slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ระบบยา PowerPoint Presentation
Download Presentation
ระบบยา

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 98

ระบบยา - PowerPoint PPT Presentation


  • 463 Views
  • Uploaded on

ระบบยา. 21 กรกฎาคม 2557 ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม. บริหารเวชภัณฑ์. เบอร์โทรภายใน 122 ภก.วราวิทย์ เบอร์โทรภายใน 123 เวชภัณฑ์ยา ภญ. จินดานุช เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา/วัสดุการแพทย์ นส.นันท์นภัส คลังเวชภัณฑ์ 124 นายชาญ วิทย์. ขั้นตอนการส่งใบเบิกเวชภัณฑ์.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ระบบยา' - kenyon-mccarty


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1
ระบบยา

21 กรกฎาคม 2557

ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม

slide2

บริหารเวชภัณฑ์

  • เบอร์โทรภายใน 122 ภก.วราวิทย์
  • เบอร์โทรภายใน 123
  • เวชภัณฑ์ยา ภญ.จินดานุช
  • เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา/วัสดุการแพทย์ นส.นันท์นภัส
  • คลังเวชภัณฑ์ 124 นายชาญวิทย์
slide3
ขั้นตอนการส่งใบเบิกเวชภัณฑ์ขั้นตอนการส่งใบเบิกเวชภัณฑ์

วันพุธ

ต้องการใช้ด่วน

ส่งใบเบิก EMS

ส่งใบเบิกเวชภัณฑ์

คลังเวชภัณฑ์ตัดจ่าย

วันพฤหัสบดี

คลังเวชภัณฑ์ตัดจ่าย

หน่วยงานรับเวชภัณฑ์เองที่คลังเวชภัณฑ์

ส่งเวชภัณฑ์ให้หน่วยงาน

หน่วยงานตรวจสอบความถูกต้อง/ทักท้วงทันที

วันหยุดราชการยืมตึกอื่นก่อน

slide4

ระบุหน่วยงาน

วันเดือนปีที่เบิก

นำไปใช้เพื่อ รักษาพยาบาลผู้ป่วย

จำนวนขอเบิก

รายการที่เบิก

วันที่เบิกครั้งก่อน จำนวนคงเหลือ

ลงชื่อผู้ขอเบิก / ผู้ขอรับ

slide6

ลงชื่อผู้เบิก

ลงชื่อผู้รับ

meropenem inj 1 g
ข้อบ่งใช้: ยาฆ่าเชื้อกลุ่ม carbapenem

ขนาด: 1 g q 8 hr

คำนวณตามการทำงานของไต

ผสม: NSS 100 ml

MEROPENEM inj. 1 g
norepinephrine levophed r hight alert drug
ข้อบ่งใช้: ใช้ในการรักษาภาวะช็อกหลังจากที่ให้สารน้ำทดแทนอย่างเพียงพอแล้ว , ใช้สำหรับช่วยให้แรงดันโลหติที่ลดต่ำลงอย่างเฉียบพลันกลับสูงขึ้นสู่ระดับปกติ

ขนาด: 4 mg / 4 ml

ผสม: D5W 100 ml

Norepinephrine (LEVOPHEDR)HIGHT ALERT DRUG
adenosine inj 3mg ml
ข้อบ่งใช้: Supraventricular tachycardia

ขนาด: 3 mg/ml

การบริหารยา

ก่อนให้ยาจัดผู้ป่วยให้อยู่ในท่านอนหงายราบ (ไม่หนุนหมอน)

- ให้ยาโดยการฉีด IV rapid push ภายใน 1-3 วินาที

- หลังฉีดยา ยกแขนข้างที่ฉีดยาให้สูงขึ้น เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ที่หัวใจได้เต็มที่

ADENOSINE inj. 3mg/ml
heamaccel solution
เฉพาะราย

เป็น Colloid

เป็นสารช่วยเพิ่มปริมาณของเหลวภายในหลอดเลือด

ใช้รักษาภาวะที่มีปริมาตรเลือดในระบบไหลเวียนน้อย 

HEAMACCEL solution
vancomycin inj 500 mg vial
ข้อบ่งใช้: ใช้รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย (methicillin - resistant staph aureus; MRSA)

ขนาด: 500 mg /vial

ทำละลายด้วย sterile water for injection 10 ml

ผสม: NSS , D5W 100 ml

Drip > 60 นาที หากให้เร็วอาจเกิดภาวะ Red man syndrome

VANCOMYCIN inj. 500 mg /vial
cis atracurium inj 150mg 30ml
ข้อบ่งใช้: ใช้เป็นยาเหนี่ยวนำสลบในห้องผ่าตัด

ขนาด: 5 mg /ml

CIS-ATRACURIUM inj. 150mg/30ml
sulprostone inj 500 mcg amp nalador r
ข้อบ่งใช้: ภาวะตกเลือดหลังคลอด

ขนาด: 500 mcg

ผสม: NSS 250-500 ml

Drip ใน 1 ชม.

SULPROSTONE inj. 500 mcg/ampNALADOR R
colistin inj 150mg vial
ข้อบ่งใช้: ติดเชื้อ Acinetobacter baumannii

ขนาด: 150 mg /vial

คำนวณตามการทำงานของไต

ผสม : ละลายผงยาด้วย sterile water for injection 2 ml

ผสม : NSS , D5W 100 ml drip > 30 min

COLISTIN inj. 150mg/vial
clonazepam tab 2 mg
ยาในกลุ่ม benzodiazepines

ใช้รักษาภาวะวิตกกังวล

CLONAZEPAM TAB 2 MG
risperidone tab 2 mg
เป็นยาในกลุ่มที่เป็นอนุพันธ์ของ benzisoxazole

ข้อบ่งใช้ : ใช้สำหรับรักษาโรคจิตเภทชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง

RISPERIDONE TAB 2 mg
losartan tab 50 mg
เป็นยาในกลุ่ม Angiotensin-II receptor antagonists

ข้อบ่งใช้ : ภาวะความดันโลหิตสูง

LOSARTAN TAB 50 MG
metoprolol tab 100 mg
เป็นยาในกลุ่ม Beta-adrenoceptor blocking drugs

ข้อบ่งใช้ : ภาวะความดันโลหิตสูง

METOPROLOL TAB 100 MG
slide23
ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการลดอาการอยากบุหรี่ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการลดอาการอยากบุหรี่หญ้าดอกขาว
slide26
แก้ร้อนใน

ลดไข้

แก้กระหายน้ำ

รางจืด
slide28
ประคบแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อลูกประคบ
slide29
อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

Adverse Drug Event (ADE) หมายถึง การบาดเจ็บใดๆ ที่เกิดขึ้น ระหว่างผู้ป่วยได้รับยา อาจเกิดจากการรักษาที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมก็ได้ ทาให้ผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์

Adverse Drug Reaction (ADR) หมายถึง ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ เกิดขึ้นเมื่อใช้ยาในขนาดปกติ เพื่อป้องกัน วินิจฉัย บาบัดรักษาโรค หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขการทางานของร่างกาย โดยไม่รวม ปฏิกิริยาที่เกิดจากการใช้ยาเกินขนาด โดยอุบัติเหตุหรือตั้งใจ ตลอดจนการใช้ยาในทางที่ผิด อุบัติเหตุ หรือการจงใจใช้ยาเกินขนาด และผิดวิธี

slide30

Side Effect (SE) หมายถึง ผลใดๆ ที่ไม่ได้จงใจให้เกิดขึ้นจากเภสัชภัณฑ์ ซึ่งเกิดขึ้นในการใช้ตามขนาดปกติในมนุษย์ และสัมพันธ์กับคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของยา Drug Allergy หมายถึง ปฏิกิริยาที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อต้านยาที่ได้รับเข้าไป

slide31

การแพ้ยาซ้า หมายถึง เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยได้รับยา (ทั้งจากตนเอง ผู้ดูแล หรือจากบุคลากรทางการแพทย์) แล้วเกิดอาการแพ้ยา โดยเกิดจากยาที่เคยเกิดอาการแพ้ยาดังกล่าวจาก ยาที่มีชื่อสามัญทางยาเดียวกัน ทั้งที่เคยบันทึกประวัติหรือไม่บันทึกประวัติในเอกสารของโรงพยาบาล ยกเว้น: การตั้งใจให้ยาซ้า (Rechallenge) ของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ในการรักษาหรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

slide32

การแพ้ยาในกลุ่มเดียวกัน หมายถึง เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยได้รับยา (ทั้งจากตนเอง ผู้ดูแล หรือจากบุคลากรทางการแพทย์) แล้วเกิดอาการแพ้ยา โดยมีลักษณะเหมือนอาการที่เคยแพ้มาก่อนจาก ยาที่มีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกัน ทั้งที่เคยบันทึกประวัติหรือไม่บันทึกประวัติในเอกสารของโรงพยาบาล

slide33

การแพ้ยาในกลุ่มเดียวกัน หมายถึง เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยได้รับยา (ทั้งจากตนเอง ผู้ดูแล หรือจากบุคลากรทางการแพทย์) แล้วเกิดอาการแพ้ยา โดยมีลักษณะเหมือนอาการที่เคยแพ้มาก่อนจาก ยาที่มีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกัน ทั้งที่เคยบันทึกประวัติหรือไม่บันทึกประวัติในเอกสารของโรงพยาบาล

slide35

Fixed drug eruption

Eczematous drug eruption:

slide36

EM

Urticaria

antibiotics smart use

Antibiotics smart use

แนวทางการใช้ยาปฎิชีวนะ

antibiotics smart use1
Antibiotics smart use
  • โรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจส่วนบน
  • โรคท้องร่วงเฉียบพลัน
  • บาดแผล
slide39
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • สาเหตุการติดเชื้อ
    • 80% จากไวรัส
    • 20% จากแบคทีเรีย
  • กรณีที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
    • อาการดังนี้ ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ มีน้ำมูกมาก จามบ่อย เสียงแหบ ตาแดง มีผื่นตามตัว โดยตรวจไม่พบอาการโรคปอดอักเสบ แผลในปาก ถ่ายเหลว
    • ไข้สูง > 38๐c ร่วมกับอาการข้างต้น หมายถึง ติดเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องให้ยาฆ่าเชื้อ

ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ

slide40
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • กรณีที่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ: คอหอยและทอนซิลอักเสบ
    • ไข้สูง เจ็บคอมาก มีจุดขาวที่ทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองใต้คอโต ลิ้นไก่บวมแดง มีจุดเลือดออกที่เพดานปาก
    • ยาที่ควรใช้: penicillin V, amoxicillin, roxithromycin10 วัน
slide41
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • กรณีที่อาจให้ยาปฏิชีวนะ: หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ
    • มีไข้ ปวดหู โดยเฉพาะหลังจากเป็นหวัด หมายถึงติดเชื้อในหูชั้นกลาง
    • การติดเชื้อในหูชั้นกลางมักดีขึ้นใน 72 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ใน3วันแรกจึงไม่จำเป็นต้องให้ยา แต่หากพ้น3วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นจึงทานยาฆ่าเชื้อ
slide42
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • ไซนัสอักเสบที่มีอาการต่อเนื่องนานเกิน 7 วัน จึงค่อยทานยาฆ่าเชื้อ
  • ยาที่ใช้ : amoxicillin, erythromycinนาน 5วันในหูชั้นกลางอักเสบ และ นาน7 วันในไซนัสอักเสบ
slide43
ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ
  • Penicillin V
    • ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 2-3 ครั้ง
    • เด็ก 25-50 มก./กก./วัน วันละ 2-3 ครั้ง
  • Amoxicillin
    • ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 3 ครั้ง
    • เด็ก 25-50 มก./กก./วัน วันละ 3 ครั้ง หากเป็นไซนัสอักเสบให้ 80-90 มก./กก./วัน วันละ 2-3 ครั้ง
slide44
ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ
  • Erythromycin
    • เด็ก 5-8 มก./กก./วัน วันละ 2 ครั้ง
slide45
ข้อควรรู้
  • การมีน้ำมูกหรือเสมหะข้น หรือสีเขียวเหลืองไม่ได้บ่งชี้ว่าต้องทานยาฆ่าเชื้อ
  • อาการไข้สูงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าต้องทานยาฆ่าเชื้อ เพราะอาจเป็นโรคอื่นได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก
slide46
โรคท้องร่วงเฉียบพลัน
  • โรคท้องร่วง หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลวจำนวนอย่างน้อย 3 ครั้งหรือถ่ายมีมูกปนเลือดหรือเป็นน้ำ อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ผู้ป่วยที่มีอาเจียนเป็นอาการเด่นมักหมายถึงอาหารเป็นพิษ ไม่ไช่ติดเชื้อจึงไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ
slide47
โรคท้องร่วงเฉียบพลัน
  • การให้ยาฆ่าเชื้อควรให้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการร่วมดังนี้
    • ไข้สูง > 38๐c
    • อุจจาระเป็นมูกหรือมีเลือดปนเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือ ตรวจพบWBC,RBCในอุจจาระ
  • ยาฆ่าเชื้อที่ควรใช้คือ norfloxacin
    • ผู้ใหญ่ 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน
    • เด็ก 15-20 มก./กก./วัน แบ่งวันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน (หากเป็นเด็กที่ต่ำกว่า 5 ปี ให้ตามแพทย์เสมอ)
slide48
ข้อควรรู้
  • เป้าหมายสำคัญที่สุดในการรักษาไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ แต่เป็นการให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทนที่สูญเสียไปกับอุจจาระ
  • ยาบางตัวไม่แนะนำให้ใช้ในกรณีท้องร่วง ได้แก่ buscopan, imodium, lomotil เป็นต้น
  • การให้ activated charcoal หรือ ultracarbon สามารถให้ได้ ไม่เป็นพิษ ราคาถูกและช่วยลดความกังวลใจแก่ผู้ป่วย โดยทาน 1-2 เม็ด วันละ 2-4 ครั้ง
slide49
บาดแผล
  • แผลที่ยังไม่ติดเชื้อ คือ บาดแผลที่มาถึงรพ.ภายใน6ชั่วโมง
  • แผลสะอาด หมายถึง
    • บาดแผลเปิดที่มีขอบเรียบสามารถล้างทำความสะอาดง่าย
    • ไม่มีเนื้อตาย
    • บาดแผลที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ แต่ล้างออกได้ง่าย
    • แผลที่ไม่ได้เปื้อนสิ่งแปลกปลอมที่ติดเชื้อสูง เช่น น้ำคลอง ดิน มูลสัตว์ เป็นต้น
slide50
บาดแผล
  • บาดแผลที่มีโอกาสติดเชื้อสูง
    • บาดแผลที่ถูกวัตถุทิ่มเป็นรูยากแก่การทำความสะอาดได้ทั่วถึง
    • บาดแผลที่มีเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง
    • บาดแผลที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ ที่ล้างได้ไม่หมด
    • บาดแผลที่สัมผัสเชื้อโรคมาก เช่น ดิน น้ำคลอง เหล็กมีสนิม มูลสัตว์ เป็นต้น
    • บาดแผลจากการบดอัด
    • แผลที่เท้า
    • แผลขอบไม่เรียบ
    • แผลผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือโอกาสติดเชื้อง่าย เช่น เบาหวาน เป็นต้น
slide51
บาดแผล
  • ยาฆ่าเชื้อให้ในกรณีที่แผลมีโอกาสติดเชื้อสูงเท่านั้น และเป็นการให้เพื่อการป้องกันการติดเชื้อ ยาที่ควรใช้
  • Dicloxacillin
    • ผู้ใหญ่ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
    • เด็ก 25-50 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
  • Clindamycin
    • ผู้ใหญ่ 150-300 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
    • เด็ก 8-25 มก./กก./วัน วันละ 4 ครั้ง 2 วัน
slide52
ข้อควรรู้
  • ในการชะล้างแผลที่สกปรกเป็นร่องลึกควรใช้ syringe 10-40 cc. ฉีดล้างบริเวณแผลให้ทั่วถึง แค่ scrub อย่างเดียวไม่ได้
  • ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำยาฆ่าเชื้อใดๆลงในบาดแผล เพราะไม่ลดโอกาสติดเชื้อและ อาจทำลายเนื้อเยื่อในแผลให้แผลหายช้าลง
  • ทุกครั้งที่ผู้ป่วยมาทำแผลต้องสังเกตุแผลเสมอว่ามีการอักเสบหรือไม่
slide53
ข้อควรรู้
  • การตัดไหม
    • กรณีแผลที่หน้า ตัดไหม 5 วัน
    • แผลที่ข้อพับ ตัดไหม 10-14 วัน
    • แผลอื่นๆ ตัดไหม 7 วัน
medication error
Medication Error

& Reporting System

เภสัชกรณัฐพล ผลโยน

21 กรกฎาคม 2557

slide55

ความคลาดเคลื่อนทางยา

เป็นประเด็นคุณภาพ และเป็นตัวชี้วัด ของรพ.

สะท้อนเรื่องความปลอดภัยในกระบวนการใช้ยา

ความคลาดเคลื่อนทางยา.......................

“ ไม่ใช่เพียงความคลาดเคลื่อน แต่เป็นความผิดพลาด”

“นำไปสู่ การสูญเสีย ชีวิต เวลา ค่าใช้จ่ายในการรักษา”

“ เกิดขึ้นได้ซ้ำๆ หากขาดความตระหนักของบุคลากร”

**** รพ. ต้องสนใจ ต้องมีทีมสหวิชาชีพ ******

เพื่อจัดระบบการค้นหา เฝ้าระวัง รายงาน หาวิธีแก้ไข และป้องกัน

medication error1

ความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Error)

เหตุการณ์ใดๆที่สามารถป้องกันได้ ที่อาจเป็นสาเหตุหรือนำไปสู่การใช้ยาไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย ในขณะที่ยาอยู่ในความควบคุมของบุคลากรสาธารณสุข ผู้ป่วย หรือผู้รับบริการ เหตุการณ์เหล่านั้นอาจเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติทางวิชาชีพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ กระบวนการ และระบบซึ่งรวมถึงการสั่งใช้ยา การสื่อสารคำสั่งใช้ยา การติดฉลาก การบรรจุยา การตั้งชื่อยา การเตรียมยา การส่งมอบยา การกระจายยา การให้ยา การให้ข้อมูล การติดตามและการใช้ยา

slide57
ประเภทความคลาดเคลื่อนทางยาประเภทความคลาดเคลื่อนทางยา
  • ความคลาดเคลื่อนในการสั่งใช้ยา(Prescribing Error)
  • ความคลาดเคลื่อนในการคัดลอกคำสั่งใช้ยา(Transcribing Error)
  • ความคลาดเคลื่อนในการจ่ายยา(Dispensing Error)
  • ความคลาดเคลื่อนในการให้ยา(Administration Error)
prescribing error

Prescribing Error

การเลือกใช้ยาผิด (โดยใช้หลักการเลือกยาตามข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้ ประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วย ยาอื่นๆที่ผู้ป่วยใช้อยู่ การสั่งใช้ยาซ้ำซ้อน การสั่งใช้ยาที่เกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน และปัจจัยอื่นๆ) การเลือกขนาดยาผิด การเลือกรูปแบบยาผิด การสั่งยาในจำนวนที่ผิด การเลือกวิถีทางให้ยาผิด การเลือกความเข้มข้นของยาผิด การเลือกอัตราเร็วในการให้ยาผิด หรือการให้คำแนะนำในการให้ยาผิด การสั่งใช้ยาผิดตัวผู้ป่วย หรือการไม่ระบุชื่อยา ความแรง ความเข้มข้น ความถี่ของการใช้ยา ที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนที่ส่งผลถึงผู้ป่วย

transcribing error

Transcribing Error

ความคลาดเคลื่อนของการส่งต่อหรือถ่ายทอดข้อมูลคำสั่งใช้ยา โดยผ่านบุคคลกลางต่างวิชาชีพ อาจเป็นการคัดลอกคำสั่งใช้ยาจากคำสั่งใช้ยาต้นฉบับที่ผู้สั่งใช้ยาเขียนหรือการรับคำสั่งทางวาจา โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ไม่ได้คัดลอก และคัดลอกผิด

dispensing error

Dispensing Error

ความคลาดเคลื่อนในกระบวนการจ่ายยาของฝ่ายเภสัชกรรม ที่จ่ายยาไม่ถูกต้องตามที่ระบุในคำสั่งใช้ยา ได้แก่ผิดชนิดยา รูปแบบยา ความแรงของยา ขนาดยา วิธีใช้ยา จำนวนยาที่สั่งจ่าย จ่ายผิดตัวผู้ป่วย จ่ายยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ จ่ายยาที่ไม่มีคำสั่งใช้ยา (Unauthorized drug)เตรียมยาผิด เช่นเจือจาง/ผสมผิด ใช้ภาชนะบรรจุยาไม่เหมาะสม ฉลากผิด ชื่อยาผิด หรือชื่อผู้ป่วยผิด เป็นเหตุการณ์หลังจากจ่ายยาออกจากฝ่ายเภสัชกรรม

administration error

Administration Error

เกิดในขั้นตอนการให้ยาแก่ผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล (ไม่รวมที่เกิดจากผู้ป่วยใช้ยาเองที่บ้าน) โดยเป็นผลให้ไม่เป็นไปตามหลักการให้ยาที่ถูกต้อง 6R รวมทั้งการที่ผู้ป่วยไม่ได้รับยาตามที่แพทย์สั่ง หรือได้รับยาที่ไม่ได้อยู่ในคำสั่งแพทย์

administration error1
ประเภทของAdministration Error
  • การตัดสินใจทางคลินิกก่อนให้ยาและการเตรียมยา
  • การให้ยา
  • หลังการให้ยา

แบ่งตามขั้นตอน ดังนี้

slide63
การตัดสินใจทางคลินิกก่อนให้ยาและการเตรียมยา การตัดสินใจทางคลินิกก่อนให้ยาและการเตรียมยา

Dispensing ก่อน Administration

  • การให้ยาที่ทราบว่าแพ้
  • การให้ยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างกันของยา
  • การเตรียมยา
slide64
การให้ยา
  • การให้ยาไม่ครบ(omission error)
  • * ยกเว้น ผป. สมัครใจ หรือได้ข้อมูลว่าไม่ควรใช้
  • การให้ยาผิดชนิด (wrong drug error)
  • การให้ยาที่ผู้สั่งใช้ยาไม่ได้สั่ง(unauthorized drug)
slide65
การให้ยา(ต่อ)
  • การให้ยาผิดคน(wrong patients)
  • การให้ยาผิดขนาด (wrong dose error)
  • * การกำหนดช่วงความต่าง ขึ้นกับชนิดของยา
  • การให้ยาผิดวิถีทาง(wrong route error)
  • * รวมผิดตำแหน่งที่ให้ยา
slide66
การให้ยา(ต่อ)
  • การให้ยาผิดเวลา(wrong time error)
  • การให้ยามากกว่าจำนวนครั้งที่สั่ง (extra dose error)
  • * รวมทั้งให้ยาที่สั่ง off แล้ว หรือชะลอการใช้
  • การให้ยาผิดเทคนิค
    • อัตราเร็วที่ผิด (wrong rate of administration error)
    • การให้ยาในอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม
    • อื่นๆ
slide67
ระยะเวลาที่ผู้ป่วยควรได้รับยาระยะเวลาที่ผู้ป่วยควรได้รับยา
  • Emergencyควรได้รับยาหลังจากแพทย์สั่งยาทันที
  • Statdoseควรได้รับยาภายในเวลา 30 นาที
    • Definition (เฉพาะยาเร่งด่วน ฉุกเฉิน /ไม่ใช่ Loadingdose)
    • กำหนดรายการยา-ข้อบ่งใช้สำหรับ Stat order
  • General
    • ควรได้รับยา dose แรกหลังแพทย์สั่งภายในเวลา.....ชม.
    • เวลาที่ถือว่าคลาดเคลื่อน ต้องนิยามที่ชัดเจน
    • มาตรฐานรอบเวลาการให้ยา
slide68

MMS

  • การให้ยา(ต่อ)
  • การให้ยาผิดรูปแบบ (wrong dosage form error)
slide69

MMS

  • หลังให้ยา

ขาดการติดตามผล หรืออาการผิดปกติ จากการให้ยา เช่น

  • อาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาแต่จำเป็นต้องใช้ยานั้น
medication error2
Medication Error

2. ความเสี่ยงทางคลินิก (Clinic)

  • เหตุการณ์หรือการดูแลรักษาที่อาจเกิดอันตรายหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

กับผู้ป่วยผู้ป่วย

slide71

2.1ความเสี่ยงทางคลินิกทั่วไป( Common Clinical Risk)

ตัวอย่าง 1.การระบุตัวผู้ป่วยผิดคน

2.ความคลาดเคลื่อนทางยา

3.ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อในโรงพยาบาล

4.ผู้ป่วยพลัดตก ลื่น ล้ม

5.ผ่าตัดผิดข้าง ผิดคน ผิดตำแหน่ง

6.อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา สารน้ำ เลือด

7.ET tube/Catheter/drain เลื่อน หลุด

8.CPR ล่าช้า ไม่ถูกต้องตามแนวทาง

9.ตามทีม Refer ล่าช้า

slide72
การแบ่งระดับความรุนแรงการแบ่งระดับความรุนแรง

Clinical

แบ่งเป็น 9 ระดับ ดังนี้คือ

Level A เหตุการณ์ซึ่งมีโอกาสที่จะก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน เกิดที่นี่

Level B เกิดความคลาดเคลื่อนขึ้นแต่ยังไม่ถึงผู้ป่วย เกิดที่ไหน

Level C เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยแต่ไม่ทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตราย เกิดกับใคร

Level D เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยส่งผลให้มีการเฝ้าระวังเพื่อให้มั่นใจว่าไม่เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย ให้ระวัง

Level E เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยส่งผลให้เกิดอันตรายชั่วคราว และต้องมีการบำบัดรักษา ต้องรักษา

slide73
การแบ่งระดับความรุนแรงการแบ่งระดับความรุนแรง

Clinical

แบ่งเป็น 9 ระดับ ดังนี้คือ

Level F เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยส่งผลให้เกิดอันตรายชั่วคราวและต้องนอนโรงพยาบาลหรืออยู่โรงพยาบาลนานขึ้น เยียวยานาน

Level G เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยส่งผลให้เกิดอันตรายถาวรแก่ผู้ป่วย

พิการถาวร

Level H เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยส่งผลให้ต้องทำการช่วยชีวิต จำจรไปปั้ม

Level I เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตทำใจลาโลก

slide74

Flow Chart ขั้นตอนการรายงานความเสี่ยงตามระดับความรุนแรง

1.อุบัติการณ์ความเสี่ยง

ผู้พบเหตุการณ์ แก้ไข

แจ้งหัวหน้าหน่วยงาน

2.บันทึกอุบัติการณ์ประเมินระดับความรุนแรง

3.Sentinel event

3.ระดับ A,B,C,D,/3,4รุนแรงน้อย

จัดเก็บเป็นบัญชีความเสี่ยง/ PDCA ในหน่วยงาน

4.ระดับ E,F,G,H,I/1,2

รุนแรงมาก

5.RM

(เลขาความเสี่ยง)

รายงานภายใน 1วัน

รายงานภายใน 1 เดือน

ทันที

6.Sentinel event ทีม RMเข้าไปเพื่อแก้ไข ไกล่เกลี่ย ลดผลกระทบภายใน 24 ชั่วโมง

จัดเก็บเป็นบัญชีความเสี่ยง/ PDCA ในหน่วยงาน

7. เฉพาะโปรแกรม ระดับ E,F,G,H,I/1,2และ Sentinel event ทำรายงาน RCAภายใน 21 วัน RM/ทีม/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

8.สรุปแนวทางการแก้ไข RM/ทีม/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม ประเมิน ปรับเปลี่ยน

9.นโยบาย มาตรฐาน RM กกบ.

slide76

ช่องทางการรายงาน online

ส่งเภสัชกรณัฐพล ผลโยน ทุกสิ้นเดือน ที่ห้องยาผู้ป่วยนอก

slide77

Medication Error ; ME

LASA

กำหนดรายการยาชื่อพ้อง(Sound Alike)

1.Dopamine inj. และ Dobutamine inj. (ใช้ DOBU-tamine inj.)

2.Ranitidin tab. และ Rulid tab. (ใช้ ROXI-thromycin)

3.Hydralazine และ Hydoxyzine(ใช้ Atarax) และHyoscine(ใช้ Buscopan)

4.Aldomet และ Adalat (ใช้ Nifedipine)

5.Lasix inj. และ Losec inj. (ใช้ Omeplazone; LO-sec)

6.Ceftriazone และ Ceftazidime(ใช้ CEF-tazidime;Fortum)

7.Chlopromazine;CPZ และCarbamazipine;CBZ(ใช้CARBA-mazipineห้ามย่อ)

8.Metformin และ Metfenamic acid (ใช้ Ponstan)

9.Nifedipine และ Nicardipine(ใช้ NICAR-dipine inj.)

slide78

Medication Error ; ME

LASA

กำหนดรายการยามองคล้าย (Look Alike)

  • กลุ่มยาน้ำขวด GPO คือParcetamol, Salbutamol, Sodiumbicarb, GG, M.Tussis
  • กลุ่มยาขวด Dry powder คือ Amoxycillin, Penicillin, MTV
  • กลุ่มยาฉีด
    • Ceftriazone และ Fortum
    • Vit B.co และ Vit B1-6-12
    • Gentamycin และ Metocloplamide
  • กลุ่มยาเม็ดสีขาวกลม คือ CPZ, INH, Sodamint
  • ยาเม็ดสีเหลืองกลม คือ Folic acid, B.complex, Amitrip
  • ยาเม็ดสีเหลืองแบน คือ CPM, Bromhexine
  • ยาเม็ดสีส้ม, Diclofenac, Dextromethophan
  • ยาในแผงสีเงินแบบ Blister pack คือ Omeplazone, Augmentin
  • ยาในแผงสีน้ำตาลแบบ Blister pack คือGLI-pizide, Thyroxine, HYDRA-lazine
  • กลุ่มยาเม็ด 2 ความแรง
  • 10.1 Nifedipine 5, 10 mg.
  • 10.2 Benzhexol 2, 5 mg
  • 10.3 Nortrip 10, 25 mg
  • 10.4 Dicloxacilline 250, 500 mg
  • 10.5 Amoxicilline 250, 500 mg
slide79

Medication Error ; ME

LASA

กำหนดรายการยามองคล้าย(Look Alike)

Ranitidinine inj. กับ Diclofenac inj.

พบอุบัติการณ์ที่ ER มีการคืนยาผิดช่อง ดำเนินการโดยไม่ Stock ยาที่ ER ทุกครั้งที่จะต้องฉีดยา diclofenac inj. พยาบาล Er จะขอจากห้องยา

Amiodarone tab. กับ Theophyline tab

พบอุบัติการณ์ที่ ห้องยาในมีการคืนยาผิดช่อง ขนาดยา 1 เม็ดดำเนินการโดย

theophyline ใส่ซองสีชา

Amiodaron ใส่ซองสีใส

slide80

Medication Error ; ME

LASA

กำหนดรายการยามองคล้าย(Look Alike)

Augmentin inj. กับ Vancomycin inj.

พบอุบัติการณ์ที่ หอผู้ป่วยหญิงมีการจ่ายาผิดชนิด คือแพทย์สั่ง Augmentin inj.และห้องยาจ่ายยาเป็น Vancomycin inj. แต่ผสมยาไปแล้วจึงแจ้งว่าของยาใหม่ ห้องยาประสานงานจัดซื้อเปลี่ยนบริษัทยาใหม่

slide81

Medication Error ; ME

LASA

กำหนดรายการยามองคล้าย(Look Alike)

ชั้นวางยาติดสติ๊กเกอร์ชื่อLook A like

slide82

Medication Error ; ME

Drug Reconciliation

เภสัชกรดำเนินกิจกรรม Drug Reconciliation ก่อนแพทย์สั่งยา ผู้ป่วยในอกในคลินิกพิเศษปี 2555 ได้แก่ Asthma ,COPD,คลินิกรักษ์หัวใจ ,และปี 2556 ได้แก่คลินิกรักษ์ไต และแจกกระเป๋าผ้าผู้ป่วยเพื่อนำยากลับมาด้วยทุกครั้ง

slide83

Medication Error ; ME

Drug Reconciliation

เภสัชกรดำเนินกิจกรรม Drug Reconciliation ก่อน Admit ผู้ป่วย หากไม่มีประวัติหรือมียาที่บ้านเมื่อญาตินำมาพยาบาลจะนำมาให้เภสัชกรตรวจสอบ และคัดลอกลงใน chart

slide84

Medication Error ; ME

การบริหารยาผู้ป่วยใน

กำหนดรายการยาที่ต้องให้คู่กับสารน้ำและห้องยาจัดยาคู่กับสารน้ำขนาด 100 ml ให้เลย

Ceftriazone 2 g iv drip

Gentamycin

Amikacin

Phenytoin

Meropemam

Augmentin

Tranxamic acid

Clindamycin

Cloxacilin

Norepinephrin

Amiodarone

slide85

Medication Error ; ME

การบริหารยาผู้ป่วยใน

การบันทึกใบ MAR หากมีการสั่งให้คู่กับสารน้ำจะบันทึกไป

administration error2
สรุปอัตราการเกิดAdministration error ผู้ป่วยนอก (ต่อพันใบสั่งยา)
administration error3
สรุปอัตราการเกิดAdministration error ผู้ป่วยใน ต่อพันวันนอน
administration error6
แนวทางการจัดการ Administration Error
  • ให้ยาในอัตราเร็วที่ผิด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดำเนินการจัดทำการนิเทศทางการพยาบาล ณ หน้างานทั้งหัวหน้างาน กำหนดรายการยาที่ต้องมีการกำหนดอัตราเร็วในการให้ยา
  • ให้ยาผิดเวลามีแนวโน้มลดลง จากการดำเนินการให้ทุกหน่วยงานบันทึกเวลาการให้ยาในใบ MAR แบบ real time
slide92

แนวทางการจัดการ Administration Error

  • พบการให้ยาผิดคนในผู้ป่วยนอกในปี 2556 ดำเนินการโดยตรวจสอบการให้ยาทุกครั้งใน ระบบ Hos XP และติดตามอาการหลังให้ยาที่ OPD
  • การให้ยาที่ไม่ได้สั่ง ให้ยาไม่ครบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ,การให้ยาผิดชนิดมีแนวโน้มคงที่ ดำเนินการตรวจสอบการให้ยาด้วยใบ MAR ก่อนให้ยาทุกครั้ง ลดการ stock ยาที่หอผู้ป่วยและที่ ER ที่ ER ไม่ stock รายการยา Diclofenac inj.ที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน จัดทำคู่ยาที่มักให้ยาผิดทุก 6 เดือน
drug use evaluation due

การประเมินการใช้ยา( Drug Use Evaluation,DUE )

การประเมินการใช้ยา เป็นกระบวนการประกันคุณภาพการใช้ยาที่ต้องไปเป็นอย่างมีระบบ และต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

slide95

แนวทางในการคัดเลือกยาเพื่อจัดทำ  DUE

      1. เป็นยาที่มีความถี่ของการสั่งใช้สูง      2. เป็นยาที่มีราคาแพง      3. เป็นยาที่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ หรือ เกิดปฏิกิริยากับยา กับอาหารหรือกับการตรวจวินิจฉัย      4. เป็นยาที่ใช้กับผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์      5. เป็นยาที่ต้องใช้ตามวิธีเฉพาะเท่านั้นจึงจะได้ผล  เช่น  ยาที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ  เป็นต้น      6. เป็นยาที่กำหนดในสถานพยาบาล นั้น ๆ  เช่น  ยาในบัญชี ง.  ในบัญชียาหลักแห่งชาติ  เป็นต้น      7. เป็นยาที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นพิษ  ได้แก่  ยาที่มี  therapeutic index  ต่ำ  เช่น  theophylline, phenytoin, lithium  เป็นต้น

slide96
รายการยาที่ทำ DUE

คณะกรรมการประเมินการใช้ยา พิจารณาจากรายการตามบัญชียาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ธาตุพนม

เทียบกับรายการบัญชีกลุ่ม ง.และ จ(2) ของบัญชียาหลักแห่งชาติ และข้อมูลปริมาณ(มูลค่า) การใช้ยา

ได้กำหนดให้มีการทำDUE ตามรายการ โดยการรับรองจากมติคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด คือ

  • Meropenam
  • Imipenam/Cilastatin
  • Ciprofloxacin injection
  • Vancomycin
  • Augmentin injection
  • Losartan
  • Ceftaxidime
slide97
ขั้นตอนการปฏิบัติ

เมื่อแพทย์สั่งใช้ยาตามรายการ DUE เภสัชกรผู้รับคำสั่งการใช้ยาจะเป็นคนเขียนใบ

ติดตามการสั่งใช้ดังกล่าวและแนบเอกสารลงในแฟ้มข้อมูลของผู้ป่วยแต่ละราย หาก

พบว่าการสั่งใช้ไม่ตรงตาม เกณฑ์มาตรฐานก็จะทำการปรึกษากับแพทย์ที่สั่งยานั้นๆ

gold due
Gold ของ DUE
  • กระตุ้นให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสม
  • ได้การรักษาที่มีคุณภาพและราคาของการรักษาเหมาะสมไม่แพงเกินไป
  • ป้องกันและแก้ไขปัญหา DRPs ที่เกิดขึ้น
  • ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • ได้มาตรฐานตามที่ยอมรับ