บทที่ 1
Download
1 / 38

- PowerPoint PPT Presentation


  • 166 Views
  • Uploaded on

บทที่ 1 . ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์. 1.1 ความหมายของคอมพิวเตอร์. ผู้ออกแบบ ส่วนใหญ่เป็น นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ หรือวิศวกร จุดมุ่งหมายเดิม เพื่อใช้ในการคำนวณและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์. 1.1 ความหมายของคอมพิวเตอร์. ความหมาย เครื่องคำนวณ

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about '' - Albert_Lan


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
Slide1 l.jpg

บทที่ 1

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


Slide2 l.jpg
1.1 ความหมายของคอมพิวเตอร์

  • ผู้ออกแบบ

    ส่วนใหญ่เป็น นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ หรือวิศวกร

  • จุดมุ่งหมายเดิม

    เพื่อใช้ในการคำนวณและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์


Slide3 l.jpg
1.1 ความหมายของคอมพิวเตอร์

ความหมาย

  • เครื่องคำนวณ

  • เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผล และเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ

  • เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์


Slide4 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • ในระยะ 5,000 ปี ที่ผ่านมา มนุษย์เริ่มใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าเพื่อช่วยในการคำนวณ และพัฒนาเป็นอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ลูกหิน


Slide5 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • ประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณ เรียกว่า ลูกคิด (Abacus) ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยการคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและยังคงใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน


Slide6 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2158 นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการคำนวณขึ้นมาเรียกว่า Napier's Bonesเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน


Slide7 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ได้ออกแบบเครื่องมือช่วยในการคำนวณโดยใช้หลักการหมุนของฟันเฟือง เครื่องมือนี้สามารถใช้ได้ดีในการคำนวณบวกและลบ เท่านั้น ส่วนการคูณและหารยังไม่ดีเท่าไร


Slide8 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

ในปี 2216 นักปรัชญาชาวเยอรมันชื่อ Gottfried Wilhelm Baronvon Leibnitz ได้ปรับปรุงเครื่องคำนวณของปาสกาล ซึ่งใช้การบวกซ้ำๆ กันแทนการคูณเลข จึงทำให้สามารถทำการคูณและหารได้โดยตรง และยังค้นพบเลขฐานสอง (Binary Number)


Slide9 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Marie Jacquard พัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่งควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการประดิษฐ์เครื่องเจาะบัตรในเวลาต่อมา และถือว่าเป็นเครื่องจักรที่ใช้ชุดคำสั่ง (Program) สั่งทำงานเป็นเครื่องแรก


Slide10 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2373 Charles Babbage ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ของอังกฤษ ได้สร้างเครื่องหาผลต่าง (Difference Engine) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้คำนวณและพิมพ์ตารางทางคณิตศาสตร์อย่างอัตโนมัติ แต่ก็ไม่สำเร็จตามแนวคิด ด้วยข้อจำกัดทางด้านวิศวกรรมในสมัยนั้น แต่ได้พัฒนาเครื่องมือหนึ่งเรียกว่า เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine)


Slide11 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • เครื่องนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ

    • 1. ส่วนเก็บข้อมูล

    • 2. ส่วนประมวลผล

    • 3. ส่วนควบคุม

    • 4. ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์

      ด้วยเครื่องวิเคราะห์ มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน จึงทำให้ Charles Babbage ได้รับการยกย่องให้เป็น

      "บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ "


Slide12 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2385 สุภาพสตรีชาวอังกฤษชื่อ Lady Augusta Ada Byron ได้ทำการแปลเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่อง Analytical Engine และได้เขียนขั้นตอนของคำสั่งวิธีใช้เครื่องนี้ให้ทำการคำนวณที่ยุ่งยากซับซ้อน จึงนับได้ว่า ออกุสต้า เป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก และยังค้นพบอีกว่าชุดบัตรเจาะรูที่บรรจุชุดคำสั่งไว้สามารถนำกลับมาทำงานซ้ำใหม่ นั่นคือหลักการทำงานวนซ้ำ หรือที่เรียกว่า Loop


Slide13 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2397 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ George Boole ได้สร้างระบบพีชคณิตแบบใหม่ เรียกว่า พีชคณิตบูลลีน (Boolean Algebra) ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการออกแบบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และการออกแบบทางตรรกวิทยาของเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันด้วย


Slide14 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2423 Dr. Herman Hollerith นักสถิติชาวอเมริกันได้ประดิษฐ์เครื่องประมวลผลทางสถิติเครื่องแรก ซึ่งใช้กับบัตรเจาะรู ซึ่งได้ถูกนำมาใช้ในงานสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกา


Slide15 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2480 ศาสตราจารย์ Howard Aiken ได้พัฒนาเครื่องคำนวณตามแนวคิดของแบบเบจ ร่วมกับวิศวกรของบริษัท ไอบีเอ็มได้สำเร็จ โดยเครื่องจะทำงานแบบเครื่องจักรกลปนไฟฟ้าและใช้บัตรเจาะรู เครื่องมือนี้มีชื่อว่า MARK Iหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า IBM Automatic Sequence Controlled Calculator และนับเป็นเครื่องคำนวณแบบอัตโนมัติเครื่องแรกของโลก


Slide16 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2486 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ศูนย์วิจัยของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ต้องการเครื่องคำนวณหาทิศทางและระยะทางในการส่งขีปนาวุธ ซึ่งถ้าใช้เครื่องคำนวณสมัยนั้นจะต้องใช้เวลาถึง 12 ชม.ต่อการยิง 1 ครั้ง ดังนั้น จึงให้ทุนอุดหนุนแก่ John W. Mauchly และ Persper Eckert สร้างคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา มีชื่อว่า ENIAC (Electronic Numerical Intergrater and Calculator) สำเร็จในปี 2489 โดยนำหลอดสุญญากาศจำนวน 18,000 หลอด ซึ่งมีข้อดีคือ ทำให้เครื่องมีความเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำในการคำนวณมากขึ้น


Slide17 l.jpg
1.2 ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • พ.ศ. 2492 Dr. John Von Neumann ได้พบวิธีการเก็บโปรแกรมไว้ในหน่วยความจำของเครื่องได้สำเร็จ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามแนวคิดนี้ได้แก่ EDVAC (Electronic Discrete Variable Automatic Computer) และนำมาใช้งานจริงในปี 2494 และในเวลาเดียวกันมหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ ก็ได้มีการสร้างคอมพิวเตอร์ในลักษณะคล้ายกับเครื่อง EDVAC นี้ และให้ชื่อว่า EDSAC (Electronic Delay Storage Automatic Calculator) มีลักษณะการทำงานเหมือนกับ EDVAC คือเก็บโปรแกรมไว้ในหน่วยความจำ แต่มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างออกไปคือ ใช้เทปแม่เหล็กในการบันทึกข้อมูลต่อมา ศาสตราจารย์แอคเคิทและมอชลี ได้ร่วมมือกันสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์อีก ชื่อว่า UNIVAC I (Universal Automatic Calculator) ซึ่งผลิตขึ้นมาเพื่อขายหรือเช่า เป็นเครื่องแรกที่ออกสู่ตลาด


Slide18 l.jpg
1.3 วิวัฒนาการของเครื่องคอมพิวเตอร์

แบ่งออกเป็น 5 ยุค คือ

  • ยุคที่ 1 ใช้หลอดสูญญากาศ


Slide19 l.jpg
1.3 วิวัฒนาการของเครื่องคอมพิวเตอร์

ยุคที่ 2 ใช้หลอดทรานซิสเตอร์


Slide20 l.jpg
1.3 วิวัฒนาการของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • ยุคที่ 3 ใช้ไอซี (IC : Intergrated Circuit)


Slide21 l.jpg
1.3 วิวัฒนาการของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • ยุคที่ 4 ใช้แอลเอสไอ

    (VLSI : Very Large Scale Integrated)


Slide22 l.jpg
1.3 วิวัฒนาการของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • ยุคที่ 5 ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)


Slide23 l.jpg
1.4 ประเภทของคอมพิวเตอร์

  • แบ่งตามหลักของการแทนค่าข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์

    • อานาลอกคอมพิวเตอร์ (Analog Computer)

    • ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer)

  • แบ่งตามลักษณะการใช้งาน

    • คอมพิวเตอร์เฉพาะกิจ (Special-Purpose Computer)

    • คอมพิวเตอร์ใช้งานทั่วไป (General-Purpose Computer)


Slide24 l.jpg
1.4 ประเภทของคอมพิวเตอร์

  • แบ่งตามขนาดของเครื่อง

    • ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer)

      • Desktop, Laptop, Notebook, Palmtop

    • สถานีงานวิศวกรรม (Engineering Workstation)

    • มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer)

    • เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)

    • ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer)


Slide25 l.jpg
1.5 องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ

  • คน

    • System Analysis, Computer Programmer, Computer Operator, Data-Preparation Operator

  • ตัวเครื่อง หรือ ฮาร์ดแวร์

    • ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ

  • โปรแกรมคำสั่ง หรือ ซอฟท์แวร์

    • System Software, Application Program


Slide26 l.jpg
1.6 ส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • CPU : Central Processing Unit

    • Control

    • ALU (Arithmetic Logic Unit)

    • Main Memory

  • Input Unit

  • Output Unit

  • Secondary Storage


Slide27 l.jpg

รูปแสดงส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์รูปแสดงส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์


Slide28 l.jpg
หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์

  • หน่วยความจำที่เรียกว่า ROM (Read Only Memory)ข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำ แม้จะปิดไฟเครื่อง สิ่งที่บันทึกอยู่ก็จะไม่หาย

  • หน่วยความจำที่เรียกว่า RAM (Random Access Memory)ใช้เป็นที่เก็บข้อมูลและโปรแกรมของผู้ใช้ โดยจะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม ลบออกได้ แต่เมื่อปิดไฟเครื่อง ข้อมูลที่อยู่ในส่วนนี้จะหายไปหมด


Slide29 l.jpg
หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์

  • หน่วยที่เล็กที่สุดที่อาจเป็นเลข 0 หรือ 1 เรียกว่า บิต (Bit) ที่ย่อมาจาก Binary Digit และเมื่อนำเอาบิตมารวมกันเป็นกลุ่ม เช่น 8 บิต เรียกว่า 1 ไบท์ (Byte) โดย 1 ไบท์จะใช้แทนตัวอักษรหรือตัวเลข 1 ตัว ทุกๆไบท์จะมีหมายเลขกำกับ (Address number) ขนาดของหน่วยความจำจะขึ้นอยู่กับจำนวนไบท์ โดยไบท์จะมีหน่วยเป็น Kb (Kilobyte) หรือ Mb (Megabyte) หรือ Gb (Gigabyte) เช่น เครื่อง IBM มีหน่วยความจำขนาด 128 Mb คือ เครื่องนี้จะสามารถเก็บตัวอักษรหรือตัวเลขได้ 128*1,024*1,024 ตัวอักษร เป็นต้น

    • ( 1 Kilobyte = 210= 1,024 bytes)

    • ( 1 Megabyte = 210 * 210= 1,048,576 bytes)

    • ( 1 Gigabyte = 210 * 210 * 210= 1,073,741,824 bytes)


Slide30 l.jpg
1.7 คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์

  • โปรแกรมระบบ (System Program)

    • โปรแกรมจัดการระบบ, โปรแกรมแปลภาษา, โปรแกรมควบคุมงาน, โปรแกรมควบคุมการรับส่งข้อมูล, โปรแกรมอัตถประโยชน์, โปรแกรมบำรุงรักษา

  • โปรแกรมประยุกต์ (Application Program)

    • เขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์

      • เบสิก (BASIC), ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN), โคบอล (COBOL)

      • ปาสกาล (PASCAL), ซี (C), วีบี (VB), วีซี (VC), เดลฟี (Delphi)

    • โปรแกรมในสำนักงาน, การทำบัญชี, การลงทะเบียน, งานวิจัย เป็นต้น


Slide31 l.jpg
1.8 คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ภาษาคอมพิวเตอร์

  • ภาษาเครื่อง (Machine Language)

    • คำสั่งของภาษาประกอบด้วยกลุ่มเลขฐานสอง (0 และ 1)

  • ภาษาใกล้เคียงภาษามนุษย์ (Human Oriented Language)

    • ภาษาระดับต่ำ (Low level language)

      • มีเพียงภาษาเดียวเท่านั้น คือ ภาษาแอสเซมบลี่

    • ภาษาระดับสูง (High level language)

      • เบสิก (BASIC), ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN), โคบอล (COBOL)

      • ปาสกาล (PASCAL), ซี (C), วีบี (VB), วีซี (VC), เดลฟี (Delphi)


Slide32 l.jpg
1.9 รหัสแทนข้อมูล คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์

  • รหัส BCD (Binary Code Decimal)

    • 1 ไบท์ 6 บิท ได้ 64 ลักษณะ

  • รหัส EBCDIC (Extended Binary Code Decimal Interchange Code)

    • 1 ไบท์ 8 บิท ได้ 256 ลักษณะ

  • รหัส ASCII (American Standard Code Information Interchange)

    • 1 ไบท์ 8 บิท ได้ 256 ลักษณะเป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน


Slide33 l.jpg
1.9 รหัสแทนข้อมูล คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์


Slide34 l.jpg
1.10 คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ ลักษณะที่สำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

    • ประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

  • มีความเร็วสูงในการประมวลผล

    • ทำงานด้วยความเร็วสูง

  • มีหน่วยความจำภายใน

    • ใช้เก็บโปรแกรมและข้อมูล

  • มีความถูกต้องเสมอ

    • ถ้าข้อมูลและคำสั่งถูกต้อง


Slide35 l.jpg
1.11 คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ ประโยชน์และข้อจำกัดของคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ ได้แก่

  • ความเร็ว (Speed)

  • ความถูกต้อง (Accuracy)

  • ความน่าเชื่อถือ (Reliability)

  • การเก็บรักษาข้อมูลหรือโปรแกรม (Retention)

  • การประหยัด (Economy)

  • การใช้งานได้หลาย ๆ ด้าน (Wide Applicability)


Slide36 l.jpg
1.11 คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ ประโยชน์และข้อจำกัดของคอมพิวเตอร์

ข้อจำกัดของคอมพิวเตอร์ ได้แก่

  • การทำงานต้องขึ้นกับมนุษย์ (Dependence of People)

  • การวางระบบงานคอมพิวเตอร์ต้องใช้เวลามาก (Time-Consuming System)

  • การรบกวนระบบงานปกติ (Disruptiveness)

  • การไม่รู้จักปรับปรุงให้ดีขึ้น (Unadaptiveness)


Slide37 l.jpg

Home Work คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์

แบบฝึกหัด บทที่ 1

ส่งทางคำตอบทาง paper ก่อนเรียนบทที่ 2


Slide38 l.jpg

The End คอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์


ad