เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อชีวิต - PowerPoint PPT Presentation

slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อชีวิต PowerPoint Presentation
Download Presentation
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อชีวิต

play fullscreen
1 / 44
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อชีวิต
97 Views
Download Presentation
emmanuel-garrett
Download Presentation

เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อชีวิต

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  1. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชีวิตเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชีวิต บทที่ 4 อินเทอร์เน็ต Internet อาจารย์สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ

  2. Outline • ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต • ประวัติอินเตอร์เน็ต • บริการของอินเตอร์เน็ต • ประโยชน์ที่เกิดจากการนำอินเตอร์เน็ตไปใช้งาน

  3. ความสำคัญของอินเทอร์เน็ตความสำคัญของอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันอินเทอร์เน็ต มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา พาณิชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้ ด้านการศึกษา ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ ด้านการบันเทิง

  4. ประวัติอินเตอร์เน็ต ปี ค..ศ. 2512 (1969) กองทัพสหรัฐกระทรวงกลาโหมอเมริกัน (DoD = Department of Defense) ได้ให้ทุนที่มีชื่อว่า DARPA (Defense Advanced Research Project Agency) ทำการทดลอง ระบบเครือข่ายที่มีชื่อว่า DARPA Network และต่อมาได้กลายสภาพเป็น ARPANet (Advanced Research Projects Agency Network) และต่อได้มาพัฒนาเป็น INTERNET ในที่สุด

  5. ประวัติอินเตอร์เน็ต • การเริ่มต้นของเครือข่ายนี้ เริ่มในเดือน ธันวาคม 2512 (1969) จำนวน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยยูทาห์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ซานตาบาบารา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ลอสแองเจลิส สถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

  6. ประวัติอินเตอร์เน็ต พ.ศ. 2525 ได้มีมาตรฐานใหม่ออกมา คือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol (TCP/IP) อันเป็นก้าวสำคัญของอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมาตรฐานนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ต่างชนิดกัน สามารถรับส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันได้ พ.ศ. 2529 มูลนิธิวิทยาลัยศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Science Foundation - NSF) ได้วางระบบเครือข่ายขึ้นมาอีกระบบหนึ่ง เรียกว่า NSFNetซึ่งประกอบด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ 5 เครื่องใน 5 รัฐ เชื่อมต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์

  7. ประวัติอินเตอร์เน็ต ในปี พ.ศ. 2530 เครือข่าย ARPANET ได้รวมกับ NSFNET และลดบทบาทตัวเองลงมา เปลี่ยนไปใช้บทบาทของ NSFNetแทน และเลิกระบบ ARPANET ในปี พ.ศ. 2534 ในปัจจุบัน Internet เป็นการเชื่อมต่อของระบบคอมพิวเตอร์นับล้าน ๆ เครื่อง และโยงกับระบบ Wide Area Network (WAN) ต่างๆ เช่น MILNET, NSFNET, CSNET, BITNET หรือแม้แต่ เครือข่ายทางธุรกิจ เช่น IBMNET, ภายใต้โปรโตคอล ที่มีชื่อว่า TCP/IP

  8. อินเตอร์เน็ต ระบบ Internet เป็นการนำเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ที่มีการต่อเสมือนกับ ใยแมงมุม หรือ World Wide Web หรือเรียกย่อๆ ว่า WWW (มีการบัญญัติศัพท์ว่า เครือข่ายใยพิภพ) สำหรับการเชื่อมต่อตามมาตรฐาน TCP/IP ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อกัน จะต้องมีหมายเลขประจำตัวไว้อ้างอิงให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทราบ ซึ่งจะมีชื่อเรียกว่า IP Address

  9. บริการของอินเตอร์เน็ตบริการของอินเตอร์เน็ต • อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่มีขนาใหญ่และเป็นที่ให้บริการ และเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการใช้เทคโนโลยร หากจำแนกประเภทของการให้บริการสามารถแบ่งออกได้ดังนี้ • ไปรษณีอิเล็กทรอนิคส์ (Email) • เวิลด์ไวด์เว็บ (world wide web หรือ www) • การขนถ่ายข้อมูล (File Transfer Protocol หรือ FTP) • การเข้าใช้ระบบจากระยะไกล (Telnet) • กลุ่มสนทนาและข่าวสาร

  10. ไปรษณีอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เป็นบริการที่มีผู้นิยมใช้มากในการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะอยู่คนละซีกโลกจดหมายก็จะสามารถส่งไปถึงและรวดเร็วง่ายดาย โปรแกรมที่ใช้ในการรับส่งจดหมายเหล่านี้ได้แก่ Edura, Pine, Netscape Mail, Microsoft Outlook

  11. ผู้ให้บริการฟรี Email • ฮอตเมล (Hotmail) บริการอีเมลจากไมโครซอฟท์ • ยาฮู!เมล (Yahoo! Mail) บริการอีเมลจากยาฮู! • จีเมล (Gmail) บริการอีเมลจากกูเกิล • ไทยเมล์ (Thaimail) บริการอีเมลโดยบริษัทเออาร์ไอพี • AOL Mail บริการอีเมลจาก AOL เป็นที่นิยมของคนอเมริกัน

  12. เวิลด์ไวด์เว็บ World Wide Web เป็นแหล่งที่เอกสาร ไฮเปอร์เท็กซ์(Hypertext) ขนาดใหญ่บนอินเตอร์เน็ต ข้อมูลเหล่านี้จะมีผู้สร้างขึ้นมา และเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ต่างๆ ทั่วโลก สามารถเข้าใช้โดยระบุ ยูอาร์แอล (Uniform Resource Locator:URL) ส่วนโปรแกรมที่ใช้สำหรับการเปิดอ่านหรือเข้าถึง Hypertext เราเรียกว่า โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ ตัวอย่างเช่น Chrome, IE, FireFoxเป็นต้น

  13. โปรแกรมเว็บเบราเซอร์

  14. การโอนถ่ายแฟ้มข้อมูล • เป็นบริการที่ใช้ในการโอนย้ายแฟ้ม หรือข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกคอมพิวเตอร์หนึ่งผ่านเครือข่าย Internet คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจะทำหน้าที่ เป็นศูนย์รวมของข้อมูลต่าง ๆ เช่น รูปภาพ ข้อความ บทความ คู่มือ และโปรแกรมต่าง ๆ ที่เปิดให้เข้าไปโอนย้ายมาได้ โปรแกรมที่จะช่วยในการโอนย้ายข้อมูล

  15. โปรแกรมสำหรับการโอนถ่ายแฟ้มข้อมูลโปรแกรมสำหรับการโอนถ่ายแฟ้มข้อมูล • โปรแกรมสำหรับการส่งข้อมูลหรือแฟ้ม ต่างๆ ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเราจำเป็นต้องมีโปรแกรมสำหรับโอนถ่ายแฟ้มข้อมูลโปรแกรมเหล่านี้ได้แก้ FireFTPClassicFTP Coda Ciberduck เราจะเรียกโปรแกรมเหล่านี้ว่า Clients FTP หรือโปรแกรมสำหรับเครื่องลูกข่าย แต่หากเป็นเครื่องแม่ข่ายที่เป็นเครื่องที่ให้บริการรับฝากไฟล์เราจะมีโปรแกรมที่เรียกว่า Server FTP

  16. การเข้าใช้ระบบจากระยะไกล (Telnet) • เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปขอใช้บริการระบบคอมพิวเตอร์อื่นเสมือนหนึ่งไปนั่งใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของที่นั่น • ตัวอย่างเช่น หากเครื่องคอมพิวเตอร์เราไม่สามารถประมวลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ๆ ได้ เราก็เพียงแต่ทำการ Telnet ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ Nectecที่มีซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ อยู่และส่งข้อมูลไปให้เครื่องที่ Nectecทำงานให้เรา เสมือนเราอยู่หน้าเครื่องสั่งงานที่หน้าเครื่องแต่ไม่จำเป็นต้องไปหน้าเครื่อง

  17. โปรแกรมสำหรับ Telnet • โปรแกรมที่ช่วยให้ใช้บริการนี้ได้เช่น Putty,Secure CRT และ NCSA Telnet

  18. กลุ่มสนทนาและข่าวสาร • เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าสู่ข่าวสารข้อมูลของกลุ่มสนทนาแลกเปลี่ยนปัญหาข้อสงสัยข่าวสารต่าง ๆ กลุ่มเหล่านี้จะมีสารพัดกลุ่มตามความสนใจ ปัจจุบัน การบริการนี้ได้ปรับเปลี่ยนกลายเป็นการตั้งกระทู้สนทนา การตั้งเวปบอร์ด หรือการตั้งกลุ่มใน Facebook

  19. กลุ่มสนทนาและข่าวสาร

  20. ประโยชน์ที่เกิดจากการนำอินเตอร์เน็ตไปใช้งานประโยชน์ที่เกิดจากการนำอินเตอร์เน็ตไปใช้งาน • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก และเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ทำให้สามารถค้นคว้าหาข้อมูลจากที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ จึงจะขอยกตัวอย่างการใช้งานอินเทอร์เน็ตในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  21. การค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์การค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ • ผู้ใช้สามารถค้นหาสิ่งที่สนใจได้เวิลด์ไวด์เว็บซึ่งเป็นบริการข้อมูลแบบมัลติมีเดียที่เก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่มีการเชื่อมโยงถึงกันได้ • เว็ปแต่ละแห่งจะจัดทำข้อมูลทั้งข้อความปกติ หรือแบบมัลติมีเดียที่ประกอบด้วยเสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว และใช้เทคโนโลยีไฮเปอร์เท็กซ์ • เมื่อมีการใช้บริการเวิลด์ไวด์เว็บในที่แห่งหนึ่งก็สามารถเชื่อมไปยังเวิลด์ไวด์เว็บแห่งอื่นได้เช่นกัน

  22. การค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์การค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์

  23. การโฆษณาประชาสัมพันธ์องค์การการโฆษณาประชาสัมพันธ์องค์การ • มีการจัดทำเว็บไซต์ (Web Site) บนอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการให้บริการข้อมูลและประชาสัมพันธ์องค์การและหน่วยงานให้แก่บุคคลภายนอกได้ทราบ เพื่อสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่องค์การ • ผู้ใช้บริการสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านี้เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า และบริการที่ผู้ใช้ต้องการจะซื้อ • สำหรับปัจจุบันมีการจัดทำโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Social Media เช่น โฆษณาผ่าน Facebook ผ่าน Google ผ่าน Youtube

  24. ตัวอย่างการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตตัวอย่างการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ต

  25. การอ่านข่าว (Read the News) และ นิตยสาร • ผู้ใช้สามารถอ่านข่าวต่าง ๆ จากทุกมุมโลกได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ให้บริการข่าวบนอินเทอร์เน็ตตลอดจนข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่าน Website • สำหรับนิตยสารในปัจจุบันมีบริษัทที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์จำนวนมากจัดทำนิตยสารออนไลน์ไว้ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการบนอินเทอร์เน็ตเช่น Time

  26. Website สำหรับการอ่านข่าวและนิตยสาร

  27. การซื้อสินค้าและบริการ (Shopping) • ผู้ใช้สามารถเลือกดูสินค้าพร้อมทั้งคุณสมบัติต่าง ๆ ของสินค้าผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ แล้วสั่งซื้อและจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้ • สินค้าที่มีจำหน่ายบนอินเทอร์เน็ตก็มีครบทุกประเภท • ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อได้ผ่านการโอนเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือ จ่ายด้วยระบบ Paypal • ซึ่งทำให้ผู้ขายไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านทำให้ต้นทุนในการผลิตต่ำผู้ซื้อจึงได้สินค้าที่มีราคาถูกลง

  28. ตัวอย่างเวปไซต์ที่มีการสังซื้อ Online และระบบจ่ายเงินผ่าน Paypal

  29. การสนทนาออนไลน์ (Chat) • ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการติดต่อสื่อสารแบบทันทีทันใด อินเทอร์เน็ตสามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับผู้ใช้บริการคนอื่น ๆ บนอินเทอร์เน็ตจากที่ต่าง ๆ ในโลกได้ • ผู้ใช้งานเพียงพิมพ์ข้อความไปยังผู้รับ ข้อความก็จะถูกส่งไปยังผู้รับทำให้สามารถสนทนาโต้ตอบกันผ่านโปรแกรม Chat ได้ • การพิมพ์ข้อความโต้ตอบกับเป็นเพียงการติดต่อสื่อผ่านแบบพื้นฐาน ในปัจจุบัน มีการพัฒนาการติดต่อสื่อสารกันแบบเห็นหน้าได้แล้ว

  30. โปรแกรมที่ใช้ในการสนทนาโปรแกรมที่ใช้ในการสนทนา Spypeสามารถสนทนากับปลายทางโดยเห็นหน้าผู้สนทนาได้ Line โปรแกรมที่สามารถพิมพ์ข้อความไปยังผู้รับปลายทางได้และสามารถสนทนาผ่านช่องสัญญาณเสียงได้

  31. ด้านอื่นๆ • การหางานทำบนบนอินเทอร์เน็ต • การวางแผนการเดินทาง การสำรองที่พัก จองตั๋วเครื่องบิน • การค้นหาที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ • การรายงานและพยากรณ์สภาพภูมิอากาศ • การแสดงแผนที่และเส้นทางการขับขี่รถยนต์ • การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และการซื้อขายหุ้นสำหรับนักลงทุน

  32. การเข้าถึงบริการบนอินเทอร์เน็ตการเข้าถึงบริการบนอินเทอร์เน็ต • ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับบริการบนอินเทอร์เน็ตได้ คล้ายกับการเชื่อมต่อเครื่องโทรศัพท์ที่บ้านเข้ากับระบบโทรศัพท์ • เมื่อเชื่อมต่อแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ก็จะสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ บนบริการบนอินเทอร์เน็ตได้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ • เมื่อเราทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่ Internet ผู้ใช้ควรจะรู้จักผู้ให้บริการ Internet เราจะเรียกว่า ISP

  33. ISP Internet Service Provider • ผู้ให้บริการ • ผู้ใช้จะใช้บริการ Internet ได้จำเป็นต้องร้องขอบริการ Internet จากผู้ให้บริการเสียก่อน • ผู้ให้บริการบริการบนอินเทอร์เน็ตเหล่านี้เชื่อมต่ออยู่กับระบบบริการบนอินเทอร์เน็ตและเปิดเส้นทางเชื่อมต่อให้กับบุคคลอื่นสามารถเข้าถึงบริการบนอินเทอร์เน็ตได้(หมายถึงผู้ใช้บริการ) • นอกจากนี้มีผู้ให้บริการบางรายให้บริการฟรี เช่น ระบบของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT online)

  34. เบราเซอร์ (browser) • เบราเซอร์ (browser) เป็นโปรแกรมที่เข้าไปใช้ทรัพยากรต่าง ๆ บนเว็บไซต์ได้ ทำให้สามารถเรียกดูข้อมูล ส่งข้อมูล แสดงข้อความและภาพ เบราเซอร์จะเชื่อมต่อไปยังแหล่งทรัพยากรต่าง ๆ ได้โดย มีการกำหนดที่อยู่ของทรัพยากรไว้ ซึ่งเรียกว่า ยูอาร์แอล (URL)

  35. URL • ยูอาร์แอล จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน • ส่วนแรกจะแสดงถึงโปรโตคอลที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับแหล่งที่อยู่ของทรัพยากร โปรโตคอลเป็นกฎสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ โปรโตคอล http:// • ส่วนที่สองคือ ชื่อโดเมน (domain name) หรือ โดเมนลำดับสูงสุด (top level domain) ซึ่งเป็นชื่อคอมพิวเตอร์ที่มีทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ ส่วนสุดท้ายของชื่อโดเมนเรียกว่า รหัสโดเมน (domain code) ซึ่งจะบอกประเภทขององค์กร เช่น .com หมายถึง เว็บไซต์ทางการค้า

  36. รหัสโดเมน โปรโตคอล http://www.mtv.com ชื่อโดเมน URL

  37. คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับบริการบนอินเทอร์เน็ตคำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับบริการบนอินเทอร์เน็ต • เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW) คือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทั่วโลก ตัวดับเบิ้ลยู 3 ตัวเรียงกันจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อของคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในบริการบนอินเทอร์เน็ต • เว็บไซต์ (Web Site) คือแหล่งที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารและสื่อประสมต่าง ๆ เช่นรูปภาพ เสียง ข้อความ ของแต่ละบริษัท หรือหน่วยงานโดยเรียกเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นว่าเว็บเพจและ เว็บเพจหน้าแรกของแต่ละเว็บไซต์ เรียกว่า โฮมเพจ (Home Page)

  38. คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับบริการบนอินเทอร์เน็ตคำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับบริการบนอินเทอร์เน็ต • ไอพีแอดเดรส (IP Address) คือหมายเลขประจำตัวของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่อยู่บนบริการบนอินเทอร์เน็ตซึ่งการติดต่อสื่อสารบนบริการบนอินเทอร์เน็ตจะอาศัยหมายเลขไอพีแอดเดรส นี้ในการระบุเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไอพีแอดเดรสประกอบด้วยตัวเลขทั้งหมด 4 ชุด แต่ละชุดมีค่าตั้งแต่ 0-255 และถูกคั่นด้วย “ . ” เช่น 203.107.49.1

  39. IP Address หรือ IP network number IP Address ประกอบด้วยเลขฐานสองจำนวน 4 ชุด ๆ ละ 8 บิต (รวม 32 บิต) สามารถแทนค่าได้ 256 4 หรือ 4,294,967,296 ค่า จาก 000.000.000.000 ถึง 255.255.255.255

  40. แนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น และจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น • การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตกับเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน (Internet Device) จนถึงขั้นสามารถควบคุมบ้านทั้งหลังได้ด้วยระบบอินเทอร์เน็ต • การประชุมทาง VoIP กันจนเป็นเรื่องปกติทั่วไป การเดินทางไปประชุมจะเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่า จนต้องประชุมผ่านเครือข่าย เนื่องจากปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงราคาถูกลงมากแล้ว และสามารถติดตั้งตามบ้านที่พักอาศัยทั่วไปได้ • มีอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ให้บริการทั่วไปตามร้านสะดวกซื้ออินเทอร์เน็ตจะมอบอำนาจสื่อให้แก่คนทั่วไป • จะมีการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถแลกเปลี่ยนไฟล์กันทางโปรแกรมสำหรับดาวน์โหลดไฟล์

  41. โรคติดอินเทอร์เน็ต • โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต • รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต • มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ • ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้

  42. โรคติดอินเทอร์เน็ต 4. รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้ 5. คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น 6. ใช้เป็นอินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา 7. หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง 8. มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย

  43. แบบฝึกหัด • จงอธิบายความหมายของอินเทอร์เน็ต และบอกข้อแตกต่างระหว่างเว็บเพจและเว็บไซต์ • บริการของอินเทอร์เน็ตมีอะไรบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ • จงบอกวิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์จำเป็นที่ต้องใช้ในการเชื่อมต่อตามบ้านพักอาศัย • จงบอกประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต อย่างน้อย 5 ข้อ