Chapter 2
Download
1 / 27

CHAPTER 2 - PowerPoint PPT Presentation


  • 166 Views
  • Updated On :

CHAPTER 2. SCIENTIFIC INVESTIGATION การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์. วัตถุประสงค์ในการศึกษา. อธิบายความหมายของการวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์ และยกตัวอย่างของการวิจัยทั้งตามหลักวิทยาศาสตร์และไม่อิงวิทยาศาสตร์ได้ อธิบายคุณสมบัติ 8 ประการของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ได้

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'CHAPTER 2' - Thomas


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
Chapter 2 l.jpg
CHAPTER 2

SCIENTIFIC INVESTIGATION

การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์


Slide2 l.jpg
วัตถุประสงค์ในการศึกษาวัตถุประสงค์ในการศึกษา

  • อธิบายความหมายของการวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์ และยกตัวอย่างของการวิจัยทั้งตามหลักวิทยาศาสตร์และไม่อิงวิทยาศาสตร์ได้

  • อธิบายคุณสมบัติ 8 ประการของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ได้

  • อธิบายได้ว่า ทำไมการวิจัยพฤติกรรมองค์กร และการบริหาร จึงไม่สามารถอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด


Slide3 l.jpg
วัตถุประสงค์ในการศึกษา (ต่อ)

  • อธิบายการสร้างแนวทางเชิงวิทยาศาสตร์

  • อธิบาย 7 ขั้นตอนของวิธีการตั้งสมมติฐานเชิงอนุมาน และการยกตัวอย่าง

  • อธิบายได้ถึงข้อดีของความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์


Slide4 l.jpg
การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์

หมายถึง การแก้ปัญหาโดยใช้วิธีเป็นเหตุเป็นผล เป็นระบบ แบบแผน และความถูกต้องแม่นยำ เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหา ตลอดจนรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและการทำสรุปผลได้อย่างถูกต้อง


Slide5 l.jpg
คุณสมบัติของการวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์คุณสมบัติของการวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์

  • 1. มีจุดมุ่งหมาย (Purposiveness)

  • 2. มีความถูกต้องแม่นยำ(Rigor)

  • 3. สามารถทดสอบได้(Testability)

  • 4. สามารถทำซ้ำได้(Replicability)

  • 5. ความถูกต้องเที่ยงตรง และ ความเชื่อมั่น(Precision and Confidence)

  • 6. การสรุปผลจากข้อเท็จจริง(Objectivity)

  • 7. สามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง(Generalizability)

  • 8. ความง่าย (Parsimony)


1 purposiveness l.jpg
1. การมีจุดมุ่งหมาย (คุณสมบัติของการวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์Purposiveness)

The situation in which research is focused on solving a well-identified

And defined problem, rather aimlessly looking for answers to vague questions

  • ตย. การเพิ่มความผูกพันของพนักงานที่มีต่อ

  • บริษัทเพื่อ

  • จำนวนการลาออกน้อยลง

  • การขาด ลา มาสายน้อยลง

  • การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน


Slide7 l.jpg

2. มีความถูกต้องแม่นยำ (Rigor)

The theoretical and methodological precision adhered to in conducting research

  • การปฏิบัติตามหลักทฤษฎี

  • มีการออกแบบวิธีการที่ดีเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

  • ในการศึกษาค้นคว้าวิจัย


Slide8 l.jpg

สาเหตุของการขาดความถูกต้องแม่นยำสาเหตุของการขาดความถูกต้องแม่นยำ

  • กลุ่มตัวอย่างเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ

  • รูปแบบคำถามอาจมีผลทำให้เกิดการเบี่ยงเบน ลำเอียง

    และมีความไม่ถูกต้องของคำตอบเกิดขึ้น

  • มีอิทธิพลที่สำคัญอื่น ที่มีผลต่อกลุ่มตัวอย่าง


3 testability l.jpg
3. สามารถทดสอบได้ (Testability)สาเหตุของการขาดความถูกต้องแม่นยำ

The ability to subject the data collected to appropriate statistical tests, in order to substantiate or reject the hypotheses developed for research study.การทดสอบสมมติฐานในทางตรรกศาตร์เพื่อที่จะตรวจสอบ ว่าข้อมูลที่นำมาศึกษาสนับสนุนสมมติฐานหรือไม่

ตย. สมมติฐานที่ว่า พนักงานที่เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีใน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จะมีความผูกพันกับบริษัทมากยิ่งขึ้น


Slide10 l.jpg

การพัฒนาข้อสมมติฐานที่ตั้งไว้การพัฒนาข้อสมมติฐานที่ตั้งไว้

  • การรวบรวมข้อมูล

  • นำข้อมูลไปทดสอบโดยใช้หลาย ๆ วิธี เช่น

    วิธี Chi - Squar test & t - test

  • ตรวจสอบว่าข้อมูลที่ศึกษามา สนับสนุนสมมติฐานหรือไม่


4 replicability l.jpg
4. สามารถพิสูจน์ได้ (Replicability)

  • หาหลักฐานจากการศึกษาวิจัยโดยองค์กรอื่นๆ

  • เพื่อพิสูจน์การสนับสนุนข้อมูล

  • ทดสอบสมมติฐานซ้ำ ในสถานการณ์อื่นๆ

  • ที่คล้ายคลึงกันเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในผลการวิจัย


5 precision and confidence l.jpg
5. ความถูกต้องเที่ยงตรง และความมั่นใจ(Precision and Confidence)

  • ข้อสรุปจะต้องตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยมี

  • ความถูกต้องเที่ยงตรง หมายถึง ระดับความถูกต้องแม่นยำของผลลัพธ์ที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างซึ่งตรงกับความเป็นจริงในภาพรวม

  • ความเชื่อมั่น หมายถึง ความเป็นไปได้ที่การคาดคะเนถูกต้อง เช่น ระดับความเชื่อมั่น ที่ 95 % ก็คือ มีโอกาสเพียง 5% ที่พบว่าข้อสรุปที่ได้อาจไม่ถูกต้อง - ถูกยอมรับเป็น (Conventional) ระดับความสำคัญที่ .05

  • ( p = .05 )


6 objectivity l.jpg
6. การสรุปผลจากข้อเท็จจริง(Objectivity)

  • บทสรุปที่ได้มาจากการตีความผลวิเคราะห์ข้อมูลควรมา

  • จากความจริง

  • วิเคราะห์ข้อมูลซึ่งมีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่มาจาก

  • ความรู้สึกนึกคิด หรืออารมณ์ของตนเอง

  • ยึดมั่นข้อมูลจากผลที่ออกมาซึ่งผ่านขบวนการการวิจัย

  • อย่างถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นตอน


7 generalizability l.jpg
7. สามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง (Generalizability)

หมายถึง ขอบเขตของการประยุกต์ใช้ข้อมูลการวิจัยขององค์กรหนึ่งกับองค์กรอื่นๆ


Slide15 l.jpg

8. ความง่าย (Parsimony) สามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง (Generalizability)

  • การใช้หลักการที่ง่าย

  • จำนวนตัวแปรที่ใช้ในการสร้างทฤษฎีไม่ซับซ้อนเกินไป

  • การสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

  • และไม่เป็นทางการ รวมทั้งการทบทวนงานวิจัยเก่า


Slide16 l.jpg
อุปสรรคของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์อุปสรรคของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์

  • การประเมินและรวบรวมข้อมูลที่มาจากความ

    นึกคิด อารมณ์ ทัศนคติ และความรู้สึก จากกลุ่ม

    ตัวอย่างซึ่งจะถูกจำกัดการนำไปใช้ของผลลัพธ์


Slide17 l.jpg

กำหนดปัญหาอุปสรรคของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์

สังเกตการณ์

โครงสร้างทฤษฏีและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

กลั่นกรองทฤษฎีหรือการปฏิบัติตาม

ตั้งสมมติฐาน

ประมวลผล

กำหนดหลักปฎิบัติงานและคำนิยาม

วิเคราะห์ข้อมูล

ออกแบบการวิจัย

รวบรวมข้อมูล

การสร้างแนวทางวิทยาศาสตร์


Hypothethico deductive method l.jpg
วิธีอนุมานสมมุติฐาน อุปสรรคของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์(Hypothethico - Deductive Method)

1. การสังเกตการณ์

2. การรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น

3. การสร้างทฤษฎี

4. การตั้งสมมติฐาน

5. การรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

6. การวิเคราะห์ข้อมูล

7. การอนุมาน (สรุป)


Observation l.jpg
การสังเกตการณ์ อุปสรรคของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์(Observation)

  • ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ทัศนคติที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อม

  • ต้องมีความรอบรู้และไวต่อสิ่งที่เกิดขึ้น


Preliminary information gathering l.jpg
การวบรวมข้อมูลเบื้องต้นการวบรวมข้อมูลเบื้องต้น(Preliminary Information Gathering)

  • การหาข้อมูลในสิ่งที่สังเกตเห็น

  • การพูดคุยกับบุคคลต่างๆ

  • การสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ

  • การหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ


Theory formulation l.jpg
การกำหนดทฤษฎี การวบรวมข้อมูลเบื้องต้น(Theory Formulation)

  • การกำหนดทฤษฎีที่เหมาะสม

  • รวบรวมข้อมูลโดยใช้หลักตรรกศาสตร์

  • ตรวจสอบตัวแปรที่สำคัญเพื่อใช้ในการอธิบายว่าทำไมจึงเกิด ปัญหาขึ้นและจะแก้ไขอย่างไร

  • เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เพื่อหาเหตุผลว่าทำไมปัจจัย ต่างๆจึงมีอิทธิพลต่อปัญหาที่เกิดขึ้น


Hypothesizing l.jpg
การตั้งสมมติฐาน การวบรวมข้อมูลเบื้องต้น(Hypothesizing)

  • การคาดคะเนโดยใช้หลักการ

  • มีมุมมองที่สร้างสรรค์

  • หาสมมติฐานจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

  • สร้างสมมติฐานใหม่จากการสังเกตการณ์


Further scientific data collection l.jpg
การรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ (Further Scientific Data Collection)

  • หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรแต่ละตัวในสมมติฐาน

  • รวบรวมข้อมูลแต่ละตัวแปรในโครงสร้างทฤษฎีจากสมมติฐานที่สร้างขึ้น


Data analysis l.jpg
การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)

  • การรวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ

  • การวิเคราะห์และทดสอบว่าสองตัวแปรมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

  • การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณ

    ข้อมูลเชิงคุณภาพ หมายถึง ข้อมูลที่ได้มาจากการสัมภาษณ์ หรือการสังเกตการณ์

    ข้อมูลเชิงปริมาณ หมายถึง เป็นข้อมูลที่ได้มาจากแบบสอบถาม


Deduction l.jpg
การอนุมาน (Deduction)

หมายถึง ขั้นตอนการสรุปโดยการตีความหมายของผลที่ได้จากข้อเท็จจริงโดยการวิเคราะห์ข้อมูล


Slide26 l.jpg
ข้อดีของความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ข้อดีของความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์

  • สามารถนำผลวิจัยในเชิงวิทยาศาสตร์ไปแก้ปัญหาได้

  • รู้จักวิธีการวิเคราะห์และทำวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ที่เน้นถึงการแก้ปัญหาโดยใช้วิธีเป็นเหตุเป็นผลเป็นระบบ แบบแผน

  • ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยสามารถสนับสนุนในการตัดสินใจที่เหมาะสมและแก้ปัญหาเพื่อลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น


Slide27 l.jpg
บทสรุปข้อดีของความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์

  • การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์เป็นการวิจัยเป็นขั้นตอนโดยใช้วิธีอนุมานสมมติฐานซึ่งใช้ในการแก้ไขปัญหาและการตระหนักถึงคุณค่าของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และทราบถึงความจำเป็นในการวิจัยที่สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับองค์กรไม่สามารถให้ผลที่ถูกต้องได้ 100% แต่วิธีแก้ไขปัญหาที่ได้มาตรฐานก็สามารถทำให้เกิดการตัดสินใจได้ถูกต้อง