shock
Download
Skip this Video
Download Presentation
SHOCK

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 72

SHOCK - PowerPoint PPT Presentation


  • 381 Views
  • Uploaded on

SHOCK. By Kanjana Arechep. SHOCK. หมายถึง

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'SHOCK' - argus


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
shock

SHOCK

By Kanjana Arechep

shock1
SHOCK
  • หมายถึง

ภาวะที่มีความผิดปกติทางสรีรวิทยา ทำให้เกิดความไม่สมดุลของปริมาณเลือดที่ไหลเวียนในหลอดเลือดกับขนาดของหลอดเลือดมีผลให้เกิดการไหลเวียนของเลือดล้มเหลว เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ลดลง มีผลให้ cell ได้รับ O2ไม่เพียงพอจนเกิดภาวะเนื้อเยื่อขาด O2เกิดการทำลาย cell และนำไปสู่การตายได้ในที่สุด

slide5
แบ่งเป็น 3 ประเภท
  • Hypovolemic or Hematogenic shock
  • Cardiogenic shock
  • Vasogenic or Distributive shock

3.1 Neurogenic shock

3.2 Septic or Bacteremic shock

3.3 Anaphylactic shock

hypovolemic shock
Hypovolemic shock
  • ภาวะ shock จากปริมาณไหลเวียนลดลง เป็นภาวะ shock ที่พบบ่อยที่สุด โดยมีสาเหตุดังนี้

๑. External fluid loss (การสูญเสียน้ำออกมาภายนอกร่างกาย)

๒. Internal fluid loss (การสูญเสียน้ำภายในร่างกาย)

hypovolemic shock1
Hypovolemic shock
  • External fluid loss (การสูญเสียน้ำออกมาภายนอกร่างกาย)

- การเสียเลือด

-การสูญเสียน้ำทางระบบทางเดินอาหาร (อาเจียน, ท้องเสีย)

- การสูญเสียน้ำทางไตจากผู้ป่วยเบาหวาน เบาจืด หรือได้ยาขับปัสสาวะมากเกินไป

-การสูญเสียทางผิวหนัง เช่น แผลไฟไหม้ การมีไข้

hypovolemic shock2
Hypovolemic shock

๒. Internal fluid loss (การสูญเสียน้ำภายในร่างกาย)

- กระดูกหักภายใน อาจทำให้มีเลือดออกได้ 1-8 unit

- การอักเสบในช่องท้อง เช่น peritonitis, pancreatitis, obstruction of bowel

- การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ อวัยวะภายในฉีกขาด

hypovolemic shock3
Hypovolemic shock

ปริมาณเลือดไหลเวียนลดลง

การขน O2 ไปยัง cell ลดลง

เลือดที่กลับจากหัวใจลดลง

การกำซาบของเนื้อเยื่อ

ลดลง

ปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจาก

หัวใจแต่ละครั้งลดลง

cell ขาด O2

เลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจ

ใน 1 นาทีลดลง

cardiogenic shock
Cardiogenic shock
  • ภาวะ shock จากหัวใจ เป็นภาวะที่เกิดจากหัวใจไม่สามารถบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ทำให้มีปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจใน 1 นาทีลดลง ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลงตามมา cell ขาดออกซิเจน ภาวะนี้พบบ่อยที่สุดก็คือ เกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายล้มเหลวจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน สาเหตุแบ่งออกได้ 2 กลุ่ม คือ
cardiogenic shock1
Cardiogenic shock
  • การสูบฉีดล้มเหลว (pump failure) ความผิดปกติจะเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตาย กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความผิดปกติของลิ้นหัวใจตีบและรั่ว เกิดพิษของยาหรือภาวะเป็นกรดของหัวใจ เป็นต้น
cardiogenic shock2
Cardiogenic shock

2)การไหลกลับของเลือดมายังหัวใจห้องล่างซ้ายลดลง (ลด Ventricular diastolic filling) ปริมาณเลือดที่เข้าสู่หัวใจในระยะคลายตัวมีผลต่อปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจใน 1 นาที ปริมาณเลือดที่กลับสู่หัวใจได้น้อย เช่น ภาวะเกิดการกดรัดหัวใจ (cardiac tamponade) ภาวะมีลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด การใช้เครื่องช่วยหายใจที่มีแรงดันสูง และที่พบบ่อยคือ ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง

cardiogenic shock3
Cardiogenic shock
  • ปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจใน 1 นาที จะลดลงมากโดยจะน้อยกว่า 2.5 ลิตร/นาที/ตารางเมตร และในระยะปรับตัวของภาวะ shock จะมีการกระตุ้นประสาทซิมพาเทติค ทำให้เพิ่มอัตราเร็วและความแรงในการบีบตัวของหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนัก ต้องการใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น ปริมาณเลือดกลับเข้าสู่หัวใจลดลง เพราะระยะเวลาในการคลายตัวของหัวใจลดลง การเพิ่มอัตราบีบตัวจะทำให้หัวใจทำงานล้มเหลวมากขึ้น
vasogenic shock
Vasogenic shock
  • ภาวะ shock จากหลอดเลือด เป็นภาวะที่มีการขยายตัวของหลอดเลือดอย่างมากจนเกิดเลือดคั่งในหลอดเลือดที่มีการขยายตัว เป็นผลให้ปริมาณเลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจลดลง และปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจใน 1 นาทีลดลง เนื้อเยื่อจึงขาด O2
vasogenic shock1
Vasogenic shock
  • มีความต่างจากภาวะ shock อื่นๆ คือมี แรงต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลาย (systemic vascular resistance) ต่ำ และมีปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจใน 1 นาทีสูงในระยะแรก แต่มีการใช้ O2 ลดลง
neurogenic shock
Neurogenic shock
  • ภาวะ shock จากระบบประสาท เกิดจากการสูญเสียหน้าที่ของประสาทอัตโนมัติชนิดซิมพาเทติคและศูนย์ควบคุมหลอดเลือด ทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดทั่วร่างกาย เป็นผลให้ปริมาณเลือดกลับเข้าสู่หัวใจลดลง การขนออกซิเจนไปให้เซลล์ลดลง การกำซาบของเนื้อเยื่อลดลง สุดท้ายคือเซลล์ขาดออกซิเจน
neurogenic shock1
Neurogenic shock

ปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจาก

หัวใจใน 1 นาทีลดลง

การเสียหน้าที่ของซิมพาเทติค

หลอดเลือดดำและแดงขยายตัว

Oxygen ไปให้เซลล์ลดลง

ปริมาณเลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจลดลง

การกำซาบของเนื้อเยื่อลดลง

ปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจาก

หัวใจแต่ละครั้งลดลง

cell ขาด oxygen

neurogenic shock2
Neurogenic shock
  • สาเหตุแบ่งออกตามพยาธิสภาพ 2 กลุ่ม คือ

๑. พยาธิสภาพที่สมอง (cerebral damage) จะทำให้กระทบกระเทือนศูนย์ควบคุมที่ medulla เช่น ได้รับบาดเจ็บที่สมอง สมองขาดเลือด สมองบวม เนื้องอกในสมอง ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาสลบเกินขนาด ยากลุ่ม barbiturate และยากล่อมประสาท

neurogenic shock3
Neurogenic shock

๒. พยาธิสภาพที่ไขสันหลัง (spinal cord injury) ทำให้ศูนย์ควบคุมหลอดเลือดไม่สามารถควบคุม preganglionic vasoconstrictor nerve ได้ เช่น ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง มีการตัดขาดของไขสันหลัง หรือได้รับยาระงับความรู้สึกทางไขสันหลังขนาดสูง

septic or bacteremic shock
Septic or Bacteremic shock
  • ภาวะ shock จากการติดเชื้อ เป็นภาวะที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเกิดจากพิษของ “แบคทีเรีย” ทั้ง gram- และ gram+ รวมถึงเชื้อรา เชื้อไวรัส
septic or bacteremic shock1
Septic or Bacteremic shock
  • ส่วนมากจะเกิดจากแบคทีเรีย gram- ซึ่งจะหลั่งสารพิษชนิด Endotoxin ในกระแสเลือด มีผลต่อระบบไหลเวียน พบมาในผู้ป่วยอายุน้อยหรือสูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหารและทางเดินปัสสาวะที่มีภาวะแทรกซ้อน คือ การติดเชื้อเกิดขึ้น
septic or bacteremic shock2
Septic or Bacteremic shock
  • ภาวะ shock นี้จะเกิดจากสาร Endotoxin ที่ปล่อยออกมาทำอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย และร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาการตอบสนอง เพื่อกำจัดเชื้อโรคและเซลล์ร่างกายที่ตาย โดยจะมีการหลั่งสารจากเซลล์เม็ดเลือดขาว เกร็ดเลือด Histamine,Serotonin, Kinin และอื่นๆและมีผลต่อการกำซาบของร่างกายดังนี้
septic or bacteremic shock3
Septic or Bacteremic shock
  • หลอดเลือดขยาย
  • กระตุ้นให้เกิดการหลั่ง tissue thromboplastin ซึ่งกระตุ้นให้เลือดแข็งเป็นลิ่มในหลอดเลือดฝอยและหลอดเลือดขนาดเล็กทั่วร่างกายทำให้เกิดการอุดตัน เป็นผลทำให้เกิดความผิดปกติของกลไกการห้ามเลือด จึงเกิดเลือดออกที่รุนแรงขึ้นพร้อมๆ กัน
septic or bacteremic shock4
Septic or Bacteremic shock

๓. กดการทำงานของหัวใจ จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะ shock จากหัวใจ

๔. ทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือด ปริมาณไหลเวียนเลือดลดลง

anaphylactic shock
Anaphylactic shock
  • ภาวะ shock จากการแพ้ เกิดจากการแพ้สารหรือยาต่างๆ โดยเมื่อร่างกายได้รับสารดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นสารกระตุ้น (antigen) จะกระตุ้นให้มีการสร้างภูมิคุ้มกัน (antibody) ต่อสารนั้นขึ้นมา โดยส่วนใหญ่จะเป็นพวก Immunoglobulin E: IgE เมื่อได้รับการกระตุ้นอีกครั้ง ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาแพ้สารได้ โดยสร้างสารพวก complement (Histamine, Kinin, prostaglandin) คล้ายกับภาวะ shock จากการติดเชื้อ
shock2
ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดภาวะ shock
  • ร่างกายอ่อนแอ
  • ภาวะทุพโภชนาการ
  • วัยชรา
  • การกระทบกับอุณหภูมิที่ต่างกันมาก เช่น หนาวจัด ร้อนจัด
  • การติดสุราหรือยาเสพติดเรื้อรัง
  • ได้รับยาลดความดัน
  • ได้รับยาระงับความรู้สึก
shock3
ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดภาวะ shock

9) ระบบประสาทอัตโนมัติแปรปรวน

10) ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะเบาหวาน และความผิดปกติของเปลือกนอกของต่อมหมวกไต

shock4
Shock
  • มี 3 ระยะ

- ระยะเริ่มต้น (Initial stage)

- ระยะปรับตัว (Compensatory stage or nonprogressive stage)

- ระยะปรับตัวไม่สำเร็จ (Decompensated or progressive stage)

- ระยะสุดท้าย หรือระยะไม่ฟื้น (Irreversible or final stage)

slide34
ผลกระทบต่อร่างกาย
  • ไต:เป็นอวัยวะที่ตอบสนองต่อภาวะ shock เร็วที่สุด ทำให้เกิดท่อไตขาอเลือดอย่างเฉียบพลัน (acute tubular necrosis: ATN) อัตราการกรองช้าลง มีการคั่งของโซเดียมและน้ำ ปัสสาวะจะลดลงน้อยกว่า 7 ml/hr. ความถ่วงจำเพาะจะสูง ถ้าภาวะ shock นั้นรุนแรงจะมีผลทำให้การควบคุมกรดด่างเสียไป ไม่สามารถขับของเสียได้จนไตหยุดทำงานและไตวายในที่สุด
slide35
หัวใจ
  • ผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจมาก่อน ระยะแรกจะมีผลน้อยเนื่องจากหัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ร่างกายรักษาไว้ เพื่อรักษาระบบไหลเวียนของร่างกาย จนกระทั่งภาวะ shock รุนแรงยิ่งขึ้น การไหลเวียนของหลอดเลือดcoronary ลดลง การนำออกซิเจนลดลง หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจตาย
slide36
สมอง
  • ภาวะ shock ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ซึ่งตามปกติแล้วร่างกายจะมีกลไกรักษาสมองที่เรียกว่า การควบคุมอัตโนมัติ เพื่อให้มีเลือดไปเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอทำให้ระยะแรกสมองจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในระยะต่อมาถ้ายังไม่เกิดภาวะแก้ไข ผู้ป่วยจะมีระดับความรู้สึกตัวลดลง ไม่สามารถตอบสนองต่อการกระตุ้นทางวาจา ความเจ็บปวด และในที่สุดไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ
slide37
ปอด
  • ภาวะเลือดขาดออกซิเจน หายใจเร็ว มีภาวะเลือดลัดทางภายในปอดเพิ่มมากขึ้น (Intra pulmonary shunting) ความยืดหยุ่นของปอด (Compliance) ลดลง มีปอดบวมน้ำ ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก หรือเกิดอาการหายใจลำบากในผู้ใหญ่ (Adult respiratory distress syndrome: ARDS)
slide38
ทางเดินอาหาร
  • เยื่อบุกระเพาะอาหารจะสูญเสียความทนต่อกรด ทำให้ตอบสนองต่อ Hydrogen ion สูง ทำให้เกิดแผลที่กระเพาะอาหาร นอกจากนี้เยื่อบุลำไส้ที่ขาดเลือดจะมีการหลั่งกรด Hydrolytic enzyme จากไลโซโซมเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อลำไส้ถูกทำลายเชื้อโรคจะสามารถผ่านเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะ shock รุนแรงขึ้น
slide39
ตับ
  • ตับไม่สามารถทำลายเม็ดเลือดแดงได้ จึงทำให้เกิดการคั่งของ bilirubin ในกระแสเลือดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดดีซ่าน (jaundice) ไม่สามารถทำลายยาหรือสารพิษ ฮอร์โมนต่างๆ ได้ กระบวนการ phagocytosis จะถูกกดการทำงาน ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด เกิดภาวะติดเชื้อ การทำลายของเสีย เช่น แอมโมเนีย กรดแลคติคลดลง ในระยะยาวเซลล์ตับจะตายในที่สุด
slide40
เลือด
  • ทำให้เลือดตกตะกอนและรวมกลุ่มกันของเกร็ดเลือด ทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือดกลายเป็นลิ่มเลือดเล็กๆ ไปอุดตัน ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจนมากขึ้น ร่างกายขาดปัจจัยการแข็งตัวของเลือด เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติตามมา มีเลือดออกในส่วนต่างๆ ของร่างกาย คือ ทั้งที่ผิวหนังและภายใน
slide41
ผลกระทบต่อร่างกาย
  • ตับอ่อน: ขาดเลือดอาจจะปล่อยน้ำย่อยออกมาละลายโปรตีนในเซลล์ ทำให้เกิด peptide ที่มีพิษ เช่น สารกดการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • ถุงน้ำดี: ภาวะที่ shock รุนแรงจะมีการบีบตัวของถุงน้ำดีลดลง ทำให้มีการคั่งของเกลือน้ำดี และเกิดถุงน้ำดีอักเสบได้
  • กล้ามเนื้อ: การเผาผลาญในกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้น ทำให้ปัสสาวะมี creatinine สูง
slide42
การวินิจฉัย
  • การซักประวัติ
  • การประเมินสภาพร่างกาย
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • การตรวจพิเศษอื่นๆ
slide43
การรักษา
  • การให้ Pre-load ที่เหมาะสม
  • การลด Afterload
  • การให้ออกซิเจนที่เพียงพอและเหมาะสม
  • การส่งเสริมการทำงานของหัวใจ
  • การรักษาสาเหตุ
  • การรักษาอื่นๆ
pre load
การให้ Pre-load ที่เหมาะสม
  • คือ การทดแทนปริมาณที่ขาดและเพิ่มปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจใน 1 นาที ซึ่งสามารถกระทำได้โดย

- การให้สารน้ำ สารละลายที่นิยมใช้ในภาวะ shock ได้แก่ NSS, Lactated ringer, Acetated ringer และ 3%, 5% saline

- การให้สารละลายได้แก่ Albumin, Hemacell, การให้เลือดและส่วนประกอบของเลือด

afterload
การลด Afterload
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีความดันโลหิตต่ำ แต่มีดัชนีของหัวใจต่ำ การลด Afterload อาจเพิ่มดัชนีของหัวใจได้ โดยเฉพาะในรายที่มีแรงต้านทานของหลอดเลือดสูง แต่ควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำได้ ยาที่นิยมใช้ได้แก่

- Sodium nitroprusside เป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด ทำให้ขยายตัวยาตัวนี้อันตรายมาก ไม่ควรใช้ยานี้ตัวเดียว แต่ควรใช้คู่กับ Dopamine เพื่อให้การทำงานของหัวใจกลับสู่สภาพเดิม

sodium nitroprusside
Sodium nitroprusside
  • Side effect: ความดันโลหิตต่ำอย่างรวดเร็ว คลื่นไส้ ปวดท้อง คัดจมูก เหงื่ออก ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ถ้าได้รับยาเกินขนาด จะมีอาการของความดันโลหิตต่ำจนเกือบไม่รู้สึกตัว ตามัว อ่อนเพลีย ผิวหนังแดง ไม่มีอาการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
afterload1
การลด Afterload
  • Nitroglycerine: จะออกฤทธิ์โดยตรงต่อกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด คล้ายกับ Sodium nitroprusside นิยมใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจนำมาใช้รักษาภาวะช็อคจากปอดบวมน้ำฉียบพลันได้
nitroglycerine
Nitroglycerine

Side effect- ปวดศีรษะ วิงเวียน หน้าแดง ความดันโลหิตลดลงเมื่อเปลี่ยนท่า หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังแดงเป็นผื่น ถ้าได้รับขนาดสูง จะเกิดอาการปวดศีรษะ เป็นลม หัวใจเต้นเร็ว ระบบหายใจล้มเหลวได้

slide50
การส่งเสริมการทำงานของหัวใจ
  • มักใช้ยาที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจ ดังกลุ่มต่อไปนี้

๑. ยาที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว (Vasoconstrictive inotropic agent) จะมีผลทำให้หลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดำหดตัว ขณะเดียวกันก็เพิ่การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ยากลุ่มนี้ได้แก่

Norepinephrine หรือ Levophed, Metaraminal หรือ Aramine, Dopamine, Adrenaline, Epinephrine

slide51
การส่งเสริมการทำงานของหัวใจ

๒.ยาขยายหลอดเลือด (Vasodilator inotropic agent) ทำให้หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำขยายตัว ขณะเดียวกันก็เพิ่มการบีบตัวของหัวใจด้วย เช่น

Dobutamine หรือ Dobutrex, Isoproterenol หรือ Isoprel, Dopamine Hcl

slide52
การส่งเสริมการทำงานของหัวใจ

๓. Digitalis

๔. Phosphodiesterase inhibitors เป็นยาที่มีฤทธิ์เพิ่มความแรงและความเร็วในการบีบตัวของหัวใจ

levophed
Levophed
  • เป็นยาที่เพิ่มอัตราและความแรงในการบีบตัวของหัวใจ เลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจเพิ่มขึ้น แต่ไปเลี้ยงไตและอวัยวะในช่องท้องน้อยลง
  • Side effect: ทำให้ปัสสาวะน้อยลงถ้ายารั่วออกนอกหลอดเลือด จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเน่าตาย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย วิงเวียน ซีด หัวใจเต้นช้าลง ถ้าให้ในขณะสูงจะทำให้ ตาพร่ามัว กลัวแสง น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงได้
aramine
Aramine
  • เป็นยาคล้าย levophed แต่ฤทธิ์น้อยกว่า จะอยู่ได้นานกว่า อาจใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าใต้ผิวหนังได้ ไม่ทำให้เนื้อเยื่อเน่าตาย แต่ในภาวะช็อคจะไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพราะยาจะถูกดูดซึมได้ช้าและไม่แน่นอน
  • Side effect: นอนพักไม่ได้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ผิวแดง ซีด ปัสสาวะลดลง น้ำตาลในเลือดสูง หากใช้ไปนานๆ ทำให้พลาสม่าลดลงได้
dopamine
Dopamine
  • ให้ขนาดน้อย ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตและลำไส้ขยายตัว ทำให้ปัสสาวะเพิ่มขึ้น และมีการขับ Na เพิ่มขึ้น
  • ให้ปานกลาง ทำให้หัวใจหดตัวแรงขึ้นแต่เร็วขึ้นไม่มากนัก ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • ขนาดสูง หลอดเลือดทั่วร่างกายรวมทั้งไตตีบตัวหมด ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งไตได้รับเลือดน้อยลง และปัสสาวะน้อยลง
dopamine1
Dopamine
  • Sideeffect: ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ในรายที่รุนแรงอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดจนถึงตายได้
adrenaline
Adrenaline
  • ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น เพิ่มปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจใน 1 นาที การให้ยาตัวนี้ในขนาดน้อยๆ จะทำให้หลอดเลือดแดงส่วนปลายหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น กล้ามเนื้อเรียบในทางเดินหายใจคลายตัว เร่งการสร้าง glycogen ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น กระตุ้นการเผาผลาญสารอาหาร
adrenaline1
Adrenaline
  • Side effect: ซีด หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น มือเท้าเย็น เหงื่อออก มีอาการทางระบบประสาท วิตกกังวล ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำตาลและโคเลสเตอรอลสูง
dobutrex
Dobutrex
  • ออกฤทธิ์คล้าย dopamine แต่มีผลต่อหัวใจทำให้บีบตัวแรงขึ้น แต่ไม่เพิ่มความเร็วในการบีบตัว จึงมีประโยชน์ในการรักษาภาวะช็อคจากหัวใจ หรือในภาวะติดเชื้อ ความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลงหรือลดลงเล็กน้อย มักใช้ dobutrex + dopamine ในขนาดต่ำเพื่อเพิ่มปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจ
dobutrex1
Dobutrex
  • Side effect: ถ้าให้ในขนาดสูงๆ อาจมีอาการเจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น และอาจเกิดหัวใจห้องบนเต้นระรัว ( atrail fibrillation)
isoprel
Isoprel
  • เพิ่มอัตราและความแรงในการบีบตัวของหัวใจ โดยทำให้แรงต้านทานที่หลอดเลือดส่วนปลายลดลง เลือดไปเลี้ยงอวัยวะในช่องท้องและไตลดน้อยลง แต่ไปยังกล้ามเนื้อลายเพิ่มขึ้น
  • Side effect: ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดหัวใจห้องล่างเต้นระรัว (Ventricula fibrillation) หน้าแดง เหงื่อออก ถ้าใช้มากอาจทำให้เกิดอาการชักได้
digitalis
Digitalis
  • มีความสำคัญและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการรักษาภาวะหัวใจวาย และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางอย่าง โดยจะมีผลกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง ทำให้บีบตัวแรงขึ้นโดยไม่ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น ลดความเร็วของการนำไฟฟ้าที่ S.A. node, A.V. node ทำให้หัวใจเต้นช้าลง เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น
digitalis1
Digitalis
  • Side effect: เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อยล้า กระวนกระวาย หงุดหงิด การมองเห็นผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
slide64
การรักษาสาเหตุ
  • ภาวะ shock จากการเสียเลือด
  • ภาวะ shock จากการติดเชื้อ
  • ภาวะ shock จากการแพ้
  • กรณีที่เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดทั่วไป
slide65
การรักษาด้วยวิธีอื่น
  • Intra aortic balloon counterpulsation: IABC
  • Intra aortic balloon pump: IABP

ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะ shock จากหัวใจ มีผลช่วยเพิ่มการกำซาบของหลอดเลือด coronary และลด after load ข้อบ่งใช้คือ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่มีภาวะแทรกซ้อน

slide66
วิธีการ
  • ใส่ balloon เข้าทาง Femoral artery ให้ปลายสายอยู่ที่ Descending aorta ใกล้กับ subclavian ซ้าย ภายนอกของสายเชื่อมต่อกับเครื่องควบคุม ซึ่งจะคอยปล่อยก๊าซ Helium หรือ CO2เข้าไปให้ balloon พองออก ช่วงหัวใจบีบตัว balloon จะแฟบ ช่วงหัวใจคลายตัว balloon จะพองออก
slide67
ข้อดีIABC
  • ใช้เป็นการถ่วงเวลาให้กับผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย ที่กำลังรอการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
slide68
การรักษาด้วยวิธีอื่น
  • Military antishock trousers: MAST
  • Pneumatic counter pressure garment: PASG

เป็นเครื่องมือที่ช่วยห้ามเลือด ในผู้ป่วยที่มีภาวะช็อคจากการเสียเลือด โดยอาศัยความดัน เครื่องมือนี้จะลักษณะคล้ายกางเกง แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนท้อง และส่วนขาทั้งสองข้าง มีขนาดของเด็กและผู้ใหญ่

slide69
ข้อห้ามในการใช้ MAST
  • มีการบาดเจ็บของทรวงอก เพราะจะทำให้มีเลือดออกมากขึ้น
  • มีการบาดเจ็บในสมอง เพราะจะทำให้มีความดันในกระโหลกศีรษะสูงมากขึ้น
  • ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์น้อยลง
slide70
การรักษาด้วยวิธีอื่น
  • Percutaneous transluminal balloon coronary angioplasty: PTCA

เป็นการขยายหลอดเลือด coronary arteryด้วยการใช้สายสวนพิเศษที่ปลายเป็นballoon สอดผ่าน femoral artery เพื่อขยายบริเวณที่ตีบตันจาก atherosclerotic plaque ซึ่งจะช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และมีโอกาสเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นำไปสู่ภาวะ shock จากหัวใจได้

slide71
การรักษาด้วยวิธีอื่น
  • การให้ออกซิเจนภายใต้แรงดันสูง (Hyperbaric oxygenation) เพื่อให้เนื้อเยื่อต่างๆ ได้รับออกซิเจนเพียงพอ และเป็นการทำลายเชื้อชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโต
  • การปลูกถ่ายอวัยวะ (Organ transplantation) ในผู้ป่วยภาวะช็อคจากกล้ามเนื้อหัวใจตายและไม่อาจบีบเลือดมาเลี้ยงร่างกายได้ ก็อาจจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
ad