E N D
ฝ่ายบรรจุ ทพ.ผกก. พ.ต.อ.เจษฎา วังศเมธีกูรรอง ผกก.(1) พ.ต.ท.หญิง วรรณภา สุวรรณเพ็ชรรอง ผกก.(2) พ.ต.ท.ไพโรจน์ มะโนขันธุ์1. พ.ต.ท.พิบูลสุขญ์รติวโรจน์กุล สว.บรรจุสัญญาบัตร2. พ.ต.ต.อดิศักดิ์ อรพันธ์ สว.บรรจุประทวน3. ร.ต.อ.หญิง รัฏฐภรณ์คุณัชญาศิรัญสว.แต่งตั้งเลื่อนชั้น 1
หัวข้อการบรรยาย บทที่ 1 ว่าด้วยภารกิจของหน่วยงาน บทที่ 2 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ทั่วไปของการบรรจุ บทที่ 3 ว่าด้วยการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการใหม่ - กฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง - ขั้นตอนดำเนินการ บทที่ 4 ว่าด้วยการบรรจุกลับและการรับโอน - กฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง - ขั้นตอนดำเนินการ บทที่ 5 ว่าด้วยการแต่งตั้งเลื่อนชั้นข้าราชการตำรวจ - กฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง - ขั้นตอนดำเนินการ
หัวข้อการบรรยาย บทที่ 6 ว่าด้วยงานตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร - กฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง - ขั้นตอนดำเนินการ บทที่ 7 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การบรรจุทายาทข้าราชการตำรวจ
บทที่ 1ว่าด้วยภารกิจของหน่วยงาน
กองทะเบียนพล เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การบริหารงานบุคคล (Personnel Administration หรือ Personnelmanagement) • หมายถึง การบริหารงานที่เกี่ยวกับบุคคลหรือตัวเจ้าหน้าที่ พนักงานในองค์การหรือหน่วยงาน นับตั้งแต่การสรรหาบุคคลมาปฏิบัติงาน การรับสมัคร การคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง การโอนย้าย การพัฒนาความสามารถ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การจัดสวัสดิการ การควบคุมดูแล ตลอดไปจนถึงการให้บุคคลพ้นไปจากงาน
ความสำคัญของการบริหารงานบุคคลความสำคัญของการบริหารงานบุคคล • เนื่องจากคนมีชีวิตจิตใจ คนมีความคิดไม่เหมือนกัน การนำคนให้มาทำงานร่วมกันจึงเป็นเรื่องยาก • การบริหารงานทั่วไป แม้ว่าจะมีงบประมาณให้เพียงพอ มีการจัดองค์การและการบริหารที่ดี มีอุปกรณ์และวัสดุต่างๆ พร้อมมูลสักเพียงใด ถ้าผู้ปฏิบัติงานไม่ดี ไม่มีความรู้ความสามารถ ขาดความซื่อสัตย์สุจริตและไม่ประพฤติอยู่ในระเบียบวินัยอันดี ก็เป็นการยากที่การบริหารงานจะบรรลุผลตามความมุ่งหมาย แต่ถ้าได้คนดี มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงาน ปัญหาอื่นๆ ก็จะหมดไป
เป้าหมายของการบริหารงานบุคคลเป้าหมายของการบริหารงานบุคคล • 1. ให้ได้คนดีเข้ามาทำงาน • 2. พัฒนาคนที่เข้ามาทำงานแล้วให้ดียิ่งขึ้นไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด • 3. ให้คนที่ได้เลือกสรรเข้ามาแล้ว พัฒนาแล้ว อยู่ทำงานตลอดไป
กระบวนการบริหารงานบุคคลกระบวนการบริหารงานบุคคล • 1. การกำหนดนโยบาย • 2. การวางแผนกำลังพล • 3. การกำหนดตำแหน่ง • 4. การกำหนดค่าตอบแทน • 5. การสรรหา • 6. การคัดเลือก • 7. การบรรจุ • 8. การทดลองงาน • 9. การเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง
10. การโยกย้าย • 11. การประเมินผล • 12. การพัฒนาบุคคล • 13. การให้บำเหน็จความชอบ • 14. มาตรการทางวินัย • 15. การให้สวัสดิการ • 16. การให้บำเหน็จบำนาญ • 17. การสร้างทัศนคติที่ดีต่อหน่วยงาน
- คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)กำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจและกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นไปตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมาย - คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) การกำหนดนโยบายและมาตราฐานการบริหารงานบุคคลของราชการตำรวจ
บทที่ 2ว่าด้วยหลักเกณฑ์ทั่วไปของการบรรจุ
การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำรวจ มี 2 กรณี 1. การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ตามมาตรา 50 2. การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ตามมาตรา 63
กระบวนการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจกระบวนการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำรวจ จะต้องประกอบด้วย 1. ชั้น มาตรา 25 แบ่งชั้นข้าราชการตำรวจออกเป็น 3 ระดับ (1) ชั้นสัญญาบัตร ได้แก่ ผู้มียศตั้งแต่ ร.ต.ต.ขึ้นไป (2) ชั้นประทวน ได้แก่ ผู้มียศ ส.ต.ต., ส.ต.ท., ส.ต.อ., จ.ส.ต. และ ด.ต. (3) ชั้นพลตำรวจ (ไม่มียศ) 2. ยศ ตามมาตรา 24 3. เงินเดือน ตามมาตรา 68 4. ตำแหน่ง ตามมาตรา 44
คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตำรวจคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ 1. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 48 ประกอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 2. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.ตร.กำหนด ตามาตรา 45
(มาตรา 49) อำนาจการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ก.ตร. เป็นผู้กำหนดตัวผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง โดยกำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547
ผู้ได้รับการบรรจุ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ผบ.ตร. นรม. สั่งบรรจุจากผู้ที่ ก.ต.ช. เห็นชอบแล้วนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผบก. – รอง ผบ.ตร. ผบ.ตร. สั่งบรรจุจากผู้ที่ ก.ตร. เห็นชอบแล้วให้ นรม. นำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามที่กำหนดใน ระเบียบ ก.ตร.
ผู้ได้รับการบรรจุ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง สว. – รอง ผบก. ผบ.ตร.หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจจาก ผบ.ตร. เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งจากผู้ที่ ก.ตร.ให้ความเห็นชอบ เว้นแต่การบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 63(2)(ก) และ (ข) ในตำแหน่งที่ไม่สูงกว่าเดิม ในส่วนราชการ ดังนี้ • สังกัด สง.ผบ.ตร. / ผบ.ตร.หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ มอบอำนาจจาก ผบ.ตร. เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง • ระดับ บช. / ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง พลฯ – รอง สว. • ผบ.ตร.หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจจาก ผบ.ตร.หรือ ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง
บทที่ 3ว่าด้วยการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำรวจใหม่
(มาตรา 50)การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำรวจ มาตรา 50การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวน และชั้นสัญญาบัตร ให้บรรจุจากผู้ได้รับการคัดเลือก หรือสอบแข่งขันได้ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎ ก.ตร. และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน สอบแข่งขัน บุคคลภายนอก คัดเลือก
กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 • วิธีการคัดเลือก • วิธีการสอบแข่งขัน • หลักเกณฑ์การบรรจุ
การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจด้วยวิธีการสอบแข่งขันการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจด้วยวิธีการสอบแข่งขัน เข้าทำงานโดยบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ ชั้นประทวน/สัญญาบัตร รับเงินเดือน ตามคุณวุฒิ(สายธุรการ, การเงิน) สอบแข่งขัน เข้ารับการศึกษา/ฝึกอบรม โดยบรรจุเป็น พลตำรวจสำรอง รับเงินเดือนขั้นต่ำ (นพต., กอต.สายสอบสวน, สายป้องกันปราบปราม)* บุคคลภายนอก คัดเลือก สำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม * ตัวอย่างเช่น - การสอบแข่งขันผู้มีวุฒิ ม.ปลายและ ปวช. เพื่อบรรจุเป็น นพต. - การสอบแข่งขันผู้มีวุฒิ น.บ., ร.บ., หรือ รป.บ. เพื่อเข้าอบรมหลักสูตร กอต.สายสอบสวนหรือปราบปราม แต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ระดับชั้นสัญญาบัตร / ประทวน
(มาตรา 50)การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำรวจด้วยการคัดเลือก เข้าทำงานโดยบรรจุเข้ารับราชการตำรวจชั้น ประทวน/สัญญาบัตร รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ (วุฒิขาดแคลน, ผู้ขึ้นบัญชีต่าง ๆ,นักเรียนทุน กรณีเหตุ พิเศษ) สอบแข่งขัน บุคคลภายนอก คัดเลือก เข้ารับการศึกษา/ฝึกอบรม โดยบรรจุแต่งตั้งเป็นพลตำรวจ (กรณี นตท.เป็น นรต.) หรือชั้นประทวนแล้วแต่กรณี รับ เงินเดือนขั้นต่ำ (ผู้มีวุฒิซึ่งไม่ใช่วิชาชีพขาดแคลน) สำเร็จการศึกษา วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป, นรต. วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี แต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ระดับสัญญาบัตร ปรับเงินเดือนตามคุณวุฒิ
การบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ (ชั้นสัญญาบัตร/ชั้นประทวน) บุคคลภายนอก สอบแข่งขัน คัดเลือก บรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำรวจชั้นประทวน/สัญญาบัตร รับเงินเดือนตาม คุณวุฒิ(สายธุรการ,การเงิน) บรรจุแต่งตั้งเป็นพลสำรอง รับเงินเดือนต่ำ (นสต., กอต.สายสอบสวน, สายป้องกันปราบปราม) บรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำรวจชั้นประทวน/สัญญาบัตร รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ (วุฒิขาดแคลน,ผู้ขึ้นบัญชีต่าง ๆ นักเรียนทุน,ทายาทข้าราชการ ตำรวจ หรือกรณีมีเหตุพิเศษ) • บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ • ชั้นประทวนรับเงินเดือนขั้นต่ำ • ผู้ได้รับอนุมัติจาก ตร.ให้ • บรรจุเข้ารับราชการในฐานะ • ผู้สำเร็จวุฒินั้น(กอส.,กอป.) • บรรจุเข้ารับราชการเป็น • พลตำรวจรับเงินเดือนขั้นต่ำ • (นตท.-นรต.) สำเร็จการศึกษาฝึกอบรม สำเร็จการศึกษาฝึกอบรม แต่งตั้งดำรงตำแหน่งระดับ สัญญาบัตร/ประทวน รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ แต่งตั้งดำรงตำแหน่งระดับ สัญญาบัตร/รับเงินเดือน ตามคุณวุฒิ ปรับเงินเดือนตามวุฒิ (ชั้นประทวน)
(มาตรา 60) รายงานผลการทดลองราชการ ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น รายงานผลการทดสอบ กรณีที่ผ่านการทดลอง กรณีไม่ผ่านการทดลอง เสนอผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งให้ออกจากราชการ เพราะเหตุไม่ผ่านการ ทดลองฯ เสนอผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ลงบันทึกใน กพ.7
บทที่ 4ว่าด้วยการบรรจุกลับและการรับโอน
(มาตรา 63) (1) การโอนข้าราชการประเภทอื่นมารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ (2)(ก) การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ กลับเข้ารับราชการตำรวจ (2)(ข) การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ(นอกราชการ)กลับเข้ารับ ราชการตำรวจ (2)(ค) การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการประเภทอื่นกลับเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจ
กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจหรือการโอนพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 • กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใดๆ กลับเข้ารับ ราชการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 • กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ออกจาก ราชการไปแล้วกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 • กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจหรือการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว กลับเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547
(มาตรา 63(1)) การโอนข้าราชการประเภทอื่นมารับราชการตำรวจ รับเรื่องจากผู้ขอโอนหรือจากหน่วย ที่มีผู้ยื่นความจำนงโอนเป็นตำรวจ ตรวจสอบตำแหน่ง / อัตรา ตำแหน่ง / อัตราว่าง ประมวลเรื่อง เสนอ ตร. เพื่อขอรับนโยบาย ตร.ระงับแจ้งผู้ขอโอน หรือต้นสังกัดทราบ ตร.อนุมัติให้ดำเนินการรับโอน ขอทาบทางการโอนไปยังต้นสังกัดเดิม แจ้งหน่วยที่ขอรับโอนรวบรวมหลักฐาน การรับสมัคร ตรวจสอบหลักฐาน ต้นสังกัดขัดข้อง ต้นสังกัดไม่ขัดข้อง หลักฐานครบถ้วน หลักฐานไม่ครบแจ้งหน่วยแก้ไข หน้าต่อไป เสนอ ตร. สั่งยุติ แจ้งหน่วยทราบ
(มาตรา 63(1)) การโอนข้าราชการประเภทอื่นมารับราชการตำรวจ (ต่อ) ประมวลเรื่องเสนอ ตร. เพื่อขออนุมัติจาก ก.ตร. ยกเว้น กรณี ข้าราชการตำรวจที่ ตร. ฝากเรียน เช่น นักเรียนนายเรือ, นักเรียนจ่าทหารเรือ ไม่ต้องขออนุมัติจาก ก.ตร. ก.ตร.อนุมัติให้รับโอน ออกคำสั่งรับโอนมาบรรจุและแต่งตั้ง (กรณีเป็น ผบก.ขึ้นไปต้องโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง) แจ้งต้นสังกัดเดิมส่งตัวมารับราชการตำรวจ
(มาตรา 63(2)(ก) และ (ข))การบรรจุกลับข้าราชการตำรวจ รับเรื่องจากหน่วยต่าง ๆ ตรวจสอบดำเนินการ ตรวจสอบประวัติ ตำแหน่ง/อัตรา ตำแหน่ง / อัตราว่าง ประมวลเรื่องเสนอ ตร. พิจารณาสั่งการ ตร.ระงับ แจ้งหน่วย ตร.อนุมัติ ดำเนินการบรรจุกลับ ดำเนินการไม่ถูกต้อง ส่งเรื่องคืนหน่วย ผบก.ขึ้นไป รอง ผบก.ลงมา ก.ตร.พิจารณาอนุมัติ บรรจุและแต่งตั้ง ออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้ง กลับเข้ารับราชการ (กรณีเป็น ผบก.ขึ้นไปต้องโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง)
(มาตรา 63(2)(ค))การบรรจุกลับกรณีข้าราชการอื่น รับเรื่องจากหน่วยต่าง ๆ ตรวจสอบดำเนินการ ตรวจสอบประวัติ ตำแหน่ง/อัตรา ตำแหน่ง / อัตราว่าง ประมวลเรื่องเสนอ ตร. พิจารณาสั่งการ ตร.ระงับ แจ้งหน่วย ดำเนินการไม่ถูกต้อง ส่งเรื่องคืนหน่วย ก.ตร.พิจารณาอนุมัติ บรรจุและแต่งตั้ง ออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้ง กลับเข้ารับราชการ (กรณีเป็น ผบก.ขึ้นไปต้องโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง)
บทที่ 5ว่าด้วยการแต่งตั้งเลื่อนชั้นข้าราชการตำรวจ
(มาตรา 52)การแต่งตั้งเลื่อนชั้น มาตรา 52 ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา 51(12) หรือ (13) อาจได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศตามมาตรา 51(11) ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา 51(13) อาจได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศตามมาตรา 51(12) ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. หมายเหตุ มาตรา 51(11) คือ รองสารวัตร มาตรา 51(12) คือ ผบ.หมู่ มาตรา 51(13) คือ รอง ผบ.หมู่
กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้น พลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน และการคัดเลือก และแต่งตั้งข้าราชการชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.2547
การแต่งตั้งเลื่อนชั้นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน มี 4 กรณี1. ผู้สำเร็จหลักสูตร นสต.หรือเทียบเท่า2. ผู้สำเร็จหลักสูตรนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลตำรวจ3. นรต.ที่ไม่สำเร็จการศึกษา4. นศ.พต.ที่ไม่สำเร็จการศึกษา
การแต่งตั้งเลื่อนชั้นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจหรือชั้นประทวนเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร มี 8 กรณี1. ผู้สำเร็จหลักสูตร นรต.2. ผู้สำเร็จหลักสูตร นศ.พต.3. ผู้ได้รับการคัดเลือก หรือสอบแข่งขันได้ ตามาตรา 504. ผู้สอบแข่งขันเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้5. ผู้สำเร็จหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตามหลักสูตรที่ ตร.กำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ตร. (ในระยะเริ่มแรก หลักสูตรฯ ที่ ตร.กำหนดไว้อยู่เดิม เป็นหลักสูตรฯ ที่ ก.ตร.ให้ความเห็นชอบไปพลางก่อน ได้แก่ หลักสูตร กอส., กอต., กอน. และ กอร.)6. จ.ส.ต.หรือ ด.ต.ซึ่งรับอัตราเงินเดือนไม่ต่ำกว่า ป.1 ขั้น 7 และขณะที่มี ยศ จ.ส.ต.หรือ ด.ต.ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำหน่วยเข้าทำการสู้รบเพื่อป้องกันอธิปไตยหรือรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งภายใและภายนอกประเทศ และจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวก่อให้เกิดผลดีแก่การปราบปรามจนได้รับเหรียญกล้าหาญ หรือพิทักษ์เสรีชน ชั้น 17. ผู้มีความรู้ความสามารถ และได้สร้างชื่อเสียให้กับประเทศจนเป็นที่ประจักษ์8. กรณีมีเหตุพิเศษตามที่ ก.ตร.กำหนด
ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศ ร.ต.ต. ตำแหน่ง รอง สว. หลักสูตรสำหรับ ผู้มีวุฒิปริญญาตรี หลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจ (หลักสูตร นรต.) หลักสูตรสำหรับ ผู้ไม่มีวุฒิปริญญาตรี ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน อายุไม่เกิน 25 ปี หลักสูตร กอน. สายต่างๆ (บุคคลภายใน) หลักสูตร กอต. (บุคคลภายนอก) หลักสูตร กอร. สายต่างๆ (บุคคลภายใน) (ไม่ตัดสิทธิ) - ปีละ 50 – 60 อัตรา ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน อายุราชการ 3 ปีขึ้นไป ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศ จ.ส.ต. / ด.ต. • สายปราบปราม • สายธุรการ • สายครูฝึก • สายการเงิน • สายปฏิบัติการสื่อสาร • สายช่างตรวจซ่อม • เครื่องมือสื่อสาร • สายดับเพลิง • สายอื่น ๆ • สายปราบปราม • สายสอบสวน • สายธุรการ • สายครู – อาจารย์ • สายอื่น ๆ • สายปราบปราม • สายสอบสวน หลักสูตรต่างๆ ที่รองรับการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
บทที่ 6ว่าด้วยงานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร
งานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหารงานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร • การขึ้นทะเบียนกองประจำการ • พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 • มาตรา 7 ชายที่มีสัญชาติเป็นไทยตามกฎหมาย มีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน • มาตรา 22 บุคคลที่อยู่ในกำหนดออกหมายเรียกมาตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการนั้นคือ ผู้ที่เป็นทหารกองเกิน • มาตรา 9 ทหารกองเกินซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ เป็นผู้อยู่ในระหว่างที่จะต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
ความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหารความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร • มาตรา 27 - ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามกำหนดหมายนั้น - ถ้าไม่มา หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ - ให้ถือว่าทหารกองเกินนั้น หลีกเลี่ยง ขัดขืน ไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก • มาตรา 45 บททกำหนดโทษ - ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
วิธีปฏิบัติ • มาตรา 8 การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้กระทำด้วยวิธีเรียกมาตรวจเลือก หรือจะรับเข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง • กฎกระทรวง ฉบับที่ 35 (พ.ศ.2516) ข้อ 2 การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีอื่น ให้กระทำโดยวิธีร้องขอ และบุคคลที่จะร้องขอต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ข้อ 3 วิธีการร้องขอให้กระทำได้ ดังนี้ - ร้องขอเข้ากองประจำการในวันตรวจเลือก - ร้องขอเข้ากองประจำการก่อนวันตรวจเลือก - ร้องขอเข้ากองประจำการโดยผู้ซึ่งยังไม่ถูกเรียกเข้ากองประจำการ หรือผู้ซึ่งเคยถูกเรียกเข้ากองประจำการแล้ว แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ ให้ร้องขอต่อเจ้าหน้าที่กรมกองฝ่ายทหารหรือฝ่ายตำรวจที่บุคคลนั้นประสงค์จะเข้ารับราชการกองประจำการ เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับบุคคลใดให้นำบุคคลนั้นขึ้นทะเบียนกองประจำการ ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการรับบุคคลเข้ากองประจำการโดยวิธีร้องขอ พ.ศ.2530 ข้อ 4 ผู้ที่ยังไม่เคยถูกเรียกเข้ากองประจำการ ถ้าร้องขอเข้ากองประจำการก็ให้รับได้แต่เฉพาะผู้ที่เป็น 4.1 นักเรียนทหาร 4.2 เหล่าทหารดุริยางค์ 4.3 เหล่าทหารที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการช่าง 4.4 นักเรียนนายร้อยตำรวจ 4.5 ผู้ที่เข้ารับการฝึกและอบรมในโรงเรียนตำรวจ 4.6 ผู้ที่เข้ารับการฝึกและอบรมเป็นพลอาสาพิเศษ 4.7 พลทหารกองประจำการ (อาสาสมัคร)
บันทึกข้อตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมกับเจ้าหน้าที่กรมตำรวจ เมื่อ 13 พ.ย.2484 • ข้าราชการตำรวจที่สำเร็จชั้นอุดมศึกษา เฉพาะวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองซึ่งกรมตำรวจมีหน้าที่ต้องใช้คนจำพวกนี้มาก ผู้ใดได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร ให้กรมตำรวจส่งบัญชีรายนามต่อกระทรวงกลาโหม เพื่อกระทรวงกลาโหมจะได้สั่งให้ขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองประจำการในปีที่ถูกเรียกตามภูมิลำเนา แต่ให้ตัวคงรับราชการอยู่ที่กรมตำรวจตามเดิม ฯ • จังหวัดใดที่กรมตำรวจไม่ได้แจ้งจำนวนคนขอเรียกต่อคณะกรรมการจังหวัด เพราะไม่ประสงค์จะขอเรียกคนในจังหวัดนั้นเข้าเป็นตำรวจ แต่ภายหลังมีเหตุการณ์จำเป็นต้องรับคนในจังหวัดนั้นซึ่งร้องขอเข้ากองประจำการตำรวจ และทางตำรวจได้รับตัวไว้รับราชการอยู่แล้ว ถ้าคนที่ตำรวจรับไว้นั้นได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร ให้กรมตำรวจส่งบัญชีรายนามคนเหล่านั้นต่อกระทรวงกลาโหม เพื่อกระทรวงกลาโหมจะได้สั่งให้ขึ้นทะเบียนเป็นตำรวจกองประจำการในปีที่ถูกเรียกตามภูมิลำเนาเป็นพิเศษ
หนังสือ กระทรวงกลาโหม ที่ กห 0201/3635 ลง 22 มี.ค.2510 • กระทรวงกลาโหมขอให้ ตร.ส่งบัญชีรายชื่อผู้ร้องขอเข้ากองประจำการเป็นตำรวจ ซึ่งขอขึ้นทะเบียนกองประจำการเป็นพิเศษ ให้กระทรวงกลาโหมทราบล่วงหน้าอย่างช้าภายในเดือนมกราคม ขอปีที่บุคคลนั้นๆ ถูกเรียกเข้ากองประจำการ
หนังสือ ตร.ด่วนที่สุด ที่ 0557.132/14271 ลง 23 ก.ย.2535 • ในเดือน ต.ค. - พ.ย. ของแต่ละปีให้ทุกหน่วยสำรวจข้าราชการตำรวจในสังกัดว่ามีผู้ใดได้รับหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือก (สด.35) ถ้ามีให้รวบรวมรายชื่อและจัดทำบัญชีไปยัง ตร. (ผ่าน กพ.) ภายใน 30 พ.ย. ของปีก่อนที่บุคคลนั้นๆ จะถูกเรียกเข้ากองประจำการ • หลักฐานที่จะต้องส่งไปยัง ตร. - หมายเรียกให้เข้ารับราชการทหาร (สด.35) ฉบับจริง - ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9) ฉบับจริง - สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ
กรณีที่ข้าราชการตำรวจได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงเวลาเดียวกันกับการสำรวจ ให้หน่วยต้นสังกัดเดิมตรวจสอบว่ามีกรณีต้องขอนำขึ้นทะเบียนกองประจำการหรือไม่ หากมีให้ดำเนินการส่งหลักฐานพร้อมขอขึ้นทะเบียนกองประจำการไปยัง ตร. ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้แจ้งหน่วยต้นสงกัดใหม่ทราบและดำเนินการโดยด่วนภายในระยะเวลาที่กำหนด • กรณีข้าราชการตำรวจที่หน่วยต่างๆ ได้ขอขึ้นทะเบียนกองประจำการไปยัง ตร.แล้ว ภายหลังได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในสังกัดหน่วยงานอื่น ให้หน่วยที่ส่งรายชื่อไปยัง ตร. แจ้งเพิ่มเติมว่าได้รับการแต่งตั้งไปประจำที่ใด
หากการดำเนินการล่าช้าไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนด หรือหากมีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่มีกรีดังกล่าวตั้งกรรมการสอบสวนพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ แล้วรายงานให้ ตร.ทราบ และ ตร.จะถือว่าเป็นความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาด้วย • ทั้งนี้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอัตรากำลังของ ตร. ซึ่งจะทำให้ ตร.ไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนกองประจำการให้กับข้าราชการตำรวจได้ อาจจะทำให้ ตร.เสียอัตรากำลังไปโดยใช่เหตุ