6 on line n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
บทที่ 6 การ ส่งเสริมการตลาด on-line PowerPoint Presentation
Download Presentation
บทที่ 6 การ ส่งเสริมการตลาด on-line

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 40
devaki

บทที่ 6 การ ส่งเสริมการตลาด on-line - PowerPoint PPT Presentation

122 Views
Download Presentation
บทที่ 6 การ ส่งเสริมการตลาด on-line
An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author. While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  1. บทที่ 6 การส่งเสริมการตลาด on-line อ เพียรทิพย์ ศรีสุธรรมวิชา การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

  2. การส่งเสริมการตลาดออฟไลน์การส่งเสริมการตลาดออฟไลน์ • การโฆษณา (Advertising) • การประชาสัมพันธ์ (Public Relation) • การส่งเสริมการขาย (Sale Promotion) • การตลาดทางตรง (Direct Marketing) • การขายผ่านพนักงาน (Personal Selling)

  3. การโฆษณา (Advertising) • การสื่อสารผ่านสื่อชนิดต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา และอื่นๆ ในการให้ข้อมูลข่าวสารของสินค้า/บริการ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า/บริการ • ใช้ในการสร้างภาพพจน์ของสินค้า/บริการ รวมทั้งองค์กร

  4. การประชาสัมพันธ์ (Public Relation) • เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อเผยแพร่ และกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารของสินค้า/บริการต่อสาธารณะ ซึ่งหมายรวมถึงผู้ถือหุ้น พนักงาน Supplier สื่อมวลชน สังคมท้องถิ่น และผู้บริโภค • เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความรู้จักกับ Brand รวมทั้งช่วยก่อให้เกิดทัศนะคติในทางบวกต่อ Brand

  5. การส่งเสริมการขาย (Sale Promotion) • เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระตุ้นการขาย ช่วยสร้างโอกาสให้สินค้า/บริการถูกตัดสินใจเลือกจากผู้บริโภคได้เร็วขึ้น • วิธีการที่นิยมนำมาใช้ในการส่งเสริมการขาย ได้แก่ ลด คูปองส่วนลด การลดราคาสินค้าจากราคาปกติ แลก การให้แลกของรางวัลตามคะแนนที่สะสมได้ แจก การแจกสินค้าตัวอย่าง/ทดลองใช้ การจับสลากชิงโชคเพื่อแจกของรางวัล แถม การพ่วงของแถมกับสินค้าปกติ

  6. การตลาดทางตรง (Direct Marketing) • เป็นการสื่อสารทางตรงไปยังผู้บริโภคในรูปแบบต่างๆ เช่น จดหมาย แคตตาล็อก โทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว แผ่นพับและหนังสือพิมพ์ • เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลตอบรับในรูปของการสั่งซื้อสินค้า/บริการ หรือ ทำให้ลูกค้าเข้ามายังร้านค้า

  7. การขายผ่านพนักงาน (Personal Selling) • เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยการให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การพบปะพูดคุยแบบเจอตัว การติดต่อสื่อสารกันโดยใช้เครื่องมือสื่อสารชนิดต่างๆ เช่น โทรศัพท์ หรือ โทรสาร • การปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน และลูกค้าเกิดขึ้นเพื่อให้บริการทางด้านข้อมูลของสินค้า/บริการ เช่น การตอบคำถาม การนำเสนอ การแนะนำ รวมทั้งการขจัดข้อโต้แย้งของลูกค้า การปิดการขาย และการให้บริการหลังการขาย

  8. การส่งเสริมการตลาด on-line การส่งเสริมการตลาด การส่งเสริมการตลาด on-line ทำไมจะต้องส่งเสริมการตลาดแบบ on-line ?

  9. ทำไมจะต้องส่งเสริมการตลาดแบบ on-line ? • ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการรับสื่อหรือข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายขึ้น เช่น ผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน จะใช้เวลาส่วนหนึ่งอยู่ในโลกของ Internet แทนที่จะดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุ • เพื่อตอบสนองกับพฤติกรรมการรับสื่อที่หลากหลายขึ้นของผู้บริโภค สินค้าและบริการหลายๆ ตัว จึงมุ่งที่จะใช้สื่อประเภท on-line เพื่อเจาะกลุ่มตลาดเป้าหมาย เช่น โฆษณาเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา โทรศัพท์มือถือ บริการทางการเงิน ธุรกิจบันเทิงต่างๆ เป็นต้น • คุณประโยชน์ และข้อดีของสื่อประเภท on-line ในด้านของการเข้าถึง (Global Reach) ไร้ข้อจำกัดในเรื่องเวลา-สถานที่ (Any Where Any Time) เป็นต้น

  10. การส่งเสริมการตลาด on-line • การส่งเสริมการตลาด on-line • การโฆษณา on-line(Online Advertising) • การประชาสัมพันธ์ on-line(Online Public Relation) • การส่งเสริมการขาย on-line(Online Sale Promotion) • การตลาดทางตรง on-line(Online Direct Marketing) • การขายผ่านพนักงาน on-line(Online Personal Selling)

  11. การโฆษณา การโฆษณา on-line ประโยชน์ หรือ ข้อดีของการโฆษณาแบบ on-line • ต้นทุนต่ำ • มีรูปแบบที่หลากหลาย • เข้าถึงผู้รับสื่อได้ทั่วโลก • การวัดผลสามารถทำได้ทันที

  12. ต้นทุนต่ำ • การโฆษณา on-line มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการใช้สื่ออื่นๆ อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์, โทรทัศน์, วิทยุ ที่มีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นหรือแสนบาท แต่การโฆษณา on-line นั้นใช้ค่าใช้จ่ายระดับพันบาทก็สามารถดำเนินการได้แล้ว • การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข สามารถทำได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายน้อย

  13. มีรูปแบบที่หลากหลาย • การโฆษณา on-line สามารถสร้างขึ้นมาในลักษณะของข้อความ (ตัวหนังสือ), ภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งสื่อผสม (Multimedia) อื่นๆ เช่น เสียง, Video เป็นต้น

  14. เข้าถึงผู้รับสื่อได้ทั่วโลกเข้าถึงผู้รับสื่อได้ทั่วโลก • เนื่องจากเป็นการโฆษณาที่อยู่บนเครือข่าย Internet หรือใช้สื่อประเภท on-line จึงสะดวกต่อการสื่อสารกับผู้บริโภคทั่วโลกที่อยู่บนเครือข่าย Internet • ผู้บริโภคสามารถรับสื่อจากการโฆษณา on-line ได้มากเท่าที่ต้องการ เพราะการโฆษณา on-line สามารถทำได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งต่างจากการโฆษณาผ่านโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีระยะเวลาของการโฆษณาในแต่ละครั้งที่จำกัด

  15. การวัดผลสามารถทำได้ทันทีการวัดผลสามารถทำได้ทันที • สามารถวัดผลการโฆษณาได้ทันที โดยใช้โปรแกรมที่นับอัตราการ Click (Click-Through Rate) และจำนวน Web page ที่เข้าชม (Page View) ซึ่งต่างจากสื่อประเภทอื่นๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ที่วัดจำนวนผู้รับสื่อได้ยาก

  16. รูปแบบของการโฆษณาแบบ on-line • แบนเนอร์ (Banner Ads) • การเป็นผู้สนับสนุนเว็บไซต์ (Site Sponsorships) • ประกาศโฆษณา (Classified Ads) • การตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา (Search Engine Marketing : SEM) • การตลาดแบบเชื่อมโยง (Affiliate Marketing)

  17. Banner Ads เป็นป้ายโฆษณา on-line ที่อยู่บน Web site อาจมีลักษณะเป็นภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหว หรือ Clip video โดยเนื้อหาจะเป็นข้อความเชิญชวน และรูปภาพที่น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นให้ผู้พบเห็น Click ที่ตัว Banner เพื่อ Link ไปยัง Web site ของเจ้าของ Banner ที่ลงโฆษณาเช่น • การแลกเปลี่ยนแบนเนอร์ (ไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นการตกลงกันระหว่าง 2 ฝ่าย) • การลงแบรนเนอร์ในเว็บไซต์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา โดยการจ่ายค่าโฆษณา

  18. Site Sponsorships เป็นลักษณะที่ทาง Web site เปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้ามาเป็นผู้สนับสนุน Web site ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้การเป็นผู้สนับสนุนนั้นมุ่งหวังเพื่อสร้างภาพพจน์ (Brand image) และชื่อเสียงมากกว่าที่จะเน้นในเรื่องของยอดขาย เช่น www.sanook.comมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้ตอบคำถามเพื่อชิงรางวัล โดยมีผู้สนับสนุนมอบสินค้าและบริการต่างๆ เป็นของรางวัล เป็นต้น

  19. Classified Ads มีลักษณะเหมือนการประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ โดยเปลี่ยนรูปแบบเป็นการประกาศโฆษณาผ่าน Web site คือมีเนื้อที่ให้เขียนโฆษณา ซึ่งเนื้อหาที่โฆษณานั้นเป็นได้ทั้งข้อความ, รูปภาพ รวมทั้งสื่อผสม (Multimedia) อื่นๆ เช่น เสียง, Video เป็นต้น โดยทั่วไปการประกาศโฆษณานี้จะถูกแบ่งตามหมวดหมู่สินค้า และบริการต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์, งาน, รถยนต์ เป็นต้น ซึ่งการประกาศนั้นสามารถทำได้ทั้งประกาศซื้อ และประกาศขาย

  20. Search Engine Marketing มีลักษณะคล้าย Classified Ads คือ เป็นการประกาศข้อความโฆษณาพร้อมกับมี Link ไปยังผู้ลงโฆษณาด้วย ซึ่งประกาศโฆษณาดังกล่าวนั้น จะแฝงอยู่ในผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่องมือค้นหา (Search Engine) และปรากฏขึ้นพร้อมๆ กับผลลัพธ์ดังกล่าว โดยเนื้อหาของประกาศโฆษณาที่ปรากฏขึ้นนั้นจะเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับคำค้นหา (Key word) ที่ผู้ใช้เลือก

  21. Search Engine Marketing • นาย A สนใจหาข้อมูลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จึงเปิด www.google.com เพื่อทำการค้นหา โดยอาจพิมพ์คำค้นหา “อาหารเสริม” ในช่องค้นหา • ผลลัพธ์ที่ได้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Sponsored Linksและ ผลลัพธ์ตามปกติที่ได้จากการค้นหา • ปัจจัยที่ทำให้ SEM ทรงประสิทธิภาพ คือ ผลลัพธ์ทั้ง 2 ส่วนเป็นการโฆษณา Web site ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหา ซึ่งทำให้โอกาสที่นาย A จะ Click เข้าไปใน Web site ที่ปรากฏนั้นมีสูงมาก และนาย A จะไม่รู้สึกขึ้นรำคาญกับข้อความโฆษณา Web site ที่ปรากฏขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ตนเองสนใจอยู่แล้ว

  22. Search Engine Marketing ทำได้ 2 วิธี 1) การทำให้เว็บไซต์ของเราอยู่อันดับต้น ๆ ของผลลัพธ์จากเครื่องมือค้นหา (Search Engine Optimization : SEO) เช่น • การใช้คำสำคัญในส่วนของหน้าต่างเว็บไซต์ (Page Title) • การใส่คำสำคัญในแต่ละหน้าของเว็บไซต์ 2) การลงโฆษณากับเครื่องมือค้นหา (Paid Search Engine) หรือ Keyword Advertising หรือ กูเกิ้ล แอดเวิร์ด • เมื่อมีการค้นหาจะปรากฏเว็บไซต์ที่ลงโฆษณาอยู่ในส่วนของ Sponsored Links อยู่ในฝั่งขวา • การแสดงโฆษณาจะสอดคล้องกับคำสำคัญที่ค้นอยู่ในรูปของข้อความ 4 บันทัด • จ่ายค่าโฆษณาตามจำนวนของการคลิก (Pay Per Click : PPC) • มีการประมูลคำสำคัญออนไลน์ตลอด 24 ชม ผู้ให้ราคาสูงกว่าจะได้คำที่ต้องการ

  23. การตลาดแบบเชื่อมโยง (Affiliate Marketing) • เช่น เว็บไซต์ A ต้องการเพิ่มยอดขาย  สร้างโปรแกรมเชื่อมโยง • เว็บไซต์ B ที่สนใจได้นำไปไว้หน้าเว็บไซต์ของตนเองโปรแกรมตัวนี้จะสร้างลิงค์ที่สามารถเชื่อมโยงจากเว็บไซต์ B ไปยังเว็บไซต์ A • ถ้าลูกค้าเข้ามาดูในเว็บไซต์ B แล้วคลิกที่ลิงค์เข้าสู่เว็บของ A และซื้อสินค้าจากเว็บ A เว็บ B ที่เป็นทางผ่านให้จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายที่เกิดขึ้น

  24. การวัดประสิทธิภาพของการโฆษณา on-line การโฆษณา on-line นั้นสามารถวัดประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว และมีตัววัดมากกว่าสื่ออื่นๆ เราสามารถวัดผลการรับสื่อจากโฆษณา on-line ได้จาก • Transaction log file • บริการตรวจสอบสถิติ web site • คุกกี้ (Cookies) ซึ่งจะทำให้ทราบว่าผู้ชมใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่บน Web site ลำดับของการเยี่ยมชม Web site จำนวนผู้เข้าชม Web site เป็นต้น

  25. ตัวชี้วัดประสิทธิภาพของการโฆษณา on-line** จากการศึกษาของบริษัท PrincewaterhouseCoopers • Ad Impression การวัดจำนวนครั้งที่การโฆษณาถูกแสดง • Visit (Page View) การนับจากจำนวนหน้าเว็บไซต์ที่ผู้เข้าชมได้ทำการเข้าชม จากการเข้าเว็บไซต์ 1 ครั้ง • Click-Through การวัดจำนวนครั้งที่โฆษณาถูก Click • Page Impression (Hit Counts) การวัดจำนวนครั้งที่ Page แต่ละ Page ถูกแสดง • Unique Visitors แสดงจำนวนผู้เข้าชม Web site โดยพิจารณาจาก IP Address

  26. การคำนวณค่าโฆษณาออนไลน์การคำนวณค่าโฆษณาออนไลน์ • Cost Per Impression (CPI)คิดราคาต่อการแสดงผลโฆษณา โดยทั่วไปนิยมแสดงราคาต่อ 1,000 ครั้ง (CPM) เช่น ราคา 290 CPM หมายถึงค่าโฆษณาเป็น 290 บาท ต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้งเป็นต้น • Cost Per Click (CPC)คิดราคาต่อจำนวนครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา • Fixed Fee (คิดเหมาเป็นรายเดือน) ในกรณีที่คิดเหมา ชิ้นโฆษณาควรยึดติดคงที่ หรือถ้าเป็นโฆษณาเวียน หลายชิ้นงานลงในตำแหน่งเดียวกัน สุ่มแสดงผล (Rotated Banner) ต้องระบุว่าเวียนกี่ชิ้นงาน แต่ไม่เกิน 10 ชิ้นงาน • Cost Per Lead หรือ Commissionคิดราคาเมื่อผู้ชมเว็บไซต์ ซื้อสินค้า หรืออย่างน้อยแสดงความต้องการจะซื้อสินค้า

  27. การประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์ on-line ประโยชน์ หรือ ข้อดีของการประชาสัมพันธ์แบบ on-line • มีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับการจัดทำแผ่นพับหรือจดหมายข่าวเพื่อแจกลูกค้า และสื่อมวลชนต่างๆ • ข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า/บริการ สามารถปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ • เข้าถึงผู้รับสื่อรายใหม่ๆ ได้จากประโยชน์ของการใช้เครื่องมือค้นหาของผู้ใช้งานทั่วไป

  28. รูปแบบของการประชาสัมพันธ์แบบ on-line • Web site • การจัดงานในเทศกาลพิเศษหรือโอกาสต่างๆ on-line (Online Events) • การประชาสัมพันธ์ผ่านชุมชน on-line (Online Community)

  29. Web site เป็นสื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานธุรกิจ คือ ทำหน้าที่คล้ายแผ่นพับโฆษณา (Brochure) ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/บริการ และตัวธุรกิจ โดย Web site นั้นอาจทำหน้าที่เพียงการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว หรือมีส่วนของการซื้อขายสินค้า/บริการอยู่ด้วย

  30. Online Events เป็นการจัดงานในโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจของผู้เข้า Web site และสร้างจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชมให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้น ลักษณะของกิจกรรมที่จัดขึ้นอาจเป็นการสัมมนาหรือการวิเคราะห์เรื่องที่สนใจร่วมกัน on-line หรือบาง Web site จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีโอกาสได้สนทนาผ่านโปรแกรมแชทกับดารา นักร้อง หรือ ดีเจ เป็นต้น ตัวอย่างการจัดกิจกรรม on-line ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี คือ การจัดงานสงกรานต์ on-line ของ www.sanook.comซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดการเล่นน้ำสงกรานต์จากสถานที่ต่างๆ และมีกิจกรรมการประกวดภาพถ่ายในวันสงกรานต์เพื่อชิงรางวัลต่างๆ เป็นต้น

  31. Online Community เป็นการใช้ประโยชน์จากชุมชน/สังคม on-line ของ Web site ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของ Web board, Chat room หรือ Social Network ต่างๆ โดยสังคม on-line เหล่านี้จะมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งร่วมกัน ดังนั้นจึงสามารถนำข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ สื่อไปยังชุมชนเหล่านี้เพื่อการประชาสัมพันธ์ได้อีกทางเลือกหนึ่ง

  32. การส่งเสริมการขาย การส่งเสริมการขาย on-line • คูปอง on-line (Online Coupons) • การแจกของตัวอย่าง (Sampling) • การจัดทำเกมส์ on-line (Online Game)

  33. คูปอง on-line (Online Coupons) เป็นลักษณะของการให้ส่วนลดผ่านทางคูปอง on-line เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า/บริการของลูกค้า เช่น www.loadcoupon.comถือเป็น Web site ไทยที่ให้บริการคูปอง on-line เป็นศูนย์รวมคูปองของร้านค้าทั้ง on-line และ off-line โดยสามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชม.ผ่านเครือข่าย Internet มีคูปองแบ่งเป็นหมวดหมู่มากมาย เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร อุปกรณ์กีฬา รถยนต์ หนังสือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของคูปอง on-line ที่ส่งผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และ e-mail อีกด้วย

  34. การแจกของตัวอย่าง (Sampling) เป็นการแจกสินค้าประเภท Digital เช่นโปรแกรมต่างๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถ Download ไปใช้ได้ฟรี โดยอาจมีเงื่อนไขเป็นระยะเวลาในการใช้งาน หรือ จำกัด Function/ความสามารถในการใช้งาน (Share ware) กับอีกประเภทหนึ่งเป็นการให้ Download ไปใช้ได้ฟรีโดยไม่มีเงื่อนไข (Free ware) นอกจากนี้สำหรับบริษัทเพลงทั้งหลาย ได้ใช้กลยุทธ์ให้ฟังเพลงในบางส่วนหรือทั้งหมดแบบ on-line เพื่อให้ลูกค้าทดลองฟังก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ซึ่งการซื้อขายนั้นลูกค้าสามารถทำได้ผ่านการ Download โดยอาจชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือก็ได้

  35. การจัดทำเกมส์ on-line (Online Game) เป็นเครื่องมือที่ทำให้ลูกค้าอยู่กับ Web site นานขึ้น และทำให้ลูกค้ากลับมาที่ Web site สม่ำเสมอ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสของการเสนอขายสินค้า/บริการมากขึ้นหรือสามารถคิดค่าลงโฆษณาได้เพิ่มขึ้นด้วย

  36. การตลาดทางตรง การตลาดทางตรง on-line • การตลาดผ่าน e-mail (E-mail marketing) • การตลาดแบบบอกต่อ • การตลาดผ่าน SMS

  37. E-mail marketing E-mail ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมาก ปัจจัยหลักมาจากความรวดเร็วในการส่ง และต้นทุนที่ต่ำมาก รวมถึงความสามารถในการส่งข้อมูลข่าวสารที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล ด้วยเหตุผลดังกล่าว e-mail จึงถูกนำมาใช้ในทางการตลาดอย่างแพร่หลาย ด้วยการที่ธุรกิจจะทำการจัดส่ง e-mail ไปยังลูกค้าหรือผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าเพื่อแจ้งถึงข้อมูลสินค้า/บริการรวมถึงข้อมูลการส่งเสริมการขายในรูปแบบอื่นๆ “วิธีการที่จะทำให้การตลาดผ่านอีเมล์ประสบความสำเร็จ คือ การส่งอีเมล์โดยมีการขออนุญาต หรือ การตลาดแบบได้รับอนุญาต (Permission Marketing)”

  38. การตลาดแบบบอกต่อ เป็นการตลาดแบบปากต่อปากแบบ on-line หมายถึง กระบวนการต่างๆ ที่จูงใจให้ลูกค้าของเราส่งข้อมูลข่าวสารทาง Web site ของเราไปยังเพื่อน ครอบครัว และคนอื่นๆ ตัวอย่างของ www.hotmail.comถือเป็นตัวอย่างของการใช้การตลาดแบบบอกต่อที่เห็นได้ชัดเจน กล่าวคือทุกๆ e-mail ที่ผู้ใช้บริการ Hotmail ส่งนั้นจะมีเนื้อความโฆษณาที่เกี่ยวกับธุรกิจ สินค้า/บริการ เมื่อ Click ที่เนื้อความดังกล่าว ผู้รับ e-mail จะถูกนำไปสู่บริการที่ Hotmail จัดเตรียมไว้ทันที ซึ่งวิธีนี้คือการที่ลูกค้าบอกต่อๆ กันนั่นเองแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจบอกก็ตาม

  39. การตลาดผ่าน SMS เป็นการโฆษณาแจ้งข้อมูลข่าวสารของสินค้า/บริการผ่านโทรศัพท์มือถือในรูปแบบของข้อความสั้นๆ (Short Message Service) เน้นใจความสำคัญเป็นหลักไม่เยิ่นเย้อ การตลาดผ่าน SMS นั้นสามารถทำได้รวดเร็วผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์ต่างๆ และมีลักษณะเชิงรุกมากกว่าผ่านทาง e-mail เนื่องจากสามารถส่งไปยังผู้รับได้ไม่ว่าผู้รับจะอยู่ที่ใดก็ตาม ผู้รับสามารถรับข้อความได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิด Computer เข้า Internet เหมือน e-mail

  40. การขายผ่านพนักงาน การขายผ่านพนักงาน on-line เป็นการขายผ่านพนักงานโดยใช้สื่อผ่านทาง Internet ในรูปแบบต่างๆ เช่น e-mail การส่งข้อความด่วน (Instant Messaging) หรือผ่าน Chat room ซึ่งทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการขายผ่านพนักงานในรูปแบบปกติทั่วๆ ไป ที่เน้นการพบปะลูกค้า หรือ ใช้โทรศัพท์/โทรสาร ปัจจุบันหลายบริษัทได้นำรูปแบบการขายผ่านพนักงานแบบ on-line มาใช้จนเป็นเรื่องปกติ เช่น www.officemate.co.thได้จัดให้มีบริการตอบข้อซักถามและรับฟังปัญหาผ่าน MSN Messenger ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการให้บริการ เป็นต้น