slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
เศรษฐศาสตร์ การเงินและการลงทุน PowerPoint Presentation
Download Presentation
เศรษฐศาสตร์ การเงินและการลงทุน

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 60

เศรษฐศาสตร์ การเงินและการลงทุน - PowerPoint PPT Presentation


  • 240 Views
  • Uploaded on

เศรษฐศาสตร์ การเงินและการลงทุน. 2100311 แก่นวิศวกรรม ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์. สารบัญเนื้อหา (2). ต้นทุนของการผลิต บริษัทในตลาดที่มีการแข่งขัน การวัดรายได้ของชาติ การวัดค่าครองชีพ การเงิน และการลงทุน. ต้นทุนการผลิต. ความแตกต่างระหว่างต้นทุนเชิงเศรษฐศาสตร์และต้นทุนเชิงบัญชี.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'เศรษฐศาสตร์ การเงินและการลงทุน' - colby


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

เศรษฐศาสตร์ การเงินและการลงทุน

2100311 แก่นวิศวกรรม

ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์

slide2
สารบัญเนื้อหา (2)
  • ต้นทุนของการผลิต
  • บริษัทในตลาดที่มีการแข่งขัน
  • การวัดรายได้ของชาติ
  • การวัดค่าครองชีพ
  • การเงิน และการลงทุน
slide3

ต้นทุนการผลิต

ความแตกต่างระหว่างต้นทุนเชิงเศรษฐศาสตร์และต้นทุนเชิงบัญชี

slide4
รายได้รวม ต้นทุนรวม และผลกำไร
  • รายได้รวม คือ ยอดเงินที่กิจการได้รับจากการขายผลผลิต
  • ต้นทุนรวม คือ มูลค่าตลาดของปัจจัยป้อนเข้าที่ใช้ในการผลิต
  • ผลกำไร คือ ส่วนต่างระหว่างรายได้รวมและต้นทุนรวม
  • ต้นทุนเชิงเศรษฐศาสตร์ จะพิจารณาต้นทุนค่าเสียโอกาส โดยมีต้นทุนปรากฏ และต้นทุนแฝง
slide5

รายได้รวมเชิงเศรษฐศาสตร์ = ผลกำไรเชิงเศรษฐศาสตร์ + ต้นทุนค่าเสียโอกาส

ต้นทุนค่าเสียโอกาส = ต้นทุนแฝง + ต้นทุนปรากฏ

slide6
เกิดอะไรขึ้นในตลาดปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นในตลาดปัจจุบัน
  • กางเกงยีนส์ตัวละ 390 บาท  340  330  270 บาท
  • เบนโตะราคา 500 เยน  300 เยน
  • เน็ตบุ๊ค 50,000 เยน  โน้ตบุ๊ค 50,000-70,000 เยน
  • Honda Hybrid (Insight) 2,500,000 เยน  Toyota Prius < 2,000,000 เยน
slide7

ลูกค้าให้ลดราคา 20%

ลดต้นทุนลงไป 50% ...... ได้กำไรเพิ่มขึ้น 30% ดีกว่าไหม?

slide8
สามสมการในการบริหารธุรกิจสามสมการในการบริหารธุรกิจ
  • ราคาขาย (รายได้) = ต้นทุน + กำไร
  • กำไร = ราคาขาย (รายได้) – ต้นทุน
  • ต้นทุน = ราคาขาย (รายได้) – กำไร
  • สมการไหนถูกต้องที่สุด?????
slide9

ต้องการกำไรเพิ่มขึ้นทำอย่างไร?ต้องการกำไรเพิ่มขึ้นทำอย่างไร?

เพิ่มรายได้.......หรือลดต้นทุน?

การเพิ่มรายได้ 4 วิธี และการลดต้นทุน 4 วิธี

slide10
การเพิ่มรายได้และการลดต้นทุนการเพิ่มรายได้และการลดต้นทุน
  • การเพิ่มรายได้
  • ขึ้นราคา
  • ลดราคา
  • เพิ่มส่วนแบ่งตลาด
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
  • การลดต้นทุน
  • เพิ่มผลิตภาพ
  • เพิ่มคุณภาพ
  • ลดความสูญเปล่า
  • ลดสต๊อกหรือวัสดุคงคลัง
slide11

การเพิ่มรายได้หรือการลดต้นทุนทำง่ายกว่ากัน?การเพิ่มรายได้หรือการลดต้นทุนทำง่ายกว่ากัน?

ลดต้นทุนเท่าไหร่จึงจะพอ (ใจ) ????

slide12
การลดต้นทุน
  • ราคาขาย – ต้นทุน = กำไร
  • 100 80 20
  • 100 40 60
  • 100 20 80
  • 100 10 90
  • 100 5 95
  • 100 1 99
  • 100 0 ????
slide13
บทเรียนจากการลดต้นทุนบทเรียนจากการลดต้นทุน
  • ธุรกิจไม่ใช่ “มูลนิธิ” การทำธุรกิจต้อง “โลภ” ..... ทำสินค้าและ/หรือบริการที่ดีที่สุด ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ขายในราคาแพงที่สุด”
  • คำว่า “เป็นไปไม่ได้” ไม่มีในการทำธุรกิจ
  • กำไรสูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อต้นทุนเป็น 0
  • ต้นทุนทุกบาททุกสตางค์ที่ลดลงจะกลายเป็นกำไร เพราะฉะนั้น “ต้นทุน” คือ “กำไร” ที่สูญเสียไป
slide14
กิจกรรมหลักในการลดต้นทุนกิจกรรมหลักในการลดต้นทุน
  • การเพิ่มผลิตภาพ
  • การเพิ่มคุณภาพ
  • การลดความสูญเปล่า
  • การลดวัสดุคงคลัง
slide15
การเพิ่มผลิตภาพ

กระบวนการ

ปัจจัยป้อนเข้า

ผลลัพธ์

  • ประสิทธิภาพ = ผลลัพธ์/ปัจจัยป้อนเข้า
  • ประสิทธิผล = เป้าหมาย/ผลลัพธ์
  • ผลิตภาพ = เป้าหมาย/ปัจจัยป้อนเข้า
  • ผลิตภาพเชิงปัจจัยรวม = ผลลัพธ์/ปัจจัยป้อนเข้ารวม
slide16

ผลิตภาพที่แท้จริง = ผลลัพธ์ที่ต้องการ/ปัจจัยป้อนเข้าที่น้อยที่สุด

ดังนั้น การเพิ่มผลิตภาพมี 1 วิธี คือ การลดปัจจัยป้อนเข้า

slide17
การเพิ่มคุณภาพ
  • คุณภาพคืออะไร?
  • ตรงตามข้อกำหนด.......
  • ตรงตามมาตรฐาน.......
  • ตรงตามความต้องการ.......
  • บทเรียนจาก โคโนสึเกะ มัตสึชิตะ
  • ใคร คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสร้างคุณภาพ
  • ใคร คือผู้รับผิดชอบสูงสุดในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
  • อัตราของเสีย = จำนวนของเสีย / จำนวนชิ้นงานที่ผลิตทั้งหมด
slide18
โคโนสึเกะ มัตสึชิตะ
  • เหตุผลในการคงอยู่ของบริษัท องค์กร หน่วยงาน และบุคคล คือ ความสามารถในการสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
slide19
การลดความสูญเปล่า
  • ความสูญเปล่า VS คุณค่า ??
  • ความสูญเปล่า 7 ประการ ผลิตมากเกินไป การเคลื่อนไหว การตรวจสอบ การขนส่ง ของเสีย สต๊อก ความล่าช้า
  • อัตราเวลาในการสร้างคุณค่า = เวลาสร้างคุณค่า/เวลาทำงานทั้งหมด
slide20
การลดสต๊อกหรือวัสดุคงคลังการลดสต๊อกหรือวัสดุคงคลัง
  • วัสดุคงคลังหรือสต๊อก แบ่งได้เป็นสองกลุ่ม สามประเภท
  • กลุ่มตามหลักการบัญชีบริหาร วัสดุคงคลังหมุนเวียน วัสดุคงคลังสำรอง วัสดุคงคลังตาย
  • กลุ่มตามหลักการทางกายภาพ วัตถุดิบ งานระหว่างทำ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • ลดระดับวัสดุคงคลังหมุนเวียน หลีกเลี่ยงวัสดุคงคลังสำรอง ขจัดวัสดุคงคลังตาย
  • หากจำเป็น ให้เก็บเฉพาะวัตถุดิบเท่านั้น
slide21

หลักการลดต้นทุน

บทบาทของ “จุดคุ้มทุน”

slide22
ประเภทของต้นทุน
  • ต้นทุนคงที่ Fixed Cost (FC) : เงินเดือน ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ย
  • ต้นทุนแปรผัน Variable cost (VC) : วัสดุ ค่าแรง พลังงาน ค่าบำรุงรักษา
  • ต้นทุนรวม Total Cost (TC) = Fixed Cost (FC) + Variable Cost (VC)
  • ปริมาณที่จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่ / (ราคาขาย – ต้นทุนแปรผัน)
slide23
กราฟจุดคุ้มทุน

Sale

TC1

Money Value

VC1

+

VC2

TC2

TC3

-

FC1

FC2

BEPV

BEP

Total Amount

BEPF

slide24
ธุรกิจในอุดมคติ คือ ธุรกิจที่ไม่มีต้นทุนคงที่

Sale

Money Value

VC=TC

+

Total Amount

slide25
ประโยชน์ของจุดคุ้มทุนประโยชน์ของจุดคุ้มทุน
  • ใช้ในการตัดสินใจปริมาณการผลิต
  • ใช้ในการตัดสินใจเลือกทำโครงการ
  • ใช้ในการตัดสินใจเลือกเครื่องจักรอุปกรณ์ เปลี่ยนเครื่องจักรใหม่
  • ใช้ในการตัดสินใจซื้อหรือผลิตเอง
  • ใช้ตัดสินใจกำหนดราคา
  • ใช้ตัดสินใจเรื่องเพิ่มผลผลิต
slide26
ดัชนีวัดความอยู่รอด
  • อัตราการหมุนเวียนวัสดุคงคลัง Inventory Turnover
  • อัตราของเสีย Defective Ratio
  • อัตราการลดจุดคุ้มทุน BEP Reduction Rate
  • เวลาในการเตรียมงานตั้งเครื่อง Set-up time
  • อัตราเวลาในการสร้างคุณค่า Value-added time ratio
  • ประสิทธิภาพเชิงรวมของเครื่องจักรอุปกรณ์ Overall Equipment Efficiency
inventory turnover average sale average inventory

Inventory Turnover = Average Sale/Average Inventoryอัตราการหมุนเวียนวัสดุคงคลัง = ยอดขายต่อปี/วัสดุคงคลังเฉลี่ย

…minus inventory turnover… myth or reality….

defective ratio total defect mistake total production service

Defective Ratio = Total Defect (mistake)/Total Production(service)อัตราของเสีย = ของเสียทั้งหมด/ปริมาณการผลิตทั้งหมด

….zero defect and ISO 9000 ….

break even point fixed cost price per unit variable cost

Break-even Point = Fixed Cost/(Price per unit-Variable Cost)จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่ / (ราคาต่อหน่วย – ต้นทุนแปรผัน)

….zero break-even point … eternity company

set up time is the key to small lot big variety production lean manufacturing or tps

Set-up time = Period between the output of final unit to the output of the first different unit เวลาเตรียมงานตั้งเครื่อง = ระยะเวลาระหว่างที่ได้งานชิ้นสุดท้ายของสินค้าชนิดหนึ่งถึงเวลาที่ได้งานชิ้นแรกของสินค้าชนิดถัดไป

….set-up time is the key to small lot big variety production…lean manufacturing or TPS…

waste or value who care

Value-added time ratio = time for actual production (service)/total working timeอัตราเวลาเพิ่มคุณค่า = เวลาที่ใช้ในการผลิตจริง / เวลาทำงานทั้งหมด

…….waste or value….who care??

good maintenance zero breakdown

Overall Equipment Efficiency = up-time ratio x speed ratio x quality ratioประสิทธิภาพเชิงรวมของอุปกรณ์ = อัตราการเดินเครื่องใช้งาน X อัตราความเร็วเครื่อง X อัตราของดีที่ผลิตได้

….good maintenance….zero breakdown…!!

world class values
World Class Values
  • Inventory Turnover ……….. 80-120
  • Defective Ratio … 2 ppm, ppb, 0
  • Break-even Point Reduction 10%/year
  • Set-up time …… SM, SS
  • Value-added time ratio …. 50-60%
  • Overall Equipment efficiency … 80%+
slide34
ปรัชญาการจัดการของบริษัทที่คงอยู่ต่อเนื่องปรัชญาการจัดการของบริษัทที่คงอยู่ต่อเนื่อง
  • พันธกิจ : สร้างสรรค์ความสุขและความพึงพอใจให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 5 กลุ่ม
  • พนักงานและครอบครัว
  • พนักงานของผู้รับช่วงผลิต
  • ลูกค้าและผู้ใช้
  • สังคม
  • ผู้ถือหุ้น

From Kochi Sakamoto : Nihon de ichiban taisetsu ni shitai kaisha

slide35

การวัดรายได้ของชาติ

GDP = Gross Domestic Product = มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์และบริการที่ผลิตขึ้นในประเทศหนึ่ง ๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

gdp y c i g nx

GDP (Y) = C + I + G + NX

C = การบริโภค I = การลงทุน G = รายจ่ายภาครัฐ NX = การส่งออกสุทธิ

slide37
“ % ของเศรษฐกิจใต้ดินต่อ GDP”
  • Bolivia 68
  • Zimbabwe 63
  • Peru 61
  • Thailand 54
  • Mexico 33
  • Argentina 29
  • Sweden 18
  • Australia 13
  • United Kingdom 12
  • Japan 11
  • Switzerland 9
  • United States 8
slide38

GDP ไม่ได้วัด มูลค่าของผลิตภัณฑ์และบริการในครอบครัว คุณภาพของสิ่งแวดล้อม การกระจายรายได้

ประเทศที่มีค่า GDP สูง ประชากรมักมีอายุยืนยาว มีอัตราการรู้หนังสือสูง เข้าถึงข่าวสารข้อมูลได้มาก

slide40

การวัดค่าครองชีพ

CPI = ดัชนีราคาผู้บริโภค

PPI = ดัชนีราคาผู้ผลิต

slide41
ขั้นตอนการคำนวณ CPI
  • กำหนดกลุ่มสินค้าและบริการหลัก (ปัจจัย 4 การคมนาคม การพักผ่อน ฯลฯ)
  • หาราคาของแต่ละสินค้าและบริการ
  • คำนวณต้นทุนรวมของสินค้าและบริการ
  • กำหนดปีฐานและคำนวณดัชนี
  • คำนวณอัตราเงินเฟ้อ
cpi x 100

CPI = (ต้นทุนรวมของสินค้าและบริการในปีปัจจุบัน/ต้นทุนของปีฐาน) X 100

อัตราเงินเฟ้อของปี n = ((CPI ปีที่ (n-1) – CPI ปีที่ n) /CPI ปีที่ n) X 100

slide43

การเงินและการลงทุน

เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม

slide44
การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม
  • เป็นการพิจารณาเชิงเศรษฐศาสตร์ในด้านคุณค่าของผลงานเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  • สามารถวิเคราะห์โครงการทางวิศวกรรมได้ว่าควรทำหรือไม่?
  • เช่น ควรทำ Floodway หรือเขื่อนแก่งเสือเต้นหรือไม่?
  • ควรสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทยหรือไม่?
  • ควรมีโรงงานผลิตเหล็กสมบูรณ์แบบในประเทศไทยหรือไม่?
slide45
หลักการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์หลักการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์
  • เงินมีความสัมพันธ์กับเวลา
  • การเปลี่ยนแปลงในอนาคตมีไม่มาก
  • การคาดหมายอนาคตมีความแม่นยำพอควร
slide46
กฎและทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์กฎและทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์
  • กฎของความขาดแคลน... The Law of Scarcity
  • กฎของการลดลงของผลได้….. The Law of Diminishing Return
  • หลักของการผลิตจำนวนมาก…..Mass Production
  • อุปสงค์และอุปทาน ...... Demand & Supply
  • ราคา เงินเฟ้อ และเงินฝืด ...... Price, Inflation & Deflation
slide47

กฎของความขาดแคลน..... ต้องตัดสินใจเลือกใช้ หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับทรัพยากรที่จำกัด

กฎการลดลงของผลได้......ผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยของปัจจัยป้อนเข้าจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุด ๆ หนึ่ง หลังจากนั้นจะลดลง

slide48
ชนิดของต้นทุน
  • ต้นทุนเสียโอกาส
  • ต้นทุนจม ..... ต้นทุนที่ชำระไปแล้วในอดีต
  • ต้นทุนตามบัญชี.... หักค่าเสื่อมราคาแล้ว
  • ต้นทุนเงินสด
  • ต้นทุนการทดแทนทรัพย์สิน
slide49
ชนิดของต้นทุน
  • ต้นทุนเปลี่ยนย้ายได้ ... เปลี่ยนแปลงตามความจำเป็นในช่วงเวลา
  • ต้นทุนเพิ่ม
  • ต้นทุนเพิ่มต่อหน่วย
  • ต้นทุนแยกได้และต้นทุนร่วม
slide50
ชนิดของต้นทุน
  • ต้นทุนควบคุมได้และต้นทุนลดได้
  • ต้นทุนโดยตรงและต้นทุนทางอ้อม
  • ต้นทุนค้างจ่ายและต้นทุนรอการตัดบัญชี
  • ต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผัน
  • ต้นทุนแรกเริ่มและต้นทุนดำเนินงาน
slide51

ต้นทุนเพื่อการตัดสินใจส่วนมากเป็นต้นทุนอนาคตต้นทุนเพื่อการตัดสินใจส่วนมากเป็นต้นทุนอนาคต

จึงจำเป็นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยมาคิดคำนวณเนื่องจากเงินมีค่าตามเวลา

compound interest
ดอกเบี้ยทบต้น... Compound Interest
  • Single Payment Compound Amount (CAF)
  • Single Payment Present Worth (PWF)
  • Uniform Series Compound Amount (SCAF)
  • Sinking Fund (SFF)
  • Uniform Series Present Worth (SPWF)
  • Capital Recovery (CRF)
  • Gradient to Present Worth (GPWF)
  • Gradient to Uniform Series (GUSF)
slide54
การวิเคราะห์โครงการทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมการวิเคราะห์โครงการทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม
  • ใช้วิธีค่าเงินต้นเทียบเท่าที่ปีปัจจุบัน (Present Worth)
  • ใช้วิธีค่าเทียบเท่าของเงินจ่ายเท่ากันรายปี (Equivalent Uniform Annual Cash Flow)
  • การหาอัตราผลตอบแทน (Determination Rate of Return)
  • การหาอัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน (Benefit-Cost Ratio)
slide55
การวิเคราะห์โครงการทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมการวิเคราะห์โครงการทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม

5. การคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation)

  • การศึกษาการทดแทนของทรัพย์สิน (evaluation of Replacement)
  • การวิเคราะห์ความไวต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐศาสตร์ (Sensitivity Analysis)
  • การวิเคราะห์ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน (Evaluation Under Risk & Uncertainty)
  • การวิเคราะห์ส่วนซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้
slide56

ค่าเสื่อมราคา

การชดเชยการลงทุน หรือการลดคุณค่าของทรัพย์สินตามเวลาที่ผ่านไป หรือตามการใช้งาน

แบ่งเป็น ทางกายภาพ ทางหน้าที่การทำงาน จากอุบัติเหตุ

slide57
วิธีคิดค่าเสื่อมราคา
  • จากเวลาหรืออายุการใช้งาน
  • แบบเส้นตรง (P-L)/Y
  • แบบลดส่วน
  • แบบผลบวกตัวเลข
  • แบบเส้นตรงมีอัตราเปลี่ยน
  • แบบทุนจม
slide58
วิธีคิดค่าเสื่อมราคา
  • จากลักษณะการใช้งาน
  • แบบคิดจำนวนหน่วยผลิตคงที่ (P-L)n/N
  • แบบเส้นตรงมีสัมประสิทธิ์การใช้งาน ((P-L)/Y)Sj
  • แบบลดส่วนจำนวนหน่วยผลิต (P-L)/N
slide59

การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม

ช่วยให้ตัดสินใจทางเลือกสำหรับการทำงานด้านวิศวกรรม เช่น การผลิต การก่อสร้าง การทดแทนเครื่องจักร การเลือกทำโครงการที่คุ้มค่าที่สุด

slide60
เอกสารอ้างอิง
  • N.Gregory Mankiw : Essentials of Economics ; 6th Edition, SOUTH-WESTERN CENGAGE Learning, International Edition, 2012, 2009, Chapter 1, 4, 5, 6, 7, 12, 13, 15, 16
  • วันชัย ริจิรวนิชและ ชอุ่ม พลอยมีค่า : เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม; พิมพ์ครั้งที่ 12, 2554, โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บทที่ 1, 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14