slide1 l.
Download
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
การดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้น PowerPoint Presentation
Download Presentation
การดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้น

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 69

การดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้น - PowerPoint PPT Presentation


  • 340 Views
  • Uploaded on

การดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้น. พญ . กนกพร คุณาวิศรุต ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาวะแทรกซ้อน ห้องผ่าตัด 71 % หอผู้ป่วย 10 % ห้องพักฟื้น 9 %. ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about 'การดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้น' - Mercy


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

การดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้นการดูแลผู้ป่วยในห้องพักฟื้น

พญ.กนกพร คุณาวิศรุต

ภาควิชาวิสัญญีวิทยา

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

slide2
ภาวะแทรกซ้อน
  • ห้องผ่าตัด 71%
  • หอผู้ป่วย 10%
  • ห้องพักฟื้น 9%
slide3
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  • ปัญหาจากการใช้ยาระงับความรู้สึก: ผลหลงเหลือของยาะงับความรู้สึก ยาหย่อนกล้ามเนื้อ ผลกระทบจากวิธีการให้ยาระงับความรู้สึก
  • ปัญหาจากการผ่าตัด: ความปวด เลือดออกจากแผลผ่าตัด water intoxication จาก irrigation fluid ในการทำ TURP , gas embolism จากการผ่าตัดส่องกล้อง
  • ปัญหาจากโรคประจำตัวของผู้ป่วย
slide4
ผู้ดูแลผู้ป่วยหลังการให้ยาระงับความรู้สึกจะมีหน้าที่ เฝ้าระวัง ประคับประคอง และ แก้ไขปัญหาที่เกิดแก่ผู้ป่วยในระยะฟื้นตัวจนกว่าผู้ป่วยจะคืนสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนมารับยาระงับความรู้สึกและผ่าตัด
slide5
ความรู้เบื้องต้น
  • ผลกระทบจากการหลงเหลือของยาระงับความรู้สึกและยาเสริม
  • ผลกระทบจากการผ่าตัด
  • การเฝ้าระวังสังเกตอาการ อาการแสดงทางคลีนิคของปัญหาแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและการช่วยเหลือ
  • เกณฑ์รับรองความปลอดภัยก่อนส่งผู้ป่วยออกจากห้องพักฟื้น หรือก่อนส่งผู้ป่วยกลับบ้าน
postanesthesia care unit pacu
ห้องพักฟื้น (Postanesthesia care unit: PACU)
  • ใกล้ห้องผ่าตัด
  • ใกล้หออภิบาลผู้ป่วยหนัก
  • ใกล้หน่วยปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ต่างๆและหน่วยถ่ายภาพรังสี
  • ห้องแยกสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ
postanesthesia care unit pacu7
ห้องพักฟื้น (Postanesthesia care unit: PACU)
  • จำนวนเตียงที่พอเหมาะต่อห้องผ่าตัด 1.5:1 ถึง 2:1
  • พยาบาลดูแลผู้ป่วย อัตรา 1:2
  • ปัญหาที่พบได้ในห้องพักฟื้น : การดูแลทางเดินหายใจ การบำบัดด้วยออกซิเจน การบำบัดความปวด การดูแลแผลผ่าตัด การดูแลสายระบายและสายสวน (drain, catheter) การกู้ชีพ
  • ประสานงานระหว่างวิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์
slide8
อุปกรณ์ที่จำเป็น
  • อุปกรณ์เฝ้าระวัง: NIBP , pulse oximeter , EKG ปรอทวัดอุณหภูมิกาย
  • อุปกรณ์กู้ชีพ: laryngoscope , endotracheal tube ขนาดต่างๆ self-inflating bag , nasal airway, oral airway , defibrillator
  • อุปกรณ์ให้ความอบอุ่นผู้ป่วย:forced-air-warmer heating lamp ,warming blanket
slide9
อุปกรณ์ที่จำเป็นในห้องพักฟื้นอุปกรณ์ที่จำเป็นในห้องพักฟื้น
  • ยาที่จำเป็น: ยาระงับปวด ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ยาต้านฤทธิ์ยาหย่อนกล้ามเนื้อ ยาต้านฤทธิ์อนุพันธ์ฝิ่น (opioid) ยากู้ชีพ เช่น adrenaline , atropine
  • อุปกรณ์อื่นๆ: ออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์ , suction

เครื่องให้ยาระงับความรู้สึก

slide10
การส่งต่อและการให้ข้อมูลผู้ป่วยการส่งต่อและการให้ข้อมูลผู้ป่วย
  • ข้อมูลก่อนผ่าตัด: โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ผู้ป่วยใช้ประจำยาที่ได้รับก่อนผ่าตัด
  • ข้อมูลขณะผ่าตัด: ชนิดการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก ปัญหาที่เกิดขึ้น การเสียเลือด ชนิดและปริมาณสารน้ำที่ให้ ปริมาณปัสสาวะ ยาที่ได้รับที่ควรทราบ เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาตีบหลอดเลือด
slide11
การส่งต่อและการให้ข้อมูลผู้ป่วยการส่งต่อและการให้ข้อมูลผู้ป่วย
  • ข้อมูลหลังผ่าตัดกรณีที่ต้องการเน้นให้ระวังเป็นพิเศษ: ทางเดินหายใจและลักษณะการหายใจ ชีพจรและความดันเลือด ระดับความรู้สึกตัว catheter เช่น epidural catheter ,Swan-Ganz catheter
  • ในกรณีที่สภาพผู้ป่วยไม่คงที่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ อาจบอกแนวทางสัญญาณชีพที่ยอมรับได้ ปริมาณปัสสาวะและการเสียเลือดที่ยอมรับได้ และสามารถตามแพทย์ได้ที่ใด
slide12
แนวทางการดูแลผู้ป่วยใน PACU

1. รับผู้ป่วย สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย

2. ให้ oxygen nebulizer

3. วัด vital sign ทุก 5 นาที นานอย่างน้อย 30 นาที

4. วัด oxygen saturation ตลอดเวลา ลงบันทึกทุก 10 นาที

5. สังเกตการหายใจ

6. ประเมินและให้คะแนน PACU discharge score

7. Nursing care: ดูแผลผ่าตัด , สาย IV , สายสวนปัสสาวะ

8. รายงานแพทย์เมื่อมีปัญหา

  • บันทึกผลการสังเกต vital sign และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • ติดต่อญาติ แจ้งข้อมูลเท่าที่จำเป็น เพื่อลดความกังวล
slide13
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในห้องพักฟื้นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในห้องพักฟื้น
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบไหลเวียนเลือด
  • ภาวะแทรกซ้อนทางไต
  • ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
slide14
ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ
  • พบได้บ่อยถึง 2 ใน 3 ของภาวะแทรกซ้อนทั้งหมด
  • ปัจจัยเสี่ยง

อายุมากกว่า 60 ปี

เพศชาย อ้วน ผ่าตัดฉุกเฉิน

ผ่าตัดนานเกิน 4 ชั่วโมง

ได้รับอนุพันธ์ฝิ่นหรือยานอนหลับชนิดมีฤทธิ์นาน

หรือขนาดค่อนข้างมาก

slide15
ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ
  • ทางเดินหายใจอุดกั้น (Airway obstruction)
  • หายใจไม่พอ(Hypoventilation)
  • ปัญหาเกี่ยวกับพยาธิสภาพที่เนื้อปอด : pulmonary edema atelectasis , aspiration pneumonitis , pneumothorax
airway obstruction
ทางเดินหายใจอุดกั้น (Airway obstruction)

เสมหะหรือลิ้นและเนื้อเยื่ออ่อนตกไปปิด glottis

สาเหตุอื่นๆ :

  • Laryngospasm
  • Laryngeal edema
  • ก้อนเลือดกดทับทางเดินหายใจจากภายนอก :

thyroid , neck surgery , carotid endarterectomy

  • Vocal cord paralysis : thyroid and parathyroid
airway obstruction17
ทางเดินหายใจอุดกั้น (Airway obstruction)
  • Paradoxical breathing : หายใจเข้าทรวงอกจะยุบลงขณะที่ท้องโป่ง
  • suprasternal notch และซี่โครงบุ๋ม
  • Negative pulmonary edema
airway obstruction18
ทางเดินหายใจอุดกั้น (Airway obstruction)

การรักษา

  • ดูดเสมหะในปากและคอ จนเสียงหายใจดีขึ้น
  • จัดท่าผู้ป่วยนอนตะแคง
  • เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง : chin lift , jaw thrust
  • oropharyngeal airway , nasopharyngeal airway แล้วแต่กรณี
airway obstruction19
ทางเดินหายใจอุดกั้น (Airway obstruction)

การรักษา

  • Laryngeal edema : dexamethasone 5-10 มก.
  • Laryngeal spasm: positive pressure ventilationsuccinylcholine 0.5 - 1 มก./กก. V
  • Postintubation croup : nebulized racemic epinephrine
slide20
ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกกรณี ถ้าเปิดทางเดินหายใจให้โล่งด้วยวิธีดังกล่าวไม่ได้ หรือต้องช่วยตลอดเวลา ให้พิจารณาใส่ท่อทางเดินหายใจเข้าไปใหม่ คอยจนผู้ป่วยฟื้นตัวจึงถอดท่อทางเดินหายใจ
hypoventilation
หายใจไม่พอ (Hypoventilation)
  • ศูนย์หายใจถูกกด: ยาระงับความรู้สึกที่มีฤทธิ์หลงเหลือ
  • กล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง:การผ่าตัดช่องอกหรือช่องท้องส่วนบน อ้วน ท้องอืด ผลหลงเหลือของยาหย่อนกล้ามเนื้อ
  • พยาธิสภาพของปอดโดยตรง เช่น หลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (chronic bronchitis, emphysema ) scoliosis
slide22
พยาธิสภาพที่เนื้อปอด

Pulmonary edema

  • Cardiogenic pulmonary edema : หัวใจห้องล่างซ้ายล้มเหลว ลิ้นไมตรัลตีบ ได้รับสารน้ำมากไปหรือเร็วไปจนหัวใจปรับตัวไม่ได้
  • Non cardiogenic pulmonary edema: ปอดอักเสบจากการสำลัก ติดเชื้อในกระแสเลือดระดับอัลบูมินในเลือดต่ำ negative interstitial pressure สูงขึ้นจากผู้ป่วยหายใจเร็ว
pulmonary edema
Pulmonary edema
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ชีพจรเต้นเร็ว ไอมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู
  • crepitation
  • ในรายที่เกิดจาก cardiogenic pulmonary edema อาจตรวจพบหลอดเลือดดำที่คอโป่ง นอนราบไม่ได้ ฟังเสียงหัวใจจะได้ยินเสียง S3 gallop
pulmonary edema24
Pulmonary edema

การรักษา

  • ให้การบำบัดด้วยออกซิเจน
  • หาปัจจัยชักนำ
  • ปรึกษาวิสัญญีแพทย์เพื่อพิจารณาให้ยาขับปัสสาวะ ยากระตุ้นหัวใจ ยาขยายหลอดเลือด
atelectasis
ปอดแฟบ (Atelectasis)
  • หลังการผ่าตัดช่องอกและช่องท้องส่วนบน การใส่ท่อทางเดินหายใจลึกลงปอดข้างเดียว
  • VC ลดลงจนน้อยกว่า 15 มล./กก. จะทำให้ผู้ป่วยไอไม่แรงพอที่จะเอาเสมหะออกมาได้ มีเสมหะอุดกั้นในหลอดลม
atelectasis26
ปอดแฟบ (Atelectasis)

การรักษา: ให้การบำบัดเพื่อให้ปอดขยายตัว

  • sustained maximal inspiration(SMI) therapy
  • incentive spirometer
  • intermittent positive pressure breathing : IPPB
  • continuous positive airway pressure ( CPAP)
  • ให้ละอองไอน้ำเพื่อลดความเหนียวของเสมหะ บำบัดความปวดอย่างเหมาะสม
aspiration pneumonitis
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration pneumonitis)
  • pH<2.5 และปริมาณ >0.4 มล./กก.
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย wheeze,rales , rhonchi
  • ออกซิเจน
  • ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างน้อยสองชั่วโมงหลังผ่าตัด และต้องเฝ้าระวัง ติดตามการดำเนินของโรคที่หอผู้ป่วย
  • ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีหลักฐานการติดเชื้อ
  • steroid และการทำ pulmonary lavage ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าได้ประโยชน์
pneumothorax
ลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax)
  • ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ subclavian และ internal

jugular

  • Intercostal nerve block
  • Tracheostomy , retroperitoneal surgery
  • การเจาะปอดตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ
pneumothorax29
ลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax)
  • ผู้ป่วยบ่นแน่นอึดอัดหน้าอก เจ็บหน้าอกหรือเจ็บร้าวไปไหล่ หายใจหอบ
  • เสียงหายใจเบาลงและเคาะโปร่ง หลอดลมอาจเบี้ยวไปด้านตรงข้าม
  • Tension pneumothorax อาจไปกดเบียดหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยจะหอบมาก ชีพจรเต็นเร็ว ความดันเลือดตก และอาจเสียชีวิตถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ
pneumothorax30
ลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax)
  • ให้การบำบัดดัวยออกซิเจนด้วยวิธีที่เหมาะสมกับความรุนแรงของโรค
  • Intercostal drainage ถ้ามีปริมาณลมมากกว่าร้อยละ 15-20 หรือผู้ป่วยมีอาการ
slide31
การบำบัดด้วยออกซิเจน

เมื่อมีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ ความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการเกิด hypoxemia และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

อุปกรณ์ : nasal cannula

aerosal mask ผ่าน nebulizer

mask with bag

slide32
การบำบัดด้วยออกซิเจน

พึงระลึกไว้ว่าการให้ออกซิเจนเป็น

การรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจน

จะต้องได้รับการวินิจฉัยและแก้ไขไปพร้อมกัน

slide33
ภาวะแทรกซ้อนทางระบบไหลเวียนเลือดภาวะแทรกซ้อนทางระบบไหลเวียนเลือด
  • ความดันเลือดตก (Hypotension)
  • ความดันเลือดสูง (Reactive hypertension)
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac dysrhythmia)
hypotension
ความดันเลือดตก (Hypotension)
  • ความดันเลือดลดลงมากกว่าร้อยละ20
  • สับสน หัวใจเต้นเร็ว ปัสสาวะออกน้อย
  • ภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตวาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
hypotension35
ความดันเลือดตก (Hypotension)
  • Inadequate venous return: hypovolemia พบได้บ่อยที่สุด การให้สารน้ำไม่เพียงพอระหว่างผ่าตัด เลือดซึมจากแผลผ่าตัด การสูญเสียสารน้ำใน 3rd space
  • Systemic vascular resistance ลดลงเช่น ผลหลงเหลือของยาระงับความรู้สึกทั่วตัว ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ หลังได้รับยาระงับปวด ผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิกายต่ำความดันเลือดอาจตกได้เมื่อให้ความอบอุ่น
  • ผู้ป่วยได้รับยาขยายหลอดเลือด เช่น NTG ,calcium channel blockers , ACEI ,α-adrenergic blockers
hypotension36
ความดันเลือดตก (Hypotension)
  • ผู้ป่วยที่ช่วยหายใจด้วยความดันบวก (positive pressure ventilation)
  • สาเหตุอื่น : tension pneumothorax , cardiac temponade ความผิดปกติของหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ
hypotension37
ความดันเลือดตก (Hypotension)

การรักษา

  • isotonic crystalloid (0.9% normal saline ,balanced salt solution)
  • colloid/ crystalloid
  • fluid challenge test
reactive hypertension
ความดันเลือดสูงขณะฟื้นจากยาระงับความรู้สึก ( Reactive hypertension)
  • systolic หรือ diastolic สูงกว่าเดิมมากกว่าร้อยละ20
  • hypertensive emergency
  • ปวดศีรษะ ตามัว เจ็บหน้าอก
  • ภาวะแทรกซ้อน : เลือดออกในสมอง หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เพิ่มความดันกะโหลกศีรษะและความดันลูกตา
reactive hypertension39
ความดันเลือดสูงขณะฟื้นจากยาระงับความรู้สึก ( Reactive hypertension)
  • ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง ปวดแผลผ่าตัด ปวดปัสสาวะ วิตกกังวล
  • การรักษา แก้ไขตามสาเหตุ

ให้ยาระงับปวด , ยาคลายกังวล

ใส่สายสวนปัสสาวะ

ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาให้ยาลดความ

ดันเลือด : labetalol esmolol hydralazine nicardepine

cardiac dysrhythmia
หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac dysrhythmia)
  • sinus tachycardia , sinus bradycardia , ventricular premature beats , ventricular tachycardia , supraventricular tachycardia
  • สาเหตุ : ยา (prostigmine, atropine) ออกซิเจนในเลือดต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง ปวดแผลผ่าตัด เกลือแร่ไม่สมดุลย์ metabolic alkalosis , metabolic acidosis ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม
cardiac dysrhythmia41
หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac dysrhythmia)
  • ถ้าพบหัวใจเต้นช้าลงร่วมกับความดันเลือดตกหลังได้ prostigmine และatropine ให้ atropine ซ้ำได้อีกหนึ่งครั้งจนชีพจรเป็นปกติ
  • ควรวินิจฉัยแยกให้ได้ว่าสาเหตุที่หัวใจเต้นเร็วไม่ได้เป็นอาการจากภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • dysrhythmia ชนิดอื่นให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และพิจารณาให้antiarrhythmic drug
slide42
ภาวะแทรกซ้อนทางไต
  • ปัสสาวะออกน้อย (Oliguria)
  • ปัสสาวะออกมาก (Polyuria)
oliguria
ปัสสาวะออกน้อย (Oliguria)
  • 0.5-1 มล./กก./ชม.
  • มักเกิดจากการให้สารน้ำไม่เพียงพอ
  • สายสวนปัสสาวะไม่พับหักงอหรือมีลิ่มเลือดอุดตัน
  • crystalloid (0.9% normal saline หรือ balanced salt solution)
polyuria
ปัสสาวะออกมาก (Polyuria)
  • ได้รับยาขับปัสสาวะ การให้สารน้ำมากเกินไป หรือผู้ป่วยเบาหวานซึ่งน้ำตาลในเลือดสูง เกิดอันตรายที่ต่อม pituitaryในผู้ป่วยที่มีอุบัติเหตุทางสมอง
  • การรักษา ให้วัดจำนวนปัสสาวะต่อชั่วโมงและทดแทนให้เหมาะสม รักษาความดันเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาต่อไป
slide45
ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
  • คลื่นไส้อาเจียน (Nausea vomiting)
  • อุณหภูมิกายเย็น (Hypothermia)
  • ปฏิกิริยาขณะฟื้นจากยาระงับความรู้สึกทั่วตัว (Emergence reaction)
  • ตื่นช้า(Delayed emergence)
  • ความปวด
nausea vomiting
คลื่นไส้อาเจียน (Nausea vomiting)
  • อุบัติการณ์ร้อยละ 10-30
  • แผลผ่าตัดแยก สมดุลย์เกลือแร่ผิดปกติ เพิ่มความดันกะโหลกศีรษะและความดันลูกตา เพิ่มความเสี่ยงการสำลักอาหารเข้าปอด จำหน่ายผู้ป่วยได้ช้าและความพึงพอใจของผู้ป่วยลดลง
nausea vomiting47
คลื่นไส้อาเจียน (Nausea vomiting)

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้ป่วย: อายุน้อย เพศหญิง อ้วน ไม่สูบบุหรี่ มีประวัติเมารถเมาเรือ ประวัติคลื่นไส้อาเจียนจากการระงับความรู้สึกในอดีต
  • การผ่าตัด: การผ่าตัดแก้ตาเข ผ่าตัดหูชั้นกลาง ผ่าตัดในช่องท้อง ผ่าตัดส่องกล้อง ผ่าตัดอัณฑะ
  • การระงับความรู้สึก: GA ยากลุ่มอนุพันธ์ฝิ่น ,ketamine
  • ปัจจัยที่เกิดหลังผ่าตัดและปัจจัยอื่นๆ:   ความกลัว ความปวด ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ น้ำตาลในเลือดต่ำ การให้สารน้ำไม่เพียงพอ ความดันเลือดต่ำ
slide48
Serotonin antagonist :ondansetron dolasetron
  • Benzamide :metoclopramide
  • Dexamethasone
  • Phenothiazines :prochlorperazine
  • Antihistamines :dimenhydrinate
  • Anticholinergic :transdermal scopolamine
  • Butyrophenones :droperidol
hypothermia
อุณหภูมิกายเย็น (Hypothermia)
  • ห้องผ่าตัด ยาระงับความรู้สึกทำให้หลอดเลือดขยายตัว การให้สารน้ำและเลือดระหว่างผ่าตัด เสียความร้อนทางการหายใจ
  • shivering กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (ischemia) หัวใจล้มเหลว
  • วิธีป้องกัน
      • อุ่นสารน้ำและเลือด
      • อุปกรณ์ให้ความอบอุ่นผู้ป่วย : forced-air-warmer circulating water mattress
      • ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าห่มไฟฟ้าวางใต้ผู้ป่วย
      • pethidine
emergence reaction
ปฏิกิริยาขณะฟื้นจากยาระงับความรู้สึกทั่วตัว (Emergence reaction)
  • สับสน วุ่นวาย กระสับกระส่าย
  • ผู้ป่วยเด็ก sevoflurane และไม่ได้อนุพันธ์ฝิ่นมาก่อน ยา ketamine
  • อาจเกิดจากความปวด การคาสายสวนปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะโป่งตึง ท้องอืด
emergence reaction51
ปฏิกิริยาขณะฟื้นจากยาระงับความรู้สึกทั่วตัว (Emergence reaction)

การรักษา

  • pethidine
  • tranquilizer

ระวังอาการสับสนอาจเกิดขึ้นได้จากภาวะ

cerebral hypoperfusion ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ

ความผิดปกติทาง metabolic เช่น กรดแลคติคในเลือดสูง โซเดียมในเลือดต่ำ

น้ำตาลในเลือดต่ำ

delayed emergence
ตื่นช้า (Delayed emergence)

ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว นานกว่า 30-60 นาที หลังหยุดยาระงับความรู้สึก

  • ผลหลงเหลือของยาระงับความรู้สึก : ยาหย่อนกล้ามเนื้อ อนุพันธ์ฝิ่น benzodiazepine
  • ความผิดปกติทางmetabolic : ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง อุณหภูมิกายต่ำ เลือดเป็นกรด hypoglycemia ,ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต
  • สมดุลย์เกลือแร่ผิดปกติ: hyponatremia , hypermagnesemia
  • ความผิดปกติทางระบบประสาท: stroke , seizure
delayed emergence54
ตื่นช้า (Delayed emergence)
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับยาต้านฤทธิ์หลายตัวแล้วยังไม่รู้สึกตัวควรส่งเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการตรวจ arterial blood gas วัดระดับน้ำตาลในเลือดและเกลือแร่ในร่างกาย
  • ถ้าผลตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการปกติดีอาจเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทเช่น stroke ควรส่งปรึกษาแพทย์ทางระบบประสาทเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป
slide55
ความปวด
  • กระตุ้นระบบประสาท sympathetic มากขึ้นชีพจรเต้นเร็วกล้ามเนื้อหัวใจใช้ออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหัวใจล้มเหลว
  • เสี่ยงต่อการเกิดภาวะปอดแฟบปอดติดเชื้อลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด
  • Pethidine และ morphine ควรค่อยๆให้ทีละน้อยและดูการตอบสนองเนื่องจากผู้ป่วยที่เริ่มฟื้นจากยาระงับความรู้สึกอาจมีผลของยาระงับความรู้สึกหลงเหลืออยู่ทำให้มีความไวต่อยามากขึ้น
slide56
ความปวด
  • Patient-Controlled Analgesia (PCA)
  • ยาที่ใช้ระงับปวดโดยเครื่อง PCA ที่นิยมได้แก่ morphine , fentanyl
  • pethidine ไม่เป็นที่นิยม จะเกิดการสะสมของ norpethidine อาจทำให้ผู้ป่วยชักได้
slide57
ลักษณะการฟื้นจากยาระงับความรู้สึกลักษณะการฟื้นจากยาระงับความรู้สึก

Stage I Early recovery ( recovery of vital reflexs )

  • ระยะตั้งแต่สิ้นสุดการให้ยาระงับความรู้สึก จนถึง vital protective reflexes กลับมาเป็นปกติ
  • มีผลหลงเหลือของยาระงับความรู้สึกหลงเหลืออยู่มาก
  • vital protective reflexes ทางระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดยังกลับคืนมาไม่สมบูรณ์
  • อันตรายแฝง : ทางเดินหายใจอุดกั้น , aspiration , ความดันเลือดตก ความดันเลือดสูง
slide58
เกณฑ์การจำหน่ายผู้ป่วยออกจากห้องพักฟื้นเกณฑ์การจำหน่ายผู้ป่วยออกจากห้องพักฟื้น
  • 1970 Aldrete และ Kroulik: Aldrete score
  • 1995 Modified Aldrete Score
  • กำลังของกล้ามเนื้อ (Activity)
  • การหายใจ (Respiration)
  • ความดันเลือด (Circulation)
  • สติสัมปชัญญะ (Consciousness)
  • ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (Oxygen saturation)
slide60
ส่งผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยเมื่อได้คะแนนไม่น้อยกว่า 9 ถ้าคะแนนน้อยกว่า 9 จะต้องได้รับอนุญาตจากวิสัญญีแพทย์หรือแพทย์ผู้รับผิดชอบ
  • สำหรับผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอก เมื่อผ่านเกณฑ์ประเมินโดยModified Aldrete Scoreแล้ว อาจส่งผู้ป่วยไปเฝ้าระวังต่อที่หอผู้ป่วยพิเศษ ( stepdown ward หรือ day care ward ) ซึ่งการเฝ้าระวังใกล้ชิดน้อยลงเมื่อเทียบกับในห้องพักฟื้น
slide61
ลักษณะการฟื้นจากยาระงับความรู้สึกลักษณะการฟื้นจากยาระงับความรู้สึก

Stage II Intermediate recovery (clinical recovery )

  • ผุ้ป่วยฟื้นตัวมากขึ้นจนมีการฟื้นตัวของ psychomotor function ( บอกได้ว่าตัวเองคือใคร จำเหตุการณ์ได้ นับถอยหลัง 1-10 , นั่งตัวตรงได้ )
  • เมื่อผู้ป่วยฟื้นตัวจาก stage II โดยสมบูรณ์ สามารถตรวจสอบได้ตาม Postanesthesia discharge scoring system (PADSS)
slide62
Postanesthesia discharge scoring system (PADSS)

ความดันเลือดและชีพจร (Vital sign : BP, pulse)

ความแข็งแรงพอที่จะเดินได้ (Activity)

คลื่นไส้อาเจียน (Nausea vomiting)

ความปวด (Pain)

การเสียเลือดจากแผลผ่าตัด (Surgical bleeding)

slide64
อาจจัดทำเกณฑ์การประเมินขึ้นใหม่โดยนำเอา Modified Aldrete Score เข้ามาผสมผสานกับ PADSS คะแนนเต็มทั้งหมดเท่ากับ 16
postanesthesia recovery score
Postanesthesia recovery score
  • ความแข็งแรงพอที่จะเดินได้ (Ambulation)
  • การหายใจ (Respiration)
  • ความดันเลือดและชีพจร (blood pressure, pulse rate)
  • สติสัมปชัญญะ (Consciousness)
  • ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (Oxygen saturation)
  • คลื่นไส้อาเจียน (Nausea vomiting)
  • ความปวด (Pain)
  • การเสียเลือดจากแผลผ่าตัด (Surgical bleeding)
slide66
จะจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้านได้ก็ต่อเมื่อ คะแนนModified Aldrete Score เท่ากับ 10 หรือได้ไม่ต่ำกว่าคะแนนก่อนระงับความรู้สึก และคะแนนรวมไม่น้อยกว่า 13
slide67
ลักษณะการฟื้นจากยาระงับความรู้สึกลักษณะการฟื้นจากยาระงับความรู้สึก

Stage III Late recovery

  • การฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพเดิมทั้งร่างกาย ความรู้สึกนึกคิด
  • ใช้เวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
slide68
ก่อนจำหน่ายผู้ป่วย
  • คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด
  • มีบุคคลที่สามารถรับผิดชอบผู้ป่วยได้มารับและดูแลต่อ
  • ไม่ควรขับยวดยานพาหนะ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือทำนิติกรรมใดๆภายใน 24-48 ชั่วโมง

หลังระงับความรู้สึก