี
  • ปัจจุบันใช้น้อย
oils mineral oils
Oils :Mineral oils
  • มีการใช้มากอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะไม่เหม็นหืน
  • เป็นตัวทำละลายสีที่แย่ที่สุด
  • เมื่อทาบนริมฝีปาก สีจะหลุดง่าย
  • ใช้ปริมาณน้อยในสูตรเพื่อเสริมความมันของแท่ง
oils castor oil
Oils : Castor Oil
  • เป็น vegetable oil ที่มี viscosity สูงที่สุด
  • เป็นตัวทำละลายใน bromo acid ที่ดี
  • เป็น oil ที่ถูกใช้มากที่สุดตัวหนึ่ง
  • เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำลิปสติกในปัจจุบัน
  • ด้วยค่า viscosity ที่สูงสามารถยึดเหนี่ยวไม่ให้สีลอกหรือหลุดออกง่าย
  • ข้อเสีย คือ ความเหนียวจากviscosity ที่สูง ทำให้การผสมเข้ากับ dry pigment ยาก
  • ทำให้เกิดความรู้สึกและเสียดสีเวลาทา
castor oil
การพัฒนา Castor Oil เพื่อใช้ในลิปสติก
  • เป็นตัวทำละลายที่ดี
  • Viscosity ต่ำกว่าเดิม หรือมี viscosity ที่ต่ำในอุณหภูมิที่ใช้งาน
  • กลิ่นอ่อนลงและมี stability ที่ดีขึ้น
  • ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
oils wheat germ oil
Oils : Wheat Germ Oil
  • มีการนำมาใช้ในลิปสติก
  • ต้องป้องกันการหืน เพราะมีส่วนประกอบของ Polyunsaturatesสูง
oils solvent oil
Oils : Solvent Oil
  • ช่วงหนึ่งเคยนิยมใช้มาก เพื่อให้สี Bromo acid และ Halogenated fluorescein ติดทนบนริมฝีปาก
  • นิยมใช้ใน “ High-stain lipstick”
  • ใช้กับสีน้ำเงินอ่อนอมแดง
  • *** ผู้หญิงมักเติมลิปสติกบ่อยๆ ระหว่างวัน เมื่อลิปสติกหลุดออกจะเหลือแต่คราบสีน้ำเงินอมแดงทำริมฝีปากดูดำคล้ำ
  • Solvent oil เมื่อผสมกับ Bromo acid ใช้ปริมาณสูงๆ จะทำให้สีติดทน แต่กลิ่นจะแรงต้องแต่งกลิ่นด้วยน้ำหอมเพื่อกลบกลิ่น
  • อาจเกิดการแพ้ได้
esters butyl stearate
Esters : Butyl Stearate
  • ใช้มากเป็นส่วนผสมในลิปสติก
  • เป็นตัวทำละลาย bromo acid ที่ดี แต่น้อยกว่า castor oil
  • Butyl Stearate ทำให้ bromo acid และ pigment เปียกได้รวดเร็วกว่า castor oil
  • ช่วยการกระจายตัวของสี
  • ช่วยลดความข้นของ phase oil ลดความเหนียวเวลาลากลิปสติกบนริมฝีปาก
  • Butyl Stearate เกรดบริสุทธิ์ จะไม่มีกลิ่นและไม่ทำให้เกิดกลิ่นหืน
esters ipm ipp
Esters : IPM, IPP
  • Isopropyl myristate (IPM) และ Isopropyl palmitate(IPP)
  • มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย
  • มีคุณสมบัติคล้ายกับ butyl stearate
  • ใช้ปริมาณน้อยในสูตร ทนอุณหภูมิสูง
  • มีแนวโน้มการเกิดเหงื่อ (sweat) น้อยกว่า butyl staerate
esters diethyul sebacate diisopropyl adipate
Esters : Diethyulsebacateและ Diisopropyladipate
  • ใช้ทั่วไปในลิปสติก
  • มีคุณสมบัติคล้ายกับ butyl staerate
ester
Ester: ตัวอื่นๆ

Oleyl alcohol :

  • ใช้ในสัดส่วนที่สูงในลิปสติก ทำให้มีคุณสมบัติดีขึ้น

A Hexadecyl alcohol : (เป็นส่วนผสมของ branches chain C16 alcohols)

  • เป็น branched structure ทำให้การสูญเสียความชุ่มชื่นจากผิวน้อยกว่า straight chain oils
solvent bromo acid
ตารางศึกษาการใช้ solvent เป็นตัวทำละลาย bromo acid
solvent
ข้อจำกัดของการเลือกใช้ Solvent
  • Carbitol : ให้ใช้สูงสุด 5 % ในเครื่องสำอาง เพราะมีความเป็นพิษหากใช้ปริมาณสูง และมีรสขม
  • Butylene glycol and Hexylene glycol : รสไม่เป็นที่ยอมรับ
  • Polyethylene glycol : สามารถดูดน้ำไว้ที่ตัว จึงเป็นการเพิ่มเหงื่อในลิปสติก หากใช้ปริมาณสูง
  • Tetrahydrofurfuryl alcohol and acetate : กลิ่นไม่เป็นที่ยอมรับ ระเหยง่าย
  • Benzyl alcohol : กลิ่นใช้ได้ ซึ่งมีผลอย่างมากเมื่อใช้บนริมฝีปาก
  • Phenylethyl alcohol : จะมีกลิ่น rose wsaterค่อนข้างแรง ต้องใช้ร่วมกับ oil ตัวอื่น
  • Propylene glycol : ค่าการละลาย bromo acid ไม่สูงแต่นิยมใช้ในสูตรที่ต้องการให้ลิปสติกติดทนบนริมฝีปาก มีรสหวานมีความเป็นพิษต่ำ แต่สามารถดูดน้ำไว้กับตัว ถ้าจะนำมาผสมกับ oil หรือ waxsจะต้องมี solvent ตัวอื่นช่วย เช่น Oleyl alcohol และ Propylene glycol monoester จึงจะสามารถทำให้ Propylene glycol เข้ากับสารอื่นได้
fatty materials
Fatty Materials
  • ปัจจุบันใช้น้อยในลิปสติกยุคใหม่ๆ
  • Cocoa butter : เคยเป็นสารในอุดมคติของการทำลิปสติก เพราะมีจุดหลอมเหลวที่อุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย mp < 37 C และใช้ง่าย แต่พบว่ามันทำให้เกิดการ Bloom หรือการทำให้ผิวของลิปสติกไม่เรียบ จึงไม่ค่อยนำมาใช้แล้วในปัจจุบัน
  • Hydrogenated vegetable oils : ที่ใช้ในอาหาร มีความคงตัวต่อปฏิกิริยา oxidation และให้เนื้อที่ดี
  • Petrolatum : มีความคงตัวสูง ให้ความมันวาว แต่ใช้ในปริมาณน้อยในสูตร
  • Lanolin : มีคุณสมบัติที่ดี นิยมใช้ช่วยการกระจายตัวของสี ใช้ในสัดส่วนที่สูงในสูตร 5-7% ช่วยให้ความเงาและความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก มีการพัฒนาเพื่อช่วยให้กลิ่นไม่เปลี่ยนแปลง
fatty materials40
Fatty Materials

5. Modified Lanolin : เป็นส่วนหนึ่งของ lanolin เช่น lanolin oil , lanolin wax ใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของสูตร

6. Glycerylmonostearate (non-emulsifying) : ช่วยให้เนื้อร่วมกับสารอื่นๆ ในสูตร เป็นตัวทำละลายที่ดี

7. Acetoglycerides : ให้เนื้อที่มีความแตกต่างจากไขมันตัวอื่นๆ

8. Lecithin : ใช้ในสัดส่วนน้อยๆ เพื่อปรับความเรียบผิวของลิปสติก ให้ความชุ่มชื้น ใช้ง่าย

9. Branched-chain hydrocarbons, alcohols, esters : ใช้ในลิปสติกและสำหรับการเตรียม make-up ตัวอื่นๆ เพราะจะจับตัวบนผิวน้อย ยอมให้น้ำผ่านอกจากผิวมากกว่าไขมันพวก straight-chain

pigments
Pigments
  • From the list of approved pigments for mucosis
  • Either mineral or lacquers of organic pigments
  • Mica or pearlized pigments
  • Mixed in the oil, they are grounded through a mill to a fine texture
certified color
Certified color
  • Color Index Number (CI.No.)
  • FD&C
  • D&C
  • External D&C

Lipstick 1, 2 only

colorants
Colorants
  • สาระสำคัญของลิปสติกคือสี เฉดสีที่ระบายบนริมฝีปาก ระดับของเนื้อลิปสติกที่จะปกปิด และสัมผัสของเนื้อลิปสติกล้วนแต่เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวพันกันในการผสม colorants ที่จะใช้ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า stains หรือ “bromo acids” เป็นส่วนสำคัญของลิปสติกในช่วงเกินกว่าครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20แต่ได้รับความนิยมน้อยลงในช่วงที่ผ่านมา รายงานเรื่อง photosensitization-induced cheilitis(ริมฝีปากอักเสบ)
pearlescent pigments
Pearlescent Pigments
  • ประกายและความสวยงามของลิปสติกสมัยใหม่ต้องถือว่ามาจาก pearlescent pigments หรือไข่มุกนั่นเอง เม็ดสีจะถูกสร้างขึ้นระหว่างรอยแยกของตัวสารไข่มุกตามกฎฟิสิกส์เรื่องการสะท้อนและหักเหของแสงมากกว่าการดูดซับแสง เมื่อแสงส่องผ่านทะลุชั้นเลเยอร์โปร่งใสแต่ละชั้นก็จะเกิดการสะท้อนแสงขึ้นด้วยแสงจำนวนหนึ่งที่ส่งผ่านลึกเข้าไปใต้ชั้นแมทริกซ์ การสะท้อนแสงจาก”กระจก”เล็กๆ มากมายเหล่านี้สะสมกันมากขึ้นจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ pearlescent
  • สารอินทรีย์ทั่วไปที่มีอยู่ในไข่มุกคือ guanine ซึ่งก็คือเบส purine ที่ให้แสงสะท้อนกับเกล็ดปลาและสัมผัสมันเงาของผิวหนังสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลาน ปกติแล้วผลกระทบทางการค้าลิปสติกของ guanine ถูกจำกัดด้วยต้นกำเนิดทางธรรมชาติ ในทุกวันนี้จึงมีสารสังเคราะห์ที่เข้ามาทดแทนนั่นคือ pearl bismuth oxychloride
slide45
สีจากธรรมชาติ
  • สีจากธรรมชาติ เช่น คาร์มีน และสารอนินทรีย์ เช่น iron oxides ถูกนำมาใช้ผสมใน pearl laminate เพื่อให้ความเกิดสีที่ดูชุ่มฉ่ำมากกว่าที่จะได้จากการผสมไข่มุกกับ colorants ในลิปสติกเท่านั้น ตัวอย่างของ pigmented pearls ดังกล่าว ได้แก่ Cellini pigments จากบริษัท Englehard Corp. และบริษัท Colorona pigments จาก EMI Industries, Inc.
slide46

ระดับและคุณลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาของ pearlescent pigments ที่ใช้จะกำหนดผลในการมองเห็นสีบนแท่งลิปสติกและสีเมื่อใช้บนผิวหนังแล้ว เมื่อใช้ความเข้มข้นต่ำ (ca. ต่ำกว่า 2%) จะให้ความเงาวาวและและความมีชีวิตชีวาให้กับการกระจายสีที่มีเบสออกไซด์ ขณะที่ความเข้มข้นสูงจะแสดงผลการเปลี่ยนแปลงของสีที่โดดเด่นให้กับแท่งลิปสติก และ/หรือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดรูปทรงให้กับลิปสติกที่จัดรูปทรงยากไม่เช่นนั้นก็จะเปลี่ยนลักษณะภายนอกของลิปสติก

filler
Filler
  • Colorants ของลิปสติก ได้แก่ lakes, metal oxide, pearls ต่างมี concomitant ability ที่จะเปลี่ยนการผสมผสานทางโครงสร้างของแท่งลิปสติก ในขณะเดียวกัน colorants แต่ละชนิดก็มีความสามารถในการดูดซับน้ำมันจากเบสลิปสติกและ/หรือจากพื้นผิวของริมฝีปากที่ต่างกัน เนื่องจากความเข้มข้นทั้งหมดของพิกเมนท์สามารถแปรเปลี่ยนไปได้มากในชุดลิปสติกที่มีเฉดสีเดียวกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกลไก counterbalancing เพื่อให้แน่ใจได้ว่าโครงสร้างของลิปสติกและสัมผัสจะคงที่ โดยการใช้ fillers ที่ไม่มีปฏิกิริยาและไร้สี ปกติแล้วจะใช้ฟิลเลอร์ในระดับต่ำ (1-2 %) จนถึงระดับพอประมาณ (10-12 %) ฟิลเลอร์อาจมีรูปร่างคล้าย plate เช่น ไมก้า ทอล์ก หรือเซเรไซท์ หรืออาจมีทรงกลมเช่นเดียวกับ ซิลิก้า ไนลอน หรือ polymethyl methacrylate (PMMA) หรือไม่มีรูปร่างที่แน่นอนเช่นเดียวกับอะลูมินาหรือแบเรียมซัลเฟต
additive
Additive
  • สารกันแดดจากสารอินทรีย์ เช่น methyl p-methoxycinnarnateและ ตระกูล benzophenone ของตัวดูดซึมรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต
  • สารกันแดดจากสารอนินทรีย์ เช่น non-pigmentary, micronized titanium dioxide และ zinc oxide
  • สาร antioxidants เช่น BHT และ alpha-tocopherol and its esters
  • สารกันบูด เช่น methyl and/or propyl phydroxybenzoate
  • Chelating agents เช่น EDTA and its alaki and alaki earth metal salts
additive49
Additive
  • รสและน้ำหอม (Flavor and Perfume)
  • อาจมีสารเพิ่มเติมที่มีคุณสมบัติ physicochemical เฉพาะ เช่น polymeric film formers และสารที่มีผลทางการแพทย์ต่อผิวหนัง เช่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์ รวมอยู่ด้วยเพื่อ comfort ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานตามที่กล่าวอ้างไว้ ต้องศึกษาระเบียบข้อบังคับเฉพาะและข้อเขียนเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับสารปรุงแต่งแต่ละชนิดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้สารเหล่านั้นบนริมฝีปาก
preservatives
Preservatives
  • While the lipstick is anhydrous, molds may grow on the surface: need to preserve. Usually with parabens
  • Propylparaben 0.1%
fragrance
Fragrance
  • Must comply with IFRA guidelines for mucosis
  • Used 2-4 %
  • Avoid to use methyl heptine carbonate, benzylidene acetone (can cause allergy) and bergamot (photosensitizing), geranium, patchouli and petigrain oil
suggested perfume
Suggested Perfume
  • Rose alcohol and ester
  • Aniseed
  • Cinnamon

กลิ่นที่ต้องระวังเรื่องการแพ้

  • Lemon, Orange, Tangerine, YlangYlang, Clove, Geranium, Sandawood can cause allergy

(ไม่เกิดกับทุกคน)

  • ถ้าต้องการ claim hyproallergynicต้องหลีกเลี่ยงการใช้ perfume กลุ่มนี้
slide53
Note
  • สารกันแดดที่เติมลงในลิปสติกต้องเป็น oil sulubleเพื่อไม่ให้เกิด sweating และยังมีความคงตัวที่ดี)
  • กลุ่ม Lanolin จะดูดน้ำเอาไว้ ทำให้ไม่เกิดปัญหา sweating
  • การเลือกสาร ต้องดูคุณสมบัติว่าอาจทำให้เกิด sweating หรือไม่ หรือสารตัวใดช่วยแก้ไขปัญหา sweating ได้
  • การเลือกใช้กลิ่นต้องกลบกลิ่น oil ได้ และผ่านการทดสอบ Oral toxicity
slide54
ลักษณะของลิปสติกที่ดีลักษณะของลิปสติกที่ดี
  • Vigorous and smearpoof coloring effect
  • Shiny but not greasy
  • Nonsweating and nonblooming
  • Good thixotropic so as to deposit color with minimum pressure
  • Retention of form and consistency up to 55 ๐, and usability at low temperatures without crumbling or embrittlement
  • Stable to moisture, light, and oxidation
  • Nonirritant and nontoxic
  • Neutral in odor and taste
slide55
กระบวนการผลิตและการบรรจุกระบวนการผลิตและการบรรจุ

กระบวนการผลิตลิปสติกนั้นแปรเปลี่ยนไปบ้างตามประเภทของสูตรผสม ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้แก่ การผสมเปียก การบดเปียก การตี การทำให้เย็น การหล่อ การผ่านเปลวไฟ (Flame )และบางครั้งก็มี การเอาฟองอากาศออก (deaeration)

สามารถแบ่งกระบวนการผลิตออกเป็น 3ประเภท ดังนี้

  • การเตรียมสี
  • การผลิตเนื้อสาร
  • การหล่อและบรรจุ
slide56
การเตรียมสี
  • ไม่นำผงสีแบบแห้งมาผสมลงในลิปสติกเนื่องจากเป็นการยากที่สีจะกระจายตัวอย่างเป็นระเบียบ
  • ในขั้นตอนแรกสีจะถูกนำมาบดในส่วนผสมที่มี castor oil เป็นต้น ปกติแล้วสีจะถูกกวนให้เปียกมาก่อนโดยมีน้ำหนักของน้ำมันจะเป็นสองเท่าของปริมาณสี ส่วนผสมจึงเข้ากัน
  • จะต้องนำสีไปกวนใน castor oil และทิ้งให้อยู่ตัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง
  • จากนั้นส่วนผสมทั้งหมดจะถูกส่งผ่าน a triple roller mill, colloid mill, ball mill, bead mill หรือ sand mill เพื่อบดสีให้เป็นเนื้อเดียวกับ castor oil ขั้นตอนนี้จะถูกทำซ้ำไปมาจนสีกระจายตัวทั่วถึงเท่ากันและเกิดเป็นสีที่สมบูรณ์
  • อาจตรวจสอบการกระจายสีหลังจากแต่ละสีผ่าน Hegman gauge
slide57
การเตรียมสี
  • การเตรียมสีอีกวิธีหนึ่งคือการเตียมสีให้เปียกในอัตราส่วนของสีกับ castor oil เท่ากับ 1 ต่อ 3 ในถังผสมและใช้เครื่องผสม high shear อีกครั้ง จากนั้นจะต้องตรวจการจับตัวเป็นก้อนของสีด้วย Herman gauge อย่างไรก็ตามต้องระวังการใช้เครื่องผสม high shear ไม่ให้ มีฟองอากาศมากเกิน
  • สำหรับส่วนผสมที่ไม่มี castor oil สามารถกระจายสีได้ด้วยการบดกับสารน้ำมันชนิดอื่นเช่นเดียวกัน วิธีการบดสีด้วย triple roller mill หรือ bead mill เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ง่ายและให้ผลลัพธ์ของสีอินทรีย์ที่สมบูรณ์
a triple roller mill
a triple roller mill

Production Scale

Lab Scale

bead mill
bead mill

Bead Mills reduce particles to submicron sizes.

Zirconia beads

processing
การผลิตเนื้อสาร (Processing)
  • ผสมส่วนแวกซ์เบสด้วยการผสมแวกซ์และน้ำมันหลายชนิด รวมถึง สารกันบูดและ antioxidants ด้วยการให้ความร้อน
  • ผสมในภาชนะเคลือบสแตนเลสจนใสและเป็นเนื้อเดียวกัน จะต้องให้ความร้อนแวกซ์ในอุณหภูมิที่สูงกว่าจุดหลอมเหลวสูงสุดของแวกซ์นั้นประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส
  • ไม่ควรใช้เครื่องผสม high shear เพราะอากาศจะได้ไม่เข้าไปในส่วนผสม
  • เติมส่วนผสมสีที่เตรียมไว้ ลงในแวกซ์ที่หลอมเหลวและน้ำมัน และยังต้องกวนส่วนผสมและรักษาอุณหภูมิให้คงที่ต่อไป ล้างน้ำมันที่เหลือผ่านอุปกรณ์กระจายสีและเติมลงในส่วนผสม ผสมจนเข้ากันและกวนเบาๆ เพื่อเอาอากาศออก ( de-aerated )
  • นำเนื้อสารที่ได้ผ่านตัวกรองตะแกรง(sieve)250 mesh ให้แน่ใจได้ว่าไม่มีสิ่งปลอมปนใดๆ
  • สามารถผสมมุกในเนื้อสารได้ด้วยการกวนเบาๆ
  • หลังจากได้สีที่ต้องการแล้วจึงค่อยเติมน้ำหอมลงไป ไม่เกิน 70 C
processing64
การผลิตเนื้อสาร (Processing)
  • โดยทั่วไปแล้วควรจะผสมเนื้อสารในภาชนะที่มีที่กวนเพื่อไม่ให้สีตกตะกอนและจับตัวอยู่ด้านล่าง ควรใช้แรงดันไอน้ำต่ำเพื่อให้ความร้อนสม่ำเสมอและเกิดการหลอมเหลวที่ระดับเท่ากัน ภาชนะที่ใช้กวนสารมักจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ระบบ de-aeration ติดอยู่ด้วย
slide65
การหล่อและบรรจุ

สามารถหล่อลิปสติกได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ใช้มือหล่อในแม่พิมพ์ขนาด 72-100 หลุม
  • ใช้มือ กึ่งอัตโนมัติ หล่อในแม่พิมพ์ขนาด 18 หลุม
  • ใช้ตัวเติมแบบหมุนอัตโนมัติลงในแม่พิมพ์หลุมเดียว
  • ใช้ระบบฉีดแม่พิมพ์อัตโนมัติ
  • direct filling ไปยังแม่พิมพ์พลาสติกอัตโนมัติ
  • ขั้นตอนที่ใช้ระบบอัตโนมัติส่วนใหญ่จะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ และมีระบบปรับเปลี่ยนการควบคุมปัจจัยในการผลิตทั้งหมด
moulding
Moulding
  • การหล่อลิปสติก แบบใช้แม่พิมพ์แบบถอดแยกได้
  • หลอมเนื้อสารในระดับอุณหภูมิ 80องศาเซลเซียสในภาชนะขนาดเล็กที่มีอุปกรณ์กวนและมีก๊อกเล็กๆ อยู่ด้านล่าง
  • ปล่อยให้เนื้อสารไหลออกจากก๊อกลงในแม่พิมพ์ที่ถูกทำให้ร้อนและหล่อลื่นไว้ก่อนแล้ว ด้วย mineral oil or Isopropyl myristateอาจจะอุ่น mouldที่อุณหภูมิ 40 C
  • บรรจุให้เต็มแม่พิมพ์เผื่อสำหรับการหดตัวเมื่อเนื้อสารเย็นลง
  • นำแม่พิมพ์ไปวางบนโต๊ะที่เย็นหรือตู้แช่แข็งขนาดใหญ่เพื่อให้แข็งตัว
  • เมื่อแข็งตัวดีแล้วจึงนำพิมพ์ออกจากที่เย็นและปาดผิวหน้าให้เรียบร้อย สามารถนำส่วนนี้ไปหลอมใหม่ได้
moulding67
Moulding
  • นำลิปสติกออกจากแม่พิมพ์ จะนำไปบรรจุในแท่งลิปสติกเลยหรือจะเก็บไว้รอการบรรจุต่อไปก็ได้
  • เมื่อใส่ลงในแท่งแล้วก็จะตกแต่งผิวหน้าให้เรียบร้อยและนำไปผ่านเปลวไฟเพื่อให้เกิดความวาว ขั้นตอนนี้สามารถทำได้ด้วยมือโดยนำแท่งลิปสติกไปผ่านเปลวไฟ หรือใช้สายพานลำเลียงลิปสติกผ่านเปลวไฟหรือลมร้อน (หลังเอาลิปสติกออกจากแม่พิมพ์ควรทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงค่อยนำมาผ่านเปลวไฟ)
  • วิธีหล่อด้วยแม่พิมพ์แยกจำเป็นต้องใช้ช่างที่ชำนาญเพื่อให้ได้ผลผลิตตรงตามเป้าหมายซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ถึงกระนั้นก็ตาม อัตราการผลิตด้วยวิธีดังกล่าวก็ไม่สามารถเทียบได้กับกระบวนการผลิตจากโรงงาน
rotomold
วิธีหล่อแบบ Rotomold
  • หลอมเนื้อสารลิปสติกด้วยความร้อนที่อุณหภูมิของจุดหลอมเหลวสูงสุดของแวกซ์ที่มีในส่วนผสมนั้น
  • เทเนื้อสารที่หลอมเหลวในอัตราคงที่ลงในแม่พิมพ์หลุม
  • นำไปแช่เย็นตามอุณหภูมิที่กำหนดจนเนื้อสารส่วนบนของพิมพ์แข็งตัว ปาดส่วนเกินทิ้ง แช่แม่พิมพ์ต่อในอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการแกะพิมพ์ออกแล้วจึงนำแท่งลิปสติกออกจากพิมพ์ ระบบหล่อแต่ละระบบต่างใช้การควบคุมที่ต่างกัน
weckerle wo90 rotary lipstick filling system
วิธี Weckerle WO90 Rotary Lipstick Filling System
  • จอคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบสามารถมองเห็นได้
  • ใช้อุณหภูมิเตรียมการหล่อที่ 30 องศาเซลเซียส
  • ใช้อุณหภูมิสำหรับแช่เย็นที่ 20 องศาเซลเซียสต่อนาที
  • วิธี rotomoldingนี้ จะใช้อุณหภูมิรักษาตัวจ่ายสารที่ 75-85 องศาเซลเซียส
  • ตัวจ่ายมี 2 หัวฉีดที่จะฉีดสารลงในสายพานหมุนที่บรรจุแม่พิมพ์มาเป็นคู่
  • สายพานหมุนวิ่งผ่านห้องอุ่นเตรียมสำหรับการบรรจุลงแท่ง
  • ผ่านห้องเย็นทันทีที่บรรจุลงแท่ง
  • ผ่านห้องแช่แข็งก่อนที่จะแกะลิปสติกออกจากพิมพ์
  • ในการบรรจุสารลงแท่งนั้นหัวฉีดจะต้องมีอุปกรณ์ทำความร้อน 2 ตัว

เพื่อให้เนื้อสารงแข็งตัวจากด้านล่างโดยที่ด้านบนยังคงหลอมเหลวอยู่

วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้เกิดการหดตัวและการเปลี่ยนรูปของสารระหว่างอยู่ในแท่ง

  • สุดท้ายแล้วหลุมพิมพ์จะเรียงตัวอยู่ด้านล่างจานที่มีเบ้า 2 เบ้าซี่งมีไว้ใส่เคสลิปสติก
  • สายพานลิปสติกจะวิ่งผ่านเปลวไฟ กลไกจะจะหยุดลง
  • ฝาจะถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกัน
weckerle invests in lipsticks
Weckerle invests in lipsticks
  • WeckerleCosmetics, which can claim a double digit growth rate this year again, carry on its investment policy in the lipstick segment. The company has just equipped its Lipstick Competence Center in Peissenberg, Germany, with a state-of-the-art lipstick filling machine, for a total amount of 1.5 million Euros.
  • This new machine (MM360), which has been developed by the R&D Team of Weckerle Machines, features a multimoulding system and has started production at the end of November 2009.
  • According to Weckerle, the main advantages of the MM360 are its speed, flexibility, modularity and quick format change.Weckerle Cosmetics acquired the machine including a multi-dosing system, assembly and filling line. The rotary table carries 360 interchangeable moulds, able to support four different mould technologies: push-out, blow-out, soft and center core moulds. The output is around 6000 pieces per hour.
  • Weckerle Cosmetics will produce its innovative Multi-Colour lipstick with a new filling technique on this machine.
lipstick equipment
Lipstick Equipment

Lipstick moulds

Lipstick Process Equipment

Lipstick Containers

slide72
อ้างอิง
  • Presentation : Color Cosmetics By Alain KHAIAT, Ph. D.
  • Cosmetic Science and Technology, second edition, volumn 1, page 371-375.
  • Chemico Inter Corporation Co., Ltd. 
  • เอกสารประกอบการบรรยาย เภสัชกร ดร. พิศาล จันทฤทธิรัศมี
  • เอกสารประกอบการบรรยาย รศ. พิมพร ลีลาพรพิสิฐ
  • อรัญญา มโนสร้อย, เครื่องสำอาง เล่มที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.2533.2000 เล่ม
  • http://www.indo-nippon.net/di-ethyl-phthalate.html 9/1/11
  • http://advisor.anamai.moph.go.th/252/25204.html 9/1/11
  • http://www.dowcorning.com/applications/search/content/default.aspx?Ne=4294965469+4294960341&N=4294965298+4294960276&bhcp=1 9/1/11
  • http://www.in-cosmeticsasia.com/ExhibitorLibrary/284/xentech_brochure_1.pdf 9/1/11
  • http://www.premiumbeautynews.com/Weckerle-invests-in-lipsticks,1485 15/1/11