การ
Download
1 / 81

การ ดูแลรักษาผุ้ป่วยฉุกแนในทารกและเด็ก - PowerPoint PPT Presentation


  • 186 Views
  • Uploaded on

การ ดูแลรักษาผุ้ป่วยฉุกแนในทารกและเด็ก. นท . หญิง แสนดี สันตะกุล. Systematic Approach to the Seriously I ll or Injured C hild. ระบบหายใจ ปัญหานำ หัวใจหยัดกระทันหัน ระบบการไหลเวียนเลือด (หัวใจเต้นผิดจังหวะ). ภาวะหายใจลำบาก. การหายใจล้มเหลว. ภาวะ shock.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' การ ดูแลรักษาผุ้ป่วยฉุกแนในทารกและเด็ก' - yaakov


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

การดูแลรักษาผุ้ป่วยฉุกแนในทารกและเด็ก

นท.หญิง แสนดี สันตะกุล


Systematic approach to the seriously i ll or injured c hild
Systematic Approach to the Seriously Ill or Injured Child

ระบบหายใจ ปัญหานำ หัวใจหยัดกระทันหัน

ระบบการไหลเวียนเลือด (หัวใจเต้นผิดจังหวะ)

ภาวะหายใจลำบาก

การหายใจล้มเหลว

ภาวะ shock

ภาวะปอดและหัวใจล้มเหลว

หัวใจหยุดเต้น (arrest)


หลักการปฐมพยาบาลทั่วไปหลักการปฐมพยาบาลทั่วไป

1. ตั้งสติ อย่าตกใจจนเกินไป

2. เรียกให้ผู้อื่นมาช่วย

3. ประเมินอาการบาดเจ็บเบื้องต้น

4. ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

5. นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด


C b c
การวิเคราะห์เมื่อแรกเห็นการวิเคราะห์เมื่อแรกเห็น(C-B-C)


การวิเคราะห์เมื่อแรกเห็นการวิเคราะห์เมื่อแรกเห็น

เด็กไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น, ไม่หายใจหรือหายใจเฮือก

yes

no

เรียกขอความช่วยเหลือ

เปิดทางเดินหายใจ

ช่วยหายใจ ให้ O2

yes

มีชีพจรหรือไม่

no

PR < 60 /min และการไหลเวียนไม่เพียงพอ

yes

no

ประเมิน

Primary survey

Secondary survey

Laboratory

เริ่มทำCPR

ลำดับC-A-B

มี cardiac

arrest


เด็กไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นเด็กไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น, ไม่หายใจหรือหายใจเฮือก

เรียกขอความช่วยเหลือ

ช่วยหายใจ 1 ครั้งทุก 3 วินาที

ตรวจชีพจรซ้ำทุก 2 นาที

ชีพจร> 60/min

มีชีพจรภายใน10วินาที

ชีพจร< 60/min

,poor capillary refill

ไม่มีชีพจร

เริ่มทำCPRกดหน้าอกทันที

ไม่มีผุ้ช่วย : 30 : 2

มีผู้ช่วย :15 : 2

AED /defibrillator

ตรวจว่าต้อง shock หรือไม่

ประเมินชีพจรว้ำทุก 2 นาที

CPR จนกว่าทีม PALS จะมา

หรือผู้ป่วยเริ่มขยับตัว


High quality cpr
High-Quality CPRเด็กไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น

  • ตามหลัก “5 ร”

  • แรง: กดลึกอย่างน้อย 1/3 ของความลึกหน้าอก คือ1 ½ นิ้ว (4ซม) ในทารก และ 2 นิ้ว (5ซม)ในเด็กที่อายุมากกว่า 1 ปี

  • เร็ว: อย่างน้อย 100 ครั้ง/นาที

  • รอ: ให้มี complete chest recoil

  • เรื่อยๆ: รบกวนการกดหน้าอกให้น้อยที่สุด

  • ระวัง: ระวัง excessive ventilation/ hyperventilation


ตำแหน่งการกดหน้าอกเด็กไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น

ในทารก : 1 ½ นิ้ว (4ซม) ในเด็กที่อายุมากกว่า 1 ปี : 2 นิ้ว (5ซม)


SAMPLE : S=symptoms & signs, A=allergies, M=medications, P=past medical history

L=last meal, E=events


Primary assessment
Primary assessment P=past medical history


Airway
Airway P=past medical history(ทางเดินหายใจ)


ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ

  • ทางเดินหายใจเด้กมีขนาดเล็ก ทำให้ความต้านทานทางเดินหายใจสูงและมีโอกาสอุดตันได้ง่าย

    ความต้านทานα ____1_______

    เส้นรอบวงทางเดินหายใจ4

  • ลิ้นเด็กใหญ่ ในขณะที่ช่องปากเด็กเล็ก

  • กล่องเสียงในเด็กอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าผู้ใหญ่(C 3-4) และมีsubglottic area แคบทำให้ส่วนที่ตีบแคบในเด็กคือบริเวณ subglottic

  • ผนังทางเดินทางใจจะบางกว่าผู้ใหญ่มีโอกาสที่จะถูกกดหรือทำให้ตีบได้ง่ายกว่า


การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจการจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ

  • จัดท่า head-tilt-chin lift

    (ในกรณีสงสัยการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอให้ใช้วิธี jaw thrust)

  • ดูดเสมหะทางจมูกและคอ


การดูดเสมหะการจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ

  • แรงดันที่ใช้100– 120 ซม.น้ำ

  • อาจใช้เป็นลูกยางแดงดูดเสมหะแทนก็ได้

  • ช่วยหายใจด้วยออกซิเจน 100% ก่อนดูดเสมหะ

  • การดูดเสมหะแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 15-20 วินาที


สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ

ประเมินความรุนแรง

Complete obstruction

Partial obstruction

ถ้าเด็กไม่รู้สึกตัว

ให้เริ่ม CPR

เด็กยังรู้สึกตัว

แต่ไม่มีเสียง ไอไม่ออก

ช่วยโดย Heimlick /back blow and chest thrush

ให้เด็กไออกเอง

ระหว่างนี้ให้สังเกตอาการใกล้ชิด


Heimlich maneuver
Heimlich maneuverสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ


5 back blow 5 chest compression
5 back blow/ 5 chest สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจcompression


การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจการจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ

  • ในกรณีที่ไม่สามารถคงสภาวะทางเดินหายใจได้ อาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดทางเดินหายใจ เช่น nasopharyngeal airway, oropharyngeal airway ช่วยยกลิ้นไม่ให้ขวางทางเดินหายใจ


Oral airway
การใช้การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจoral airway

  • Mouth gag ควรทำในเด็กที่หมดสติ หรือ coma เพราะมีโอกาสที่ลิ้นจะหย่อนไปปิดทางเดินหายใจได้

    ที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ คือ

    จะใช้ไม้กดลิ้นขยับลงไปด้านล่างเพื่อให้ช่องปากกว้างขึ้นแล้วใส่ oral airwayเข้าไปตรงๆตามแนวโค้งจะไม่ใช้วิธีหงายขึ้นแล้วหมุนลงแบบผู้ใหญ่ เนื่องจากช่องปากเด็กเล็กและแคบ


การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจการจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ

  • การช่วยหายใจขั้นสูง เช่น Endotracheal tube/ face mask with positive airway pressure


Breathing
Breathing การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ(การหายใจ) อัตราการหายใจปกติของเด็กแต่ละวัย


Breathing1
Breathing การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ(การหายใจ) อัตราการหายใจปกติของเด็กแต่ละวัย

จะต้องวิเคราะห์ปัญหาซ่อนอยู่ให้ได้ว่า “หายใจเร็ว หายใจช้า หรือหยุดหายใจ”

ภาวะหยุดหายใจ (Apnea) คือ การหยุดหายใจเกิน 20 วินาที หรือไม่ถึง 20 วินาทีแต่มีหัวใจเต้นช้าหรือมีอาการเขียวร่วมด้วย


Breathing2
Breathing การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ(การหายใจ) การออกแรงหายใจ


Breathing3
Breathing การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ(การหายใจ) เสียงหายใจที่ผิดปกติ

Stridor

  • เป็นเสียงหยาบความถี่สูง มักได้ยินตอนหายใจเข้า

  • Upper airway obstruction

  • ภาวะวิกฤตต้องช่วยเหลือโดยด่วน

  • Foreign body, epiglottitis, croup, airway edema,


Breathing4
Breathing การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ(การหายใจ) เสียงหายใจที่ผิดปกติ

Wheezing

  • เสียงความถี่สูงมักได้ยินขณะหายใจออก

  • Lower airway obstruction

  • Acute bronchiolitis, asthma

  • ถ้าเสียง inspiratory wheezing ควรนึกถึง foreign body, การอุดกั้นหลอดลมใหญ่

    Gurgling

  • เสียงของเหลวในหลอดลม


Breathing5
Breathing การจัดการเกี่ยวกับการเปิดทางเดินหายใจ(การหายใจ) เสียงหายใจที่ผิดปกติ

Crepitation / crackles

  • เสียงแหลมกรอบแกรบคล้ายจับเส้นผมมาถูกัน

  • Pneumonia, pulmonary edema


การอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน

  • เกิดภาวะอุดกั้นของทางเดินหายใจตั้งแต่ช่องจมูกไปจนถึงส่วนต้นของหลอดลม

  • พบได้บ่อยในเด็ก

  • มีการดำเนินโรคอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ภาวะrespiratory failure

  • เช่น croup, acute epiglottitis,foreign body


Croup
Croupการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน

  • มีการอักเสบที่ larynx หรือต่ำลงมา

  • Laryngotrachobronchitis

  • เกิดจากการติดเชื้อไวรัส

  • เชื้อที่พบบ่อย ได้แก่ Parainfluenza, RSV, Influenza

  • อายุที่พบบ่อย คือ 6 เดือน - 3 ปี


Epiglottitis
Epiglottitisการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน

  • มีการอักเสบบวมเหนือกล่องเสียง

  • สาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อยสุด ได้แก่ H. influenzae

  • พบมากในเด็กอายุระหว่าง 3 – 6 ปี

  • อาการช่วงแรกจะมีเสียงแหบอย่างรวดเร็ว มีอาการเจ็บคอ ไข้สูง หายใจลำบาก

  • อาการที่ classic คือ เด็กจะนั่งเอนตัวไปข้างหน้า


Acute epiglottitis
ข้อการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนระวังใน acute epiglottitis

  • คือ ห้ามใช้ไม้กดลิ้นดูในคอ เพราะจะทำให้epiglottis ที่บวมไปอัดอยู่ใน glottis ทำให้หยุดหายใจได้


อาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะมีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน

  • มี stridor ในช่วงหายใจเข้า

  • ไอเสียงก้อง (barking cough)

  • เสียงแหบหรือไม่มีเสียง

  • หายใจหอบ อกบุ๋ม

  • ช่วงหายใจเข้ายาวกว่าปกติ


ประเมินความรุนแรงอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ


การให้ออกซิเจนอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ

  • วิธีใดก็ได้ที่เด็กไม่ต่อต้าน

  • การต่อออกซิเจนมาจ่อใกล้ๆจมูกจะดีกว่า

  • พยายามจ่อออกซิเจนให้ห่างจากใบหน้าเด็กเล็กน้อย

  • ให้ผู้ปกครองหรือพ่อแม่เป็นคนถือ


ประเมินความรุนแรงอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ

Croup score > 4 : admit

  • ให้การดูแลใกล้ชิด และรบกวนเด็กน้อยที่สุด

  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดให้พอ

  • ให้ออกซิเจนที่มีความชื้นที่พอเหมาะ

  • Racemic epinephrine

  • Dexamethasone IM/IV

ในภาวะฉุกเฉิน

Croupscore > 7

  • ได้ให้การรักษาแล้วยังไม่ดีขึ้นหรือเด็กแย่ลงอย่างรวดเร็ว ให้พิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ/ทำtracheostomy


Circulation
Circulation อาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ(ชีพจรและความดันโลหิต)

  • เลือกขนาดของ cuff ที่เหมาะสม

  • ความกว้างของ cuff ที่เลือกใช้จะต้องมากกว่า 2/3 ของความยาวรอบต้นแขนเด็ก

  • ชีพจรโดยทั่วไป


การประเมินชีพจรอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ

Capillary refill time

ปกติ : < 2 วินาที

ผิดปกติ : > 2 วินาที

(ภาวะขาดน้ำ, ภาวะช็อก, ภาวะตัวเย็น)


ภาวะช็อกอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ

  • หมายถึง ภาวะที่เนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

  • ทำให้เกิด cell/ tissue hypoxia---anaerobic metabolism----เกิดการคั่งของ lactic acid และ CO2

  • มีการทำลายของเซลล์-----การทำงานของอวัยวะต่างๆลดลง

  • Multi-organ failure----ตาย


Compensated shock
Compensated shock อาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ

  • BP ปกติ เพราะร่างกายปรับตัวได้ ทำให้ systolic BPปกติ

    HR เพิ่มขึ้นSVR เพิ่มขึ้น

    - Tachycardia - ปลายมือเท้าซีด ตัวลาย ตัวอุ่น

    แต่ capillary refill < 2 sec

    - เลือดเลี้ยงทางเดินอาหารและไตลดลง

    ปัสสาวะลดลง ท้องอืด อาเจียน


Hypotensive shock
Hypotensive shockอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ

  • ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้ systolic BP < 5th percentile BP เทียบกับอายุ

  • เลือดเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญลดลง การรับรู้ลดลง คลำชีพจรส่วนปลายไม่ได้, มีชีพจรส่วนกลางเบา, มีเลือดเป็นกรด


การประเมินภาวะช็อกอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่าน่าจะ


การรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไปการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป

  • จัดท่าผู้ป่วย

  • การเปิดทางเดินหายใจและให้การช่วยหายใจ

  • ให้ออกซิเจนความเข้มข้นสูงแก่เด็กที่มีภาวะช็อกทุกราย

  • การเปิดให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

  • การให้สารน้ำทางintraosseous

  • การติดตามและประเมินผล : ความดันโลหิต, ชีพจร, ความรู้สึกตัว, capillary refill, ปริมาณปัสสาวะ


Hypovolemic shock
Hypovolemic shockการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป

  • สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กคือขาดสารน้ำ ท้องเสียรุนแรง การอาเจียน สูญเสียน้ำจากไข้สูง

    อุจจาระร่วงเฉียบพลัน คือ

  • การถ่ายอุจจาระเหลวอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน หรือ

  • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปนอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือ

  • ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำปริมาณมาก 1 ครั้งขึ้นไป

  • มักเกิดจากการกินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้จากอุจจาระ


Hypovolemic shock1
Hypovolemic shockการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป


Fluid therapy
การให้สารน้ำ (การรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไปFluid therapy)

  • Isotonic crystalloid solution : NSS, LR

  • Colloid solution : 5%albumin, FFP, Dextran

  • เริ่มให้สารน้ำด้วย isotonic crystalloid 20 ml/kg ใน 5-20 นาที ให้ซ้ำได้อีก20 ml/kg


Intraosseuous
Intraosseuousการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป

  • ในเด็กมักจะใช้ medial aspect ของ proximal tibia

  • สิ่งที่ต้องเตรียมคือ set bone marrow aspiration

  • สามารถส่งตรวจเลือดได้  DTX, E’lyte, blood gas, lactate

  • สามารถให้ยาที่ให้ทาง IV ได้โดยทั่วไปหลังให้ยาจะต้อง flush normal saline ตามหลังทุกครั้ง (ประมาณ 5-10 ซีซี)

  • ทั่วไปใช้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง (ใช้ระหว่าง resuscitation) ซึ่งระหว่างนั้นแพทย์จะพิจารณาทำ central line


Anaphylactic shock
Anaphylactic shockการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป

  • ภาวะที่เกิดจาการแพ้อย่างรุนแรงหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้

  • อาการเกิดขึ้นเร็ว

  • อาการ : กระวนกระวาย คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นลมพิษ angioedema เหนื่อยหอบ หายใจไม่ออก มีเสียงหายใจดังวี๊ด

  • การรักษา : Adrenaline (1:1,000) 0.01 ml/kg IM

    มากที่สุด 0.3 mg ให้ซ้ำได้ทุก 10-15 นาที

  • ให้สารน้ำ isotonic crystalloid, adrenaline infusion, antihistamine, bronchodilator, +/- corticosteroid


ภาวะจมน้ำการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป

  • Drowning is the process of experiencing respiratory impairment from submersion/immersion in liquid


Initial evaluation and resuscitation
Initial evaluation and resuscitationการรักษาภาวะช็อกโดยทั่วไป

  • Goal : ทำให้หายจากภาวะขาดอากาศและป้องกันการบาดเจ็บจากการพร่องออกซิเจนหลังจากการจมน้ำ

  • ในคนจมน้ำแทบทุกรายจะไม่หายใจเนื่องจากมี laryngospasm หัวใจอาจจะหยุดเต้น/ เต้นช้ามาก  คล้ายตายแล้ว

  • การช่วยเหลืออย่างแรก คือ basic life support

  • ต้องเอาขึ้นจากน้ำนอนศีรษะต่ำถ้าทำได้

  • ห้ามอุ้มเขย่าหรือพยายามรีดน้ำออกจากตัวเด็ก

  • ถ้าไม่หายใจให้เริ่ม CPR : A-B-C


การช่วยเหลือผู้ที่จมน้ำหมดสติการช่วยเหลือผู้ที่จมน้ำหมดสติ

  • Airway : อันดับแรกเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง

  • Breathing : ดูว่าเด็กหายใจดีหรือไม่

  • กำจัดสิ่งแปลกปลอมและเศษอาหารจากการอาเจียน

  • ให้การช่วยหายใจทันที ET-tube

  • Circulation : กดหน้าอก

  • ห้ามทำabdominal thrusts เพราะจะเพิ่มโอกาสของ regurgitation and aspiration ได้

  • ระหว่างให้การช่วยเหลือจะต้องระวังการบาดเจ็บกระดูกต้นคอ

  • นอนราบและใช้ cervical collarที่เหมาะสม


ผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บกระดูกต้นคอผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บกระดูกต้นคอ

  • ผู้ที่ดำน้ำ

  • อุบัติเหตุรถชนกัน

  • ตกจากที่สูง

  • อุบัติเหตุกีฬาทางน้ำ

  • การทารุณกรรมเด็ก

  • กลุ่มที่มีการบาดเจ็บที่รุนแรงหลายส่วน


การแก้ผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บกระดูกต้นคอภาวะภาวะตัวเย็น

  • ระหว่างที่ทำ CPR จะต้องนึกถึงภาวะตัวเย็นไว้ด้วย

  • ให้แก้ภาวะภาวะตัวเย็นไปพร้อมกับการทำ CPR

  • โดยถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก

  • การทำให้ตัวอุ่น : ใช้ผ้าห่มแห้ง, อยู่ที่ที่แห้งและอุ่น, ใช้เครื่องให้ความร้อน

  • ป้องกันการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกาย

  • ถ้ามีภาวะภาวะตัวเย็นอยู่ยังไม่สามารถหยุดการ CPR ต้องทำให้อุณหภูมิร่างกายถึง 32-34⁰C ก่อนถึงจะพิจารณา


Therapeutic hypothermia
Therapeutic hypothermiaผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บกระดูกต้นคอ

  • ในช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังจมน้ำและหมดสติ ผู้ป่วยมักมีไข้

  • ภาวะอุณหภูมิสูง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตและกระตุ้นให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนและบาดเจ็บต่อระบบประสาทส่วนกลาง

  • อุณหภูมิที่แนะนำ : 32-34⁰C เร็วที่สุดที่ทำได้และรักษาอุณหภูมินี้เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมงหลังจมน้ำ


Respiratory distress
Respiratory distressผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บกระดูกต้นคอ

“ภาวะหายใจลำบาก”

  • ภาวะที่มีความผิดปกติของการหายใจหรือมีการเพิ่มขึ้นของการใช้แรงการหายใจจากภาวะปกติ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของพลังงานที่ใช้สำหรับการหายใจ การหายใจไม่เพียงพอ และการหายใจผิดปกติแบบอื่นๆ ที่จะนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวได้


ภาวะชักจากไข้สูงผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บกระดูกต้นคอ

  • Simple febrile convulsion

  • อายุ : 3 เดือน – 5 ปี

  • ลักษณะชักแบบเกร้งกระตุกทั้งตัว

  • เกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีไข้

  • ระยะเวลาที่ชักไม่นานเกิน 15 นาที

  • หลังชักตื่นดี ไม่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางระบบประสาท


การรักษาในภาวะชักจากไข้สูงการรักษาในภาวะชักจากไข้สูง

  • ควรลดไข้ทันที  เช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนโดยเร็ว และให้ยาลดไข้

  • ถ้ายังชักอยู่ การปฐมพยาบาลอาการชัก

    - จัดท่านอนตะแคงข้างให้ศีรษะต่ำลงเล็กน้อย ดูดเสมหะ เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง

    - Diazepam 0.5 mg/kg ทางทวารหนัก

    - Diazepam 0.3 mg/kg ทางหลอดเลือดดำ

  • รักษาสาเหตุของไข้และตรวจค้นเพิ่มเติม

  • ป้องกันการเกิดชักซ้ำจากไข้


ข้อห้ามปฏิบัติในขณะเด็กชักข้อห้ามปฏิบัติในขณะเด็กชัก

  • ห้ามงัดปากเด็กด้วยช้อน หรือวัตถุอื่นๆ

    (เนื่องจากจะทำให้เกิดการบาดเจ็บของช่องปากและอาจทำให้ฟันหักไปอุดหลอดลมได้)

  • ห้ามป้อนยาหรือน้ำขณะเด็กชัก

    (เพราะระหว่างชักเด็กไม่รู้สึกตัว ทำให้มีโอกาสสำลักเข้าหลอดลมเกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้)


คำแนะนำข้อห้ามปฏิบัติในขณะเด็กชัก

การดูแลไข้

  • ใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาหรือบางเกินไป

  • อยู่ในที่ที่อากาสถ่ายเทดีอย่าใช้พัดลมเป่า

  • ดื่มน้ำมากๆ

  • เช็ดตัวลดไข้

    ควรรีบพบแพทย์ ในกรณีไข้สูง หรือเด็กมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดศีรษะมาก ซึม หอบ อาเจียน ท้องเสีย


Suspected poisoning child
Suspected poisoning childข้อห้ามปฏิบัติในขณะเด็กชัก

  • การวินิจฉัยได้จาการซักประวัติ

  • อายุพบมากใน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กเล็ก และกลุ่มเด็กวัยรุ่น

  • ประวัติการเกิดอาการอย่างกระทันหันโดยที่ผู้ป่วยแข็งแรงดีมาก่อนหรือมีเหตุชักนำชัดเจน

  • อาการเกิดขึ้นหลายระบบ ไม่สามารถอธิบายด้วยโรคอื่นๆหรือเกิดอาการเป็นกลุ่ม


Suspected poisoning child1
Suspected poisoning childข้อห้ามปฏิบัติในขณะเด็กชัก

  • กรณีที่มีประวัติยาหรือสารพิษควรซักประวัติต่อไปนี้โดยเร็ว

    ลักษณะสารพิษ ขนาด ลักษณะพิเศษ กลิ่น สีของสาร

    ปริมาณที่ได้รับ มีอาเจียน/บ้วนทิ้งหรือไม่

    ระยะเวลาที่คาดว่าได้รับครั้งสุดท้าย

    อาการที่เกิดขึ้น

    การรักษาเบื้องต้นก่อนมาโรงพยาบาล


หลักการรักษาทั่วไปข้อห้ามปฏิบัติในขณะเด็กชัก

  • ตรวจสัญญาณชีพและให้การรักษาทันทีในกรณีฉุกเฉิน

  • เอาสารพิษออกจากผู้ป่วยให้เร็วที่สุด (Decontamionation)

    - การให้ยาเพื่อให้อาเจียน (Ipecac syrup)

    - ล้างท้อง (Gastric lavage)

    - ดูดซับสารพิษ (Activated charcoal)

    - ให้ยาระบาย (Catharsis)

  • เพิ่มการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย เช่นการกำจัดสารพิษออกทางไต, การทำการฟอกเลือด, การเปลี่ยนถ่ายเลือด


การให้ยาเพื่อให้อาเจียน

  • Ipecac syrup เป็นยาที่แนะนำให้ใช้

  • ออกฤทธิ์ภายใน 20-30 นาที

  • ผลในการกำจัดพิษดีกว่าการล้างท้อง

  • อายุ 6-12 เดือน ให้ 10 ml

  • อายุ 1-12 ปี ให้ 15 ml

  • อายุ มากกว่า 12 ปี ให้ 30 ml

  • ไม่ควรให้ในผู้ป่วยหมดสติหรือไม่รู้สึกตัว, อายุน้อยกว่า 6 เดือน, กิน สารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน, กินน้ำมันปิโตเลียมที่ระเหยได้


การล้าง ท้อง

  • เมื่อการทำให้อาเจียนไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถกินยาเองได้ เช่น ผู้ป่วยซึมมาก

    ห้ามใช้กับ

  • สารที่ไม่เป็นพิษหรือปริมาณไม่มากพอ

  • กินสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน, กินน้ำมันปิโตเลียมที่ระเหยได้

  • ผู้ป่วยไม่มี gag reflex, ไม่รู้ตัวหรือหมดสติและ ชัก


Activated charcoal
ดูดซับ สารพิษโดย Activated charcoal

  • 1 g/kg ในเด็ก หรือ 30 g ในวัยรุ่นโดยผสมน้ำ 60-100ml

  • ให้ในเวลา 2 ชั่วโมงหลังกินสารพิษจะดีที่สุด

  • ควรให้หลังจากการกระตุ้นอาเจียนแล้ว

  • ในกรณีที่สารพิษมี hepatoenteral recirculationหรือต้องการกรองสารพิษออกจากเลือดทางระบบทางเดินอาหารควรให้ activated charcoal ซ้ำทุก 4-6 ชั่งโมง อีก 3-4 ครั้ง


Cathartics
การให้ยาระบาย (Cathartics)

  • ควรให้ตามหลัง activated charcoal ทุกครั้งเพื่อเร่งการขับถ่าย

  • 20 % Magnesium sulfate 25 mg/kg ทุก3 ชั่งโมงจนถ่ายอุจจาระไม่ใช่ในคนไตบกพร่อง

  • Magnesium citrate 10-20 ml

  • 70% Sorbitol 3-4ml/kg (ในเด็กน้อยกว่า 3 ปีให้ 35% Sorbitol 1.5-2 mg/kg)


Child abuse
การทารุณกรรมเด็ก (Child abuse)

  • การกระทำทารุณกรรมทางร่างกาย

  • การกระทำทารุณกรรมทางเพศ

  • การกระทำทารุณกรรมทางอารมณ์

  • การปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้ง


Child abuse1
การทารุณกรรมเด็ก (Child abuse)

  • การกระทำทารุณกรรมทางร่างกาย

    มักมาด้วยอาการบาดเจ็บ บวม ฟกช้ำ กระดูกหักหลายแห่ง/หักในเวลาที่ต่างกัน ซึม เลือดออกในสมอง หรือตาย

  • การกระทำทารุณกรรมทางเพศ

  • การกระทำทารุณกรรมทางอารมณ์

  • การปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้ง


Child abuse2
การทารุณกรรมเด็ก (Child abuse)

  • การกระทำทารุณกรรมทางร่างกาย

  • การกระทำทารุณกรรมทางเพศ

    ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีการบวมช้ำ หรือมีบาดแผลบริเวณทวารหนัก อวัยวะเพศ

  • การกระทำทารุณกรรมทางอารมณ์

  • การปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้ง


Child abuse3
การทารุณกรรมเด็ก (Child abuse)

  • การกระทำทารุณกรรมทางร่างกาย

  • การกระทำทารุณกรรมทางเพศ

  • การกระทำทารุณกรรมทางอารมณ์

  • การปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้ง

    ในเด็กโต อาจมีปัญหาทางพฤติกรรมและการเรียน

    ในทารก อาจมีภาวะทุพโภชนาการ ติดเชื้อง่าย พัฒนาการช้า พฤติกรรมถดถอย ซึมเศร้า หรือภาวะเลี้ยงไม่โตโดยไม่ทราบสาเหตุอุบัติเหตุ


ลักษณะของการบาดเจ็บที่บ่งชี้ว่าอาจไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุลักษณะของการบาดเจ็บที่บ่งชี้ว่าอาจไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ

  • รอยจ้ำเขียวที่มีขนาดเท่าปลายนิ้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีหลายตำแหน่ง

  • รอยบุหรี่จี้

  • รอยเฆี่ยนตี

  • เลือดออกที่จอตาและชั้นใต้เยื่อหุ้มสมองโดยไม่พบร่องรอยของจ้ำเขียว

  • การฉีกขาดของ frenulum



ข้อบ่งชี้ในการรับเด็กเข้าดูแลในโรงพยาบาลข้อบ่งชี้ในการรับเด็กเข้าดูแลในโรงพยาบาล

  • มีปัญหาทางสุขภาพกายที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลโดยการใช้ยาหรือการผ่าตัด

  • การวินิจฉัยที่ยังไม่แน่นอน

  • เมื่อหาที่ที่ปลอดภัยให้เด็กอยู่ไม่ได้


Thank you

Thank youข้อบ่งชี้ในการรับเด็กเข้าดูแลในโรงพยาบาล


ad