slide1 n.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนา PowerPoint Presentation
Download Presentation
นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนา

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 42

นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนา - PowerPoint PPT Presentation


  • 112 Views
  • Uploaded on

นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนา. สฤณี อาชวานันทกุล Fringer | คนชายขอบ http://www.fringer.org/ นำเสนอในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่: บทสำรวจองค์ความรู้ และประสบการณ์ ” วันที่​ 23 กรกฎาคม 2551 เชียงใหม่

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนา' - adeola


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนานโยบายเศรษฐกิจทางเลือกในประเทศกำลังพัฒนา

สฤณี อาชวานันทกุล

Fringer | คนชายขอบ

http://www.fringer.org/

นำเสนอในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่: บทสำรวจองค์ความรู้ และประสบการณ์”

วันที่​ 23 กรกฎาคม 2551

เชียงใหม่

จัดโดย กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) / คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ / สำนักข่าวประชาธรรม/ โครงการ Local talk

  • งานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่งของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เท่านั้น
slide2
หัวข้อนำเสนอ
  • นโยบายพัฒนาในอุดมคติ
  • นโยบายพัฒนาที่ตั้งอยู่บนความสุข : กรณีภูฏาน
  • บทบาทของอิสลามในการพัฒนา
  • นโยบายประชานิยมในละตินอเมริกา
slide4
GDP เป็นองค์ประกอบเดียวของ “ความสุข”

ที่มา: Deutsche Bank Research, 2007

slide5
ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ความจำเป็นของ “ทางเลือก”

ที่มา: Carol King, “Will we always be more capable in the future?”;

Worldchanging.com - http://www.worldchanging.com/archives/007962.html

slide6
เหตุใดจึงควรคำนึงถึง “ความยุติธรรมทางสังคม”
  • การเติบโตของเศรษฐกิจที่มี “ฐานกว้าง” นั่นคือ เติบโตในทางที่คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ในทางที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในมือชนชั้นนำนั้น เป็นการเติบโตที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น และเอื้ออำนวยต่อกระแสประชาธิปไตย ซึ่งจะผลักดันให้คนในสังคมรู้จักอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง แทนที่จะทะเลาะเบาะแว้งจนนำไปสู่ความรุนแรง หรือถูกกดขี่โดยผู้ครองอำนาจ
  • การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ “ดี” ที่มีฐานกว้าง จึงช่วยให้สังคมมีระดับ “คุณธรรม” สูงขึ้นกว่าเดิม และระดับคุณธรรมที่สูงขึ้นนั้นก็จะทำให้สังคมยั่งยืน มีสันติสุขและเสถียรภาพมากกว่าในสังคมที่ความเจริญกระจุกตัวอยู่ในมือคนเพียงไม่กี่คน
slide7
ลักษณะของนโยบายพัฒนาในอุดมคติลักษณะของนโยบายพัฒนาในอุดมคติ
  • ตั้งเป้าหมายที่การส่งเสริมและดำรง “ความอยู่ดีมีสุข” ของประชาชนในสังคม
  • ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
    • “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development) หมายความว่า ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในอัตราที่เร็วกว่าความสามารถของมนุษย์ในการผลิตทรัพยากรทดแทน และไม่ทิ้งทรัพยากรธรรมชาติในอัตราที่เร็วกว่าอัตราที่ธรรมชาติจะสามารถดูดซับมันกลับเข้าไปในระบบ
  • ประเมินผลดีและผลเสียจากการดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ สำหรับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมหรือธำรงความอยู่ดีมีสุขของผู้ด้อยโอกาสที่สุดในโครงการนั้นๆ เป็นหัวใจสำคัญ
  • มองทรัพยากรที่มีวันหมดต่างๆ รวมทั้งผลกระทบภายนอกว่าเป็น “ต้นทุน” ที่ต้องจ่ายหรือกำจัดโดยไม่ให้ประชาชนเป็นผู้รับภาระ
slide8
ลักษณะของนโยบายพัฒนาในอุดมคติ (ต่อ)
  • มุ่งเน้นการพัฒนา “ศักยภาพ” ของมนุษย์ มากกว่า “ระดับรายได้”
  • ส่งเสริม “ความยุติธรรมทางสังคม” โดยรัฐต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชน จัดบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ได้คุณภาพ ดำเนินนโยบายที่มีจุดมุ่งหมายที่การลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
  • สามารถรองรับความหลากหลายของแต่ละวัฒนธรรมท้องถิ่นในทุกระดับได้ เพราะการใช้ชุดนโยบายพัฒนาที่ยัดเยียดแบบ “สำเร็จรูป” อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคม และดังนั้นจึงไม่อาจเรียกว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้
slide9
รายได้ต่อหัวของกลุ่มประเทศพัฒนาที่ยกเป็นกรณีศึกษารายได้ต่อหัวของกลุ่มประเทศพัฒนาที่ยกเป็นกรณีศึกษา

9

slide11

นิยามและประเภทของ “ความสุข”

  • ความสุข (happiness)
    • เป็นคุณสมบัตินามธรรม เป็นอัตตวิสัย (subjective) และมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยและสภาวะทางอารมณ์ของแต่ละคน
  • อรรถประโยชน์ (utility)
    • เป็นภววิสัย (objective) และบางประเภทสามารถวัดออกมาเป็นตัวเลข (เช่น รายได้)
  • ความอยู่ดีมีสุข (wellbeing)
    • คือสภาวะที่ดำรงอยู่ต่อเนื่องยาวนานกว่า “ความสุข” ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ยามเท่านั้น และเป็น “ภววิสัย” มากกว่า “ความสุข” เพราะระดับความสุขที่คนแต่ละคน “รู้สึก” อาจมีไม่เท่ากันถึงแม้ว่าจะอยู่ในภาวะ “อยู่ดีมีสุข” ทัดเทียมกัน เช่น คนหนึ่งที่มีฐานะ ความเป็นอยู่ เสรีภาพ ฯลฯ ค่อนข้างดีอาจรู้สึกมีความสุขดีกับชีวิต ในขณะที่อีกคนหนึ่งที่มีปัจจัยเหล่านี้เท่ากันอาจรู้สึกไม่มีความสุขเลย เพราะมีความทะเยอทะยานอยากได้ใคร่มีมากกว่าคนแรก
    • ดังนั้น “ความอยู่ดีมีสุข” จึงสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายพัฒนาได้
slide12
ข้อถกเถียงของอมาตยา เซน ต่อมุมมองเสรีนิยมใหม่
  • การมี “เสรีภาพทางเศรษฐกิจ” เพียงมิติเดียว ไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงหรือประเมินระดับความอยู่ดีมีสุข
  • แนวคิดของอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ที่เชื่อว่าทุกคนสามารถแสดงออกถึงระดับอรรถประโยชน์ที่พวกเขาได้รับนั้น เป็นสมมุติฐานที่ไม่ถูกต้อง เพราะคนยากจนมักไม่สามารถแสดงความต้องการและความไม่พึงพอใจของพวกเขาออกมาได้ เนื่องจากถูกสภาพสังคม วัฒนธรรม หรือความเชื่อทางศาสนากดทับเอาไว้
  • คนที่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจระดับหนึ่ง อาจไม่มีความสุขก็ได้เพราะขาดคุณภาพชีวิตที่ดี
human development index
ดัชนีพัฒนามนุษย์ (Human Development Index)
  • ประกอบด้วยตัวชี้วัด 3 ตัวหลัก ได้แก่
    • ความยืนยาวของอายุประชากร สะท้อนแนวโน้มที่ประชากรจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี และสะท้อนคุณภาพของระบบสาธารณสุขในประเทศ
    • อัตราการรู้หนังสือและจำนวนปีที่ประชากรได้รับการศึกษา สะท้อนความสามารถในการเข้าถึงโอกาสต่างๆ
    • รายได้ต่อหัวประชากร สะท้อนระดับเสรีภาพทางเศรษฐกิจ
slide14

Human Development Index ของกลุ่มประเทศกรณีศึกษา

14

happy planet index
ดัชนีความสุขของโลก (Happy Planet Index)
  • จัดทำโดยสถาบันวิจัยอิสระชื่อ New Economics Foundation
  • เป็นดัชนีชุดแรกในโลกที่นำดัชนีวัดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมารวมกับดัชนีวัดความอยู่ดีมีสุขของประชากร HPI วัด “ประสิทธิภาพเชิงนิเวศ”(ecological efficiency) ของแต่ละประเทศในการ “แปลงสภาพ” ทรัพยากรธรรมชาติให้ประชากรมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข

HPI = ความพึงพอใจในชีวิต x ความยืนยาวของอายุ

      • รอยเท้านิเวศ
slide17

ดัชนีความสุขของโลก (Happy Planet Index) ปี 2006 (ต่อ)

slide18

นโยบาย “Gross National Happiness” ของภูฏาน

  • การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (sustainable economic development)
  • การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (conservation of the environment)
  • การส่งเสริมวัฒนธรรมประจำชาติ (promotion of national culture)
  • ธรรมาภิบาลที่ดี (good governance)
slide19

ตัวอย่างนโยบาย GNH ที่เป็นรูปธรรม

  • “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ควบคู่ไปกับนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
    • กฎหมายสิ่งแวดล้อมระบุว่าต้องมีพื้นที่ป่าไม้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งประเทศ และพื้นที่สงวนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25
    • แบนอุตสาหกรรมป่าไม้ อนุญาตให้คนตัดไม้ไปสร้างบ้านเรือนและอาคารเท่านั้น แต่ต้องขออนุญาตจากรัฐและต้องปลูกต้นไม้ชดเชย
    • มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวทางอ้อมด้วยการเก็บภาษีท่องเที่ยว
  • แคมเปญ “ชาติเดียว ชาติพันธุ์เดียว”: บังคับใช้ชุดจริยธรรมแบบจารีตเก่าแก่ (driglam namzha), ภาษา (Dzongka), ใส่ชุดประจำชาติ และให้บ้านเรือนและอาคารทุกหลังใช้สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม
  • พัฒนาระบบราชการที่เข้มแข็งและสามารถกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น
slide20
ปัญหาและความท้าทาย
  • ยังพึ่งพาอินเดีย (โดยเฉพาะการขายไฟฟ้า - ร้อยละ 88 ของมูลค่าส่งออก) และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศในอัตราสูง เนื่องจากภาคเอกชนยังมีขนาดเล็กมาก
  • การพัฒนาภาคธุรกิจเอกชนเป็นไปอย่างเชื่องช้า และมีต้นทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศกำลังพัฒนา ส่งผลให้แนวโน้มอัตราว่างงานสูงขึ้นเนื่องจากมีหนุ่มสาวที่จบการศึกษาเร็วกว่าตำแหน่งงานในภาคเอกชน ภาครัฐต้องรับภาระในการจ้างงานค่อนข้างสูง
  • การให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับสูงมากอาจเพิ่มแรงตึงเครียดต่อการพัฒนาประเทศในช่วงต่อไป
  • ความพยายามที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างแข็งขืนกำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อชนกลุ่มน้อยในประเทศ โดยเฉพาะชาวเนปาลอพยพที่ถูกกีดกัน
  • หลังจากเพิ่งเปลี่ยนผ่านระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รัฐบาลจำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมากในการจัดตั้งและทำนุบำรุงโครงสร้างเชิงสถาบันใหม่ๆ ที่จำเป็นในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นระบบราชการ สถาบันตุลาการ และองค์กรอิสระอื่นๆ
slide21

บทบาทของอิสลามในการพัฒนาบทบาทของอิสลามในการพัฒนา

slide23
“ความล้าหลัง” ทางเศรษฐกิจของทวีปตะวันออกกลาง

สัดส่วน GDP ต่อหัวในประเทศอาหรับ 8 ประเทศ (จอร์แดน, อิรัก, ซีเรีย, เลบานอน, ปาเลสไตน์, อียิปต์, ตูนิเซีย, โมร็อกโก) ต่อค่าเฉลี่ยโลก, 1820-2006

slide24
“เศรษฐกิจในอุดมคติ” ตามหลักอิสลาม
  • มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ
  • พระอัลเลาะห์เป็นเจ้าของสุดท้ายของสรรพสิ่งทุกอย่างบนโลก
  • มนุษย์ควรแสวงหาความมั่งคั่งอย่างชอบธรรมได้ด้วยการทำงานหนักและรับมรดกตกทอด
  • สังคมมีหน้าที่ดูแลคนจนและคนด้อยโอกาส : ซากัต
  • ราคาในการทำธุรกรรมต่างๆ ต้องเป็นราคาที่ “ยุติธรรม” หมายความว่าเป็นผลลัพธ์ของตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเสรีจริงๆ การผูกขาดและกักตุนสินค้านำไปสู่การฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้อื่น และดังนั้นจึงต้องถูกต่อต้านหรือกำจัด
  • เป้าหมายของนโยบายการเงินของรัฐควรอยู่ที่การรักษาเสถียรภาพของราคา
  • เป้าหมายของนโยบายการคลังของรัฐควรอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างรายได้ (จากการเก็บภาษี) และรายจ่าย (เพื่อสาธารณประโยชน์) ในทางที่งบประมาณไม่ขาดดุล
slide25
ประสบการณ์การพัฒนาของประเทศมุสลิมประสบการณ์การพัฒนาของประเทศมุสลิม
  • “เศรษฐศาสตร์อิสลาม” ที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ (normative economics) ที่มีมิติทางอุดมการณ์สูง เริ่มปรากฏเพียงเมื่อกลางทศวรรษ 1970 เท่านั้น
  • สาเหตุของความล้าหลังในการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ใช่หลักอิสลาม หากเป็นปัจจัยอื่นๆ เช่น ความบกพร่องเชิงโครงสร้างเชิงสถาบัน เช่น การปกครองแบบเผด็จการทหาร
  • ความเสื่อมสลายของอาณาจักรอ็อตโตมันทั้งทางด้านการทหารและเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 19 เดินสวนทางกับกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรมในขณะนั้น
  • ถึงแม้ว่าหลักชาริอะฮ์จะไม่มีเนื้อหา “ต่อต้าน” พัฒนาการทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์และผู้สังเกตการณ์จำนวนไม่น้อยที่มองว่า อิสลามส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม
  • ข้อสรุปของงานวิจัยที่ว่าอิสลามในฐานะศาสนาส่งผลกระทบน้อยมากต่อโครงสร้างเชิงสถาบัน ระบอบเศรษฐกิจ หรืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมนั้น ไม่น่าแปลกใจเนื่องจากหลักคำสอนของศาสนาอื่นๆ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบในสาระสำคัญต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ เช่นเดียวกัน
slide26
อิสลามไม่มีความสัมพันธ์เชิงสถิติต่อความเจริญทางเศรษฐกิจอิสลามไม่มีความสัมพันธ์เชิงสถิติต่อความเจริญทางเศรษฐกิจ
  • งานวิจัยของ มาร์คัส โนแลนด์ (Marcus Noland, 2006) แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่มีความสัมพันธ์เชิงสถิติที่มีนัยยะสำคัญใดๆ ระหว่างความเชื่อทางศาสนากับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะในระดับระหว่างประเทศ (cross-national) หรือในระดับระหว่างภูมิภาคต่างๆ ในประเทศ (subnational)
  • ในทางตรงกันข้าม โนแลนด์รายงานว่า “ค่าสัมประสิทธิ์ที่มีความสำคัญทางสถิติแทบทุกตัวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสัดส่วนประชากรที่เป็นมุสลิม บ่งชี้ว่าอิสลามส่งเสริมความเจริญ ไม่ใช่อุปสรรค”
  • ระดับความเป็นอิสลาม” (ซึ่งสะท้อนในสัดส่วนประชากรที่เป็นมุสลิม) ของแต่ละประเทศ ไม่มีความสัมพันธ์เชิงสถิติใดๆ กับ “ระดับความเจริญทางเศรษฐกิจ” ของประเทศนั้นๆ
slide27
ชาวมุสลิมมองเห็นความบกพร่องของโครงสร้างเชิงสถาบันชาวมุสลิมมองเห็นความบกพร่องของโครงสร้างเชิงสถาบัน
  • ข้อเท็จจริงที่ว่าหลักอิสลามไม่ใช่สาเหตุของความล้าหลังทางเศรษฐกิจ มีนัยยะที่สำคัญยิ่งต่อการดำเนินนโยบายพัฒนาในประเทศมุสลิม รัฐบาลประเทศมุสลิมควรมุ่งเน้นการส่งเสริมโครงสร้างเชิงสถาบันต่างๆ
slide28
ระบบการเงินอิสลาม : “คู่ขนาน” กับการเงินกระแสหลัก
  • การทำธุรกรรมการเงินแบบอิสลามมีมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ของอารยธรรมอิสลาม(คริสต์ศตวรรษที่ 9-14)
  • หลังจากที่ได้รับเอกราชจากประเทศเจ้าอาณานิคม ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 ประเทศมุสลิมหลายแห่งก็เริ่มเกิดความสนใจที่จะนำรูปแบบการเงินอิสลามกลับมาใช้ใหม่ นำไปสู่การจัดตั้งสถาบันการเงินมุสลิม
  • อุปสงค์ที่สูงขึ้นตลอดช่วงทศวรรษ 1980 ทำให้ระบบการเงินอิสลามเติบโตขึ้นและดึงดูดให้ธนาคารพาณิชย์จากโลกตะวันตกเข้ามาเสนอบริการด้านบริหารความมั่งคั่ง รวมทั้งขยายตลาดไปสู่ชาวมุสลิมหมู่มากผ่าน “หน้าต่างธนาคารอิสลาม”
  • ระบบการเงินอิสลามและตลาดทุนอิสลามแสดงให้เห็นความยืดหยุ่นของหลักชาริอะฮ์ในการสนับสนุนระบบการเงินและตลาดทุนที่นอกจากจะสามารถดำรงอยู่ “ควบคู่” ไปกับระบบการเงินและตลาดทุนกระแสหลักแล้ว ยังสามารถ “ต่อยอด” ระบบการเงินกระแสหลักในทางที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม
slide29
หลักการของระบบการเงินอิสลามหลักการของระบบการเงินอิสลาม
  • ระบบการเงินแบบอิสลาม (Islamic financial system) หมายถึงระบบการเงินที่ให้ซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่ขัดต่อหลักชาริอะฮ์
  • หลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการห้าม “ริบา” (ดอกเบี้ย) ห้ามการควบคุมราคา การบิดเบือนราคา และการเก็งกำไร (การลงทุนต้องตั้งอยู่บนปัจจัยพื้นฐานที่ประเมินแล้ว)
  • แก่นแท้ของระบบการเงินอิสลามอยู่ที่การส่งเสริมทักษะและทัศนคติแบบ “ไม่เสี่ยงเกินตัว” ของผู้ประกอบการ การปกป้องสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล ความโปร่งใสและความเท่าเทียมกัน (level playing field) ของผู้เล่นในระบบ ตลอดจนความศักดิ์สิทธิ์ของสัญญาทางการเงิน
  • แนวคิดเรื่องการเงินอิสลามเป็นแนวคิดที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและนวัตกรรมในโลกการเงินกระแสหลัก ปัจจุบันแตกแขนงออกไปเป็นสำนักคิดสี่แห่งหลักๆ ได้แก่ ฮานาฟี (Hanafi) มาลิกี (Maliki) ชาเฟย์ (Shafei) และ ฮันบาลี (Hanbali) แต่ละสำนักคิดมีการตีความรายละเอียดปลีกย่อยในชาริอะฮ์แตกต่างกันไปตามมุมมองของตน
slide30
ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในระบบอิสลามผลิตภัณฑ์ทางการเงินในระบบอิสลาม
  • การขายแบบต้นทุนบวกส่วนต่าง (cost-plus-sale) หรือทุนเพื่อการขาย (purchase finance) เรียกว่า มูรอบาฮะห์ (Murabaha)
  • การเช่าซื้อ เรียกว่า อิญาเราะฮฺ (Ijara)
  • การแบ่งผลกำไรจากธุรกิจ เรียกว่า มุฎอรอบะฮฺ (Mudaraba) มีลักษณะคล้ายคลึงกับการลงทุนแบบร่วมลงทุน (venture capital) ในระบบการเงินกระแสหลัก
  • การร่วมทุนทำธุรกิจ เรียกว่า มุชารอกะฮฺ (Musharika)
  • จากงานวิจัยพบว่า ธุรกรรมมุชารอกะฮฺ และมูรอบาฮะห์ของธนาคารอิสลาม สามารถใช้กำหนดนโยบายการเงินของธนาคารได้ค่อนข้างดี ใช้แทนที่นโยบายดอกเบี้ยได้ (เช่น อิหร่าน)
slide31
ความท้าทายและนโยบายที่จำเป็นความท้าทายและนโยบายที่จำเป็น
  • ถึงแม้สถาบันการเงินอิสลามจะมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ แต่สถานการณ์ตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ปัญหาขาดแคลนสภาพคล่อง พอร์ตลงทุน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง สินทรัพย์สภาพคล่องสูง ตลอดจนข้อจำกัดอื่นๆ ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ของสถาบันการเงินอิสลามอยู่ในระดับค่อนข้างคงที่และสินทรัพย์เหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เป็นตราสารการเงินระยะสั้น
  • ปัจจุบันธุรกรรมการเงินแบบอิสลามมักจะเสียเปรียบตราสารหนี้กระแสหลักในด้านความคุ้มค่าของต้นทุน (cost-efficiency)
  • อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งที่กีดขวางการเติบโตของการเงินอิสลามคือการขาดความเข้าใจในสภาวะตลาดการเงินสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนรายละเอียดของกฎเกณฑ์ที่ตรงตามหลักชาริอะฮ์
  • การผ่อนคลายกฎระเบียบในภาคการเงิน และการเปิดให้ทุนไหลเวียนระหว่างประเทศโดยเสรีในหลายๆ ประเทศ ทำให้สถาบันการเงินอิสลามและสถาบันการเงินกระแสหลักเริ่มร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อหาหนทางเพิ่มสภาพคล่องและบริหารจัดการพอร์ตลงทุน
slide33
ปรัชญาและเบื้องหลัง
  • แนวคิดประชานิยมมีรากฐานทางปรัชญาเกี่ยวพันกับลัทธิประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ของ เจเรมี เบนแธม (Jeremy Bentham)
  • การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบ “เปิดเสรีสุดขั้ว” ภายใต้อุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ของ “ตะวันตก” ซึ่งถูก “นำเข้า” มาใช้อย่างเร่งรีบและรุนแรง เป็นสาเหตุหนึ่งของการเลือกดำเนินนโยบายประชานิยม
  • ผู้ปกครองภายใต้แนวคิดประชานิยมพยายามนำเสนอแนวนโยบายที่มีลักษณะเป็นปฏิกิริยาโต้กลับ (Reactionary) นโยบายเดิม โดยมีสาระต่อต้านแนวคิดแบบ “ตะวันตก” และลิดรอนอำนาจทางเศรษฐกิจของชนชั้นนำ (Establishment) ทั้งชนชั้นนำระดับท้องถิ่นและระดับชาติที่มีบรรษัทต่างชาติคอยหนุนหลัง
slide34
รูปแบบและหลักการของนโยบายประชานิยมรูปแบบและหลักการของนโยบายประชานิยม
  • หลักการพื้นฐานของนโยบายประชานิยม คือการระดมทรัพยากรทางการคลังของรัฐบาล ทั้งเงินในงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ และรายได้จากการค้าขายของรัฐบาล มาใช้จ่ายอย่างเต็มที่ในนโยบายประชานิยมรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการทำให้สถาบันการเงินของรัฐให้เป็นแหล่งเงินทุนในการใช้จ่ายงบประมาณไปในนโยบายประชานิยม โดยเน้นหนักไปในการใช้นโยบายกึ่งการคลัง
  • รัฐบาลมักอ้างว่าการดำเนินนโยบายประชานิยมเป็นไปเพื่อช่วยเหลือคนยากจนที่เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ภายในประเทศให้มีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น และมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
  • นโยบายประชานิยมมีหลากหลายมาตรการ
    • มาตรการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับรากหญ้า
    • มาตรการสร้างสวัสดิการสังคม
    • มาตรการแก้ไขปัญหาความยากจนและการยกหนี้/พักชำระหนี้
slide35
ที่มาของนโยบายประชานิยมในละตินอเมริกาที่มาของนโยบายประชานิยมในละตินอเมริกา
  • ในยุคล่าอาณานิคมภูมิภาคละตินอเมริกาตกเป็นเมืองขึ้นและถูกประเทศแม่ขูดรีดทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก หลังจากได้รับเอกราช ประเทศส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ระบบสังคมนิยมและเผด็จการ ปกครองโดยรัฐบาลทหาร เนื่องจากรัฐบาลทหารต้องการแสวงหาความชอบธรรมเพื่อจะได้อยู่ในอำนาจนานๆ จึงเริ่มใช้นโยบายประชานิยม
  • การใช้นโยบายประชานิยมก่อปัญหามากมาย องค์กรโลกบาลต่างๆ จึงเข้ามามีบทบาทในละตินอเมริกา โดยเสนอให้ดำเนินนโยบายตามฉันทมติวอชิงตัน ซึ่งเป็น “ยาแรง” ที่ส่งผลเสียต่อประเทศไม่น้อยไปกว่ากัน นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า
  • หลังจากวิกฤติ ประเทศเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้านการชักนำและนโยบายแทรกแซงของสหรัฐอเมริกา นำไปสู่การดำเนินนโยบายประชานิยมอีกครั้ง ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างออกไปจากเดิมในรายละเอียด

35

slide36
โครงสร้างเชิงสถาบันกับนโยบายประชานิยมโครงสร้างเชิงสถาบันกับนโยบายประชานิยม
  • โดยรวม การใช้นโยบายประชานิยมเป็น “ปฏิกิริยา” (reactionary policies) ของประเทศละตินต่อผลเสียจากอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ และการกดขี่แทรกแซงของบรรษัทข้ามชาติและรัฐบาลอเมริกัน
  • ประชากรในละตินอเมริกามีหลากหลายเชื้อชาติ มีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะเป็นของตนเอง และมีแนวโน้มที่จะต่อต้านต่างชาติ เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ถูกขูดรีดและแทรกแซงจากต่างชาติเสมอมา ทำให้การดำเนินนโยบายประชานิยมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ เอื้อให้เกิดการดำเนินนโยบายในลักษณะนี้อยู่เสมอ
  • รูปแบบและความสำเร็จของนโยบายประชานิยม มักขึ้นอยู่กับ
    • อุดมการณ์ทางการเมืองที่ผู้นำยึดถือ เช่น ประชาธิปไตย สังคมนิยม หรือเผด็จการทหาร
    • ลัทธิความเชื่อทางเศรษฐกิจว่าเชื่อในลัทธิเสรีนิยมใหม่ หรือต่อต้านเสรีนิยมใหม่
    • ระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างเชิงสถาบันในละตินอเมริกา ซึ่งในหลายประเทศยังอ่อนแออยู่
    • ระดับทรัพยากร เช่น ประเทศที่มีรายได้จากการขายพลังงานที่ราคากำลังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ (เวเนซุเอลา โบลิเวีย และเอกวาดอร์) ย่อมสามารถใช้เงินดำเนินนโยบายประชานิยมอย่าง “ยั่งยืน” มากกว่าประเทศที่ไม่มี

36

slide37
หนี้สาธารณะ : หนึ่งในข้อจำกัดของขอบเขตประชานิยม

สัดส่วนหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงของอาร์เจนตินาและบราซิล ประกอบกับการที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เท่าไรนักทำให้สองประเทศนี้มีความคล่องตัวในการดำเนินนโยบายประชานิยมต่ำกว่าประเทศอื่นๆ อย่างเวเนซุเอลา ชิลี หรือเอกวาดอร์

37

slide38
รูปแบบของประชานิยมในละตินอเมริการูปแบบของประชานิยมในละตินอเมริกา
  • ประชานิยมแบบดั้งเดิม มีฐานเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่กลุ่มสหภาพแรงงาน มีนโยบายจัดสรร กระจายและแจกจ่ายสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นคนจนและชนชั้นกลางให้เป็นธรรมมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจต่อต้านทุนนิยมเสียทีเดียว นโยบายแบบนี้มีลักษณะต้องการกระจายอำนาจในการบริโภคมากกว่าต้องการปฏิวัติระบอบเศรษฐกิจ
  • ประชานิยมเสรีนิยมใหม่เลือกดำเนินนโยบายประชานิยมควบคู่ไปกับนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวกำหนดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และลดบทบาทของรัฐลง แล้วใช้นโยบายเอาใจฐานเสียงที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนระดับล่างในเศรษฐกิจนอกระบบซึ่งจะใช้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การแยกตัวเองออกจากกลุ่มนักการเมืองรุ่นเก่า หรือ กลุ่มอำนาจเก่า
  • ประชานิยมชาตินิยมมีนโยบายซื้อคืนกิจการของเอกชน โดยเฉพาะกิจการผูกขาดในสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ตกอยู่ในมือบรรษัทข้ามชาติ ให้กลับมาเป็นของรัฐ และดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างสถาบัน

38

slide39
ผลดี-ผลเสียของนโยบายประชานิยมรูปแบบต่าง
  • ประชานิยมแบบดั้งเดิมส่งผลให้รายได้ที่แท้จริงและการบริโภคอยู่ในระดับดีขึ้น อย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ประชาชนได้สินค้าและบริการมาอุปโภคบริโภคโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุน ทำให้เศรษฐกิจในระยะแรกเติบโต แต่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในระยะยาว โดยเฉพาะการบั่นทอนวินัยทางการคลังของรัฐ และวินัยทางการเงินของประชาชน
  • ประชานิยมเสรีนิยมใหม่ ทำให้เกิดผลกระทบคล้ายคลึงกับประชานิยมแบบแรก ต่างกันที่
    • มีผลดีจากการที่นักลงทุนจากในและต่างประเทศจะมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนภายในประเทศ มากกว่าประเทศที่ใช้ประชานิยมแบบดั้งเดิมและประชานิยมชาตินิยม
    • เมื่อใช้นโยบายควบคู่กับเสรีนิยมใหม่ที่เน้นกลไกตลาด จะทำให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น หากประเทศมีโครงสร้างเชิงสถาบันที่ดี
  • ประชานิยมชาตินิยม ส่งผลให้รายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ระบบบริการสุขภาพและระบบการศึกษามีคุณภาพดีกว่าเดิม แต่ก็ส่งผลให้รัฐบาลมีภาระในการใช้จ่ายมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาวไม่ต่างกันกับนโยบายประชานิยมแบบอื่น ๆ นอกจากนี้ ก็มีข้อกังขาว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินธุรกิจผูกขาดได้ดีกว่าเอกชนหรือไม่

39

slide40
รูปแบบของประชานิยมในประเทศละตินอเมริการูปแบบของประชานิยมในประเทศละตินอเมริกา

40

slide41
ข้อถกเถียงเกี่ยวกับนโยบายประชานิยมข้อถกเถียงเกี่ยวกับนโยบายประชานิยม
  • การดำเนินนโยบายประชานิยมช่วยแก้ปัญหาให้กับคนยากจนได้หรือไม่
  • การดำเนินนโยบายกระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้นแบบเคนส์ (Keynes) ส่งผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน
  • การดำเนินนโยบายประชานิยมอยู่ภายใต้อุดมการณ์สังคมนิยมหรือไม่
  • แนวนโยบายประชานิยมต่อต้านอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่จริงหรือไม่
  • การดำเนินนโยบายประชานิยม ทำให้กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยและประชาสังคมต้องติดขัดจริงหรือไม่
  • การดำเนินนโยบายประชานิยมมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือคนจนจริงหรือไม่

41

slide42
การปรับตัวภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์การปรับตัวภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
  • การปรับตัวตอบสนองและสนับสนุนโลกาภิวัตน์
    • แสดงให้เห็นว่าหลักการของทุนนิยมนั้นไม่ได้ขัดต่อการดำเนินนโยบายประชานิยมแต่อย่างใด แม้ว่าอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เฉพาะเจาะจงกว่าประชานิยมโดยทั่วไปบ้าง
    • เช่น รัฐบาลประชานิยมเสรีนิยมใหม่ของประธานาธิบดี อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ แห่งเปรู เลือกที่จะไม่ดำเนินนโยบายปฏิรูปที่ดิน นโยบายกระจายรายได้ แต่เน้นส่งเสริมการบริโภคของประชาชน กระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค
  • การปรับตัวตอบสนองและต่อต้านโลกาภิวัตน์ในรูปแบบต่าง ๆ
    • “เขตเศรษฐกิจของประชาชน” (Bolivarian Alternative for the Americas, ALBA) ลงนามร่วมกันระหว่างโบลิเวีย คิวบา และเวเนซุเอลา
    • นโยบายควบคุมเงินทุนไหลเข้า เช่น อาร์เจนตินาในยุคประธานาธิบดี เนสเตอร์ คิชเนอร์
    • โครงการ “เปโตรคาริป” (Petro Caribe) ขายน้ำมันราคาถูก, “เปโตรชัว” (Petro Sur)น้ำมันแลกลูกวัว, และ “เทเลซัว” (Tele Sur) ผลิตรายการทางเลือก