sacha i nchi n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
ถั่วอินคา ( Sacha I nchi ) PowerPoint Presentation
Download Presentation
ถั่วอินคา ( Sacha I nchi )

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 24

ถั่วอินคา ( Sacha I nchi ) - PowerPoint PPT Presentation


  • 108 Views
  • Uploaded on

ถั่วอินคา ( Sacha I nchi ). คุณสมบัติน้ำมันถั่วอินคา. souce : http://www.inkanatural.com/en/sachainchi/sacha_inchi_oil.html. น้ำมันพืชชนิดต่างๆ. Source: HAZEN & STOEWSAND, 1980 - DUCLOS, 1980 . ถั่วอินคา (Plukenetia Volúbilis Linneo).

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'ถั่วอินคา ( Sacha I nchi )' - erich-hester


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide2
คุณสมบัติน้ำมันถั่วอินคาคุณสมบัติน้ำมันถั่วอินคา

souce: http://www.inkanatural.com/en/sachainchi/sacha_inchi_oil.html

slide3
น้ำมันพืชชนิดต่างๆ

Source: HAZEN & STOEWSAND, 1980 - DUCLOS, 1980 

plukenetia vol bilis linneo
ถั่วอินคา (Plukenetia Volúbilis Linneo)
  • ถั่วอินคา เป็นพืชท้องถิ่นแถบประเทศเปรู เขตลุ่มน้ำอเมซอน มาหลายพันปี
  • การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า น้ำมันถั่วอินคา เป็นน้ำมันที่ดีที่สุด
  • ด้วยคุณลักษณะที่มีปริมาณและคุณภาพทางโภชนาการสูง
  • มีความเหมาะสมต่อการบริโภคเพื่อสุขภาพ
slide5
ประโยชน์ของโอเมกา 3 ต่อสุขภาพ
  • ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกาย และระบบหมุนเวียนโลหิต
slide6
โอเมกา 3 ต่อหัวใจ
  • ป้องกันหัวใจเต้นผิดปกติป้องกัน และลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายและปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์
  • รักษาความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด, รักษาความคงที่ของจังหวะการเต้นของหัวใจและช่วยในการควบคุมความดันโลหิต.
slide7
คอเลสเตอรอล/เลือด/หลอดเลือดแดงคอเลสเตอรอล/เลือด/หลอดเลือดแดง
  • ป้องกันการแข็งตัวของเลือดโดยการคงสภาพไขมันอิ่มตัวให้เคลื่อนที่ในกระแสเลือดซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ช่วยเพิ่ม HDL แก่ร่างกาย (คอเลสเตอรอลที่ดี) และลดอันตรายจากไตรกลีเซอไรด์
  • ลดปริมาณเกล็ดเลือดและป้องกันการแข็งตัวของเลือดมากเกินไป
  • ยับยั้งความหนาของหลอดเลือดแดงโดยการลดการผลิตเซลล์บุผนังหลอดเลือด ของปัจจัยการเจริญเติบโตของเกล็ดเลือดที่ได้มาจาก ผนังด้านในของหลอดเลือดแดงที่ประกอบด้วยเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด
  • เพิ่มกิจกรรมของสารเคมีอื่นที่ได้มาจากเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด (endothelium ที่ได้มาจากไนตริกออกไซด์) ซึ่งเป็นสาเหตุของหลอดเลือดแดงที่จะผ่อนคลายและขยาย
  • ลดการผลิตสารเคมีที่เรียกว่าสารไซโตไคน์ซึ่งมีส่วนร่วมในการตอบสนองการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด.
  • ลดปริมาณของไขมันเช่นคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด
slide8
ด้านสมอง
  • บำรุงสมองและทั้งยังเพิ่มความสามารถในการทำงานของสมอง
  • ปรับปรุงระบบสมอง เช่น ความจำ
  • ปรับปรุงการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง.
  • ส่งเสริมสุขภาพจิตและความมั่นคงทางอารมณ์
slide9
ระบบย่อยอาหาร
  • เพิ่มกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย และ ลดอาการท้องผูก
slide10
ไต
  • ช่วยรักษาการทำงานของไตและของเหลวในไตให้เป็นปกติ
slide11
กระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันกระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
  • ช่วยลดการสูญเสีย มวลกระดูก ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ของกระดูกและช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก
slide12
ต้อหิน
  • ควบคุมความดันในดวงตาและความดันเลือดในดวงตา และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน.
slide13
การอักเสบ
  • ป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของปอดที่เกิดจากหมอกควันและยาสูบ
  • ช่วยลดอาการของโรคอักเสบต่างๆเช่น Crohnของโรคลำไส้อักเสบ, โรคข้ออักเสบรูมาติก, ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล, หอบหืด, โรคปอดบวมไวรัสและแบคทีเรียในหมู่คนอื่น ๆ
  • ช่วยการเสื่อมของเซลล์ปอด
  • ขัดขวางการก่อตัวของไขมันในตับและ จำกัดการผลิตสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ
slide14
การตั้งครรภ์ ทารก และเด็ก
  • ช่วยลดความเสี่ยงของอัตราความดันโลหิตสูงที่เชื่อมโยงกับการตั้งครรภ์
  • จำเป็นสำหรับการพัฒนาระบบประสาทของทารกในครรภ์
  • จำเป็นสำหรับการพัฒนาของเนื้อเยื่อประสาทของทารกในครรภ์ในช่วงสามเดือน
  • จะช่วยเพิ่มการพัฒนาจิตประสาทของทารกแรกเกิดและน้ำหนักไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์
  • ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเด็ก และการพัฒนาระบบประสาทและ ระบบการมองเห็น
  • ทำให้เกิดผลในเชิงบวกในการพัฒนาจิต อารมณ์
slide15
ผลด้านต่อต้านมะเร็ง
  • ลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในมนุษย์
  • ก่อให้เกิดการฟื้นตัวของระบบภูมิคุ้มกันในรูปแบบที่แตกต่างกันของโรคมะเร็ง.
  • ลดปริมาณและระยะเวลาของการรักษาด้วยเคมีบำบัด.
slide16
ข้อดีของน้ำมันถั่วอินคาเมื่อเทียบกับน้ำมันปลาข้อดีของน้ำมันถั่วอินคาเมื่อเทียบกับน้ำมันปลา
  • ย่อยง่ายกว่าน้ำมันปลา
  • รสชาติและกลิ่นดีกว่าน้ำมันปลา
  • ไม่ก่อให้เกิดกรด และความระคายเคือง
  • ไม่ก่อให้เกิดก๊าซในลำไส้เช่นน้ำมันปลา
  • มีสัดส่วนของกรดไขมันที่จำเป็น (84.41%)
  • มีสัดส่วนที่สูงของกรดไขมันไม่อิ่มตัว (93.69%) น้ำมันปลามีความยาวน้อยไม่อิ่มตัว (65%)
  • มีปริมาณไขมันอิ่มตัว (6.39%) ในขณะที่น้ำมันปลามีสูงปริมาณไขมันอิ่มตัว (40%)
slide17

ข้อดีของน้ำมันถั่วอินคาเมื่อเทียบกับน้ำมันปลา(ต่อ)ข้อดีของน้ำมันถั่วอินคาเมื่อเทียบกับน้ำมันปลา(ต่อ)

  • เหมาะสมกับกระบวนการเผาผลาญในร่างกายมนุษย์มากกว่าน้ำมันปลา
  • มีหน้าที่ทางสรีรวิทยามากขึ้นในร่างกายมนุษย์ กว่าน้ำมันปลา
  • น้ำมันถั่วอินคาได้มาจากกระบวนการสกัดเย็น แต่น้ำปลาสกัดด้วยอุณหภูมิสูง ตัวทำละลายและสารเคมี
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่สำคัญเช่นอัลฟาโทโคฟีรอ วิตามินอี, วิตามินซี คาโรทีนอยด์
  • ผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาสัมผัสกับการปนเปื้อนในน้ำทะเล: ก๊าซปรอท เบนโซไพรีน และสารปนเปื้อนอื่น ๆ
  • น้ำมันถั่วอินคาไม่มี คอเลสตอรอล
slide18
ข้อบ่งใช้
  • สามารถนำมากับสลัด ต้มพาสต้า สามารถใช้ผสมเครื่องปรุงอาหาร เช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก
  • รับประทาน วันละ 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน
  • สามารถเก็บได้ใน 1 ปี
slide22
กรดไขมันโอเมก้า 6 ความสำคัญที่ถูกมองข้าม
  • กรดไขมันโอเมก้า 6 ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทั้งที่จริงๆ แล้วกรดไขมันโอเมก้า 6 คือตัวถ่วงสมดุลของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายเราจะใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด
  • กรดไขมันโอเมก้า 6 คือ กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic acid : LA)และกรดไขมันอะราคิโดนิก(Arachidonic acid : ARA)
  • ร่างกายเราจะใช้ประโยชน์ของกลุ่มกรดโอเมก้า 3 กับโอเมก้า 6 คล้ายคลึงกัน คือ กรดไขมันโอเมก้า 3 จะสร้างไอโคซานอยด์ ทำให้เลือดไหล ยับยั้งการอักเสบ แต่กลุ่มของกรดไขมันโอเมก้า 6 จะทำให้ เลือดแข็งตัว ซึ่งจะทำงานตรงข้ามและถ่วงดุลกัน
  • กรดไขมันโอเมก้า 6 พบได้ในน้ำมันพืช ถั่วชนิดต่างๆ ในปลาเพียงเล็กน้อย รวมทั้งอาหารทั่วไป ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้วคนเราต้องกินทั้ง 2 กลุ่มกรดไขมันให้สมดุลกัน ซึ่งร่างกายเราต้องการกรดไขมันโอเมก้า 6 มากกว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 ประมาณ 3 : 1 จนถึง 5 : 1
  • ดังนั้น แท้จริงแล้วร่างกายมีความต้องการทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 การโฆษณาความสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า ๓ มากนั้น อาจทำให้ผู้บริโภคลืมความสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า 6 ด้วย
slide23
โอเมก้า3
  • โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีพันธะหลายตำแหน่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 มีอยู่ 3 ชนิดที่สำคัญคือ
  • 1. กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (Alpha linolenic acid : ALA)
  • 2. กรดไขมันอีพีเอ (Eicosapentaenic acid : EPA)
  • 3. กรดไขมันดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid : DHA) ซึ่งเป็นตัวที่ได้ยินค่อนข้างบ่อยในโฆษณา เพราะเป็นตัวหนึ่งที่ผู้ประกอบการนิยมเติมลงไปในผลิตภัณฑ์
  • กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก : ALAเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีพันธะคู่หลายตำแหน่ง โดยมีความสำคัญต่อร่างกายคือ เป็นกรดไขมันที่ร่างกายเราไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น
  • กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก : ALAเป็นกรดไขมันต้นตอที่ร่างกายนำไปสร้างเป็นกรดไขมันอีพีเอ : EPAและกรดไขมันดีเอชเอ : DHAได้ หากเรากินอาหารที่ไม่มีกรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก : ALAเลย เราอาจจะขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกรดไขมันโอเมก้า 3 มีอยู่ในอาหารหลายชนิดด้วยกัน

http://www.tigerdragon.in.th/?p=1336