slide1
Download
Skip this Video
Download Presentation
วิชา สำนักงานอัตโนมัติ ( Office Automation System s ) รหัส วิชา 3204-2301

Loading in 2 Seconds...

play fullscreen
1 / 151

วิชา สำนักงานอัตโนมัติ ( Office Automation System s ) รหัส วิชา 3204-2301 - PowerPoint PPT Presentation


  • 390 Views
  • Uploaded on

วิชา สำนักงานอัตโนมัติ ( Office Automation System s ) รหัส วิชา 3204-2301. จัดทำโดย ครูเตชะภู พงษ์แจ่ม. Menu. 2. สารบัญ. บทที่ 1. บทที่ 6. บทที่ 12. บทที่ 2. บทที่ 7. บทที่ 13. บทที่ 8. บทที่ 14. บทที่ 3. บทที่4. บทที่ 9. บทที่ 15. บทที่ 5. บทที่ 16. บทที่ 10. บทที่ 11.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' วิชา สำนักงานอัตโนมัติ ( Office Automation System s ) รหัส วิชา 3204-2301' - thor-anderson


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript
slide1

วิชาสำนักงานอัตโนมัติ

(OfficeAutomationSystems) รหัสวิชา 3204-2301

จัดทำโดย

ครูเตชะภู พงษ์แจ่ม

Menu

slide2

2

สารบัญ

บทที่ 1

บทที่ 6

บทที่ 12

บทที่ 2

บทที่ 7

บทที่ 13

บทที่ 8

บทที่ 14

บทที่ 3

บทที่4

บทที่ 9

บทที่ 15

บทที่ 5

บทที่ 16

บทที่ 10

บทที่ 11

END

slide3

3

บทที่ 1

ความหมาย

องค์ประกอบของสำนักงาน

Menu

slide4

4

ความหมายของสำนักงาน

เป็นสถานที่ที่ปฏิบัติงานซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานขององค์การโดยอาศัย ข้อมูล รายงาน เอกสารต่างๆ เป็นเครื่องมือ

BACK

slide5

5

สำนักงาน

สำนักงานคือ สถานที่แห่งหนึ่งอาจเป็นห้อง

เดียวหรือหลายห้อง อาจใช้เป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่าง ๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน

BACK

slide6

6

หน้าที่ของสำนักงานทั่วไป

1. รับเอกสารและข่าวสารจากแหล่งผู้ส่ง

2. ประมวลผล หรือดำเนินการ

3. จัดทำผลลัพธ์เพื่อส่งไปให้ผู้รับ

BACK

slide7

7

วัตถุประสงค์ของสำนักงาน

1. บริการได้สะดวก รวดเร็ว

2. ให้ความเชื่อถือขององค์กร

3. เพื่อคุณภาพขององค์กร

4. เพื่อประหยัดงบประมาณ ลดค่าใช้จ่าย

5. เพื่อปรับปรุงระบบงานให้ทันสมัย

BACK

slide8

8

ประเภทของงานสำนักงาน

1. งานระเบียน งานผลิตเอกสาร

2. งานคำนวณ

3. จัดประเภทและเก็บเอกสาร

4. การติดต่อประสานงาน

BACK

slide9

9

บุคลากรในสำนักงาน

1 ผู้จัดการ

2 ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ

3 พนักงานบัญชี

4 พนักงานพัสดุ

5 พนักงานการเงิน

BACK

slide10

10

องค์ประกอบของสำนักงาน

1. อาคารสถานที่

2. ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงาน

3. เครื่องใช้สำนักงาน

BACK

slide11

เครื่องใช้สำนักงาน

11

1. เครื่องพิมพ์ดีด

2. โทรศัพท์

3. โทรสาร

4. ตู้เก็บเอกสาร

5. เครื่องถ่ายเอกสาร

6. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

BACK

slide12

12

สภาพแวดล้อมเทคโนโลยีสำนักงาน

1. สภาพแวดล้อมของสำนักงาน

1.1 ที่ตั้งของสำนักงาน

1.2 การคมนาคม

1.3 อากาศถ่ายเทได้สะดวก

BACK

slide13

13

2. เทคโนโลยีสำนักงาน

2.1 ระบบงานพิมพ์

2.2 ระบบโทรคมนาคม โทรศัพท์

2.3 ระบบรับส่งและจัดเก็บเอกสาร

ระบบโทรสาร

2.4 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

2.5 ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

BACK

slide14

14

พัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ

1. ที่มาของสำนักงานอัตโนมัติ

1.1 เศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายที่สำคัญ

คือค่าเอกสารและค่าบุคลากร

1.2 สารสนเทศ เทคโนโลยีใหม่ ๆ

จึงสามารถรับปริมาณข้อมูลข่าวสารที่

เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

BACK

slide15

15

2. การประยุกต์คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน

2.1 การประมวลผลข้อมูล

2.2 การจัดทำสารสนเทศ เพื่อช่วยให้

ผู้บริหารตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็ว

2.3 การประกอบวิชาชีพ

2.4 การสนับสนุนผู้บริหาร

Menu

BACK

slide17

16

สำนักงานอัตโนมัติ

คือ สำนักงานที่นำเอาเทคโนโลยี

ใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานและใช้แรงงานคนน้อยที่สุด โดยมีสารสนเทศที่ทันสมัย ถูกต้อง รวดเร็ว

BACK

slide18

17

ความหมายของสำนักงานอัตโนมัติ

“แนวคิดและวิธีการนำคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานมาเชื่อมโยงกันด้วยระบบสื่อสารข้อมูล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว”

BACK

slide19

18

ต้องได้รับการฝึกอบรมการใช้

อุปกรณ์สำนักงานและจะต้องศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เสมอ

BACK

slide20

19

- การจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ

- การกระจายข่าวสาร

- การค้นคืนการจัดเก็บเอกสารข้อมูล

- การดูแลความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล

โดยการสำรองข้อมูล ตั้งรหัสผ่าน

- การกำจัดและทำลายข้อมูล

BACK

slide21

20

3. เอกสาร ข้อมูล สารสนเทศปริมาณข้อมูล

สารสนเทศ คอมพิวเตอร์สามารถทำได้รวดเร็ว

4. เทคโนโลยีสำนักงานอัตโนมัติ ในไทยยังคง

เป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน

5. การบริหารการจัดการ ผู้บริหารจะต้องมี

ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้

และให้การ สนับสนุน

BACK

slide22

21

  • ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ
  • 1. ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย
  • 2. การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • 3. ผู้บริการสามารถติดต่อได้ถูกต้องรวดเร็ว
  • ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงาน
  • และหน่วยงานมากขึ้น
  • 5. หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี

Menu

BACK

slide23

22

Menu

slide24

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

23

1. ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

2. เมนเฟรม เช่น งานธนาคาร สายการ บิน อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

3. มินิคอมพิวเตอร์ ใช้กับบริษัทขนาด ย่อม

4. ไมโครคอมพิวเตอร์

BACK

slide25

24

เทคโนโลยีโทรคมนาคม

1. เทคโนโลยีคมนาคมพื้นฐาน

1.1 ระบบโทรศัพท์

1.2 ระบบโทรสาร

1.3 ระบบประชุมทางไกล

BACK

slide26

25

2. ระบบสื่อสารข้อมูล จะต้องอาศัย

อุปกรณ์โทรคมนาคมที่ทันสมัย

2.1 ส่วนรับ/ส่วนส่งข้อมูล

2.2 อุปกรณ์แปลงสัญญาณ

2.3 ช่องทางสื่อสาร เช่น ระบบโทรศัพท์ระบบเคเบิล ระบบไมโครเวฟ ดาวเทียม

BACK

slide27

26

3. เทคโนโลยีสำนักงาน

3.1 เครื่องพิมพ์ดีด

3.2 เครื่องถ่ายเอกสาร

3.3 เครื่องบันทึกเอกสารลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม

BACK

slide28

27

4. เทคโนโลยีกราฟิก เป็นการนำเอาเอกสาร

มาสแกนเข้าสู่คอมพิวเตอร์และเครื่อง

บาร์โค้ด

5. ระบบอินเทอร์เน็ต ช่วยทำให้ได้รับใหม่ ๆ

ทันสมัย สามารถต่อสู้กับคู่แข่งขันได้

นำมาประชาสัมพันธ์หน่วยงานได้

Menu

BACK

slide29

28

Menu

slide30

29

BACK

slide31

30

- อุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นมาตรฐานและทำงาน

ร่วมกันได้

- ระบบงานประยุกต์ต่าง ๆ ได้รับการติดตั้ง

หรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการ

ของผู้ใช้

- ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ใช้ง่าย และเป็น

มาตรฐานเดียวกันทั้งองค์การ

BACK

slide32

31

บุคลากรที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติ

1. ผู้บริหารระดับสูง

2. ผู้บริหารระดับกลาง และผู้ปฏิบัติงาน

ในระดับต่าง ๆ

3. นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่น ๆ

BACK

slide33

32

ประเด็นสำคัญในการพัฒนา สนง. อัตโนมัติ

1. การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ

เช่น จ้างที่ปรึกษา จัดทำเอง จัดซื้อระบบ สนง.

2. การวางแผนการพัฒนา งบประมาณ กำลังคน

3. การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ การจัดซื้ออุปกรณ์ การติดตั้งซอฟต์แวร์

4. การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน

slide34

33

BACK

slide35

34

4. ผู้ใช้ระบบ สนง. อัตโนมัติมีหน้าที่และ

ความรับผิดชอบ

5. การสื่อสาร

- ใช้สื่ออะไรบ้าง (รายงาน หนังสือ)

การประชุมทางไกล การรับส่ง E-mail

- เครื่องมือที่ใช้มีอะไร

- ปริมาณข้อมูลข่าวสารและจำนวนสื่อ

ที่เกี่ยวข้อง

slide36

35

BACK

slide37

36

- คุณภาพของสารสนเทศที่ใช้งานอยู่

- ปริมาณของสารสนเทศและลักษณะของ

หน่วยเก็บเอกสาร

- เนื้อที่เก็บของสารสนเทศ

- คุณภาพของสารสนเทศที่ใช้งานอยู่

มีความถูกต้อง การค้นสะดวกมากน้อย

หรือไม่

BACK

slide38

37

BACK

slide39

38

วิธีการพัฒนา

1. การจัดทำระบบงานเองโดย

เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์

2. การจัดทำระบบงานเองโดยกลุ่ม

ผู้ใช้ระบบ

3. การว่าจ้างบริษัทภายนอก

BACK

slide40

39

BACK

slide41

40

BACK

slide42

41

5. การเตรียมตัวใช้งานระบบ การจัดทำ

ข้อมูลพื้นฐานเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบ

ที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ จัดทำคู่มือผู้ใช้

การฝึกอบรม

6. การประเมินและปรับปรุงระบบการ

ประเมินผลการทำงานได้ผลตาม

ต้องการหรือไม่หากไม่ได้ผลต้อง

ปรับปรุงอย่างไร

Menu

BACK

slide43

42

บทที่ 5

บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการสารสนเทศ

Menu

slide44

1. ลักษณะงานสำนักงานโดยทั่วไป

1.1 การรับข้อมูลและสารสนเทศ

1.2 การเก็บบันทึกข้อมูล และ สารสนเทศ

1.3 การประมวลผลข้อมูล

1.4 การจัดทำเอกสารธุรกิจ

1.5 การสื่อสารข้อมูลและเอกสารธุรกิจ

43

BACK

slide45

44

2. ระบบสำนักงานอัตโนมัติกับการจัดการ สารสนเทศ ผู้บริหารระดับสูงระบบ สนง. อัตโนมัติยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารได้รับสารสนเทศที่จัดทำขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยในการตัดสินใจ ในการบริหารได้ดีขึ้น

BACK

slide46

45

บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติ

ในการสื่อสาร

BACK

slide47

1. การสื่อสารทั่วไปในสำนักงาน

2. บทบาทของการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน

2.1 การเชื่อมโยงการทำงานของผู้บริหารและพนักงาน

2.2 เชื่อมโยงสำนักงานกับหน่วยงานภายนอก

46

BACK

slide48

2.3 การประชาสัมพันธ์ นิยมใช้อินเทอร์เน็ต

2.4 การช่วยค้นหาข้อมูลข่าวสาร ใช้อินเทอร์เน็ต

3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน

4. การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในสำนักงาน

4.1 การประชาสัมพันธ์

47

BACK

slide49

4.2 การสื่อสารไร้สาย

4.3 การทำงานทางไกล โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็น

ระบบเปิดใครเข้าไปใช้ก็ได้อาจทำให้ข้อมูลบริษัท

เปิดเผยได้ง่ายขึ้น หน่วยงานควรพิจารณาให้รอบคอบขึ้นว่าควรอนุญาตให้ใช้หรือไม่

48

BACK

slide50

49

5. ข้อควรพิจารณาในการปรับเปลี่ยน

สำนักงานเป็นสำนักงานอัตโนมัติ

5.1 ความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง

ตนเอง

BACK

slide51

50

5.2 ความพร้อมในการปรับปรุงตนเอง

5.3 การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่

5.4 การสร้างแนวคิดในการปรับปรุงตนเอง

5.5 การติดตาม ประเมิน และ แก้ไข

Menu

BACK

slide52

51

บทที่ 6

ประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคล

Menu

slide53

52

1. ผู้ใช้โดยตรง

ผู้เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูลโดย

ใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือช่วยสร้าง

โปรแกรม

2. ผู้ใช้โดยอ้อม

ใช้สารสนเทศที่สร้างจากระบบสารสนเทศแต่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์

BACK

slide54

53

3. ผู้ใช้โดยไม่เขียนโปรแกรม

มีหน้าที่บันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์

4. นักคอมพิวเตอร์มืออาชีพ

เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ออกแบบระบบและเขียนโปรแกรม

BACK

slide55

โปรแกรมที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติโปรแกรมที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ

54

1. โปรแกรมประมวลข้อความ

2. โปรแกรมประมวลข้อมูลซึ่งเป็นตัวเลข

3. โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมออกแบบ

โปรแกรมนำเสนอ

4. โปรแกรมสื่อสาร อีเมล โทรศัพท์มือถือ

slide56

เครื่องมือในสำนักงานอัตโนมัติเครื่องมือในสำนักงานอัตโนมัติ

55

1. เครื่องมือบริหารเวลา โปรแกรมปฏิทินนัดหมายอิเล็กทรอนิกส์

2. เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ ระบบพูดโต้ตอบ

3. เครื่องมือสนับสนุนสมรรถนะการทำงาน

ระบบอ้างอิงออนไลน์ ระบบฝึกอบรมด้วย

คอมพิวเตอร์

BACK

slide57

วัตถุประสงค์ของการใช้คอมพิวเตอร์วัตถุประสงค์ของการใช้คอมพิวเตอร์

56

1. การสื่อสารมีประสิทธิภาพ

2. การแลกเปลี่ยนข้อมูลมีมากขึ้น

3. การประสานงานระหว่างกันดีขึ้น

4. การลดค่าใช้จ่ายในงานเอกสาร

5. การเพิ่มสมรรถนะของสำนักงาน

6. การตามสถานะภาพการทำงาน

BACK

slide58

ระบบอินทราเน็ต

57

ระบบอินทราเน็ต คือ ระบบเครือข่ายในหน่วย

ที่จัดทำขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับระบบ

อินเทอร์เน็ตโดยอาศัยระบบเครือข่ายขนาดเล็ก

ที่มีเครื่องลูกข่ายกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของ

หน่วยงานและติดตั้งเครื่องป้องกันการบุกรุก

ระหว่างระบบอินทราเน็ตกับอินเทอร์เน็ต

BACK

slide59

58

ระบบเอกซ์ทราเน็ต

ระบบเอกซ์ทราเน็ตเป็นระบบมีลักษณะคล้ายกับอินทราเน็ตความแตกต่างคือระบบเอกซ์ทราเน็ต

มีขนาดกว้างขวางเพราะครอบคลุมไม่เฉพาะผู้ใช้

ในหน่วยงานเดียวกันเท่านั้น ยังครอบคลุมถึงหน่วยงานพันธมิตรและลูกค้า

Menu

BACK

slide60

59

บทที่ 7

ความหมายของข้อมูล

และสารสนเทศ

Menu

slide61

60

ข้อมูล

หมายถึงข้อเท็จจริงซึ่งเกี่ยวกับบุคคล

สถานที่ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ ข้อมูล

อาจเป็นได้ทั้งตัวเลข ตัวอักษร ข้อความ

เสียง ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก

BACK

slide62

61

สารสนเทศ

หมายถึง ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาประมวลผลเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน หรือตัดสินใจเพื่อสนับสนุนในการทำงาน

BACK

slide63

ประเภทของข้อมูลในสำนักงานประเภทของข้อมูลในสำนักงาน

1. ตามลักษณะข้อมูล

1.1 ตัวเลข

1.2 ตัวอักษรหรือข้อความ

1.3 เสียง

1.4 กราฟิก

1.5 ภาพลักษณ์

62

BACK

slide64

63

2. ตามการคำนวณในคอมพิวเตอร์

2.1 ข้อมูลที่นำไปคำนวณได้

2.2 ข้อมูลที่นำไปคำนวณไม่ได้

3. ตามแหล่งที่มาของข้อมูล

3.1 ภายในองค์การ

3.2 ภายนอกองค์การ

BACK

slide65

4. ตามหมวดหมู่เอกสารในสำนักงาน

4.1 ข้อมูลด้านการเงินงบประมาณ

4.2 ข้อมูลโต้ตอบทั่วไป จม. เข้าออก

4.3 ข้อมูลบริหารทั่วไป

4.4 ข้อมูลบริหารบุคคล

4.5 ข้อมูลเบ็ดเตล็ด

4.6 ข้อมูลการประชุมทั่วไป

64

BACK

slide66

65

4.7 ข้อมูลพัสดุและก่อสร้าง

4.8 ข้อมูลรายงานทั่วไป ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการสำคัญบางโครงการ

4.9 ข้อมูลการตลาด สถิติการขาย

4.10 ข้อมูลการผลิตหรือบริการ

BACK

slide67

66

5. ตามคุณสมบัติของข้อมูล

5.1 เชิงปริมาณ เช่น ข้อมูลเป็นตัวเลข

ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลค่าจ้าง ข้อมูลค่าวัสดุ

5.2 เชิงคุณภาพ เป็นข้อมูลไม่สามารถ

ระบุออกเป็นตัวเลขได้ เช่น ข้อมูลสภาพแวด

ล้อมในสำนักงาน ข้อมูลความพอใจกับ

สถานภาพการทำงานของบุคลากร

BACK

slide68

67

  • ความสำคัญของข้อมูลต่อสำนักงาน
  • 1. ระดับบริหาร ใช้ข้อมูลในการวางแผน
  • ตัดสินใจการบริหารงาน การดำเนินการ
  • ระดับปฏิบัติการและบริการ ได้แก่ การ
  • ใช้ข้อมูลเพื่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ใน
  • งานต่าง ๆ
  • 3. ส่วนอื่น ๆ เช่น ลูกค้า คู่แข่ง ด้านภาษี

Menu

BACK

slide69

68

บทที่ 8

เครื่องมือสำหรับการติดต่อสื่อสารในสำนักงาน

Menu

slide70

69

เครื่องมือติดต่อสื่อสารในสำนักงาน

การติดต่อสื่อสารโดยระบบโทรศัพท์

การติดต่อสื่อสารที่มีภาพและเสียงประกอบ

การใช้อินเทอร์เน็ต

BACK

slide71

70

การติดต่อสื่อสารโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน

เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต

BACK

slide72

71

1. การติดต่อสื่อสารโดยผ่านระบบโทรศัพท์

1.1 โทรสาร (facsimile)

1.2 ไปรษณีย์เสียง (voicemail) เป็นระบบที่เก็บข้อความเป็นเสียงโดยเก็บไว้ที่ตู้ไปรษณีย์ของแต่ละคน

BACK

slide73

72

ในรูปดิจิตอล และเมื่อผู้รับแยกข้อความที่

เก็บไว้มาฟังข้อความดังกล่าวจะถูกแปลง

ให้เป็นเสียง หากผู้รับไม่อยู่ในระบบไปรษณีย์

เสียงสามารถจัดส่งข้อความไปให้ผู้รับอื่น ๆ

ได้ทันที

BACK

slide74

73

2.การติดต่อสื่อสารโดยวีดีทัศน์และเสียง

2.1 การประชุมทางไกล (teleconference)

เทคโนโลยีในการประชุมทางไกล ประกอบด้วย

อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์

กล้องจับภาพผู้ที่เข้าร่วมประชุม

BACK

slide75

74

อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล

แผงวงจรเพื่อจับภาพและเก็บภาพวีดีทัศน์

ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประชุมทางไกล

BACK

slide76

75

ประเภท การประชุมทางไกล มี 3 ประเภท

การประชุมทางไกลแบบด้วยเสียง

การประชุมทางไกลด้วยวีดีทัศน์

การประชุมทางไกลด้วยคอมพิวเตอร์

2.2โทรศัพท์ภาพ

Menu

BACK

slide77

76

บทที่ 9

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

Menu

slide78

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

1. การส่งและรับจดหมายด้วยอีเมล์

2. ความสามารถของอีเมล์

2.1 การส่งและรับข้อมูลข่าวสาร

2.2 การจัดทำตารางนัดหมาย

2.3 การส่งรายงานอิเล็กทรอนิกส์

77

BACK

slide79

78

การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

1. ลักษณะการใช้งานอีเมล์ในองค์การ

1.1 วิธีการแบบออนไลน์ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์

ส่วนตัวที่ต่ออยู่กับเครือข่ายโดยมีโปรแกรม

เชื่อมโยงไปยังเครื่องบริการ

slide80

79

1.2 วิธีการแบบออฟไลน์ ผู้ใช้จะทำการใช้งานบน PC ของตนเอง โดยมีโปรแกรมเมล์สำหรับเครื่องรับบริการ

BACK

slide81

81

2. การใช้ประโยชน์ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

2.1 ความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร

2.2 การบริการอีเมล์

2.3 การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

2.4 การบริหารงานในองค์การรวดเร็ว

2.5 ความสัมพันธ์ของบุคคลดีขึ้น

Menu

BACK

slide82

82

บทที่ 10

อินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติ

Menu

slide83

83

อินเทอร์เน็ต(INTERNET )

ความหมายและความเป็นมา

เครือข่ายอินเทอร์เน็ตกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณปีค.ศ. 1959 โดยเริ่มจากกลุ่มนักวิจัยด้านต่างๆที่ทำงานให้แก่กระทรวงกลาโหม

โดยใช้โปรโทคอลทีซีพี/ไอพี ( Transmission Control Protocol / Internet Protocol,TCP/IP) เป็นตัวเกณฑ์กลางในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย

BACK

slide84

84

การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทำได้ 2 วิธี

1. การเชื่อมต่อโดยตรง เป็นการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบถาวรอยู่แล้วใช้บริการได้ตลอดเวลา เช่น ระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยต่างๆ มีอุปกรณ์เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรเข้ากับอินเทอร์เน็ต โดยผ่านช่องทางการสื่อสาร ข้อมูล ได้แก่ สารเช่า ไมโครเวฟ เส้นใยแก้วนำแสง เป็นต้น

BACK

slide85

85

2.การเชื่อมต่อผ่านการหมุนโทรศัพท์

จะติดต่อผ่านสายโทรศัพท์ โดยคอมพิวเตอร์ของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตได้เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไว้แล้ว ผู้ใช้ต้องมีซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่าย เช่น Procomm, Telix เป็นต้น เช่น การใช้ เวิรลด์ ไวด์ เว็บ หรือการใช้ E-Mail เป็นต้น

BACK

slide86

86

ระบบการแทนชื่อในอินเทอร์เน็ต

ระบบรายชื่อในอินเตอร์เน็ต เรียกว่า ระบบรายชื่อโดเมน ( Domain Name System,DNSX ) เป็นระบบจัดเก็บรายชื่อและหมายเลขไอพีลงในฐานข้อมูลแม่ข่ายด้านรายชื่อโดเมน (domain name server)

BACK

slide87

87

บริการในอินเทอร์เน็ต

- ไปรษณีย์

- การบริการข่าวสาร

- เทลเน็ต

- การถ่ายโอนข้อมูล

- เมลลิ่งลิสต์

BACK

slide88

88

อินทราเน็ต ( Intranet )

อินทราเน็ต หมายถึง เครือข่ายที่ใช้หลักการและมาตรฐานการทำงานของ

อินเทอร์เน็ต และ www มาใช้เป็นเครือข่ายภายในองค์กร

BACK

slide89

89

เหตุผลการจัดทำอินทราเน็ตในองค์กร

- ด้านการลงทุนต่ำ

- ด้านการเรียนรู้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว

BACK

slide90

90

องค์ประกอบของอินทราเน็ต

1. เครือข่ายแลน

2. คอมพิวเตอร์แม่ข่าย

3. อุปกรณ์อื่น ๆ

BACK

slide91

91

ตัวอย่างการประยุกต์อินทราเน็ตในสำนักงาน

1. การติดต่อสื่อสาร

2. การกระจายข่าวสาร

3. การจัดเก็บข้อมูล

4. การเคลื่อนย้ายข้อมูล

BACK

slide92

92

เอกซ์ทราเน็ต

การนำเครือข่ายอินทราเน็ตซึ่งเป็นเครือข่ายเฉพาะภายในองค์การเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อให้สามารถติดต่อกับบุคคลภายนอกได้

BACK

slide93

93

ข้อควรคำนึงในการนำเอกซ์ทราเน็ตมาใช้

องค์การนั้นควรมีการจัดทำและติดตั้ง

ระบบเครือข่ายภายในองค์การไว้ใช้งานอยู่

แล้ว ซึ่งเครือข่ายจะเป็นตัวกลางในการทำ

งานและสื่อสารภายในองค์การ

Menu

BACK

slide94

94

บทที่ 11

ความหมายของการประชุมทางไกล

Menu

slide95

การประชุมทางไกล

หมายถึง การเชื่อมโยงบุคคลหรือกลุ่มของบุคคลที่อยู่ห่างกันคนละสถานีให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยวิธีการทางเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบโทรคมนาคมในลักษณะที่เป็นเสียง

95

BACK

slide96

96

ความสำคัญของการประชุมทางไกล

การสื่อสารเป็นหัวใจของการดำเนินการแทบทุกประเภท โดยเฉพาะการดำเนินการทางธุรกิจและเป็นการเชื่อมโยงองค์การเข้ากับ

องค์การหรือหน่วยงานอื่นที่ดำเนินธุรกิจ

ร่วมกันเข้าด้วยกัน

BACK

slide97

97

อุปกรณ์นำเข้าข้อมูล

1. โทรศัพท์

2. กล้องโทรทัศน์ ใช้เพื่อส่งภาพของผู้

ร่วมประชุมจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

3. ไมโครไฟน เป็นอุปกรณ์นำเข้าที่เป็น

เสียงสนทนาโต้ตอบในที่ประชุม

BACK

slide98

98

4. คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แสดงผล

ข้อมูลต่าง ๆ ที่รับเข้าจากระบบเครือข่าย

5. โทรสาร เป็นอุปกรณ์นำเข้าและส่งออก

ข้อมูลให้ผู้รับที่เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์

6. เครื่องวาดภาพ เป็นอุปกรณ์ในการแปลง

ภาพถ่ายใช้เป็นข้อมูลดิจิตอลที่สามารถส่ง

ออกไปทางระบบเครือข่ายคอม ฯ ได้

BACK

slide99

ประโยชน์ของการประชุมทางไกลประโยชน์ของการประชุมทางไกล

1. การประหยัดเวลา

2. การประหยัดงบประมาณ

3. ความสะดวกในการดำเนินการ

4. การใช้งานได้หลากหลาย

5. ความปลอดภัยของข้อมูล

6. ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

99

BACK

slide100

100

การใช้งานระบบการประชุมทางไกล

ด้วยคอมพิวเตอร์

ข้อดีของการประชุมทางไกลที่ใช้คอมพิวเตอร์ คือ มีค่าใช้จ่ายต่ำ ใช้งานง่ายไม่ต้องต่อพ่วงอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติม และสามารถเลือกรูปแบบการประชุมได้

BACK

slide101

101

ข้อจำกัด

1. คุณภาพของภาพและเสียงที่ได้จะ ไม่ดีนัก

เนื่องจากความเร็วไม่สามารถแสดงภาพเคลื่อน

ไหวที่เหมือนธรรมชาติแบบเต็มจอได้

2. จอภาพมีขนาดเล็กผู้เข้าประชุมแต่ละข้างจะ

ได้เพียง 1-2 คน ถ้ามีคนใช้งานเครือข่ายเดียว

กันมากข้อมูลอาจล่าช้าหรือสะดุดได้

Menu

BACK

slide102

102

บทที่ 12

ความหมายความสำคัญของการ

วางแผนระบบสำนักงานอัตโนมัติ

Menu

slide103

103

ความหมายของการวางแผน

การศึกษารายละเอียดทั้งหมดของระบบ

สำนักงานปัจจุบันเพื่อนำไปประกอบการ

วิเคราะห์และตัดสินใจสำหรับกำหนดทิศทาง

หรือแนวทางในการปฏิบัติที่เหมาะสม

BACK

slide104

104

ความสำคัญของการวางแผน

การวางแผนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้

บริหารนำมาใช้สำหรับการจัดทำระบบ

สำนักงานอัตโนมัติที่ต้องการให้กลายเป็น

จริงขึ้นมาได้

BACK

slide105

105

ความสำคัญของการวางแผน

1. การกำหนดทิศทาง ทำให้สามารถลด

ความไม่แน่นอน ปัญหายุ่งยากในอนาคต

2. การดำเนินงาน การวางแผนทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความมั่นใจที่จะดำเนินตามกิจกรรมหรือขั้นตอนตามที่กำหนดไว้

BACK

slide106

106

3. การปรับตัว การวางแผนทำให้สามารถ

ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี

4. การตัดสินใจ ทำได้ดีขึ้นเนื่องจากทราบ

หน้าที่ความรับผิดชอบต่องาน มีความเชื่อมั่น

5. การวิเคราะห์ ปัญหา เป็นไปอย่างระมัด

ระวังอย่างรอบคอบส่งผลให้การทำงานมี

ประสิทธิภาพมากขึ้น

BACK

slide107

107

6. การประสานงาน การทำงานระหว่าง

บุคลากรช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำ ให้

ทุกคนรู้บทบาทของตนเอง

7. การควบคุม การวางแผนสามารถควบคุม

ติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าได้ใกล้ชิด

8. การใช้ทรัพยากร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

BACK

slide108

108

9. การระดมความคิด การวางแผนเป็นการ

ระดมความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้าง

สรรค์และแนวความคิดใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์

ต่อการดำเนินงานองค์การการวางแผนจึงจะ

สามารถใช้เป็นเครื่องมือฝึกและพัฒนาความ

คิดของบุคลากรในองค์กรได้ด้วย

BACK

slide109

คุณสมบัติของการวางแผนที่ดีคุณสมบัติของการวางแผนที่ดี

1. การครอบคลุมงาน

2. การประมาณการ งบประมาณ บุคลากร

3. การยอมรับ ควรเป็นที่ยอมรับต่อทุกคน

4. การนำไปใช้ สามารถนำไปปฏิบัติงานได้

5. การเปลี่ยนแปลง ควรมีความง่ายและ

สะดวกต่อการเปลี่ยนแปลง

109

Menu

BACK

slide110

110

บทที่ 13

กระบวนการในการวางแผน

พัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ

Menu

slide111

1. จัดเตรียมทีมวางแผน

2. ศึกษาความเป็นไปได้

2.1 ด้านเทคโนโลยี

2.2 ด้านเงินลงทุน

2.3 ด้านการปฏิบัติงาน

2.4 ด้านเวลา

2.5 ด้านกฎหมายและกฎระเบียบ

111

BACK

slide112

112

  • 3. นำเสนอผลการศึกษาความเป็นไป
  • ปรึกษาเพื่อขอความเห็นชอบจาก
  • ผู้บริหารระดับสูง
  • 5. ศึกษาและสำรวจเบื้องต้น
  • 5.1 ศึกษาสำรวจระบบสำนักงานปัจจุบัน
  • 5.2 ศึกษาปัญหาและความต้องการ
  • 6. จัดทำแผนงานพัฒนาระบบสำนักงาน

BACK

slide113

113

ปัจจัยในการวางแผนพัฒนาระบบสำนักงาน

1. ข้อจำกัดอื่น ๆ หมายถึงสภาวะแวดล้อม

สังคมเศรษฐกิจ ปริมาณทรัพยากรต่าง ๆ

2. ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เช่น การ

กะประมาณค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ

3. บทบาทขององค์การ แผนงานวัตถุประสงค์

ควรสอดคล้องกับเป้าหมาย นโยบายองค์การ

BACK

slide114

114

องค์ประกอบในการพัฒนาระบบสำนักงาน

1. ทีมงานพัฒนาระบบ

1.1 คณะกรรมการบริหารโครงการ

1.2 กลุ่มที่ปรึกษาการพัฒนาระบบ

1.3 กลุ่มผู้สนับสนุนการพัฒนาระบบ

1.4 กลุ่มคณะทำงานพัฒนาระบบ

BACK

slide115

115

2. แผนงานการพัฒนาระบบสำนักงาน

2.1 แผนกลยุทธ์

2.2 แผนดำเนินการ

3. ข้อมูลรายละเอียดประกอบการพัฒนา

4. เครื่องมือหรือเทคนิคในการพัฒนาระบบ

4.1 การเขียนโฟลว์ชาร์ต

4.2 การประมาณการ

BACK

slide116

116

4.3 การสร้างระบบต้นแบบ

4.4 การทำระบบเพื่อนำร่อง

4.5 การเขียนแบบแปลน

5. วิธีการหรือกระบวนการพัฒนาระบบ

6. ทรัพยากรอื่น ๆ นอกเหนือจากกำลังคน

เช่น เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบ

ค่าใช้จ่ายหรือเงินทุน

BACK

slide117

117

วิธีในการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ

1. วัฏจักรพัฒนาระบบ สามารถนำมา

ประยุกต์โดยการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนให้

เหมาะสมกับลักษณะงานของระบบ สนง.

อัตโนมัติใช้กับองค์การที่มีขนาดกลางและ

ขนาดใหญ่

BACK

slide118

118

ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ระบบ

วัตถุประสงค์ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลราย

ละเอียดเกี่ยวกับระบบ สนง. ที่เป็นอยู่เดิม

- สัมภาษณ์ - จัดทำรายงานการศึกษา

- ออกแบบสอบถาม

- สังเกตการ

- สำรวจ

BACK

slide119

119

ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบระบบ

วัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ

ที่จะต้องมีในระบบสำนักงานใหม่

- ศึกษาจากเอกสารรายงานการศึกษา

- ดำเนินการออกแบบระบบใหม่ในเรื่องของ

- รูปแบบของ สนง. อัตโนมัติ

- ประเภทของระบบงานที่ควรมี

BACK

slide120

120

- อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จำเป็น

- ระบบสื่อสารเครือข่าย

- ระเบียบวิธีปฏิบัติงานแต่ละขั้นตอน

- ระบบรักษาความปลอดภัยใน สนง.

- จัดทำรายงานออกแบบระบบ

BACK

slide121

121

ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนาระบบและการ

จัดเตรียมบุคลากร

วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างระบบ สนง. อัตโนมัติ

ขึ้นมาตามรายละเอียดที่ได้ออกแบบไว้

- สำรวจและศึกษาข้อมูลด้านอุปกรณ์

- ดำเนินการจัดซื้อจัดหาหรือจัดจ้าง

- จัดเตรียมสถานที่ - จัดเตรียมบุคลากร

BACK

slide122

122

2. ประโยชน์ของการพัฒนาระบบสำนักงาน

2.1 คุณภาพและมาตรฐาน

2.2 การอำนวยความสะดวก

2.3 การลดค่าใช้จ่าย

2.4 การประหยัดเวลา

BACK

slide123

123

2.5 การลดความผิดพลาด

2.6 ความยืดหยุ่น

2.7 การควบคุมดูแลและบำรุงรักษา

อุปกรณ์

Menu

BACK

slide124

124

บทที่ 14

สิ่งแวดล้อมในสำนักงานอัตโนมัติ

Menu

slide125

1. ตัวอาคารเป็นเรื่องของระบบป้องกันและความปลอดภัยในวินาศภัยต่างๆ2. พื้นที่ทำงาน ( workplace )พื้นที่ทำงาน หมายถึง บริเวณหรือพื้นที่ที่พนักงานทำงานที่ตนเอง รับผิดชอบอยู่เป็นประจำ

125

BACK

slide126

126

หลักในการออกแบบพื้นที่ทำงานที่ดีได้แก่

- เป็นบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

- เป็นที่ไม่มีความเสียงดังทำความรำคาญแก่พนักงาน

- จัดได้เหมาะสมกับประเภทของงาน ไม่แออัดเกินไป

BACK

slide127

127

- ลักษณะหรือรูปแบบของการจัดพื้นที่ควรจัดให้โปร่งสบายตา

- จัดสายไฟต่างๆ ที่จำเป็นในการทำงาน ให้อยู่ใน ตำแหน่งที่เหมาะสม

- อุปกรณ์ต่างๆ ควรจัดเก็บไว้ในบริเวณที่ที่เป็นศูนย์กลางหรือบริเวณที่ง่ายต่อการนำไปใช้

- แบ่งพื้นที่ของหน่วยงานออกเป็นสัดส่วน

BACK

slide128

128

3. อุณหภูมิและความชื้น( temperature and humidity )

ควรจะต้องมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศและเครื่องระบายอากาศให้เพียงพอและเหมาะสมกับขนาดของอาคาร

4. สี ( color )

- โทนสีเย็น ได้แก่ สีฟ้า สีเขียว และสีม่วง

- โทนสีร้อน ได้แก่ สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีน้ำตาล

BACK

slide129

5. เสียง( noise )

สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของพนักงานได้หลายลักษณะ เช่น ก่อให้เกิดความรำคาญ เป็นต้น

6. แสงสว่าง ( light )

การจัดแสงสว่างที่เหมาะสมกับสายตามนุษย์ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย

- ปริมาณแสง - คุณภาพของแสง

129

BACK

slide130

130

การจัดแสงสว่างที่เหมาะสมกับสายตามนุษย์ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย

- ปริมาณแสง ความเข้มของแหล่งกำเนิดแสง

- คุณภาพของแสง แสงที่ไม่ทำให้เกิดการสะท้อน ความจ้าหรือริบหรี่จนเกินไป

BACK

slide131

131

เฟอร์นิเจอร์และเครื่องมืออุปกรณ์ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ

1. โต๊ะ

- โต๊ะทำงาน - โต๊ะประชุม

2. เก้าอี้

BACK

slide132

132

3. จอภาพคอมพิวเตอร์ ใช้ผ้าสะอาดนุ่ม ๆ

และน้ำยาเช็ดทำความสะอาด

4. แป้นพิมพ์ ใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำยา

ใช้เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กดูดตามซอก

5. การจัดตำแหน่งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน

BACK

slide133

133

  • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ
  • 1. คอมพิวเตอร์
  • - จัดหาสถานที่เหมาะสม
      • การทำความสะอาด
  • - การทำความสะอาดแป้นพิมพ์
  • - การทำความสะอาดหน้าจอภาพ

BACK

slide134

134

- การเลือกซื้อจอภาพ ควรเลือกซื้อจอภาพที่มีระบบอนุรักษ์ จอภาพ (save screen) จะช่วยยืดอายุการใช้งาน

- การยืดอายุการใช้งาน ถ้าไม่ได้ใช้เครื่องควรปิดเครื่องทุกครั้ง

- การเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์ ควรทำด้วยความระมัดระวัง

- ไม่ควรรับประทานระหว่างใช้คอมพิวเตอร์

BACK

slide135

135

2. เครื่องพิมพ์( printer )

- ศึกษารายระเอียดเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ให้เข้าใจจาก

คู่มือการใช้หรือถามผู้รู้

- ก่อนเสียบปลั๊กตรวจสอบว่าแรงดันตรงที่ระบบไว้ที่ตัวเครื่อง เพื่อป้องกันการเกิดไฟลัดวงจร

BACK

slide136

136

- หมั่นทำความสะอาดตัวเครื่องและแท่นพิมพ์

- เลือกกระดาษให้เหมาะสมกับงาน

- ไม่พิมพ์โดยไม่มีกระดาษอยู่ในเครื่อง

- กรณีที่กระดาษติดให้หยุดพิมพ์ทันที

BACK

slide137

137

3. โทรสาร( facsimile, FAX )

- ตั้งที่ ที่ไม่มีฝุ่นละอองและอากาศถ่ายเทได้ สะดวก

- หมั่นทำคความสะอาดโดยใช้ผ้านุ่ม

- ทำความสะอาดหัวอ่านและหัวพิมพ์ของเครื่อง

BACK

slide138

138

6. เครื่องถ่ายเอกสาร

- ก่อนใช้เครื่องควรตรวจสอบวิธีการใช้งาน

- จัดหาตำแหน่งหรือสถานที่ที่เหมาะสมในการติด ตั้งเครื่อง

- อย่าวางอาหารหรือเครื่องดื่มไว้ใกล้กับเครื่อง

BACK

slide139

139

- ระวังคลิปหนีบกระดาษหลุดและเล็ดลอดเข้าในเครื่อง

- ไม่ควรนำผงหมึกที่เสื่อมคุณภาพมาใช้

- กรณีที่กระดาษติดควรอ่านคู่มือประกอบ

5. ระบบเครือข่าย

ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาหรือเกิดการหยุดชะงักลง

BACK

slide140

140

การจัดลำดับงานและการนัดหมาย

1. การสร้างและตรวจสอบการนัดหมาย

2. การกำหนดการและเชิญประชุม

3. การเตือนกำหนดการนัดหมาย

4. การจัดลำดับความสำคัญของงาน

Menu

BACK

slide141

141

บทที่ 15

ความรวดเร็วในเรื่องการทำงาน

ที่มีประสิทธิภาพในระบบ

สำนักงานอัตโนมัติ

Menu

slide142

142

1. ระบบสารสนเทศกับเครือข่ายเพิ่ม

ประสิทธิภาพสามารถนำคอมพิวเตอร์มาช่วยงานในเรื่องต่าง ๆ ได้มากมายตั้งแต่งานพิมพ์ งานคำนวณงานสื่อสารข้อมูลขององค์การ ไม่จำกัดเพียงบุคคลในองค์กรเท่านั้นรวมถึงบุคคลทุกคนในโลกนี้

BACK

slide143

143

2. ข้อดีของการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติ

ลักษณะพิเศษของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ได้

รวมระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้ากับการ

ประมวลผล สามารถประมวลผลและสื่อสาร

ได้ทั้งข้อมูล ข้อความ ภาพ เสียง วีดีทัศน์

หรือที่เรียกว่า สื่อประสมหรือมัลติมีเดีย

BACK

slide144

144

คุณสมบัติข้อดีของการใช้ระบบสำนักงาน

1. ไม่จำกัดเวลา

2. ไม่จำกัดสถานที่

3. ประหยัดค่าใช้จ่าย

4. ดำเนินการได้ทันที

5. สื่อสารแบบสองทาง สามารถโต้ตอบกันได้

6. ดำเนินการกับข้อมูลได้หลายรูปแบบ

BACK

slide145

145

ผลกระทบในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

1. การดำเนินธุรกิจบนเครือข่าย

2. การสร้างโฮมเพจบนเครือข่าย

3. ระบบการซื้อขายด้วยดิจิตอลแคช ใช้บัตร

เครดิตร่วมกับการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ

ให้มีการโอนย้ายข้อมูลระหว่างกัน

BACK

slide146

146

4. เทคโนโลยีเครือข่าย

5. ความร่วมมือภายในองค์การ พนักงาน

สามารถเรียกใช้ข้อมูลร่วมกันได้ เกิดความ

เข้าใจตรงกันนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์สูงสุด

6. โครงสร้างองค์การ สามารถกระจายกันอยู่ในที่ต่าง ๆ ขอบเขตการทำงานกว้างมากขึ้น

7. การตลาด การเลือกซื้อสินค้าตรงกับความ

ต้องการ

Menu

BACK

slide147

147

บทที่ 16

การรักษาความปลอดภัยข้อมูล

และการก่ออาชญากรรม

Menu

slide148

148

ปัญหาของการสื่อสารโทรคมนาคม

1. การทำงานผิดพลาด

2. การบุกรุกความเป็นส่วนตัว

3. การแอบฝ่าด้านรักษาความปลอดภัย

4. ไวรัสคอมพิวเตอร์

5. ความผิดพลาดจากผู้ใช้

6. อาชญากรรมคอมพิวเตอร์

BACK

slide149

149

ผลกระทบในด้านสังคม

เทคโนโลยีมีการพัฒนาที่รวดเร็วจนทำให้

กฎระเบียบต่าง ๆ พัฒนาไม่ทันก็มีผลกระทบ

ทางด้านสังคมดังนี้

1. จริยธรรมแสะสังคม

2. ปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคเครือข่าย การแพร่

ภาพที่ไม่เหมาะสม ธุรกิจการพนัน

BACK

slide150

150

แนวโน้มเทคโนโลยีการประมวลผล

ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ

- พัฒนาการคอมพิวเตอร์อดีต ปัจจุบัน

อนาคต

- แนวโน้มทางด้านประสิทธิภาพการทำงาน

slide151

151

- แนวโน้มทางด้านประสิทธิภาพการทำงานคอมฯ

ก. ทำงานได้เร็วขึ้น ขนาดเล็กลง

ข. ราคาถูกลง

- เทคโนโลยีในปัจจุบัน มีการพัฒนาตลอด

เวลา

- พัฒนาการทางด้านวีดีทัศน์บนพีซี สามารถ

นำซีดีที่เป็นหนังมาเปิดเล่นบน PC ได้ การใช้

งานมัลติมีเดียนิยมมาก

Menu

END

ad