slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
กระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไป PowerPoint Presentation
Download Presentation
กระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไป

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 53

กระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไป - PowerPoint PPT Presentation


  • 68 Views
  • Uploaded on

กระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไป. ( The General Problem-Solving Process ). การทำงานเป็นระบบ. การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'กระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไป' - hilary-arnold


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

กระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไปกระบวนการแก้ปัญหาทั่วๆไป

(The General Problem-Solving Process)

slide3
การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
  • ในการออกแบบวิธีการทำงานในกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการปรับปรุงวิธีการเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงนั้น นับว่าเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาการทำงาน ทั้งการออกแบบวิธีการทำงานกับรูปแบบแนวคิดการแก้ปัญหาซึ่งทั่วๆ ไปแล้วแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบและสมเหตุผลในการแก้ปัญหา
slide4
ขั้นตอนการแก้ปัญหาทั่วๆไป แบ่งออกเป็น 5 ประการ คือ
  • การกำหนดปัญหา หรือค้นหาปัญหา
  • วิเคราะห์ปัญหา
  • หาวิธีการที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา
  • ประเมินผลในวิธีการต่างๆ เพื่อเลือกวิธีที่ดีที่สุด
  • ให้คำแนะนำ เพื่อดำเนินการพร้อมทั้งติดตามผล
slide5
1. การกำหนดปัญหา
  • มองปัญหาที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน
  • ปัญหาที่เป็นรูปธรรม/มีตัวชี้วัด
  • ไม่ปะปน/ไม่ใหญ่โต/ไม่ซับซ้อน
  • หา/แยกแยะข้อมูล/รายละเอียดปัญหา
  • ใช้ตารางความสัมพันธ์งาน-ปัญหา
  • ทบทวนจุดประสงค์การแก้ปัญหา
slide6
ตัวอย่างตัวแบบของปัญหาตัวอย่างตัวแบบของปัญหา
slide7
ตัวอย่างตัวแบบของปัญหาตัวอย่างตัวแบบของปัญหา
slide8
การกำหนดปัญหา (ต่อ)
  • อันที่จริงแล้วทุกคนก็ทราบและยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำการศึกษา เช่นว่า “ต้นทุนการผลิตสูงเกินไป” ผลผลิตตกต่ำ หรือ เกิดคอขวด (Bottleneck) ในระบบเบิกจ่ายวัสดุในคลัง ซึ่งไม่ได้เป็นการยากเลยที่จะทราบปัญหาทั่วไปเหล่านั้น
  • ความสำคัญ คือ อะไรคือปัญหาที่แท้จริง ปริมาณของปัญหาแต่ละอย่าง และอะไรคือ สาเหตุของปัญหา ควรแก้ปัญหาอะไรก่อนหลังแก้ปัญหาตัวใดที่สามารถทำให้ปัญหาอื่นๆ ลดลงได้ด้วย
slide9
ตัวอย่างการกำหนดปัญหาตัวอย่างการกำหนดปัญหา
slide11
ข้อแนะนำในการกำหนดปัญหาข้อแนะนำในการกำหนดปัญหา
  • ระบุหัวข้อปัญหาและจุดประสงค์
  • ระบุตำแหน่งปัญหาชัดเจน
  • แสดงปัญหาในรูปการปรับปรุง
  • แสดงปัญหาในรูปของผลลัพธ์
  • แยกแยะมาตรการตอบโต้และหัวข้อปัญหา
  • เขียนหัวข้อปัญหาในรูปแนวทางที่ชัดเจน
  • ย้ำถึงลักษณะพิเศษของการแก้ไข
slide12
ตัวอย่างการกำหนดปัญหาตัวอย่างการกำหนดปัญหา
  • ลดข้อบกพร่องงานเชื่อมในสายประกอบ A
  • ลดเวลารอคอยของลูกค้าที่แผนกจัดส่ง
  • ปรับปรุงการฝึกอบรม เพิ่มความรู้พนักงาน
  • ช่วยกันลดข้อบอพร่อง ลดข้อบกพร่อง
  • ลดเวลาการเปลี่ยนสายการผลิต แก้ไขโดยการให้พนักงานใช้ข้อเท็จจริง
slide13
2. การวิเคราะห์ปัญหา
  • การที่จะได้มาซึ่งผลของปัญหาที่เรากำหนดขึ้นนั้นต้องตรงตามที่ได้ให้คำจำกัดความไว้ ในการวิเคราะห์ปัญหา จำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลต่างๆ เพื่อที่ค้นหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง
  • ผู้วิเคราะห์ปัญหาต้องรู้และเข้าใจในหน่วยงานหรือจุดที่เกิดปัญหาเป็นอย่างดีพร้อมทั้งหาข้อมูลเพิ่มเติม
  • ในการวิเคราะห์ปัญหาต่าง เราอาจอาศัยหลักการของการควบคุมคุณภาพมาใช้ได้โดยเฉพาะในเรื่องของแผนภูมิของเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) หรือที่เรียกว่าแผนภูมิก้างปลา (Fish Born Diagram)
slide14
การวิเคราะห์ปัญหา
  • แยกรายละเอียด ข้อจำกัด หรือเงื่อนไขต่างๆ
  • อธิบายวิธีการ/สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • ใช้หลัก 5 W 1 H
  • แยก/จัดกลุ่มปัญหาหลักและรอง
  • วิเคราะห์เชิงปริมาณ
  • ใช้เครื่องมือ/แผนภาพ/แผนภูมิ/กราฟ
slide16
เครื่องมือวิเคราะห์
  • ใบตรวจสอบ - ความผันแปร
  • แผนภาพความใกล้ชิด - จัดกลุ่มปัญหา
  • แผนภูมิพาเรโต - หาปัญหาหลัก/รอง/สาเหตุ
  • แผนผังก้างปลา - เหตุและผลที่เกิด
  • แผนภาพความสัมพันธ์ - ความซับซ้อนของปัญหา
  • แผนภูมิควบคุม - ควบคุมความผันแปร
  • กราฟ/ฮิสโตแกรม - ความผันแปร/การแจกแจง
  • แผนภาพการกระจาย - ความสัมพันธ์เหตุและผล
slide17
จุดประสงค์การใช้เครื่องมือจุดประสงค์การใช้เครื่องมือ
slide18
จุดประสงค์การใช้เครื่องมือจุดประสงค์การใช้เครื่องมือ
slide19
จุดประสงค์การใช้เครื่องมือจุดประสงค์การใช้เครื่องมือ
slide23
การวิเคราะห์ปัญหาด้วยแผนภาพพาเรโตการวิเคราะห์ปัญหาด้วยแผนภาพพาเรโต
  • หลักการที่เป็นที่นิยมนำมาใช้วัดปริมาณของปัญหาก็คือ หลักการของพาเรโต (Pareto’s Low) หรือมีอีกข้อหนึ่งว่า “80-20 Rule” แม้ว่าเป้าหมายหลักการนี้ใช้ในการควบคุมคุณภาพแต่ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาทั่วๆไปได้ด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
pareto diagram
แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram)
  • เป็นเครื่องมือสำหรับที่จะตรวจสอบปัญหาต่างๆ ในการทำงานโดย การนำปรากฏการณ์ หรือสาเหตุเหล่านั้นมาแบ่งแยกประเภท เขียนเป็นกราฟแสดงขนาดของข้อมูล
  • เพื่อใช้เปรียบเทียบดูค่ากับความสำคัญข้อมูล หรือปริมาณของปัญหา หรือข้อบกพร่อง เพื่อเป็นแนวทางในการที่จะพิจารณาแก้ปัญหาว่าควรจะแก้ปัญหาใดก่อน หลัง
pareto diagram1
Pareto Diagram (แผนภาพพาเรโต)
  • หมายถึง แผนภาพสำหรับการวิเคราะห์ความมีเสถียรภาพของข้อมูลที่มีการจำแนกประเภท
  • โดยผ่านหลักการพาเรโต (Pareto principle) ที่ว่า
  • สิ่งที่มีความสำคัญมาก (ประมาณ 80% ของตัววัดความสำคัญทั้งหมด) จะมีจำนวนเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 20 % ของข้อมูลทั้งหมด)
  • แต่สิ่งที่มีความสำคัญเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 20% ของตัววัดความสำคัญทั้งหมด) จะมีจำนวนมาก (ประมาณ 80 % ของข้อมูลทั้งหมด)
slide27
ขั้นตอนในการจัดทำแผนภาพพาเรโตขั้นตอนในการจัดทำแผนภาพพาเรโต
  • กำหนดหัวข้อที่จะทำการสำรวจ แล้วรวบรวมข้อมูลเหล่านั้น
    • กำหนดช่วงระยะเวลาและวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล
    • นำ “แบบตรวจสอบ” (Check Sheet) มาใช้เพื่อการสำรวจจำนวนปัญหาและสามารถนำมาสำรวจสาระและสาเหตุปัญหาได้ด้วย
  • ทำการแบ่งแยกและรวบรวมข้อมูลตามสาระ และสาเหตุ โดยพยายามให้การแบ่งแยกนั้นง่ายแก่การมีมาตรการ
slide28
ขั้นตอนในการจัดทำแผนภาพพาเรโต (ต่อ)
    • วิธีการแบ่งแยกตามสาเหตุ วัตถุดิบ เครื่องจักร ผู้ปฏิบัติงาน วิธีการทำงาน เป็นต้น
    • วิธีการแบ่งแยกตามสาระ หัวข้อของปัญหา สถานที่การผลิต เวลา เป็นต้น
  • ทำการจัดแจงข้อมูลให้ความเหมาะสมแล้วคำนวณค่าสะสม
    • ให้เรียบเรียงหัวข้อตามลำดับ จำนวนข้อมูลที่มีปริมาณมากไปน้อย
    • ทำการคำนวณค่าสะสม
slide29
ขั้นตอนในการจัดทำแผนภาพพาเรโต (ต่อ)
  • คำนวณเปอร์เซ็นต์สะสมจากสูตร

เปอร์เซ็นต์ = ค่าสะสม x 100%

จำนวนทั้งหมด

  • เขียนแกนตั้งและแกนนอน ลงบนกระดาษกราฟ
    • แกนที่นอนให้เขียนเติมชื่อหัวข้อ
    • แกนตั้งให้เขียนลักษณะสมบัติที่เรากำลังสำรวจ
  • จัดทำกราฟแท่งและเติมเส้นกราฟสะสม เขียนกราฟสะสม โดยให้จุดสุดท้ายของค่าสะสมมีค่าเท่ากับ100%
slide30
การอ่านค่าแผนภูมิพาเรโตการอ่านค่าแผนภูมิพาเรโต
  • ทำการอ่านค่าจากสเกลค่าร้อยละสะสมที่ค่าประมาณ 80%ก่อน
  • แล้วพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากรายการจำนวนเล็กน้อยหรือไม่ (ประมาณ 20%)
  • ถ้าหากไม่ได้ก็ทดลองค่าอื่นๆ บ้าง อาทิ 75% 70% หรือแม้แต่ 65%
pareto diagram2
การตีความหมาย Pareto Diagram
  • สรุปความหมาย แล้วปฏิบัติการตามการตัดสินใจ
  • ถ้าตัวแบบของข้อมูลเป็นไปตามหลักการพาเรโตแล้ว
  • แสดงว่าข้อมูลนั้นอยู่ในสภาวะเสถียรภาพและ
  • สามารถใช้คาดการณ์ได้
  • จากตัวอย่างเป็นไปตามหลักการของพาเรโต 70 : 35
  • ข้อมูลอยู่ภายใต้เสถียรภาพ
pareto diagram3
การตีความหมาย Pareto Diagram
  • ถ้าหากตัวแบบของข้อมูลมิได้เป็นไปตามหลักการพาเรโตแล้ว
  • ข้อมูลที่เก็บมาอาจจะอยู่ในสภาวะการปรับตัว

(Transient State) เข้าสู่สภาวะเสถียรภาพ จึงควรมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมอีกหรือ

  • ข้อมูลนั้นมาจากกระบวนการที่ไร้เสถียรภาพ มีความจำเป็นต้องแก้ไขด้วยการทำให้กระบวนการมีมาตรฐาน
fish born diagram
แผนภูมิก้างปลา (Fish Born Diagram)
  • เป็นแผนภาพที่แสดงความสัมพันธ์อย่างมีระบบระหว่างผลที่แน่นอนประการหนึ่งกับสาเหตุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • แผนภาพก้างปลา จะมุ่งสู่รายการสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา (ตามหัวปลา)

หัวปลา คือ ผลของปัญหาที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสาเหตุ ต่างๆ ที่ติดอยู่ที่กระดูกสันหลังของปลา

ก้างใหญ่ คือ สาเหตุที่สำคัญต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา

fish born diagram1
แผนภูมิก้างปลา (Fish Born Diagram) (ต่อ)

ก้างกลาง คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดผลที่ก้างใหญ่

ก้างเล็ก คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดผลที่ก้างกลางและ

ก้างฝอย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดผลที่ก้างเล็ก

  • เพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ปัญหา ควรแบ่งสาเหตุสำคัญๆ ออกเป็น 4-8 สาเหตุ โดยปกติแล้วมักใช้ 4M คือ สาเหตุสำคัญจาก คน(Man) เครื่องจักร(Machine) วัสดุ(Material) และวิธีการ(Method)
fish bone diagram
วิธีการสร้าง Fish Bone Diagram
  • ในการสร้างแผนภาพก้างปลา จำเป็นต้องดำเนินการผ่านวิธีการระดมสมองที่ประกอบด้วยหลักการ 4 ประการคือ

– ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ เพราะจะทำให้ผู้เสนอความคิดหยุดเสนอความคิดได้ และยังอาจทำให้การเสนอความคิดเห็นจะไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา

– ความอิสระและเสรี โดยจะต้องทำให้บรรยากาศเป็นไปเสรีโดย ทำได้โดยการระดมสมองผ่านแผ่นกระดาษหรือการ์ด (Card)

fish bone diagram1
วิธีการสร้าง Fish Bone Diagram (ต่อ)

– เน้นปริมาณความคิดมากกว่าคุณภาพ จะต้องกำหนดก่อนว่าสมาชิกแต่ละคนต้องเสนอความคิดเห็นอย่างน้อยคนละกี่ความคิดเห็นโดยไม่คำนึงว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะมีคุณภาพอย่างไร

– นำมารวมและปรับปรุง โดยการระดมสมองจะต้องมีการรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด และนำความคิดเห็นที่ได้ (อาจจะเป็นของคนอื่น) มาปรับปรุงหรือเพิ่มเติมเป็นความคิดใหม่

fish bone diagram2
ขั้นตอนการสร้าง Fish Bone Diagram
  • ให้ทำการนิยามปัญหาให้ชัดเจน ซึ่งหมายถึง

– การนิยามปัญหาให้อยู่ในรูปปริมาณมิใช่อยู่ในรูปเชิงคุณภาพ

– โดยควรจะมีการอภิปรายในทีมให้เข้าใจกันก่อนการระดมสมองจะเริ่มขึ้น

– เช่นถ้านิยามปัญหาว่าผลิตภัณฑ์บกพร่องถือว่าไม่ชัดเจน

– เพราะผลิตภัณฑ์หลายอาจมีประเภท หลายรุ่น แต่ละประเภทอาจมีข้อบกพร่องหลายกฎเกณฑ์

– ควรระบุลงไปว่ากฎเกณฑ์ใด หรือเป็นผลิตภัณฑ์บกพร่องแบบใด

fish bone diagram3
ขั้นตอนการสร้าง Fish Bone Diagram
  • ให้ทำการระดมสมองจากสมาชิกโดยผ่านวิธีการใช้การ์ด

– ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้นก่อนว่าสมาชิกแต่ละคนต้องออกความคิดเห็นกี่ข้อ

– แล้วให้เขียนความคิดเห็นลงในการ์ดที่เตรียมไว้แผ่นละหนึ่งข้อ

– การระดมสมองจะแบบวิเคราะห์ความผันแปรต้องดำเนินการผ่าน

หลักการ 3 จริง คือ

– ระดมสมองผ่านการสังเกตที่หน้างานจริง ในสภาพแวดล้อมหรือสภาวะจริง ด้วยของจริง โดยพยายามหลีกเลี่ยงการระดมสมองในห้องประชุมที่อาศัยเพียงสามัญสำนึก เพราะจะทำให้ไม่ได้สาเหตุที่แท้จริง

fish bone diagram4
ขั้นตอนการสร้าง Fish Bone Diagram
  • เมื่อได้ดำเนินการระดมความคิดจากสมาชิกได้ครบถ้วนแล้ว จะต้องทำการกำหนด แนวความคิดของการจำแนกสาเหตุ เช่น

– แนวความคิดด้านการผลิต 4M (คน เครื่องจักร วัตถุดิบ และวิธีการ)หรือ

– แนวความคิดด้านการตลาด หรือ 4P (ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางจำหน่าย และการส่งเสริมการตลาด) หรือ

– แนวความคิดด้านการบริหาร (การวางแผน การจัดองค์กร การมอบหมายงาน การอำนวยการ และการควบคุม) หรือ

fish bone diagram5
ขั้นตอนการสร้าง Fish Bone Diagram

– แนวความคิดด้านสายบัญชา (ผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการแผนก หัวหน้างานและพนักงาน) หรือ

– แนวความคิดด้านโลจิสติก (Logistics) (การขนส่ง การขนถ่าย การเก็บรักษา การส่งมอบ) หรือ

– แนวความคิดอื่น ๆ อีกมากมายที่สอดคล้องกับสาเหตุที่กลุ่มได้ระดมความคิดออกมา

slide47
สรุปการวิเคราะห์ปัญหาสรุปการวิเคราะห์ปัญหา
  • พิจารณาสาเหตุหลักของปัญหาในแต่ละด้าน เมื่อพิจารณาจนครบทุกสาเหตุหลักแล้วอาจพบว่า จากสาเหตุเหล่านั้น สาเหตุใดเป็นสาเหตุที่แท้จริงปริมาณมากน้อยแค่ไหน อาจทำการวัดโดยอาศัยหลักการพาเรโต
  • ในการเลือกแก้ปัญหาจากสาเหตุใดก็ตาม เกณฑ์ที่นิยมใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือก ก็คือ ต้องจ่ายค่าแรงต่ำที่สุด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่ำที่สุด ลงทุนน้อย หรือความต้องการในลักษณะที่ว่าใช้พื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นที่น้อยที่สุด หรือใช้วัสดุอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด หรือการที่
slide48
3. การหาวิธีการที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา
  • ต้องมีวิธีการแก้ปัญหาหลายๆ วิธี โดยที่ทุกวิธีล้วนแต่มีความเป็นไปได้ จากนั้นนำแต่ละวิธีมาเปรียบเทียบเพื่อเลือกเอาวิธีที่ดีที่สุด
  • หลักการ คือ ไม่ควรมองจากระบบการทำงานแบบเดิมเพียงอย่างเดียว
  • หรือพัฒนาจากวิธีการเดิมเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นอีก
slide49
4. การประเมินผลทางเลือกต่างๆ
  • ขั้นตอนนี้จะนำแต่ละวิธีมาพิจารณาเปรียบข้อดี ข้อเสีย อย่างสมเหตุผล วิธีการแก้ปัญหาใดที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและเกณฑ์การพิจารณาตัดสินใจที่วางๆไว้สามารถตัดทิ้งได้เลย
  • การออกแบบวิธีทำงาน จะไม่มีคำตอบใดที่ถูกต้องที่สุด การพิจารณาสามารถวัดออกมาในเชิงปริมาณเพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีที่เหมาะสม
slide50
4. การประเมินผลทางเลือกต่างๆ (ต่อ)
  • คำตอบและวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้มีการเลือกไว้ 3 ลักษณะ คือ
  • คำตอบในอุดมคติ
  • คำตอบที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที
  • คำตอบที่สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคตหรือภายใต้เงื่อนไขต่างๆ เช่น ว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่ผลผลิตรายปีเพิ่มขึ้น หรือกรณีที่คุณภาพของวัสดุสม่ำเสมอ หรือกลุ่มคนงานไดรับการฝึกอบรมมาอย่างดี
slide51
เกณฑ์ในการประเมิน
  • มีประสิทธิผล
  • เป็นไปได้ด้านเทคนิค
  • เป็นไปได้ด้านเศรษฐศาสตร์
  • เป็นไปได้ด้านสังคม
  • เป็นไปได้ด้านกฎหมาย
slide52
การประเมินความคิดเห็นการประเมินความคิดเห็น

= ใช้ได้ = รอการพิจารณา X = ใช้ไม่ได้

slide53
5. การให้คำแนะนำเพื่อดำเนินการพร้อมทั้งติดตามผล
  • จะต้องมีการชี้แจงหรือสื่อสารไปยังบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อนำไปปฏิบัติ
  • รายงานที่เขียนจะเป็นข้อความหลักของการให้คำแนะนำที่เพียบพร้อมด้วยข้อมูล
  • การบรรยายจะต้องทำความเข้าใจได้ง่ายและเร็ว บางครั้งทำควบคู่กับรายงาน
  • จะต้องมีการเตรียมการด้านสื่อต่างๆ เช่นว่า แผนภูมิต่างๆ แผนภาพต่างๆ รูปภาพแบบจำลอง หรืออื่นๆ การบรรยายเป็นวิธีการชี้แจงแบบตรงไปตรงมา เป็นวิธีการที่ง่ายและเข้าใจได้เร็วกว่า สามารถแสดงแหล่งข้อมูลต่างๆ อีกทั้งสมมติฐานต่างๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ต้องมีเอกสารหรือ รายงานโดยสรุปควบคู่ไปด้วย