slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสเซมบลี้ PowerPoint Presentation
Download Presentation
โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสเซมบลี้

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 17

โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสเซมบลี้ - PowerPoint PPT Presentation


  • 98 Views
  • Uploaded on

โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสเซมบลี้. introduction. ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ . ปรับปรุง 1 9 ตุลาคม 2555. มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง http://www. nation.ac.th. วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ (1/5). คอมพิวเตอร์ยุคที่หนึ่ง

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสเซมบลี้' - gefjun


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสเซมบลี้

introduction

ผศ.บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ .

ปรับปรุง 19 ตุลาคม 2555

มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง

http://www.nation.ac.th

slide2
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ (1/5)

คอมพิวเตอร์ยุคที่หนึ่ง

ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2501 ใช้หลอดสูญญากาศ (Vacumn Tube) ซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง จึงมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อย ถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ควัน(MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/index01.htm

slide3
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ (2/5)

คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง

ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 ใช้ทรานซิสเตอร์ (Transistor)โดยมีแกนเฟอร์ไรท์ (Ferrite Core) เป็นหน่วยความจำ มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้น โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูง ซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ซึ่งถูกพัฒนาจนใช้งานถึงปัจจุบัน

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/index01.htm

slide4
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ (3/5)

คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม

ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่าง ๆ ทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/index01.htm

slide5
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ (4/5)

คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่

ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก(Very Large Scale Integration : VLSI) เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้ว ขณะเดียวกันพัฒนา ซอฟต์แวร์ ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จรูปให้เลือกใช้อย่างมากมาย

ข้อมูลจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK11/chapter1/chap1.htm

slide6
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ (5/5)

คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า

มนุษย์พยายามนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหายิ่งขึ้น โดยเก็บความรอบรู้ไว้ในเครื่อง สามารถค้นคืนความรู้ที่สั่งสมไว้มาใช้ประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) อาจประกอบด้วยระบบผู้เชี่ยวชาญ ภาษาธรรมชาติ ระบบจับภาพ หุ่นยนต์ เครือข่ายเส้นประสาท เป็นต้น

ข้อมูลจาก http://www.thaigoodview.com/roomnet/roomnet46/IT46_9/index.html-doc5.htm

slide7
ประเภทของคอมพิวเตอร์
  • Super Computer
  • Mainframe Computer
  • Mini Computer เช่น AS/400
  • Micro Computer หรือ Personnal Computer
  • Notebook Computer
  • Pocket Personal Computer
  • Tablet Personal Computer

ข้อมูลจาก หนังสือช่างคอม ของสุทธิพันธุ์ แสนละเอียด

slide8
ส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์ส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์
  • หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  • หน่วยความจำ (Memory Unit)
  • หน่วยคำนวณและตรรก (Arithmetic and Logic Unit)
  • หน่วยควบคุม (Control Unit)
  • หน่วยแสดงผล (Output Unit)
slide9
ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

1. CPU 2. Mainboard 3. Memory 4. Harddisk 5. Floppy Disk 6. Display Card 7. CD-ROM 8. Sound card 9. Monitor 10. Case 11. Mouse 12. Keyboard

ข้อมูลจาก http://www.thaiall.com/assembly/computer.htm

memory
หน่วยความจำ (Memory)
  • หน่วยความจำภายใน. - หน่วยความจำแบบโวลาไทน์ (Volatine) เช่น RAM - หน่วยความจำนอนโวลาไทน์ (Nonvolatine) เช่น ROM
  • หน่วยความจำภายนอก
    • Harddisk, Diskette, CD-ROM, Flash Drive ..
ram 1 2
หน่วยความจำหลัก (RAM) (1/2)
  • SRAM = Static Random Access Memory
  • DRAM = Dynamic Random Access Memory
  • ยุคแรก DRAM ยังเป็น Chip บน Mainboard
  • ไม่ใช่แผงวงจรเหมือนปัจจุบัน
  • FPM DRAM( Fast Page Mode DRAM) เป็น RAM ยุคแรกของ CPU 80486 (เลิกผลิต)
  • EDO RAM (Extended Data Output) ปรับปรุงมาจาก FPM DRAM (เลิกผลิต)
  • SDRAM (Synchronous DRAM) ปี 2545 ยังหาซื้อรุ่นนี้ได้อยู่

ข้อมูลจาก http://www.ku.ac.th/magazine_online/select_ram.html

ram 2 2
หน่วยความจำหลัก (RAM) (2/2)
  • SDR SDRAM (Synchronous DRAM) มี 168 ขา ร่องบาก 2 ช่อง ทำงานขณะสัญญาณนาฬิกาเป็นขาขึ้น เป็นแบบขนาน
  • DDR SDRAM (Double Data Rate SDRAM) มี 184 ขา ร่องบาก 1 ช่อง ทำงานขณะสัญญาณนาฬิกาเป็นขาขึ้น และขาลง
  • Rambus DRAM มี 184 ขา ร่องบาก 2 ช่องทำงานแบบอนุกรม
  • DDR2 SDRAM () มี 240 ขา ร่องบาก 1 ช่อง

ข้อมูลจาก http://www.ku.ac.th/magazine_online/select_ram.html

cpu 8080 1 5
CPU รุ่น 8080 (1/5)

พ.ศ. 2518

บริษัทอินเทลได้พัฒนาไมโครโพรเซสเซอร์เบอร์ 8080 ซึ่งเป็นซีพียูขนาด 8 บิต ซีพียูรุ่นนี้จะรับข้อมูลเข้ามาประมวลผลด้วยตัวเลขฐานสองครั้งละ 8 บิต และทำงานภายใต้ระบบปฎิบัติการซีพีเอ็ม (CP/M) ต่อมาบริษัทแอปเปิ้ลก็เลือกซีพียู 6502 ของบริษัทมอสเทคมาผลิตเป็นเครื่องแอปเปิ้ลทู ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนั้น

ข้อมูลจาก http://www.nfe.go.th/engineer/data/comdata/computer/CPU.html

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/cpu.htm

cpu 8088 2 5
CPU รุ่น 8088 (2/5)

พ.ศ. 2524

ซีพียูแบบ 16 บิต รับข้อมูลจากภายนอกทีละ 8 บิต แต่การประมวลผลทีละ 16 บิต คอมพิวเตอร์รุ่นซีพียู 8088 แบบ 16 บิตนี้เรียกว่า พีซีรุ่นแรก ซึ่งเขียนอ่านในหน่วยความจำได้สูงสุดเพียง 1 เมกะไบต์ ความเร็วคือการให้จังหวะที่เรียกว่า สัญญาณนาฬิกา ซึ่งกำหนดจังหวะไว้ที่ความเร็ว 4.77 ล้านรอบใน 1 วินาที (4.77 เมกะเฮิรตซ์) และเรียกว่า พีซีเอ็กซ์ที (PC-XT)

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/cpu.htm

cpu 80286 3 5
CPU รุ่น 80286 (3/5)

พ.ศ. 2527

พีซีเอที (PC-AT) ใช้ซีพียูเบอร์ 80286 ความเร็วสูง 6 เมกะเฮิรตซ์ รับส่งข้อมูลภายในเป็น 16 บิต ภายนอกแบบ 16 บิต ติดต่อหน่วยความจำได้ 16 เมกะไบต์ มีผู้พัฒนาเครื่องพีซีเอทีรายอื่นใช้สัญญาณนาฬิกา 8, 10, 16 เมกะเฮิรตซ์ จึงมีไมโครคอมพิวเตอร์แพร่หลายเต็มที่

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/cpu.htm

cpu 80386 4 5
CPU รุ่น 80386 (4/5)

พ.ศ. 2529

บริษัทอินเทลออก 80386 รับส่งข้อมูล และประมวลผลครั้งละ 32 บิต ติดต่อหน่วยความจำได้มากถึง 4 กิกะไบต์ สัญญาณนาฬิกาเป็น 33 เมกะเฮิรตซ์ ในปี พ.ศ. 2530 บริษัทไอบีเอ็มเปิดตัวคอมพิวเตอร์พีเอสทู (PS/2) โดยมีโครงสร้างทางฮาร์ดแวร์ของระบบแตกต่างออกไป โดยเฉพาะระบบเส้นทางส่งถ่ายข้อมูลภายใน แต่ 80386 ไม่ได้รับความนิยม เพราะแพงมาก พ.ศ. 2531 อินเทลลดขีดความสามารถของ 80386 ให้เหลือเพียง 80386SX ซึ่งมีโครงสร้างแบบเอทีเดิม แต่ติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกใช้ 16 บิต และถูกกว่า

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/cpu.htm

cpu 80486 5 5
CPU รุ่น 80486 (5/5)

พ.ศ. 2532

ซีพียู 80486 ใช้เทคโนโลยีการรวมชิป 80387 (หน่วยคำนวณทางคณิตศาสตร์) เข้ากับซีพียู 80386 และรวมส่วนจัดการหน่วยความจำเข้าไว้ในชิป พ.ศ. 2535 อินเทลได้ผลิตซีพียูเพนเที่ยม (Pentium) มีขีดความสามารถคำนวณสูงกว่า 80486 ใช้ระบบการส่งถ่ายข้อมูลได้ถึง 64 บิต

ข้อมูลจาก http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/cpu.htm