บทที่
Download
1 / 19

บทที่ 6 บัญชีฟาร์มและการบันทึกกิจการฟาร์ม - PowerPoint PPT Presentation


  • 92 Views
  • Uploaded on

บทที่ 6 บัญชีฟาร์มและการบันทึกกิจการฟาร์ม. ความหมายของการลงบัญชีและการบันทึกกิจการฟาร์ม

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' บทที่ 6 บัญชีฟาร์มและการบันทึกกิจการฟาร์ม' - zbigniew-krol


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
บทที่ 6 บัญชีฟาร์มและการบันทึกกิจการฟาร์ม

  • ความหมายของการลงบัญชีและการบันทึกกิจการฟาร์ม

  • เป็นการรวบรวมข้อมูลและข่าวสารความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการต่างๆของหน่วยธุรกิจฟาร์มโดยการจดบันทึกข้อมูลและข่าวสารความรู้ดังกล่าวให้อยู่ในรูปแบบทางบัญชีและบันทึกต่างๆที่มีระบบแบบแผนเพื่อความสะดวกและง่ายต่อความเข้าใจและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์และวินิจฉัยสถานภาพด้านการเงิน การคลัง ตลอดจนวัดผลสำเร็จนการทำธุรกิจฟาร์ม เพื่อทราบถึงจุดอ่อนและปัญหาที่มีอยู่ของธุรกิจฟาร์ม อันจะมีส่วนช่วยประกอบการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาของธุรกิจฟาร์มและช่วยปรับปรุงการดำเนินธุรกิจฟาร์มให้ได้ผลดี รวมทั้งใช้เป็นรากฐานในการวางแผนฟาร์มล่วงหน้า


  • ความสำคัญของบัญชีฟาร์มและบันทึกต่างๆความสำคัญของบัญชีฟาร์มและบันทึกต่างๆ

  • 1) ช่วยในการประเมินและวิเคราะห์สถานภาพด้านการเงินและการคลัง

  • 2) ช่วยในการประเมินและคิดผลทางเศรษฐกิจของธุรกิจฟาร์ม

  • 3) ช่วยในการควบคุมและดำเนินธุรกิจฟาร์มหรืองานประจำของฟาร์มให้เป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และได้ผลดี

  • 4) ช่วยประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงธุรกิจฟาร์ม ตลอดจนการวางแผนงบประมาณฟาร์มล่วงหน้า


  • ชนิดของบัญชีฟาร์มและบันทึกชนิดของบัญชีฟาร์มและบันทึก

  • 1) บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์ม Net Worth Statement

  • 2) บัญชีแสดงรายได้และรายจ่ายของธุรกิจฟาร์ม Income Statement

  • 3) บัญชีแสดงการหมุนเวียนเงินสดของฟาร์ม Cash Flow Statement

  • 4) บันทึกอื่นๆที่เกี่ยวกับธุรกิจฟาร์ม


บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์มบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์ม

  • เป็นบัญชีแสดงและสรุปมูลค่าของทรัพย์สิน (Assets) หนี้สิน (Liability) และมูลค่าของทรัพย์สินสุทธิที่เป็นเจ้าของฟาร์ม (Net Worth or Operator Capital) ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่ทำการสำรวจและวิเคราะห์

  • ชี้ให้เห็นถึงฐานะและความมั่นคงทางด้านทรัพย์สินของฟาร์มในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง มีประโยชน์ต่อเกษตรกรเจ้าของฟาร์มในการไปติดต่อขอกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน

  • ประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญคือ 1) ประเภทและมูลค่าของทรัพย์สินฟาร์ม (Assets) 2) ประเภทและจำนวนหนี้สินของฟาร์ม (Liability) และ 3) มูลค่าของทรัพย์สินสุทธิที่เป็นเจ้าของฟาร์ม (Net Worth)


  • ประเภทของทรัพย์สินบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์ม

  • แบ่งตามลักษณะของสภาพคล่องตัว (Liquidation)

  • 1) ทรัพย์สินทุนหมุนเวียน (Current Asset)หมายถึงทรัพย์สินประเภทที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสด (โดยการขายหรือแลกเปลี่ยน) ได้ง่ายและรวดเร็ว มีสภาพคล่องตัวสูง เช่น พืชผลที่ผลิตคงเหลือ ปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่าย ปัจจัยการผลิตคงเหลือ ปัจจัยการผลิตที่ตกลงซื้อล่วงหน้า เงินสดในมือที่ถืออยู่ บัญชีเงินฝากในธนาคาร บัญชีลูกหนี้ ฯลฯ

  • 2) ทรัพย์สินดำเนินการ (Intermediate Asset) หมายถึงทรัพย์สินประเภทที่มีความคล่องปานกลาง และมักเป็นทรัพย์สินที่ใช้และให้บริการต่างๆในกระบวนการผลิต หรือใช้ประกอบในกระบวนการผลิตของฟาร์ม เช่น พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์สัตว์ เครื่องจักรเครื่องมือต่างๆ เช่น รถไถนาเดินตาม เครื่องสูบน้ำ เครื่องพ่นยา ฯลฯ การตีมูลค่าของทรัพย์สินประเภทนี้ต้องใช้มูลค่าของทรัพย์สินที่หักค่าเสื่อม (Depreciation) แล้ว


  • 3) บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์มทรัพย์สินถาวร (Long-term Asset)หมายถึงทรัพย์สินประเภทที่มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ การซื้อขายแลกเปลี่ยนต้องใช้เวลานาน มักเป็นทรัพย์สินประเภทถาวร หรืออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น ที่ดิน ยุ้งฉาง โรงเรือน บ้าน ต้นไม้ยืนต้น ฯลฯ การซื้อหรือขายทรัพย์สินประเภทนี้จะส่งผลกระทบต่อฐานะด้านการเงิน การคลังของฟาร์มมาก เพราะต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อขาย

  • ประเภทของหนี้สิน หนี้สินที่จะจดบันทึกในบัญชีฟาร์มนั้นเป็นหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมเงินของหน่วยธุรกิจฟาร์มมาเพื่อใช้ซื้อทรัพย์สินประเภทต่างๆ แบ่งตามระยะเวลากำหนดในการชำระคืนได้ 3 ประเภทคือ

  • 1) หนี้สินระยะสั้น (Current Liability)เป็นหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมเงินมาเพื่อใช้ซื้อทรัพย์สินหมุนเวียนของธุรกิจฟาร์ม และยังคงค้างชำระอยู่ ต้องชดใช้คืนภายในกำหนดไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่กู้ยืมมา


  • 2) บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์มหนี้สินระยะปานกลาง (Intermediate Liability)เป็นหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมเงินมาเพื่อใช้ซื้อทรัพย์สินประกอบการ เช่น กู้มาซื้อรถไถนาเดินตาม เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ และยังคงค้างชำระอยู่ และมีกำหนดต้องใช้คืนตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 5 ปี

  • 3) หนี้สินระยะยาว (Long-term Liability)เป็นหนี้สินของหน่วยธุรกิจฟาร์มที่เกิดจากการกู้ยืมเงินมาเพื่อใช้ซื้อหรือลงทุนในทรัพย์สินถาวร เช่น กู้เงินมาสร้างโรงเรือน ซื้อที่ดิน ฯลฯ และมีกำหนดเวลาที่ต้องใช้คืนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป


วิธีการคิดค่าเสื่อมของทรัพย์สินวิธีการคิดค่าเสื่อมของทรัพย์สิน

  • การจดบันทึกมูลค่าของทรัพย์สินจะต้องตีมูลค่าของทรัพย์สิน ณ วันที่ทำการสำรวจ มีทรัพย์สินบางประเภทมีอายุการใช้งานได้นานหลายปี (Durable goods) มูลค่าของทรัพย์สินจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ เนื่องจากเกิดการสึกหรอจากการใช้งาน และความล้าสมัยของทรัพย์สินนั้น ทำให้มูลค่าของทรัพย์สินประเภทนี้ลดค่าลง มูลค่าที่ลดลงนี้เรียกว่า ค่าเสื่อม (Depreciation) ของทรัพย์สินทุน

  • ในการคิดค่าเสื่อมของทรัพย์สิน จะต้องทราบ

  • 1) ราคาที่ซื้อมา

  • 2) มูลค่าซาก (Salvage Value)

  • 3) มูลค่าของทรัพย์สินทุนที่ยังเหลืออยู่ (Residual Value)


  • คิดค่าเสื่อมแบบเส้นตรง (Straight line method)

  • DSL = (C –S)/N

  • DSL = ค่าเสื่อมของทรัพย์สินทุนต่อปีที่คิดแบบเส้นตรง

  • C = ราคาของทรัพย์สินที่ซื้อมา (Acquisition value)

  • S = มูลค่าซากของทรัพย์สิน

  • N = จำนวนปีของทรัพย์สินทุนที่คาดว่าจะใช้ประโยชน์ได้


  • คิดค่าเสื่อมแบบลดลง (Declining balance method)

  • DDB = (C –A) * R

  • DDB = ค่าเสื่อมของทรัพย์สินทุนต่อปีที่คิดแบบลดลง

  • C = ราคาของทรัพย์สินที่ซื้อมา

  • A = ค่าสึกหรอสะสม (Accumulated depreciation)

  • R = อัตราค่าเสื่อมเป็น % ซึ่งปกติจะคิดเป็นสองเท่าของการคิดค่าเสื่อม

    แบบเส้นตรง


  • ฟาร์มรักเกษตรซื้อรถไถนาเดินตามมาในราคา 25,000 บาท คาดว่าจะใช้งานได้นาน 5 ปี หลังจากหมดสภาพแล้ว สามารถขายเป็นเศษเหล็กได้ในราคา 2,500 บาท (R = 40% ซึ่งเป็นสองเท่าของวิธีคิดแบบเส้นตรง)

  • DDBปีที่หนึ่ง = (25,000 – 0)* .4 = 10,000 บาท

  • DDBปีที่สอง = (25,000 – 10,000) * .4 = 6,000 บาท

  • DDBปีที่สาม = (25,000 – 16,000) * .4 = 3,600 บาท

  • DDBปีที่สี่ = (25,000 – 19,600) * .4 = 2,160 บาท

  • DDBปีที่ห้า = (25,000 – 21,760 – 2,500) = 740 บาท


  • คิดค่าเสื่อมแบบ Sum of the years digits method

  • DSD = (C –S) * N/SD

  • DSD = ค่าเสื่อมของทรัพย์สินทุนต่อปีที่คิดแบบ Sum of the years digits method

  • N = จำนวนปีของทรัพย์สินที่คาดว่าจะใช้ประโยชน์ในธุรกิจฟาร์มได้

  • SD = จำนวนปีทั้งหมดของอายุการใช้งานของทรัพย์สินรวมกัน

  • SD = 1+2+3+4+5 = 15

  • DSDปีที่หนึ่ง = (25,000 – 2,500) * 5/15 = 7,500 บาท

  • DSDปีที่สอง = (25,000 – 2,500) * 4/15 = 6,000 บาท

  • DSDปีที่สาม = (25,000 – 2,500) * 5/15 = 4,500 บาท

  • DSDปีที่สี่ = (25,000 – 2,500) * 2/15 = 3,000 บาท


  • D SDปีที่ห้า = (25,000 – 2,500) * 1/15 = 1,500 บาท


มูลค่าที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินมูลค่าที่เหลืออยู่ของทรัพย์สิน

ราคาที่ซื้อมา

25,000

Straight line

20,000

Declining balance

15,000

Sum of the years digits

10,000

Salvage value

5,000

0

จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ได้


ขั้นตอนการจดบันทึกบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินขั้นตอนการจดบันทึกบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน

  • 1) สำรวจและตรวจสอบจำนวนทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดของฟาร์มที่มีอยู่ ณ วันที่ทำการสำรวจ

  • 2) คำนวณหามูลค่าของทรัพย์สินและหนี้สินแต่ละชนิดที่มีอยู่

  • 2.1) ทรัพย์สินหมุนเวียนใช้ราคาตลาดหรือราคาซื้อมา

  • 2.2) ทรพัย์สินประกอบการใช้ราคาซื้อ - ค่าเสื่อมสะสม

  • 2.3) มูลค่าที่ดินอาจจะใช้สูตร V = R/r

  • V = มูลค่าปัจจุบันของที่ดิน

  • R = ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ยต่อปีที่คาดว่าจะได้รับจากที่ดินนั้น

  • r = อัตราผลตอบแทนของเงินทุนที่เจ้าของฟาร์มควรจะได้รับ


  • ฟาร์มรักเกษตรมีที่ดินอยู่ 20 ไร่ ใช้ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ คิดคำนวณแล้วจะได้รับรายได้สุทธิทั้งหมดปีละ 800,000 บาทต่อปี อัตราผลตอบแทนเงินทุนที่ฟาร์มนี้จะได้รับเท่ากับ 10% ต่อปี

  • V = 800,000/.1 = 8,000,000 บาทต่อ 20 ไร่

  • หรือ = 8,000,000/20 = 400,000 บาทต่อไร่

  • 3) แบ่งประเภทของทรัพย์สินและหนี้สินของธุรกิจฟาร์มออกเป็นหมวดหมู่ตามชนิดของมัน

  • 4) คำนวณหามูลค่าของทุนสุทธิที่เป็นของเจ้าของฟาร์ม


รายละเอียดของฟาร์มดินดำน้ำชุ่ม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 มีรายการต่าง ๆ ดังนี้


ad