Chapter1 Job Description and Workplaces - PowerPoint PPT Presentation

slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Chapter1 Job Description and Workplaces PowerPoint Presentation
Download Presentation
Chapter1 Job Description and Workplaces

play fullscreen
1 / 73
Chapter1 Job Description and Workplaces
466 Views
Download Presentation
eytan
Download Presentation

Chapter1 Job Description and Workplaces

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  1. Chapter1 Job Description and Workplaces คำศัพท์ สำนวนที่เกี่ยวกับงาน สถานที่ทำงานและลักษณะงานที่ควรทราบ มีดังนี้ A Some kind of jobs and workplaces should Know JOB (a person’s regular paid employment; a type of work) Bus-driver = คนขับรถ Bus conductor = กระเป๋ารถเมย์ Doctor = แพทย์ Dentist = ทันตแพตย์ Farmer = ชาวนา

  2. Lawyer = ทนายความ Fisherman = ชาวประมง Shopkeeper = เจ้าของร้านค้า Shop assistant = คนขายของในร้านค้า Veterinarian (veterinariy surgeon) = สัตว์แพทย์ Model = นางแบบ นายแบบ Pharmacist = เภสัชกร Vendor = ผู้ขาย พ่อค้า แม่ค้า

  3. 2. WORKPLACES (an office, a factory, or other premises where a person is employed) Catwalk = เวทีเดินแฟชั่น Chemist’s = ร้านขายยา Clinic = คลินิก Veterinary clinic = คลินิกรักษาสัตว์ Dentist’s = คลินิกทันตกรรม Store = ร้านค้า Hospital = โรงพยาบาล Farm = ฟาร์ม Bus = รถเมย์

  4. B Job responsibilities and qualities Job Fashion designer = ช่างออกแบบแฟชั่นต่างๆ Editor = บรรณาธิการ Hairdresser = ช่างทำผมสตรี Photographer = ช่างถ่ายภาพ Reporter = ผู้รายงานข่าว Architect = สถาปนิก Engineer = วิศวกร Surveyor = นักสำรวจ Painter = ช่างทาสี

  5. Announcer = ผู้ประกาศทางวิทยุหรือโทรทัศน์ Judge = ผู้พิพากษา Security guard = ผู้รักษาความปลอดภัย Chef = หัวหน้าพ่อครัวใรโรงแรมหรือที่ อื่นๆ Musician = นักดนตรี

  6. Responsibilities Design = ออกแบบ Take photo = ถ่ายภาพ Draw plans for buildings = ออกแบบอาคาร Style and cut hair = ออกแบบทรงผมและทำ ผม Survey land = สำรวจ รังวัดพื้นที่ Make machines and engines = นักประดิษฐ์และซ่อม เครื่องยนต์ Announce in a broadcast = ประกาศ

  7. Edit = แก้ไข เปลี่ยนแปลงหนังสือ ภาพยนต์ให้เหมาะสม หรรือทำให้ สั้นลงเพื่อนำไปพิมพ์หรือนำออก ฉายสู่สาธารณะชน Qualities Co-operation with engines = ความร่วมมือ Physical strength = ร่างกายแข็งแรง A sense of humour = อารมณ์ขันและครึกครื้น Patience = ความอดทน A sense of responsibility = ความรับผิดชอบสูง

  8. SPEAKING PRACTICE Asking for Information 1.การถามถึงอาชีพของบุคคลอื่น เราสามารถถามได้หลายวิธี เช่น What are you? What do you do? What do you work? What kind of job do you have? คำตอบจะเป็นดังนี้ I am student. I work as an employee. I have a job as a secretary.

  9. 2. a. How long…? ถามถึงระยะเวลา เช่น A: How long have you been working as a secretary? B: For about two years. b. Since when have you + V3 +O? ใช้ถามถึงการ เริ่มต้นทำกิจกรรมนั้นๆ เช่น A: Since when have you been working for this firm? B: Since 2005.

  10. 3. How + adj. / adv. + กริยาช่วย (helping verb) +s + v1? ใช้ถามถึงปริมาณหรือระดับ เช่น A: How many brothers and sister do you have? B: I have one older brother and two older sisters. A: How important is your job? B: It’s very important and dangerous.

  11. 4. How แปลว่า อย่างไร ใช้ถามถึงวิธี หรือการกระทำ A: How do you work? B: I greet the customers entering the shop 5. หากต้องการถามถึงประเภทของงานที่ทำหรือสิ่งอื่นๆ ถามได้ดังนี้ What kind / sort of + noun + helping verb + v1? เช่น A: What sort of job have you got? B: I’ve got a job as an engineer.

  12. 6. หากต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ถามว่า What happened / occurred / took place? (ไม่ใช่ในรูปของ Passive voice) เช่น A: What sort of job have you got? B: I’ve got a job as an engineer 7. หากต้องการพูดในเชิงอุทานแสดงความชื่นชม ให้พูดดังนี้ What a + adj. + singular noun + (it is!) เช่น What a beautiful flower it is! What + adj. + uncountable noun + (it is!) / What + adj. + plural noun + (they are!) What dirty water it is! What beautiful flowers they are!

  13. Vocabularies and Expressions Question word + to + v1 +O. • s+ don’t know + Question word + s+ v +o. I don’t know what to do with it. Can you do me a favor. I don’t know what courses I would like to talk. • To be good at + V + ing + noun. = เก่งในด้าน... I’m not good as making a decision. = ฉันไม่เก่งในด้วน ตัดสินใจ • like/love + V + ing = enjoy + V + ing แปลว่า ชอบ (เป็น นิสัย) I like / love working with lots of people.

  14. READING PRACTICE Exercise1.6 Thai Workers Working Abroad Working abroad is popular with Thai workers because wages and salaries in Thailand are lower than they are in foreign countries. Apart from these, it is very difficult to find a good job in Thailand. Besides, the employers abroad like employing Thai workers and also offer good benefits. Because of the reasons mentioned

  15. Above, Thai workers travel to work in other countries throughout the world. Some Thai workers travel there by self-employed; others are directly employed by employers working and employers training and some are sent to foreign countries by the Department of Employment. From B.E. 2548 (2005) to B.E. 2550 (2007), a lot of Thai worker traveled to get jobs in foreign countries in the Middle East, Africa. Asia, America and Europe. Some of them are shown as examples in the following tables below.

  16. Vocabularies and Expressions Popular (adj.) (+with / among) = เป็นที่นิยม Example: To work for a firm is popular with graduates. Salary (n.) = เงินเดือน Benefit (n.) = ผลประโยชน์ Example: Employers abroad offer excellent salaries and benefits packages. Apart from + noun / pronoun / V + ing = นอกจาก... Example:Apart from good salaries, Thai workers are offered benefits.

  17. Employers working = นายจ้างพาไปทำงาน Employers training = นายจ้างพาไปฝึกงา Self-employers = ดำเนินการด้วยตัวเอง Department of Employment = กรมการจัดหางาน

  18. CHAPTER 2 Jobs and Job Qualities คำคัพท์ สำนวนซึ่งใช้ในการสมัครงานและการทำงานที่ควรทราบ มีดังนี้ Apply for = สมัครงาน Get = ได้รับ Do = ทำงาน Do for = จัดการให้สำเร็จ To do for a living = หาเลี้ยง Earn = ได้ค่าจ้าง To earn one’s living / one’s livelihood one’s daily bread = หาเลียงชีพ Look for = หา

  19. Exercise2.1 2. Quality เป็นคำนามที่บอกคุณลักษณะของบุคคลซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี เช่น Good qualities generous (มีความเมตตา) careful (มีความรอบคอบ) honest (ซื่อสัตย์) kind (มีความกรุณา) helpful (เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่) Bad qualities selfish (เห็นแก่ตัว) greedy (โลภ) stingy. (ขี้เหนียว ใจแคบ) rude (หยาบคาย)

  20. 3. Phrasal Verb (กริยาวลี) ที่ใช้ในกิจการงานอาชีพบ่อยๆ ซึ่งผู้เรียนควรจะจดจำและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ Carry out = ปฏิบัติได้เป็นผลสำเร็จ Send in = ส่งเข้าประกวด Hand over = มอบให้ ส่งให้ Fit in = อยู่ได้อย่างสงบสุขกับผู้อื่น Get up = สร้างความก้าวหน้า Give up = ลาออก Turn down = ปฏิเสธการว่าจ้าง To be snowed under = to overwhelm = มีงานล้นมือ

  21. Job Interview ในการสัมภาษณ์งาน ความสามารถในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันมีความสัมคัญมาก บ่อยครั้งคำถามและคำตอบกลับเป็นสิ่งปิดกลั้นที่จะได้งาน การพูดมากเกินไป การตอบคำถามไม่ชัดเจน เป็นต้น ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการพูดสัมภาษณ์งานที่เหมาะสม ซึ่งสามารถนำไปใช้ฝึกปฏิบัติได้ • Interviewing a Prospective Employee (การสัมภาษณ์บุคคลเข้ามาทำงาน) ในการสัมภาษณ์ (an interviewer) มักจะหยิบยกเรื่องขึ้นมาพูด (sorting out concepts) โดยใช้สำนวนที่บอกเรียงลำดับเหตุการณ์ (sequence of events) ดังต่อไปนี้

  22. The first thing is… = ประการแรกคือ First… = เริ่มแรกเดิมที Another thing is… = อีกหนึ่งประการคือ Then… = อีกประการหนึ่ง นอกจากนั้น The second thing is… = ประการที่ 2 คือ The first thing s+ v+ o = ประการแรก Finally = ท้ายสุด The last thing is… = ประการสุดท้ายคือ At the end = ท้ายสุดนี้ After that = หลังจากนั้น

  23. At last = สุดท้าย First of all = สิ่งแรกสุด To begin with = เริ่มต้น Next = ต่อไป ถัดไป

  24. Vocabularies and Expressions That’s about what you’ll be Doing here if you are hired = นั่นเป็นงานที่คุณจะได้ทำ ที่นี่ หากคุณได้รับการว่าจ้าง EGAT = การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย Our cost-analysis team = หน่วยวิเคราะห์ต้นทุนของ เรา To double capacity = เพิ่มสมรรถนะขึ้นเป็นเท่าตัว A system analyst = นักวิเคราะห์ระบบ New equipment = เครื่องมือใหม่ๆ To expand output = ขยายผลผลิต

  25. WRITING PRACTICE Employment Application From and Letter การสมัครงานทำได้ 2 วิธี การเขียนจดหมายแสดงความจำนงขอสมัครงานในตำแหน่งที่ว่าง หรือกรอกใบสมัครที่บริษัทจัดเตรียมไว้ให้ • Employment Application From (แบบฟอร์มสมัครงงาน) การกรองกใบสมัครงาน (Filling in Employment Application From) ต้องรู้และเข้าใจคำศัพท์และส่วนประกอบของใบสมัครงาน ใบสมัครงานปนะกอบด้วยข้อมูลทั่วไป (General Information) ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร (Personal Detail) รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาของผู้สมัคร

  26. (Educational Details) ความสามารถทางการใช้ภาษาและความสามารถพิเศษอื่นๆ (Languages and Special Abilities) ประวัติการทำงาน (Employment Records) รายชื่อผู้รับรองประวัติการทำงาน (References) คำศัพท์ที่ควรทราบในการกรอกใบสมัคร Personal Details (รายละเอียดส่วนตัว) Data of Birth = วันเดือนปีเกิด Place of Birth = สถานที่เกิด Age = อายุ หรือ yrs. (yrs. = years)

  27. Marital Status = สถานภาพสมรส ได้แก่ single (โสด) married (แต่งงาน) separated (แยกกันอยู่) engaged (หมั้น) divorced (หย่าร้าง) widowed (เป็นหม้าย) Nationality = สัญชาติ เช่น Thai, Chinese เป็นต้น Religion = ศาสนา เช่น Buddhism (นับถือ ศาสนาพุทธ) Christian (นับถือ ศาสนาคริสต์)

  28. Identity Card No. หรือ I.D. Card No. = หมายเลขบัตร ประจำตัวประชาชนให้กรอกหมายเลข ลงไปในบัตรลงไปในใบสมัคร ประกอบด้วย - Issued on = ออกให้เมื่อใด ให้เขียนวันเดือนปีที่ออกบัตร - Issued by = ออกโดยใคร ให้กรอกชื่อหน่วยงานที่ออกบัตรคือ ชื่ออำเภอที่ออกบัตร เช่น Nakhon Pathom เป็น ต้น

  29. Educational Details (ประวัติการศึกษา) Year attended = ปีที่เริ่มเข้าศึกษา Year graduated = ปีที่สำเจชร็จการศึกษา Graduated = เรียนจบระดับการศึกษา Diploma / certificate = ประกาศนียบัตร Degree = ปริญญา เช่น -Voc.Cert = ปวช. -High Voc.= ปวส. -Tech. Cert= ปทว. - B.A.= ศศ.บ, อ.บ. -B.Ed.= ศ.บ. ศษ.บ กศ.บ

  30. Major Course หรือ Subjects Studied = สาขาวิชาเอก Automotive Technology = ช่างยนต์ Accounting หรือ Accountancy= บัญชี Sales and Marketing = การขายและการตลาด Business Administration = บริหารธุรกิจ Secretarial Science = เลขานุการ Home Economics = คหกรรมศาสตร์

  31. Education Level (ระดับการศึกษา) Elementary หรือ Primary หรือ Grammar School = ระดับประถมศึกษา High School หรือ Secondary School = ระดับมัธยมศึกษา Vocational School หรือ Trade School = ระดับอาชีวศึกษา Commercial School = ระดับพาณิชยการ Other Training Courses= เข้ารับการอบรมอื่นๆ College = ระดับวิทยาลัย University = ระดับมหาวิทยาลัย

  32. Languages and other qualifications (ความสามารถทางภาษาและอื่นๆ) Fair = พอใช้ Fluent = คล่องแคล่ว good = ดี Excellent = ดีมาก Able to type both Thai and English = ความสามารถในการพิมพ์ดีได้ดีทั้งไทยและอังกฤษ

  33. Employment Record (ประสบการณ์ด้วยการทำงาน) Present Position = ตำแหน่งปัจจุบัน Data Joined หรือ Data of Employment = วันเริ่มเข้า ทำงาน (ระบุวันเดือนปี) Data Left = วันที่ออกจากงาน (ระบุวันเดือนปี) Last Position = ตำแหน่งครั้งสุดท้าย เช่น Mechanic (ช่างกล) Secretary (เลขานุการ) Accountant (พนักงา บัญชี)

  34. Reason for Leaving (เหตุผลที่ต้องลาออกจากงาน) เช่น To continue education = เพื่อการศึกษาต่อ To need a better job = ต้องการงานที่ดีกว่า The company discontinued = บริษัทเลิกกิจการ The company reduced manpower = บริษัทลด กำลังคน References = บุคคลอ้างอิงเพื่อรับรองในกรณีที่บริษัทต้องการ

  35. CHAPTER 3 ESTABLISHED CONPANY 2. ตำแหน่งต่างๆ ในสำนักงาน (office Position) ตำแหน่งในสำนักงานที่ควรทราบมีดังต่อไปนี้ Position Meaning Accountant สมุดบัญชี Auditor เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบบัญชี Banker นายธนาคาร Credit Manager ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ Clerk เสมียน พนักงาน General Manager ผู้จัดการทั่วไป Factory Manager ผู้จัดการโรงงาน Managing Director กรรมการผู้จัดการ

  36. Position Meaning Office Manager ผู้จัดการสำนักงาน Operator พนักงานรับโทรศัพท์ Receptionist พนักงานต้อนรับ Secretary ผู้จัดส่ง Supervisor ผู้ควบคุม ดูแล Typist พนักงานพิมพ์ดีด Warehouse Manager ผู้จัดการคลังสินค้า

  37. 3. แผนกต่างๆ ในสำนักงาน (Office Department) แผนกต่างๆ ในสำนักงานที่ควรทราบมีดังนี้ Department Meaning Human Resources Department แผนกทรัพยากรบุคคล Marketing Department แผนกการตลาด Purchasing Department แผนกจัดซื้อ Personnel Department แผนกบุคลากร Public Relations Department แผนกประชาสัทพันธ์ Sales Department แผนกขาย

  38. การโทรศัพท์ ติดต่อธุระกิจ (Business Calls) ภาษาที่ใช้พูทางโทรศัพท์ที่ติดต่อทางธุรกิจ แตกต่างกับการุยโทรศัพท์ทั่วไป • การทักทายทางโทรศัพท์ (Making Telephone call) หากรับสายในห้องทำงานรวม ให้เอ่ยชื่อบริษัท กอง หนือแผนก เช่น A.P. Design Company. Good morning / afternoon / evening. May I help you? หากรับสายในห้องทำงานส่วนตัว ให้บอกชื่อผู้รับเช่น Good morning / afternoon / evening. Suda Kamsai. What can I do for you? หรือ Good morning / afternoon / evening. Mr. Anont Nathorm’s office. May I help you.

  39. หากเรียนสายทางโทรศัพท์ ให้บอกชื่อและบอกจุดประสงค์ เพื่อพูดกับบุคคลใดโดยเฉพาะ หรือต้องการสอบถามข้อมูล Good morning / afternoon / evening. This is + ชื่อและนามสกุล + of + ชื่อบริษัท. I’m calling about / for + ข้อมูล หรือ Can you tell / give….? หรือ My name is + ชื่อและนามสกุล. I’m calling from + บริษัท May I speak to ……. .

  40. การพูดสายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ให้พูดดังนี้ Caller: This is Suda Keamdaeng. May I speak to + ชื่อบุคคลที่เราจะพูดด้วย หรือ Could you connect me with + ชื่อและนามสกุล /section / department, please? หากต้องการให้ต่อหมายเลขภายในบริษัท ให้พูดว่า Extension + หมายเลขภายใน, please. หรือจะพูดว่า Could I have extension + หมายเลขภายในที่ต้องการ, please?

  41. ผู้รับสายจะถามชื่อวว่าใครโทรมา และแจ้งให้ผู่เรียกรอสาย เพื่อจะโอนสายไปให้ผู้รับอีกคนหนึ่ง เช่น Could / May / Can I have your name, please? หรือถามว่า May I ask who’s calling? แล้วพูดเสริมให้รอสายดังนี้ Just a moment, please. I will put you through to him / her / them.

  42. 2. การฝากข้อความทางโทรศัพท์ (Leaving Message) หากผู้พูดต้องการจะพูดด้วยไม่ยุ่หรอติดธุระ ผู้เรียกสาย (caller) ต้องการฝากข้อความไว้ให้พูดว่า May I leave a message for + ชื่อ? หรือ Could you give him / her a message, please Would you like to leave a message for him / her? ฝากบอกว่าใครโทรศัพท์มา ให้พูดดังนี้ Would you please tell him / her that + รายชื่อผู้เรียกสาย + called?

  43. ฝากให้โทรศัพท์กลับ ให้พูดดังต่อไปนี้ Please tell me / her to call me black. หรือ Please tell him / her to give me a call. ฝากบอกว่าโทรศัพท์มาใหม่ Would you please tell him / her that I’ll call black later / again? หรือ Please tell her / him that I’ll give her / him a call at + เวลา. บอกข้อความอื่นๆ Please tell her / him to call me when I can meet him / her at the office.

  44. 3. การนัดหมายทางโทรศัพท์ (Making Appointment by phone) ในการนัดหมาย ผู้นัดหมายต้องแนะนำตนเอง ขี้แจงเหตุผลที่โทรศัพท์มา บอกวุตถุประสงค์และการขอนัดพบดังนี้ การบอกเหตุผลที่โทรศัพท์มาให้พูดดังนี้ I sew your advertisement in ……. . หรือ Our company is very interested in your products / service / offer. I’m calling (about + noun) / to + V1. เช่น I’m calling about you products. I’m calling to ask for your product information

  45. การบอกวัตถุประสงค์นัดพบ พูดได้ดังนี้ ...., and there are some details I’d very much like to take about with + = ชื่อนามสกุล คำพูดที่นิยมให้พูดนัดพบ มีดังนี้ Would it be possible for us to meet some time soon? หรือ Do you think it would be possible to arrange a meeting / an appointment? ส่วนผู้รับนัดตอบว่า Yes, of course. หรือ Certainlf

  46. การนัดหมายวันเวลาพูดได้ดังนี้ การนัดหมายวันเวลาพูดได้ดังนี้ When would it best suit you? หรือ How / What about Sunday? Dose that suit you? หากผู้รับนัดเห็นด้วยควรตอบว่า Yes, that’s fine. หรือ Yes, Sunday would be convenient. หากผู้รับนัดไม่เห็นด้วย ตอบว่า I’m afraid I can’t make it on Sunday และเสนอแนะวันนัดหมายใหม่ ดังนี้ How /What about Wednesday?

  47. การยืนยันการนัดหมาย พูดดังนี้ OK. I’m looking forward to meeting you on Wednesday. อีกฝ่ายตอบว่า I’m looking forward to meeting / seeing you, too.

  48. Our Company คำศัพท์ สำนวนที่ผู้ปฏิบัติงานในบริษัทควรทราบและนำไปปฏิบัติ ได้แก่ Vocabulary Study Executive board = คณะกรรมการบริหาร ทีมผู้บริหาร President = ประธานบริษัท / สโมสร / องค์กร / สภา Department = กรม ภาควิชา แผนก ฝ่าย Vice-Pres. (vice president) = รองประธานบริษัท Vice (prefix) = รอง ตัวแทน Shareholder = หุ้นส่วน Division = กอง Comprise = ประกอบด้วย

  49. In charge of = รับผิดชอบ Consist of = ประกอบด้วย Compose of = ประกอบขึ้น Executive = ผู้บริหาร Manu. (manufacture) การผลิต Admin. (administration) = การบริหาร To be responsible for = (to be charge of) รับผิดชอบ Supervise = ควบคุม ดูแล ตรวจอัตตรา Established = บริษัท ร้านค้า โรงแรม Imp. (import) = สั่งเข้าสินค้า

  50. Established = ตั้งตัวอย่างมั่นคงในงานธุระกิจ Exp. (export) = ส่งออกสินค้า Mark. (market) = การตลาด Sales = การขาย Fin. (finance) = การเงิน