slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
กระบวนการและแบบจำลอง ของการสื่อสาร (ต่อ) PowerPoint Presentation
Download Presentation
กระบวนการและแบบจำลอง ของการสื่อสาร (ต่อ)

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 40

กระบวนการและแบบจำลอง ของการสื่อสาร (ต่อ) - PowerPoint PPT Presentation


  • 936 Views
  • Uploaded on

สัปดาห์ที่ 7. กระบวนการและแบบจำลอง ของการสื่อสาร (ต่อ). 9. กระบวนการและแบบจำลองของการสื่อสาร (ต่อ). แบบจำลองของเวสเลย์และแมคลีน แบบจำลองของเบอร์โล แบบจำลองของชแรมม์ แบบจำลองกระบวนการสื่อสารแบบทางเดียว แบบจำลองกระบวนการสื่อสารแบบสองทาง. วัตถุประสงค์.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'กระบวนการและแบบจำลอง ของการสื่อสาร (ต่อ)' - caradoc


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

สัปดาห์ที่ 7

กระบวนการและแบบจำลอง

ของการสื่อสาร (ต่อ)

slide2
9. กระบวนการและแบบจำลองของการสื่อสาร (ต่อ)
  • แบบจำลองของเวสเลย์และแมคลีน
  • แบบจำลองของเบอร์โล
  • แบบจำลองของชแรมม์
  • แบบจำลองกระบวนการสื่อสารแบบทางเดียว
  • แบบจำลองกระบวนการสื่อสารแบบสองทาง
slide3

วัตถุประสงค์

  • เมื่อศึกษาครั้งที่ 7 จบแล้ว นักศึกษาสามารถ
  • อธิบายกระบวนการ การสื่อสารได้
  • 2. อธิบายแบบจำลองของกระบวนการสื่อสารแบบต่าง ๆ ได้
the westley and mac lean model
แบบจำลองของเวสเลย์และแมคลีน ( The Westley and Mac Lean Model )

บรูซ เวสเลย์ และ มาลคอม แมคลีน ( Bruce Westley and Malcolm Mac Lean ) ได้สร้างแบบจำลองกระบวนการ การสื่อสารที่สามารถใช้อธิบายได้ทั้ง

  • การสื่อสารระหว่างบุคคลแบบเห็นหน้าค่าตากัน

( Face – to – Face communication )

  • การสื่อสารมวลชน ( Mass communication )
slide5
ความแตกต่างระหว่างการสื่อสารทั้ง 2 แบบ มีดังนี้

1. การสื่อสารระหว่างบุคคล แบบเห็นหน้าค่าตากัน

คู่สื่อสาร (ผู้ส่งสาร และ ผู้รับสาร) สามารถรับรู้ถึงความ

รู้สึกของฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่า การสื่อสารมวลชน

เพราะในการสื่อสารระหว่างบุคคลแบบเห็นหน้าค่าตากัน

นั้น มีประสาทที่จะสัมผัสความรู้สึกได้มากกว่า กล่าวคือ

slide6

การสื่อสารระหว่างบุคคลการสื่อสารระหว่างบุคคล

  • สามารถได้ยินเสียง (hearing)
  • ได้เห็น (seeing)
  • จับต้องได้ (touching)
slide7
2. การสื่อสารระหว่างบุคคล แบบเห็นหน้าค่าตากัน

ทำให้คู่สื่อสาร ได้รับการสื่อสารกลับทันทีทันใด

( immediate “feedback” ) กล่าวคือ

  • สามารถทราบปฏิกิริยาและความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามได้รวดเร็ว ซึ่งต่างจากการสื่อสารมวลชน เพราะโอกาสที่คู่สื่อสารจะได้รับการสื่อสารกลับ (feedback) มีน้อยกว่า หรือ เป็นการสื่อสารกลับที่ล่าช้า (delayed “feedback”)
slide8
องค์ประกอบในกระบวนการสื่อสารตามแบบจำลองของเวสเลย์ และ แมคลีน ประกอบด้วย

1. สิ่งของและเหตุการณ์ ( objects and eventes )

2. สาร ( message )

3. ผู้ส่งสาร ( source )

4. ผู้รับสาร ( receiver )

5. การสื่อสารกลับ ( feedback )

slide9
แบบจำลองกระบวนการสื่อสารของเวสเลย์และ แมคลีน แยกออกเป็น 2 แบบ

แบบที่หนึ่ง คือ แบบจำลองการสื่อสารระหว่างบุคคล แบบเห็นหน้าค่าตากัน ซึ่งมีลักษณะดังนี้

slide10

ผู้ส่งสาร (A) ได้พบเห็นสิ่งของหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง (X1) ในบรรดาสิ่งของและเหตุการณ์ทั้งหลายที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมของตน (X1,X2,X3,….. X) เมื่อต้องการจะบอกเหตุการณ์นั้น (X1) ให้ผู้รับสาร (B) ทราบ (ซึ่งผู้รับสารอาจจะทราบหรือไม่ทราบเหตุการณ์นั้นมาก่อนก็ได้ (X1b) ผู้ส่งสาร (A) จึงสร้างและส่งสารนั้นไป (X’) ยังผู้รับสาร (B)เมื่อผู้รับสาร (B)ทราบ และมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ก็จะสื่อสารกลับ (fBA) ไปยังผู้ส่งสาร (A)

feedback 3
การสื่อสารมวลชน การสื่อสารกลับ (feedback) เกิดขึ้นได้ 3 ทาง
  • ทางแรก คือ fBA จากมวลชนผู้รับสาร (B) ไปยังผู้ส่งสาร (A)
  • ทางที่สอง คือ fBC จากมวลชนผู้รับสาร (B) ไปยังสื่อมวลชน ผู้รับสาร (B) ไปยังสื่อมวลชน (C)
  • ทางที่สาม คือ fCA จากสื่อมวลชน (C) ไปยังผู้ส่งสาร (A)
slide13
องค์ประกอบในกระบวนการการสื่อสารมวลชนประกอบด้วยองค์ประกอบในกระบวนการการสื่อสารมวลชนประกอบด้วย

1. สิ่งของและเหตุการณ์ในสิ่งแวดล้อม ( X1 , X2 , X3 ,………X  )

2. ผู้ส่งสาร ( A )

3. สาร ( X’ , X” )

X’ คือสารจากผู้ส่งสารไปยังสื่อมวลชน

X” คือสารจากสื่อมวลชนไปยังมวลชนผู้รับสาร

4. สื่อ ( C ) หรือผู้เฝ้าประตู ( gatekeeper ) ได้แก่ องค์การสื่อมวลชน หรือ นักสื่อสารมวลชน ทำหน้าที่ในการคัดเลือกกลั่นกรองสารจากผู้ส่งสาร ไปยังมวลชนผู้รับสาร

5. มวลชนผู้รับสาร

6. การสื่อสารกลับ ( fBA, fBC, fCA )

the berlo mode
แบบจำลองของเบอร์โล ( The Berlo Mode )

ค.ศ. 1960 เดวิด เค เบอร์โล (David K. Berlo) เขียนหนังสือชื่อ The Process

of Commnication ได้อธิบายแบบจำลองกระบวนการ การสื่อสาร ดังนี้

กระบวนการสื่อสารมีองค์ประกอบอยู่ 6 ประการ คือ

1. ผู้ส่งสาร ( communication source )

2. ผู้เข้ารหัส ( encoder )

3. สาร ( message )

4. สื่อ ( channel )

5. ผู้ถอดรหัส ( decoder )

6. ผู้รับสาร ( communication receiver )

the berlo mode1
แบบจำลองของเบอร์โล ( The Berlo Mode )

ในกรณีของการสื่อสารระหว่างบุคคล 2 คนนั้น

  • ผู้ทำหน้าที่ส่งสารและผู้ทำหน้าที่เข้ารหัสสามารถเป็นคน ๆ เดียวกันได้ รวมเรียกว่า ผู้ส่งสาร ( source)
  • ผู้ทำหน้าที่ในการถอดรหัส และผู้ทำหน้าที่ในการรับสารก็สามารถเป็นคน ๆ เดียวกันได้ รวมเรียกว่า ผู้รับสาร (receiver)
slide16
องค์ประกอบที่สำคัญในกระบวนการสื่อสารตามแนวคิดของเบอร์โลสรุปได้เหลือ4 องค์ประกอบ

1. ผู้ส่งสาร (source)

2. สาร (message)

3. สื่อ (channel)

4. ผู้รับสาร (receiver)

เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ S M C R Model

slide17
แบบจำลองดังกล่าวมีลักษณะดังนี้แบบจำลองดังกล่าวมีลักษณะดังนี้
slide18

จากแบบจำลองของเบอร์โล การสื่อสารจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 4 ประการนี้ ประสิทธิภาพ ขององค์ประกอบแต่ละองค์ประกอบ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

1. ผู้ส่งสาร ปัจจัยของผู้ส่งสารประกอบด้วย

  • ทักษะในการสื่อสาร ( communication skills )
  • ทัศนคติของผู้ส่ง ( attitudes )
  • ระดับความรู้ ( knowledge )
  • ระบบสังคม (social system)
  • วัฒนธรรม (culture)
slide19

สาร ปัจจัยของสารประกอบด้วย

  • - รหัส (code)
  • - เนื้อหา (content)
  • - การจัดเสนอ (treatment)

ส่วนประกอบ (elements) และ โครงสร้าง (structure)

slide20

3. สื่อ สื่อในความหมายของเบอร์โล มีความหมาย 3 ประการ คือ

1. หมายความถึง การเข้ารหัส และการถอดรหัส (mode of encoding and decoding)

2. หมายความถึงสิ่งที่นำสาร (message – vehicle) เช่น คลื่นแสง คลื่นเสียง วิทยุ โทรเลข โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์

3. หมายความถึงพาหนะของสิ่งที่นำสาร(vehicle –carrier) เช่น อากาศ

slide21

หมายเหตุ

ในความหมายที่ 2 และ 3 นั้น เป็นเรื่องทางเทคนิค เป็นเรื่องของวิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ ในกระบวนการสื่อสารของมนุษย์ สื่อตามความหมายของเบอร์โล คือ ช่องทางที่จะนำสารไปสู่ประสาท ในการรู้สึก (sense mechanisms) หรือ การถอดรหัสของผู้รับสาร ได้แก่ การเห็น (seeing) การได้ยิน (hearing) การสัมผัส (touching) การได้กลิ่น (smelling) และ การลิ้มรส (tasting)

slide22

ผู้รับสาร ปัจจัยของผู้รับสารประกอบด้วย

  • - ทักษะในการสื่อสาร ( communication skills )
  • - ทัศนคติของผู้ส่ง ( attitudes )
  • - ระดับความรู้ ( knowledge )
  • - ระบบสังคม (social system)
  • - วัฒนธรรม (culture)

ข้อสังเกต องค์ประกอบที่ 1 และ 4 จะมีปัจจัยเหมือนกัน (ปัจจัยของผู้ส่งสาร และ ปัจจัยของผู้รับสาร)

the schramm model
แบบจำลองของชแรมม์ ( The Schramm Model )

แบบจำลองของวิลเบอร์ ชแรมม์ (wilbur Schramm) อธิบายกระบวนการ การสื่อสารไว้ในรูปของแบบจำลอง 4 แบบ ด้วยกันโดยเรียงลำดับต่อไปนี้

slide24

แบบจำลองแบบที่ 1

องค์ประกอบของการสื่อสารประกอบด้วย ผู้ส่งสาร (source) ผู้เข้ารหัส (encoder) สัญญาณ (signal) ผู้ถอดรหัส (decoder) และ ผู้รับสาร (destination)

slide25

ในการสื่อสารระหว่างบุคคล ผู้ส่งสาร (source) กับผู้เข้ารหัส (encoder) สามารถรวมอยู่ในตัวคน ๆ เดียวกันได้ ในขณะเดียวกัน ผู้ถอดรหัส (decoder) กับผู้รับสาร (destination) ก็สามารถรวมอยู่ในตัวคนอีกคนหนึ่งได้เช่นกัน ส่วนสัญญาณ (signal) คือภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร

การสื่อสารระหว่างบุคคล

slide27

อธิบายเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างบุคคล 2 คนนั้น

ผู้ส่งสาร (source) สามารถเข้ารหัส (encode) เพื่อที่จะทำการส่งสารได้เท่าที่ประสบการณ์ (experience)ที่ตนเองพึงมีเท่านั้น ในทำนองเดียวกันผู้รับสาร (destination) ก็สามารถถอดรหัส (decode)เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับสารที่ได้รับเท่าที่ประสบการณ์ (experience) ที่ตนเองมีอยู่เช่นกันวงรีสองวงที่ล้อมรอบผู้ส่งสาร แสดงถึงขอบเขตของประสบการณ์ (field of experience) ของแต่ละฝ่าย หากทั้งสองฝ่ายมี ขอบเขตของประสบการณ์ร่วมกัน (common field of experience) มากการสื่อสารก็จะสะดวกขึ้นในทางตรงกันข้าม หากทั้งสองฝ่ายไม่มีขอบเขตของประสบการณ์ร่วมกันเลย การสื่อสารก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

slide29

แบบจำลองที่ 3

ในกระบวนการการสื่อสารนั้น บุคคลแต่ละคนเป็นทั้ง ผู้เข้ารหัส (encoder) และผู้ถอดรหัส(decoder) แต่ละคนสามารถทำได้ทั้งส่งสาร และรับสาร นอกจากนั้นแต่ละคนยังทำหน้าที่เป็นผู้ตีความหมาย (interpreter) ด้วย

กล่าวคือเมื่อเราถอดรหัส (decode) เราก็ตีความรหัส (interpret) แล้วเข้ารหัส(encode) ต่อไป

slide31

แบบจำลองที่ 4

ชแรมม์ได้เพิ่มองค์ประกอบในกระบวนการการสื่อสาร 2 องค์ประกอบ คือ การสื่อสารกลับ (feedback) และ สื่อ (channel)

ชแรมม์ ได้ยกตัวอย่างถึงการสื่อสารระหว่างบุคคล 2 คน โดยกล่าวว่า ในการสื่อสารระหว่างบุคคล 2 คนนั้น มีการสื่อสารโต้ตอบกันกลับไปกลับมา กระบวนการตอบกลับ (return process) นี้เรียกว่า การสื่อสารกลับ (feedback)

slide32

ในการสื่อสารนั้นจะต้องอาศัยสื่อ (channel)ในการส่งสาร เราสามารถใช้สื่อในการสื่อสารได้พร้อม ๆ กันหลายสื่อในเวลาเดียว กัน สารแต่ละสารที่ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อแต่ละสื่อในเวลาเดียวกัน สามารถให้ความหมายแก่ผู้รับสารได้ทั้งนั้น เช่น ในขณะที่เราพูด (คลื่นเสียงและอากาศเป็นสื่อ) เราแสดงกิริยาอาการ (แสงเป็นสื่อ) ประกอบการพูด สารที่ส่งผ่านสื่อทั้ง 2 ชนิดนี้ มีความหมายสำหรับผู้ฟังทั้งสิ้น

slide33

ชแรมม์ ได้สรุป แบบจำลองกระบวนการการสื่อสารนี้ว่า ใช้อธิบายได้ทั้งการสื่อสารมวลชน การสื่อสารในกลุ่ม และการสื่อสารระหว่างบุคคล 2 คน

จากแบบจำลองแบบที่ 4

ชแรมม์ได้เสนอ แบบจำลองกระบวนการ การสื่อสารแบบสองทาง ( Two –way Communication Process) โดยการสื่อสารกลับ (feedback) เป็นตัวแสดงลักษณะของการสื่อสารทางที่สอง

model of one way communication process
แบบจำลองกระบวนการสื่อสารแบบทางเดียว ( Model of One – way Communication Process)

เป็นกระบวนการการสื่อสาร จากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารเท่านั้น ไม่มี

การสื่อสารกลับ (feedback) ซึ่งสามารถเขียนเป็นรูปได้ ดังนี้

model of two way communication process
แบบจำลองกระบวนการสื่อสารแบบสองทาง ( Model of Two – way Communication Process )

อธิบายการสื่อสารที่มีการสื่อสารกลับ ( feedback ) คือ มีการ

โต้ตอบกัน ระหว่างผู้ส่งสาร กับ ผู้รับสาร โดยปกติแล้วการ

สื่อสารของมนุษย์นั้น มักจะมีลักษณะเป็นการโต้ตอบกัน

slide36
แบบจำลองกระบวนการ การสื่อสารแบบสองทาง
slide37
ประเภทของการสื่อสารกลับประเภทของการสื่อสารกลับ

1. การสื่อสารกลับทันทีทันใด ( Immediate Feedback)

2. การสื่อสารกลับที่ล่าช้า ( Delayed Feedback )

การสื่อสารกลับแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ตามความเร็วหรือช้าของการรับทราบการสื่อสารกลับนั้น

slide38
ชนิดของการสื่อสารกลับชนิดของการสื่อสารกลับ

1. การสื่อสารกลับเชิงบวก ( Positive feedback )

2. การสื่อสารกลับเชิงลบ ( Negative feedback )

ปฏิกิริยาของผู้รับสารที่มีต่อสารของผู้ส่งสาร แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะของผลที่เกิดจากการสื่อสาร

slide39
การสื่อสารกลับโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจการสื่อสารกลับโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ

1. การสื่อสารกลับโดยตั้งใจ ( Purposive feedback )

2. การสื่อสารกลับโดยไม่ตั้งใจ ( Non- purposive feedback )

slide40
ลักษณะของการสื่อสารกลับลักษณะของการสื่อสารกลับ

1. การสื่อสารกลับเชิงวัจนะ ( Verbal feedback )

คือการสื่อสารกลับที่กระทำโดยใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียน

2. การสื่อสารกลับเชิงอวัจนะ ( Nonverbal feedback )

คือการสื่อสารกลับที่กระทำโดยไม่ใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียน แต่ใช้กิริยาอาการ (action) ปริภาษา (paralanguage) เช่น ความค่อยความดังของเสียง การกระแอม ฯลฯ