โรคในระบบทางเดินหายใจ
Download
1 / 27

โรคในระบบทางเดินหายใจ - PowerPoint PPT Presentation


  • 113 Views
  • Uploaded on

โรคในระบบทางเดินหายใจ. อาการของโรคในระบบทางเดินหายใจในสุกรแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ 1. อาการที่เกิดขึ้นในส่วนจมูก 2. อาการปอดอักเสบ 3. อาการเยื่อหุ้มปอดอักเสบ. โรคโพรงจมูกอักเสบ (Atrophic rhinitis). สาเหตุ

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' โรคในระบบทางเดินหายใจ' - tiger-graves


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
โรคในระบบทางเดินหายใจโรคในระบบทางเดินหายใจ

  • อาการของโรคในระบบทางเดินหายใจในสุกรแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ

  • 1. อาการที่เกิดขึ้นในส่วนจมูก

  • 2. อาการปอดอักเสบ

  • 3. อาการเยื่อหุ้มปอดอักเสบ

โรคในระบบทางเดินหายใจ


Atrophic rhinitis
โรคโพรงจมูกอักเสบ โรคในระบบทางเดินหายใจ(Atrophic rhinitis)

สาเหตุ

  • สาเหตุปฐมภูมิ เกิดจากแบคทีเรียชนิด Bordetella bronchiseptica ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูกและทำให้เกิดสาเหตุทุติยภูมิตามมา

  • สาเหตุทุติยภูมิ เกิดจากแบคทีเรียชนิด Pasteurella multocida type D จะรวมกลุ่มกัน ผลิตท๊อกซินที่ซ้ำเติมทำให้โพรงจมูกอักเสบอย่างรุนแรง

โรคโพรงจมูกอักเสบ


การติดต่อโรคในระบบทางเดินหายใจ

1. การไอหรือจาม

2. จากแม่สู่ลูก (เฉพาะสาเหตุปฐมภูมิ)

  • การติดเชื้อจะติดตั้งแต่สุกรยังอายุน้อยซึ่งอาจจะพบว่าสัตว์ไอหรือจามบ้าง แต่อาการจมูกบิดเบี้ยวจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในช่วงขุน

โรคโพรงจมูกอักเสบ


อาการโรคในระบบทางเดินหายใจ

  • ท๊อกซินของเชื้อจะทำลายกระดูกทำให้เกิดการฝ่อของกระดูกเทอร์บิเนตซึ่งอยู่ในโพรงจมูก ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของหน้า เนื่องจากหน้าหดสั้นลงและแนวสันจมูกเบี้ยว ในบางรายพบร่องน้ำตาอุดตัน ทำให้มีรอยคราบน้ำตาผสมกับสิ่งสกปรกเป็นทางสีดำ อาจมีเลือดกำเดาไหลออกทางจมูก

โรคโพรงจมูกอักเสบ


ร่องน้ำตาอุดตันโรคในระบบทางเดินหายใจ

เลือดกำเดา

โรคโพรงจมูกอักเสบ


ภาพแสดงระดับการถูกทำลายของโพรงจมูกจากน้อย มาก

การวินิจฉัยโรค

  • จากการอาการทางคลีนิค หรือใช้ swab จากจมูกมาเพาะเชื้อ ถ้ามีอาการไม่ชัดเจน

โรคโพรงจมูกอักเสบ


การรักษา ควบคุมและป้องกันโรค

1. ให้ยาผสมอาหาร เช่น ยาซัลฟา หรืออ๊อกซีเตตร้าซัยคลิน หรือ ไทโลซิน นาน 1 เดือนในช่วงสุดท้ายของการตั้งท้อง หรือตลอด 2 w ก่อนและหลังคลอด

2. ให้วัคซีนรวมระหว่างเชื้อทั้งสองชนิด ก่อนนำเข้าฝูงและให้ซ้ำทุกครั้งก่อนคลอดประมาณ 1-2 สัปดาห์

3. แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการ

โรคโพรงจมูกอักเสบ


Pneumonia and pleuritis
โรคที่เกี่ยวกับปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pneumonia and pleuritis)

  • เป็นปัญหาสำคัญอันดับ 2 รองจากโรคในระบบทางเดินอาหาร

  • ทำให้อัตราการตายสูง ส่วนสัตว์ที่รอดตายจะมีการสูญเสียจาก FCR และ ADG ต่ำกว่าปกติ

    สาเหตุโน้มนำ

  • การเป็นโรคพยาธิ

  • ปัญหาท้องร่วงในช่วงก่อนและหลังหย่านม

  • การเลี้ยงสุกรหนาแน่นเกินไป


สาเหตุโน้มนำของโรคในระบบหายใจสาเหตุโน้มนำของโรคในระบบหายใจ (ต่อ)

  • การนำสุกรจากหลายแหล่งมารวมกัน

  • การเลี้ยงสุกรขนาดแตกต่างปะปนกัน

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


สาเหตุโน้มนำของโรคในระบบหายใจสาเหตุโน้มนำของโรคในระบบหายใจ (ต่อ)

  • สภาพโรงเรือนไม่เหมาะสมและการระบายอากาศไม่ดี

  • อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนแตกต่างมากเกิน 12C

  • ปัญหาข้ออักเสบหรือฝีหนอง

  • คุณภาพอาหารต่ำ esp มีโปรตีนต่ำ

  • พันธุ์:ยอร์คเชียร์จะไวต่อการเป็นโรค

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


ภาพเปรียบเทียบระหว่างปอดปกติและปอดเน่าภาพเปรียบเทียบระหว่างปอดปกติและปอดเน่า

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


ถุงลมพอง ภาพเปรียบเทียบระหว่างปอดปกติและปอดเน่า(lung emphysema)

ปอดบวม (lung edema)

โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ


1 pasteurellosis
โรคพาสเจอร์เรลโลซีสภาพเปรียบเทียบระหว่างปอดปกติและปอดเน่า1 (Pasteurellosis)

  • โรคปอดบวมชนิดนี้มีอุบัติการมากที่สุดในแหล่งที่มีการเลี้ยงสุกรเป็นอุตสาหกรรมและค่อนข้างแออัด และพบโรคมากที่สุดในสุกรหลังหย่านม

  • มักพบการเกิดโรคในลักษณะแทรกซ้อนหลังจากมีการติดเชื้ออื่นๆ มาก่อน

    สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดกรัมลบ Pasteurella multocidaซึ่งสามารถสร้างทอกซินได้

โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ


1 pasteurellosis1
โรคพาสเจอร์เรลโลซีสภาพเปรียบเทียบระหว่างปอดปกติและปอดเน่า1 (Pasteurellosis)

อาการ

  • พบทั้งแบบเฉียบพลัน ซึ่งทำให้โลหิตเป็นพิษ cyanosis และแบบเรื้อรัง

  • ทำให้ปอดและหลอดลมอักเสบแบบเป็นหนอง มีไฟบรินร่วมด้วย มักพบที่ปอดลอนหน้าและลอนข้างหัวใจรวมทั้งที่ปอดลอนท้ายในรายที่เป็นโรคอย่างรุนแรง

โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ


2 enzootic pneumonia
โรคเอนซูติกนิวโมเนีย 2(Enzootic pneumonia)

  • มีการติดเชื้อจากแม่สุกรที่เป็นพาหะไปสู่ลูกสุกรดูดนมตั้งแต่แรกเกิด แต่มัก พบโรคมากที่สุดในสุกร 2-4 w

    สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อ Mycoplasma hyopneumoniaeซึ่งเป็นจุลชีพจำเพาะต้องอยู่ที่ทางเดินหายใจ ไม่ทนต่อสภาพสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย

โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ


อาการและวิการ

  • มักพบสัตว์ป่วยเป็นแบบเรื้อรังมากกว่าแบบเฉียบพลัน สัตว์จะแสดงอาการไอ หอบ esp ตอนเช้าและตอนให้อาหาร อัตราการป่วย 30-60% อัตราการตาย 10%

  • พบวิการที่ปอด apical lobe และ cardiac lobe มีลักษณะแข็งตัวที่ส่วนปลาย มีสีลูกพลัมหรือสีเทา

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


3 pleuropneumonia
โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ 3(Pleuropneumonia)

  • เกิดได้ในสุกรทุกช่วงอายุ (esp 2-6 m)

    สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อ Actinobacillus pleuropneumoniaeซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดกรัมลบ รูปแท่ง สามารถสร้าง endotoxin ไม่ทนต่อสภาพสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


อาการและวิการ

  • ไข้สูง ปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบอย่างรุนแรง (มีไฟบรินยึดปอดติดกับผนังช่องอก) มักเป็นแบบเฉียบพลัน ระยะเวลาการเกิดโรคสั้น (18 ชม-5 วัน) สุกรจะหายใจลำบากมาก อาจพบน้ำลายและน้ำมูกเป็นฟองปนเลือด cyanosis สัตว์มักจะช็อคตาย

  • พบวิการที่ปอด apical lobe และ cardiac lobe มีลักษณะแข็ง สีแดงเข้ม

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


4 swine influenza
โรคไข้หวัดใหญ่ในสุกร 4(Swine influenza)

  • เป็นโรคหวัดที่มีการระบาดอย่างรวดเร็ว (explosive outbreak) มีการติดต่อกันในระหว่างสุกร เป็ด ไก่งวงและคน

  • อัตราการป่วย ~100% แต่อัตราการตายต่ำ ~1%

  • โรคเกิดได้ในสุกรทุกช่วงอายุ esp สุกรเล็ก และทุกฤดูกาล esp ฤดูหนาว

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


4 swine influenza1
โรคไข้หวัดใหญ่ในสุกร 4(Swine influenza)

สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมีหลายแอนติเจนิกไทป์คล้ายไข้หวัดในคน

  • เชื้ออยู่นอกร่างกายสิ่งมีชีวิตได้ประมาณ 2 w แต่ถูกทำลายได้ง่ายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป

    การติดต่อ

  • ไอ จาม สัมผัส transplacenta

  • interspecies transmission: สุกร เป็ด ไก่งวง และคน

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


อาการ

  • ไข้ ไอ จาม หายใจลำบากและเปลี้ยหมดแรง แต่อาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

  • โรคจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อเป็นร่วมกับโรคอื่น เช่น พยาธิในปอด พิษสุนัขบ้าเทียม โรคปอดอื่นๆ ทำให้อัตราการตายสูง

  • โรคจะคล้ายคลึงกับเอนซูติกนิวโมเนีย แต่ระบาดอย่างรวดเร็วกว่า และโรคจะสงบเร็วกว่าถ้าไม่มีโรคอื่นแทรก

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


Aujesky s disease
โรคพิษสุนัขบ้าเทียม (Aujesky’s disease)

  • เป็นโรคที่ทำให้เกิดความสูญเสียในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรอย่างมาก เนื่องจากสุกรที่เป็นโรคจะเป็นพาหะเป็นปี

  • ทำให้เกิดความสูญเสียในลูกสุกร และเป็นโรคที่กดระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้มีโรคอื่นๆ แทรกได้ง่าย

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


Aujesky s disease1
โรคพิษสุนัขบ้าเทียม (Aujesky’s disease)

สาเหตุ

  • เกิดจากเฮอร์ปีส์ไวรัส ซึ่งเป็นเฮอร์ ปีส์ชนิดเดียวที่มี host range กว้างมาก เช่น โค แกะ สุนัขและแมว

  • ไวรัสนี้ค่อนข้างคงทนต่อสภาพแวดล้อม แต่ถูกทำลายได้ด้วย sodium hypochlorite, phenol และ formaldehyde

    การติดต่อ

  • contact, transplacenta, transcolostrum, semen และพาหะ esp สุกรซึ่งรอดตายแต่อมโรค

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


อาการ

  • ในสุกรเกี่ยวข้องกับระบบประสาท ระบบหายใจและระบบการสืบพันธุ์ ส่วนในสัตว์อื่นทำให้สมองอักเสบและมีอาการคันอย่างรุนแรงมาก

    ลูกสุกรดูดนม

  • จะมีอัตราการตายสูงสุด อาการป่วยคือ หายใจลำบาก มีไข้ น้ำลายไหลมาก อาเจียน ท้องร่วง ตัวสั่น ซึม เดินโซเซ ตากระตุก นอนชักแบบตะกุยเท้า ตายใน 1-2 วัน

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


Porcine respiratory and reproductive syndrome prrs or blue ear
Porcine Respiratory and Reproductive Syndrome (PRRS or Blue ear)

  • เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในโลก เมื่อปี 2530 แถบ USA และ Canada แต่ปัจจุบันพบได้ทั่วโลก

    สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อไวรัส

    การติดต่อ

  • จากการสัมผัสสิ่งขับถ่ายของสุกรที่มีการติดเชื้อ เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก อสุจิ นอกจากนี้เชื้อยังสามารถไปตามกระแสลมได้ในระยะไม่น้อยกว่า 3 กม.

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


อาการ ear)

  • แม่สุกรอุ้มท้องจะแท้ง esp ระยะท้ายของการตั้งท้อง (110 d) หรือคลอดเป็นมัมมี่ หรือลูกตายหลังคลอด

  • ลูกสุกรและสุกรขุนแสดงอาการคล้ายหวัด

  • ระยะเวลาแสดงอาการนาน 2.5-4 เดือน

    การติดต่อ

  • จากการสัมผัสสิ่งขับถ่ายของสุกรที่มีการติดเชื้อ เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก อสุจิ นอกจากนี้เชื้อยังสามารถไปตามกระแสลมได้ในระยะไม่น้อยกว่า 3 กม.

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


การวินิจฉัยโรค ear)

  • เจาะเลือดตรวจหาระดับภูมิคุ้มโรคในแม่สุกรที่แท้ง และลูกที่ป่วย

  • ส่งซากที่แท้งเพื่อเพาะเชื้อ

    การควบคุมโรค

  • ในแหล่งที่มีการระบาดของโรคจำเป็นต้องใช้วัคซีนซึ่งเป็นชนิดเชื้อเป็น

กลุ่มอาการปอดอักเสบ


ad