1 / 26

IP Address

IP Address. IP Address. IP รุ่น 4 ใช้ไอพีแอดเดรสขนาด 32 บิต มีจำนวนแอดเดรสที่เป็นไปได้ทั้งสิ้น 2 32 (4,294,967,296) นิยมเขียนในรูปเลขฐานสิบตามแบบ “dotted decimal” โดยแบ่งตัวเลข 32 บิต ออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 1 ไบต์ ( 8 บิต) แต่ละไบต์แทนด้วยเลขฐานสิบ 1 ตัว และคั่นด้วยจุด

blake
Download Presentation

IP Address

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author. Content is provided to you AS IS for your information and personal use only. Download presentation by click this link. While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server. During download, if you can't get a presentation, the file might be deleted by the publisher.

E N D

Presentation Transcript


  1. IP Address

  2. IP Address • IP รุ่น 4 ใช้ไอพีแอดเดรสขนาด 32 บิต • มีจำนวนแอดเดรสที่เป็นไปได้ทั้งสิ้น 232 (4,294,967,296) • นิยมเขียนในรูปเลขฐานสิบตามแบบ “dotted decimal” โดยแบ่งตัวเลข 32 บิต ออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 1 ไบต์ (8 บิต) แต่ละไบต์แทนด้วยเลขฐานสิบ 1 ตัว และคั่นด้วยจุด เช่น 10011110 01101100 00000010 00000001 จะเขียนได้เป็น ? 158.108.2.1

  3. คลาสของ IP Address

  4. IP Address ประกอบด้วย Network ID และ Host ID • Network ID (หรือ net id) ระบุขอบเขตของเครือข่าย Network ID เหมือนกัน  เครือข่ายเดียวกัน • Host ID ระบุหมายเลขโฮส (โฮส หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เครือข่าย)

  5. Network ID and Host ID เช่น 202.150.80.11 Network ID Host ID

  6. IP Address: 202.150.80.2 IP Address: 202.150.80.1 Host ID Network ID Network ID Host ID IP Address: 202.150.80.3 Network ID Host ID

  7. 202.150.80.2 202.150.80.3 202.150.80.1 202.150.12.2 202.150.12.1

  8. Network ID and Host ID จงขีดเส้นใต้ส่วนที่เป็น Network ID • 202.15.101.1 • 98.100.20.30 • 128.10.100.1 • 190.20.30.5 • 61.113.20.8 • 150.220.170.108 • 212.100.200.40 • 170.200.100.85

  9. Network ID and Host ID IP Address ใดบ้างที่อยู่เครือข่ายเดียวกัน • 202.15.101.1 • 170.100.30.100 • 98.10.20.3 • 170.100.50.40 • 170.120.30.100 • 202.14.101.200 • 202.15.101.100 • 170.120.20.4 • 98.50.33.4 1, 7 2, 4 3, 9 5, 8 6

  10. แอดเดรสเครือข่าย • คือไอพีแอดเดรสที่บิตของ Host ID มีค่าเป็น 0 ทุกบิตมีไว้สำหรับอ้างอิงเครือข่าย เสมือนเป็นหมายเลขตัวแทนของทั้งเครือข่าย • เช่น ไอพีแอดเดรส 200.10.1.1 และ 200.10.1.2 อยู่ในคลาส C เนื่องจาก Network ID ของคลาส C คือ 24 บิตซ้าย ดังนั้น • ไอพีแอดเดรส 200.10.1.1 อยู่ในเครือข่าย 200.10.1.0 • ไอพีแอดเดรส 200.10.1.2 อยู่ในเครือข่าย 200.10.1.0 นั่นคือ ไอพีแอดเดรสทั้งสอง อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

  11. 200.10.1.2 200.10.1.1 เครือข่าย 200.10.1.0 200.10.1.3 165.202.12.2 165.202.12.1 เครือข่าย 165.202.0.0

  12. บรอดคาสต์แอดเดรส (Broadcast Address) • เป็นไอพีแอดเดรสที่มีไว้สำหรับส่งข้อมูลกระจายไปยังทุกๆ เครื่องที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน โดยบิตที่เป็น Host ID จะมีค่าเป็น 1 ทั้งหมด • แต่ละเครือข่ายจะมีบรอดคาสต์แอดเดรสเพียง 1 ไอพีแอดเดรสเท่านั้น • ดังนั้น ถ้ามีแอดเดรสเครือข่าย 165.202.0.0 เครือข่ายนี้จะมีบรอดคาสต์แอดเดรสเป็น 165.202.255.255 11111111 11111111

  13. ถ้ากำหนดไอพีแอดเดรส 203.145.200.178 • ไอพีแอดเดรสนี้อยู่ในแอดเดรสเครือข่ายใด • เครือข่ายนี้มีบรอดคาสต์แอดเดรสเป็นเท่าใด • เครือข่ายนี้มีโฮสต์(จำนวนเครื่อง)สูงสุดเป็นเท่าใด 203.145.200.0 203.145.200.255 254

  14. สรุปจำนวนโฮส • Class A แต่ละเครือข่ายมีโฮสต์ได้สูงสุด...............โฮสต์(เครื่อง) • Class B แต่ละเครือข่ายมีโฮสได้สูงสุด...............โฮสต์ (เครื่อง) • Class C แต่ละเครือข่ายมีโฮสได้สูงสุด...............โฮสต์ (เครื่อง) 2Host ID – 2 โฮสต์

  15. ไอพีแอดเดรสเฉพาะกรณี • แอดเดรสเครือข่าย • คือไอพีแอดเดรสที่บิตของ Host ID มีค่าเป็น 0 ทุกบิต มีไว้สำหรับอ้างอิงเครือข่าย เสมือนเป็นหมายเลขตัวแทนของทั้งเครือข่าย • บรอดคาสต์แอดเดรส • คือไอพีแอดเดรสที่บิตของ Host ID มีค่าเป็น 1 ทุกบิต ใช้สำหรับส่งข้อมูลกระจายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทั้งหมดภายในเครือข่าย • ลูปแบ็กแอดเดรส • คือไอพีแอดเดรส 127.X.X.X สงวนไว้ใช้ทดสอบระบบภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ค่า X มีค่าเท่าใดก็ได้ แต่โดยปกติแล้วจะนิยมใช้ 127.0.0.1

  16. Private IP Address • ไอพีแอดเดรสที่ใช้เฉพาะเครือข่ายภายในองค์กร (Private IP Address) • ช่วยให้มีไอพีแอดเดรสใช้อย่างเพียงพอในเครือข่าย โดยองค์กรที่เชื่อมต่อเครือข่ายเข้ากับอินเทอร์เน็ตและประสบปัญหาไอพีแอดเดรสไม่พอใช้ • สามารถใช้ไอพีแอดเดรสภายในได้ แต่ต้องแยกส่วนของเครือข่ายที่ใช้ไอพีแอดเดรสภายในไม่ให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง

  17. การแบ่งเครือข่ายย่อย (subnet) • เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบเครือข่าย ป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกส่งไปยังหน่วยงานอื่น • ลดการกระจายข้อมูลในเครือข่ายให้น้อยลง การแบ่งซับเน็ตจะใช้วิธีแบ่งบางส่วนของ Host ID มาใช้เป็นเลขซับเน็ต หรือ Subnet ID เพื่อกำหนดว่าเป็นเครือข่ายย่อยที่เท่าใด

  18. ตัวอย่าง เครือข่าย 158.108.0.0 ซึ่งอยู่ในคลาส B สมมติว่า ใช้ 8 บิตแรกของ Host ID มาเป็น Subnet ID พิจารณาจาก Subnet ID จะแบ่งได้ 28 – 2 ซับเน็ต ทำไมลบ 2 ? พิจารณาจาก Host ID แต่ละซับเน็ตจะมีโฮสต์ได้ 28 – 2 โฮสต์ ทำไมลบ 2 ?

  19. ตัวอย่าง(ต่อ) เครือข่าย 158.108.0.0 ซึ่งอยู่ในคลาส B พิจารณาจาก Subnet ID จะแบ่งได้ 28 – 2 ซับเน็ต พิจารณาจาก Host ID แต่ละซับเน็ตจะมีโฮสต์ได้ 28 – 2 โฮสต์ • Subnet ID ที่ทุกบิตเป็น 0 และ 1 จะสงวนไว้ใช้งานเฉพาะ ดังนั้นจึงต้องลบจำนวนซับเน็ตออก 2 ซับเน็ต • ซึ่งเป็นที่มาของ 2Subnet ID – 2 • Host ID ที่ทุกบิตเป็น 0 และ 1 จะสงวนไว้สำหรับแอดเดรสเครือข่าย • บรอดคาสต์แอดเดรส • ดังนั้นจึงต้องลบจำนวนโฮสต์ออก 2 โฮสต์ • ซึ่งเป็นที่มาของ 2Host ID – 2

  20. ตัวอย่าง(ต่อ) เครือข่าย 158.108.0.0 ซึ่งอยู่ในคลาส B Subnet Address จะ concept เดียวกันกับแอดเดรสเครือข่าย คือ ให้บิตของ Host ID ให้มีค่าเป็น 0 ทุกบิต ตัวอย่าง Subnet Address ที่ได้

  21. ตัวอย่าง(ต่อ) เครือข่าย 158.108.0.0 ซึ่งอยู่ในคลาส B ตัวอย่าง Subnet Address ที่ได้ แต่ละซับเน็ตจะมีโฮสต์ได้ 28 – 2 โฮสต์ 158.108.1.0 (Subnet Address) 158.108.1.1 158.108.1.2 … 158.108.1.254 158.108.1.255 (บรอดคาสต์แอดเดรส) 254 Subnet Address ดังนี้: 158.108.1.0 158.108.2.0 … 158.108.253.0 158.108.254.0

  22. ซับเน็ตมาสก์ (Subnet Mask) • ใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบหาแอดเดรสเครือข่าย(ย่อย)ของแต่ละไอพีแอดเดรสได้ เช่น ไอพีแอดเดรส 158.108.1.2 เป็นสมาชิกของเครือข่ายย่อยใด? เราทราบแต่เพียงว่า 158.108.1.2 อยู่ในคลาส B นั่นคือเป็นสมาชิกของเครือข่าย 158.108.0.0 (ซึ่งเป็นเครือข่ายก่อนทำการแบ่งซับเน็ต) ดังนั้น จึงมีการกำหนด subnet mask เพื่อใช้หาคำตอบดังกล่าว

  23. ซับเน็ตมาสก์ (Subnet Mask) • ซับเน็ตมาสก์เป็นตัวเลขขนาด 32 บิต ซึ่งเขียนอยู่ในรูป dotted-decimal เช่นเดียวกับการเขียนไอพีแอดเดรส โดย.. บิตที่ตรงกับ Network ID และ Subnet ID จะมีค่าเป็น 1 และ บิตที่ตรงกับ Host ID จะมีค่าเป็น 0

  24. ซับเน็ตมาสก์ (Subnet Mask) ตัวอย่างเช่น เครือข่าย 158.108.0.0 ซึ่งจัดอยู่ในคลาส B มี Network ID คือ 16 บิตทางซ้าย สมมติถูกแบ่งซับเน็ตโดยให้มี Subnet ID และ Host ID อย่างละ 8 บิต ดังนั้นจะมีค่าซับเน็ตมาสก์เท่ากับ 255.255.255.0 ซึ่งคำนวณได้จากการกำหนดให้บิตในส่วนของ Network ID และ Subnet ID มีค่าเป็น 1 และกำหนดบิตในส่วนของ Host ID ให้มีค่าเป็น 0

  25. ไอพีแอดเดรส 158.108.1.2 เป็นสมาชิกของเครือข่ายย่อยใด? • วิธีการ คือ นำไอพีแอดเดรสที่ต้องการตรวจสอบมาดำเนินการ “AND” กับค่าซับเน็ตมาสก์ ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินการ “AND” คือแอดเดรสเครือข่ายของไอพีแอดเดรสนั้นๆ AND

  26. ดีฟอลต์ซับเน็ตมาสก์(Default Subnet Mask) ซึ่งคำนวณจากการกำหนดให้บิตในส่วนของ Network ID มีค่าเป็น 1 และกำหนดบิตในส่วนของ Host ID ให้มีค่าเป็น 0

More Related