ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน
Download
1 / 94

.., .., .. - PowerPoint PPT Presentation


  • 106 Views
  • Uploaded on

ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน. กิตติ จิระรัตนโพธิ์ชัย พ . บ ., ปร . ด ., น . บ . วัตถุประสงค์. รูปแบบงานวิจัย งานวิจัยที่ดี สถิติในงานวิจัย การเขียนโครงร่างวิจัย การนำเสนองานวิจัย การเขียนรายงานวิจัย. งานวิจัยคืออะไร ?. การกระทำ เพื่อให้ได้ข้อมูล อย่างมีระบบและถูกต้อง ใช้อ้างอิงได้.

loader
I am the owner, or an agent authorized to act on behalf of the owner, of the copyrighted work described.
capcha
Download Presentation

PowerPoint Slideshow about ' .., .., ..' - terra


An Image/Link below is provided (as is) to download presentation

Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author.While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน

กิตติ จิระรัตนโพธิ์ชัย พ.บ., ปร.ด., น.บ.


วัตถุประสงค์ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน

รูปแบบงานวิจัย

งานวิจัยที่ดี

สถิติในงานวิจัย

การเขียนโครงร่างวิจัย

การนำเสนองานวิจัย

การเขียนรายงานวิจัย


งานวิจัยคืออะไรระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน?

การกระทำ

เพื่อให้ได้ข้อมูล

อย่างมีระบบและถูกต้อง

ใช้อ้างอิงได้


การกระทำระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน

การค้นคว้าจากแหล่งข้อมูล

การสัมภาษณ์

การทดลองในห้องปฏิบัติการ

การทดลองทางคลินิก

การปฏิบัติการภาคสนาม


ข้อมูลระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน

อะไร (สิ่งที่ต้องการทราบ)

จากใคร (กลุ่มตัวอย่างเป้าหมาย)

ที่ไหน (สถานที่ทำวิจัย)

เมื่อไหร่ (ระยะเวลาในการทำวัจัย)

อย่างไร (วิธีการ)


อย่างถูกต้องระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน

รูปแบบวิจัยถูกต้อง

ระเบียบวิธีวิจัยถูกต้อง

สถิติถูกต้อง

จริยธรรมถูกต้อง


ใช้อ้างอิงได้ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน

  • กลุ่มตัวอย่างวิจัยไม่ใช่ตัวแทนของประชากรทั้งหมด

  • ข้อมูลที่ได้จากผลวิจัยเกิดจาก

    • ค่าที่ได้จริง + ความบังเอิญ + อคติ

  • ผลที่ได้จากงานวิจัยจะนำไปใช้อ้างอิงได้ต่อเมื่อ

    • กลุ่มตัวอย่างวิจัยต้องเป็นตัวแทนของประชากรได้

    • ลดความบังเอิญ

    • ขจัดอคติ


งานวิจัยที่ควรทำและไม่ควรทำงานวิจัยที่ควรทำและไม่ควรทำ

  • ควรทำ

    • ทำแล้วเกิดประโยชน์อะไรบางอย่าง

    • ประโยชน์นั้นมีผลในปัจจุบันหรืออนาคต

  • ไม่ควรทำ

    • เขารู้กันมาตั้งนานแล้วละ

    • ทำแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไร


รูปแบบการวิจัยงานวิจัยที่ควรทำและไม่ควรทำ

  • คือการวางแผนทำวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการอย่างถูกต้องและประหยัด

  • ข้อมูล (คำถามงานวิจัย)

    • ขนาดของปัญหาหรือการดำเนินโรค

    • สาเหตุของโรค ปัจจัยเสี่ยงหรือพยากรณ์โรค

    • การวินิจฉัยโรค

    • การรักษาหรือป้องกันโรค

    • ความคุ้มค่าในการรักษา

    • ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

    • แนวคิด ความเชื่อ ทัศนะคติ


งานวิจัยที่ดีงานวิจัยที่ควรทำและไม่ควรทำ

รูปแบบวิจัย

ต้องเหมาะกับคำถามวิจัย

+

ต้องถูกต้อง

(internal validity)

ระเบียบวิธีวิจัย

+

ต้องถูกต้อง (internal + external validity)

สถิติ


คำถามวิจัยกำหนดรูปแบบวิจัยคำถามวิจัยกำหนดรูปแบบวิจัย

คำถามวิจัย

รูปแบบวิจัย

  • ขนาดของปัญหา /การดำเนินโรค

  • สาเหตุของโรค

  • การวินิจฉัยโรค

  • ปัจจัยเสี่ยงหรือพยากรณ์โรค

  • การรักษาหรือป้องกันโรค

  • ข้อสรุปเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

  • ความคุ้มค่า

  • แนวคิด ความเชื่อ ทัศนะคติ

  • การวิจัยเชิงพรรณา & SR

  • การวิจัยเชิงวิเคราะห์ & SR

  • การวิจัยเชิงวิเคราะห์ & SR

  • การวิจัยเชิงวิเคราะห์ & SR

  • การวิจัยเชิงทดลอง & SR

  • การทบทวนวรรณกรรมวิจัย (SR)

  • การวิจัยเศรษฐศาตร์การแพทย์

  • การวิจัยเชิงคุณภาพ


การวิจัยเชิงพรรณาคำถามวิจัยกำหนดรูปแบบวิจัย

  • คำถามวิจัย: ขนาดของปัญหา / การดำเนินโรค

  • ลักษณะ: กลุ่มศึกษากลุ่มเดียว

  • ชนิด: รายงานผู้ป่วย การวิจัยตัดขวางกลุ่มเดียว

  • ประโยชน์:เป็นข้อมูลพื้นฐาน บอกแนวโน้ม

  • ข้อดี:ทำง่าย ค่าใช้จ่ายน้อย

  • ข้อด้อย: ไม่บอกความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล


การวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์การวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

  • คำถามวิจัย: การวินิจฉัย สาเหตุ ปัจจัยเสียง พยากรณ์โรค

  • ลักษณะ: กลุ่มศึกษา 2 กลุ่มเปรียบเทียบกัน

  • ชนิด: ตัดขวาง 2 กลุ่ม case-control, cohort

  • ประโยชน์:บอกความชุก อุบัติการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยพยากรณ์โรค ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล

    • ข้อดี: ความน่าเชื่อถือสูงกว่าการวิจัยเชิงพรรณา

  • ข้อด้อย: ขึ้นกับชนิดงานวิจัย


Cross sectional analytical study
Cross-sectional analytical studyการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

Sample

Population

prevalence=

a/(a+b)

c/(c+d)

บอก associationไม่ได้

มี risk, ,

ไม่มีโรค b

มี risk, ,มีโรค

a

ไม่มี risk

มีโรค c

ไม่มี risk, ,ไม่มีโรค

d


Retrospective case control study
(Retrospective) Case-control studyการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

มี risk

Case

มีโรค

ไม่มี risk

มี risk

Control

ไม่มีโรค

ไม่มี risk

เริ่มจากปัจจุบันหาอดีตและผลไปหาเหตุ


Case control study
Case-control studyการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

  • ข้อดี

    • เหมาะสำหรับโรคที่ พบน้อย

    • ใช้เวลาศึกษาน้อย

  • ข้อด้อย

    • บอก prevalence และ incidence ไม่ได้

    • Bias

    • Confounding

    • ศึกษาได้ outcome เดียว


Prospective cohort study
(Prospective) Cohort studyการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

มีมี risk factors

ไม่มี risk factors

sample

Population

เริ่มจากปัจจุบันไปอนาคตและเหตุมาหาผล


Cohort incidence study
Cohort (incidence) studyการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

  • ข้อดี

    • บอกอุบัติการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยพยากรณ์โรค ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล

  • ข้อด้อย

    • ไม่เหมาะสำหรับ Rare disease, FU, confounding

  • วิธีการ

    • กำหนดกลุ่ม cohort

    • กำหนด predictive factors และ confounders

    • ติดตามผู้ป่วยและวัดผลในอนาคต


การวิจัยเชิงทดลองการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

คำถามวิจัย: การรักษา วินิจฉัย พยากรณ์โรค

ลักษณะ: ผู้ทดลองเป็นผู้กำหนดสิ่งทดลอง

ชนิด: การทดลองในสัตว์ ในมนุษย์ clinical trial, RCT

ประโยชน์:บอกประสิทธิผลในการรักษา ความแม่นยำในการวินิจฉัย บอกปัจจัยพยากรณ์โรค

ข้อดี: มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าการวิจัยเชิงวิเคราะห์

ข้อด้อย: ทำยาก ค่าใช้จ่ายสูง จริยธรรม


Randomized controlled trial
Randomized controlled trialการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

Treatment

A

outcome

sSample

random

Treatment

B

outcome


Randomization
Randomizationการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

  • ป้องกัน selection bias

  • เพื่อ balance known & unknown prognostic factors & confounder

  • วิธีการ randomization

    • Simple randomization; หัวก้อย

    • Block randomization; 4,6,8,16,random block

    • Stratified randomization; known prognostic factors

    • Quasi randomization: odd/even, HN, birth date


Blinding
Blindingการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

  • Prevent bias

  • บางกรณี ทำไม่ได้

  • Level

    • Single blind, double blind (physician, patient, evaluator, analyzer)

  • วิธีการ

    • Placebo, sham procedure


Allocation concealment
Allocation concealmentการวิจัยสังเกตเชิงวิเคราะห์

  • Prevent selection bias

  • เพื่อป้องกันไม่ให้รู้ว่าผู้ป่วยจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มใด

  • วิธีการ

    • Sealed opaque envelop

    • Central randomization

  • Allocation ratio; 1:1 for 2groups จะใช้ sample size น้อยกว่า ratio อื่น


การทบทวนวรรณกรรมวิจัย(การทบทวนวรรณกรรมวิจัย(SR)

คำถามวิจัย: หาข้อสรุปเรื่องใดเรื่องหนึ่งทั้งการวินิจฉัย สาเหตุ รักษา พยากรณ์โรค ปัจจัยเสี่ยง

ลักษณะ: เป็นการรวบรวมงานวิจัยอย่างเป็นระบบ

ชนิด: systematic review, meta-analysis

ประโยชน์:อาจได้ข้อสรุปบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ข้อดี: น่าเชื่อถือสูง ค่าใช้จ่ายน้อย ไม่มีปัญหาจริยธรรม

ข้อด้อย: สรุปผลไม่ได้ถ้างานวิจัยที่รวบรวมคุณภาพไม่ดี


Systematic review meta analysis
Systematic review & meta-analysisการทบทวนวรรณกรรมวิจัย(

Systematic review คือการใช้กระบวนการทางวิทยาศาตร์อย่างเป็นระบบเพื่อลดอคติในการคัดเลือก ใช้วิจารณญาณ และสังเคราะห์งานวิจัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องหรือคำถามทางคลินิกเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

Meta-analysisคือ systematic review ที่ใช้วิธีการทางสถิติในการรวมและสรุปผลของการศึกษาจากงานวิจัยที่คัดเลือกเข้ามาทั้งหมด


Nature of systematic review
Nature of systematic reviewการทบทวนวรรณกรรมวิจัย(

  • Systematic reviews เป็น retrospective research ชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่เกิดอคติต่างๆเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ retrospective research ชนิดอื่น

  • ดังนั้น systematic review ที่ดีจะต้องประกอบด้วย

    • งานวิจัยที่คัดเลือกเข้ามาจะต้องมีกระบวนการวิจัยที่ถูกต้อง

    • มีวิธีการทบทวนวรรณวิจัยอย่างถูกต้อง


ลำดับชั้นของงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาลำดับชั้นของงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษา


การวิจัยเศรษฐศาตร์การแพทย์การวิจัยเศรษฐศาตร์การแพทย์

คำถามวิจัย: วิธีการวินิจฉัย รักษา ป้องกัน คุ้มค่าหรือไม่

ลักษณะ: วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ความคุ้มค่าในการวินิจฉัย รักษา ป้องกัน

ชนิด: การวิเคราะห์ต้นทุน-ประสิทธิผล ต้นทุน-อรรถประโยชน์

ประโยชน์:ช่วยในการตัดสินใจลงทุนทางการแพทย์

ข้อดี: บอกความคุ้มค่า

ข้อด้อย: วิเคราะห์ต้นทุนยาก


การวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิผลการวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิผล (Cost-effectiveness analysis) ประเมินค่าใช้จ่ายในการรักษาที่เพิ่มขึ้น (incremental cost) เปรียบเทียบกับผลของการรักษาที่เพิ่มขึ้นหรือดีขึ้นกว่าเดิม (incremental effect)

Incremental cost-effectiveness ratio

= (mean cost A – mean cost B)

(mean outcome A – mean outcome B)


ประสิทธิผลของการรักษา A เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษา B

ค่าใช้จ่ายของการรักษา A เมื่เปรียบเทียบกับการรักษา B


Social science research
การวิจัยเชิงคุณภาพ Social science research

คำถามวิจัย: แนวคิด มุมมอง ความเชื่อ ทัศนะคติ

ลักษณะ: วิจัยเพื่อทราบแนวคิด มุมมอง ความเชื่อ ทัศนะคติ

ชนิด: สังเกตุ สำรวจ (สัมภาษณ์ แบบสอบถาม) action research

ประโยชน์:ทราบข้อมูล

ข้อดี: ทราบแนวคิด ช่วยปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรม

ข้อด้อย: เป็นผลเฉพาะกลุ่ม


Qualitative research
Qualitative research

  • Phenomenological study

  • Subject: key informants

  • Data collection

    • Observation

    • Focus group discussion

    • In-dept interview

  • Data analysis

    • Content analysis, interpretation


Action research
Action research

การให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาร่วมกระบวนการคิด ตั้งคำถาม วางแผนและทำวิจัยเพื่อหาคำตอบอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้จากการทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง

ให้คนในชุมชนเข้ามาร่วมกระบวนการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาของชุมชน (ชาวบ้านคิดเอง ทำวิจัยเอง เพื่อแก้ปัญหาตัวเอง)

ต้องเป็นเรื่องที่ชาวบ้านต้องการ


ค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหนค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหน?

ค่าที่ได้จากงานวิจัย

Random error (chance)

ความบังเอิญ

Systematic error (bias)

อคติ

ค่าจริงที่ถูกต้อง

+

+


Chance
ความบังเอิญ ค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหน(chance)

  • ลดความบังเอิญได้โดย

    • ทดสอบสมมุติฐาน

    • คำนวณช่วงเชื่อมั่น

  • ยิ่งลดระดับความผิดพลาดที่ยอมรับได้ โอกาสที่ผลจากงานวิจัยจะเกิดจากความบังเอิญก็ยิ่งลดลง

    • -error (5%, 1%), -error (20%, 10%)

    • 95% CI


อคติค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหน (bias)

Selection bias

Confounding factors

Information หรือ observational bias

  • Recall bias

  • Measurement bias

  • Misclassification

  • Loss FU


Precision accuracy
Precision & accuracyค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหน

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

Poor precision, poor accuracy

Poor precision, good accuracy

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

X

Good precision, good accuracy

Good precision, good accuracy


Precision accuracy1
วิธีเพิ่ม ค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหนprecision & accuracy


Trial 1,3 ค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหนไม่ sig. เพราะ sample size ไม่พอ

trial 4 sig. แต่ไม่มีความหมาย


งานวิจัยที่ดีค่าที่ได้จากงานวิจัยมีความจริงแค่ไหน

รูปแบบวิจัย

ต้องเหมาะกับคำถามวิจัย

+

ต้องถูกต้อง

(internal validity)

ระเบียบวิธีวิจัย

+

ต้องถูกต้อง (internal + external validity)

สถิติ


การเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุนการเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุน

ชื่อเรื่อง บทคัดย่อ

ความเป็นมาและเหตุผลในการทำวิจัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

การทบทวนวารวาร

คำถามวิจัย วัตถุประสงค์ และสมมุติฐาน

คำนิยามเชิงปฏิบัติ

กรอบแนวคิด

รูปแบบวิจัย (type, reliability, validity)


การเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุนการเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุน

  • ระเบียบวิธีวิจัย

  • ตัวอย่างวิจัย (วิธีเลือก จำนวน)

  • การรวบรวมข้อมูล

    • ข้อมูลเชิงปริมาณ; สัมภาษณ์ แบบสอบถาม

      ข้อมูลเชิงคุณภาพ; สังเกต สัมภาษณ์ focus group discussion, content analysis

    • ตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูล

    • ความลับผู้ป่วย


การเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุนการเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุน

ข้อพิจารณาทางจริยธรรม

ความเป็นไปได้ในการทำวิจัย

ข้อจำกัดงานวิจัย

งบประมาณในการวิจัย

เตรียมตารางวิธีวิเคราะห์ทางสถิติ

ตารางเวลาการทำวิจัย

ภาคผนวก (อธิบายรายละเอียดที่ไม่อยู่ในต้นฉบับ)

เอกสารอ้างอิง (แบบเดียวกับที่จะส่งตีพิมพ์)


ชื่อเรื่อง บทคัดย่อการเขียนโครงร่างวิจัยให้ได้ทุน

ชื่อเรื่อง;สั้น กระชับ บอกสิ่งที่ต้องการนำเสนอ

บทคัดย่อ;ความเป็นมา วัตถุประสงค์ วัตถุและวิธีการ ผลการวิจัย สรุป

ผู้ร่วมวิจัย

สถานที่ทำวิจัย


ความเป็นมาและเหตุผลในการทำวิจัยความเป็นมาและเหตุผลในการทำวิจัย

  • ความเป็นมา;

    • ผู้วิจัยต้องค้นคว้าเพื่อให้ทราบถึงองค์ความรู้ล่าสุดในเรื่องที่ต้เองการทำวิจัยว่าตอบคำถามวิจัยได้หรือไม่ มีประเด็นอื่นที่น่ารู้หรือไม่

  • เหตุผลในการทำวิจัย;

    • เพื่อตอบคำถามในสิ่งที่ยังไม่รู้

    • รู้แล้วเกิดประโยชน์อะไร


คำถามและวัตถุประสงค์งานวิจัยคำถามและวัตถุประสงค์งานวิจัย

  • คำถามวิจัย

    • คือข้อมูลที่ผู้ทำวิจัยต้องการทราบ

    • ก่อนได้คำถาม ต้องทบทวนงานวิจัยในอดีตเพื่อพิสูจน์ว่าคำถามนั้นมีคำตอบที่โดนใจแล้วหรือไม่ ถ้ามีแล้วก็เปลี่ยนคำถามวิจัย ถ้ายังก็เริ่มเลย

    • ประกอบด้วย ใคร ทำอะไร สิ่งเปรียบเทียบ ตัววัดผล

  • วัตถุประสงค์

    • คือประโยคบอกเล่าของคำถามวิจัย


เกณฑ์คัดเลือกตัวอย่างวิจัยเกณฑ์คัดเลือกตัวอย่างวิจัย

  • เกณฑ์คัดเข้า

    • ต้องเป็นตัวแทนของประชากรที่ศึกษา

    • ต้องเป็นตัวแทนของโรคที่ศึกษา

    • ต้องมีจำนวนพอเพียง

    • ต้องไม่ผิดจริยธรรม

  • เกณฑ์คัดออก

    • มีข้อห้ามที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัย

    • ไม่ประสงค์เข้าร่วมวิจัย


คำนิยามเชิงปฏิบัติเกณฑ์คัดเลือกตัวอย่างวิจัย

คือการอธิบายความหมายของคำสำคัญ (key words) ในงานวิจัยว่าหมายถึงอะไร


กรอบแนวคิดเกณฑ์คัดเลือกตัวอย่างวิจัย

  • คือการมองในภาพกว้างของเรื่องที่ทำวิจัยว่ามีอะไรเกี่ยวข้องบ้างทั้งโดยตรงและโดนอ้อม

    • ผู้ป่วย

    • โรค

    • ปัจจัยเสี่ยง

    • ตัววัดผล


ตั้งสมมุติฐานงานวิจัยตั้งสมมุติฐานงานวิจัย

  • จำเป็นในงานวิจัยเชิงวิเคราะห์และเชิงทดลองเพื่อนำผลวิจัยไปใช้อ้างอิงในกลุ่มประชากรได้

  • โดยทั่วไป จะตั้งสมมุติฐานของความไม่แตกต่าง (Null hypothesis) แล้วทดสอบทางสถิติเพื่อพิสูจน์ว่าสามารถปฏิเสธ Null hypothesis ได้หรือไม่

    • ถ้าปฏิเสธได้แสดงว่ามีความแตกต่างระหว่างกลุ่มเปรียบเทียบจริง

    • ถ้าไม่ได้แสดงว่าไม่แตกต่าง


คำนวณจำนวนตัวอย่างวิจัยคำนวณจำนวนตัวอย่างวิจัย

  • เพื่อ

    • จะได้ทราบจำนวนตัวอย่างวิจัยที่น้อยที่สุดที่จะตรวจพบความแตกต่างของตัววัดผลวิจัยที่น้อยที่สุดที่มีความหมายทางคลินิก

    • ถ้าใช้ตัวอย่างวิจัยมากเกินไปก็เปลืองค่าใช้จ่าย เวลา และแรงงาน

    • ถ้าใช้ตัวอย่างวิจัยน้อยเกินไปก็ไม่สามารถตรวจพบความแตกต่าง (ถ้ามีจริง) ได้


ระเบียบวิธีวิจัยคำนวณจำนวนตัวอย่างวิจัย

  • คือวิธีการทำวิจัยให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ

    • รูปแบบวิจัยต้องเหมาะสม

    • ตัวอย่างวิจัยต้องเป็นตัวแทนได้ + เพียงพอ

    • ดำเนินการวิจัยอย่างถูกต้องเที่ยงตรงโดยลดอคติ

      • วัตถุและวิธีการ

      • ตัววัดผลต้องเหมาะสม

      • วิธีการวัดผลต้องถูกต้อง น่าเชื่อถือ (มีการปกปิด)

      • การติดตามผู้ป่วย


ขอจริยธรรมก่อนเริ่มวิจัยขอจริยธรรมก่อนเริ่มวิจัย

  • คณะกรรมการจริยธรรมวิจัยจะพิจารณาว่า

    • งานวิจัยนั้นจำเป็นต้องทำ / ควรทำหรือไม่

    • ความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ


รวบรวมและวิเคราะห์ผลขอจริยธรรมก่อนเริ่มวิจัย

มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นระยะ

ถ้าจำเป็นต้องมีการปกปิด

ใช้สถิติอย่างถูกต้องและจำเป็น


งานวิจัยที่ดีขอจริยธรรมก่อนเริ่มวิจัย

รูปแบบวิจัย

ต้องเหมาะกับคำถามวิจัย

+

ต้องถูกต้อง

(internal validity)

ระเบียบวิธีวิจัย

+

ต้องถูกต้อง (internal + external validity)

สถิติ


ใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไรใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร?

  • ใช้สถิติเพื่อ

    • การเก็บรวบรวมข้อมูล ที่ถูกต้อง

    • สรุปข้อมูลที่ถูกต้อง(descriptive statistics; summary measures, estimating parameter)

    • นำเสนอข้อมูล ที่ถูกต้อง

    • วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลที่ถูกต้อง เพื่อนำไปอ้างอิงในกลุ่มประชากร (inferential statistics)


สถิติในงานวิจัยใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

  • Descriptive statistic

    • Summary measures

    • Estimating parameter

  • Inferential statistic

    • Hypothesis testing

    • Confidence intervals

  • Sample size estimation

  • Relationship between variables


สถิติเชิงพรรณาใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

Summary measures: frequency distribution

  • Categorical data

    • สัดส่วนหรือ %

  • Continuous data

  • ค่า center (ค่าการกระจายของข้อมูล)

    • Mean (SD)

    • Median (range)

    • Median (interquartile range;25th, 75th percentile)


สถิติอ้างอิงใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

ตัวอย่างวิจัย

ประชากร

การทดสอบสมมุติฐาน คือการใช้ค่าการกระจายทางสถิติ (normal, t, F, chi-squared) เพื่อทดสอบว่าผลจาก sample data สามารถปฏิเสธ null hypothesis (no treatment effect in the population) ได้หรือไม่


Normal distribution
Normal distributionใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

  • Single peak center at the mean

  • Curve is symmetrical about the mean

  • Mean = median

  • Total area under curve =1

  • 95%CI = mean ± 1.96 SE

ความกว้างขึ้นกับ SD

ส่วนสูงขึ้นกับ SD2

µ

SD

SD

0.95

2SD

2SD


95 confidence interval
95% confidence intervalใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

ค่าเฉลี่ยของผลต่างของการรักษาจากกลุ่มตัวอย่าง ()

ค่าเฉลี่ยของผลต่างของการรักษาที่แท้จริงในประชากร ()

ค่าจริง = ค่าจากงานวิจัย + อคติ +ความบังเอิญ

ช่วงเชื่อมั่น = ช่วงของค่าที่จะทำให้ผู้วิจัยมั่นใจว่าถ้าทำวิจัยหลายๆครั้งจะมีค่า  รวมอยู่ด้วย

95% CI = ถ้าทำวิจัย 100 ครั้งในช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 จำนวน 100 ช่วง จะมี 95 ช่วงที่มีค่า  อยู่ด้วย

95% CI =  ± 1.96 คูณด้วย SE ของค่า 

95% CI ช่วยบอกขนาดและทิศทางของความแตกต่าง


Estimating mean
Estimating meanใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

Sample mean ไม่เท่ากับ population mean

ค่า SE คือความคลาดเคลื่อนระหว่าง Sample mean กับ population mean

SE=SD/√N (SD วัดการกระจาย, SE วัด precision)

95% CI for the mean คือช่วงร้อยละ 95 ของค่า mean จริงในประชากรจะอยู่ในช่วงนี้

95%CI = sample mean ± 1.96 SE


Estimating proportion
Estimating proportionใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

SE(p) = √{p(1-p)/n}

ถ้า proportion p ใช้ค่า % ต้องเปลี่ยนค่า 1 เป็น 100

95% CI for the proportion= p±1.96 SE(p)


การทดสอบสมมุติฐานใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร


ผลการทดสอบมีได้ ใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร2 แบบ

  • ปฏิเสธ null hypothesis ซึ่งมีหมายความว่าข้อมูลที่ได้จากตัวอย่างการวิจัยไม่สอดคล้องกับ null hypothesis (ความจริงในประชากรคือผลการรักษาระหว่างการรักษา 2 วิธีแตกต่างกัน)

    • ยอมรับ null hypothesis ซึ่งหมายความว่าข้อมูลจากตัวอย่างวิจัยไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้ปฏิเสธ null hypothesis ได้


Type i type ii error
Type I, type II errorใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

Type I error (-error) คือการสรุปผิดว่ามีความแตกต่างกันระหว่างผลการรักษาทั้ง 2 วิธีโดยที่ความจริงไม่ต่างกัน (ผลบวกลวง) ซึ่งโอกาสของความผิดพลาดนี้ก็คือค่า P – value นั่นเอง

Type II error (-error) คือการสรุปผิดว่าผลการวิจัยไม่มีความแตกต่างกันโดยที่ความจริงต่างกัน (ผลลบลวง) โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดนี้เท่ากับ  (power = 1- )


P value
P-valueใช้สถิติในงานวิจัยเพื่ออะไร

P – value คือการยอมรับโอกาสที่จะสรุปผิดว่าผลการรักษา 2 วิธีแตกต่างกัน (เมื่อความเป็นจริงในประชากรคือไม่แตกต่างกัน)

P <0.05 หมายถึงความแตกต่างที่พบไม่น่าจะเกิดจากความบังเอิญ แต่น่าจะเกิดขึ้นจริงในประชากร (H0ไม่น่าจะจริง)โดยยอมรับโอกาสสรุปผิดว่ามีความแตกต่างจริงน้อยกว่าร้อยละ 5

P >0.05 หมายความว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอจากข้อมูลการวิจัยที่จะตรวจพบความแตกต่างของผลการรักษา และสรุปไม่ได้ว่าความเป็นจริงในประชากรนั้น ผลการรักษาจะต่างกันหรือไม่


การเลือกวิธีทดสอบทางสถิติการเลือกวิธีทดสอบทางสถิติ

  • พิจารณาว่า outcome ที่สนใจคืออะไร

    • กลุ่มที่เปรียบเทียบมีกี่กลุ่ม ( 1, 2, 3 ขึ้นไป )

    • เป็นอิสระต่อกันหรือไม่ (dependent, independent)

    • เป็นข้อมูลชนิดไหน (categorical หรือ continuous)

    • การกระจายข้อมูลเป็น normal distribution หรือไม่

    • วัดกี่ครั้ง (ครั้งเดียว,2 ครั้ง,3 ขึ้นไป)


Variables
ตัวแปร (การเลือกวิธีทดสอบทางสถิติVariables)

Numerical data

Categorical data

Dichotomous

Yes, no

Discrete

จำนวนครั้งที่มารพ

Nominal

Blood group

Continuous

BP

Ordinal

Stage 1,2,3


 ; การเลือกวิธีทดสอบทางสถิติระดับความแตกต่างที่มีความหมายทางคลินิก

-  0 + 

inferior

noninferior

equivalent

equivalent

equivalent

nonsuperior

superior

Inadequate sample


การนำเสนองานวิจัยการเลือกวิธีทดสอบทางสถิติ

  • นำเสนอในการประชุมวิชาการ

    • โปสเตอร์ slide, VDO, Demonstration

  • ส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร

  • จะได้นำเสนอหรือตีพิมพ์หรือไม่อยู่ที่บทคัดย่อ

  • เลือกวารสารที่จะส่งตีพิมพ์ก่อนเริ่มเขียนต้นฉบับ


การเขียนบทคัดย่อการเลือกวิธีทดสอบทางสถิติ

  • รูปแบบ

    • ตามรูปแบบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

      • ขนาดหน้ากระดาษ

      • ชนิดและขนาดตัวอักษร

      • จำนวนคำ

  • โครงสร้างบทคัดย่อ

    • บทนำวัตถุและวิธีการผลการวิจัยสรุป


การเขียนบทคัดย่อการเลือกวิธีทดสอบทางสถิติ

  • บทนำ

    • ที่มาของเหตุผลในการทำวิจัย และวัตถุประสงค์

  • วัตถุและวิธีการ

    • รูปแบบวิจัย จำนวนผู้ป่วย เวลาที่ศึกษา สิ่งที่ศึกษา ตัววัดผลหลักและรอง วิธีวัดผล การติดตามผล สถิติที่ใช้

  • ผลการวิจัย

    • บอกผลหลัก ผลรอง มีนัยสำคัญหรือไม่เพียงใด

  • สรุป

    • ตามผลที่ได้ พิสูจน์สมมุติฐานได้หรือไม่ ใช้ประโยชน์อะไร


บทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

เป็นงานวิจัยที่ทำซ้ำ

ไม่มีข้อมูลอะไรใหม่

เคยตีพิมพ์แล้ว

รูปแบบ และระเบียบวิจัยไม่ถูกต้อง

ไม่มีนัยสำคัญ

ไม่ทำตามรูปแบบบทคัดย่อที่กำหนด

เขียนบทคัดย่อไม่ดี


Manuscript
โครงสร้างต้นฉบับ บทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ(manuscript)

ชื่อเรื่อง

บทคัดย่อ

บทนำ

วัตถุและวิธีการ

ผล

วิจารณ์

สรุป

คำขอบคุณ เอกสารอ้างอิง ตาราง รูป


Manuscript1
การเขียนต้นฉบับ บทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ(manuscript)

การเขียน manuscript ไม่เหมือนกับการเขียนรายงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์

สั้น กระชับ ใช้ประโยคเดียวแทนหลายประโยคตัดสิ่งไม่จำเป็นออก แต่มีรายละเอียดมากพอที่จะทำซ้ำได้

อย่าใส่ผลในส่วนวัตถุและวิธีการ อย่าใส่วัตถุวิธีการในส่วนผล

ร่างต้นฉบับครั้งแรก ไม่ใช่ร่างที่ดี


บทนำบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

  • สั้นๆ 1-2 ย่อหน้า

  • ย่อหน้าที่ 1

    • ที่มาของปัญหางานวิจัย

    • ความรู้ล่าสุดเกี่ยวกับปัญหานั้นๆ

  • ย่อหน้าที่ 2

    • เหตุผลที่ต้องทำวิจัย

    • งานวิจัยที่จะทำนี้มีอะไรใหม่หรือเกิดประโยชน์อะไร


วัตถุและวิธีการบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

  • เป็นส่วนที่บอกว่างานวิจัยน่าเชื่อถือหรือไม่

  • สิ่งที่ต้องบรรยาย

    • รูปแบบงานวิจัย การคัดเลือกและคำนวณตัวอย่างวิจัย วิธีการศึกษามีรายละเอียดมากพอที่นักวิจัยคนอื่นทำซ้ำได้ ทั้งการรักษา ตัววัดผลและวิธีการวัดผลการติดตามผู้ป่วย การป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยสูญหายจริยธรรม กระบวนการเก็บและพิสูจน์ข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบ การใช้สถิติ


ผลบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

แสดงผลการวิจัยตามที่กำหนดไว้ในวัตถุและวิธีการ (การใส่ผลที่พบโดยบังเอิญ มีโอกาสเกิดอคติสูง)

จำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาในการวิจัย Loss FU มีวิธีการแก้ไขข้อมูลที่หายไปอย่างไร มีการเบี่ยงเบนไปจากโครงร่างวิจัยเดิมมากน้อยเพียงใด แก้ไขอย่างไร

ผู้ป่วยน้อย ให้แสดงตัวเลขจริง อย่าใช้ %

ตารางหรือรูป อาจดีกว่าบรรยายยาวๆ (อย่าซ้ำ)


วิจารณ์บทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

  • ส่วนประกอบ 4 ย่อหน้า

    • สรุปประเด็นสำคัญของผล

    • เปรียบเทียบผลกับการศึกษาอื่น เหมือนหรือต่างเพราะเหตุใด

    • นำเสนอจุดเด่นและข้อจำกัดของงานวิจัย

    • การนำผลวิจัยไปใช้

  • อย่าพูดถึงข้อมูลใหม่ที่ไม่มีในผล


สรุปบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

พูดประเด็นสำคัญที่สุดของงานวิจัยอีกครั้ง

ผลของงานวิจัยตอบคำถามวิจัยหรือตรงตามวัตถุประสงค์หรือสมมุติฐานหรือไม่ นำผลไปใช้อย่างไร

อย่าพูดว่าประหยัด ถ้าไม่ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับต้นทุน-ประสิทธิผล


คำขอบคุณบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

บุคคลที่ให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่ผู้ร่วมวิจัย (หัวหน้าหน่วยงาน……)

ผู้สนับสนุนทุนวิจัยหรืออุปกรณ์วิจัย

ผู้ร่วมวิจัย

Conflict of interest


เอกสารอ้างอิงบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

เขียนเอกสารอ้างอิงตามรูปแบบของวารสารที่จะส่งตีพิมพ์อย่างเคร่งครัดที่สุด

อ้างอิงเฉพาะเท่าที่จำเป็น


ตารางและรูปบทคัดย่อที่จะถูกปฏิเสธ

  • เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนกว่าหรือไม่สามารถแสดงด้วยคำบรรยาย

  • ไม่ซ้ำคำกับบรรยาย

  • มีหมายเลขและชื่อ มีคำบรรยายรูป

  • ถ้าใช้อักษรย่อ ต้องอธิบายคำเต็มใตตาราง

  • ลำดับของ footnotes

    • *, †, ‡, §, ║, , **, ††, ‡‡, §§


ชื่อเรื่องและบทคัดย่อชื่อเรื่องและบทคัดย่อ

เขียนชื่อเรื่องและบทคัดย่อหลังจากเขียนต้นฉบับ

ชื่อเรื่องมาจากสรุป


อ่านและเขียนต้นฉบับใหม่อ่านและเขียนต้นฉบับใหม่

ดูว่าทำยังไงให้ต้นฉบับสั้นลงโดยไม่เสียเนื้อความสำคัญ

ประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า ให้เริ่มด้วยหัวข้อหลักของย่อหน้านั้นๆ ประโยคถัดไปคือรายละเอียดของประโยคแรก

ทบทวนต้นฉบับให้เป็นไปตามรูปแบบของวารสารที่จะส่งตีพิมพ์


สรุปอ่านและเขียนต้นฉบับใหม่

  • รูปแบบงานวิจัย

    • ขึ้นกับคำถามวิจัย

  • งานวิจัยที่ดี

    • รูปแบบถูกต้อง + ระเบียบวิจัยถูกต้อง + สถิติถูกต้อง

  • สถิติในงานวิจัย

    • เพื่อรวบรวมข้อมูล สรุป นำเสนอ และวิเคราะห์


สรุป อ่านและเขียนต้นฉบับใหม่2

  • การเขียนโครงร่างวิจัย

    • ส่วนประกอบต้องครบ

  • การนำเสนองานวิจัย

    • บทคัดย่อสำคัญ

  • การเขียนรายงานวิจัย

    • บนนำ วัตถุวิธีการ ผล บทวิจารณ์ สรุป


THANK YOUอ่านและเขียนต้นฉบับใหม่


ad